ย้อนเวลาเริ่มรัก

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,204 ครั้ง
    10 ต.ค. 61

จุนกอล (พี่ใหญ่ แรปไลน์ อเมริกา)

ฮีวอน (ลีดเดอร์)

วังซอง (แรปไลน์ พี่รอง แคนนาดา)

โอซอง (เจ้าชายของวง)

อินซา (เสียงร้องของวง)

กูซึล (รองมังเน่ รองน้องเล็ก)

ซังซู (มังเน่ น้องเล็ก)

พีดีนิม (โปรดิวเซอร์)

ออมม่า อาปา (แม่,พ่อ)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

“พวกนายยังไม่ต้องเข้าไปฝึกที่ตึก เพราะว่าเราจะมีถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอพรีเซนต์แนะนำตัวเองของพวกนาย” เสียงของ อ๊กกวังยอน หนึ่งในทีมงานที่มีหน้าที่เป็นผู้ดูแลเด็กทั้งเจ็ดคนชั่วคราวพูดให้พวกเขาฟังขณะที่พวกเขารวมตัวกันอยู่ในห้องนั่งเล่นและกำลังจะไปฝึกที่ตึกตามปกติ

 

“วันนี้น่ะหรือครับ ทำไมมันกะทันหันแบบนี้” ฮีวอนขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินแบบนั้น นี่เพิ่งวันที่สามเองที่พวกเขาได้เข้ามาอยู่รวมกันเจ็ดคนที่หอพักแบบนี้

 

“พีดีนิมสั่งมา” ห้าพยางค์สั้น ๆ แต่สามารถใช้เป็นคำตอบได้ดี สงสัยอะไรให้ไปถามพีดีนิมเอง

 

“เข้าใจแล้วครับ” นอกจากคำพูดนี้พวกเขายังสามารถพูดคำไหนได้อีก

 

“ไม่ต้องเครียดกันหรอก วันนี้เราจะถ่ายแบบสบาย ๆ แค่ให้พวกนายแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมา” เมื่อเห็นสีหน้าวิตกกังวลของของเด็ก ๆ กวังยอนก็พูดให้กำลังใจแต่เมื่อเขามองดูอีกทีพบว่ามีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ได้มีท่าทีกังวลอะไรกับใครเขาเลย กูซึล

 

อ๊กกวังยอนก่อนที่จะได้รับหน้าที่มาเป็นผู้ดูแลเด็ก ๆ ชั่วคราวเขาก็ได้ศึกษาประวัติส่วนตัวและนิสัยใจคอของเด็ก ๆ มาพอสมควร ในบรรดาเด็กทั้งเจ็ดคนหากพูดเรื่องความสามารถและพรสวรรค์คงไม่ทิ้งห่างกันเท่าไรเพราะแต่ละคนก็ดูเหมือนจะมีดีในแบบที่แตกต่างกันไป มีเพียงกูซึลเท่านั้นที่คล้ายจะถนัดไปเสียทุกอย่างไม่ว่าจะร้อง แรป หรือเต้น ไม่ใช่ว่าไม่มีใครที่มีความสามารถเหมือนกูซึล แต่คนที่มีความสามารถและยังอายุเท่ากูซึลนั้นเขากวาดสายตามองไปทั่วค่ายแล้วยังไม่เจอ

 

นี่เป็นข้อได้เปรียบของกูซึล การที่เขาย้อนเวลากลับมาทำให้เขาดูเหมือนเป็นเด็กอัจฉริยะมากความสามารถ แต่คงไม่มีใครรู้ว่ากว่าเขาจะได้ความสามารถเช่นนี้มาต้องหมดไปกี่หยาดเหงื่อและเสียไปกี่หยดน้ำตา อ่อ หยดน้ำตาของกูซึลคงนับไม่ได้เพราะมันไม่ได้หลั่งออกมาให้ใครได้เห็นแต่มันหลั่งอยู่ในอกจนหัวใจเขาแทบจะจมน้ำตาย

 

“เอาล่ะ เดี๋ยวจะมีทีมงานเข้ามาแต่งหน้าแต่งตัวให้พวกนาย ระหว่างนี้พวกนายก็นึกกันไปก่อนว่าจะแสดงตัวตนของพวกนายออกมาได้ยังไงและเลือกมุมโปรดของพวกนายในหอนี้ไว้เลยเพราะพวกเราจะถ่ายทำกันที่นี่แหละ ทุกคนมีเวลาถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวคนละครึ่งชั่วโมงนะ ไม่ได้กดดัน แต่ว่าถ้าไม่อยากให้ภาพของพวกนายออกมาแย่ก็ต้องตั้งใจกันหน่อย” ท้ายประโยคกวังยอนแอบกดดันเด็ก ๆ นิด ๆ ทั้งทั้งที่ก่อนหน้าเขาเป็นคนบอกว่าไม่ต้องเครียด สบาย ๆ แท้

