ย้อนเวลาเริ่มรัก

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,193 ครั้ง
    10 ต.ค. 61

จุนกอล (พี่ใหญ่ แรปไลน์ อเมริกา)

ฮีวอน (ลีดเดอร์)

วังซอง (แรปไลน์ พี่รอง แคนนาดา)

โอซอง (เจ้าชายของวง)

อินซา (เสียงร้องของวง)

กูซึล (รองมังเน่ รองน้องเล็ก)

ซังซู (มังเน่ น้องเล็ก)

พีดีนิม (โปรดิวเซอร์)

ออมม่า อาปา (แม่,พ่อ)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

‘+ 7993 ว่าที่น้องใหม่ของ CYE ใช่ไหม กรี๊ดดด งานดีมากกกกกก

 

‘+ 3599 หล่อกันทุกคนเลย ฉันจะต้องเป็นแฟนคลับพวกเขาแน่ๆ

 

‘+ 1989 ฉันจำคนนี้ได้ ฉันเคยยืนดูเขาแสดงบัสกิ้งเมื่อไม่นานมานี้เอง เขาเก่งมาก ๆ เลยด้วยแหละ

 

‘+ 1993 จุนกอลหล่อมากกก

 

‘+ 1023 ฮีวอนเป็นลีดเดอร์ใช่ไหม ฉันชอบบุคลิกเขามาก

 

‘+ 9541 ทุกคนดูมีเสน่ห์มาก ฉันเลือกไม่ได้เลยว่าจะเมนใครดี

 

+ 2097 ฉันชอบตอนที่จุนกอลซดน้ำซุปจากช้อนที่กูซึลถือมาก มันฟินมาก เขาไม่ได้เดทกันอยู่ใช่ไหม #จุนซึล

 

‘+ 1438 ฮือ จุนกอล กูซึล บอกฉันทีว่าเขาไม่ได้เดทกัน #จุนซึล

 

‘+3784 ฮีวอน จุนกอล วังซองหล่อมากกก โอซอง อินซา กูซึล ซังซูก็น่ารักมาก รีบ ๆ เดบิวท์เร็วนะ ฉันจะคอยสนับสนุนอยู่

 

ทุกตัวอักษรที่พวกเขาอ่านเจอยิ่งอ่านยิ่งสร้างรอยยิ้มบนริมฝีปากของพวกเขาให้กว้างขึ้นเรื่อย ๆ

 

“เห็นผลตอบรับแบบนี้แล้วฉันรู้สึกเลยว่าความพยายามที่ผ่านมาของพวกเราไม่เสียเปล่าเลยจริงๆ” ฮีวอนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หลากหลายความรู้สึก ทั้งตื่นเต้น ยินดี ตื้นตั้นใจ ภูมิใจ ความรู้สึกพวกนี้มันเอ่อล้นข้างในอกแล้วจริง ๆ

 

“ผลตอบรับค่อนข้างดีเลย นี่ขนาดออกอากาศเป็นตอนแรกเลยนะ” โอซองก็ดีใจไม่แพ้คนอื่น ๆ ที่เห็นผลตอบรับดีเกินกว่าที่พวกเขาคาดหวังไว้

 

“ทำไมต้องเป็น จุนซึล ด้วยล่ะ ทำไมไม่เป็นวังซึล” วังซองขัดใจกับแฮชแท็กที่เขาเห็น

 

“มันควรจะต้องเป็น ซังซึลต่างหาก เห็นไหมเข้ากันมากกว่าจุนซึลอีก” ซังซูก็ติดใจกับเรื่องแฮชแท็กเหมือนกัน เขาเป็นเพื่อนรักกูซึลนะ ถ้าจะมีแฮชแท็กอะไรคู่กับกูซึลก็สมควรจะต้องเป็นเขาสิ

 

“นายสองคนนี่มันเพ้อเจ้อจริง ๆ คนดูเขาจะคิดอะไร จะพิมพ์อะไรพวกนายจะไปบังคับได้ยังไง” โอซองส่ายศีรษะระอากับความงอแงของเด็กตัวโตทั้งสองคน อะไรจะติดน้องติดเพื่อนขนาดนั้น

