ย้อนเวลาเริ่มรัก

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,503 ครั้ง
    11 ต.ค. 61

จุนกอล (พี่ใหญ่ แรปไลน์ อเมริกา)

ฮีวอน (ลีดเดอร์)

วังซอง (แรปไลน์ พี่รอง แคนนาดา)

โอซอง (เจ้าชายของวง)

อินซา (เสียงร้องของวง)

กูซึล (รองมังเน่ รองน้องเล็ก)

ซังซู (มังเน่ น้องเล็ก)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

เอาล่ะ ใครจะออกมารับการประเมินก่อนคนแรกเสียงที่ดังมาจากหน้าห้องเรียกสายตาของเหล่าวัยรุ่นชายหญิงจำนวนกว่าสามสิบชีวิตให้หันไปมองหน้ากันอย่างตัดสินใจไม่ค่อยจะได้

 

วันนี้เป็นวันสอบประเมินการเต้นประจำเดือนแม้พวกเขาทั้งหมดจะผ่านการฝึกฝนและฝึกซ้อมกันมาอย่างหนัก แต่พอถึงช่วงเวลาแบบนี้ทีไรก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเข้าแดนประหารทุกที นี่คือความรู้สึกของเหล่าเทรนนีทุกคนไม่ว่าคนนั้นจะมีอายุการเทรนมากี่มากน้อยแล้วก็ตาม

 

กูซึลเหลือบตามองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่ายังไม่มีใครเสนอตัวขึ้นไปโชว์เป็นคนแรกเขาก็ขยับตัวจะลุกแต่กลับโดนมือของคนที่นั่งข้าง ๆ ดึงไว้ก่อน

 

นายไว้ออกไปเป็นคนสุดท้าย……ถ้านายออกไปตอนนี้คนอื่นจะเสียแรงใจชเวจุนกอลที่เห็นสีหน้าแสดงความไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่เขาดึงตัวเองไว้ของกูซึลจึงได้พูดอธิบายเสียงกระซิบ เพียงแต่อีกสองคนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ เขาอย่างโอซังซูและพัควังซองกลับมีหูผีได้ยินสิ่งที่เขาพูดและพยักหน้าออกมาอย่างเห็นด้วย

 

ตลอดเวลาเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงระยะเวลาที่กูซึลสร้างความตื่นตะลึงและตกใจให้แก่คนที่ฝึกซ้อมด้วยกันเป็นประจำทุกวันเป็นอย่างมาก ในบรรดาเหล่าเทรนนีและผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วนอกจากครูฝึกเกรงว่าจะไม่มีใครรู้ขีดความสามารถของกูซึลได้ดีเท่าพวกเขาทั้งสามคนแล้วเนื่องจากฝึกซ้อมด้วยกันมาตลอด ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนของเจ้าตัวสร้างความฉงนใจให้พวกเขานัก มันไม่ใช่แค่ความสามารถเรื่องการเต้นเท่านั้นที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่มันรวมไปถึงเรื่องการร้อง การแรปหรือแม้กระทั่งภาษาเกาหลีของเจ้าตัวก็ด้วย

 

ต้องรู้ก่อนว่าแม้พวกเขาทั้งสามคน จุนกอล วังซอง กูซึลจะเป็นคนเกาหลีและมีเชื้อเกาหลีแต่เพราะเกิดและโตที่ต่างประเทศ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักดังนั้นเวลาที่พวกเขาคุยกันก็มักจะคุยกันด้วยภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่เวลาที่อยู่ด้วยกันสามคน แต่เวลาคุยกับซังซูหรืออยู่ในช่วงเวลาฝึกซ้อมพวกเขาจะใช้ภาษาเกาหลีส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคำสั่งของท่านประธาน ด้วยภาษาเกาหลีของพวกเขานั้นอยู่ในระดับที่พอจะสื่อสารรู้เรื่องเท่านั้นไม่ได้ดีอะไรมากมายพีดีนิมจึงต้องการให้พวกเขาคุ้นชินกับภาษาเกาหลีให้ได้มากที่สุด แต่แล้วอยู่ ๆ ภาษาเกาหลีของกูซึลก็อยู่ในระดับที่เหมือนคนเกิดและโตในประเทศเจ้าของภาษาจะไม่ให้พวกเขาทั้งสามคนตกใจได้อย่างไร

