ย้อนเวลาเริ่มรัก

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,525
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,283 ครั้ง
    10 ต.ค. 61

จุนกอล (พี่ใหญ่ แรปไลน์ อเมริกา)

ฮีวอน (ลีดเดอร์)

วังซอง (แรปไลน์ พี่รอง แคนนาดา)

โอซอง (เจ้าชายของวง)

อินซา (เสียงร้องของวง)

กูซึล (รองมังเน่ รองน้องเล็ก)

ซังซู (มังเน่ น้องเล็ก)

พีดีนิม (โปรดิวเซอร์)

ออมม่า อาปา (แม่,พ่อ)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 


“พวกเราหาอะไรทำกันดีไหม”หลังกลับจากเดินซื้อของพวกเขาก็นั่งพักกันอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะเหลือบตามองเวลาแล้วยังเห็นว่าอีกหลายชั่วโมงกว่าจะได้เวลาอาหารมื้อเย็น โอซองก็ตั้งคำถามขึ้นมาเมื่อคิดว่าพวกเขาไม่ควรจะเอาแต่นั่งกันอยู่เฉย ๆ แบบนี้

 

“เราควรจะไปจัดเสื้อผ้ากันไหมครับ” กูซึลแนะนำ พวกเขานอกจากลากกระเป๋าเข้าไปเก็บในห้องนอนแล้วก็ยังไม่ลงมือจัดการอะไรกับพวกมันเลย

 

“นั่นสิ ฉันก็ลืมไปเลย งั้นพวกเราแยกย้ายกันไปจัดข้าวของกันเถอะ” ฮีวอนที่นึกขึ้นมาได้หลังจากที่กูซึพูดก็เอ่ยเห็นด้วย

 

“รับทราบ” สามแสบอย่างวังซอง กูซึลและซังซูขานรับพร้อมกันเสียงใสเรียกรอยยิ้มจากคนอื่น ๆที่มองดูอยู่

 

 

“นายอย่าเทเสื้อผ้ามากองแบบนั้นสิ หยิบออกมาใส่ไม้แขวนหรือไม่ก็พับวางไว้ทีละตัวสิ” หลังจากเข้าห้องมาแล้วต่างคนต่างหันไปสนใจกับข้าวของของตัวเอง จุนกอลก็ต้องร้องห้ามออกมาเมื่อเห็นการกระทำของคนน้อง

 

“ผมเทออกมาก่อนไง เดี๋ยวค่อยจัดใหม่” กูซึลที่เคยชินกับวิธีการจัดเสื้อผ้าของตัวเองแบบนี้พูดออกมา

 

“นายเทออกมาแบบนี้มันก็เปลืองพื้นที่สิ อีกอย่างไม่รู้ว่าพื้นพวกนี้สะอาดหรือเปล่า เดี๋ยวพอนายใส่เสื้อผ้าได้มีผื่นขึ้นกันบ้าง” ดูเหมือนว่าการกระทำของกูซึลจะขัดใจพี่ใหญ่พอสมควร เพราะทำให้คนที่พูดน้อยมาตลอดนั้นพูดประโยคยาว ๆ ขึ้นมาได้และกูซึลคิดว่าประโยคที่พี่เพิ่งพูดมานั้นนับคำแล้วจำนวนคำอาจจะเยอะกว่าที่พี่เขาพูดมาทั้งสัปดาห์เสียอีก

 

“ผมว่าพีดีนิมคงให้คนเข้ามาทำความสะอาดก่อนที่เราจะย้ายเข้ามาแล้วแหละน่า”

 

“นายมันไม่มีความเรียบร้อยเลย หลบไป ๆ เดี๋ยวฉันเก็บให้เอง”

 

“แล้วของฮยองล่ะ”

 