 

“จะว่าไปแฮชแท็กจุนซึลที่ก็มีเยอะเหมือนกันนะครับเนี่ย ผมอยากเห็นจังว่าทีมงานเขาตัดต่อยังไงถึงทำให้เกิดแท็กนี้ขึ้นมาได้ บางความคิดเห็นยังแอบสงสัยว่าฮยองกับกูซึลแอบเดทกันอยู่หรือเปล่าอีก น่าสนใจจริง ๆ นะเนี่ย” อินซาพูดออกมาอย่างสงสัย

 

“พวกเขาก็พิมพ์ไปอย่างนั้นแหละ คงไม่ได้คิดว่าผมกำลังเดทกับจุนกอลฮยองจริง ๆ หรอก” กูซึลส่ายหน้าพูดยิ้ม ๆ พลังความจิ้นของแฟนคลับจะมีใครในที่นี้รู้ดีไปกว่าเขาอีก

 

“ใช่ถ้าเป็นกับฉันก็ว่าไปอย่าง ใช่ไหมเบบี้กูซึล” ไม่พูดเปล่ายังยื่นแขนไปรวบตัวคนที่นั่งอยู่ข้างมานั่งบนตักตัวเองอีก

 

“โอ๊ะ ฮยองเล่นอะไรเนี่ย” ส่วนคนโดนยกตัวลอยก็ตกใจร้องถามแต่ไม่ได้มีท่าทีจะขยับตัวหนีแต่อย่างไร อาจจะเป็นเพราะความเคยชินจากชีวิตก่อน

 

“ไม่ได้เล่นสักหน่อย ฮยองแค่อยากกอดน้องหน่อยไม่ได้เหรอ” ซบหน้าตัวเองลงกับลาดไหล่ของคนน้อง จะบอกว่าเขาน้อยใจนิดหน่อยที่ไม่เห็นมีแท็กระหว่างเขากับกูซึลก็ได้ ก็ทำไมล่ะ น้องเขา เขาก็รักนี่

 

“ซ้อมกันต่อเถอะ” จุนกอลปรายตามองทั้งสองคนแวบหนึ่งก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วพูดเสียงเรียบ

 

“เอางั้นก็ได้ นี่ก็ใกล้จะตีหนึ่งแล้ว ซ้อมอีกสักสองสามรอบแล้วกลับหอกัน” วันนี้เพลงที่เขาใช้ในการซ้อมเต้นไม่ใช่เพลงเดิม ๆ อีกแล้ว แต่เป็นเพลงที่พวกเขาช่วยกันทำขึ้นมา เป็นเพลงที่ถูกสั่งโดยพีดีนิม พวกเขาแต่งเมโลดี้ เนื้อร้อง ท่อนแรป และท่าเต้นขึ้นมาเอง ซึ่งเพิ่งจะผ่านการพิจารณาจากพีดีนิมเมื่อสองวันก่อนนี้เอง

 

“นี่ผมแอบได้ยินมาแหละ ว่าอีกสองวันเราจะได้ถ่ายเอ็มวีเพลงนี้กัน ผมว่าพีดีนิมต้องใช้เพลงนี้เป็นเพลงโปรโมตพวกเราในระหว่างนี้แน่ ๆ เลย” ซังซูที่แอบได้ยินทีมงานพูดกันก็พูดเสียงเบาแบบกระซิบให้เหล่าฮยองกัน

 

“หืม อีกสองวันเหรอ พีดีนิมไม่ชอบบอกอะไรล่วงหน้าเลย คราวถ่ายวีดีโอพรีเซนต์ก็ทีหนึ่งแล้ว” ฮีวอนอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ เวลาทำงานเขาชอบที่จะเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเสมอ ไม่ชอบอะไรที่มันฉุกละหุกและกะทันหันแบบนี้

 

