ย้อนเวลาเริ่มรัก

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,962
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,113 ครั้ง
    10 ต.ค. 61

จุนกอล (พี่ใหญ่ แรปไลน์ อเมริกา)

ฮีวอน (ลีดเดอร์)

วังซอง (แรปไลน์ พี่รอง แคนนาดา)

โอซอง (เจ้าชายของวง)

อินซา (เสียงร้องของวง)

กูซึล (รองมังเน่ รองน้องเล็ก)

ซังซู (มังเน่ น้องเล็ก)

พีดีนิม (โปรดิวเซอร์)

ออมม่า อาปา (แม่,พ่อ)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 


ในการเข้าพบพีดีนิมครั้งนี้คนที่สมควรจะตื่นเต้นมากที่สุดคือผู้ที่จะถูกตัดสินว่าจะได้ร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกวงน้องใหม่ของค่ายที่กำลังจะมีโปรเจคเดบิวท์หรือไม่อย่างกูซึล แต่กลับมีผู้ที่ดูเหมือนว่าจะตื่นเต้นมากกว่าเขาอยู่

 

กูซึลมองผู้ชายสามคนที่ยืนล้อมรอบเตียงของเขาแล้วหันไปมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่ตรงหัวเตียงแล้วหันมามองคนทั้งสามอีกครั้ง

 

“ไม่ใช่ว่าพวกฮยองกับซังซูมาเช้าไปหรอกเหรอ นี่ยังไม่หกโมงเช้าเลยนะ” เขาจำได้ว่าพีดีนิมนัดเขาตอนสิบโมงเช้าและไม่เห็นบอกว่าให้สามคนนี้ไปด้วย

 

“ก็ไปรอก่อนไง เร็ว ๆ นายรีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวจะได้รีบไปที่ตึกกัน” วังซองยื่นมือไปฉุดคนที่ยังนอนอยู่ที่เตียงให้ลุกขึ้นมา

 

“ฮยองไม่ต้องรีบ นอนต่ออีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ตื่นไปทัน” คนโดนปลุกแต่เช้าขืนตัวไว้ไม่ยอมลุกขึ้นมาตามแรงดึง เขาง่วงนอนจะตายอยู่แล้ว

 

“ทำไมนายขี้เซา ทำไมนายไม่ตื่นเต้น ทำไมนายไม่กระตือรือร้น” ซังซูถามเพื่อนรักออกมาเป็นชุด

 

“โอ๊ย! พวกนายไปคุยกันข้างนอกดีไหม กูซึล ฉันขอร้องล่ะ นายรีบ ๆ ลุกตามพวกนี้ไปเถอะ ฉันจะนอน” ยังไม่ทันที่กูซึลจะได้โต้ตอบเพื่อนรัก เสียงของหนึ่งในเทรนนีที่มาจากต่างประเทศและนอนอยู่เตียงข้าง ๆ เขาก็โพล่งขึ้นมาเสียก่อน

 

เพราะถูกปลุกแต่เช้า เสมอยังเบลอทำให้กูซึลลืมไปว่าในหอพักห้องนี้นอกจากเขา จุนกอลฮยองและวังซองฮยองยังมีเทรนนีที่มาจากต่างประเทศอีกสามคนพักอยู่ด้วย และดูเหมือนเสียงปลุกของทั้งสามคนและการพูดคุยกันของพวกเขาจะทำให้คนอื่น ๆ ในห้องที่ยังนอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาด้วย

 

“โอ๊ะ ผมขอโทษนะฮยอง ส่วนพวกฮยองกับซังซูออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะ เดี๋ยวผมตามไป” ด้วยความเกรงใจคนอื่น ๆ ที่อยู่ร่วมห้องกูซึลตัดสินใจที่จะลุกออกจากเตียงเพื่อเตรียมตัวไปตึกเทรนนีตามที่ทั้งสามคนต้นเรื่องบอก

 

