นอนกับผมสิครับ #อยากกินเตกิล่า

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,431 ครั้ง
    22 ส.ค. 63

บนเตียงนอนหลังใหญ่ปรากฏภาพชายสองคนนอนกอดกันแน่น ไม่สิ อันที่จริงต้องบอกว่าชายหนุ่มที่อยู่ในชุดนอนแขนขายาวเรียบร้อยนั้นกอดรัดชายหนุ่มที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเอาไว้แน่นมากกว่า ศีรษะกลม ๆ ที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมสีดำวาววับนั่นก็หนุนอยู่บนอกแกร่ง ไม่รู้ว่าเจ้าของอกรู้สึกหนักบ้างหรือเปล่า นอนหลับสนิทหรือไม่ แต่คนตัวเล็กกว่านั่นนอนสบายอย่างแน่นอน มองจากลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะ ใบหน้าที่มีรอยยิ้มประดับริมฝีปากน้อย ๆ นั่น

 

ใบหน้าที่มักจะเรียบนิ่งเป็นนิจ ยามนี้มีรอยยิ้มประดับริมฝีปาก แม้ว่ามันจะบางเบา ทว่ามันก็น่ามองเป็นอย่างยิ่ง เสียดายเพียงความน่ามองนี้ไม่มีใครมีโอกาสได้มองในยามนี้ 

 

แสงแดดอุ่น ๆ ลอดผ่านรอยแยกผ้าม่านเข้ามาตกกระทบเข้าที่ใบหน้าของลิเคียว เปลือกตาสีมุกขยับไหวอยู่สองสามครั้งก่อนจะค่อย ๆ เปิดปรือขึ้นมา เผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าที่ตอนนี้เป็นประกายกระจ่างใส ความง่วงงุนยังปรากฏอยู่ในดวงตา แต่ก็รับรู้ได้ถึงสัมผัสอุ่น ๆ ที่ข้างแก้ม เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะ แผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะจนทำให้ศีรษะของเขาที่ซุกซบอยู่เคลื่อนไหวตามไปด้วย

 

ลิเคียวค่อย ๆ ยกศีรษะของตัวเองออกมาอย่างแผ่วเบา ดวงตาที่มักจะจับความรู้สึกไม่ได้ตอนนี้เป็นประกายแวววาว ริมฝีปากที่มุมยกสูงเมื่อครู่นี้แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่สามารถมองเห็นไรฟันได้

 

ลิเคียวกวาดสายตามองเตกิล่าที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงเคียงข้างเขา มองเห็นว่ายามที่เขายกศีรษะออกมานั้น หัวคิ้วของเตกิล่าขมวดเข้าหากันอยู่ชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะคลายออก และสีหน้ายามนอนหลับของเขาก็ผ่อนคลายมากกว่าตอนแรก อาจจะเป็นเพราะสิ่งที่กดทับอยู่บนหน้าอกหายไปทำให้เขานอนได้สบายตัวมากขึ้น

 

คนที่เป็นฝ่ายตื่นนอนก่อนไม่ได้รบกวนการนอนของเตกิล่า เขาขยับตัวลงจากเตียงอย่างช้า ๆ ก้าวลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง ก้าวเดินออกจากห้องด้วยฝีเท้าอันแผ่วเบา 

 

เมื่อก้าวออกมาจากห้องนอนได้แล้ว ลิเคียวก็เดินไปยังห้องนอนเล็ก ห้องที่เตกิล่ายกให้เขาเมื่อวานนี้ แต่เขากลับทำการบางอย่างจนแอร์ใช้การไม่ได้ แล้วได้ย้ายไปนอนห้องนอนใหญ่ของเตกิล่าแทน

 

เมื่อวานนี้ย้ายเพียงแค่ตัว แต่ข้าวของเสื้อผ้าก็ยังคงอยู่ในห้องนอนเล็ก ลิเคียวคิดจะใช้มันเป็นห้องแต่งตัวของตัวเอง

 