 

 

 

 

“หน้าใสกันมาก ๆ เลย บำรุงผิวหน้ากันยังไงคะเนี่ย” นูนาที่เป็นช่างแต่งหน้าถามอย่างชื่นชมเมื่อเห็นหน้าใส ๆ ของคนที่เธอแต่งหน้าให้อยู่

 

“ก็ปกติตามที่ค่ายจัดให้นะครับ” ซังซูตอบไปตามจริง เรื่องผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไม่ว่าจะผิวหน้าหรือผิวกายและบำรุงเส้นผมนั้นล้วนเป็นของที่ทางค่ายจัดเตรียมไว้ให้ทั้งนั้น

 

“ยี่ห้ออะไรบ้างคะ นูนาจะไปลองซื้อมาใช้บ้าง”

 

ซังซูตอบชื่อยี่ห้อผลิตภัณฑ์ที่เขาใช้อยู่ให้นูนาไปก่อนที่นูนาที่คุยกับเขาจะโดนนูนาอีกคนที่เหมือนจะเป็นหัวหน้าทีมช่างดุเอา เพราะคิดว่ารบกวนสมาธิเด็ก ๆ ที่กำลังคิดว่าจะถ่ายภาพออกมาอย่างไรให้เป็นตัวตนของพวกเขามากที่สุด

 

“เรื่องเสื้อผ้าผมขอลองมิกซ์เองได้ไหมครับ” เพราะมีประสบการณ์จากชีวิตที่แล้วกูซึลถึงได้รู้ดีว่าอะไรที่เหมาะหรือไม่เหมาะกับพวกเขา แม้กังวลอยู่บ้างว่าการกระทำของเขาอาจจะทำให้โดนหมั่นไส้ในข้อหาก้าวก่ายหน้าที่และดีไม่ดีอาจโดนข้อหาเรื่องมากมาอีกหนึ่งกระทง แต่จะทำอย่างไรได้เพราะเขาต้องการให้ทุกอย่างทุกคนออกมาดูดีที่สุด

 

“ได้เลย ๆ การเลือกเสื้อผ้าเองก็จะทำให้เห็นในตัวตนของพวกนายได้มากขึ้น” ดูเหมือนว่ากูซึลจะคิดมากเกินไป ทีมงานที่ถูกส่งมาเข้าใจอะไรได้ง่ายกว่าที่คิดและชอบที่จะร่วมงานกับคนที่แสดงความคิดเห็นมากกว่าคนที่ให้พวกเขาจัดการทุกอย่างให้แต่เวลาไม่ได้ดั่งใจก็โวยวายอย่างเดียวโดยไม่บอกว่าอะไรกันแน่คือสิ่งที่ตัวเองต้องการ

 

“ขอบคุณที่ให้โอกาสครับ” กูซึลเรียนรู้ที่จะทำตัวให้เป็นที่หน้าเอ็นดูของทีมงาน พึงรู้ไว้ว่าเมื่อไรที่ต้องทำงานแบบนี้การทะเลาะกับช่างแต่งหน้าทำผมไม่ใช่เรื่องสมควร ภาพลักษณ์ทั้งหลายของพวกคุณขึ้นอยู่กับพวกเขาทั้งนั้น

 

ทีมงานที่เห็นการกระทำของกูซึลก็ลอบยิ้มกันทุกคน เด็กคนนี้มีสัมมาคาราวะและฉลาดวางตัวดีจริง ๆ

 

เมื่อแต่งหน้าเสร็จแล้วกูซึลก็ลุกเดินเข้าห้องพักของตัวเองเพื่อไปแต่งตัว เมื่อชีวิตที่แล้วเขาได้ชื่อว่าเป็นแฟชั่นไอคอนของวงเลยทีเดียว ดังนั้นเรื่องรสนิยมการแต่งกายไว้ใจเขาได้

 

“เห แบบเสื้อตัวนี้ดูล้ำสมัยมากเลยนะคะ นูนายังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย แบรนด์อะไรคะ”

 

หญิงสาวที่รับหน้าที่ดูและเรื่องการแต่งกายอุทานออกมาด้วยความตื่นใจเล็ก ๆ เมื่อเห็นคนที่ขอเลือกเสื้อผ้าเองเดินออกมาจากห้องหลังจากหายเข้าไปแต่งตัวอยู่สักพักหนึ่ง