“ได้ รีบ ๆ ล่ะ” วังซองรับคำแล้วยังไม่วายเร่งรัด ซังซูพยักหน้ารับอีกคนส่วนพี่ใหญ่ของวงนั้นหันหลังเดินนำหน้าออกจากห้องไปแล้ว

 

“เฮ้ออออ” กูซึลถอนหายใจอีกรอบกับความเร่งรีบของทั้งสามคน ไม่ใช่ว่าเขาไม่ตื่นเต้นหรือกระตือรือร้นแต่เพราะรู้ว่าถึงรีบไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี พีดีนิมนัดสิบโมงก็คือสิบโมง ไปถึงก่อนเวลาก็ได้เข้าพบตอนสิบโมงอยู่ดี ฉะนั้นเอาเวลาที่นั่งรอมานอนต่อไม่ดีกว่าหรือ

 

แม้ในสมองกูซึลจะคิดแบบนั้น แต่ข้างในใจเขากลับอุ่นวาบขึ้นมาเมื่อคิดถึงความใส่ใจของสามคนที่อยู่ข้าง ๆ เขามาตลอด มันดีจริง ๆ นะที่มีคนร่วมดีใจร่วมกังวลไปกับเราแบบนี้

 

“นั่งยิ้มอะไรอยู่คนเดียว นายรีบ ๆ ลุกไปอาบน้ำเถอะ ก่อนที่เจ้าพวกนั้นจะเข้ามาตามอีกรอบ” แดลเนียลที่มาจากออสเตรเลียและเป็นคนพูดบอกให้พวกกูซึลไปคุยกันข้างนอกพูดขึ้นมาอีกรอบเมื่อเห็นคนโดนตามตัวยังนั่งยิ้มอยู่บนเตียง

 

“ไป ๆ ไปแล้วครับ พี่นอนต่อเลย”

 

 

 

“ทำไมนายแต่งตัวนาน พวกฉันนั่งคอยจนแทบจะหลับแล้ว” เมื่อเห็นกูซึลเดินออกมาวังซองที่นั่งอยู่ข้างๆจุนกอลก็บ่นออกมาทันที

 

“ผมใช้เวลาแต่งตัวแบบนี้มาตั้งนานแล้วทำไมฮยองไม่ชิน”

 

“นายจะแต่งอะไรนักหนา กฎเขาห้ามไม่ให้เทรนนีแต่งตัวตามแฟชั่นไง” เพราะทางค่ายมีกฎห้ามไม่ให้เทรนนีหรือคนที่ยังไม่ได้เดบิวท์แต่งตัวตามแฟชั่นมากเกินไปรวมถึงทรงผมก็ด้วย เมื่อเห็นกูซึลที่พักหลัง ๆ มานี้มักจะมีเสื้อผ้าแบบใหม่ ๆ ถูกส่งมาบ่อย ๆ ก็อดที่จะทักท้วงไม่ได้

 

“ผมก็ไม่ได้แต่งตามแฟชั่นไง ผมแต่งตามใจผม”

 

“นาย…..

 

“พวกนายเลิกเถียงกันได้แล้ว ไปที่ตึกเทรนนีกันเถอะ” จุนกอลพูดขัดวังซองที่กำลังจะโต้เถียงกับกูซึลต่อ

 

“นั่นสิครับ รีบไปกันเถอะ ผมตื่นเต้นจะแย่แล้ว”

 

“คนที่ควรตื่นเต้นมันฉันหรือเปล่าซังซู”

 

“ก็นายดูเหมือนไม่ตื้นเต้น ฉันเลยตื่นเต้นแทนไง”

 

“ใครบอกว่าฉันไม่ตื้นเต้น นี่หัวใจฉันเต้นแรงมากนายลองจับดู” กูซึลจับมือของเพื่อนสนิทที่ตัวโตกว่าไปทาบบนหน้าอกของตัวเองในตำแหน่งที่มีหัวใจอยู่เพื่อให้เพื่อนสัมผัสว่าตัวเขาเองนั้นใจเต้นแรงขนาดไหน

 