เมื่อเข้ามาในห้องเล็กแล้ว ลิเคียวก็ปลดเปลื้องชุดนอนออก เหลือเพียงแค่ร่างกายเปลือยเปล่าแล้วเดินเข้าไปจัดการอาบน้ำล้างหน้า ใช้เวลาจัดการตัวเองอยู่ไม่นาน ลิเคียวก็เดินกลับออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับชุดคลุมอาบน้ำที่มีสายรัดเอวอย่างลวก ๆ เท่านั้น 

 

มือเรียวสวยรื้อกระเป๋าเสื้อผ้า หาชุดมาสวมใส่ เขาเลือกเสื้อยืดสีดำสนิทกับกางเกงสกินนี่สีเดียวกับเสื้อยืด ทำให้ตอนนี้ลิเคียวอยู่ในชุดสีดำทั้งตัว กลายเป็นชายหนุ่มที่น่าค้นหาไม่น้อยเลย

 

เมื่อจัดการอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ลิเคียวก็เดินออกมาจากห้อง เป็นจังหวะที่พุฒิธรเดินเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นพอดี

 

“สวัสดีตอนเช้าครับคุณลิเคียว” ลิเคียวมองคนที่กล่าวทักทายยามเช้าเขาแล้วก็พยักหน้าเบา ๆ พร้อมส่งเสียงตอบรับในลำคอ

 

“อืม” หลังจากที่เขาตอบรับไปแค่นี้ เขาก็มองเห็นแววตาประดักประเดิดในดวงตาของอีกฝ่าย 

 

“เอ่อ บอสยังไม่ตื่นเหรอครับ” ลิเคียวมองคนที่ถามเขาแล้วลอบส่งสายตามองไปยังประตูห้องนอนที่เขาเพิ่งจะเดินออกมา 

 

“ยัง ห้องใหญ่” ลิเคียวตอบกลับไปอย่างนั้นเพื่อให้พุฒิธรรู้ว่าเจ้านายของเขานั้นไม่ได้นอนอยู่ห้องนอนเล็ก แต่เจ้าตัวนอนอยู่ที่ห้องนอนใหญ่

 

คำตอบของลิเคียวทำเอาพุฒิธรสงสัยขึ้นมา คนหนึ่งเพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนเล็ก อีกคนยังคงนอนอยู่ที่ห้องนอนใหญ่ เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ เจ้านายและคนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ไม่ได้ทำอะไร ๆ กันตามสัญญาเมื่อคืนเหรอ หรือว่าทำแล้ว แต่แยกห้องกันนอนเหมือนที่เจ้านายเขาชอบทำบ่อย ๆ

 

พุฒิธรไม่มั่นใจว่าเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลัง แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง นั่นแปลว่าลิเคียวไม่ได้พิเศษไปกว่าคนอื่น ๆ อย่างที่เขาคิดเอาไว้เหรอ

 

ลิเคียวเห็นสายตาของพุฒิธรก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าตัวต้องกำลังคิดอะไรอยู่แน่นอน ทว่าเมื่อไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ เขาก็จะไม่พูดอะไรออกไป อันที่จริงก็ขี้เกียจพูดอยู่แล้ว

 

“เอ่อ ผมขอตัวไปปลุกบอสก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวจะออกมาจัดมื้อเช้าให้ วันนี้คุณลิเคียวต้องเข้าไปที่เวลส์เอ็นด้วยนะครับ” พุฒิธรเห็นว่าได้เวลาที่เจ้านายของเขาจะต้องตื่นไปทำงานแล้วก็พูดขึ้นมา ทั้งยังไม่ลืมบอกเรื่องที่วันนี้ลิเคียวต้องเข้าไปที่เวลส์เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ด้วย

 

ลิเคียวผงกศีรษะรับคำ รอจนพุฒิธรเดินเข้าห้องนอนใหญ่ของเตกิล่าไป เขาก็ยกโทรศัพท์มือถือที่ถือติดมืออยู่มาส่งข้อความ

 

‘อย่าลืมทำตามที่ตกลงกันไว้’

 

รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นหลังจากที่ส่งข้อความไปแล้ว เขาเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา รอคอยให้ผู้เป็นเจ้าของห้องเดินออกมา

 

