นอนกับผมสิครับ #อยากกินเตกิล่า

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 25 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,568
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,108 ครั้ง
    8 ก.ย. 63

เตกิล่าปล่อยลิเคียวลงกับพื้น ใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะหลังจากที่รู้แล้วว่าตัวเองนั้นถูกคนตัวแสบแกล้งอีกครั้งหนึ่ง อารมณ์พิศวาทที่ถูกจุดติดเมื่อครู่นั้นมอดดับลงไปจนแทบจะไม่เหลือแล้ว ใบหน้าคมคร้ามฉายแววหงุดหงิดจนคนน้องผู้หาทางแกล้งเอาคืนคนพี่ได้ต้องลอบยิ้ม

 

“อยากกินไหม เดี๋ยวผมผสมให้กิน” ลิเคียวพูดถามด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี ผิดกับคนพี่อย่างเห็นได้ชัด

 

“กลับ!” เตกิล่าหมดอารมณ์ที่จะมานั่งดื่มเครื่องดื่มอะไรแล้ว เขาพูดเสียงห้วน หมุนตัวเปลี่ยนทิศทางแล้วเริ่มเดินนำหน้าออกไป

 

ลิเคียวเห็นท่าทางอารมณ์เสียของคนพี่ก็รู้แล้วว่าต่อไปตัวเองต้องหาวิธีปลอบเอาไว้ด้วยหลังจากที่แกล้งเสร็จแล้ว ส่วนตอนนี้เขาก็รีบก้าวขายาว ๆ ของตัวเองเดินตามเตกิล่าไปจนไปหยุดเคียงข้างเจ้าตัว

 

เตกิล่าไม่ได้พาลิเคียวออกทางด้านหลังร้าน แต่พาลงมายังชั้นล่าง ชั้นที่มีนักท่องราตรีทั้งหลายเคลื่อนย้ายร่างกายของตัวเองไปตามเสียงเพลง เสียงหัวเราะ เสียงกรี๊ดมีดังขึ้นบ้างเป็นระยะ แต่ละคนนั้นล้วนแล้วแต่สนุกสนานอยู่ตรงกลาง ส่วนตรงบาร์นั้น ส่วนมากจะเป็นแขกที่มาเพียงคนเดียวแล้วมาหาเพื่อนเอาที่นี่ หรือไม่ก็เป็นคนที่เจอเรื่องทุกข์ใจมาแล้วมาดื่มเพื่อลืมเรื่องเครียด

 

คนจำพวกหลังมักจะบอกว่าอยากดื่มเงียบ ๆ เพื่อลืมเรื่องครียด เรื่องทุกข์ใจ แต่สุดท้ายแล้วก็เลือกที่จะมาดื่มที่คลับ ซึ่งเต็มไปด้วยแสงสีเสียง และเหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลาย

 

แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่เตกิล่าและลิเคียวก็ยังโดดเด่นเหนือผู้คน การก้าวลงมาจากชั้นสองของพวกเขาเรียกสายตาหลาย ๆ คู่ให้หันมามอง และเมื่อมีคนเริ่มมองเยอะ ๆ พวกเขาก็กลายเป็นจุดรวมสายตาในที่สุด

 

มีนักท่องราตรีในนี้หลายคนที่มาที่นี่เกือบทุกคืน และพวกเขาก็รู้สึกว่าภาพเหตุการณ์ในวันนี้มันคุ้น ๆ ข้าง ๆ เตกิล่ามีคนคนหนึ่งที่เดินเคียงข้างอยู่ และคนคนนั้นก็คือคนเดิมกับคราวที่แล้วที่พวกเขาเจอ

 

หลายคนเพ่งมองผ่านความมืดเพื่ออยากจะเพ่งพิศใบหน้าของลิเคียวให้ชัด ๆ มีหลายคนที่จำได้ว่าลิเคียวคือคนที่เป็นข่าวกับเตกิล่าเมื่อวันก่อน

 

ได้ทั้งไปเดินห้างด้วยหัน วันนี้ก็อยู่ด้วยกัน

 

หรือว่าจะได้เป็นตัวจริงของเตกิล่าแล้ว

 

เพียงแค่คิดแววตาอิจฉาริษยาก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของใครหลาย ๆ คน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแม้ว่าส่วนหนึ่งคนที่มาเที่ยวที่นี่เพราะว่าถูกใจกับความหรูหรามีระดับ และการคัดกรองคน ทว่าอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับใครหลาย ๆ คนก็คือ พวกเขาและเธอหวังว่าจะมีสักวันหนึ่งที่บังเอิญได้เข้าไปอยู่ในสายตาของเตกิล่า ได้สานต่อความสัมพันธ์ ได้เป็นคนที่ถูกเลือก