แม้จะคิดว่าไม่มีอะไรต้องตื่นเต้น เพราะแม้วิธีการจะเปลี่ยนไปแต่เขาชื่อว่าผลลัพธ์จะต้องออกมาเหมือนเดิม เขาต้องได้เป็นหนึ่งในเจ็ดของฟีนอมอินอลแน่นอน แต่พอถึงเวลาเข้าจริง ๆ เขาก็ยังตื่นเต้นอยู่ดีและตื่นเต้นมากๆด้วย

 

“ฉันหิวข้าว เรารีบไปกันเถอะจะได้แวะหาอะไรกินข้างตึกด้วย” ยังไม่ทันที่ฝ่ามือของซังซูจะได้วางทาบบนหน้าอกของกูซึล วังซองก็พูดขัดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมหันหลังเดินนำหน้าออกไปทันที

 

“ทำไมฮยองเขาหิวข้าวเร็วจัง ปกติกว่าจะตื่นกว่าจะได้กินก็เกือบ ๆ สิบโมงนี่” ซังซูถามออกมาอย่างสงสัยและเผลอดึงมือของตัวเองที่กูซึลจับอยู่ออกมายกขึ้นเกาศีรษะตัวเองอย่างงง ๆ

 

“สงสัยตื่นเร็วเลยหิวเร็วมั้ง” กูซึลยักไหล่พูดออกมา

 

“ฉันบอกแล้วฺฮยองเขารีบตลอดแหละ รีบไปกันเถอะรีบไปก่อนที่ฮยองเขาจะโมโหหิว” วังซองพูดออกมาด้วยน้ำเสียงขำ ๆ แต่สายตาก็กวาดมองดูว่าคนที่เดินออกไปแล้วจะไม่เดินกลับเข้ามาแล้วได้ยินในสิ่งที่เขาพูด โธ่ ยังไงเขาก็ยังกลัวตายอยู่หรอกนะ จุนกอลฮยองน่ะ ลองได้โมโหแล้วจะเกรี้ยวกราดสุด ๆ

 

“ครับ ๆ ไปครับ”

 

 

“กินอะไรกันดี” เมื่อเดินมาจนใกล้จะถึงตึกแล้ววังซองก็ถามออกมา

 

“ผมกินอะไรก็ได้ถ้าฮยองเป็นคนเลี้ยง”

 

“ฉันถามจริง ๆ นะกูซึล บ้านนายใกล้จะล้มละลายหรือเปล่า ทำไมนายเป็นแบบนี้” วังซองถามด้วยสีหน้าจริงจังสุด ๆ

 

“ฮ่า ๆๆๆ บ้านผมไม่ได้จะล้มละลายสักหน่อย” คนโดนกล่าวหาว่าบ้านจะล้มละลายหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างอดกลั้นไม่อยู่

 

“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นฉันแล้วล่ะที่ใกล้จะล้มละลาย แล้วไม่ใช่ว่าวันนี้นายเป็นคนบอกจะเลี้ยงหรอกเหรอ”

 

“ผมบอกจะเลี้ยงไอศกรีมหรอก ก็อย่างนี้ไง ผมเลี้ยงไอศกรีม ฮยองเลี้ยวข้าวผม”ยื่นมือสองข้างไปจับแขนวังซอง เงยหน้ากระพริบตาปริบ ๆ ใส่เหมือนที่ชีวิตก่อนยามที่ต้องการอ้อนขอบางสิ่งจากคนพี่และเป็นท่าทางที่ใช้ได้ผลทุกครั้งที่ทำ

 

“ฉันเลี้ยงเอง ไม่ต้องเถียงกันแล้ว”

 

“โห จุนกอลฮยองจะเลี้ยงอีกแล้วเหรอครับ เมื่อวานฮยองก็เพิ่งเลี้ยงไปนี่นา” ซังซูที่ยืนมองเพื่อนกับวังซองฮยองตอบโต้กันอยู่พูดขึ้นมาเมื่อได้ยินสิ่งที่จุนกอลพูด

 