ลิเคียวใช้นิ้วชี้เคาะกับโซฟาเป็นจังหวะอย่างสบายอารมณ์ ริมฝีปากยังคงมีรอยยิ้มประดับ ทว่าเมื่อประตูห้องนอนใหญ่เปิดอีกครั้ง โดยมีร่างสูงของพุฒิธรเดินกลับออกมา รอยยิ้มบนริมฝีปากสีสดก็เลือนหายวับไป พร้อม ๆ กับประกายตา กลายเป็นความว่างเปล่าเย็นชาเข้ามาแทนที่

 

“บอสอาบน้ำอยู่ครับ สั่งว่าถ้าคุณลิเคียวหิวก็ให้รับมื้อเช้าก่อนได้เลย” พุฒิธรพูดบอกกับลิเคียวตามที่เจ้านายสั่งมา 

 

“รอได้” ลิเคียวตอบเพียงสั้น ๆ ด้วยความขี้เกียจพูดอะไรยืดยาวกว่านี้ เขาขี้เกียจเกินจะบอกว่าปกติแล้วเขาไม่กินมื้อเช้า แต่คิดว่าการได้นั่งร่วมโต๊ะกินมื้อเช้ากับเตกิล่าก็เป็นอะไรที่ไม่เลวเหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่ได้ปฏิเสธออกไป

 

พุฒิธรมองลิเคียวที่ตอบมาแค่นั้นแล้วก็เงียบไป เขาก็รู้สึกอยากจะพูดอะไรเพื่อทำลายความเงียบบ้าง แต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าไม่ควรจะพูดดีกว่า ปล่อยให้เจ้านายของเขาจัดการเอาเอง ถึงยังไงก็ถือได้ว่าเป็นคนของเจ้านาย

 

เมื่อลิเคียวไม่พูด พุฒิธรไม่พูด บรรยากาศก็ดำเนินไปด้วยความเงียบสงบ ไม่ได้มีความกดดันอะไร มันเป็นอย่างนี้ไปจนกระทั่งประตูห้องนอนที่ลิเคียวอาศัยนอนมาตลอดคืนเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เป็นเจ้าของแผงอกที่ลิเคียงใช้หนุนนอนต่างหมอนมาทั้งคืน เป็นเตาอุ่น ๆ ร้อน ๆ ที่สร้างความอบอุ่นยามนอนให้แก่เขา

 

เมื่อเตกิล่าปรากฏตัวขึ้น สายตาที่ไม่มีจุดหมายของลิเคียวเมื่อครู่นี้ก็ย้ายไปที่เตกิล่าทันที เขามองดูคนที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงสแลกสีดำสนิท ที่รอบเอวมีเข็มขัดราคาแพงคาดอยู่ ส่วนที่ข้อมือก็มีนาฬิกาสายโลหะสีเงิน หน้าปัดประดับไปด้วยเพชรมองดูแล้วประเมินราคาคร่าว ๆ แล้วเจ็ดหลักได้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้วสิ่งที่ดึงดูดสายตาของลิเคียวมากที่สุดก็คือใบหน้าที่มีแต่ความหงุดหงิดและดวงตาที่แข็งกระด้างนั่น

 

“นอนไม่พอเหรอ” ลิเคียวส่งเสียงถามออกไป เขาพยายามข่มกลั้นอารมณ์ขันของตัวเอง บังคับริมฝีปากและแววตาของตัวเองให้ไม่ยิ้ม ให้มันแสดงออกแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น

 

ลิเคียวรู้ดีเลยว่าคำถามของเขาจะต้องทำให้เตกิล่าอารมณ์เสียมากขึ้นแน่ ๆ และมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เมื่อดวงตาคู่คมสีเทาอมฟ้าของเจ้าตัวตวัดมองเขาอย่างเย็นเยียบ ริมฝีปากเหยียดตึง 

 

มองดูแล้วน่าแกล้งให้หนักกว่านี้อีก

 

ตอนนั้นไม่เห็นรู้เลยว่าจะน่าแกล้งขนาดนี้

 

คนที่เคยแต่ชอบรังแกคนอื่น ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อให้คนอื่นกลั่นแกล้งรังแกแทนแล้ว 

