นอนกับผมสิครับ #อยากกินเตกิล่า

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,457
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,374 ครั้ง
    21 ส.ค. 63

“จะเอายังไงต่อดีครับบอส” หลังจากที่ยืนรออยู่นานสองนานแล้ว พุฒิธรที่เห็นว่าสีหน้าของเจ้านายตัวเองเย็นเยียบลงเรื่อย ๆ แววตาก็เหมือนคนที่ความอดทนจะหมดลงทุกทีจึงได้พูดถามขึ้นมาเสียงเบา 

 

“กลับ!” เตกิล่าปรายหางตามองลูกน้องคนสนิทของตัวเองครั้งหนึ่งแล้วก็พูดตอบเสียงรอดไรฟัน ประกายตาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ

 

“บอสมาถึงเหนื่อย ๆ ไม่ขึ้นไปพักที่ข้างบนก่อนล่ะครับ” พุฒิธรสมกับเป็นลูกน้องคนสนิท รู้ว่าถ้ากลับไปตอนนี้อารมณ์ของเจ้านายจะสร้างความยุ่งยากให้กับเขาและลูกน้องคนอื่น ๆ แน่จึงได้พูดเสนอขึ้นมา และการที่เขาเสนอให้ขึ้นไปพักข้างบนนั่นก็คือที่คอนโดมิเนียมแห่งนี้ชั้นบนสุดเป็นห้องที่เก็บเอาไว้ให้สองพี่น้องฝาแฝดโดยเฉพาะ

 

ความจริงแล้วคอนโดมิเนียมอื่น ๆ ในเครือของเวลส์ก็ด้วยเหมือนกัน

 

เตกิล่าหยุดนิ่งไปกับสิ่งที่พุฒิธรเสนอ ก่อนจะพยักหน้าตกลง เป็นอันว่าพวกเขาจะยกขึ้นไปรอลิเคียวที่ห้องของเขาแทน

 

เตกิล่า พุฒิธรและบอดี้การ์ดอีกสองคนพากันขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุด บรรยากาศภายในลิฟต์ก็เต็มไปด้วยความเงียบ สีหน้าเยียบเย็นของเจ้านายทำให้ไม่มีใครกล้าพูดอะไร และในใจอดไม่ได้ที่จะยอมรับนับถือคนที่ทำให้เจ้านายเขาต้องรอ ลิเคียวเป็นคนแรกจริง ๆ แม้กระทั่งคู่ค้าคนสำคัญยังไม่มีใครกล้าปล่อยให้เตกิล่า เวลส์ต้องยืนรอ

 

แต่ว่าที่จริงแล้วจะโทษลิเคียวก็ไม่ถูกในเมื่อเจ้าตัวไม่ได้เป็นคนบอกให้เตกิล่ามาหา และเตกิล่าก็มาโดยที่ไม่ได้บอกเอาไว้ล่วงหน้า ดังนั้นเมื่อมาแล้วไม่เจอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปเรียกร้องความรับผิดชอบอะไรได้

 

ใช้เวลาไม่นานจากชั้นที่ลิเคียวอาศัยอยู่ก็มาถึงชั้นที่มีห้องของสองพี่น้องฝาแฝดเวลส์ การ์ดคนหนึ่งเป็นผู้เดินนำหน้าออกมาก่อนแม้จะรู้ว่าชั้นบนนี้ไม่มีอันตรายใด ๆ ต่อเจ้านาย แต่นั่นก็เพื่อความไม่ประมาท ตามหลังการ์ดที่เดินออกจากลิฟต์เป็นคนแรกก็คือเตกิล่า

 

เมื่อเข้ามาถึงห้องของตัวเองที่ไม่ค่อยจะได้เหยียบย่างเข้ามาพัก เตกิล่าก็เดินไปทิ้งตัวนั่งลงยังโซฟาทันที แม้ว่าสองพี่น้องจะไม่ได้มาเหยียบที่นี่บ่อยนัก แต่ก็จะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดให้วันเว้นวันอยู่แล้ว ไม่มีใครกล้าปล่อยละเลยเนื่องจากกลัวว่าวันดีคืนดีเจ้านายจะโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริง

 

การมาที่คอนโดนี้ในรอบสองปีของเตกิล่าทำเอาเจ้าหน้าที่ระดับสูงและนิติบุคคลที่ดูแลคอนโดมิเนียมแห่งนี้อยู่นั่งไม่ติดเก้าอี้ รอคอยด้วยหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะว่าเตกิล่าจะเรียกพบตัวเองหรือไม่ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีคำสั่งใด ๆ ลงมา จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงานนั่นแหละจึงได้โล่งใจว่าเจ้านายไม่ได้มาเยี่ยมชมโครงการเพื่อตรวจงานแล้ว

 

ในขณะที่ลูกน้องหัวใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เตกิล่าที่กำลังรอคอยลิเคียวอยู่ก็ใกล้จะหมดความอดทนไปเรื่อย ๆ และในขณะที่เขากำลังตัดสินใจว่าจะกลับแล้ว พุฒิธรที่ให้คนเฝ้าจับตามองการกลับมาของลิเคียวไว้อยู่ก็แจ้งว่าลิเคียวกลับมาแล้ว เจ้าตัวกำลังขึ้นลิฟต์ไปที่ห้องของตัวเอง

 

หัวคิ้วที่เมื่อครู่ยังคงกดเป็นร่องลึกเริ่มที่จะคลายออก เตกิล่าเคาะนิ้วชี้ลงกับโต๊ะเป็นจังหวะ ดวงตามีความลังเลใจอยู่ชั่วขณะ 

 

“ไปเชิญเขามาที่นี่” ในที่สุดเตกิล่าก็ตัดสินใจที่จะให้ลูกน้องไปพาอีกฝ่ายมาหาเขาที่นี่ เขาจะไม่ยอมเป็นคนก้าวไปหาอีกฝ่ายอีกเป็นครั้งที่สองแน่ ๆ

 

พุฒิธรก็ดูเหมือนว่าจะรู้ใจเจ้านายดี รับคำแล้วรีบไปดำเนินการอย่างรวดเร็ว 

 

ระยะเวลาที่ลิฟต์เคลื่อนตัวจากชั้นบนลงล่างใช้เวลาไม่นาน และมันช่างบังเอิญเสียเหลือเกินเมื่อพุฒิธรก้าวออกจากลิฟต์ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ลิเคียวก้าวออกมาจากลิฟต์อีกตัวด้วยเหมือนกัน

 

“คุณลิเคียว” พุฒิธรเรียกชื่อเจ้าตัวทันทีก่อนที่ดวงตาของเขาจะได้สังเกตอะไร ทว่าเมื่อลอบกวาดสายตามองคนที่ทำให้เจ้านายของเขาต้องหัวเสียแล้ว เขาก็พบว่ามีอะไรบางอย่างที่ผิดไปจากที่เขาเคยเจอ 

 

อาจจะเป็นกลิ่นอายความกดดันจาง ๆ ที่แผ่ออกมาจากเจ้าตัว ทั้งยังมีกลิ่นอาย…อำมหิต

 

พุฒิธรถึงกับได้กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ด้วยซ้ำ แต่เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวไม่ได้มีส่วนไหนที่เลอะเปรอะเปื้อน พุฒิธรก็คิดว่าเขาแค่อุปทานไปเอง

 

ส่วนลิเคียวที่เพิ่งจะกลับมาจากการทวงหนี้ให้ผู้เป็นพ่อนั้น เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเอง ดวงตาสีฟ้าอ่อนจางก็เหลือบมองไปยังต้นเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ส่งเสียงเรียกเขา ดวงตาก็ไม่ได้แสดงอาการแปลกใจแต่อย่างใด มันยังคงว่างเปล่าลึกลับเหมือนหุบเหวลึกดังเช่นเคย