 

“ไม่มีแบรนด์หรอกครับ” กูซึลตอบไปตามจริง เสื้อตัวนี้ใช้ผ้าทวีดแบบสมัยใหม่สีดำมาตัด คอเสื้อปาดกว้างเวลาใส่จะโชว์ไหปลาร้าให้ความรู้สึกเซ็กซี่เล็ก ๆ ตัวเสื้อใหญ่กว่าตัวของคนใส่พอสมควร ชายเสื้อยาวคลุมสะโพก เสื้อตัวนี้เป็นหนึ่งในเสื้อตัวโปรดของเขาเมื่อชีวิตที่แล้ว พอย้อนเวลากลับมาแล้วยังไม่มีแบรนด์ไหนทำเสื้อแบบนี้ขึ้นมาเขาจึงได้วาดแบบแล้วส่งไปให้มัมหาช่างมาตัดเย็บให้เขาตามแบบที่อังกฤษ นอกจากเสื้อตัวนี้แล้วก็ยังมีอีกหลายหลายชุดที่เขาส่งแบบไปให้มัมสั่งตัดให้ จนห้องเสื้อนั้นอยากจะได้ตัวเขาไปช่วยออกแบบเสื้อผ้าคอลเลคชั่นไหมของแบรนด์ตัวเองเลยทีเดียว

 

“หืม งั้นกูซึลไปซื้อมาจากไหนคะ”

 

“มัมส่งมาให้จากอังกฤษน่ะครับ” เมื่อได้คำตอบแบบนี้ นูนาที่ถามก็พยักหน้าและคิดเข้าใจไปเองว่าเสื้อตัวนี้คงตัดจากช่างประจำตัวของตระกูลน้องแน่ ๆ นามสกุล ลิเบอร์ตันของเจ้าตัวไม่มีใครในค่ายไม่รู้จัก ยักษ์ใหญ่ด้านอัญมณีของโลกเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจะมีคนดูแลให้เป็นพิเศษก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แค่มันออกจะน่าอิจฉาเกินไปเสียหน่อยก็เท่านั้น

 

“ดูเหมือนนูนาจะคิดถูกที่ให้กูซึลเลือกเสื้อผ้าเอง ชุดนี้เหมาะกับน้องมาก” เสื้อตัวใหญ่สีดำคอกว้างใส่คู่กับกางเกงสกินนี่สีซีดขาด ๆ โชว์ผิวขาว ๆ ออกแนวยูนิเซ็กส์เข้ากับลักษณะภายนอกของน้องดีอีกทั้งโลเคชั่นยังเป็นมุมโปรดภายในหอพัก การแต่งตัวแบบนี้ก็ดูไม่มากไม่น้อยจนเกินไปสำหรับคนที่จะเป็นไอดอล

 

“โหกูซึล ชุดนายดูดีมากเลย” ซังซูที่ยังเลือกเสื้อผ้าของตัวเองไม่ลงตัวกล่าวชมออกมาเมื่อหันมาเห็นพอดี

 

“เออจริง นายเลือกเสื้อผ้าเก่ง มาช่วยฮยองเลือกหน่อยสิ” วังซองที่ยังตัดสินใจเลือกเสื้อผ้าไม่ได้เหมือนกันเรียกกูซึลให้เข้าไปช่วย

 

“ฮยองเลือกถ่ายมุมไหนล่ะครับ”

 

“ตรงนั้นน่ะ” ชี้ไปที่มุมที่มีดัมเบลล์วางอยู่ วังซองเป็นพวกชอบออกกำลังกายอยู่เสมอดังนั้นมีเวลาว่าง ๆ เขาก็ซิทอัพ ยกดัมเบลล์อยู่เป็นประจำ

 

“งั้นก็แต่งง่าย ๆ เสื้อกล้ามสีขาวคู่กับกางเกงวอร์มสีดำดีหรือเปล่า” เหมือนว่าจะเรียบง่ายและดูไม่มีอะไร แต่เชื่อเขาเถอะว่าเมื่อไรที่ชุดนี้ไปอยู่บนตัวฮยองคนนี้มันจะต้องทำให้สาว ๆ หวีดจนลืมหายใจแน่ เสื้อขาว ๆ ที่เต็มไปด้วยเหงื่อ หึ ๆ สาว ๆ ไม่กรี๊ดนี่ต้องใจแข็งมากแน่ ๆ

 

“นายช่วยฉันเลือกด้วยสิกูซึล ฉันเลือกมุมนั้นอ่ะ” ซังซูชี้ไปที่โล่ง ๆ ผนังส่วนหนึ่งเป็นกระจก เป็นมุมที่เขาเอาไว้ใช้ซ้อมเต้นเวลาอยู่ที่หอ