 

เข้าใจแล้วครับเมื่อได้ฟังเหตุผลของพี่ใหญ่ คนโดนทักท้วงไว้ก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย กูซึลตำหนิตัวเองในใจกับเรื่องที่ตัวเองมองข้ามไป หากเขาออกไปรับการประเมินก่อนเป็นคนแรกด้วยความสามารถที่เขามีในตอนนี้ย่อมต้องทำให้คนถัดไปต่อจากเขาต้องกดดันแน่นอน แม้ไม่ได้มีความคิดที่จะเก็บซ่อนความสามารถเพราะคิดว่าจะนำทุกอย่างที่มีในตอนนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะใช้มันไปสร้างความกดดันหรือกดข่มคนอื่นด้วยเช่นเดียวกัน

 

เมื่อเห็นคนน้องเข้าใจในความหวังดีของเขาจุนกอลก็หันไปมองตรงกลางห้องที่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีคนเป็นหน่วยกล้าตายออกไปโชว์เป็นคนแรกแล้ว เป็นเทรนนีที่อยู่มาก่อนเขาสักหนึ่งปีเห็นจะได้ เคยพูดคุยกันอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้สนิทกันมากนัก เอาตรง ๆ คือเขาก็จำชื่อไม่ได้

 

 

 

ใครจะออกมาคนต่อไปเตรียมตัวเลยนะจุนกอลลุกขึ้นเมื่อสิ้นคำพูดของครูฝึกที่รับหน้าที่เป็นผู้ประเมินในครั้งนี้ ตอนนี้มีคนออกไปรับการประเมินเกือบครึ่งแล้ว จุนกอลคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับเขาแล้วถึงได้ลุกออกไป

 

สู้ ๆ นะครับ สู้ ๆ นะ ฮยองทำได้อยู่แล้วซังซู วังซองและกูซึลพูดออกมาพร้อมกันเมื่อเห็นพี่ใหญ่สุดในหมู่พวกเขาจะออกไปแสดงแล้ว

 

ฉันว่าจะออกไปต่อจากฮยองแหละเมื่อเห็นพี่ใหญ่เดินไปเตรียมตัวแล้ว วังซองก็หันมาพูดกับน้องชายสองคนข้าง ๆ

 

งั้นผมต่อฮยองอีกทีซังซูที่เห็นพี่ชายจากแคนนาดาจะออกไปรับการประเมินเร็ว ๆ นี้ก็เลยจะออกไปบ้าง

 

เอ้า ที่นี้เลยเหลือแค่ผมคนเดียวเลยที่ต้องรอกูซึลพูดหน้ายุ่ง

 

ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้นายเต้นได้ดีแบบนั้นสองเสียงที่ประสานกันของพี่รองน้องเล็กในตอนนี้เรียกสีหน้าเก้อเขินจากคนโดนชมได้เป็นอย่างดี ก็รู้หรอกว่าตัวเองออกจะโกงไปหน่อยที่ใช้ความสามารถของอนาคตในอีกสิบกว่าปีข้างหน้าจนได้รับคำชมแบบนี้ แต่ถึงอย่างไรคำชมก็คือคำชม แล้วอีกอย่างนี่ก็เป็นความสามารถที่เขาทุ่มเทพยายามที่จะได้มันมาด้วยตัวเองไม่ได้ใช้สูตรโกงเติมทรูอะไรเลย

 

พร้อมแล้วก็เริ่มเลยเสียงครูฝึกที่ดังขึ้นเรียกสายตาของทั้งสามคนให้หันไปรวมในจุดเดียวกัน จุดที่พี่ใหญ่ของพวกเขาดูยืนอยู่

 

 “ครับจุนกอลรับคำก่อนที่จะหลับตาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง ตอนนี้ใจเขาเต้นรัวจนเจ็บหน้าอกไปหมดแล้ว

 

