ย้อนเวลาเริ่มรัก

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,078 ครั้ง
    10 ต.ค. 61

จุนกอล (พี่ใหญ่ แรปไลน์ อเมริกา)

ฮีวอน (ลีดเดอร์)

วังซอง (แรปไลน์ พี่รอง แคนนาดา)

โอซอง (เจ้าชายของวง)

อินซา (เสียงร้องของวง)

กูซึล (รองมังเน่ รองน้องเล็ก)

ซังซู (มังเน่ น้องเล็ก)

พีดีนิม (โปรดิวเซอร์)

ออมม่า อาปา (แม่,พ่อ)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

“เรตติ้งของรายการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ” คังพีดีนิมพูดถึงเรตติ้งรายการหลังจากออกกากาศไปแล้วสี่ครั้งโดยออกอากาศสัปดาห์ละตอน

 

“จริงหรือครับ ผมดีใจมากๆเลย” วังซูยิ้มจนตาแทบจะปิดเมื่อได้ยินแบบนั้น

 

“จริง และอันที่จริงเรตติ้งตอนที่สองก็เพิ่มขึ้นจากตอนแรกนะ แต่ตอนที่สามนี่เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด อาจจะเป็นผลมากจากมิวสิควีดีโอและเพลงที่ปล่อยออกไปก็ได้”พูดถึงเรตติ้งของรายการเมื่อนำมาคิดเป็นเปอร์เซ็นการเพิ่มขึ้นจะพบว่าช่วงสัปดาห์ที่สามนี่เพิ่มมากกว่าสัปดาห์อื่น และแม้จะพูดว่า อาจจะ แต่คังพีดีนิมย่อมวิเคราะห์จากข้อมูลที่ได้รับมาอยู่แล้ว ผลตอบรับจากเพลงที่ปล่อยออกไปเมื่อสิบกว่าวันก่อนหน้านี้ถือว่าดีมาก ๆ จนขึ้นเทรนอันดับหนึ่งในสิบในหลายๆ ชาร์ต

 

“เรื่องอื่น ๆ ก็ถูกพูดถึงอยู่เยอะนะ วังซอง กูซูล ซังซู แฟนคลับดูท่าจะชอบเวลาพวกนายเล่นกันนะ ดูชอบบุคลิกสดใสร่าเริงของพวกนายดี” คังพีดีนิมยังเป็นคนพูดต่อและความจริงเขาอยากจะเปลี่ยนคำว่าสดใสร่าเริงเป็นไร้สติมาก ๆ เขาได้ดูวีดีโอจากกล้องที่ทีมงานตามถ่ายและกล้องที่ถูกติดตั้งไว้ในหอพัก เจ้าเด็กสามคนนี้มีวีรกรรมแสบ ๆ มากมายที่เขาไม่สามารถบรรยายมันออกมาได้หมด เป็นการเล่นกันที่เหมือนจะหาสติไม่เจอ แต่นั่นแหละคือมันคือเสน่ห์ของเจ้าพวกนี้และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่อมยิ้มตามเวลาที่ได้เห็น

 

“สดใสร่าเริงหรือไร้สติกันแน่ครับ” โอซองเป็นคนพูดแทนในสิ่งที่พีดีนิมคิดและอาจจะรวมไปถึงสมาชิคนอื่น ๆ ในทีมด้วยที่มีความคิดแบบนี้

 

“โห ไร้สติอะไรฮยอง บอกเลยในวงนี่ผมมีสติที่สุดแล้ว” น้องเล็กอย่างซังซูไม่ยอมรับที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนไร้สติ

 

“มีสติมากเลยสิ งั้นใครกันที่เอาไข่ทั้งฟองเข้าไปใส่ในไมโครเวฟ” ฮีวอนพูดไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาทั้งหมดในหอใจหายใจคว่ำกันไปหมด เมื่อน้องเล็กที่เพิ่งจะบอกว่าตัวมีสติที่สุดเอาใข่ไปใส่ในไมโครเวฟทั้งฟองแล้วเกิดการระเบิดเสียงดังจนปลุกพวกเขาทั้งหมดที่เพิ่งจะเข้านอนไปไมถึงชั่วโมงให้ตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ

 

ตอนนั้นพอรู้ต้นสายปลายเหตุและที่มาของเสียง ฮีวอนที่อยากจะดุน้องก็ดุไม่ลง ซังซูที่หิวข้าวจนหน้ามืดแต่ไม่อยากจะรบกวนพวกพี่ ๆ เลยตัดสินใจเข้าครัวหาอะไรทานเอง แต่เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเข้าครัวมากก่อนจึงไม่รู้ว่าไข่ไม่สามารถเอาเข้าไมโครเวฟทั้งฟองแบบไม่กะเทาะเปลือกออกก่อนได้

 

