นอนกับผมสิครับ #อยากกินเตกิล่า

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 16 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,176 ครั้ง
    25 ส.ค. 63

“หิวแล้ว” น้ำเสียงแหบพร่าดังขึ้นทันทีที่นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงวันแบบพอดิบพอดี

 

เตกิล่าที่ยังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่ก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนที่พูด เขาเหลือบสายตามองเวลา แล้วค่อยพูดออกมา

 

“ขออีกห้านาที เดี๋ยวออกไปกินข้างนอกเลยทีเดียว” เตกิล่าตั้งใจไว้ว่าเมื่อจัดการงานที่อยู่ตรงหน้าเขาเสร็จก็จะพาลิเคียวไปทานอาหารที่ร้านข้างนอก หลังจากนั้นค่อยให้ลูกน้องส่งเจ้าตัวกลับคอนโดมิเนียม ส่วนเขาจะเข้าไปทำงานต่อที่ตึกเวลส์

 

“แซลมอน” ลิเคียวพยักหน้ารับคำพูดของเตกิล่าพร้อมกับพูดออกมา แล้วเมื่อเห็นเตกิล่าเลิกคิ้วส่งมาให้เขาก็พูดต่อ

 

“อยากกิน” พูดจบแล้วก็กระพริบตาปริบ ๆ ส่งให้ เหมือนกับรู้ว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วเตกิล่าจะต้องตามใจ ซึ่งเขาก็คิดไม่ผิด เพราะเตกิล่าตามใจจริง ๆ

 

“ไปห้างเวลส์แล้วกัน” เตกิล่าจำได้ว่าที่ห้างเวลส์ของเขามีร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องแซลมอนมาเปิดอยู่ อีกทั้งจะได้ถือโอกาสนี้เดินตรวจการกิจการไปด้วยเลย

 

ลิเคียวดวงตาสว่างวาบขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อเตกิล่าบอกว่าจะไปที่ห้างเวลส์

 

“ซื้อของได้ไหม” ถามแล้วในใจก็คิดไปถึงรายการของที่จะซื้อ 

 

“เอาสิ” เตกิล่าขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อลิเคียวถามามแบบนั้น ในตอนแรกเขาสงสัยว่าไปห้องทำไมจะซื้อของไม่ได้ แต่ไม่นานก็เข้าใจว่าเจ้าตัวถามเพื่อที่จะเดินซื้อของกับเขา

 

บางทีอาจจะอยากให้เขาซื้อให้ 

 

เตกิล่าเผลอนึกไปถึงคู่ควงคนอื่น ๆ ของเขาที่มักจะชอบให้เขาพาเดินห้างเพื่อซื้อกระเป๋า รองเท้า หรือเครื่องประดับแพง ๆ ให้

 

แต่เมื่อถึงเวลาจริง ๆ เตกิล่าก็รู้ว่าตัวเองคิดผิดแล้ว เพราะว่าของที่ลิเคียวบอกว่าจะมาซื้อนั้นไม่ใช่ของที่คู่ควงคนเก่า ๆ ของเขาเคยออดอ้อนขอให้เขาซื้อให้ เพราะของพวกนั้นไม่ได้มีอยู่ในซูเปอร์มาเก็ต

 

ใช่แล้ว ตอนนี้ลิเคียว เตกิล่า พุฒิธรและลูกน้องคนอื่น ๆ ของเตกิล่ากำลังเดินอยู่ในซูเปอร์มาเก็ตที่เต็มไปด้วยสินค้าที่ต้องใช้ในบ้าน และโซนที่พวกเขากำลังเดินกันอยู่นี้ก็คือโซนวัตถุดิบที่จะใช้ทำอาหาร

 

การถึงถึงของผู้ชายตัวโต ๆ หกคนในชุดสูทสีดำกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งอีกคนหนึ่งเป็นจุดรวมสายตาของคนที่มาเดินห้างได้เป็นอย่างดี ยิ่งมีพนักงานเดินตามอย่างนอบน้อมก็ยิ่งทำให้คนทั่วไปอยากรู้อยากเห็นเพิ่มมากขึ้น 

 

“นั่นเตกิล่าปะ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังมากระทบหูของเตกิล่า แต่เขาไม่ได้เหลือบสายตาไปมองดู ยังคงตีหน้านิ่งอยู่ข้าง ๆ ลิเคียวที่กำลังยืนเลือกเนื้อแกะอยู่

 

“เตกิล่าไหน” เสียงเพื่อนของผู้หญิงคนแรกที่จำเตกิล่าได้ถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะมั่นใจนัก

 

“ก็เตกิล่าไง เตกิล่าฝาแฝดของมาร์ตินี่ที่เป็นแฟนวอดก้าอะ” เมื่อเห็นเพื่อนจำไม่ได้ สาวเจ้าก็เริ่มไล่เรียงลำดับความสัมพันธ์

 