เมื่อเสียงเพลงดังขึ้นจุลกอลก็ปล่อยร่างกายตัวเองให้ไหลไปเพลงทุกส่วนของร่างกายขยับไปตามที่ฝึกซ้อมมาอย่างคุ้นชิน โดยที่ในหัวของเขาว่างเปล่าไปหมด บอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขากำลังเต้นท่าอะไรอยู่

 

ตึง เฮ แปะๆๆๆๆสิ้นเสียงสุดท้ายจากท่าตีลังกาจบ เสียงเฮเสียงปรบมือก็ดังขึ้นจากเหล่าเทรนนีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในเสียงที่ดังที่สุดก็มาจากกูซึล

 

กูซึลคิดว่าอาจจะดูเหมือนเข้าข้างรุ่นพี่คนสนิทของตัวเองแต่จากสายตาของเขาในตอนนี้ในบรรดาคนที่ออกไปรับการประเมินแล้วนั้น จุนกอลฮยองเป็นคนที่เต้นออกมาได้ดีที่สุด

 

นายเต้นใช้ได้เลยจุนกอล เต้นดูแข็งแรงดีมีดูมีเสน่ห์ด้วย แต่ว่าอยากให้ไลน์เต้นนายชัดกว่านี้อีกหน่อยนะ เอาล่ะ พยามเข้าอีกนิดฉันเชื่อว่านายจะต้องทำได้ดีกว่านี้เมื่อเสียงปรบมือเงียบหายไปครูฝึกที่เป็นผู้ประเมินในครั้งนี้ก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด

 

รับทราบแล้วครับ ขอบคุณครับจุนกอลโค้งตัวเพื่อเป็นการรับคำพูดและคำชมของครูฝึกด้วยสีหน้าที่แม้จะไม่ได้ยิ้มกว้างอย่างที่ใคร ๆ หลายคนเป็นยามได้รับคำชมแต่ก็ยังมีรอยยิ้มเล็ก ๆ แสดงที่ริมฝีปากเพื่อบ่งบอกว่าเขาเองก็ดีใจและมีความสุขที่ได้รับคำชมเหมือนกัน

 

โล่งเลยน่ะสิฮยองซังซูพูดขึ้นมาเมื่อจุนกอลเดินมานั่งที่แล้ว

 

 “อืมจุนกอลตอบรับสั้น ๆ อย่างคนพูดน้อย แต่นั่นก็ทำให้คนที่ฟังอยู่รู้ว่าเจ้าตัวรู้สึกโล่งใจแล้วตามที่ถามไปจริง ๆ

 

งั้นผมไปเตรียมตัวก่อนนะซังซูเมื่อเห็นว่าวังซองฮยองจะเริ่มแสดงแล้วจึงได้ขอตัวออกไปเตรียมความพร้อมของตัวเองบ้าง

 

จุนกอลและกูซึลพยักหน้ารับแต่สายตาจับจ้องไปที่วังซองที่เริ่มออกท่าทางการเต้นแล้ว คนที่ย้อนเวลากลับมาส่งสายตาแสดงการให้กำลังใจไปให้พี่ชายคนสนิท แม้เขาจะรู้อยู่แล้วว่าพี่ชายคนนี้ของเขาเก่งขนาดไหนและมีความมั่นใจในตัวเองเท่าไร แต่รู้ก็ส่วนรู้ กำลังใจที่มีให้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 

จุนกอลเหลือบสายตามองคนที่นั่งข้าง ๆ อยู่พักหนึ่งแววตาปรากฏความรู้สึกหนึ่งพาดผ่านก่อนที่จะจางหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อคนที่เขาแอบมองหันสายตามาเจอโดยบังเอิญ

 

กูซึลงงเล็กน้อยกับปฏิกิริยาของพี่ใหญ่ แต่ก็เหมือนจะชิน ชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาก็ไม่ใช่เพราะปฏิกิริยาแบบนี้หรืออย่างไรที่ทำเอาใครต่อใครที่เห็นเก็บไปคิดไกลเป็นเรื่องเป็นเรื่องเป็นราว น่าเสียดายที่มันเป็นเรื่องที่คิดไปเองฝ่ายเดียว แต่ก็ดี เพราะถ้าตอนนั้นเขาไม่ได้คิดไปเองฝ่ายเดียวก็ยังไม่แน่ว่าหากคนอื่นรู้มันจะเกิดปัญหามากมายขนาดไหน