 

คนพวกนี้ใช้หลักการที่ว่าถ้าอยากได้ ก็พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้ตัวเองได้มาซึ่งในสิ่งที่ต้องการ

 

แต่ว่าคนพวกนี้ไม่รู้หรอก ไม่รู้เลยว่ามีอีกคนหนึ่งที่ใช้วิธีการเดียวกันกับพวกเขา แต่ว่ามีความสามารถมากกว่าในการพาตัวเองเข้าไปยืนเคียงข้างเตกิล่าได้อย่างง่ายดาย

 

ลิเคียวที่เดินอยู่ข้าง ๆ เตกิล่าก็ไม่ได้สนใจสายตาที่จับจ้องมองมา แต่สายตาของเขานั้นไปหยุดอยู่ที่คนคนหนึ่งที่ยืนหลบมุมอยู่ เมื่อเขาสบตาด้วย คนคนนั้นก็พยักหน้าเบา ๆ ส่งให้เขา 

 

คนคนนั้นก็คืออาโจมส์ ลูกน้องมือขวาของเขานั่นเอง 

 

หลังจากที่ลิเคียวรู้ว่าอาวองการ์ดมาถึงที่นี่แล้ว หลังจากที่วางสายจากอาเทียซของเขา เขาก็ได้สั่งการลงไปให้คอยส่งคนไปจับตาความเคลื่อนไหวของอเล็กเซย์แล้วเรียบร้อย 

 

แววตาพึงพอใจปรากฏในดวงตาคู่สีฟ้าอ่อนของลิเคียว มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะต้องเกิดอาการงุนงงเมื่อเตกิล่าดึงแขนเขาจนเขาถึงกับตัวเซเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเจ้าตัว

 

“โอ๊ย!” ลิเคียวยังไม่ทันจะได้ทำความเข้าใจกับเหตุการณ์เลย เสียงร้องเบา ๆ ก็ดังมาเข้าหูเขาก่อน 

 

ลิเคียวที่ยังคงซบอยู่กับแผ่นอกแกร่งของเขาเตกิล่านั้นก็เลื่อนสายตามองไปยังต้นทางของเสียง เขาพบชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งกองอยู่กับพื้น มือข้างหนึ่งกุมข้อเท้าของตัวเองเอาไว้ ใบหน้าแหงนเงยขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีมีวาวน้ำรื้นอยู่

 

ลิเคียวรู้สึกว่าเหตุการณ์นี้คุ้น ๆ อย่างไรบอกไม่ถูก

 

ส่วนแดนที่เดินตามหลังมานั้นเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างดี ตั้งแต่ที่มีคนถูกผลักกระเด็นมาจะชนเข้ากับเตกิล่า ซึ่งตอนนั้นลิเคียวมัวแต่มองไปทางอื่นอยู่ และบอสของเขาก็เบี่ยงตัวหลบการที่จะโดนชนนั้นโดยไม่ลืมที่จะคว้าแขนของลิเคียวให้หลบไปด้วย ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวถึงกับเซถลาไปซบอกแกร่งของเจ้านายเขา

 

แต่ว่านะ ตอนนั้นเขาก็ดึงแขนลิเคียวแบบบอสเนี่ยแหละ แต่ทำไมบอสไม่โดนหมัดหนัก ๆ ของลิเคียวฟาดปากเข้าให้บ้างล่ะ!

 

คนที่มุมปากยังคงมีรอยแผลทิ้งเอาไว้ตั้งคำถามในใจอย่างไม่ยินยอม

 

ซึ่งคำตอบสำหรับคำถามในใจของแดนนั้นก็คือเป็นเพราะว่าลิเคียวคุ้นกับกลิ่นหอมของเตกิล่า เขาเกิดความมั่นคงปลอดภัยในใจ ดังนั้นสัญชาติญาณการระวังตัวจึงลดน้อยลงไปบ้าง

 

ส่วนคนที่เคยฝากรอยแผลเอาไว้ที่มุมปากของแดนนั้นไม่ยอมผละออกมาจากอกของเตกิล่าเลย ทั้งยังยืนทิ้งตัวลงซบไปเต็มที่จนเตกิล่าตั้งโอบประคองเอวคอดเอาไว้ แล้วหยัดยืนให้มั่นคงเพื่อที่จะได้ไม่ล้ม 