“ฮยองไม่ต้องเลี้ยงหรอก เดี๋ยวผมออกเอง เมื่อครู่ผมแค่แกล้งวังซองฮยองเฉย ๆ” กูซึลพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่คนเสนอตัวเลี้ยงจะได้ตอบคำถามของน้องเล็ก

 

“เออใช่ เมื่อวานฮยองก็เลี้ยงไปแล้ว มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง” วังซองที่อิดออดในตอนแรกเพราะต้องการแกล้งแหย่กูซึลเท่านั้นพูดออกมา

 

“ฮยองไม่ต้องเลี้ยง ผมออกเอง”

 

“ฮยองเลี้ยงเอง  เมื่อวานจุนกอลเลี้ยงฉลองให้นายแล้ว วันนี้ฉันก็อยากเลี้ยงฉลองให้นายบ้างเหมือนกันนี่”

 

“ยังไม่รู้เลยว่าผลจะออกมาเป็นแบบไหน เดี๋ยวจากเลี้ยงฉลองก็กลายเป็นเลี้ยงปลอบใจไปหรอกฮยอง” กูซึลพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

 

“ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก แต่ถ้าเกิดนายไม่ได้เดบิวท์จริง ๆ ฉันก็จะไม่เดบิวท์ด้วย ฉันจะรอนาย” ซังซูพูดโพล่งออกมาทันทีที่กูซึลพูดจบ

 

“นายไม่ต้องทำอย่างนั้นซังซู อย่าเอาอนาคตนายมาเสี่ยงกับฉัน ตอนนี้โอกาสที่จะทำความฝันทำสิ่งที่นายรักมาถึงแล้วอย่าปล่อยมือจากมันด้วยเหตุผลแบบนี้ ฉันไม่ยินดีที่นายจะทำแบบนั้น” กูซึลพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่ว่าจะครั้งนี้หรือเมื่อครั้งที่แล้วเขาก็ไม่เคยมีความคิดที่จะให้ใครละทิ้งโอกาสที่ได้มาเพื่อเขา และหากมีใครทำแบบนั้นจริง ๆ เขาจะโกรธ โกรธมาก ๆ ด้วย

 

“เอาล่ะ ๆ อย่าซีเรียส อีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็จะรู้ผลแล้ว ส่วนตอนนี้เราไปหาอะไรกินกันเถอะ” วังซองรีบห้ามเด็กสองคนที่สร้างบรรยากาศกดดันนี้ขึ้นมา

 

“รับปากฉันก่อนซังซู ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนายจะไม่ละทิ้งโอกาสของตัวเอง”กูซึลกดดันไม่ยินยอมที่จะละทิ้งเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แม้ว่าเขาจะมั่นใจในเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ก็ต้องเผื่อไว้ก่อนเพราะอะไร ๆ มันก็ไม่ได้แน่นอนร้อยเปอร์เซนต์

 

“ฉัน….ก็ได้ ฉันรับปาก” ซังซูลังเลไม่อยากรับปากในทีแรกแต่เมื่อเห็นสายตากดดันที่เพื่อนรักมองมาเขาจึงได้ยินยอมรับปากไป

 

“ดีมาก เอาล่ะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ” เมื่อเห็นเพื่อนรักรับปากแล้วกูซึลก็พอใจ

 

“ตกลงเราจะกินอะไรกัน” วังซองถามอีกครั้ง

 

“ผมกินอะไรก็ได้”

 

“อะไรก็ได้มันมีที่ไหนซังซู”

 

“เฮ้อออ เอาเป็นว่าผมไม่ออกความคิดเห็นแล้วกัน” ซังซูถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้กับความกวนของวังซอง

 

“กินต๊อกกันดีไหม อยากกิน”

 

“ฮยองว่า เอ่อ ฮยองจะไปไหน” วังซองที่กำลังจะหันมาถามพี่ใหญ่ว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่กูซึลเสนอหรือเปล่าก็จำเป็นต้องเปลี่ยนคำถามกะทันหันเมื่ออีกฝ่ายหันหลังเดินออกไปแล้ว