“ฉันเก็บเสร็จตั้งแต่นายมัวแต่จัดเก็บเครื่องประดับของนายแล้ว” เครื่องประดับทั้งหลายโดยเฉพาะสร้อยข้อมือและต่างหูของกูซึลนั้นมีเยอะมาก เยอะขนาดที่ว่าถ้าหายไปสักเส้นหนึ่งหรือคู่หนึ่งเจ้าของก็คงไม่รู้

 

“อ๋อ แต่ผมไม่รบกวนฮยองหรอก เดี๋ยวผมเก็บเอง”

 

คราวนี้จุนกอลไม่พูดอะไรเพียงแต่ลงมือจัดการกับกองเสื้อผ้าที่อยู่บนพื้นไปเงียบ ๆ กูซึลที่เห็นแบบนั้นก็ยู่ปากตัวเองเล็กน้อยอย่างลืมตัว อยากจัดก็จัดไป ดีเขาจะได้ไปนอนหลับสักงีบ เมื่อเช้าถูกปลุกแต่เช้า ตอนนี้เขาก็ง่วงจนตาแทบจะปิดอยู่แล้ว

 

 

“หึ” รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏที่ริมฝีปากบางสวย สายตาทอดมองคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงหลังจากที่เขาลงมือเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ไปได้เพียงครึ่งเดียว หมอนี่ตาจะปิดตั้งแต่ตอนเดินเข้าห้องมาแล้วยังมาทำนั่งจัดเสื้อผ้าอยู่ได้ ง่วงนอนก็ไม่รู้จักไปนอนตั้งแต่แรก

 

 

 

 

“ทำอะไรก่อนดี” ฮีวอนถามขณะกวาดตามองไปทางวัตถุดิและของสดทั้งหลายที่พวกเขาเลือกซื้อกันมา

 

หลังจากที่แยกย้ายกันเข้าไปจัดเสื้อผ้าแล้วแอบงีบหลับกันสักพักเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นพวกเขาก็มารวมตัวกันอยู่ในห้องครัว

 

“ต้องถามพ่อครัวใหญ่ของเราไม่ใช่เหรอว่าจะเริ่มทำอะไรก่อน” โอซองหันหน้าไปทางกูซึล

 

“พวกฮยองย่างหมูสามชั้นกับทอดไก่ดีไหมครับ ที่เหลือเดี๋ยวผมรับผิดชอบเอง” แม้ตอนแรกเขาตั้งใจจะทำทุกอย่างเองแล้วให้พวกฮยองและซังซูคอยเป็นลูกมือคอยช่วยเหลือนิดหน่อย แต่คิดไปคิดมาแบ่งเมนูง่าย ๆ ให้พวกฮยองทำบ้างน่าจะเป็นการดีกว่า

 

“เอาอย่างนั้นก็ได้ เดี๋ยวฉัน วังซองและก็อินซาทอดไก่เอง ส่วนจุนกอลฮยอง โอซองและก็ซังซูพวกนายไปทำหมูสามชั้นย่าง” คราวนี้ฮีวอนรู้แล้วว่าถ้าถามความสมัครใจว่าใครจะทำอะไรมันจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอสมควรเขาจึงตัดสินใจแบ่งทีมให้เลย

 

“โอเค”ทุกคนแยกย้ายกันไปหยิบวัตถุดิบและของสดในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบออกมา

 

“ไก่นี่ต้องหมักก่อนไหมกูซึล” วังซองถามน้องชาย

 

“หมักก่อนก็ดีครับ” ปากตอบไปแต่สายตาและมือยุ่งอยู่กับกุ้ง ปลาหมึกที่เอาจะเอามาทำซุปทะเลตามที่โอซองฮยองขอมา

 

“แล้วต้องหมักยังไงล่ะ” ดูเหมือนว่ากูซึลคงจะลืมไปแล้วว่าพวกเขาทำอาหารไม่เป็น

 

“โอ๊ะ จริงด้วย งั้นเดี๋ยวผมหมักไก่ให้ฮยองก่อน”

 