“คงจะบอกเราพรุ่งนี้แหละมั้ง” โอซองออกความคิดเห็น แต่น้ำเสียงก็ไม่ได้มั่นใจเท่าไหรj

 

“ถ้าบอกพรุ่งนี้ฉันว่าก็ไม่ต่างอะไรกับบอกวันถ่าย แค่วันเดียวจะไปเตรียมตัวทันได้ไง” วังซองที่ปกติจะอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลาแต่ถ้าเป็นเรื่องงานเขาก็จริงจังไม่แพ้ใคร

 

“ตอนนี้ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดอะไร ในเมื่อรู้แล้วก็ควรจะตั้งใจซ้อมให้มากขึ้นกว่าเดิม” จุนกอลไม่เห็นประโยชน์อะไรที่พวกเขาจะมายืนพูดกันอยู่อย่างนี้ ไม่สู้เอาเวลาไปฝึกซ้อมให้งานมันออกมาดีจะดีกว่าเหรอ

 

“ก็จริง เอาล่ะ งั้นพวกเราไปฝึกกันเถอะ วันนี้กลับช้ากว่าปกติหน่อยก็อดทนเอาแล้วกัน” ฮีวอนเห็นด้วยกับสิ่งที่พี่ใหญ่พูดออกมา

 

“เรามารวมพลังกันเถอะ” กูซึลยื่นมือออกมาด้านหน้าเป็นคนแรก จุนกอลยื่นมือมาวางทับอย่างแผ่วเบาเป็นคนที่สอง ตามมาติด ๆ ด้วยซังซูและวังซองที่ช้ากว่าเพียงเสี้ยววินาที ทั้งสามคนเหลือบสายตามองหน้ากันแวบหนึ่งก่อนที่จะสนใจมือของอินซา โอซองและฮีวอนที่วางซ้อนทับลงมา

 

“ไฟต์ติ้ง!” เสียงดังหนักแน่นเรียกกำลังใจและความฮึกเหิมให้กับการฝึกซ้อมที่กำลังจะเริ่มขึ้นนี้

 

 

“กรี๊ด ฟีนอมอินอล ๆ”

“กรี๊ดดดดด จุนกอลอปป้า ฮีวอนอปป้า กูซึลอ่า”

“โอซองอปป้า วังซองอปป้า หล่อมากกก กรี๊ดดดดดด”

“ซังซูอ่า อินซาอ่า กรี๊ดดดด ทางนี้ ๆ”

 

ทันทีที่พวกเขาทั้งเจ็ดคนก้าวลงจากรถตู้เสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนเรียกจากบรรดาเด็กสาว วัยรุ่นหญิงทั้งหลายที่ยืนอยู่ด้านข้างสถานที่ที่ถูกเซตขึ้นเพื่อถ่ายเอ็มวีวันนี้ก็ดังขึ้นทันที

 

“โห มีคนมารอดูเราด้วยแหละ ว่าแต่เขารู้ได้ยังไงว่าเราจะมีถ่ายงานที่นี่วันนี้” ซังซูดีใจที่มีคนมารอดูพวกเขา แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้กับการที่มีคนรู้ตารางงานของพวกเขา

 

“คงเป็นแผนของทีมโปรโมตนั่นแหละ แต่ดีใจมาก คือไม่คิดว่าพวกเราจะมีแฟนคลับแล้วทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้เดบิวท์เลย” อินซาพูดไปยิ้มไป ความรู้สึกของไอดอลที่มีแฟนคลับมารอรับเป็นแบบนี้เอง แม้วันนี้กลุ่มคนที่มารอรับพวกเขายังมีไม่ถึงร้อยคน แต่เขาก็คิดว่ามันเป็นการเริ่มต้นที่ดี

 

“มีรูปพวกเราเต็มไปหมดเลย พวกเขาไวกันมาก ๆ เลยนะเนี่ย” วังซองพูดขึ้นบ้าง สายตากกวาดไปรอบ ๆ บริเวณกลุ่มบุคคลที่เขาคิดว่าเป็นแฟนคลับพวกเขาแน่แล้วยืนอยู่ ในมือของทุกคนนั้นมีรูปพวกเขาอยู่ บางคนถือเป็นแบบผ้า บางคนก็เป็นแบบกระดาษ