“อ๋อ ฝาแฝดของแฟนวอดก้า หล่อว่ะ แฟนวอดก้าก็หล่อแบบนี้ป่ะ ไม่เคยเห็นตัวจริง” เมื่อนึกออกแล้วก็ส่งสายตาสำรวจเตกิล่า 

 

“มึงนี่โง่นะ สองคนนี้เป็นฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกันมาก เตกิล่าหล่อฉิบหายวายวอดขนาดนี้ มาร์ตินี่ก็ต้องหล่อแบบนี้แหละ” 

 

เตกิล่าฟังแล้วก็อดไม่ได้ที่จะคิ้วกระตุก สองสาวเล่นพูดถึงเขาแบบไม่กลัวว่าเขาจะได้ยินเลยสักนิด เป็นพุฒิธรที่ยืนอมยิ้มมองดูเจ้านายถูกนินทาในระยะประชั้นชิด 

 

“เลือกได้หรือยัง” เตกิล่าถามคนที่ยืนเลือกอยู่นานแล้วแต่ก็ยังไม่ได้สักที 

 

“ยัง ต้องเลือกยังไง” ได้ฟังคำตอบแรก เตกิล่าก็คิดว่าเจ้าตัวคงจะยังไม่เจอชิ้นที่ถูกใจ บางทีอาจจะเป็นเพราะใส่ใจกับวัตุดิบมาก ๆ ต้องการได้เนื้อชิ้นที่ดีที่สุด แต่เมื่อได้ยินประโยคหลังตามมา เขาก็รู้ว่าเขาคิดมากไปแล้ว

 

หมายถึงคิดว่าลิเคียวนั้นเลือกเป็น!

 

“สรุปว่าที่เลือกไม่ได้สักทีนี่ก็เพราะว่าเลือกไม่เป็นใช่ไหม” เตกิล่าหรี่ตาถามเสียงเข้ม 

 

“อื้อ” ลิเคียวเงยหน้ามองเตกิล่า แล้วพยักหน้าขึ้นลงยืนยันคำตอบ

 

เตกิล่าเห็นเจ้าตัวยืนยันหน้าตายแบบนั้นแล้วก็ยกมือขึ้นตบที่หน้าผากของตัวเองอย่างปวดหัว

 

“จะทำเมนูอะไรก็บอกพุฒิธรไป พุฒิธรจะจัดการซื้อของให้” เตกิล่าพูดอย่างคนที่จัดสินใจได้ทันที ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

 

“เดี๋ยวนะ นายบอกว่าจะทำมื้อเย็นให้ฉันกิน แต่วัตถุดิบยังเลือกไม่เป็นเลย นายทำอาหารเป็นแน่ ๆ ใช่ไหม” เตกิล่าถามอย่างหวาดระแวง แม้ว่าครัวที่คอนโดมิเนียมของเขาจะไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะทำลายมันทิ้งด้วยการปล่อยให้ลิเคียวเผาครัวของเขาหรอกนะ

 

“ก็ไม่ยากนะ” ลิเคียวเอียงคอกระพริบตาปริบ ๆ แล้วพูดตอบออกมา 

 

“แน่ใจนะ” เตกิล่ายังคงไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก

 

“อื้อ” ลิเคียวพยักหน้ายืนยันหนักแน่นมาก เห็นอย่างนั้นเตกิล่าก็เบาใจลงไปหน่อยหนึ่งแล้ว

 

“งั้นจะทำอะไร” 

 

“สเต็กซี่โครงแกะ” เมื่อลิเคียวพูดจบแล้วเตกิล่าก็มองหน้าลิเคียวนิ่งทันที

 

จะทำสเต็กซี่โครงแกะ แล้วมายืนเลือกเนื้ออกมันอยู่ทำไมตั้งนานสองนาน

 

ลิเคียวตีสีหน้ามึนไม่รับรู้สายตาของเตกิล่า ยื่นมือไปจับเข้าที่ข้อมือหนาของเตกิล่าแล้วลากอีกฝ่ายเดินออกมาจากโซนอาหาร

 

“จะไปไหน” เตกิล่าถามแล้วพยายามจะดึงแขนของตัวเองออกมา แต่มันน่าแปลกมากที่ถึงแม้ว่าเขาจะออกแรงไม่ทั้งหมด แต่มันก็เกินครึ่งซึ่งจัดว่าเยอะมาก เยอะแบบที่ควรจะทำให้เขาหลุดออกจากการเกาะกุมของลิเคียว แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น มือเรียวเล็ก ๆ นั่นยังคงจับข้อมือเขาเอาไว้ได้อย่างมั่นคง

 

เตกิล่าเหลือบหางตามองคนที่ยกโทรศัพท์มาถ่ายรูปเขาเอาไว้ตลอดระยะทาง มีหลายคนที่เป็นแฟนคลับวอดก้า แล้วก็จำได้ว่าเขาคือคนที่หน้าเหมือนแฟนวอดก้า ซึ่งมีทั้งคนที่รู้ว่าเป็นฝาแฝด และคนที่คิดว่าเป็นมาร์ตินี่ 