 

“เมื่อคืน หลับสบายมาก” ลิเคียวมองเตกิล่าที่หมุนตัวเดินไปยังโซนของโต๊ะอาหารแล้วก็เปิดปากพูดตามหลังขึ้นมา แววตามีร่องรอยขบขันวูบหนึ่งแล้วจางหายไปอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครทันสังเกตเห็น 

 

เตกิล่าชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเดิน สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วบอกตัวเองว่าอย่าไปสนใจ เมื่อบอกตัวเองอย่างนั้นแล้วก็ก้าวเดินไปข้างหน้า ไม่หันกลับไปมองลิเคียวเลยสักนิด

 

พุฒิธรที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าเห็นเจ้านายของตัวเองแสดงออกอย่างหมางเมินเย็นชากับลิเคียวทั้ง ๆ ที่ลิเคียวกำลังชวนคุยอยู่นี้ก็อดที่จะรู้สึกสงสารลิเคียวขึ้นมาไม่ได้ เขาสงสายตาเห็นใจไปยังลิเคียว

 

อาจจะเป็นไปได้ว่าเจ้านายของเขาเบื่อแล้ว

 

สองครั้งแล้วนี่นะ

 

พุฒิธรไม่รู้เลยว่าสองครั้งที่เขาเข้าใจนั่นไม่ใช่จำนวนครั้งที่เตกิล่าได้ลิเคียว แต่เป็นสองครั้งที่ลิเคียวหลับใส่เตกิล่า ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายเจ้านายของเขานั้นพรั่งพร้อมเต็มที่แล้ว

 

ลิเคียวที่เห็นสายตาสงสารของพุฒิธรที่ส่งมาก็ส่งสายตาว่างเปล่าตอบกลับไป แล้วเดินตามเตกิล่าไปยังโต๊ะอาหารอย่างเงียบ ๆ

 

มื้อเช้าดำเนินขึ้นและผ่านไปอย่างกระอักกระอ่วนในความรู้สึกของพุฒิธร และอาจจะไม่ใช่มื้อเช้าที่ดีนักของเตกิล่าด้วยเมื่อเจ้าตัวไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่พร้อมจะกินอะไร มีเพียงคนที่บอกตัวเองว่าไม่ชอบทานมื้อเช้าเท่านั้นที่ดูแล้วเจริญอาหารยิ่ง ยิ่งเห็นสีหน้าของเตกิล่าเย็นเยียบมากขึ้นเท่าไหร่ ปริมาณอาหารที่ลิเคียวกินเข้าไปก็มากขึ้นเท่านั้น 

 

พุฒิธรมองดูคนที่เติมข้าวเป็นครั้งที่สาม ในขณะที่เจ้านายของเขากินข้าวไปได้แค่สามคำ ก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่าเมื่อครู่ความสงสารของเขาอาจจะไม่จำเป็นสักเท่าไหร่

 

“กินเสร็จแล้วก็ไปทำงานกันสักที” เตกิล่าไม่สามารถคีพลุคเจ้าชายผู้แสนอบอุ่นที่มักจะชอบแสดงต่อหน้าเหยื่อของตัวเองได้แล้ว ต่อหน้าลิเคียวเขามีแต่จะหลุดอารมณ์ หลุดการควบคุมตัวเองเสมอ

 

และนั่นมันก็เป็นเป้าหมายของลิเคียว ที่เขาทำไปทั้งหมดไม่ใช่เพื่อต้องการแตกต่างจากคนอื่น แต่ต้องการให้เตกิล่าปฏิบัติตัวกับเขาแตกต่างจากคนอื่นต่างหาก

 

“ไปที่เวลส์เอ็นเลยใช่ไหมครับ” พุฒิธรมองลิเคียวแล้วหันไปมองเตกิล่าพร้อมกับถามออกมา 

 