“อะไรอ่าฮยอง นั่นเพราะผมไม่รู้ไง คนไม่รู้ย่อมไม่ผิดใช่หรือครับ” อ้อมแอ้มพูดเสียงอ่อยกับวีรกรรมที่ตัวเองก่อไว้

 

“หึ ๆๆๆ เอาเถอะ ๆ พวกนายเป็นพี่ทีหลังก็ดูแลเด็กน้อย เอ้ย น้องเล็กของวงให้ดี ๆ หน่อย” คนที่มีอำนาจมากที่สุดในห้องนี้พูดกลั้วหัวเราะขึ้นมา ตัวเขาเองก็ยังจำความรู้สึกตอนที่ดูภาพย้อนหลังแล้วเห็นเหตุการณ์นี้ได้ดี ตอนแรกเขาก็ตกใจอยู่นิดหน่อยแต่พอเห็นสีหน้าหงอย ๆ เพราะรู้สึกผิดของเจ้าตัว และการกระทำของกูซึลที่ปลอบโยนเพื่อนรักโดยการกอดและลูบหลังไปมาเบา ๆ ก่อนที่จะเสนอตัวทำอาหารให้เพื่อนทานทั้งทั้งที่วันนั้นทั้งวันพวกเขาซ้อมกันจนดึกดื่นเหนื่อยและหมดแรงแม้กระทั่งจะหาอะไรทานจึงเข้านอนโดยไม่มีอะไรตกถึงท้องกันแบบนั้น การใส่ใจกันแบบนี้ของพวกเด็กๆทำให้เขารู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเด็ก ๆ พวกนี้มากจริง ๆ

 

“อ่อ อีกเรื่องที่ดูจะเป็นกระแสและน่าจะมีส่วนเรียกเรตติ้งได้มากอีกอย่างหนึ่งคือ จุนซึล ดูเหมือนแฟนคลับจะชอบโมเมนต์ของพวกนายสองคนนะ จุนกอล กูซึล” แฮชแท็กจุนซึล และเรื่องราวโมเมนต์เล็ก ๆ น้อย ๆ ของสองคนนี้เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในโซเชียล เรียกว่าเป็นหนึ่งในห้าส่วนของเรื่องที่แฟน ๆ พูดถึงหลังรายการในแต่ละตอนจบเลยก็ได้

 

“งั้นหรือครับ แต่ผมเห็นแท็ก ฮีซอง วังอินก็เยอะนะครับ” ฮีซองนี่เป็นเพราะทั้งคู่เคยได้เดบิวท์ในฐานะนักแสดงและเคยเล่นซีรีย์ด้วยกันมาแล้วทำให้มีแฟนบางส่วนตามมาตั้งแต่ตอนนั้น และตอนนี้ยังจะมีโอกาสได้เดบิวท์เป็นนักร้องในวงเดียวกันอีกกระแสของคู่นี้ก็เลยมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่แพ้กันในความคิดของกูซึล

 

“นั่นก็จริง แต่ว่าก็ยังสู้กระแสของจุนซึลไม่ได้อยู่ดี ฉันเห็นแฟนคลับชงกันเสียจนฉันอดคิดไม่ได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ที่พูดนี่ไม่ได้อะไรนะ ไม่ห้ามด้วยถ้าพวกนายจะคบกันจริง ๆ แค่อยากจะขอว่าให้มันผ่านช่วงสัญญาห้ามเดทไปก่อนก็เท่านั้น” เพราะรู้ว่าเด็กทั้งสองคนนี้เข้ามาเป็นเทรนนีในช่วงเวลาที่ใกล้ ๆ กันและเป็นสองคนที่ดูแลกันและกันมาตลอดทำให้เขารู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็ก ๆ จะมีความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กัน

 

“ฮ่า ๆๆ พีดีนิมไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เรื่องของผมกับจุนกอลฮยองเป็นเรื่องที่แฟนคลับคิดกันไปเองทั้งนั้น พวกเราไม่ได้คบกันหรือจะคบกันหรอกครับแล้วอีกอย่างนะครับ ถ้าผมกับฮยองจะคบกันรักกันจริง ๆ มันคงเกิดขึ้นไปนานแล้วครับไม่ปล่อยมาจนถึงตอนนี้หรอก” ใช่ ถ้ามันจะเกิดขึ้นมันก็เกิดไปนานแล้วคงไม่ปล่อยมาจนถึงวันที่เขาต้องพึ่งคำอธิษฐานขอพรเพื่อการเริ่มต้นใหม่ของหัวใจจนได้มีโอกาสย้อนเวลากลับมาอย่างนี้หรอก

 