 

“เราไปทักทายพวกเขากันหน่อยเถอะครับ” กูซึลผู้เป็นเบอร์หนึ่งเรื่องการเซอร์วิสแฟนคลับพูดเสร็จก็เดินนำหน้าไปทันทีไม่รอความคิดเห็นของอีกหกคน

 

“กรี๊ดดดด กูซึลอ่า กูซึลนายน่ารักมาก ๆ เลย” ทางด้านเหล่าแฟนคลับเมื่อเห็นหนึ่งในคนที่พวกเธอมารอเดินมาทางนี้ ก็กรี๊ดกันอย่างไม่กลัวคอจะแตกกันเสียก่อน

 

“อันนยองฮาเซโย” เมื่อเดินเข้ามาใกล้บริเวณที่เหล่าแฟนคลับยืนอยู่กูซึลก็ทักทายขึ้นทันที

 

“กรี๊ดดด กูซึลอ่า อันนยองฮาเซโย”

 

“ผมไม่คิดเลยนะครับเนี่ยว่าจะเจอทุก ๆ คนที่นี่ มากันตั้งแต่เมื่อไรครับ” เวลาในตอนนี้ถือว่าเช้ามาก เรียกว่าฟ้ายังไม่ทันสว่างดีเลย การที่แฟนคลับมารอพวกเขาตั้งแต่เช้ากันขนาดนี้ทำให้เขารู้สึกตื้นตันและอยากจะกล่าวขอบคุณเป็นพันเป็นหมื่นครั้ง

 

“ไม่นานเท่าไรหรอก กูซึลอ่า” โบอานูนาคนที่กูซึลจำได้ว่าเคยคุยกับเขาเมื่อครั้งเดินซื้อของอยู่กับจุนกอลฮยองเป็นคนตอบออกมา

 

“อากาศตอนนี้เย็นมากเลยนะครับ ถึงผมจะดีใจมาก ๆ ที่เห็นทุกคนมาให้กำลังใจแบบนี้แต่ถ้ามันจะทำให้ทุกคนป่วยผมก็จะต้องเสียใจมาก ๆ เหมือนกัน” ถึงช่วงนี้จะไม่ใช่ช่วงอากาศหนาวของที่นี่ แต่เช้า ๆ แบบนี้ลมก็แรงมากพัดมาทีก็ทำให้ร่างกายสั่นได้เหมือนกัน ยิ่งแต่ละคนใส่เสื้อผ้าที่ไม่น่าจะป้องกันความเย็นได้แบบนี้เขาก็เป็นห่วง

 

“จริงของกูซึล แล้วช่วงนี้ฝนก็เริ่มตกบ่อย ๆ แล้วด้วย ทุกคนพกร่มกันมาด้วยหรือเปล่าครับ” วังซองที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงพร้อม ๆ กับอีกห้าคนที่เหลือพูดขึ้น

 

“กรี๊ดดด วังซองอ่า พวกเราพกร่มกันมาอยู่แล้ว นี่ไง ๆ” หลาย ๆ คนรีบหยิบร่มที่ตัวเองพกมาชูให้คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ดู ในใจกรีดร้องไปกับความเอาใจใส่ที่ทั้งสองคนมีให้ พวกเธอรู้สึกว่าคิดไม่ผิดที่อยากจะมาให้กำลังใจเด็กทั้งเจ็ดคนในวันนี้

 

“ดีแล้วครับ……พวกผมต้องไปเตรียมตัวกันแล้ว ยังไงขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณทุก ๆ คนที่มาให้กำลังใจกัน พวกผมจะไม่ทำให้ผิดหวังนะครับ” ฮีวอนที่ตอนแรกจะพูดอะไรกับทุก ๆ คนที่มารอแต่เมื่ออ๊อกวังยอนฮยองเดินเข้ามาสกิดเรียกให้ไปเตรียมตัวเขาจึงต้องเปลี่ยนคำพูดกะทันหัน