“อืม” เตกิล่าที่ตอนแรกคิดจะให้รถแยกไปส่งลิเคียวที่เวลส์เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ส่วนเขาเข้าตึกเวลส์ก็มีอันต้องเปลี่ยนใจเมื่อเห็นสายตาของลิเคียวที่จ้องมองมา มันว่างเปล่าคาดเดาอารมณ์ไม่ได้เหมือนเดิมนั่นแหละ แต่มันทำให้เขาใจอ่อนโดยไม่รู้ตัว

 

เมื่อได้รับคำตอบจากเตกิล่าแล้ว ทั้งหมดก็ทยอยขึ้นรถก่อนที่ขบวนรถจะเคลื่อนที่

 

ใช้เวลาไม่นานในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเวลส์เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ลิเคียวกวาดสายตามองตึกสูงที่อยู่ตรงหน้า มองกลุ่มคนมากมายหลายวัยที่ยืนอยู่หน้าตึก แต่ละคนนั้นมีป้ายไฟ มีสิ่งของถืออยู่ในมือ แต่ที่สะดุดตาไม่แพ้ป้ายไฟเห็นทีจะเป็นกล้อมตัวใหญ่ที่อยู่ในมือของพวกเขามากกว่า

 

บางคนก็เป็นแฟนคลับที่มารอถ่ายศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ บางทีก็เป็นนักข่าวสายบันเทิงที่มาดักรอสัมภาษณ์ศิลปิน 

 

เมื่อไหร่ก็ตามที่มีรถแล่นเข้ามาที่หน้าตึกมักจะเรียกสายตาของกลุ่มคนเหล่านี้ได้ดี และคราวนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องยกเว้น โดยเฉพาะนักข่าวที่จำได้ดีว่าขบวนรถที่แล่นเข้ามานี้เป็นรถของเตกิล่า เวลส์ ฝาแฝดผู้น้องที่ตอนนี้กลายเป็นเป้าหมายเดียวของสาว ๆ เมื่อแฝดผู้พี่มีเจ้าของจับจองไปเรียบร้อยแล้ว

 

เสียงฮือฮาของนักข่าวดังขึ้นอย่างกับผึ้งแตกรัง กล้องที่อยู่ในมือของแต่ละคนทำหน้าที่ของมันทันที เสียงแฟลช เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นรัว ๆ มีหลายคนที่พยายามจะวิ่งเข้าหาขบวนรถ แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกันออกห่างไปก่อน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาละความพยายามที่จะเก็บภาพ ต่อให้กระจกรถจะหนาจนยากที่จะได้ภาพชัด ๆ ก็ตาม

 

ลิเคียวกวาดสายตามองนักข่าวที่พยายามจะถ่ายภาพอยู่ด้านนอก แล้วหันมามองหน้าคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นว่าเตกิล่าไม่มีปฏิกิริยาอะไรก็รู้ว่าเจ้าตัวคุ้นเคยดีกับเหตุการณ์พวกนี้

 

หลังจากที่รถแล่นเข้ามาจอดยังที่จอดรถสำหรับผู้บริหารโดยเฉพาะ เตกิล่าก็เดินนำลิเคียวเข้าตึก จุดหมายปลายทางก็คือห้องทำงานของเขา

 

ยามเตกิล่าพร้อมด้วยลิเคียวและคนอื่น ๆ เดินผ่านก็มักจะเรียกสายตาของทีมงานในบริษัทได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีสายตาของเทรนนีที่ค่ายรับเข้ามาฝึก และศิลปินบางคนที่วันนี้เข้ามาเพื่อพูดคุยเรื่องงาน

 

เกือบทุกคนสงสัยใคร่รู้ว่าลิเคียวที่เดินอยู่เคียงข้างเตกิล่านั้นเป็นใคร แต่ว่ามีคนกล้าสงสัยแต่ไม่กล้าถามอยู่มากมาย ดังนั้นพวกเขาต้องแบกรับความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นนี้เอาไว้เอง 

 

ลิเคียวไม่สนใจสายตาที่มองมาของคนอื่น ๆ เขาเดินเคียงข้างเตกิล่าไปอย่างเงียบ ๆ จนมาถึงห้องทำงานของเตกิล่า

 