 

“ไปร้านนั้นไง” มือชี้ไปทางร้านอาหารที่ตั้งอยู่ข้างหน้าโดยที่ไม่หยุดเดิน

 

“บางทีฉันก็คิดนะว่าฮยองตามใจนายมากเกินไป” เมื่อเห็นร้านที่พี่ใหญ่ชี้ให้ดูซังซูก็หันหน้ามาพูดกับเพื่อนสนิท

 

“นายคิดมากไป ฮยองเขาแค่ไม่ใช่คนเรื่องมากแล้วก็คงขี้เกียจตัดสินใจล่ะมั้ง” กูซึลยักไหล่ตัวเองครั้งหนี่งก่อนจะพูดในสิ่งที่เขาคิดออกมา ความจริงมันก็ไม่ใช่แค่สิ่งที่เขาคิดหรอกแต่มันเป็นสิ่งที่ฮยองเขาเป็นจริง ๆ ด้วย

 

เมื่อชีวิตก่อนของเขาก็เป็นแบบนี้ คนที่จิ้นเขากับจุนกอลฮยองก็มักจะพูด ๆ กันเสมอว่าฮยองตามใจเขา เขาว่าอย่างไรฮยองก็ว่าตามนั้น มันน่าขำที่ตอนนั้นเขาก็คิดไปแบบเดียวกับเหล่าแฟนคลับ กว่าจะรู้ตัวว่าละเมอเพ้อพกไปเองฝ่ายเดียวหัวใจเขาก็เจ็บปวดจนแทบหมดแรงจะเต้นแล้ว

 

“กูซึล กูซึล กูซึล!” เสียงเรียกที่ดังอยู่ใกล้หูฉุดกูซึลออกมาจากเรื่องราวที่เขากำลังนึกถึงอยู่

 

“ฮะ ๆ อะไรนะ”

 

“นายยืนเหม่ออะไร ไม่เดินไปที่ร้านล่ะ จุนกอลฮยองเดินเข้าไปนั่งข้างในร้านแล้วนะ” ซังซูมองดูคนที่อยู่ ๆ ก็ยืนเหม่ออย่างงง ๆ

 

“อ่อ ๆ ไป ๆ”

 

 

 

“เข้าไปนั่งรอข้างในก่อนได้เลยนะ อีกเดี๋ยวพีดีนิมก็คงจะมาแล้ว” หลังจากนั่งแช่กันอยู่ในร้านอาหารกันจนใกล้จะถึงเวลานัดทั้งสี่คนก็เดินมาถึงห้องประชุมในตึกเทรนนีของค่าย

 

“พวกผมเข้าไปด้วยได้หรือเปล่าครับ” ซังซูถามทีมงาน

 

“มาถึงขนาดนี้แล้วพวกนายก็ได้คิดจะรออยู่ข้างนอกใช่หรือเปล่าล่ะ เข้าไปเถอะ”

 

“แหะ ๆ ขอบคุณนะครับ” ซังซูได้แต่ยิ้มแห้ง ๆใ ห้กับความจริงจากปากทีมงาน

 

 

 

“อ้าว พวกฮยองก็มาด้วยหรือ” เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วพบว่ามีสองคนที่นั่งอยู่ในห้องก่อนพวกเขาแล้วซังซูก็ร้องถามออกมาด้วยความแปลกใจ

 

“ฉันก็อยากจะมารอฟังผลด้วยน่ะสิ กูซึลฉันได้ไปดูการแสดงบัสกิ้งของนายด้วยนะ มันเยี่ยมไปเลย” คนที่โดนตั้งคำถามลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาหากลุ่มคนที่เพิ่งเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วตอบคำถามซังซูก่อนที่จะหันมาพูดกับกูซึล

 

“ผมเห็นฮยองแล้วครับเมื่อวาน ขอบคุณที่ไปดูนะครับ” กูซึลโค้งตัวขอบคุณคังฮีวอนและฮันโอซอง

 