 

มัวแต่นั่งเหม่อ ได้ดูที่ฉันเต้นไหมกูซึลคนที่เพิ่งกลับเข้ามานั่งที่หันไปถาม

 

ได้ดูสิครับ ฮยองไม่เห็นสายตาที่ผมส่งกำลังใจไปให้หรือไงกูซึลออกจากภวังความคิดของตัวเองออกมาตอบคำถาม

 

นาทีนั้นฉันไม่รับรู้อะไรหรอก เต้นจบตอนไหนยังเกือบจะไม่รู้เลย ใครจะไปเหมือนนายดูไม่ตื่นเต้นเลย แปลก

 

ผมก็ตื่นเต้นนะ แต่ว่าไม่ได้แสดงออกไงกูซึลพูดแก้ตัว เขาไม่ได้ตื่นเต้นจริง ๆ นั่นแหละ ยังไงเขาก็ผ่านเวทีมาเป็นร้อยเวทีแล้วนะตลอดระยะเวลาการเดบิวท์สิบกว่าปี แม้ว่าวงเขาจะไม่ใช่วงอันดับหนึ่งแต่ก็เป็นวงที่มีแฟนคลับมากมายอยู่ทั่วโลกกับเขาเหมือนกัน เวทีคอนเสิร์ตที่จุที่นั่งจำนวนครึ่งแสนเขาก็ผ่านมาแล้ว ดังนั้นการสอบประเมินในครั้งนี้จึงไม่อาจสร้างความกดดันให้เขาได้อีก

 

งั้นหรืองึมงำในลำคอแล้วเลิกสนใจความแปลกไปของน้องชายคนนี้ก่อนที่จะหันไปสนใจน้องชายที่ยืนอยู่กลางห้องแทน

 

กูซึลยิ้มรับกับท่าทางแบบนี้ เขาชอบที่พวกเขาเป็นแบบนี้ ในชีวิตที่แล้วของเขาก็เป็นแบบนี้ ตอนที่ที่รวมตัวเป็นวงเจ็ดคนกันแล้ว หากจังหวะไหนที่มีใครกำลังพูดอยู่หรือทำอะไรอยู่ คนที่เหลือก็จะทุ่มความสนใจไปให้คนคนนั้น เป็นความใส่ใจในรูปแบบหนึ่ง เป็นความสัมพันธ์ที่เขาชอบที่สุด

 

 

 

เอาล่ะ เหลือคนสุดท้ายแล้วใช่ไหมพูดพลางมองดูคนที่ยืนอยู่กลางห้องอย่างแปลกใจนิดหน่อย เขารู้จักคุ้นเคยกับเทรนนีลูกเสี้ยวคนนี้ดี เป็นเด็กที่มีไลน์เต้นคมชัดอีกคนหนึ่งที่เขาชอบ แม้ส่วนสูงจะน้อยไปสักน้อยสำหรับเด็กวัยเดียวกันและเชื้อชาติยุโรปที่มีอยู่ในตัว ที่เขาแปลกใจคือทำไมรอบนี้เด็กคนนี้ถึงได้ออกมาเป็นคนสุดท้าย ไหนเคยพูดว่าชอบเป็นคนแรก ๆ มากกว่า คนหลัง ๆ มักจะต้องแบกรับความกดดันไง

 

ครับกูซึลตอบรับคำเสียงมั่นใจ

 

เริ่มเลยสิ้นเสียงครูฝึกเพลงที่ถูกเตรียมไว้ก็ดังขึ้นมา กูซึลปลดปล่อยความคิดทั้งหมดในสมองก่อนที่จะปล่อยร่างกายให้เคลื่อนไหวไปตามที่ใจคิด ไร้ซึ่งความประหม่าและตื่นเต้นใด ๆ รู้สึกแค่เพียงว่าห้องนี้คือเวทีของเขา คนที่กำลังนั่งดูอยู่นี้คือเหล่าแฟนคลับที่เขาจะไม่มีทางทำให้ผิดหวังเพราะการแสดงที่ผิดพลาด นี่คือคติประจำใจของเขา