 

เตกิล่ารู้เลยว่าถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่างกับภาพที่ถูกถ่ายออกไป วันพรุ่งนี้จะต้องมีการเล่นข่าวว่ามาร์ตินี่นอกจากวอดก้ามาเดินห้างกับคนอื่นแน่ ๆ

 

มันชอบมีคนไม่มีสมอง คิดแต่จะหากระแสด้วยวิธีการโง่ ๆ เสมอ เขาควรจะสั่งให้ทนายความเตรียมตัวทำงานดีไหม

 

 เตกิล่าคิดไปแล้วก็เดินตามแรงลากของลิเคียวไปเรื่อย ๆ จนมารู้ตัวอีกทีก็หยุดอยู่ที่หน้าโซนของเด็กเล่นแล้ว

 

เตกิล่ากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ในโซนนี้ตอนที่สร้างเขาวางแผนให้เป็นโซนที่ผู้ปกครองสามารถพาเด็กมาฝากไว้โดยที่ตัวเองไปเดินซื้อของได้อย่างสบายใจ เครื่องเล่นมากมายรวมอยู่ที่นี่ มีของเด็กเล่นขายอยู่หลายแบบ ราคาเริ่มที่หลักร้อยจนถึงหลักหมื่น

 

เมื่อมาถึงลิเคียวก็พาเตกิล่าเดินเข้าร้านขายของเล่นขนาดใหญ่ร้านหนึ่ง เดินไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่ที่โซนที่มีรูบิควางขายเต็มไปหมด

 

เตกิล่ามองรูบิคที่วางเรียงรายอยู่บนชั้น แล้วก็หันมองลิเคียว เขาเห็นแววตาเป็นประกายจากดวงตาสีฟ้าอ่อนนั่น

 

“เล่นเป็นด้วยเหรอ” เตกิล่าถามขึ้นมา สายตากวาดไปทั้งชั้นที่มีรูบิควางอยู่เต็มไปหมด

 

“อื้ม มีคนสอน” เตกิล่าสังเกตว่าตอนที่ลิเคียวตอบคำถามนี้ของเขา แววตาของเจ้าตัวเป็นประกายยิ่งกว่าเดิม ยิ่งตอนที่พูดว่ามีคนสอน น้ำเสียงแหบพร่าที่เขาชอบฟังนั่นคล้ายมีอะไรหลบซ่อนอยู่ในนั้น

 

เหมือนเป็นความคิดถึง ความโหยหา อาลัยอาวรณ์

 

เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วเตกิล่าก็รู้สึกอึดอัดในอกขึ้นมานิดหน่อย คนที่ชอบพูดด้วยน้ำเสียงว่างเปล่า มีคนที่ทำให้เจ้าตัวแสดงอารมณ์ผ่านทางน้ำเสียงได้ด้วยเหรอ คนคนนั้นจะต้องพิเศษมากแน่ ๆ

 

“ช่วยเลือกหน่อย” น้ำเสียงแหบพร่าของลิเคียว พร้อมกับสัมผัสที่แขนทำให้เตกิล่าหลุดออกจากความคิดของตัวเอง เขาก้มลงมองสบตากับดวงตาที่ช้อนขึ้นมองเขาอยู่ของลิเคียว 

 

“อืม” เตกิล่ารับคำในลำคอเบา ๆ แล้วหันไปมองรูบิคที่วางอยู่บนชั้นอีกครั้ง มีหลายขนาด หลายยี่ห้อ และมีทั้งแบบมีแม่เหล็กกับไม่มีแม่เหล็ก 

 

หลังจากที่ดูอยู่ได้สักพักหนึ่งเตกิล่าก็ตัดสินใจไม่ได้เหมือนกัน

 

“นายถนัดแบบไหน” ถามเพราะรู้สึกว่าของแบบนี้คนที่เล่นจะต้องเลือกเองว่าชอบแบบไหน ส่วนเขานั้นชอบแบบไม่มีแม่เหล็ก 

 

เตกิล่าถามออกไปสักพักก็ยังไม่ได้ยินคำตอบจากลิเคียว เขาจึงได้ละสายตาออกจากชั้นวางของแล้วหันไปหาลิเคียว แต่พบว่าเจ้าตัวกำลังมองไปยังจุดจุดหนึ่งอยู่ เมื่อเขามองตามไปก็เห็นว่าตรงมุมร้านนั้นมีเด็กผู้ชายสองคนนั่งอยู่ ดูแล้วน่าจะเป็นพี่น้องกันเพราะอายุต่างกันอยู่หลายปี โดยที่คนน้องนั้นนั่งอยู่บนตักคนพี่ ในมือก็มีรูบิคอยู่หนึ่งอัน เตกิล่าไม่ได้ยินหรอกว่าคนที่ดูโตกว่าเด็กบนตักนั่นพูดอะไร แต่เขาเดาว่าน่าจะกำลังสอนคนน้องเล่นรูบิคอยู่ ดูได้จากการหมุนรูบิคไปพูดไป ศีรษะกลม ๆ ของคนน้องก็พยักหน้าไป ดวงตาของทั้งคู่เป็นประกาย รอยยิ้มสดใสแตะแต้มอยู่ที่ริมฝีปาก