 

“พวกเราจะคอยเป็นกำลังใจให้อยู่ตรงนี้นะ ทุก ๆ คนสู้ ๆ ไฟต์ติ้ง” ซินยูรีเพื่อนสนิทของลีโบอาคนเป็นคนตอบคำถามในครั้งนี้ ดูเหมือนว่าพวกเธอจะตั้งตัวเป็นหัวหน้าแฟนคลับในตอนนี้

 

“ขอบคุณนะครับ” โค้งตัวขอบคุณพร้อมกันทั้งเจ็ดคนก่อนที่จะเดินหันหลังออกมาเพื่อไปเตรียมตัวทำงานกัน

 

“ฉันรู้สึกว่าเลือกรักไม่ผิดคนจริง ๆ เห็นความห่วงใยแล้วความเอาใจใส่ที่พวกเขามีให้พวกเราหรือเปล่า” เมื่อเห็นทั้งเจ็ดคนเดินไปไกลแล้ว โบอาก็หันไปพูดกับคนที่ยืนอยู่ใกล้

 

“โห ฉันนี่ใจเต้นแรงมากเลยค่ะตอนที่กูซึลบอกว่ากลัวพวกเราจะป่วย” เด็กสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆพูด คนอื่น ๆ ก็พยักหน้ารับเป็นเชิงว่าพวกเธอก็เหมือนกัน

 

“คิดไม่ผิดที่มารอให้กำลังใจพวกเขากันที่นี่” ซินยูรี ออกความเห็นอีกคนหนึ่งและเป็นอีกครั้งที่ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนี้ หากตอนนี้ถามว่าเธออยากจะพูดอะไรให้คนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเป็นแฟนคลับพวกเขาหรือเปล่า เธอคงบอกได้แค่ว่า การเป็นแฟนคลับของเจ้าเจ็ดมหัศจรรย์นี้จะไม่ทำให้ทุก ๆ คนผิดหวังแน่ ๆ

 

ในการมารวมตัวรอให้กำลังใจเด็ก ๆ วันนี้มีพวกเธอ ลีโบอาและซินยูรีเพื่อนคู่ซี้เป็นตัวตั้งตัวตีรวมกลุ่มทุกคนที่อยู่ในทีนี้ให้มาให้กำลังใจเด็ก ๆ ทันทีที่เธอทั้งคู่รู้ข่าวว่าจะมีการถ่ายทำเอ็มวีเพลงโปรโมตที่นี่ พวกเธอตั้งตัวเป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่งของเด็ก ๆ ทั้งเจ็ดคนแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ได้เดบิวท์

 

และแม้ว่าพวกเธอจะยังไม่ได้รู้จักพวกเขาไปมากกว่าสิ่งที่ได้เห็นในรายการเรียลลิตี้ตามติดชีวิตพวกเขาซึ่งพวกเธอต่างก็รู้ดีว่าเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของในความเป็นพวกเขาที่ทีมงานตั้งใจจะนำเสนอให้พวกเธอรู้ แต่พวกเขาก็เหมือนชื่อวงของพวกเขาที่พีดีนิมของ CYE เป็นคนตั้งให้นั่นแหละ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ เป็นผู้มีความสามารถพิเศษที่สามารถทำให้คนต้องหลุมรักได้ง่าย ๆ เพียงแค่ได้พบเจอเท่านั้น

 

 

 

 

“ฮยองจำโบอานูนากับยูรีนูนาได้ไหม คนที่คุยกับเราที่ซุปเปอร์มาเก็ตน่ะ” ระหว่างที่นั่งให้ช่างทำผมให้กูซึลก็ชวนคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คุย

 

“คนที่คิดว่าฉันกับนายเป็นแฟนกันใช่ไหม”

 