“พวกนายจะคบกันจะรักกันหรือไม่นั้นฉันไม่มีปัญหาหรอกนะ แต่ว่านะ กูซึลเวลานายจะพูดอะไรจะมั่นใจอะไรนายต้องไตร่ตรองให้รอบครอบก่อน คำพูดมันไม่สามารถเรียกคืนได้และบางครั้งมันก็ทำร้ายจิตใจคนได้อย่างมหาศาลเลยล่ะ” คังอูบินบังเอิญเห็นแววตาของคน ๆ หนึ่งที่เกิดระลอกวูบไหวทันทีที่ได้ยินสิ่งที่รองน้องเล็กพูด เขาเลยพูดกับกูซึลด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่ก็ไม่ใช่การดุอะไร

 

“จะจำไว้ครับ” รับคำแม้เขาจะงงนิดหน่อยว่าประโยคเมื่อครู่ของเขาจะทำร้ายจิตใจใครได้จนพีดีนิมต้องเอ่ยปากเตือนมาแบบนั้น

 

“เอาล่ะ ๆ ที่เรียกมาวันนี้นอกจากจะแจ้งเรื่องเรตติ้งแล้วยังมีเรื่องอย่างอื่นอีกด้วย สืบเนื่องจากกระแสของพวกนายเลยจุนกอล กูซึล มีซีรีย์สองสามเรื่องเขาติดต่อมาอยากจะได้พวกนายไปร่วมงานด้วยสักหน่อย ฉันเห็นว่าแต่ละเรื่องแม้จะเป็นตัวประกอบที่ออกมาไม่กี่ฉากแต่ก็เป็นฉากที่ถ้าพวกนายเล่นได้ดีก็จะเป็นผลดีและทำให้คนรู้จักพวกนายได้อีกเยอะเลยแหละ” สิ้นเสียงของพีดีนิมคนอื่น ๆ นอกจากเจ้าตัวทั้งสองก็อดที่จะส่งเสียงร้องว้าวออกมาไม่ได้ นี่มีงานติดต่อเข้ามาตั้งแต่ยังไม่ได้เดบิวท์เลยหรือ นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีมาก ๆ เลย

 

“ผมไม่มีปัญหานะครับ” แม้เรื่องนี้จะไม่เคยเกิดขึ้นเมื่อชีวิตที่แล้วของเขาแต่เขาก็รับรู้ได้ว่าเรื่องนี้จะต้องสร้างประโยชน์ให้กับวงของพวกเขาไม่มากก็น้อยแน่ ๆ

 

“แล้วนายล่ะจุนกอล” หันไปถามคนที่ตั้งแต่ต้นยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ยิ่งนั่งยิ่งเงียบ

 

“ผมก็ไม่มีปัญหาเหมือนกันครับ” แม้จะรู้สึกว่างานด้านแสดงจะไม่ใช่สิ่งที่ตนเองถนัดแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธงาน

 

“งั้นก็ดี อ่อ พวกนายไม่ต้องน้อยใจไปหรอกนะ เพราะวังซองนายเองก็มีรายการวาไรตี้สำหรับเทรนนีมาติดต่อเหมือนกัน ฉันคิดว่าเหมาะกับนายดีก็เลยรับงานไปแล้ว”

 

“จริงหรือครับ ว้าว ตื่นเต้นจัง” ดวงตาเป็นประกายแวววาวเมื่อรู้ว่าตัวเองก็มีงานเหมือนกัน

 

“ของผมล่ะ ๆ” ซังซูที่เห็นทั้งเพื่นอทั้งพี่มีงานกันก็ถามออกมาบ้างด้วยความหวัง

 

“ของนายมีงานหนึ่งที่ฉันเห็นว่าเหมาะกับนายดีเลยรับไว้แล้ว เป็นรายการแข่งเต้นแต่เป็นการแข่งขันระหว่างเทรนนีด้วยกันเอง เรตติ้งรายการถือว่าดีพอสมควรเลย ค่ายใหญ่ ๆ อีกสองค่ายก็ส่งเด็กตัวเองไปทั้งนั้น ตอนแรกฉันจะส่งนายกับกูซึลไปแต่ตอนนี้กูซึลติดซีรีย์ นายคงต้องไปคนเดียวแล้วล่ะ”

 

“ได้ครับ ไม่มีปัญหาครับ” แม้จะแอบเสียดายเล็ก ๆ ที่เพื่อนรักไม่ได้ไปด้วยแต่คิดว่าการกระจายงานไปในหลาย ๆ รูปแบบอย่างนี้ก็จะช่วยเพิ่มฐานแฟนคลับให้กับวงในอนาคตของพวกเขา ซังซูก็เลิกคิดมาก

 

“ส่วนที่เหลือสามคน ฮีวอนกับโอซองก็มีซีรีย์ติดต่อมาเหมือนกัน บทก็จะมีเยอะหน่อยเพราะพวกนายเคยผ่านงานด้านนี้มาบ้างแล้ว อินซานี่มือใหม่ ฉันรับงานถ่ายโฆษณาไว้ให้นะแต่ไม่ใช่งานเดี่ยวหรอก มีเทรนนีคนอื่น ๆ อีกสองคนร่วงงานด้วย” คังอูบินแจกแจงรายละเอียดงานอื่น ๆ ของคนที่เหลือออกมา