 

กูซึลเดินเข้าไปเลือกดูเสื้อผ้าที่ทางทีมงานเตรียมมาให้จนเจอเสื้อสีขาวมีปกตัวหนึ่งซึ่งดูตัวใหญ่กว่าเพื่อนรักเขานิดหน่อยแขนเสื้อก็น่าจะยาวเลยมือออกมาด้วย หากใส่เสื้อตัวนี้เวลาเต้นมันจะต้องทำให้ดูน่ามองจนละสายตาไม่ได้แน่ ๆ

 

“ตัวนี้เหรรอ แล้วใส่คู่กับกางเกงตัวนี้ดีไหม” คนที่เริ่มมีเซนต์ด้านการแต่งตัวหยิบกางเกงสีดำที่ค่อนข้างเข้ารูปมาตัวหนึ่ง

 

“ดี เข้ากันดี เดี๋ยวฉันไปหยิบโช๊คเกอร์มาให้นายใส่ด้วยดีกว่า” พูดจบก็หมุนตัวเข้าไปในห้องของตัวเองทันที

 

“โช๊คเกอร์ที่กูซึลหมายถึงนั่นโช๊คเกอร์คอใช่ไหม อันนั้นเขาฮิตกันเมื่อปีเก้าศูนย์ไม่ใช่หรือ” นูนาคนเดิมถามออกมาอย่างสงสัย

 

นอกจากพวกเสื้อผ้าที่สั่งตัดตามที่ชอบแล้วก็ยังมีโช็คเกอร์อีกอย่างที่กูซึลสั่งทำ โช็คเกอร์เป็นไอเทมเครื่องประดับที่ฮิตกันเมื่อปีเก้าศูนย์และจะกลับมาฮิตอีกครั้งเมื่อปีสองพันสิบห้า แต่ดูเหมือนว่ากูซึลจะลืมไปแล้วเพราะตอนนี้เพิ่งจะปีสองพันสิบสามเท่านั้น

 

“นายเอาไปลองใส่ดู ฉันว่ามันน่าจะเข้านะ” กูซึลกลับออกมาพร้อมเส้นสีดำในมือเส้นหนึ่งแล้วยื่นให้เพื่อนรัก ซังซูผู้เชื่อใจในเพื่อนรักยิ่งกว่าใครก็รับมาอย่างไม่อิดออดก่อนที่จะเดินหายเข้าห้องน้ำไปเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

 

“อินซาฮยองให้ผมช่วยไหมครับ” กูซึลที่เห็นพี่ชายอีกคนยังยืนละล้าละลังกับการเลือกเสื้อผ้าโดยมีทีมงานอีกคนคอยช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ ก็เดินเข้าไปเสนอตัวช่วยเหลือ กูซึลรู้ดีว่าตอนนี้พี่ชายคนนี้ของเขายังไม่ถนัดเรื่องการแต่งตัวมากนัก ต้องรออีกสักปีสองปีการแต่งตัวของเจ้าตัวจะพัฒนามากขึ้นกว่าเดิมจนเทียบไม่ติด

 

“ดีเลย ๆ ฮยองจะถ่ายกับเปียโนนะ” อินซาที่ต้องการความช่วยเหลือจากกูซึลพูดขึ้นมาอย่างยินดี ความจริงคือเขาอยากจะเอ่ยปากตั้งแต่เห็นฝีมือการเลือกเสื้อผ้าของเจ้าตัวแล้ว แต่ติดที่เขารู้สึกเกรงใจ เขาเพิ่งรู้จักกับคนคนนี้ได้ไม่ถึงสัปดาห์เลยจะให้เอ่ยปากอะไรก็กลัวจะเป็นการรบกวนไป แต่จะว่าไปไม่รู้เขารู้สึกไปเองหรือเปล่า ทั้ง ๆ ที่สามชิกคนอื่นเวลาคุยกับเขายังมีท่าทางเกร็ง ๆ ให้เห็นแต่กับกูซึล เวลาคนคนนี้คุยกับเขากลับมีท่าทีสบาย ๆ คล้ายรู้จักสนิทสนมกับเขามาเป็นสิบปี อืม หรือกูซึลอาจจะเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่ายแหละมั้ง

 

“ตัวนี้ดีไหมครับ” กูซึลเลือกเสื้อแขนยาวเนื้อนุ่มมีฮูดสีชมพูอ่อนให้ อินซาฮยองใส่แล้วดูเป็นผู้ชายนุ่มนวลเหมาะกับเปียโนที่เจ้าตัวเลือกเข้าฉากด้วยดี