“หืม ไม่ใช่แล้วครับ เธอคิดว่าพวกเราเป็นดาราต่างหากล่ะ” กูซึลรู้สึกงงว่าจุนกอลฮยองไปได้ยินมาจากไหน

 

“ก็คนเดียวกันนั่งแหละ ตอนนั้นนายมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาเลือกไก่เลยไม่ได้ยินที่พวกเธอพูดก่อนที่จะเดินเข้ามาถามเราน่ะสิ”

 

“จริงเหรอ โห พวกนูนาเขามองกันยังไงถึงได้คิดว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน” กูซึลจำไม่ได้ว่าตั้งแต่เขาย้อนเวลากลับมานี่มีจังหวะไหนที่ทำให้คนที่เห็นเขากับจุนกอลฮยองสามารถคิดว่าพวกเขาเป็นแฟนกันได้

 

“ฉันไม่ใช่สองคนนั้น” แปลง่าย ๆ ว่า เขาจะไปรู้ได้ยังไง ไม่ใช่เจ้าตัวเสียหน่อย

 

เมื่อเจอคำตอบแบบนี้มากูซึลก็ยักไหล่ตัวเองนิดหน่อย ชินแล้ว จุนกอลฮยองก็เป็นแบบนี้ประจำแหละ

 

“ถามนูนาสิ นูนาตอบได้นะว่ามองยังไงถึงได้คิดว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน” นูนาช่างทำผมที่ได้ยินบทสนทนาของคนทั้งคู่พูดขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม

 

“เอ๋ นูนารู้หรือครับ” เอียงคอนิดหน่อยอย่างสงสัย

 

“ง่าย ๆ เลย เราไปดูรายการของตัวเองสิ แล้วสังเกตสายตาของจุนกอลว่ามองเรายังไง ยิ่งฉากที่จุนกอลซดน้ำซุปจากช้อนที่เราถืออยู่นะ นูนายังเขินแทน” น้ำเสียงที่แสดงชัดว่าเธออย่างที่พูดจริง ๆทำให้กูซึลอมยิ้มนิด ๆ สงสัยว่าจะมีชิปเปอร์จุนซึลอยู่ตรงนี้อีกหนึ่งอัตรา

 

แต่ว่าสายตาที่จุนกอลมองเขาน่ะหรือ หึ ๆ เหตุผลนี้อีกแล้วหรือไงที่ทำให้คนจิ้นเขากับฮยอง สุดท้ายก็เหมือนเดิม ทุกคนต่างคิดไปเองทั้งนั้น

 

“งั้นหรือครับ สงสัยผมต้องกลับไปย้อนดูแล้วว่าทีมงานตัดต่อยังไงถึงทำให้นูนาคิดกันไปได้แบบนั้น” พูดน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเหมือนทีเล่นทีจริง เขาไม่อยากจะล่มเรือของทุกคนในตอนนี้ ไม่ได้ห่วงเรื่องเรตติ้งอะไรหรอก แต่เพราะมันเป็นความสุขของคนที่คิดแบบนั้นเขาก็ไม่อยากจะไปขัดขวาง ตราบใดที่มันยังไม่ล้ำเส้นของเขาจนเกินไป

 

 

 

“เดี๋ยวเราถ่ายฉากเดี่ยวของแต่ละคนก่อน กูซึลถ่ายเป็นคนแรกเลยแล้วกัน” ผู้กำกับคนเดิมกับที่เคยถ่ายวีดีโอพรีเซนต์ทั้งเจ็ดคนพูดขึ้นเมื่อเห็นเด็ก ๆ พร้อมกันแล้ว

 

ที่ผู้กำกับเลือกกูซึลให้ถ่ายเป็นคนแรกเพราะยังจำผลงานคราวที่แล้วได้ดี น้องใช้เวลาไม่นานนักซึ่งครั้งนี้เขาก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้น

 

“ได้ครับ” กูซึลตอบรับพร้อมกับก้าวไปข้างหน้าเพื่อเตรียมรับฟังสิ่งที่ทีมงานต้องการ

 