“ไม่ ๆ นายบอกมาว่าต้องใส่อะไรเท่าไรก็พอเดี๋ยวฉันจะทำเอง” ดูเหมือนวังซองจะเริ่มสนุกกับการได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำขึ้นมาแล้ว

 

“ก่อนอื่นเลยคือฮยองต้องทำความสะอาดไก่ก่อนเลย อ้อ หมูสามชั้นก็ด้วยนะครับ”

 

“เรื่องนี้พวกเรารู้หรอกน่า” ซังซูปากบอกว่ารู้ทั้งทั้งที่มือกำลังจะคีบหมูสามชั้นลงเตาอยู่แล้ว

 

“แล้วทำไงต่อ” เมื่อเห็นว่าพร้อมแล้ว กูซึลก็บอกส่วนผสมเครื่องปรุงที่ต้องให้ไปทีละอย่างโดยที่ตัวเขาเองก็ยังวุ่นวายอยู่กับการล้างปลาหมึกและปอกเปลือกกุ้ง

 

“ฉันช่วยแกะเปลือก” มือที่กำลังแกะเปลือกกุ้งออกนั้นหยุดชะงักลงเมื่อมีมือขาว ๆ คู่หนึ่งมาดึงชามใส่กุ้งสดออกไป

 

“ฮยองต้องช่วยโอซองฮยองกับซังซูย่างหมูไม่ใช่เหรอครับ” เอ่ยถามขึ้นอย่างงง ๆ ก็แบ่งหน้าที่กันแล้วนี่นา

 

“แค่สองคนนั้นก็ไม่มีพื้นที่พอให้ฉันเข้าไปยืนแทรกแล้ว มาช่วยนายทำดีกว่า” กูซึลหันไปมองโอซองฮยองกับน้องเล็กที่ยืนข้างกันช่วยกันคีบหมูลงเตาก่อนจะหันมาหรี่ตามองพี่ใหญ่นิด ๆ น้อยใจหรือเปล่า แต่จุนกอลฮยองกับโอซองฮยองเพิ่งจะได้มาใกล้ชิดกันนี่ ตอนนี้จุนกอลฮยองยังไม่น่าจะรักโอซองฮยองนะ เขาจำได้ว่ามันเกิดขึ้นหลังจากพวกเขาเดบิวท์ไปแล้วเกือบสามปีไม่ใช่หรือ หรือว่ามันเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเพียงแต่เขาไม่รู้เอง

 

“สงสัยอะไร” ถามคนที่ยืนมองหน้าเขานิ่ง

 

“เปล่าครับ” ปฏิเสธก่อนที่จะก้มหน้าลงไปแกะเปลือกกุ้งต่อ

 

“เดี๋ยวฉันแกะเอง” มือเรียวสวยแย่งงานน้องมาทำเอง

 

“ฮยองแกะเป็นเหรอครับ” งานแบบนี้จุนกอลฮยองเคยทำที่ไหนกัน

 

“ไม่น่าจะยาก”

 

“ครับ ลองดูก็ได้ งั้นเดี๋ยวผมไปทำอย่างอื่นก่อนแล้วกันตรงนี้ฝากฮยองจัดการด้วย”

 

“อืม”

 

 

“จุนกอลฮยองต้องไปช่วยอีกสองคนย่างหมูไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมไปยืนแกะกุ้งอยู่ตรงนั้น” วังซองถามลีดเดอร์อย่างสงสัยเมื่อเขาหันไปเห็นพี่ใหญ่กำลังยืนตั้งหน้าตั้งตาแกะเปลือกกุ้งอยู่

 

“เฮ้อออ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” ฮีวอนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดูสิ ขนาดเขาแบ่งหน้าที่ให้แล้วยังมีคนเนียนเปลี่ยนหน้าที่เองอีก

 

“งั้นผมไปช่วยกูซึลอีกคนดีไหม” เห็นว่าตัวเองก็ยืนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลยขอไปช่วยกูซึลอีกคนแทน

 