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเสี้ยงวินาทีนี้เรียกความสนใจจากนักท่องราตรีทั้งหลายได้เป็นอย่างดี ผู้คนเริ่มทยอยหยุดเต้น แล้วเริ่ม ๆ มุมล้อมกลุ่มของเตกิล่าและชายหนุ่มหน้าตาน่ารักที่นั่งกองอยู่กับพื้น

 

“เจน! เจ็บไหม” ท่ามกลางสายตาของผู้คน เสียงใส ๆ ของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้น เจ้าของร่างบอบบางในชุดเดรสเกาะอกสีดำถลาลงมานั่งลงกับพื้น ๆ ข้าง ๆ ชายหนุ่มที่ถูกเธอเรียกว่าเจน

 

“อื้อ เจ็บ!” ชายหนุ่มหน้าตาน่ารักค่อย ๆ ขยับเท้าที่มือตัวเองเกาะกุมอยู่แล้วตอบคำถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงสั่นคลอ

 

ตอบคำถามเพื่อน แต่แววตายังคงมองมาที่เตกิล่า

 

ลิเคียวที่ซบอกเตกิล่าอยู่ดวงตาสว่างวาบ สัญชาตญาณร้องแจ้งเตือนทันทีว่าผู้ชายของเขากลายเป็นที่หมายตาอีกแล้ว

 

ทั้ง ๆ ที่เขายืนซบอกอยู่ตรงนี้แท้ ๆ

 

“ค่อย ๆ ลุกไหวไหม ขอโทษนะที่ฉันเล่นไม่รู้เรื่องต้องทำนายเจ็บตัวแบบนี้” น้ำเสียงสำนึกผิดของหญิงสาวดังขึ้นอีกครั้ง พร้อม ๆ กับที่เธอค่อย ๆ ทำท่าจะประคองเพื่อนหนุ่มให้ลุกขึ้นยืน แต่ว่าเพียงแค่ขยับตัว เสียงร้องเจ็บปวดก็ดังมาจากริมฝีปากอวบอิ่มนั่นอีกครั้ง คราวนี้หยดน้ำตาไหลลงมาจากหางตาด้วย ดูท่าทางน่าสงสารมาก โดยเฉพาะเวลาที่เจ้าตัวช้อนดวงตากลมโตที่มีวาวน้ำรื้นขึ้นมอง

 

ลิเคียวกวาดตามองไปยังข้อเท้าของเจ้าตัวที่เจ้าตัวบอกว่าเจ็บ เพียงแค่มองปราดเดียวเขาก็รู้แล้วว่ามันไม่ได้มีปัญหาอะไร อีกอย่างต่อให้ชายหนุ่มคนนี้จะตัวเล็กกว่าผู้ชายทั่วไปบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังตัวโตกว่าหญิงสาวบอบบางเพื่อของเจ้าตัวอยู่ดี แล้วคนที่แค่มองท่าทางการเดินก็รู้แล้วว่าเรี่ยวแรงไม่ค่อยจะมี จะไปมีปัญญาผลักคนที่ตัวโตกว่าจนกระเด็นมาล้มลงต่อหน้าเตกิล่าได้ยังไง

 

ขอโทษที เขาชอบกินแต่เตกิล่า ไม่นิยมกินหญ้า

 

“ลุกไม่ไหวเลยเหรอ เจ็บหนักมากเลยใช่หรือเปล่า หรือว่าข้อเท้าจะหัก ฉันควรต้องโทรเรียกรถพยาบาลไหม” น้ำเสียงร้อนรนของหญิงสาวยังดังขึ้นต่อเนื่องจนลิเคียวนึกหยันอยู่ในใจ

 

“ไม่เป็นไร แค่ข้อเท้าน่าจะพลิกเฉย ๆ ไม่ถึงกับหักหรอก แค่ช่วยพยุงเราไปนั่งพักสักหน่อยเดี๋ยวก็น่าจะดีขึ้นนะ” คนที่แสดงออกว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บพูดปลอบโยนเพื่อนเสียงอ่อนโยน มองดูแล้วช่างบอบบางอ่อนโยนจริง ๆ ล้วนแล้วแต่ทำให้คนที่มองดูอยู่อยากจะปกป้อง และทำตัวเป็นฮีโร่เข้ามาช่วยเหลือ 

 