 

เตกิล่ามองสองคนนั้นอยู่สักพักก็ดึงสายตากลับมา มองหน้าลิเคียวที่ยังคงจดจ้องไปยังสองคนนั้นอย่างไม่ลดละ

 

“อยากได้แบบไหน” เตกิล่ายื่นมือไปจับใบหน้าของลิเคียวให้หันมามองที่เขา แล้วถามคำถามเดิมซ้ำออกไปอีกครั้ง

 

ลิเคียวที่อยู่ ๆ ก็โดนจับให้หันหน้ามามองกระพริบตามองเตกิล่าไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบนั่นจะตอบคำถามออกมา

 

“แบบไม่มีแม่เหล็ก” เมื่อลิเคียวตอบแล้วเตกิล่าก็ละมือของตัวเองออกไปจากใบหน้าเรียวสวยของลิเคียว เดินขยับไปทางขวามือของชั้นวาง ซึ่งเป็นจุดที่รูบิคที่มีราคาสูงวางอยู่

 

“อันนี้แล้วกัน” เตกิล่าหยิบมาอันหนึ่งซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาเลือกจากอะไร แต่อาจจะเป็นราคา เพราะราคาของมันสูงที่สุดแล้ว

 

“อื้อ” ลิเคียวส่งเสียงในลำคอพร้อมกับพยักหน้ารับเบา ๆ 

 

เมื่อลิเคียวไม่คัดค้านอะไร เตกิล่าก็ส่งของในมือไปให้ลูกน้องจัดการจ่ายเงิน เมื่อเสร็จแล้วก็พากันเดินออกนอกร้าน เป็นจังหวะเดียวกับที่พุฒิธรเดินมาถึงพอดี

 

“ผมจัดการให้คนเอาของไปเก็บไว้ที่รถแล้วนะครับ” พุฒิธรพูดรายงานเจ้านาย

 

“อืม นายอยากจะเดินดูอะไรอีกหรือเปล่า” เตกิล่าพยักหน้ากับลูกน้องแล้วหันมาถามลิเคียวที่ถือถุงรูบิคเอาไว้ในแนบอก

 

ลิเคียวส่ายหน้าปฏิเสธ 

 

“กลับคอนโด” ตอนแรกเขามีความคิดที่จะตามติดเตกิล่าไปที่บริษัทด้วย แต่ว่าเขาเปลี่ยนใจแล้ว เขาอยากกลับคอนโดมากกว่า

 

เตกิล่าพยักหน้ารับคำของลิเคียวเงียบ ๆ ไม่พูดอะไรอีก หลังจากนั้นขบวนชายฉกรรจ์และชายหนุ่มอีกหนึ่งคนก็เคลื่อนที่ 

 

ลิเคียวและเตกิล่าแยกรถกันไป โดยที่รถคันหนึ่งไปที่บริษัทเวลส์และรถอีกคันไปที่คอนโดของเตกิล่า

 

เมื่อมาถึงคอนโด การ์ดที่มาส่งลิเคียวก็ทำหน้าที่เอาของที่ซื้อมาไปจัดเก็บ ก่อนที่จะขอตัวแยกออกไป ปล่อยลิเคียวไว้ในห้องคนเดียว

 

เมื่อการ์ดกลับออกไปแล้ว ลิเคียวก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาต่อสายหาคนที่อยู่คนละประเทศ 

 

‘ตัวร้าย’

 

รายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ รายชื่อที่ลิเคียวบันทึกเอาไว้

 

รอสายอยู่ได้ไม่นาน ‘ตัวร้าย’ ก็กดรับสาย ลิเคียวส่งเสียงแหบพร่าของตัวเองลงไปทันที

 

“ไม่เห็นว่าเขาจะจำได้สักที ไม่มีทีท่าว่าจะคุ้น ๆ เลยด้วยซ้ำ” น้ำเสียงของลิเคียวนั้นมีความงอแงอยู่ไม่น้อย 

 

‘ตัวร้าย’ ที่อยู่ปลายสายขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปพูดกับคนที่นั่งโอบเอวของตัวเองอยู่ โดยที่ไม่ได้เบาน้ำเสียงเลยสักนิด และนั่นทำให้ลิเคียวที่ติดต่อไปได้ยินด้วย

 

“แน่ใจนะว่าน้องชายคุณไม่ได้ความจำเสื่อม สิบปีที่แล้วเขาก็ไม่เด็กแล้วนี่นะ ไม่น่าจะลืมจนไม่นึกคุ้นอะไรเลยแบบนี้” 

 

ลิเคียวที่ได้ยินแบบนั้นก็ตั้งใจฟังคำตอบด้วย แต่เขาก็ได้ยินแค่เสียงหัวเราะลอดมาตามสายเท่านั้น  