“นายอย่ามาเนียนวังซอง ห่าง ๆ น้องมันบ้างไม่ได้หรือไง แล้วนี่ก็ยืนอยู่ในครัวเดียวกันแท้ ๆ” ฮีวอนส่ายหน้าอย่างระอาใจในความติดน้องเหลือเกินของเด็กจากแคนนาดา

 

“โห่ ก็ผมเห็นว่าอินซาคนเดียวก็ทอดไก่ได้แล้วผมเลยจะไปช่วยกูซึลแทนไง หมอนั่นทำคนเดียวตั้งหลายอย่าง” คนที่ติดน้องจริงจังพูดแก้ตัวเสียงใส

 

“อย่างนายจะไปช่วยอะไรน้องได้ ไปช่วยป่วนล่ะสิไม่ว่า อยู่ตรงนี้เนี่ยแหละ” ฮีวอนไม่หลงกลคนติดน้อง

 

“เชอะ อยู่ตรงนี้ก็ได้” คนโดนขัดใจแกล้งทำสะดีสะดิ้งใส่ให้ลีดเดอร์ปวดหัวเล่น ๆ

 

“ฮ่า ๆๆ พวกฮยองตลกดีนะครับ” อินซาที่ยืนทอดไก่ไปฟังคนทั้งคู่เถียงกันไปหัวเราะออกมา

 

“ตลกที่ไหนล่ะ หมอนี่น่ะทำให้ฉันปวดหัว นี่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนายห้ามทำตามรู้ไหม” พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่ปากที่ยิ้มน้อย ๆ ขณะพูดทำให้คนถูกห้ามรู้ว่าข้อห้ามที่ว่านี้ไม่ได้จริงจังตามน้ำเสียงที่พูดออกมา

 

“ลีดเดอร์ก็จริงจังเกินไป นายอย่าเลียนแบบล่ะ” วังซองก็ไม่ยอม

 

“ฮ่า ๆๆ ครับ ๆ”

 

 

“เด็ก ๆ พวกนี้นี่สดใสกันดีจริง ๆ” ทีมงานที่รับหน้าที่เป็นตากล้องคอยตามถ่ายวีดีโอพูดกับผู้ช่วยยิ้มๆ

 

“ใช่ สดใสมาก ๆ เลย ผมว่าเมื่อพวกเขาเป็นแบบนี้คงมีคนที่รักและพร้อมสนับสนุนเขาได้ไม่ยากหรอก”

 

“ฉันหวังว่าจะเห็นอนาคตที่สดใสของพวกเขารออยู่ข้างหน้า ขอให้มันสดใสพอ ๆ กับตัวตนของพวกเขา”

 

 

 

“ลองชิมดูหนะโอ๊ะ ฮยอง” กูซึลกำลังจะตักน้ำซุปที่เขาทำเสร็จเรียบร้อยแล้วขึ้นชิมแต่ต้องร้องเสียงหลงมาก่อนเพราะมือที่ถือช้อนอยู่ถูกดึงไปอย่างกะทันหันแล้วไปจบที่ช้อนอยู่ในปากของจุนกอลฮยอง

 

“ทำอะไรของฮยองเนี่ย” อดที่จะถามไม่ได้กับการกระทำแบบนี้ของคนพี่

 

“ฉันแค่อยากลองชิมดู” ยักไหล่พูดเหมือนกับว่าเมื่อครู่นี้ตัวเองไม่ได้ทำให้ใครตกใจ

 

“แล้วทำไมไม่ไปหยิบช้อนมาใหม่ล่ะครับ ดีนะเมื่อครู่นี้ไม่หกรดตัวน่ะ” เขาไม่อยากจะคิดเลยถ้าน้ำซุปร้อน ๆ จากหม้อที่เดือดปุด ๆ อยู่ขณะนี้หกรดตัวหรือรดหน้าคงได้มีแผลพุพองกันบ้างล่ะ

 

“แต่มันก็ไม่หก”

 