หางตาของลิเคียวมองเห็นว่าเริ่มมีหลายคนที่ขับเท้าเดินเข้าไปใกล้คนที่ยังคงนั่งกุมข้อเท้าอยู่กับพื้น มองดูก็รู้ว่ากำลังจะเข้ามาช่วยเหลือ

 

ลิเคียวรู้ แต่หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เพื่อนนามว่าเจนไม่รู้ว่ารู้หรือไม่ เพราะทันทีที่คนพวกนั้นขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ เธอก็แหงนเงยใบหน้ามองเตกิล่าแล้วพูดถามทันที

 

“คือว่า ขอความช่วยเหลือ ช่วยพยุงเพื่อนฉันไปนั่งสักหน่อยได้ไหมคะ” ถามกับเตกิล่าโดยที่ดวงตาไม่เหลือบมองลิเคียวที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นยืนใช้แผ่นหลังของตัวเองเอนอิงแนบชิดไปกับแผ่นอกของเตกิล่าเลยสักนิด

 

สิ้นเสียงของหญิงสาว ลิเคียวก็เห็นว่าในดวงตาวาวรื้นไปด้วยหยาดใส ๆ ของชายหนุ่มหน้าตาน่ารักนั้นมีประกายความหวัง ก่อนจะแปรเปลี่ยนไปเป็นความเขินอาย ยกมือของเจ้าตัวจับแขนเพื่อนสาวเอาไว้ แล้วพูดเสียงเบา

 

“อย่าไปรบกวนคุณเขาสิ เราลุกขึ้นเองได้ไม่เป็นไร” พูดจบก็พยายามจะลุกขึ้น แต่เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้นอีกแล้ว

 

ลิเคียวมองแล้วอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในใจ

 

ฝีมือการแสดงไม่เลว แต่ว่านะ ยังห่างชั้นกับวอดก้าของเขาอยู่อีกไกล

 

คิดเสร็จแล้ว ปากบาง ๆ ของตัวเองก็เปิดกว้างหาวครั้งหนึ่ง ดวงตาคู่สวยหรี่ลง แหงนเงยใบหน้าของตัวเองพูดกับเจ้าของอกแกร่งที่ตัวเองยืนพิงอยู่

 

“ง่วงแล้ว อยากนอนจัง” น้ำเสียงแหบหร่านั้นมีความอ้อนแฝงไว้อยู่เล็ก ๆ

 

น้ำเสียงของลิเคียวไม่ดังและไม่เบา คนที่ยืนมุงด้านหน้าล้วนได้ยิน และมันทำให้ทั้งลิเคียวและเตกิล่ากลายเป็นที่จับจ้องอีกครั้ง

 

“ง่วงแล้วเหรอ งั้นก็รีบกลับ” พูดเพียงแค่นั้นก็ช้อนตัวลิเคียวขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว เดินฝ่าวงล้อมของชาวมุงออกไปโดยไม่สนสายตาที่มองมาอย่างตื่นตะลึงและคาดไม่ถึงเลยสักนิด

 

ไม่คิดว่าจะอุ้มอีกคนเดินออกไปทั้งแบบนั้น โดยไม่สนใจมองคนที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือสักนิด

 

นี่คือเตกิล่า เวลส์ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นสุภาพบุรุษคนนั้นจริง ๆ หรือ

 

(ต่อ)

 

หลังจากที่ขึ้นมาบนรถได้แล้ว ลิเคียวก็ไม่คาดคิดว่าเตกิล่าจะดึงเข้าขึ้นไปนั่งค่อมอยู่บนตักแกร่งของตัวเอง ใช้มือหนาอันแสนอบอุ่นนั่นกดศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมนิ่มสีดำวาวให้ซบลงที่อกกว้าง ก่อนจะลูบไล้กลุ่มผมนิ่มสลวยเบา ๆ 

 

“ง่วงก็นอน” น้ำเสียงทุ้มต่ำพูดพร้อมกับกดศีรษะของคนน้องให้แนบอยู่กับอกของตัวเองเมื่อเจ้าตัวพยายามที่จะยกศีรษะกลม ๆ นั่นออกจากอกของเขาเพื่อที่จะได้มองหน้า

 

ลิเคียวที่ได้ยินคำพูดแบบนั้นพร้อมกับที่เตกิล่าไม่ยอมให้เขาผละออกจากอ้อมอกของเจ้าตัว ก็ยอมซบแก้มนิ่มของตัวเองเข้ากับอกแข็ง ๆ ของคนพี่อย่างยินยอมพร้อมใจ มุมปากมีรอยยิ้มบางเบาปรากฏ แม้ว่าจะไม่ได้ง่วงจริง ๆ อย่างที่พูดออกไปต่อหน้าสองเพื่อนชายหญิงคู่นั้น แต่เมื่อได้มานั่งอยู่ในท่านี้ ก็อดไม่ได้ที่จะอยากรู้สึกนอนขึ้นมาจริง ๆ