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณหรอกน่า อีกหน่อยเราก็จะเป็นทีมเดียวกันแล้ว” ฮันโอซองพูดเมื่อเห็นท่าทีเกรงอกเกรงใจของกูซึล

 

“ยังไม่ทันรู้ผลเลยครับ เกิดไม่เป็นตามที่ฮยองพูดนี่ฮยองต้องเลี้ยงเนื้อย่างผมนะข้อหาพูดให้ความหวังผม” กูซึลพูดยิ้ม ๆ

 

“นายมันเห็นแก่กิน” ซังซูวังซองพูดออกมาพร้อมกันทันทีหลังจากที่ได้ยิน ส่วนคนที่อยู่ก็โดนหาเรื่องให้เสียเงินหัวเราะออกมาอย่างอดกลั้นไม่อยู่ เจ้าเด็กคนนี้นี่มันน่าเอ็นดูจริง ๆ

 

“งั้นถ้านายได้เดบิวท์นายต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงแทนนะ”

 

“ก็ได้ ถ้าผมผ่านผมจะเลี้ยงไอศกรีม”

 

“เฮ้ ๆ ทำไมไม่เป็นเนื้อย่างล่ะ” โอซองทักท้วงเมื่อได้ยินแบบนั้น

 

“ก็ผมไม่ค่อยมีเงินนี่นา ผมยังเป็นแค่เทรนนีอยู่นะครับฮยองลืมไปแล้วเหรอ” กูซึลตีหน้าเศร้าพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร

 

“ถ้าลูกเจ้าของธุริกิจอัญมณีรายใหญ่ของโลกอย่างนายไม่ค่อยมีเงิน พวกฉันก็ไม่มีแม้แต่เศษเงินแล้วล่ะถ้าอย่างนั้น” ฮีวอนพูดตามที่เขารู้มา

 

“โห ฮยองอ่า นั่นมันเงินของแด๊ดกับมัมไม่ใช่ของผมสักหน่อย”

 

“หึ ๆ นายมันก็แถไปได้ทั้งนั้นแหละ เอาเถอะ ๆ เอาเป็นว่าไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงฉันเลี้ยงเนื้อย่างนายเองก็ได้” ฮีวอนเอื้อมมือมาวางบนศีรษะสวยได้รูปที่มีเส้นผมหนานุ่มปกคลุมอยู่แล้วโยกไปมาอย่างเอ็นดู เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมพอเป็นเจ้าเด็กตัวเล็กตรงหน้าเขาก็มักจะใจอ่อนให้ได้เสมออย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน

 

“ไปนั่งที่กันดี ๆ เถอะ อีกไม่กี่นาทีพีดีนิมคงจะมาแล้ว” จุนกอลที่ยืนเงียบอยู่นานพูดขึ้นมา

 

“อ่า นั่นสิ”โอซองเห็นด้วยเมื่อเหลือบสายตามองนาฬิกาแล้วพบว่าอีกเพียงไม่ถึงห้านาทีก็จะได้เวลานัดแล้ว

 

เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นจึงตัดสินใจเดินไปยังเก้าอี้ที่วางอยู่รอบ ๆ โต๊ะแล้วหย่อนกายนั่งลง

 

“แกร๊ก!

 

“โอ๊ะ อันนยองฮาเซโย พีดีนิม” เมื่อเห็นว่าผู้ที่เปิดประตูห้องเข้ามาเป็นใครกลุ่มคนที่เพิ่งจะหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ก็รีบเด้งตัวลุกขึ้นมาทำความเคารพกันแทบไม่ทัน

 

“อ่อ ๆ มากันพร้อมหน้าเลยดี ๆ นั่งลง ๆ นายก็ไปด้วย” คังพีดีนิมพูดกับคนที่นั่งอยู่ในห้องอยู่แล้วก่อนจะหันไปพูดกับคนที่เดินตามเขาเข้ามา

 