 

งานที่คังพีดีนิมแจกจ่ายให้แต่ละคนไปถูกติดต่อเข้ามาหลังจากรายการตามติดชีวิตของเด็กหนุ่มทั้งเจ็ดออกอากาศไปได้สามตอน แม้จะมีโอกาสไม่มากนักที่เทรนนีจะได้ทำงานออะไรแบบนี้ก่อนที่จะเดบิวท์แต่เขาก็ตัดสินใจคิดเลือกงานโดยคำนึงถึงผลตอบรับต่าง ๆ อยู่หลายวันก่อนที่จะตัดสินใจตอบรับงานที่เขาเห็นว่าดีต่อตัวเด็ก ๆ และผลประโยชน์ของค่าย

 

“ครับ” สามคนประสานเสียงตอบรับพร้อมกัน

 

“นายอย่าคิดมากเรื่องงานนะอินซา ทุก ๆ อย่างฉันเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้พวกนายทั้งนั้น” เพราะอินซาถือว่าเป็นมือใหม่มากและเพิ่งเข้ารับการฝึกได้ไม่นานเท่าไรนักเขาจึงกังวลถ้าหากจะรับงานอะไรที่มันใหญ่กว่านี้และมันอาจจะกลายเป็นผลเสียมากกว่าผลดีหากเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา ใช่เขาอาจจะมองโลกในแง่ร้าย แต่เขาจำเป็นต้องคิดให้รอบครอบและบางครั้งเราต้องคิดถึงในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุดเผื่อเอาไว้ก่อน

 

“ผมทราบดีครับ ขอบคุณพีดีนิมที่ใส่ใจครับ” นัมอินซารับรู้ถึงขีดจำกัดด้านความสามารถของตัวเองดี ในตอนนี้นอกจากความสามารถเรื่อการเต้นที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาหลังจากฝึกมาได้ประมาณเดือนครึ่งนอกจากนั้นเขาก็มีแค่ความสามารถด้านการร้องเพลงและแต่งเพลงอีกนิดหน่อยเท่านั้น อ่อ เล่นเปียโนได้อีกอย่าง แต่นั่นยังไม่ใช่ความสามารถที่เขาคิดว่าจะเอาไปทำงานอย่างอื่นหรือเอาไปแข่งได้อย่างที่ซังซูจะไปแข่งเต้นหรอกนะ

 

“ฉันดีใจที่นายเข้าใจอะไรได้ง่าย เอาล่ะ สุดท้ายที่ต้องขอบใจพวกนายมากที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการฝึก ฉันหวังว่าอีกไม่นานพวกนายจะพร้อมแล้วสำหรับการพาตัวเองไปอยู่บนสเตจที่มีแสงไฟเจิดจ้าส่องพวกนาย พยายามเข้าล่ะ”

 

“พวกผมจะทำให้เต็มที่ครับ” ไม่ใช่ พวกเขาจะไม่พยายามแต่พวกเขาจะทำให้เต็มที่พร้อมทุ่มสุดตัวสุดใจต่างหาก นี่เป็นสิ่งที่ในใจของเด็กทั้งเจ็ดคิดตรงกัน

 

 

 

 

“รู้สึกดีมาก ๆ นะ เหมือนความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมามันได้รับผลตอบแทนมาแล้วในวันนี้ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีงานติดต่อเข้ามาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เดบิวท์” วังซองพูดทันทีเมื่อพวกเขากลับมาถึงหอพักหลัจากที่แต่ละคนแยกตัวไปคุยเรื่องงานที่ได้รับมา

 

“เหมือนกันเลย คือผลตอบรับมันดีมาก ๆ เพลงโปรโมตพวกเราตอนนี้ยังติดอันดับชาร์ตอยู่เลย มันดีจนฉันแอบหวังไม่ได้ว่าพอพวกเราเดบิวท์อย่างเป็นทางการแล้วผลตอบรับมันคงจะดียิ่งกว่านี้” โอซองพูดด้วยสีหน้าคาดหวัง

 

“ผลที่ได้รับเกิดจากความตั้งใจและความทุ่มเทของเรา ถ้าคาดหวังผลที่มันดีกว่าดี พวกเราก็ต้องทำงานให้หนักกว่านี้” ลีดเดอร์ของวงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นงานเป็นการ

 

“แค่นี้เราก็แทบจะไม่ได้นอนแล้วนะครับ แต่ก็ไม่เป็นไร ผมยอมไม่นอนสักสามวันสามคืนก็ได้ถ้ามันจะทำให้แฟน ๆ ของพวกเราเพิ่มมากขึ้นและแฟนๆที่มีอยู่แล้วนั้นภูมิใจในตัวเรา”