 

(ต่อ)

 

“แน่ใจนะว่าเตกิล่าไม่มีท่าทางว่าจะจำได้หรือว่านึกคุ้นขึ้นมาเลย” ‘ตัวร้าย’ ที่ลิเคียวโทรหาเพื่อขอคำปรึกษาไม่สนใจเจ้าของอ้อมแขนที่โอบรอบเอวเขาไว้แล้วเอาแต่นั่งหัวเราะ หันมากรอกเสียงลงโทรศัพท์เพื่อถามคนที่เป็นฝ่ายโทรหาตัวเอง

 

“อื้อ ทำทุกอย่างที่บอกแล้ว แต่ไม่เห็นว่าจะจำได้” ลิเคียวพูด ดวงตาคู่สวยมีร่องรอยของความเสียใจอยู่เล็กน้อย 

 

“เฮ้ออออ จริง ๆ เรื่องมันก็นานแล้วนะตั้งสิบปี อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อยเพื่อรื้อความทรงจำ ว่าแต่ต้องทำให้จำให้ได้จริง ๆ เหรอ เริ่มต้นใหม่ไปเลยไหม จำเรื่องเก่าไม่ได้ก็ช่างมันสิ ขอแค่หลังจากนี้เขาจำเราได้ไม่ลืมก็พอแล้ว” คนที่ถูกบันทึกเบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วยชื่อ ‘ตัวร้าย’ เริ่มให้คำแนะนำที่สมกับเป็นตัวร้ายทันที น้ำเสียง สีหน้า แววตานั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เล่นเอาคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เห็นแล้วอดขนลุกแทนน้องชายฝาแฝดในใจไม่ได้

 

“อยากให้จำได้ด้วย แล้วก็จำไม่ลืมด้วย” ลิเคียวส่งเสียงงอแงไปตามสาย น้ำเสียงของเจ้าตัวแบบนี้ปกติแล้วจะมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำให้ลิเคียวใช้มันกับตัวเองได้

 

“อืม งั้นก็ต้องเปลี่ยนวิธี ไม่สิ ก็ทำวิธีเดิมนั่นแหละ แต่บางอย่างต้องตัดทิ้งไป เรื่องพูดเป็นคำ ๆ นั่นด้วย ตัดทิ้งไปเลย มันเป็นอุปสรรคต่อการอ้อน ฉันรู้มาว่าเตกิล่าแพ้ลูกอ้อนนาย เพราะงั้นอ้อนไปเยอะ ๆ อ่า แต่แกล้งเยอะ ๆ ด้วยก็ดีเหมือนกัน” ความคิดเห็นหลังนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นความต้องการส่วนตัวของวอดก้าเอง โดยที่พี่ชายฝาแฝดของเตกิล่าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ได้ส่งเสียงห้ามปรามแฟนไม่ให้แกล้งน้องชายตัวเองเลย

 

“อื้อ” ลิเคียวส่งเสียงรับคำในลำคอ จริง ๆ แล้วเรื่องพูดเป็นคำ ๆ นั้นเป็นความคิดของเขาเอง นั่นก็เพราะว่าตอนที่เจอเตกิล่าครั้งแรกนั้น การสื่อสารระหว่างเขาทั้งคู่มันเป็นไปอย่างยากลำบาก ภาษาที่เขาใช้เป็นปกติในชีวิตประจำวัน ภาษาบ้านเกิดของเขานั้นเตกิล่าไม่สามารถสื่อสารมันได้ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องใช้ภาษาสากลเป็นตัวกลางในการสื่อสาร ทว่าตอนนั้นเขาก็ไม่ค่อยถนัดภาษาสากลเท่าไหร่นัก พูดเป็นประโยค ๆ มันยาก ดังนั้นจึงได้แต่พูดเป็นคำ ๆ เอา

 

ลิเคียวคิดเอาเองว่า เมื่อเขาพูดแบบนั้นอีกครั้งในตอนนี้ มันคงจะสะกิดใจเตกิล่าบ้าง แต่เหมือนว่าเขาจะคิดผิด

 

“อย่าทำเสียงหงอยแบบนั้น ท่องไว้ว่าเราไม่ผิด คนที่ผิดคือคนผิดสัญญา คนที่ลืมคำพูดตัวเอง เพราะอย่างนั้นรู้สึกน้อยใจเมื่อไหร่ เสียใจเมื่อไหร่ ก็ลงมือแกล้งคนที่ทำให้เราเป็นแบบนี้ได้เลย แต่ต้องอย่าลืมว่าแกล้งแล้วปลอบด้วย” วอดก้าพูดแนะนำด้วยความเอ็นดู 

 

แม้ว่าเขาเพิ่งจะรู้จักลิเคียวได้ไม่กี่เดือน แล้วตามอายุในชีวิตนี้ของวอดก้า ลิเคียวก็อายุมากกว่าเกือบสองปี แต่ว่าถ้ารวมกับอายุในชีวิตที่แล้วด้วย วอดก้าก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นพี่ชายของอีกฝ่ายมากกว่า มันจึงช่วยไม่ได้เลยที่เขาจะเอ็นดูมากหน่อย