 

“ขอรบกวนเวลาสักครู่หนึ่งได้หรือเปล่าครับ คุณเตกิล่ามารอพบคุณลิเคียวอยู่หลายชั่วโมงแล้ว” พุฒิธรกลบเกลื่อนความสงสัยในใจของตัวเองแล้วพูดถามออกไป ในใจคิดหาวิธีรับตั้งรับกับคำตอบไปด้วยในกรณีที่คำตอบไม่เป็นไปตามที่ต้องการ

 

ในตอนนี้พุฒิธรเรียนรู้แล้วว่าอย่าเอาความคิดปกติมาใช้กับลิเคียว

 

แต่เห็นทีว่าการตั้งรับคราวนี้ของพุฒิธรจะเป็นหมัน เพราะว่าลิเคียวพยักหน้ารับคำขอของพุฒิธรอย่างว่าง่าย ไม่มีทีท่าว่าจะพูดอะไรที่น่าปวดหัวออกมา

 

เมื่อพุฒิธรเห็นว่าลิเคียวพยักหน้าตกลง แทนที่เขาจะยินดี กลับกลายเป็นว่ารู้สึกระมัดระวังตัวยิ่งกว่าเดิม

 

“คุณเตกิล่ารออยู่ข้างบนครับ” พุฒิธรไม่ได้อธิบายต่อว่าข้างบนที่เขาพูดถึงก็คือห้องที่โครงการเก็บไว้ให้กับผู้เป็นเจ้าของ และคิดเอาเองว่าลิเคียวพอจะเดาได้ ซึ่งไม่รู้ว่ามันเป็นไปตามที่เขาคิดหรือเปล่าเพราะคนที่ไม่ค่อยพูดอย่างลิเคียวนั้นไม่ได้ถามอะไรกลับไป ทำเพียงแค่พยักหน้าแล้วส่งสายตาเป็นเชิงบอกว่าให้พุฒิธรนำทาง

 

พุฒิธรรับรู้ได้โดยสายตา เขากดเรียกลิฟต์อีกครั้งหนึ่ง รออยู่ไม่นานลิฟต์ก็เปิดออกให้ผู้โดยสารสองคนเข้าไป 

 

สองฝีเท้าก้าวเดินไปตามทางอย่างเงียบ ๆ มันเงียบเสียจนบางครั้งพุฒิธรต้องหันไปมองด้านหลังเมื่อเขาคิดว่าลิเคียวอาจจะไม่ได้เดินตามหลังเขามาแล้ว เพราะว่ามันเงียบเกินไปจริง ๆ เสียงรองเท้ากระทบพื้นแทบจะไม่มี 

 

พุฒิธรนั้นได้รับการฝึกมาในเรื่องการลงน้ำหนักเท้าอย่างเงียบ ๆ อยู่แล้ว และเขาก็ทำได้ดีเสมอมา ทว่าตอนนี้เขาพบว่าตอนนี้มีอีกคนหนึ่งที่ทำได้ดีกว่าเขา นั่นก็คือคนที่เดินตามหลังเขามาติด ๆ คนนี้

 

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ยังคงได้ยินอยู่บ้างถ้าตั้งใจฟังนั้นมาจากเขาทั้งนั้น มันทำให้พุฒิธรทั้งตกใจและแปลกใจ ความสงสัยในตัวตนของลิเคียวพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง

 

คราวนี้เขามั่นใจจริง ๆ แล้วว่าคนคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิดจริง ๆ

 

“เชิญครับ” แต่ไม่ว่าจะสงสัยยังไง ตอนนี้พุฒิธรก็ต้องเก็บความสงสัยในใจเอาไว้ก่อนเพราะพวกเขามาถึงห้องที่เตกิล่ารออยู่แล้ว พุฒิธรแสกนม่านตาของตัวเองเพื่อเปิดประตู แล้วผายมือเชิญให้ลิเคียวเดินเข้าไป