 

“คนที่ปลุกไม่อยากจะตื่นแบบนายน่ะหรืออินซาที่จะไม่นอนสามวันสามคืน” ฮีวอนแกล้งพูดขัด

 

“ฮยองก็ไม่ต่างกันหรอก เมื่อก่อนถ้าผมไม่ดึงลงจากเตียงฮยองก็ไม่ตื่นเหมือนกัน” เพราะเคยเป็นรูมเมทกันมาก่อนโอซองเลยรู้พฤติกรรมการนอนของคนเป็นลีดเดอร์ดี

 

“ฉันก็ไม่ได้หนักเท่าหมอนี่นะ” แก้ตัวแล้วชี้ไปยังคนที่เขารู้สึกว่าปลุกยากมาก

 

“ผมเริ่มคิดแล้วว่าแบบนี้จะดีจริงหรือ ให้คนนอนขี้เซาสองคนไปนอนด้วยกัน”

 

“นายก็ไม่มีสิทธิ์พูดแบบนั้นนะกูซึล ฉันนี่เห็นฮยองต้องเป็นคนเข้าไปปลุกนายทุกเช้าเลย” ซังซูที่เห็นเหตุการณ์ทุกเช้าว่าพี่ใหญ่ที่มักจะตื่นเป็นคนแรกเมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วจะต้องหายเข้าไปปลุกเพื่อนรักของเขาเป็นเวลานานอยู่พอสมควรกว่าเจ้าตัวคนโดนปลุกจะเดินงัวเงียหน้าบวมตาบวมมาอาบน้ำ

 

“ไม่จริง ฉันไม่ได้ตื่นยากสักหน่อย ใช่ไหมครับฮยอง ผมตื่นง่ายมากใช่ไหม” หันไปจับแขนพี่ใหญ่ที่นิ่งเงียบมาตลอดตั้งแต่เข้าพบพีดีนิมแล้ว

 

“ไม่ยากเท่าไร” มองฝ่ามือน้องที่วางอยู่ที่แขนของตัวเองแวบหนึ่งก่อนที่จะตอบออกมา

 

“โห ฮยองอย่ามาเข้าข้างกูซึลหน่อยเลย บางวันที่กูซึลยังไม่ตื่นนะฮยองเข้าไปปลุกนานมากกว่ากูซึลจะลุกมาอาบน้ำ”

 

“ฉันว่าจุนกอลฮยองคงชินแล้วมากกว่าก็เลยรู้สึกว่าไม่ยาก ช่วงที่อยู่หอพักเทรนนีฮยองเขาก็เป็นคนปลุกกูซึลตลอดแหละ” วังซองที่ได้พักอยู่ห้องเดียวกับจุนกอลและกูซึลพูดขึ้นมาอย่างรู้เรื่องดี แต่จุนกอลฮยองใช้วิธีไหนปลุกเขาก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะเขามักจะตื่นก่อนทั้งสองคนนี้แล้วไปวิ่งออกกำลังกาย กลับเข้ามาอีกทีก็เจอกูซึลนั่งงัวเงียขี้ตาอยู่บนเตียงแล้วทุกครั้ง

 

“คงจะเป็นแบบนั้น” ซังซูที่ตอนนั้นไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับทั้งสามคนนี้พยักหน้าเหมือนว่าเหตุผลที่วังซองพูดมานั้นฟังขึ้น

 

“เดี๋ยวสิ พูดแบบนี้ก็ไม่ใช่บอกว่าผมตื่นยากจริง ๆ หรือไง ฮยองบอกพวกเขาไปสิครับว่าผมตื่นง่ายแค่ไหน” กูซึลไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนตื่นยาก จุนกอลฮยองจับแขนเขาเขย่าเบา ๆ สองสามครั้งเขาก็ตื่นแล้ว ไม่ได้ใช้เวลานานอย่างที่ซังซูพูดเลยสักนิด

 

“นายปลุกไม่ยากเท่าไร แต่นายน่ะหลับลึก” เสียงทุ้มนุ่มพูดบอกคนที่เกาะแขนเขาให้เถียงแทนตัวเอง

 

“เรื่องนี้ผมไม่เถียง” กูซึลยอมรับว่าตัวเองเป็นคนหลับลึกจริง ๆ ลึกแบบที่เวลาหลับจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร หลับลึกชนิดที่ว่าหากมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นเขาก็ไม่รู้ตัว แต่เขาก็คิดว่าตัวเองตื่นได้ง่ายเช่นกันเพียงแค่เขย่าแขนเบา ๆ ก็ตื่นแล้ว

 