 

“ได้” ความจริงคืออินซาก็แอบเล็งเสื้อตัวนี้ไว้เหมือนกัน

 

เมื่อเห็นว่าคนพี่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาเลือกกูซึลก็ยิ้มยินดี ก่อนที่สายตาจะมองดูพี่ชายอีกสามคนที่ดูเหมือนจะเลือกเสื้อผ้าของตัวเองได้แล้ว ฮีวอนฮยองและโอซองฮยองอาจเพราะผ่านการเดบิวท์มาแล้วครั้งหนึ่งประสบการณ์การเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเลยพอตัว ส่วนจุนกอลฮยองนั้น กูซึลต้องยอมรับว่าฮยองคนนี้มีเซนต์ด้านการแต่งตัวที่ดีทีเดียว ดีขนาดที่ว่าหากเขาจะเป็นต้องแลกตู้เสื้อผ้ากับใครเขาคงเลือกจุนกอลฮยองเนี่ยแหละ

 

 

 

“ใครจะถ่ายก่อน” เมื่อเห็นเด็ก ๆ เตรียมตัวพร้อมแล้ว ช่างกล้องก็ถามออกมา

 

เด็กหนุ่มทั้งเจ็ดคนหันหน้ามองกันไปมาก่อนที่กูซึลจะเป็นคนก้าวออกไปข้างหน้าเป็นการบอกว่าเขาพร้อมที่จะถ่ายเป็นคนแรก

 

“กูซึลจะเริ่มคนแรกเหรอ นายเลือกมุมไหนล่ะ” เมื่อเห็นว่าใครที่เป็นคนก้าวออกมาช่างกล้องก็ถามทันที

 

“โซฟาตัวนั้นครับ” ชี้ไปทางโซฟาตัวยาวโดยที่ในมือถือโทรศัพท์อยู่หนึ่งเครื่อง หากอะไรที่จะบอกความเป็นตัวตนเขาได้ดีในตอนนี้คงเป็นโทรศัพท์ที่มีแอพโซลเชียลหลากหลายนี่แหละ

 

“โอเค นายเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามใจเลย เราจะถ่ายภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่งไปพร้อมกันเลย” ทีมงานที่คอยกำกับพูดบอก

 

“ได้ครับ” เพราะเคยผ่านงานถ่ายมาเยอะไม่ว่าภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหว ละคร ซีรีย์หรือแม้กระทั่งภาพยนตร์ กูซึลจึงรู้มุมของตัวเองดีและรู้ว่าต้องเคลื่อนไหวอย่างไรถึงจะได้ภาพออกมาดีที่สุด

 

กูซึลค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปนั่งอยู่บนโซฟาหันข้างให้เห็นเสี้ยวหน้าทางด้ายซ้ายของตัวเองสายตาไม่ได้มองกล้อง แต่จับจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาน้อย ๆ ราวกับเจอเรื่องดี ๆ ที่ทำให้เขามีความสุข นั่งอยู่ในท่านี้ได้สักพักก็ค่อย ๆ เอนกายไถลตัวลงนอนราบไปบนโซฟา ก่อนจะนอนตะแคงข้างหันหน้าเข้าหากล้องใช้แขนข้างหนึ่งหนุนต่างหมอนแล้วค่อย ๆ พริ้มตาหลับลงช้า ๆ ทั้งๆ ที่มืออีกข้างยังถือโทรศัพท์ไว้อยู่

 

ภายในหอพักเต็มไปด้วยความเงียบ แต่ภายในใจของทุกคนต่างเต็มไปด้วยคำชมมากมาย เขายังไม่เคยเห็นมือใหม่คนไหนทำได้ดีเหมือนกูซึลมาก่อนเลย เด็กคนนี้คล้ายกับว่าเคยผ่านงานแบบนี้มาเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้ว คนที่รับหน้าที่เป็นตากล้องวันนี้ค่อย ๆ ซูมภาพไปที่หน้าจอโทรศัพท์ที่ยังทำงานอยู่ก่อนจะปรากฏภาพชายหญิงวัยกลางคนยืนกอดเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีรอยยิ้มสดใสอยู่เต็มใบหน้า นั่นคือ มิสเตอร์ลิเบอร์ตัน มาดามลิเบอร์ตันและกูซึลทายาทเพียงคนเดียวของลิเบอร์ตันนั่นเอง

 

“โอเค คัท เยี่ยมมากกูซึล”เมื่อรู้สึกว่าได้ภาพที่พึงพอใจแล้วผู้กำกับก็สั่งคัท

 