 

เมื่อเจ้าของร่างสูงโปร่งปรากฏตัวให้เห็น เตกิล่าที่นั่งรออยู่ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนท่าทาง ขาสองข้างที่พาดเหยียดยาวอยู่บนโต๊ะนั้นก็เลื่อนลงมาวางตั้งฉากกับพื้นเป็นปกติ ส่วนเหตุผลนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลัวว่ามันจะเสียมารยาท หรือเพราะคิดว่าลิเคียวจะเดินไปนั่งลงบนตักของเขาเหมือนเมื่อวานกันแน่

 

แต่ถ้าเป็นอย่างหลังก็ดูเหมือนว่าเตกิล่าจะหวังมากเกินไปเพราะลิเคียวเดินไปหย่อยก้นนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่มอย่างไม่ต้องมีคนเชิญเรียบร้อยแล้ว

 

พุฒิธรที่ลอบมองอยู่ก็แกล้งทำเป็นไม่เห็นสายตาเจือความผิดหวังของเจ้านาย เดินถอยไปเตรียมเครื่องดื่มมาต้อนรับแขก แต่จนใจที่ห้องนี้เจ้านายมาเพิ่งมาเหยียบในรอบสองปี มีน้ำเปล่ามาต้อนรับแขกก็ถือว่าดีมากแล้ว

 

เมื่อคล้อยหลังพุฒิธร สองเหล้าก็เอาแต่จ้องตากันเสมือนว่าถ้าใครผละสายตาออกก่อนจะเป็นผู้แพ้ ขนาดตอนที่พุฒิธรยกน้ำมาเสิร์ฟบนโต๊ะก็ยังไม่ได้รับความสนใจจากสองเหล้า จนเขาเห็นท่าว่าจะไม่ดีแล้วจึงได้ส่งเสียงกระแอมไอเตือนในลำคอ

 

“เรื่องเงื่อนไขของนาย” เตกิล่ายอมที่จะเป็นฝ่ายเกริ่นเข้าเรื่องก่อน เมื่อเห็นแพขนตาหนากระพริบขึ้นลง ดวงตาสีฟ้าอ่อนจดจ้องมองมาให้เขารับรู้ว่ากำลังรอฟังอยู่ เตกิล่าก็พูดต่อ

 

“ฉันคิดว่าสัญญาเป็นคู่นอนระหว่างเราทั้งคู่หนึ่งปีแลกกับสัญญานายเป็นเด็กในสังกัดเวลส์เอ็นเตอร์เทนเม้นต์เจ็ดปีถือว่าเหมาะสม นายคิดว่ายังไง” เตกิล่าแม้ว่าจะตัดสินใจได้แล้ว แต่เขาเลือกที่จะพูดแบบนี้ออกไปก่อน นั่นก็เพื่อไม่ต้องการให้ลิเคียวได้ใจและรู้สึกว่าตัวเองเรียกร้องได้ดังใจอย่างง่ายดาย เขาต้องการให้มีการเจรจาต่อรองกันต่อสักสองสามรอบถึงจะทำทีเป็นยอมรับในที่สุด แต่คาดไม่ถึงว่าเมื่อเขาพูดออกไปแล้ว คนที่นั่งอยู่โซฟาตัวตรงข้ามจะผงกหัวรับคำพูดของเขาอย่างง่ายดาย

 

“หนึ่งปีต่อเจ็ดปีนะ ฉันนอนกับนายหนึ่งปีแลกกับนายเป็นนายแบบเจ็ดปีนะ” เตกิล่าถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ดวงตาคู่คมมองไปยังลิเคียวด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ

 

“อื้อ” ลิเคียวตอบรับในลำคอสั้น ๆ 

 