“ช่างเรื่องปลุกยากปลุกง่ายไปเถอะ ตอนนี้เรามาจัดตารางฝึกของพวกเราดีกว่า ไหนเอามาดูว่าแต่ละคนว่าช่วงไหนบ้างจะได้ทำตารางฝึกพร้อมกันถูก” เพราะต้องการฝึกเรื่องการจัดการเวลาให้เด็กๆ พีดีนิมเลยมีคำสั่งให้พวกเขาจัดการตารางฝึกของตัวเองโดยที่ต้องมีอย่างน้อยวันละสามถึงสี่ชั่วโมงที่พวกเขาทั้งเจ็ดคนได้ฝึกพร้อมกันเพื่อสร้างความเป็นทีมเวิร์ค

 

สิ้นคำพูดของลีดเดอร์สมาชิกทุกคนก็หยิบตารางงานแยกของตัวเองที่เพิ่งได้รับมาจากพีดีนิมออกมากลางวางไว้บนโต๊ะก่อนที่หัวทั้งเจ็ดจะขยับเข้าไปใกล้กันเพื่อสุมหัวกันวางแผนตารางชีวิตในแต่ละวันของพวกเขา

 

 

“งั้นเอาตามนี้นะ แต่ว่าถ้าวันไหนเกิดเหตุฉุกเฉินจนเวลาไม่ลงตัวจริง ๆ คนที่ว่างอยู่ก็นอนพักผ่อนได้เลยแล้วพอคนที่ติดงานกลับมาค่อยมาฝึกรวมด้วยกัน” เมื่อวางแผนกันเสร็จแล้วฮีวอนก็สรุปออกมา

 

“แบบนั้นจะดีหรือครับ ของผมน่ะไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะถ่ายแค่โฆษณามี่ตัว แต่พวกฮยองกับกูซึลที่ต้องถ่ายซีรีย์นี่เรื่องเวลาไม่ค่อยแน่นอนไม่ใช่หรือครับ ทำแบบนี้จะมีเวลาพักผ่อนกันได้ยังไง” อินซาอดไม่ได้ที่จะแย้งออกมา ข้อสรุปและหนทางแก้ปัญหาที่ฮีวอนฮยองพูดออกมานั้นเขาไม่มีปัญหาอะไร ห่วงก็แต่คนอื่น ๆ นี่แหละ

 

“ก็อย่างที่ฮีวอนฮยองพูดนั่นแหละ หากอยากจะประสบความสำเร็จมากกว่านี้ก็มีแต่ต้องทำงานให้หนักและทำให้เต็มที่มากกว่าเดิม” เมื่อถึงเวลาที่ต้องจริงจังเป็นการเป็นงานวังซองก็ไม่แพ้ใคร

 

“ใช่แล้ว พวกเรามีแต่ต้องทำงานให้หนักเพื่อความสำเร็จที่สวยงาม” กูซึลเป็นคนที่รู้ดีกว่าใครๆในตอนนี้ว่าต้องพยายามแค่ไหน ต้องทุ่มเททำงานหนักไปเท่าไหร่เพื่อให้ได้มาซึ่งคำว่าสำเร็จที่ดูจะไม่มีจุดหมายปลายทางเพราะเมื่อทำสิ่งนี้สำเร็จเราก็จะมุ่งหวังไปที่เป้าหมายที่มันใหญ่ขึ้นไปกว่าเดิมเรื่อย ๆ

 

เมื่อเห็นทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับกูซึลและวังซอง อินซาก็ได้แต่ยอมรับและปรับความคิดของตัวเองขึ้นใหม่ว่าเขาต้องกระตือรือร้นและทะเยอทะยานให้มากกว่านี้

 

“งั้นสรุปตามที่ฉันพูดไปนะ วันนี้แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ” เมื่อลีดเดอร์พูดจบพี่ใหญ่ของวงก็เป็นคนแรกที่ลุกขึ้นแล้วเดินนำหน้าเข้าห้องนอนไปก่อนทันทีเป็นคนแรก

 

“วันนี้ดูพี่ใหญ่ของพวกเราอารมณ์ไม่ค่อยดีไหมครับ” โอซองผู้ที่ใส่ใจรายละเอียดของสมาชิกร่วมวงพูดขึ้นทันทีที่แผ่นหลังของพี่ใหญ่หายลับเข้าห้องไปแล้ว

 

“ฮยองก็รู้สึกได้เหมือนกันหรือครับ ผมนึกว่าผมคิดไปเองคนเดียวเสียอีกเพราะจุนกอลฮยองเขาก็เงียบแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้ว” ซังซูก็แอบคิดเหมือนโอซอง

 