“พาเขาไปหากฤติ” เตกิล่าสั่งการกับพุฒิธรหลังจากที่นั่งลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานเรียบร้อยแล้ว ทว่าในจังหวะเดียวกันนั้นประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกเคาะเสียก่อน ก่อนที่คนที่เขาเพิ่งจะพูดถึงจะเปิดประตูเดินเข้ามา

 

 ลิเคียวหันมองคนที่เพิ่งจะเดินเข้ามาด้วยสายตาเรียบนิ่งไมบ่งบอกอารมณ์ใด มองอยู่เพียงชั่วแวบเดียวแล้วก็หันสายตากลับมามองไปยังเตกิล่าเหมือนเดิม

 

เตกิล่าเห็นว่าลิเคียวมองกฤติแค่แวบเดียวแล้วก็หันกลับมามองเขาเหมือนเดิม ความพึงพอใจก็พาดผ่านแววตาชั่วแวบหนึ่ง

 

“กำลังจะให้พุฒิธรพาเขาไปเจอนายอยู่พอดี ลิเคียว นี่คุณกฤติ เป็นหุ้นส่วนใหญ่อีกคนของที่นี่ ส่วนมากงานที่นี่มีเขาดูแลรับผิดชอบ” เตกิล่าแนะนำกฤติให้กับลิเคียวได้รู้จัก ส่วนลิเคียวนั้นเขาไม่ได้แนะนำกับกฤติเพราะคิดว่าไม่จำเป็น

 

“สวัสดีครับ” ลิเคียวพูดทักทายออกไปก่อนอย่างสั้น ๆ 

 

“สวัสดีครับ ทางนิตยสารเดอะไทม์แจ้งกำหนดการณ์คร่าว ๆ มาแล้วนะ อีกสามวันจะมีการลองถ่ายหน้ากล้องก่อน โชคดีที่พวกเขาจะมาถ่ายกันที่นี่ พวกเราเลยไม่ต้องเตรียมตัวเดินทาง” กฤติทักทายลิเคียวกลับ ก่อนที่จะพูดเข้าเรื่องงานทันที เขาพูดพร้อมกับเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเตกิล่า

 

เมื่อได้ยินคำพูดของกฤติ เตกิล่าก็ขมวดคิ้ว เขารู้สึกว่ามันกระชั้นชิดมาก และไม่รู้ว่าลิเคียวจะเตรียมตัวทันหรือเปล่า เขาส่งสายตาไปยังลิเคียว แต่ไม่เห็นว่าเจ้าตัวจะมีปฏิกิริยาอะไร ทำเหมือนว่ามันไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

 

“คุณลิเคียวไม่จำเป็นต้องปรับลุคเพราะว่าทางนิตยสารลงตัวที่ลุคแบบนี้แล้ว แต่ว่าเรื่องการทำงานน่าจะต้องฝึกฝนสักหน่อยก่อนที่จะปล่อยให้ไปลองหน้ากล้อง ไม่อย่างนั้นเวลส์เอ็นของพวกเราจะขายหน้าได้” กฤติพูดพร้อมกับลอบมองลิเคียวสลับกับเตกิล่า

 

เตกิล่าพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของกฤติ เขากำลังจะบอกให้ตามครูฝึกสำหรับฝึกโมเดลมา แต่ว่ายังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรออกไป เสียงของกฤติก็ดังขึ้นอีกครั้งเสียก่อน

 

“แต่ว่าตอนนี้ครูฝึกโมเดลแต่ละคนของเราตามนายแบบนางแบบไปที่งานแฟชั่นวีคที่ประเทศเอหมดแล้ว ตอนนี้ทั้งบริษัทนอกจากศิลปินคนอื่นที่ตอนนี้งานรัดตัว ก็ไม่มีใครที่มีประสบการณ์ถ่ายแบบเดินแบบแล้ว….นอกจากนาย” สามคำสุดท้ายนั่นเตกิล่าก็รู้จุดประสงค์ของกฤติที่มาหาเขาถึงห้องทำงาน

 

ไม่น่าถึงไม่ยอมรอให้เขาพาคนไปส่ง แต่มาหาเขาถึงที่

 