 

ตอนนั้น เมื่อสิบปีที่แล้ว พี่เตคนนี้ก็กอดเขาให้นั่งหลับอยู่บนตักเจ้าตัวแบบนี้เหมือนกัน

 

คิดมาถึงตรงนี้ ดวงตาที่แฝงความอาวรณ์อดีตเมื่อครู่ก็เบิกกว้างขึ้นมา ความคิดหนึ่งผุดเข้ามาในหัวสมองเขาอย่างรวดเร็ว

 

หรือว่า จะจำเขาได้แล้ว!

 

ลิเคียวคิดสงสัยด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย และเมื่อทบทวนความทรงจำถึงการกระทำในช่วงเวลาที่ผ่านมาสองสามวันมานี้ของเตกิล่า เขาพบว่าเตกิล่าใส่ใจเขามากกว่าที่เจอกันครั้งแรกหลังจากที่ได้เจอกันใหม่ในรอบสิบปี

 

ใส่ใจ ตามใจ เอาใจ พฤติกรรมแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าจำได้ ก็แปลว่าเกิดรู้สึกดี ๆ กับเขาขึ้นมาแล้ว

 

แต่ว่าถ้าเป็นอย่างแรก ถ้าหากว่าเตกิล่าจำเขาได้แล้วว่าคือคนที่สัญญาไว้ด้วยเมื่อสิบปีที่แล้ว แล้วเจ้าตัวใจดีกับเขาแบบนี้

 

ไม่กลัวว่าเขาจะทวงคำสัญญาขึ้นมาหรืออย่างไร หรือจะบอกว่าแท้ที่จริงแล้วเตกิล่าก็มีใจที่จะอยากทำตามสัญญาด้วยเช่นกัน

 

ความจริงแล้วลิเคียวคิดมาตลอด คำสัญญาที่เตกิล่าให้เขาไว้เมื่อสิบปีก่อน ก็เป็นเพียงแค่คำพูดส่ง ๆ ของเจ้าตัวนั่นแหละ ในตอนนั้นเขางอแงไม่ยอมกลับไปกลับอาเทียซ ไม่ว่าใครจะเกลี้ยกล่อมยังไง เขาก็ยืนยันเสียงหนักแน่นว่าจะอยู่กับเตกิล่าให้ได้ 

 

เด็กชายวัยสิบสามปีที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างไข่ในหิน แม้ว่าจะเป็นทายาทเพียงคนเดียว แต่อาเทียซและมัทก็ไม่เคยปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ธุรกิจของครอบครัว ไม่เคยบอกเขาว่าโลกใบนี้มันโหดร้ายแค่ไหน เด็กคนหนึ่งถูกเลี้ยงดูอยู่แต่ในบ้าน มีอาจารย์จากข้างนอกมาสอน ไม่มีเพื่อน มีแต่ลูกน้องที่รายล้อม วันหนึ่งก็เจอเหตุการณ์ที่ทำให้โลกของตัวเองเปลี่ยนไป และคนที่เขาเจอในโลกใบใหม่ คนแรกที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยในโลกอันโหดร้าย ก็คือเตกิล่า

 

ดังนั้นเขาจึงยึดติด สิบปีมานี้ เพื่อข้อเรียกร้องอันแสนเอาแต่ใจของเขา และคำสัญญาที่พูดออกมาเพียงผ่าน ๆ เพื่อให้เขากลับไปกับอาเทียซและมัท เพื่อให้รู้ว่าคนอย่างเขาคู่ควร

 

มิคาอิลที่แสนจะอ่อนแอคนนั้นจึงไม่มีอีกแล้ว เหลือเพียงลิเคียวคนที่อยู่กับเตกิล่าในตอนนี้ และมิคาอิล มิฮาอิโรวิซ ออร์โลวา ทายาทผู้เป็นอัจฉริยะภาพของออร์โลวา เท่านั้น

 