Average คือเพลงที่พวกเขาจะใช้เป็นเพลงโปรโมตก่อนที่จะเดบิวท์อย่างเป็นทางการเป็นเพลงที่มีจังหวะสนุกสนานและท่าเต้นที่หนักหน่วง แต่เนื้อหาสวนทางกับจังหวะเพราะมันจะออกแนวเศร้าๆ นิดหน่อยตามความหมายของชื่อเพลงที่สวนทางกับชื่อวง average ที่แปลว่า ค่าเฉลี่ย ธรรมดาสามัญไม่มีอะไรพิเศษ พวกเขาต้องการจะสื่อว่าพวกเขาก็แค่คนธรรมดา ๆ นี่แหละที่ต้องการใครสักคนมาเป็นคนพิเศษของตัวเอง และหวังว่าตัวเองจะได้เป็นคนพิเศษของใครสักคนเหมือนกัน ในเนื้อเพลงพวกเขาต่างเลือกใช้คำง่าย ๆ ที่เข้าใจได้ไม่ยาก เพลงที่จะทำให้คนฟังสนใจได้บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องสลับซับซ้อนอะไร ขอแค่ฟังแล้วติดหูจนยากจะเอาออกได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟังก็พอ ประสบการณ์สอนเขามาแบบนั้น

 

ผ่านชีวิตในวงการมาเป็นสิบปี กูซึลรู้สึกว่าตัวเองมองอะไรตามความเป็นจริงมากขึ้น ใช่ มันเป็นเรื่องที่ดีที่พวกเขาจะทำเพลงแบบที่ตัวเองชอบ มีแนวทางเป็นของตัวเอง แต่หากแนวทางที่ตัวเองชอบกลับไม่ใช่แนวที่ถูกหูคนส่วนใหญ่ล่ะ มันจะเป็นเรื่องง่ายกว่าไหมถ้าพวกเขามีสักเพลงหนึ่งที่เป็นที่ชื่นชอบและติดอยู่ในหูในสมองของคนฟังจนทุกคนจำชื่อพวกเขาได้ แล้วหลังจากนั้นพวกเราจะทำเพลงตามแนวที่ชอบก็ไม่ใช่ปัญหา ปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญในการขาย ยกตัวอย่างเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ทำไมคนตั้งหน้าตั้งตารอคอลเลคชั่นใหม่เสมอ บางครั้งแบบใหม่ที่ออกมาก็ไม่ได้ดี ไม่ได้สวยเท่ารุ่นเก่าแต่ก็ยังขายได้ นั่นไม่ใช่เพราะคนมองแบรนด์ก่อนมองรูปแบบหรอกเหรอ นี่เป็นความจริงที่ไม่อาจไม่ยอมรับได้

 

“เข้าใจที่ผมต้องการใช่ไหม” คำถามจากผู้กำกับที่ส่งมาหลังจากชี้แจงในส่วนที่เขาอยากจะได้จากเด็กหนุ่มแล้ว

 

“เข้าใจแล้วครับ” พาทเดี่ยวในส่วนของกูซึลนั้นไม่ได้ยากอะไร ก็แค่นั่งทำหน้าเหงา ๆ สายตามองไปข้างหน้าเหมือนกับต้องการมองหาอะไรสักอย่าง และเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องสื่อออกมาให้คนดูรู้สึกว่าสิ่งที่เขาต้องการมองหานั้นคือใครสักคน แค่ใครสักคนที่พร้อมจะมองคนธรรมดา ๆ อย่างเขาเป็นคนพิเศษของตัวเอง

 

กูซึลรู้สึกอยากจะยิ้มให้กับความบังเอิญนี้ บทนี้ไม่ใช่เข้าทางเขาเลยหรือไง คำอธิษฐานของเขา คำขอที่ว่าอยากจะมีใครสักคนที่พร้อมจะรักเขา คำขอก่อนที่เขาจะย้อนเวลากลับมานั่นไ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.193K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,676 ความคิดเห็น