“ฉันไม่ว่างขนาดนั้น นายคิดว่าคนอย่างเตกิล่า เวลส์มีเวลาว่างนักเหรอ” เตกิล่าปฏิเสธทันทีแบบไม่ต้องคิด

 

“ว่าง ตอนกลางคืน สอนได้” ลิเคียวที่นั่งฟังอยู่มีหรือจะปล่อยให้เตกิล่าได้ปฏิเสธ เขาพูดขึ้นมาทันทีที่เตกิล่าพูดปฏิเสธจบ แสร้งตีหน้าซื่อตาใส ไม่สนใจสายตาเย็นเยียบของเตกิล่าที่มองมา

 

“นั่นไง นายสอนตอนนั้นก็ได้ เป็นนายน่ะแหละเหมาะสมที่สุดแล้ว อ้อ นอกจากนี้แล้วเรื่องผู้จัดการส่วนตัวของคุณลิเคียว ตอนนี้ผู้จัดการศิลปินของบริษัท..” 

 

“อย่าบอกนะว่าผู้จัดการศิลปินของบริษัทก็ไม่มีใครว่างอีก” เตกิล่าพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่กฤติจะพูดจบ เขาสังหรณ์ใจว่ากำลังจะได้ยินเรื่องยุ่งยากบางอย่าง

 

“เสียใจที่ต้องบอกอย่างนั้นนะ แล้วก็ต้องบอกต่อด้วยว่าฉันคิดจะให้นายเป็นผู้จัดการส่วนตัวของคุณลิเคียวไปก่อนสักพัก ก่อนที่ฉันจะหาคนมาแทนได้ เอาตามนี้นะ” พูดจบแล้วก็รีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากห้องทันที เตกิล่าส่งเสียงเรียกเอาไว้ยังไงก็ไม่ยอมอยู่ต่อ

 

“หน้าฉันเหมือนคนที่มีเวลาว่างนักหรือไง” เตกิล่าหันไปตามลูกน้องของตัวเองอย่างหัวเสีย แล้วมองหน้าลิเคียวที่จ้องมองมาที่เขาตาปริบ ๆ

 

“เฮ้อ ฉันจะหาคนมีประสบการณ์มาดูแลนายแล้วกัน” เตกิล่าถอนหายใจแล้วพูดออกมา ในหัวตอนนี้เขามีอยู่คนคนหนึ่งที่เขาจะโยนภาระไปให้ได้ เท่าทันความคิด มือหนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก

 

“มาร์ ตอนนี้วอดก้าไม่ได้รับงานในวงการอะไรอีกใช่ไหม ขอยืมตัวกวินมาสักพักได้หรือเปล่า” ทันทีที่ปลายสายกดรับ เตกิล่าก็กรอกเสียงของตัวเองลงไปทันที

 

ลิเคียวที่ได้ยินเตกิล่าพูดอย่างนั้นดวงตาก็มีประกายบางอย่างพาดผ่านชั่วแวบหนึ่งทันที ก่อนที่ความพอใจจะเกิดขึ้นในอกเมื่อเห็นว่าเตกิล่านิ่งเงียบไป ลิเคียวไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไร แต่มันจะต้องเป็นประโยคปฏิเสธอย่างแน่นอน

 

แน่นอนว่าเขามั่นใจว่ามาร์ตินี่จะไม่ทำให้เขาผิดหวัง หรือถ้ามาร์ตินี่ทำ เขาจะฟ้องวอดก้าทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.431K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,655 ความคิดเห็น

  1. #5650 munkrishear (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 23:45
    5555555555555พี่มาร์ก็คือกลัวยัยก้าไม่ไหววว ลิเคียวยัยน้องร้ายมากค่าาา
    #5,650
    0
  2. #5543 desbestiny (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 13:55

    นั้นไง ว่าแล้วว่ามันต้องมีเงือนงำ 5555 รู้เห็นกันหมดยกเว้นเตกิล่าแน่ๆ ไว้อาลัยพี่เต 3 วิ