เด็กหนุ่มห้าคนส่งสายตาหากันเมื่อเห็นว่าคนที่เดินตามพีดีนิมเข้ามามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับพวกเขาและดูเหมือนพวกเขาจะมีลางสังหรณ์ว่าคนที่คังพีดีนิมพาเข้ามานี้จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาอย่างแน่นอน

 

ซังซูกับวังซองลอบส่งหายตาหากันทั้งคู่ต่างเห็นความกังวลใจในสายตาของอีกฝ่าย เขากลัวว่าคนคนนี้จะมาแย่งโอกาสของกูซึลไปหรือเปล่า

 

ในขณะที่วังซองกับซูซังกังวลใจ จุนกอล ฮีวอนและโอซองต่างไม่ได้มีความกังวลใจเลยสักนิด ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ห่วงกูซึล แต่เป็นเพราะเขามั่นใจว่าอย่างไรกูซึลต้องได้เดบิวท์พร้อมพวกเขาแน่ ๆ คังพีดีนิมเป็นคนที่มีสายตาแหลมคมและฉลาดไม่มีทางที่จะตัดสินใจผิดพลาดทิ้งเพชรน้ำงามอย่างกูซึลไปได้แน่นอน

 

ส่วนคนที่กำลังเป็นหัวข้อในความคิดของอีกห้าคนนั้นเอาแต่มองดูคนที่เดินตามพีดีนิมเข้ามา กูซึลคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาที่อินซาฮยองเข้ามาเป็นเด็กฝึกในค่ายแล้วเหรอ เอ ช่วงเวลานี้คงถูกต้องแล้วล่ะ เขาจำเวลาที่แน่ชัดไม่ได้จำได้แต่ว่าเป็นช่วงนี้จริง ๆ

 

“ดีจริง ๆ ที่พวกนายอยู่กันพร้อมหน้าเลยเพราะเรื่องที่ฉันจะแจ้งในวันนี้เกี่ยวข้องกับพวกนายทุกคน เอาล่ะ ฉันควรจะพูดเรื่องไหนก่อนดี ควรเริ่มจากแนะนำคนที่นั่งข้าง ๆ ฉันหรือพูดเรื่องผลการตัดสินการแสดงเมื่อวานดี” เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างนั่งกันเรียบร้อยแล้ว คังพีดีนิมก็กล่าวขึ้นมาสีหน้าราบเรียบแบบที่ใครก็ไม่สามารถเดาอารมณ์ได้

 

“เอาเรื่องผล…..

 

“แนะนำฮยองคนนี้ก่อนดีกว่าครับ” ยังไม่ทันที่วังซองจะพูดจบ กูซึลก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน เขารู้ว่าวังซองฮยองอยากจะรู้ผลการตัดสินอนาคตเขาแล้วเลยเลือกจะตอบแบบนั้น แต่ว่าเขาไม่อยากให้คนที่จะต้องมาเป็นส่วนหนึ่งและอยู่ร่วมกับพวกเขาอีกนานนับสิบ ๆ ปีอย่างอินซาฮยองต้องรู้สึกแย่กับการกระทำที่ถูกละเลยแบบนี้

 

“เอางั้นก็ได้ อินซาแนะนำตัวหน่อย” คังพีดีนิมหันไปพยักหน้าให้คนที่นั่งข้าง ๆ

 

“สวัสดีครับ ผม นัมอินซา ยินดีที่ได้รู้จักและฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนด้วยนะครับ” เมื่อได้ยินแบบนั้นนัมอินซาก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะกล่าวแนะนำตัวพร้อมโค้งลำตัวลงไปเป็นการทักทาย

 

“จะมาเป็นเมนโวลคอลของพวกนาย” คนที่ถือหุ้นมากที่สุดในค่ายนี้พูดต่อหลังจากที่คนที่เขาพาเข้ามาแนะนำตัวเสร็จไป

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

เมนโวลคอล (เสียงร้องหลัก)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.113K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,676 ความคิดเห็น