“นายแน่ใจนะ ถ้าเซ็นสัญญาแล้วจะมาขอเปลี่ยนทีหลังไม่ได้แล้วนะ” เตกิล่ายังคงพูดเน้นย้ำเหมือนกลัวว่าความเข้าใจของเขาและลิเคียวจะไม่ตรงกัน

 

“อื้อ ไม่เปลี่ยน” ลิเคียวพูดเพิ่มขึ้นมาอีกสองคำ แต่นั่นไม่ได้ทำให้สีหน้าของเตกิล่าดีขึ้นเลย 

 

ต้องบอกว่าตอนนี้ความคิดมากมายตีกันจนวุ่นวายไปหมดในหัวสมองของเตกิล่า ในใจเขาเกิดความขัดแย้งอยู่หลายอย่าง สายตาที่จดจ้องไปยังลิเคียวนั้นเต็มไปด้วยความค้นหา เขากำลังคิดว่าลิเคียวต้องการจะเล่นแง่อะไรอีกหรือเปล่า จนกระทั่งเห็นอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีอะไรจึงได้ออกปากสั่งให้พุฒิธรไปเตรียมสัญญามาใหม่

 

ในระหว่างที่กำลังรอพุฒิธรจัดทำสัญญาใหม่ขึ้นมา เตกิล่าก็พูดขึ้นมาอีก 

 

“ฉันเป็นพวกไม่ชอบเอาเปรียบใคร ถ้านายเห็นว่าข้อเสนอของฉันมันเอาเปรียบนายเกินไปก็แย้งได้นะ ฉันมันคนแฟร์ ๆ อยู่แล้ว” ประโยคนี้ของเตกิล่าถ้าเป็นคู่ค้าคนสำคัญมาได้ยินเห็นทีว่าจะต้องมีดวงตาถลนกันบ้าง คนที่เจรจาการค้าแต่ละครั้งก็ไม่ยอมเสียผลประโยชน์แม้แต่นิดเดียว รีดเค้นผลประโยชน์ของตัวเองอย่างเต็มที่ก่อนที่จะบรรลุข้อตกลงจนบางครั้งพวกเขายังอดไม่ได้ที่จะคิดว่าตัวเองเสียผลประโยชน์ ทำไมถึงได้กล้าบอกว่าตัวเองแฟร์ ๆ ล่ะ

 

ที่จริงความคิดนี้ของคู่ค้าก็ไม่ใช่ว่าจะถูกต้องเสียทีเดียว เพราะว่าการเจรจาการค้าแต่ละครั้งนั้นก็ไม่ใช่ว่าเตกิล่าจะเอารัดเอาเปรียบพวกเขาอย่างเดียว ผลประโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายได้รับก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ และเป็นทีท่าของนักธุระกิจที่จะไม่ยอมเสียผลประโยชน์ง่าย ๆ ดังนั้นเตกิล่าจึงถือว่าไม่ได้ทำอะไรผิด

 

“ดีแล้ว ผมรับได้” คำพูดที่แสดงความหวังดีของเตกิล่าถูกลิเคียวปฏิเสธกลับมา

 

เตกิล่าขมวดคิ้ว มีบางสิ่งที่เขาอยากจะพูดออกไป ทว่ายังไม่ทันจะได้เปิดปากพูด เสียงแหบพร่าที่เขาชอบฟังก็ดังขึ้นอีกครั้งเสียก่อน

 

“หนึ่งปีก็พอแล้ว นานกว่านั้นเดี๋ยวก็เบื่อ” 

 

ประโยคนี้ของลิเคียวทำเอาหัวคิ้วเข้มของเตกิล่าขมวดเข้าหากันมากกว่าเดิม

 

ยังเป็นคนที่พูดจาไม่น่าฟังสวนทางกับน้ำเสียงเหมือนเดิม!