  1. #1653 984363270 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 17:30
    เฮียแจ็คคคคค!!!!!!!อุ้มแบมนั่งตักเราจำได้!!!
    #1,653
    0
  2. #1637 benzsu best (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 19:59
    ฮืออออ เราเป็นน้องก็คงคิดแยบน้องอ่ะ สายตาของพี่เขามันขนาดนั้น
    #1,637
    0
  3. #1492 MitsukiCarto (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 00:42
    รู้สึกหน่วงๆอ่ะ
    #1,492
    0
  4. #1466 Supansa Onkom (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 22:33

    นี้มันgot7ชัดๆ เหตุการณ์ต่างๆ

    คำพูด นิสัย การกระทำ ชัดมากกกกก สนุกมากกกกกก มันใช่เลยยย
    #1,466
    0
  5. #744 Xialyu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 07:37
    แอบเกือบหน่วงนิดๆ
    #744
    0
  6. #541 yukai (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 14:14
    สนุกมากค่ะ
    #541
    0
  7. #462 [ May! Nie! Mo! ] (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 18:18
    น้องงงงงง
    #462
    0
  8. #399 Teoy0330 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:55
    เราอ่านมาถึงตอนนี้เราสงสัย ถ้าเรื่องเปลี่ยน แสดงว่าสไตล์การทำเพลง เพลงเดบิวต์ก็เปลี่ยนหมดเลยสิคะ ใช่มั้ย??
    #399
    1
  9. #191 SeMai (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:45
    กริ๊ดดดดดดดคะ
    #191
    0
  10. #190 poiice222 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:44
    รู้สึกว่ามันอาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับพี่จุนเมื่อชีวิตก่อนของกูซึลเปล่า เพราะดูการกระทำ คนพี่ทำกับน้องยังเหมือนเดิม แปลว่าอาจจะมีจุดเปลี่ยนไม่ก็เข้าใจผิดกันไปเองมะ
    #190
    0
  11. #189 AuguZ Za (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:17
    อ่านไปมาทำไมได้ฟีลมาร์คแบม 5555
    #สนุกดีคะ มาต่อเร็วๆนะ
    #189
    0
  12. #188 Ravy_ravanan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:24
    สู้ ๆ เน้อ จุนกอลฮยอง มีความอ่านไปฟินไป มาม่าเบา ๆ T^T
    #188
    0
  13. #187 nuang1 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:11
    พี่เขาก็รักมั่นคงเหมือนกันนั่นล่ะ คงแสดงออกไม่ชัดเจนกันทั้งคู่ เลยไม่สมหวัง
    #187
    0
  14. #185 bampimark (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:50
    กูซึล คิดแบบนี้ดีมาก จุนกอลหลบไป น้องไม่รักแล้ว หุหุ
    #185
    0
  15. #184 ดิเดียร์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:24
    ยังไม่รุ้ว่าเค้ารักสินะสุ้ๆฮยองงง
    #184
    0
  16. #183 EchizenRyoma (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:20
    ไม่คิดก็ไม่ได้นะ
    #183
    0
  17. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:07
    เป็นกำลังใจให้ รอค่าาาา
    #182
    0
  18. #181 หน้ากากแตก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:42
    รออออออค้าาาา อ่านแล้ว แอบเจ็บๆบ้าง ฮืออ อินนน เป็นกำลังใจให้ ทั้งไรท์ ทั้งกูซึลเลอออออ
    #181
    0
  19. #180 Notty Kero (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:27
    เรากลัวใจจังเลยว่าจะโดนดึงกลับไปปัจจุบันที่ไม่มีเธอ
    #180
    0
  20. #179 phantomhive001 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:27
    รอค่าาาา
    #179
    0
  21. #178 M-Cosmo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:25
    ต่อค่ะะะะะะ ปูเสื่อนอนรอตอนต่อไปเรียบร้อยแล้วค่ะ อิอิ 55555
    #178
    0
  22. #177 เว่ยเจียเจีย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:24
    นูนาเป็นกำลังใจให้นะกูซึลลลล #ชูป้าย FC
    #177
    0