สิบปีมานี้นายน้อยมิคาอิลที่เคยอยู่แต่บนหอคอยไม่เคยก้มหน้าลงมองเบื้องล่างก็กัดฝันฝึกฝนร่างกายอย่างหนัก แต่ละวันต้องตื่นแต่เช้ามาวิ่ง หลังจากนั้นก็เรียนวิชาการต่อสู้ ช่วงบ่ายก็เรียนรู้การใช้อาวุธ พัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดหย่อน เริ่มสมกับเป็นทายาทผู้สืบทอดอัลมาสตีขึ้นมาทุกที

 

สิบปีที่ฝึกฝนอย่างหนัก สิบปีที่พัฒนาตัวเองไม่หยุด สิบปีที่เฝ้าคิดถึงแต่คำสัญญา ในที่สุด อาเทียซก็ยอมปล่อยให้เขามาที่นี่ มาเพื่อหาคนเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้เขานอนหลับได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งเหล้า

 

มีเพียงแค่ได้นอนฟังเสียงหัวใจเต้นของเตกิล่า ฝังตัวอยู่ในอ้อมกอดที่แข็งแกร่งและอบอุ่นนั่น มีเพียงแค่นั้น ลิเคียวก็ไม่ต้องเพิ่งพาเหล้าฤทธิ์แรงเพื่อให้ตัวเองหลับอีกต่อไป

 

คิดมาถึงตรงนี้ สองแขนเรียวยาวก็สอดรัดเข้าที่รอบเอวหนาของคนพี่ ปิดเปลือกตาสีมุกของตัวเองลง

 

เตกิล่าหลุบตาต่ำลงมองคนที่นั่งอยู่บนตักของเขาปิดเปลือกตาลงไปแล้วแต่หัวคิ้วสวย ๆ นั่นขมวดเข้าหากันเล็กน้อย บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังมีความคิดบางอย่างอยู่ในใจ เลื่อนสายตาลงจากหัวคิ้ว ก็เห็นแก้มเนียนใสมีเลือดฝาด แก้มเนียบนุ่มนั้นแนบอยู่กับอกที่มีเสื้อเชิ้ตสวมทับอยู่ของเขา มือหนาอีกข้างที่ไม่ได้ใช้ลูบไล้กลุ่มผมนิ่มของลิเคียวอยู่ก็เลื่อนขึ้นจากเอวคอดมาลูบไล้แก้มเนียนนุ่มของลิเคียว

 

พุฒิธรที่นั่งอยู่ด้านหน้าเห็นท่าทางอ่อนโยนของเจ้านายแล้วก็รู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมว่าเขากำลังจะมีเจ้านายเพิ่มขึ้นมาอีกคนอย่างแท้จริงแล้ว

 

และเจ้านายคนใหม่นี้ก็ไม่ใช่ธรรมดาอย่างที่เห็น

 

 

พุฒิธรคิดพลางมองไปที่กระจกหลังของรถ มองขบวนรถยนต์ที่ขับตามมาห่าง ๆ นั่น 

 

 

เมื่อรถยนต์แล่นมาจอดลงยังที่จอดรถประจำตัว พุฒิธรก็รีบก้าวลงจากรถมาเปิดประตูรถให้เจ้านาย มองคนที่วางร่างบอบบางของคนบนตักลงกับเบาะรถก่อน แล้วจึงค่อยก้าวลงจากรถ จากนั้นก็โน้มตัวช้อนร่างที่เพิ่งปล่อยให้ห่างตัวเข้าไปอุ้มใหม่ เพื่อที่จะได้พาเข้าคอนโดมิเนียม

 

ลิเคียวที่โดนอุ้มไปอุ้มมานั้น แท้ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้หลับตั้งแต่แรก มีสติอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่ชอบที่จะโดนเตกิล่าอุ้มอย่างอ่อนโยนเท่านั้น เขาจึงได้แสร้งหลับอยู่ตลอด

 

หากนับว่าลิเคียวมีความสามารถในการดื่มเหล้า และประคองสติของตัวเองได้ตลอด จนกระทั่งหยุดดื่มจึงจะหลับนั้น ความสามารถในการแสร้งหลับของเขาก็นับได้ว่าเป็นเลิศด้วยเหมือนกัน

 

หากใครจะพิสูจน์ว่าเขาหลับจริงหรือแกล้งหลับโดยการดูที่ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เห็นทีว่าจะโดนหลอกเอาได้ง่าย ๆ 

 

เหมือนที่เตกิล่าโดนมาหลายครั้ง อย่างเช่น

 

แกล้งหลับตอนที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม แล้วปล่อยให้เตกิล่าค้างเติ่งอยู่คนเดียว

 