 

เตกิล่านึกในใจอย่างหัวเสีย แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะมีความคิดว่าแค่สามเดือนเขาก็จะเบื่อลิเคียวแล้ว แต่เขาไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะมีความคิดที่จะเบื่อเขาภายในหนึ่งปี

 

นี่มันหยามกัน หยามกันชัด ๆ

 

เตกิล่ารู้สึกหัวปั่นอีกครั้งหนึ่ง

 

และยังไม่ทันที่เตกิล่าจะได้หัวเสียไปมากกว่านี้ พุฒิธรที่หายไปทำสัญญาฉบับใหม่ก็กลับมาเสียก่อน เขาวางสัญญาสองชุดลงบนที่ตรงหน้าของสองเหล้า เตกิล่าเป็นฝ่ายหยิบไปลงนามของตัวเองก่อน แล้วค่อยเลื่อนไปให้ลิเคียวได้เซ็นลงชื่อ ท่าทางนั้นเก็บซ่อนความไม่พอใจเอาไว้ไม่มิด จนพุฒิธรคาดเดาได้ว่าระหว่างที่เขาไม่อยู่ ลิเคียวต้องทำอะไรให้เจ้านายของเขาไม่พอใจแน่ ๆ

 

คิดแล้วก็ส่งสายตายอมรับนับถือไปให้ลิเคียว

 

ยั่วโมโหเจ้านายของเขาแล้วยังได้มีชีวิตอยู่ปกติสุขแบบนี้ ไม่ได้มีหลายคน

 

“ป่ะ” เมื่อเซ็นชื่อลงในสัญญาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลิเคียวก็ยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วส่งเสียงออกมาคำหนึ่ง ซึ่งมันสร้างความสงสัยให้กับเตกิล่า

 

“อะไร” เตกิล่าที่ยังหัวเสียอยู่กับคำพูดของลิเคียวถามออกไปห้วน ๆ สายตาที่มองลิเคียวนั้นเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

 

“เก็บของ ช่วยหน่อย” สี่คำที่ไม่ได้ใจความอะไรเลยทำให้หัวคิ้วของเตกิล่าขมวดเข้าหากันมากขึ้น 

 

“คุณลิเคียวจะให้ช่วยเก็บของไปอยู่ที่คอนโดคุณเตกิล่าหรือครับ” พุฒิธรทำหน้าที่ช่วยแปลความหมายให้ 

 

“อืม ตามสัญญา ไปอยู่ด้วย” 

 

พุฒิธรที่เห็นว่าตัวเองเข้าใจถูกแล้วก็หันไปมองสบตากับเจ้านาย เขาอยากรู้ว่าเจ้านายของเขาจะยอมลงให้กับลิเคียวอีกครั้งหรือเปล่า คนที่แม้แต่กระเป๋าเดินทางของตัวเองยังไม่เคยจัด จะให้ไปช่วยคนอื่นเก็บของ จะเป็นไปได้หรือ

 

“เก็บเอง” เตกิล่าเห็นสายตาของลูกน้องแล้วก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ เขาส่งสายตาเยียบเย็นไปให้แล้วหันไปตอบลิเคียวอย่างเย็นชา หวังว่าจะเห็นสายตาผิดหวังจากเจ้าตัว แต่กลายเป็นเขาเองที่ต้องผิดหวัง เพราะดวงตาสีฟ้านั่นยังคงแสดงออกถึงความว่างเปล่าดังเช่นเคย

 

“อืม” รับคำสั้น ๆ ในลำคอแค่นั้นแล้วก็ออกแรงก้าวเดินไปยังประตูทันที ปล่อยให้สองเจ้านายลูกน้องมองตามไปอย่างคนที่ตั้งรับไม่ทัน

 

พุฒิธรมองหน้าเจ้านายเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรก็เดินไปเปิดประตูห้องให้ลิเคียว ทั้งยังสั่งลูกน้องให้ตามลิเคียวไปคนหนึ่งเผื่อว่าเจ้าตัวจะให้ช่วยอะไร เขารู้ว่าวันนี้พวกเขาจะต้องพาคนกลับไปที่คอนโดมิเนียมที่เจ้านายของเขาใช้อยู่บ่อย ๆ แล้ว