“จะพูดยังไงดี ปกติถึงฮยองเขาจะเงียบแต่ว่าบรรยากาศรอบตัวเขาดูไม่น่ากลัวหรือน่าอึดอัดอะไรนะ เหมือนว่าถึงจะเงียบแต่ก็อารมณ์ดี แต่ว่าวันนี้บรรยากาศรอบตัวฮยองเขาไม่ชวนเข้าใกล้น่ะ เหมือนเขาอารมณ์ไม่ดีเลยแผ่รังสีเยือกเย็นออกมาตลอดเวลาเลย ฉันรู้สึกแบบนั้นนะ”

 

“ฉันรู้สึกเหมือนนายเลยโอซอง ตอนแรกก็จำได้ว่าไม่ได้เป็นแบบนั้นนะลองนึกย้อนไปดูเหมือนฮยองจะแผ่รังสีไม่น่าเข้าใกล้ก็ตอนที่พีดีนิมพูดถึงเรื่องกระแสคู่จิ้นจุนซึลนะ ฉันคิดว่างั้น” วังซองนึกย้อนไปว่าระหว่างวันของวันนี้มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้พี่ใหญ่ของวงอารมณ์เสียแบบนี้

 

“ถ้าเป็นตามที่ฮยองว่า จุนกอลฮยองคงไม่พอใจที่แฟน ๆ จับคู่ให้ผมกับฮยองเขาแหละมั้งครับ” กูซึลพูดยิ้ม ๆ อย่างไม่รู้สึกอะไร ในตอนนี้หากความรู้สึกของจุนกอลฮยองเป็นแบบที่เขาพูดไปจริงๆ เขาก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากในตอนนี้กูซึลรู้สึกว่าตัวเองเข้าใจอะไรมากขึ้น จุนกอลฮยองเป็นพี่ที่ดี ดีมาก ๆ ไม่ว่าจะในชีวิตนี้หรือชีวิตที่แล้วเขาก็ยังรับรู้ได้ถึงความปรารถนาดีที่พี่ชายคนนี้มีให้เสมอมาและอีกหนึ่งความปรารถนาดีที่พี่มีให้เขาเมื่อชีวิตที่แล้วคือการถอยห่างไปและไม่ให้ความหวังเขายามที่เขาเผลอแสดงท่าทางให้ฮยองเขารู้ความรู้สึกในใจเขาที่มันเกินเลยไป เขาคิดว่านั่นคือความหวังดีที่พี่มอบให้เขาในยามนั้น เมื่อไม่ได้รับความหวังก็จะไม่ถลำลึกไปมากกว่าที่เป็นอยู่ จุนกอลฮยองอาจจะคิดแบบนั้น แต่ความจริงแล้วเขายังจำได้ดี ชีวิตที่แล้วความรู้สึกของเขามันถลำล้ำหน้าไปไกลจนดึงไม่กลับแล้ว หัวใจของเขายามนั้นเจ็บปวดเกินกว่าจะมองหน้าคนที่หวังดีแบบนั้นได้เต็ม ๆ ตา และครั้งสุดท้ายที่เขามองจุนกอลฮยองได้อย่างชัด ๆ ก็คือตอนที่ฮยองเขาเป็นคนถือเค้กวันคล้ายวันเกิดปีที่ยี่สิบเจ็ดเข้ามานั่นแหละ

 

มาวันนี้กูซึลสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ให้ความรู้สึกแบบนั้นเกิดขึ้นอีก มาวันนี้เขาสามารถมองพี่ใหญ่ได้ชัด ๆ เต็มตาอีกครั้งเขาก็อยากจะมองไปอีกนาน ๆ และคิดได้แล้วว่าความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องนี่มันดีกว่าจริง ๆ และเขาจะรักษาความสัมพันธ์ให้นานเท่านาน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.078K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,676 ความคิดเห็น

  1. #1639 benzsu best (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 20:16
    ฮืออออ นี่มันแบบหน่วงมาก
    #1,639
    0
  2. #1618 ourkide (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:14

    บราเทอโซน เข้าแล้วออกอยากคะ

    #1,618
    0
  3. #1611 srnsl (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 16:49