“ใช้ได้หรือเปล่าครับ ต้องแก้ตรงไหนหรือเปล่าครับ”

 

“ไม่ต้อง ๆ นี่มันดีมากแล้วจริง ๆ นายเก่งมากเลย ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ” เสียงชื่นชมดังมาไม่ขาดสาย กูซึลเพียงยิ้มรับและกล่าวขอบคุณเบา ๆ เท่านั้น เขารู้ดีว่าเขาไม่ได้เก่งกว่าใคร ๆ แต่เป็นเพราะความพยายามเขาไม่แพ้ใครต่างหากมันถึงได้มีวันนี้ได้

 

“ใครจะถ่ายเป็นคนต่อไป” เมื่อชื่นชมกูซึลจนพอใจแล้วก็ถามหาคนที่จะมาถ่ายทำเป็นคนต่อไป

 

“ผมครับ” ฮีวอนอาสาเป็นคนต่อไปทันที เพราะรู้สึกว่าถ้าไม่ใช่เขาคนอื่นที่ออกไปต่อจากกูซึลต้องกดดันมาก ๆ จนอาจจะเกิดข้อผิดพลาดได้ เพราะขนาดเขายังอดรู้สึกกดดันไม่ได้เลย

 

เรื่องนี้จะโทษกูซึลก็ได้ที่สร้างความกดดันให้กับสมาชิกคนต่อ ๆ ไป แต่เป็นเพราะกูซึลลืมนึกถึงเรื่องนี้ ตอนที่เขาตัดสินใจจะถ่ายเป็นคนแรกเพราะเห็นพี่ ๆ คนอื่น ๆ เอาแต่มองหน้ากันไปมาอีกทั้งยังเป็นความเคยชินจากชีวิตที่แล้วด้วยว่าเวลามีงานถ่ายแบบนี้ทีไรเขาจะเป็นคนแรกที่ได้เข้าไปถ่ายก่อนเสมอ

 

“เลือกมุมไหน”

 

“ในห้องนอนได้ไหมครับ” รู้สึกเกรงใจที่ต้องให้ทีมงานย้ายสถานที่เข้าไปในห้องเขา แต่มุมโปรดของเขาก็คือโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ตรงหัวเตียงจริง ๆ

 

“ไม่มีปัญหา” เพราะไม่ใช่กองถ่ายที่ใหญ่โต การขนย้ายอุปกรณ์และกล้องก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร

 

“ขอบคุณครับ”

 

ฮีวอนเลือกมุมโต๊ะทำงานข้างหัวเตียงที่เขาใช้แต่งเพลงเป็นประจำ และอุปกรณ์เข้าฉากของเขาจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากดินสอและสมุดโน๊ตที่มีเนื้อร้องและตัวโน๊ตดนตรีถูกขีดเขียนเอาไว้มากมาย

 

การถ่ายทำของลีดเดอร์ก็ใช้เวลาไม่นานเช่นกัน แม้จะไม่น้อยเท่าของกูซึลแต่ก็ไม่ได้ช้ากว่ากันเท่าไรนัก เห็นได้ชัดว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขาไม่ได้เสียเปล่า

 

 

เมื่อลีดเดอร์ของทีมถ่ายทำเสร็จคนที่จะเป็นคนต่อไปก็คือซังซู ซังซูขอพี่ ๆ ถ่ายก่อนเพราะรู้สึกว่ายิ่งนานไปเขายิ่งรู้สึกกดดัน ดังนั้นเขาเลยอยากถ่าย ๆ ให้เสร็จไปแต่แน่นอนเขาไม่ได้มีความคิดที่จะทำแบบลวก ๆ หรอกนะ เขารู้ดีว่านี่จะเป็นภาพจำแรกที่ปรากฏอยู่ในความทรงจำของแฟนคลับและเขาจะไม่ยอมปล่อยให้แฟนคลับของเขาในอนาคตมีภาพในความทรงจำที่ไม่ค่อยจะดีเด็ดขาด

 

ถัดจากซังซูก็เป็น อินซา วังซอง จุนกอลและมีโอซองปิดท้าย ความจริงโอซองไม่ได้อยากจะปิดท้าย แต่เพราะรู้ดีว่ายิ่งรอนานก็จะยิ่งกดดันเขาที่เคยมีประสบการณ์มาแล้วจึงได้แต่เสียสละยอมเป็นคนสุดท้ายถ่ายปิดกองเอง

 