    #5,543
    0
  3. #5488 pommys (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 14:41
    ฟ้องวอดก้าเลยยย
    #5,488
    0
  4. #5443 saranyaphirom (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 07:38
    ลิเคียวนี้รู้จักทั้งสามคนเลยใช่ไหม
    #5,443
    0
  5. #5169 tangope (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 10:23
    อู้หู... รุ้สึกลิเคียวเส้นใหญ่แบคดีมากกก
    #5,169
    0
  6. #5012 nuengjan_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 19:03
    วอดก้านี่เป็นพี่ยัยน้องลิเคียวรึป่าวว?
    #5,012
    0
  7. #5011 JANIS_JK (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 16:51
    หืมม รู้จักกันหรออ
    #5,011
    0
  8. #4929 Krystal wing (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 23:07
    วอดก้ากับมาร์ก็เอาหรอ จริงๆถ้านี่เป็นเตกิล่าจะโกรธนะ
    #4,929
    0
  9. #4776 Buzzzzzzzzzz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2563 / 11:02
    เค้าวางแผนแกล้งเตกีบ่ากันเหรอ
    #4,776
    0
  10. #4392 khunsom08 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 18:25
    ร้ายกาจมาก
    #4,392
    0
  11. #4102 Mabaeklol (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 08:51
    เตกีล่าโดนแล้ว5555555
    #4,102
    0
  12. #3474 0984363270 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 16:05
    ซ้อเล็กจะฟ้องซ้อใหญ่แล้ว55555555
    #3,474
    0
  13. #3361 NIJINA (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 23:16
    หึหึ โดนแกล้งซะแล้ว
    #3,361
    0
  14. #3292 Nichan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 17:55
    เดี๋ยวนะ แผนนี้มีกี่คนเนี่ยยยยยยย ใครบ้างงงเผยออกมาให้หมดด
    #3,292
    0
  15. #3141 PaiiKanj (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 18:17
    พี่เตโดนรุมเหรอคะเนี่ย😂😂😂
    #3,141
    0
  16. #2912 AA248 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 16:25
    เตกีล่า โดนเล่นแล้ววว
    #2,912
    0
  17. #2900 noo_parekapoom (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 13:52
    กรี้ดดด น้องคุมเกมไว้นานแล้วว
    #2,900
    0
  18. #2697 littlefoolmoon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 01:05
    คนนี้นี่เองผู้กุมอำนาจสูงสุด(เมีย)
    #2,697
    0
  19. #2667 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 20:39
    เอ๋ลูกพี่ลูกน้องวอดก้าปะ
    #2,667
    0
  20. #2610 tang_thai°°° (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 10:15
    น้องรู้จักกับสองเหล้านั่นด้วยหรอ
    #2,610
    1
    • #2610-1 Dimon207(จากตอนที่ 13)
      6 กันยายน 2563 / 08:12
      เหมือนจะใช่นะ(ทาย)
      #2610-1
  21. #2608 อยากกินเสียวหลงเปา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 10:02
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #2,608
    0
  22. #2487 angle-wing (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 00:51
    ทุกคนเหมือนจะแท็กทีมกันจับเตกีล่าใส่พานให้ลิเคียวแฮะ
    #2,487
    0
  23. #2373 parestory (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 19:13
    55555

    วางแผนกันเป็นทีม
    #2,373
    0
  24. #2221 ห้องสี่เหลี่ยม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 08:57
    เค้าสามคนรู้จักกันสินะยกเล้นคุณเต.. จะสงสารหรือหัวเราะก่อนดี5555
    #2,221
    0
  25. #2166 sawako_no10 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 00:49
    อ่ะ!! ได้เวลาเดา.....ลิเคียวเป็นลูกชายของเพื่อนเจ้าพ่อหลงคนที่บอกว่าขายเหล้า (พ่อทำอาชีพค้าขาย แม่เป็นแม่บ้านตามที่สืบ) สนิทกะวอดก้า ชอบเตกีล่าเลยให้วอดก้ากะมาร์ตินีช่วย ถนัดการทวงหนี้ (ซึ่งอาจจะไม่ใช่การทวงธรรมดา คิดว่าพื้นฐานครอบครัวน่าจะมีอิทธิพลไม่ด้อยกว่าตระกูลหลง)
    #2,166
    0