 

 

เงียบ การแสดงของกูซึลจบลงไปแล้ว เพลงที่ถูกเปิดไว้ใช้ในการแสดงก็ถูกปิดไปแล้ว เมื่อทุกคนที่นั่งดูอยู่นิ่งเงียบก็ทำให้ทั้งห้องถูกความเงียบเข้ากดทับ

 

แปะ ๆๆๆ เฮ ๆๆๆเป็นจุนกอลที่เริ่มต้นปรบมือก่อน ทำให้คนอื่น ๆ ได้สติกลับคืนมาก็แสดงความชื่นชมกับการแสดงของเทรนนีคนสุดท้ายด้วยการปรบมือและส่งเสียงยินดีอย่างอื้ออึง มีบางคนถึงขนาดกล่าวออกมาว่าต้องการให้แสดงอีกรอบ ดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่านี่ไม่ใช่เวทีการแสดงแต่เป็นการทดสอบประจำเดือนสำหรับเทรนนีเท่านั้น คงต้องโทษความสามารถของกูซึลในตอนนี้ที่มันมีมากเกินกว่าเด็กฝึกคนหนึ่งจะมีได้

 

เอาล่ะ ๆ ทุกคนอยู่ในความสงบก่อน กูซึล ครูแปลกใจนะ แปลกใจมากด้วยกับโชว์ของนายวันนี้ นี่ถ้าไม่ลืมว่าเป็นโชว์ของเทรนนี ครูจะคิดว่านายเป็นศิลปินที่ผ่านการเดบิวท์มาแล้วเกือบสิบปีนะ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีสำหรับการแสดงของนาย มันดีมากจริง ๆ ดีอย่างไร้ที่ติเลยด้วย ครูคิดว่านายคงต้องฝึกซ้อมมาอย่างหนักจริง ๆ กว่าจะได้มาถึงขนาดนี้ หวังว่านายจะยังคงมาตรฐานนี้ไว้และคิดว่านายน่าจะทำมันได้ดีกว่านี้อีกในคราวหน้า อย่าลืมความรู้สึกในวันนี้ล่ะ

 

เอาล่ะ สำหรับการประเมินในวันนี้จบลงไปแล้ว อยากให้ทุกคนจะนำคำพูดของครูไปปรับปรุงและพัฒนาศักยภาพของตัวเอง มีความฝันก็ต้องมีความพยายาม ครูหวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากการประเมินในครั้งนี้มากที่สุด แยกย้ายกันได้เลยเมื่อพูดกับกูซึลจบครูฝึกก็หันไปพูดกับเหล่าเทรนนีคนอื่น ๆ ในห้องต่อ ส่วนกูซึลเมื่อโค้งตัวตอบรับคำชมแล้วก็เดินกลับมานั่งที่เดิมของตัวเอง

 

 

ขนาดฉันที่เห็นนายซ้อมมาก่อนแล้วยังอดตะลึงไม่ได้ ไม่แปลกใจเลยที่คนอื่น ๆ จะเป็นแบบนี้ซังซูพูดกับเพื่อนรักของตัวเอง

 

กูซึลได้แต่ยิ้มรับคำพูดนี้ หากอยู่ด้วยกันตามลำพังเขาคงพูดตอบกลับไปเล่นอย่างไม่จริงจังแล้วว่า เพราะฉันเก่ง แต่เพราะว่าในห้องนี้ยังมีเทรนนีคนอื่น ๆ อยู่ด้วยเขาไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวจะโดนหมั่นไส้ คนที่ไม่สนิทกันไม่รู้หรอกว่าเขาจะพูดจริงพูดเล่น ถ้าเจอคำพูดมั่นหน้าแบบนี้จากคนที่เป็นคู่แข่งของตัวเองกลาย ๆ ยังไงก็อดที่จะขัดหูขัดตาไม่ได้อยู่แล้วแน่นอน

 

 