โชคดีที่เตกิล่าไม่รู้เรื่องนี้ เพราะหากเขารู้ ไม่รู้ว่าจะอยากโยนคนที่เขากำลังอุ้มอย่างทะนุถนอมนี่ลงพื้นไปเลยหรือไม่ โทษฐานที่ปล่อยให้เขากลายเป็นเป็นนกบินค้างอยู่บนฟ้ามาหลายรอบ

 

 

เตกิล่าค่อย ๆ วางคนที่อุ้มอยู่ในอ้อมแขนลงบนเตียง แต่เมื่อเขาวางลงไปแล้ว เปลือกตาสีมุกที่ปิดสนิทอยู่เมื่อครู่ก็ค่อย ๆ เปิดขึ้นมา เผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าสวย

 

คนที่แสร้งนอนหลับเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วก็กลัวว่าตัวเองจะโดนจับได้ เพราะในดวงตาของเขาตอนนี้ไม่มีความง่วงงุนอย่างที่ควรจะมีเลยสักนิด ดังนั้นเขาจึงแสร้งเปิดปากหาว จนมีหยดน้ำวาวรื้นออกมาจากแก้วตาใส

 

เตกิล่ามองคนที่หาวจนน้ำตาไหลแล้วก็เปิดปากพูดออกมา

 

“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำ จะได้มานอนต่อ” พูดเสร็จก็ลูบผมชี้ฟุ่งเหยิงของลิเคียวสองครั้ง ก่อนจะพาตัวเองเดินไปยังทิศทางของประตู 

 

“หิว” คนที่แสร้งหลับ ทั้งยังมีการกินอาหารมาอย่างเต็มคราบแล้วในตอนที่อเล็กเซย์มาเจรจาธุรกิจกับเตกิล่าเปิดปากของตัวเองพูดออกมาเบา ๆ มือน้อย ๆ นั้นลูบหน้าท้องแบนราบไปมา

 

“ที่กินไปก่อนหน้านี้ย่อยหมดแล้วงั้นเหรอ หืม” เตกิล่าถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อเล็กน้อย บนโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารมากมายนั้น กว่าครึ่งนั้นตกไปอยู่ในท้องของลิเคียว เขาและอเล็กเซย์ยังกินไปได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่ลิเคียวกินด้วยซ้ำ

 

“ย่อยหมดแล้ว ขอข้าวไข่ดาว ขอ น้องขอ นะ น้องขอข้าวไข่ดาวนะ” ลิเคียวพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความออดอ้อน เงยหน้าช้อนดวงตาที่มีหยดน้ำรื้นในดวงตาขึ้นมอง

 

คนที่โดนมองแบบนี้ในรอบที่สองของค่ำคืนนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นการมองในแบบเดียวกัน แต่ว่าอัตราการเต้นของหัวใจยามที่ถูกลิเคียวมอง กับชายหนุ่มคนนั้นมองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

ยิ่งรวมกับคำพูดและน้ำเสียงของลิเคียวที่ใช้ในตอนนี้

 

เตกิล่ารู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกมอมเมาจนไร้เรี่ยวแรงที่จะปฏิเสธ

 

คนถูกเหล้าหวานมอมเมาพยักหน้าตอบเบา ๆ แล้วรีบพาตัวเองออกปากตรงนี้เพื่อตั้งสติ

 

เมื่อคล้อยหลังเตกิล่า ลิเคียวที่ทำตัวเป็นลูกแมวน้อยเมื่อครู่นี้ก็หรี่ดวงตาของตัวเองลง เขาอ้อนเตกิล่าเพราะอยากอ้อนก็ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็เพื่อพิสูจน์ว่าเตกิล่าจำเขาได้แล้วจริง ๆ หรือไม่ 

 

ซึ่งตอนนี้แม้ว่าจะมีคำตอบบางอย่างอยู่ในใจแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจเต็มร้อย

 

ลิเคียวเริ่มมองหาโทรศัพท์ของตัวเอง เขาต้องการที่จะโทรหาวอดก้าเพื่อขอคำปรึกษา ทว่ายังไม่ทันจะได้หยิบโทรศัพท์ เสียงตระโกนเรียกของเตกิล่าก็ดังเข้ามาก่อน 

 

ลิเคียวกระโดดลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว วางความคิดที่จะโทรหาวอดก้าเอาไว้ก่อน แล้ววิ่งตามกลิ่นไข่ดาวหอม ๆ ออกไป

 

ฮืม ถึงเรื่องแต่งงานจะยังไม่ได้ทำตามสัญญา แต่เรื่องทอดไข่ดาวให้เขากิน พี่เตทำแล้ว!