การถ่ายทำวีดีโอพรีเซนต์ของแต่ละคนก็ผ่านไปได้ด้วยดีและใช้เวลาน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขนาดอินซาที่มีเวลาฝึกน้อยที่สุดและนับว่าใหม่ที่สุดก็ยังทำได้ดี ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากสายตาที่เต็มไปด้วยกำลังใจและความเชื่อมั่นจากอีกหกคนที่เหลือที่ส่งมาให้เขา เขาถึงได้ผ่านมันไปได้ด้วยดี

 

“โอเค เสร็จเรียบร้อยแล้ว”

 

“เย้ ๆ โอ๊ย ถ่ายไม่นานแต่ทำไมมันเหนื่อยกว่าฝึกเต้นทั้งวันอีกล่ะ” ซังซูที่ตอนแรกแทบจะกระโดดดีใจ ก็ร้องออกมาเพราะรู้สึกว่าพลังงานในร่างกายแทบจะไม่มีเหลือ

 

“เหนื่อย ๆ จริง ว่าแต่ตอนนี้พวกเราพักได้แล้วใช่ไหมครับ ผมอยากทิ้งตัวลงนอนมากเลยตอนนี้” อาจจะเพราะความเหนื่อยสะสมจากการซ้อมของวันก่อนหน้านี้ด้วยถึงทำให้พวกเขาเหนื่อยจนแทบจะหมดแรง

 

“ฉันก็อยากจะให้นายพักหรอกนะ แต่เสียใจด้วย คำสั่งจากพีดีนิมว่าถ้าถ่ายเสร็จเร็วก็ให้ไปฝึกซ้อมตามตารางเหมือนเดิม” อ๊กกวังยอนดับความหวังเด็ก ๆ เสียจนไมมีเหลือ

 

“โห!” ซังซูร้องโหออกมาเสียงดังจนทีมงานที่กำลังเก็บของอยู่หลุดยิ้มออกมาให้กลับความงอแงที่น่าเอ็นดูนี้

 

“เอาน่า ถือว่าฝึกร่างกายให้ชินเข้าไว้ไง” ฮีวอนที่เข้าใจความรู้สึกของพวกน้อง ๆ ดีเพราะเขาก็เคยผ่านความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนพูดปลอบน้อง

 

“ครับ ๆ ผมก็งอแงไปงั้นแหละ เข้าใจหรอกน่า” ใช่แล้ว ซังซูเข้าใจดีว่าพวกเขาต้องฝึกกันหนักเพื่ออะไร ก็เพื่อวงของพวกเขาเองอย่างไรล่ะ

 

“เข้าใจก็ดีแล้ว”

 

 

 

“นายจะไปทั้งชุดนี้เหรอ”

 

“ทำไมครับ มันแปลกเหรอ” กูซึลที่กำลังจะเดินออกจากหอพักเพื่อไปตึกค่ายพร้อมคนอื่น ๆ ต้องเกิดอาการงงเสียก่อนกับคำถามของพี่ใหญ่ อย่าว่าแต่กูซึลที่งง อีกห้าคนที่เหลือก็งงเหมือนกัน ชุดที่น้องใส่อยู่มันแปลกตรงไหนพี่ใหญ่ถึงได้ถามแบบนั้น น้องใส่แล้วออกจะดูดี

 

“นายจะเต้นถนัดเหรอ” หรี่ตามองสกินนี่สีซีดขาด ๆ ที่คนน้องใส่อยู่ มันดูรัดรูปเสียจนเขารู้สึกหงุดหงิด เอ้ย อึดอัดแทน

 

“ไม่มีปัญหาหรอกครับ คิดว่าฝึกไว้ก็ได้ พอเราอยู่บนสเตจก็ใช่ว่าจะใส่กางเกงวอร์มเต้นนี่ครับ”

 

“เสื้อนั่นมันไม่ดูรุ่มร่ามไปหน่อยเหรอ” เสื้อตัวใหญ่ ๆ แบบนี้ เต้นไป ๆ มันจะขัดหรือเปล่า

 

“ก็ฝึกไว้ไงครับ มืออาชีพต้องทำได้อยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหนไม่ใช่หรือครับ” กูซึลที่เคยชินแล้วกับเครื่องแต่งกายในทุกรูปแบบ เขาไม่เห็นว่าแค่เสื้อตัวใหญ่ ๆ กับกางเกงรัด ๆ นี่จะเป็นปัญหาอะไร

 

“งั้นก็ตามใจนาย” พูดจบก็เดินหันหลังออกไปทันที กูซึลขมวดคิ้วมุ่นกับการกระทำของพี่ใหญ่ แต่ก็ยักไหล่ออกมา เขาน่าจะเคยชินได้แล้ว จุนกอลฮยองชอบเดินหันหลังใส่เขาประจำนั่นแหละ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.204K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,676 ความคิดเห็น