  1. #1631 benzsu best (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 18:52
    พี่ยองแจจจจจ ฮือมันใช่!!
    #1,631
    0
  2. #1613 myBlackpearl (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 18:03
    got7มากๆ
    #1,613
    0
  3. #1485 MitsukiCarto (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 09:10
    กินกันแต่เนื้อย่างนะพวกนี้หนิ
    #1,485
    0
  4. #1072 ddlovepp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 22:37

    ตอนที่แล้วไม่มีจุนมะ ลืมจุนไปเลย จำได้เเต้พี่รอง งงเด้
    #1,072
    0
  5. #739 Xialyu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 23:30
    เฮ้อออออ มาแล้วอีกคน อิอิ
    #739
    0
  6. #694 jeenyna_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 08:48
    ทำไมมีแต่เนื้อย่าง5555
    #694
    0
  7. #687 ห้วงมิติสีดำ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 23:36
    พี่ใหญ่กับรองเล็ก นี่มันทีมมบ.ชัดๆ555555

    นิสัยนั่นก็มาร์ค นิสัยซึงก็บวมบวม—
    #687
    0
  8. #633 El Dorado Bz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 20:34
    สรุปวงนี้มีกี่คน
    #633
    0
  9. #531 yukai (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 11:11
    ขอบคุณ
    #531
    0
  10. #515 มังกือน้อยประจันบาน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 03:29
    ยังกะอ่านแฟนฟิค 5555 งืออออ นี่มันมาร์คแบมชัดๆ เพื่อนที่อายุน้อยกว่าก็ยูคยอม พี่หวังก็มา 4คนที่สนิทกันคือเอาคาแรกเตอร์นี้มาเลยใช่มั้ยคะ
    #515
    0
  11. #461 dlky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 23:54
    ไรท์แปลให้ด้วยได้มั้ยคะ วงเล็บไว้ท้ายประโยคให้สักหน่อย เราไม่สันทัดเรื่องนี้ บางคำก็งงนะ จะดีมากถ้าไรท์แปลให้เราด้วย
    #461
    0
  12. #274 magic moon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:45
    จริงๆ ที่พูดอยู่ปกติ ก็เป็นเกาหลีอยู่เเล้วไม่ใช่หรอ คือนิยาย ใช้คำไทยแทนเกาหลี คือมันก็ต้องแทนทั้งเรื่อง ไม่น่าใช่ไทยคำเกาหลีผสมเลย มันจะแปลกมาก ถ้าเปลี่ยนเป็นไทยให้หมดมันจะไหลลื่นกว่า ดูเป็นมือมีชั้นเชิงกว่าด้วยค่ะ ลองปรับดูดีกว่าเนอะ
    #274
    0
  13. #146 Zino zenz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:10
    ขอคำแปลศัพท์เกาหลีด้วย ไม่ใช่สายนี่อะ
    #146
    0
  14. #90 ตัวทำโลกร้อน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 23:53
    ตอนพูดเกาหลีมีวงเล็บแปลไว้ด้วยได้มั้ยอ่าาา มีมนุษย์ที่ไม่ใช่สายเกาหลงมาอยู่ตรงนี้
    #90
    0
  15. #89 giftfully (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 20:39
    เมนโวคอล อิอิ เมนคนนี้ๆ
    #89
    0
  16. #84 Notty Kero (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 10:07
    รอผลต่อไปปปป
    #84
    0
  17. #83 ดิเดียร์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 01:18
    กำคิดว่ารุ้ผลลลล
    #83
    0
  18. #82 PJ_Nn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 23:31
    จบตอนก็ยังไม่รู้ผลสักที
    #82
    0
  19. #81 EchizenRyoma (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 22:52
    มาแล้ววววว
    #81
    0
  20. #80 SeMai (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 22:43
    เย้~ ใครจะคูกับเคะน้อยกันน้อ
    #80
    0
  21. #79 jjj232 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 22:40
    รออยู่น้าา
    #79
    0
  22. #78 mykkkk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 21:41
    สนุกค่า
    #78
    0
  23. #77 shirayuuki (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 21:41
    รอตอนต่อไปน้า
    #77
    0