 

เมื่อจัดการออกคำสั่งเสร็จ พุฒิธรก็ถือเอกสารสัญญาในมือไปไปแสกนไฟล์เอกสารส่งให้กับกฤติ เพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้แล้วเริ่มดำเนินการแจ้งผลการตัดสินใจยืนยันที่จะส่งลิเคียวไปแทนนายแบบคนเดิมให้กับทางนิตยสารเดอะไทม์ได้เลย

 

ซึ่งหลังจากที่พุฒิธรส่งเอกสารไปไม่นาน เตกิล่าก็ได้รับสายจากพี่ชายฝาแฝดของตัวเองที่ตอนนี้ตามไปเฝ้าเมียอยู่ที่เกาะเอ็ม

 

“ได้ข่าวว่าถึงกับยอมเซ็นสัญญาเป็นคู่นอนกับเด็กในสังกัดถึงปีหนึ่งเลยเหรอ ลงทุนเกินไปหรือเปล่า” เสียงหยอกเย้าที่ดังมาตามสายนั้นทำให้เตกิล่าแปลกใจนิดหน่อย เขาไม่ได้แปลกใจที่มาร์ตินี่รู้เรื่องที่เขาเพิ่งทำไป แต่แปลกใจที่มาร์ตินี่รู้ได้เร็ว มันเร็วเกินไปสักหน่อย 

 

“สายนายรายงานเร็วเกินไปนะ” เตกิล่าพูดประโยคนี้พร้อมกับปรายตามองลูกน้องคนสนิทของตัวเอง พุฒิธรที่ได้ยินก็ทำหน้าเหมือนตัวเองกำลังถูกใส่ร้ายทันที

 

เขาไม่ได้พูด เขาถูกใส่ร้าย!

 

พุฒิธรโอดครวญในใจ

 

“หึ นายชอบคนนั้นเหรอ” แน่นอนว่าเด็กคนนั้นที่มาร์ตินี่เอ่ยถึงก็คือลิเคียว และเตกิล่าก็รู้

 

“แค่ถูกใจ” เตกิล่านิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนที่จะตอบออกมา

 

ใช่ แค่ถูกใจ

 

“แค่ถูกใจแต่ถึงกับยอมที่จะทำอะไรไม่เคยทำ ถึงกับยอมเซ็นสัญญาผูกมัดตัวเองน่ะเหรอ เตกิล่า ฉันเป็นพี่ชายฝาแฝดของนาย เวลส์ของเรามีหนทางแค่ให้เจ้านายอย่างนายลงทุนเปลืองตัวเพียงแค่ต้องการทำสัญญากับนายแบบคนหนึ่งน่ะเหรอ นายรู้ดีว่ายังมีวิธีการอีกมากมายที่จะทำให้อีกฝ่ายยอมเซ็นสัญญา แต่นายกลับยอมทำตามที่อีกฝ่ายเรียกร้อง จะบอกว่าเด็กคนนั้นพิเศษกว่าคนอื่น ๆ เหรอ” มาร์ตินี่พูดถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่เตกิล่ารู้สึกว่ามันเต็มไปด้วยความกดดัน และเขาก็ไม่ได้พูดอะไรกลับไป มาร์ตินี่จึงได้พูดมาอีกประโยคหนึ่งก่อนจะวางสายไป

 

“ฉันไม่รู้ว่านายคิดอะไรอยู่ แต่หวังว่านายจะรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.374K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,717 ความคิดเห็น

  1. #5681 PANDORA_PANDORE (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 / 22:58
    เตกิล่าโดน3เหล้าปั่นหัวหมุนเลย น่าฉงฉาน
    #5,681
    0
  2. #5541 desbestiny (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 12:40