    สงสารจุนกอลจังงงงงงง ต้าเกอออออ~~

    #1,611
    0
  4. #1509 nanza526 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 07:41
    ในชาติที่แล้วอาจจะเป็นเพราะข่าวที่ว่าขายจิ้น เลยทำให้พี่ใหญ่ออกห่างน้องไป เพื่อตัวน้องเองก็ได้นะ ความจริงพี่ใหญ่อาจจะชอบน้องตั้งแต่ชาติที่แล้วก็ได้
    #1,509
    0
  5. #1494 MitsukiCarto (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 03:27
    ซี๊ดดดดดดดดด เจ็บไหมพี่ใหญ่~
    #1,494
    0
  6. #997 little lion (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 00:27
    ฮีซอง = เจบีจินยอง
    วังอิน =แจ็คแจ
    จุนซึล = มาร์คแบม
    ซู&me = ยูคยอมกับเราเองงงง
    5555555565555555555555555555555555555555555555
    #997
    1
    • #997-1 Monolary(จากตอนที่ 17)
      10 กันยายน 2561 / 20:32
      คิดเหมือนเราเลยยย
      #997-1
  7. #787 puk6506 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 21:44
    โอ้ยยยยความรู้สึกมันสวนทางกันเหรอลูกกก ประมาณว่าชาติที่แล้วกูชึลหนูรักคนพี่มากแต่พอมาชาตินี้หนูไม่ได้คิดอะไรกับคนพี่แล้ว แต่ประกดว่าคนพี่คิดอะไรกับหนู/ หรือว่าชาติที่แล้วคนพี่ก็คิดอะไรกับหนูยุแต่หนูชืมหนูเลยไม่รู้งี
    #787
    0
  8. #760 70353435123m (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 02:15
    ต้นแบบของนิยายเรื่องนี้มาจากวงอะไรหรอคะ Got7 หรือ Bts หรือวงอื่นคะ(?)
    #760
    1
    • #760-1 DarkSaylai(จากตอนที่ 17)
      17 กันยายน 2561 / 01:05
      GOT7 ค่ะ
      #760-1
  9. #746 Xialyu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 14:30
    โธ่ลูกกกกกกก
    #746
    0
  10. #683 เงารัตติกาลมายา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 10:46
    กรรมมมม
    #683
    0
  11. #543 yukai (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 14:46
    ขอบคุณมากค่ะ
    #543
    0
  12. #468 ROSALENE (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 13:05
    มันก็ผิดทั้งคู่แหละ คนนึงไม่ถาม อีกคนก็ไม่พูด แล้วแสดงออกด้วยการกระทำคืออะไร แบบนี้ถ้าเราไปช่วยเพื่อนแล้วทำนู่นทำนี่ให้บ่อยๆ งี้เรียกว่าแสดงออกด้วยการกระทำเหรอ ก็ไม่ใช่มั้ย มันก็ต้องดูด้วยว่าคนพี่ชัดเจนขนาดไหน จะให้น้องมาคิดไปเองมันใช่เหรอ ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจความคิดคนอื่นได้นะ ไม่ใช่อับดุล ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง
    #อินจัด5555
    #468
    0
  13. #299 VisaKanhavong (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:40
    กูซึล นายมันซื่อบื้อ
    #299
    0
  14. #255 poiice222 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:27
    ไรท์เบลออะไรหรอ เบลอว่ารักแถบ ใช่มั้ย555555
    #255
    0
  15. #253 bampimark (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:05
    เน้นเบลอเยอะๆนี่รู้เลยยยยย
    #253
    0
  16. #242 nooparnkiss (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:55
    สงสัยชาติที่แล้ว อ่า ว่าน้องแค่เข้าใจผิดหรือป่าว ยังไงสายตาปกปิดความรู้สึกไม่ได้อยู่แล้ว
    #242
    0
  17. #240 euphony19 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:50
    อยากรู้ว่าคนพี่ปลุกน้องยังไง ><
    #240
    0
  18. #226 ตาร์กีล่า (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:31
    ก็เข้าใจนะ กูซึลเคยเจ็บมาก่อน พอเริ่มใหม่ก็ไม่อยากให้ซ้ำรอยเดิม 
    รอนะค่ะ
    #226
    0
  19. #225 sp-in-k (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:19
    ไม่ชัดเจนกันเลย ปลุกยังไงอะอยากรู้
    #225
    0
  20. #223 deta-z (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:50
    ถ้าไม่ได้รักในชาติก่อนแล้วทำไมชาตินี้เกิดรักขึ้นมา
    #223
    0
  21. #222 nuang1 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:41
    เรื่องในอดีตนี่ น้องกลัวและเข้าใจผิดเลยถอยหนี ส่วนพี่ใหญ่อ่านน้องออกเลยหยุดใช่ไหม แต่ยังรักน้องมั่นคงเสมอไม่มีลดน้อยลงเลย ก็อย่างที่พี่ใหญ่เคยบอก "พูดไม่เก่ง ดูที่การกระทำแสดงออก"
    #222
    0
  22. #221 AEUY (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:17
    อิจฉาความเบลอของไรท์มากบอกเลย😂😂
    #221
    0
  23. #220 p_ice (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:06
    ว้ายยยย ตัวเองไปคอนเบลอมาใช่ไหมมมมมมม มาร์คแบมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เราอิจฉาแรงมากกกกก
    #220
    0
  24. #219 Thicha_Chocolate (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:01
    รำคาญซึลเลยตอนนี้มโนไปหมดว่าจุนกอลไม่ชอบบบ เรยถามมั้ยอะถ้าไม่ก็สมควรละ
    #219
    0
  25. #218 brazelra P (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:47
    มีความอิจไรท์มาก
    #218
    0