 

มาร์ตินี่มองหน้าคนที่สั่งสอนให้คนอื่นแกล้งน้องชายตัวเองแล้วก็ยิ้มในสีหน้า ไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะห้ามปรามเลยสักนิด ด้วยรู้ดีว่าถ้าเรื่องนี้จบลงอย่างสวยงามจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย และคนที่จะได้ประโยชน์เยอะที่สุดก็คือ เวลส์

 

ใช่ เวลส์ ไม่ใช่ใครอื่นเลย

 

“อื้อ วันนี้หนูแกล้งไปแล้ว แล้วจะปลอบด้วย จะทำสเต็กซี่โครงแกะปลอบล่ะ” ลิเคียวแทนตัวเองว่าหนูกับวอดก้าเพื่อที่จะเริ่มปฏิบัติการอ้อนอีกฝ่ายตามที่เคยได้รับการสั่งสอนมา

 

ฝ่ายวอดก้าที่ได้ยินอีกคนแทนตัวเองว่าหนูก็แทบจะไหลลงไปกองอยู่กับพื้น โดยปกติแล้วเขาไม่ใช่คที่แพ้อะไรแบบนี้เลยสักนิด แต่ว่าลิเคียวนั้นแตกต่างไปจากทุกคน หน้าที่เหมือนแมวหยิ่ง ๆ ของเจ้าตัว เวลาที่พูดหรือทำอะไรออดอ้อนเขา  มันทำให้เขารู้สึกว่าชนะทุกคน เป็นคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกอะไรแบบนั้น

 

และที่สำคัญ มันทำให้วอดก้าค้นพบตัวเองว่าเขาเป็นทาสแมวโดยสมบูรณ์แบบ

 

มาร์ตินี่เห็นแววตาฉ่ำเยิ้มของคนรัก บวกกับเสียงที่ดังลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์มาให้ได้ยินก็ลอบส่ายหน้า เขารู้ว่าวอดก้าบังคับให้ลิเคียวแทนตัวเองว่าหนูทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายนั้นอายุมากกว่า ซึ่งลิเคียวก็ไม่ค่อยชอบจะทำตามสักเท่าไหร่นัก แต่ก็พูดได้คล่องปากไม่เบาเวลาต้องการอ้อน และมันทำให้คนที่ไม่เคยแพ้ใครอย่างคนรักของเขาแพ้ 

 

ฮึ ถ้าอยากฟังคำว่าหนู เขาพูดให้ฟังก็ได้

 

หนูขา พี่รักหนู

 

หนูขา พี่อยากกินหนู

 

หนูขา ขอพี่กอดหน่อย 

 

หนูขา หนูรักพี่ไหม

 

เนี่ย เขาก็พูดได้!

 

โชคดีที่มันเป็นแค่ความคิดในใจของมาร์ตินี่ เพราะถ้าเขาพูดมันออกมา คงจะได้รับสายตาเหยียดหยามจากพิพัฒน์เป็นแน่

 

แล้วเพราะลิเคียวใช้ท่าไม้ตายของตัวเองออกมา ดังนั้นจึงทำให้เตกิล่าตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากโดยไม่รู้ตัว

 

ทั้งพี่ชาย ทั้งพี่สะใภ้ผู้รู้จักลิเคียวดี ลืมกันไปเลยว่าลิเคียวทำอาหารไม่เป็น!

 

เย็นวันนั้นเตกิล่ากลับคอนโดมาด้วยความหวังว่าตัวเองจะได้กินสเต็กซี่โครงแกะของโปรดให้อร่อย แต่พบชิ้นเนื้อไหม้เกรียมวางอยู่บนจาน 

 

“นี่อะไร” เตกิล่าชี้ไปที่ชิ้นเนื้อดำ ๆ บนจานที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ สีหน้าหวาดระแวงผสมกับความไม่อยากจะเชื่อ และไม่อยากจะยอมรับความจริง

 

“เสต็กซี่โครงแกะ” ลิเคียวตอบเตกิล่าเสียงจริงจัง ดวงตาคาดหวังเต็มที่

 

“นาย..นายเรียกไอ้ถ่านดำ ๆ ก้อนนี้ว่าสเต็กเหรอ” เตกิล่าพูดแทบจะไม่ออก และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากจะเดินไปดูครัวของเขาสักหน่อยว่ามันยังอยู่ดีหรือเปล่า

 

“ไม่ใช่ถ่าน สเต็กซี่โครงแกะ” ลิเคียวรีบเถียงเตกิล่าทันทีอย่างไม่ยินยอมให้เตกิล่าได้เข้าใจผิดคิดว่าที่เขาพยายามทุ่มเทไปหลายชั่วโมงนั้นได้ถ่านดำ ๆ กลับมาแทนสเต็กอย่างที่ตั้งใจ