    พี่มาตินี่อย่างกับหยั่งเชิงอะไรบางอย่างเลยยย

    #5,541
    0
  3. #5486 pommys (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 11:43
    เหมาะสมๆ
    #5,486
    0
  4. #5479 Fueled me (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 15:38
    เตกิล่าแพ้ทุกเกม5555555555
    #5,479
    0
  5. #4926 Krystal wing (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 22:55
    you serious?
    #4,926
    0
  6. #4770 Buzzzzzzzzzz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2563 / 09:39
    มันจะดีใช่มั้ยคะ
    #4,770
    0
  7. #4390 khunsom08 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 18:10
    อะไรยังไงนะ
    #4,390
    0
  8. #3731 ผักน้อย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 21:15

    ฟังพี่เค้าไว้นะเต พี่เค้าโดนมาก่อน5555

    #3,731
    0
  9. #3119 PaiiKanj (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 17:31
    พี่เค้าโดนมาก่อนเลยห่วงน้องเหรอคะ😂😂😂
    #3,119
    0
  10. #2898 noo_parekapoom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 13:35
    ยัยพี่จะต้องยอมน้อนน
    #2,898
    0
  11. #2665 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 20:29
    ลิเตียวแซ่บมากออร่าลูกมาเฟีย
    #2,665
    0
  12. #2607 tang_thai°°° (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 09:58
    น้องงง เหมือนเป็นคนละคนกับตอนเซ็นสัญญาครั้งก่อนเลย
    #2,607
    0
  13. #2603 อยากกินเสียวหลงเปา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 09:43
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #2,603
    0
  14. #2142 chyanin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 17:12
    มาร์ นายรู้จักอยู่แล้วใช่ไหม ลิเคียวน่ะ
    #2,142
    0
  15. #1534 YanisaCH (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 11:59
    เอ้......
    #1,534
    0
  16. #1486 Don't disappoint (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 00:27
    พี่มาร์เหมือนจะรู้อัลไลบางอย่าง......
    #1,486
    0
  17. #1397 nu_uu61 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 21:14
    พี่มาร์อย่ากดดันน้อง5555 เอาจริงบรรยากาศต่างจากเรื่องนู้นพอสมควร โดยเฉพาะคาแรคเตอร์ ทั้งๆที่เป็นแฝดกันนิสัยคล้ายๆกันแต่รู้ว่ามันต่างกันจริงๆอะ ไรท์บรรยายดีมากกก
    #1,397
    0
  18. #1297 ku_ro (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 13:45
    คิดว่าพ่อลิเคียว ก็ขายของเเหละ เเต่เเค่ไม่ใช่ของธรรมดา55555 ค้าอาวุธ เเหงๆๆ

    รอลุ้นนนนน เรื่องนี้มีเบื้องลึก
    #1,297
    0
  19. #1296 blackpinkmilk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 13:32
    น้องลึกลับ แถมคาดเดายากอีก
    #1,296
    0
  20. #1295 *--*ยินดี (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 13:09
    ช่างเป็นคู่สะใภ้ที่สมกันเหลือเกินนนนน
    #1,295
    0
  21. #1293 kwan55 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 11:31

    พี่น้องเค้าทันเกมกันตลอดละเนอะ หึหึ
    #1,293
    0
  22. #1292 save99 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 09:50
    น้องเป็นนักฆ่ารึป่าว...
    #1,292
    0
  23. #1291 Deftionary (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 09:37
    น้องนิ่งมากกกก อึนสุดไรสุด
    #1,291
    0
  24. #1290 Gift2524 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 08:22
    รู้สึกชอบลิเคียวมาก
    #1,290
    0
  25. #1289 PraewPacharee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 08:19
    ลิเคียวคือมีอะไรอีกเยอะที่เรายังไม่รู้ ชอบความลึกลักของน้อน
    #1,289
    0