เฮ้กูซึล ไม่รู้เลยว่าแค่เดือนเดียวความสามารถนายจะพัฒนาไปไกลขนาดนี้ขณะที่กำลังจะเดินออกจากห้องประเมิน ก็มีมือมาโอบไหล่พร้อมคำพูดน้ำเสียงหยอกล้อแต่ก็แฝงความชื่นชมไว้อย่างจริงใจจากเพื่อนเทรนนีที่เขาค่อนข้างสนิทด้วยอย่าง จงยอน

 

นิดหน่อยน่ะ ยังต้องพยายามอีกเยอะ นายไปไหนไหม ไปกินข้าวด้วยกันสิกูซึลเปลี่ยนเรื่องอย่างเนียน ๆ นี่เป็นอีกเรื่องที่น่าอึดอัดที่เขาคาดการณ์ไว้ว่าต้องเจอหากนำความสามารถที่มีในอนาคตมาใช้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังยืนยันจะแสดงมันออกไปอีก เขาจำได้ว่าเขาเกือบจะไม่ได้เดบิวท์พร้อมคนอื่น ๆ แล้วในชีวิตก่อน เป็นเพราะความไม่พร้อมของเขา แรปก็ไม่เก่ง บุคลิก รูปร่างก็ไม่ได้ หากไม่ได้ความช่วยเหลือจากอีกสามคนเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะถอดใจจนละทิ้งความฝันหรือไม่ คราวนี้เขาไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น เขาอยากจะใช้ความสามารถของเขาทั้งหมดในการส่งตัวเองไปให้ถึงฝัน นี่เป็นความมุ่งมั่นทั้งหมดที่เขามีในตอนนี้

 

ฉันนัดกับพวกซองมินไว้แล้ว เอาไว้คราวหน้านะฉันไม่พลาดแน่นอนจงยอนปฏิเสธออกมาเพราะติดนัดกับเพื่อนกลุ่มตัวเองแล้ว

 

ไม่เป็นไร นายรีบไปเถอะ พวกนั้นมองมาแล้วแม้จะค่อนข้างสนิทกับจงยอนแต่เพื่อนกลุ่มเดียวกันกับจงยอนอย่างซองมินเขากลับไม่ค่อยได้พูดคุยกันเท่าไรนัก อาจเป็นเพราะซองมินดูจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาเท่าไร ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันและไม่คิดอยากจะรู้ด้วยเพราะยังไงคนคนนี้ก็ไม่ค่อยมีบทบาทกับชีวิตเขา เขายังจำได้ว่าหมอนี่ออกจากค่ายไปตอนที่เขากำลังจะได้เดบิวท์ ซึ่งเขาก็ไม่ได้สนใจสาเหตุนักด้วยเป็นเรื่องปกติที่จะมีเทรนนีเข้าและออกตลอดเวลา

 

อืม บาย

 

บาย ไปกันเถอะครับเมื่อร่ำลากับเพื่อนเรียบร้อยแล้วถึงได้หันมาชวนสามคนที่รออยู่ให้ออกเดินต่อ

 

กินอะไรดีครับซังซูถามความคิดเห็น

 

เนื้อย่างเถอะ ร่างกายต้องการเนื้อมากตอนนี้กูซึลเสนอเมนูที่เขาชอบออกมา

 

เนื้อย่างเนี่ยนะวังซองทักท้วงออกมา เขาเป็นหนึ่งที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพอาหารการกินมากคนหนึ่ง เวลาจะกินอะไรมักจะต้องคิดแล้วคิดอีกว่ามันดีต่อสุขภาพและรูปร่างเขาหรือไม่

 

นานทีน่าฮยอง กินแล้วค่อยออกกำลังกายก็ได้ เดี๋ยวผมออกเป็นเพื่อนกูซึลรู้ดีว่าพี่ชายคนนี้รักษาหุ่นขนาดไหน ไอเรื่องไขมันส่วนเกินนี่เมินเถอะ ไม่มีทางได้มาอยู่ในร่างกายฮยองเขาหรอก

 

อย่างนายเนี่ยนะจะออกกำลังกาย แค่ให้เตะบอลเป็นเพื่อนนายยังไม่อยากจะไปวังซองมองคนพูดอย่างไม่เชื่อถือเท่าไรนัก