 

อร่อยมากอย่างที่เจ้าตัวบอกไว้เลย!

 

มือเล็กตักไข่ดาวเข้าปากคำโต เคี้ยวจนแก้มขึ้นก้อนกลม ดวงตาเปล่งประกายราวกับดวงดาวบนฟากฟ้า

 

เตกิล่ายืนมองแล้วยิ้มบางเบา

 

ไม่คิดว่าสิบปีมาแล้ว คำสัญญาหลอกเด็กแบบนั้นก็ยังจำได้อยู่อีก 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.108K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,655 ความคิดเห็น

  1. #5551 desbestiny (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 17:23
    5555 นั้นไงงงง อีพี่แหม่ๆๆ ใกล้ถึงเวลาเอาคืนน้องแล้วสินะ 😂😂
    #5,551
    0
  2. #5530 winanya19 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 07:16
    อิพี่จำน้องได้แล้วแต่ว่าจำได้ตอนไหนอะ
    #5,530
    0
  3. #5521 mothergod (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 21:51
    คุณพี่เต~ งั้นก็รู้ดิว่าน้องเป็นใคร รร
    #5,521
    0
  4. #5506 Panawin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 21:01
    สักนิดสักหน่อยซิอิพี่!!!
    #5,506
    0
  5. #4983 Krystal wing (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 22:55
    สักหน่อยพี่เต
    #4,983
    0
  6. #4905 kung0841560683 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 20:00

    เตจำได้แล้วช่ายไหม

    #4,905
    0
  7. #4886 Airring (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 16:35
    จำได้ตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย
    #4,886
    0
  8. #4424 khunsom08 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 20:42
    พี่เตก็จำได้นี่นา
    #4,424
    0
  9. #4103 somwonhyuk (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 12:42

    น่สรักกกกก

    #4,103
    0
  10. #3689 Rabbiitao (Su:D) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 11:43
    น้องงงงงง พี่เตจำน้องได้แน้วววว
    #3,689
    0
  11. #3456 Notty Kero (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 21:52
    จำน้องได้แล้วสินะ
    #3,456
    0
  12. #3449 Chanok P. (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 09:21

    ก็ว่า ทำไมอยู่ดีพี่เตถึงอ่อนโยนขนาดนั้น จำได้แล้วจริงๆด้วย เย่

    #3,449
    0
  13. #3447 Kinwah (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 08:14
    อิพี่เตเป็นนก-- แค่กๆๆๆ ในที่สุดอิพี่ก็จำได้แล้ว รอค่าาา
    #3,447
    0
  14. #3443 Pimolphut Arjitnupap (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 02:26
    สนุกมากเลยค่ะไรท์ อ่านไม่เบื่อเลย
    #3,443
    0
  15. #3441 BarBiirs_39 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 23:50
    แงงงงงงงงงงงงงพี่จำได้แล้วเย่ๆ
    #3,441
    0
  16. #3436 dayit-123 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 22:11
    ดีใจกะน้องอิพี่มันจำได้เเล้ววว
    #3,436
    0
  17. #3434 อยากกินเสียวหลงเปา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 21:26
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #3,434
    0
  18. #3395 PaiiKanj (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 13:50
    ตาพี่ก้อจำน้องได้แล้วววววว ดีใจอ่ะ
    #3,395
    0
  19. #3391 noo_parekapoom (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 12:24
    ฮือออ ยัยน้องดีใจแย่แล้วว
    #3,391
    0
  20. #3390 xวาuxวาu (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 12:07
    จำได้แล้วอ่ะดิเนี่ย
    #3,390
    0
  21. #3388 plapla (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 10:32
    อ่านเรื่องนี้แล้ว คิดถึงคอมเม้นชาวเน็ตจัง ้
    #3,388
    0
  22. #3387 SeasonRain1 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 09:27
    หนูว่าพี่เตจำน้องได้ตั้งแต่อาเทียซโทรมาหาน้องแล้ว///เย้!!
    #3,387
    0
  23. #3386 yahye (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 09:17
    จำน้องได้แล้วก็แกล้งทำเป็นจำไม่ได้
    #3,386
    0
  24. #3385 lovely_friend (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 08:13
    ขอบคุณค่ะ
    #3,385
    0
  25. #3384 I_love_got7 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 07:17
    คากว่าพี่เตจำน้องได้ตั้งแต่ที่โทรพี่มาร์และหาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลน้องและอเล็กซ์
    #3,384
    0