 

แม้ว่ามันจะ เอ่อ ดูแล้วเหมือนถ่านมากกว่าสเต็กอย่างที่เขาว่าจริง ๆ

 

เตกิล่าที่มีคำพูดอย่างจะพูดออกมา แต่เมื่อเห็นสีหน้าหงอย ๆ ของลิเคียวแล้วเขาก็พูดไม่ออก 

 

“เฮ้ออออ” ถอนหายใจแล้วค่อย ๆ นั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะอาหาร หยิบมีดกับส้อมขึ้นมา ใช้ส้อมจิ้มลงไปที่ชิ้นเนื้อดำ ๆ นั่นแล้วใช้มีดหั่น ก่อนจะกลั้นใจส่งมันเข้าปากด้วยความคิดที่ว่าบางทีรสชาติอาจจะดีผิดกับหน้าตา

 

ซึ่งทันทีที่มันแตะปลายลิ้นของเขา เตกิล่าก็รู้ว่าตัวเองคาดหวังมากเกินไป เพราะรสชาติของมันนั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากหน้าตาเลยสักนิด

 

เห็นสีหน้ากล้ำกลืนของเตกิล่าแล้ว ลิเคียวก็ผิดหวังในใจ

 

เขาเคยเห็นวอดก้าทำอาหารให้มาร์ตินี่กินอยู่บ่อย ๆ และมาร์ตินี่ก็หวงอาหารฝีมือของวอดก้ามาก ไม่ยอมให้คนอื่นได้กินด้วย ต้องโดนวอดก้าดุถึงจะยอมแบ่ง เขาเห็นแล้วก็รู้สึกว่าอยากจะเป็นอย่างนั้นบ้าง

 

แต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้เลยในตอนนี้

 

“เอ่อ ให้ผมสั่งอาหารขึ้นมาให้ไหมครับ” พุฒิธรที่มาเห็นสถานการณ์พอดีอดไม่ได้ที่จะพูดเสนอขึ้นมา

 

ลิเคียวและเตกิล่าหันไปมองพุฒิธรทันที 

 

“อื้อ”

 

“ไม่ต้อง” 

 

สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน โดยที่คนที่เห็นด้วยนั้นคือลิเคียว ส่วนเตกิล่าผู้ตกเป็นเหยื่อความคาดหวังนั่นพูดปฏิเสธไป

 

ลิเคียวและพุฒิธรหันมองหน้าเตกิล่าด้วยสายตาสงสัย ก่อนที่ลิเคียวจะเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเตกิล่าดึงข้อมือของเขาให้เดินเข้าไปในห้องครัวพร้อม ๆ กัน

 

เตกิล่ามองห้องครัวของตัวเองที่เหมือนกลายเป็นสนามรบแล้วก็ลอบส่ายหน้าเบา ๆ เป็นอย่างที่กลัวไม่มีผิด

 

“หุงข้างเป็นไหม” เตกิล่าถามลิเคียวอย่างคาดหวัง ซึ่งไม่คาดหวังไม่ผิดหวังจริง ๆ

 

ลิเคียวส่ายหน้าให้กับคำถามของเตกิล่า 

 

“พุฒิธรไปหาซื้อข้าวเปล่ามาหน่อยไป” เตกิล่าสั่งพุฒิธรโดยที่ไม่ได้หันหน้าไปมอง สั่งเสร็จก็เดินก้าวข้ามซากสิ่งของต่าง ๆ ที่ลิเคียวทำไว้แล้วเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบไข่ไก่ขึ้นมา

 

ลิเคียวมองดูเตกิล่าที่เดินไปตั้งเตา วางกระทะแล้วเปิดเตาแก๊ส รอจนกระทะมีควันขึ้นเบา ๆ เตกิล่าก็ตอกไข่ใส่ลงไป

 

“ไข่ดาวเหรอ” ลิเคียวถามด้วยดวงตาเป็นประกาย รอยยิ้มที่ริมฝีปากกว้างขวางทันที และเป็นโชคดีที่เตกิล่ามัวแต่มองไข่ในกะทะจึงไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มนี้ของลิเคียว

 

ไม่อย่างนั้นที่เคยกลัวว่าครัวจะไหม้ อาจจะได้เห็นในตอนนี้ด้วยฝีมือของตัวเองก็เป็นได้

 

เตกิล่าใช้เวลาไม่นานในการทอดไข่ดาวสี่ฟอง โดยแบ่งเป็นของเขากับของลิเคียวคนละครึ่ง ทอดเสร็จก็เป็นจังหวะเดียวกับที่พุฒิธรนำข้าวเปล่ามาให้

 

สรุปว่ามื้อเย็นของวันนี้เปลี่ยนจากสเต็กเนื้อแกะมาเป็นข้าวไข่ดาว

 

“อร่อย!” ลิเคียวพูดชมด้วยรอยยิ้มจนตาหยี เตกิล่าเห็นแล้วก็ยกยิ้มที่มุมปากตาม แววตามีร่องรอยบางอย่างพาดผ่าน