  1. #1635 benzsu best (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 19:34
    โอ้ยยยย คือหวงแหละ แต่น้องไม่เจ้าใจเลยหม่นกันไปหมด
    #1,635
    0
  2. #1563 FaiiSmail (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 12:18
    อิพี่หวงก็บอกกก
    #1,563
    0
  3. #1490 MitsukiCarto (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 23:25
    กลัวโดนน้องยั่วหรอพี่ใหญ่~
    #1,490
    0
  4. #1470 Kamobee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 00:37
    ดูมีความหวงงงงคร้าาาา
    #1,470
    0
  5. #1314 AUNG_SK (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 19:23
    สงสัยจริงๆว่าโลกที่แล้วน้องคิดไปเองหรือป่าวเรื่องรักข้างเดียว ถ้าพี่จะขี้หวงขนาดนี้น่ะนะ
    #1,314
    0
  6. #936 dewwiizodiac (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 20:42
    ขี้หวง
    #936
    0
  7. #780 puk6506 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 00:09
    นี้ก็เมนกูซึลเหมือนกันค่ะอิอิ
    #780
    0
  8. #742 Xialyu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 07:04
    +++707 ฟิ้วววววว
    #742
    0
  9. #707 Kn_nann (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 08:51
    อย่าปล่อยพี่ใหญ่โมโห ไม่งั้นอาจจะเห็นโน็ตบุ้คบินได้
    #707
    0
  10. #537 yukai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 13:37
    สนุกค่ะ
    #537
    0
  11. #536 yukai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 13:37
    สนุกค่ะ
    #536
    0
  12. #535 yukai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 13:37
    สนุกค่ะ
    #535
    0
  13. #517 มังกือน้อยประจันบาน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 03:48
    ไม่หมั่นไส้ค่ะ จริงๆเมนลีดเดอร์ แต่ก็เอ็นดูน้องตลอด
    #517
    0
  14. #471 Ravy_ravanan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 18:35
    คุ้นนะไรท์... สมาชิก 7 คนแบบนี้... อืม... ชัดเจน ทำไมฉันพึ่งมาสังเกตตตตตตต
    #471
    0
  15. #413 Miffy'am Jirawun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:07
    เมนหลักหนูเลยยย 55555
    #413
    0
  16. #410 ` ฮิ เ ม ะ ♡ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:12
    เอาตรงๆนะไรท์..เราตำชื่อไม่ได้ว่ะ55555 อ่านมาขนาดนี้แล้วลืมทุกที-..-
    #410
    0
  17. #277 GingGee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:37
    จริงๆนี่คิดถึงวงหนึ่งค่ะ ที่เป็นพรีเซนเตอร์น้ำอัดลม5555 พยายามไม่คิดแล้วนะคะ
    #277
    0
  18. #236 nooparnkiss (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:24
    เราก็เมนน้องบั- กูซึล รัก
    #236
    0
  19. #173 I-am-muffin-cat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:33
    โอ้ยยยย ชอบมากๆเลยค่ะ จะติดตามต่อไปนะคะ
    #173
    0
  20. #170 jiakk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:04
    โอ้ยเด้อเขิน เนียนจ้าในความหึงหวง เฮ้ยห่วงอย่างเดียวสิ อิอิ พี่มีการกลัวอึดอัดแทนกันด้วย
    #170
    0
  21. #149 10243374 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:53
    เหมือนกันเลยอ่าาาา น้องน่าเอ็นดูออก
    #149
    0
  22. #148 Zino zenz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:17
    เมน คือไรอะ ตอบทีงง
    #148
    1
    • #148-1 Notty Kero(จากตอนที่ 13)
      4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:20
      ขออนุญาตมาตอบแทนนะคะ เมนคือเหมือนถ้าในวง 1 วงเราจะมีคนที่เราชอบมากที่สุด 1 คนค่ะคนคนนั้นเราเรียกว่าเมน เช่นอย่างที่ไรท์บอกว่าไรท์เมนกูซึง นั้นคือไรท์ชอบกูซึงมากที่สุดค่ะ ประมาณนี้ค่ะ
      #148-1
  23. #147 Notty Kero (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:17
    แน่ะๆหวงน้องละซี้
    #147
    0
  24. #145 เว่ยเจียเจีย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:07
    ไม่เคยติ่งเกาหลี จนอ่านเรื่องนี้แหละค่ะ อ๊ายยยย กูซึลน่ารักกก
    #145
    0
  25. #144 Benz10d (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:19
    ชอบจังเลย รอนะคะ
    #144
    0