 

เชื่อผมเถอะ ตั้งแต่นี้ผมจะตั้งใจออกกำลังกายแล้วกูซึลไม่หวังพึ่งแค่เรื่องความสามารถของตัวเองเท่านั้น เขาตั้งใจจะทำทุกวิถีทางให้ความสูงของเขาเพิ่มขึ้นด้วยและเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าด้วยสายเลือดที่มีเชื้อยุโรปของตัวเองจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง ความจริงเมื่อชีวิตก่อนเขาก็สูงแต่มาเริ่มสูงพรวดพาดเอาตอนอายุสิบแปด ก่อนที่จะย้อนเวลากลับมาเขาก็สูงถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าเซนติเมตร หากแต่ตอนนี้เขาอายุเพียงสิบห้าสูงหนึ่งร้อยหกสิบเท่านั้น เขายังต้องการส่วนสูงอีกหลายเซน อย่างน้อยก่อนที่จะได้เดบิวท์เขาก็ควรมีส่วนสูงสักหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซ็น สองปีกับสิบห้าเซนติเมตรนี่จะไหวไหมนะ

 

เอาน่า ถ้ากูซึลไม่ไปผมไปแทนก็ได้เมื่อเห็นเพื่อนรักอยากกินเนื้อย่างแต่วังซองฮยองห่วงเรื่องพลังงานส่วนเกิน ซังซูผู้รักเพื่อนก็อดไม่ได้ที่จะเสนอตัวและเข้าข้างเพื่อนรัก

 

ก็ได้ ๆ ถ้าพวกนายเบี้ยวฉันล่ะน่าดู ใช่ไหมฮยอง อะ อ้าววังซองคาดโทษสองน้องน้อยไว้ล่วงหน้า ก่อนที่จะหันมาหาพรรคพวกอย่างจุนกอลแต่ว่าก็ต้องเก้อเพราะคนที่เขาจะเอามาเข้าพวกไม่อยู่แล้ว

 

จุนกอลฮยองเขาเดินไปตั้งแต่ฮยองท้วงเรื่องเนื้อย่างแล้ว ป่านนี้คงเดินไปถึงหน้าตึกแล้วมั้ง ฮ่าๆๆๆคนที่อายุน้อยสุดหัวเราะให้กับความเก้อของพี่รอง

 

บางทีก็อยากถามฮยองเขานะว่ารีบเหรอวังซองส่ายหน้าถามอย่างเอือมระอาในความพี่ใหญ่

 

กูซึลมองภาพตรงหน้ายิ้มๆพลางนึกในใจว่าอีกหน่อยเดี๋ยวทุกคนก็จะชินไปเองกับความจุนกอลฮยองนี้

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.503K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,676 ความคิดเห็น

  1. #1651 984363270 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 16:37
    จ้าาๆๆๆๆอเมริกันไทยกงงงโอเค๊!!!!
    #1,651
    0
  2. #1626 benzsu best (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 17:50
    ชี้นยังจำคำอวยพรของฮยองได้ที่บอกเห็นิะไรได้ยินอะไรก็อย่าเพิ่งเชื่อ เนี่ยหนูจ๋าพี่ว่าเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำนะ
    #1,626
    0
  3. #1474 MitsukiCarto (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 07:53
    เริ่มเห็นแววมีคนหลงเสน่ห์น้องละ
    #1,474
    0
  4. #1459 hanari00123 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 23:03
    -มันมีอะไรในก่อไผ่ถูกป้ะ?
    #1,459
    0
  5. #803 ข้าวเหนียว_สังขยา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 00:40
    อิพี่จุนนี่ยังไง..พิรุดๆ
    #803
    0
  6. #733 Xialyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 21:23
    ชอบบบบบมากเลยค่ะ^^
    #733
    0
  7. #42 Notty Kero (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 22:17
    ทำไมในอนาคตที่เกิดขึ้นในอดีตมันดูแปลกๆชอบกลง่ะงื่อออออ
    #42
    0
  8. #17 h57241106 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 18:23
    ชอบบบบบบบบบ~
    ติดตามอยู่น่าาาาา
    #17
    0