 

พุฒิธรที่ยืนมองดูอยู่ก็รู้สึกแปลกใจ

 

เขาไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกไปเองหรือเปล่า แต่เขารู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างเจ้านายของเขากับลิเคียวนั้นมันแปลกไป แปลกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.176K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,638 ความคิดเห็น

  1. #5505 Panawin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 20:06
    หนู พะน๊ะะ อย่าหาทำาาา
    #5,505
    0
  2. #4932 Krystal wing (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 23:28
    เตกีล่าไม่รู้สึกgame onบ้างอ่อ
    #4,932
    0
  3. #4401 khunsom08 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 19:04
    แกล้งกันนี่เอง
    #4,401
    0
  4. #3312 Nichan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 18:56
    มาร์ตินี่แย่งซีนตอนนี้ด้วยคำว่าหนู55555555555
    #3,312
    0
  5. #3160 PaiiKanj (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 19:35
    น้องงงงงง น่าเอ็นดูมากค่ะ
    #3,160
    0
  6. #2905 noo_parekapoom (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 14:43
    น้องรุกกกกกก
    #2,905
    0
  7. #2799 K_INK (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 11:46
    ตอนมาร์ตินี่เรียกตัวเองว่าหนูคือขำพรืบ หัวเราะท้องแข็งอ่ะ5555555555555
    #2,799
    0
  8. #2793 chompoo281223 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 07:24

    พี่- กุขอล้อง เอาไรมาหนู

    #2,793
    0
  9. #2674 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 21:06
    จำได้แล้วรึป่าว
    #2,674
    0
  10. #2619 อยากกินเสียวหลงเปา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 13:14
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #2,619
    0
  11. #2613 tang_thai°°° (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 11:29
    น้อนลิเคียวลูก แทนตัวว่าหนูอีกได้ไหมมม
    #2,613
    0
  12. #2495 angle-wing (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 12:45
    คำว่าหนูของลิเคียวคือจะละลาย แต่คำว่าหนูของพี่มาร์คือน่าหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก
    #2,495
    0
  13. #2334 CrystBlue_DeepBlue (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 13:38
    หายความจำเสื่อมแล้วสินะน้อง 5555
    #2,334
    0
  14. #2301 PraewPacharee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 00:52
    ที่แท้ก็ลิเคียวกับเตกีลา ก็ว่าทำไมวอดก้าไม่หึงมาตินี่ เข้าใจแล้วค่า
    #2,301
    1
    • #2301-1 nok173(จากตอนที่ 16)
      2 กันยายน 2563 / 15:00
      คำว่าหนูของลิเคียวคือน่ารัก แต่ของพี่มาร์ ฉันถึงขั้นสำลักน้ำลายตัวเอง
      #2301-1
  15. #2160 1995nuun (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 23:03
    น้องน่ารักจังเลยวุ้ยยย
    #2,160
    0
  16. #2150 chyanin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 18:49
    หนู หนูคนเดียวเลยแบบนี้ ว่าแต่เตกีล่าพอจะได้แล้วใช่ไหม เราว่าต้องใช่
    #2,150
    0
  17. #2136 สาววายนิสัยดีนะ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 16:17
    น้อนนนนนนรนนนทั้งฉองงงง
    #2,136
    0
  18. #2128 vodkanaja2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 13:20
    โธ่ ก้อว่าไมน้องลิเด็ดขนาดนี้ได้วอดก้าเป็นครูให้นี้เอง งุ้ยยยยยเลิฟเลย ใดๆเลยอย่ามาแกล้งน้องลินะ จะฟ้องยัยก้าฟาดให้
    #2,128
    0
  19. #2121 Nanthara (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 11:01
    น้องวอดก้าต้องจับหนูลิเคียวมาสอนหลักสูตรเข้าครัวด่วน555555555555555
    #2,121
    0
  20. #2092 PENECIA (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 00:28
    สนุกมากกกกกกก
    #2,092
    0
  21. #2083 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 23:44

    ชั้นเกลียดความ หนูขาาาาา ของแก มาร์ตินี่! 55555

    #2,083
    0
  22. #2077 Varisara-Poppy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 23:18
    น้อนนนนนนนนนนนน
    #2,077
    0
  23. #2052 PERSIA.M (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 21:35
    ใจสั่นเลยจ้าาา
    #2,052
    0
  24. #2034 เดี้ยนเองค้าาาาาาา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 21:09
    แง้น่ารักกกกกก หมั่นเขี้ยว บรรยากาศมุ้งมิ้งมากกก สงสารเลขาเป็นส่วนเกินอีกแล่ววว
    #2,034
    0
  25. #2019 Ferrier (เฟริเรียร์) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 20:51
    โอ้ว

    ตายๆๆๆ นี่ทาสแมวตัวแม่เลย

    แอแงงงง ลิเคียวค้าบ ลิเคียวววววว
    #2,019
    0