“ช่างเถอะ ๆ ว่าแต่เป็นไงครับอร่อยไหม” กูซึลขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงจึงเปลี่ยนไปถามเรื่องรสชาติแทน

 

“หวาน”

 

“หืม หวานเหรอ ผมใส่น้ำตาลไปแค่นิดเดียวเองนะ” คิ้วสวยได้รูปขมวดมุ่นเมื่อได้คำตอบ พอตักน้ำซุปขึ้นมาชิมเองคิ้วที่ขมวดอยู่แล้วยิ่งขมวดเข้าไปใหญ่

 

“ไม่เห็นจะหวานเลยครับ ฮยองลองชิมดูอีกทีดีไหม” ใช้ช้อนตักน้ำซุปในหม้อขึ้นมาอีกครั้งแล้วส่งให้คนพี่ชิม

 

“หวาน” คำยืนยันในรสชาติทำให้คนที่รู้สึกว่ามันไม่หวานเริ่มไม่แน่ใจ หรือว่าต่อมรับรสของเขามีปัญหากัน

 

“วังซองฮยอง ลองมาชิมซุปหน่อยสิครับว่ามันหวานไปหรือเปล่า” เมื่อไม่แน่ใจในลิ้นของตัวเองเลยตัดสินใจหันไปเรียกคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ มาชิมอีกคน

 

“ไหน ๆ นี่น่ะเหรอ ไม่หวานนะ อร่อยแล้ว” วังซองที่แทบจะพุ่งมาทันทีที่ได้ยินเสียงน้องเรียกพูดขึ้นหลังจากชิมไปแล้วเรียบร้อย

 

“เห็นไหมฮยอง ผมว่าต่อมรับรสของฮยองมีปัญหาแล้วล่ะ” เมื่อได้รับคำยืนยันจากวังซองฮยอง กูซึลก็หันไปพูดกับคนที่ทำให้เขาสับสนทันที

 

“ก็ตอนที่ฉันชิมมันหวาน” ยักไหล่พูดก่อนที่จะเดินหันหลังไปทางอื่น

 

“อะไรของฮยองเขากัน” กูซึลหันมาพึมพำกับวังซอง วังซองก็ได้แต่แบมือออกเป็นเชิงว่าเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

 

 

 

“นี่ เมื่อครู่นี่นะถ้าเป็นซีรีย์ที่เมียผมชอบดูนะ เมียผมต้องบอกแน่ว่าที่ซุปมันหวานเป็นเพราะคนป้อนน่ะ” ผู้ช่วยตากล้องกระซิบกระซาบกับตากล้องที่ยืนถือกล้องถ่ายเหตุการณ์เมื่อครู่พอดี

 

“เออจริง นี่อย่างกับฉากในซีรีย์ ฉันว่าฉากนี้นะเรียกเสียงเรตติ้งได้มากแน่ ๆ ดีไม่ดีอาจจะเกิดคู่จิ้นจุนซึลขึ้นมาก็ได้ ฮ่า ๆๆๆๆ” เป็นเพราะเรื่องคู่รักเพศเดียวกันของที่นี่ได้รับการยอมรับและไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ภาพที่พวกเขาเห็นเมื่อครู่นี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ได้ทำให้พวกเขาคิดมากอะไร

 

 

 

“พวกผมทำอาหารเผื่อพวกฮยองด้วยนะครับ อยู่ในครัวเข้าไปทานกันได้เลยนะครับ” เมื่ออาหารที่ช่วยกันทำเสร็จและลำเลียงมาตั้งบนโต๊ะในห้องนั่งเล่นเรียบร้อย กูซึลก็หันไปบอกกับทีมงานที่ตามถ่ายพวกเขามาตั้งแต่ตอนกลางวัน

 

“โอเค ขอบใจมากนะ” ทีมงานต่างก็ไม่ปฏิเสธอาหารที่พวกเด็ก ๆ จัดเตรียมไว้ให้ ต้องยอมรับว่ากระเพาะของพวกเขานั้นส่งเสียงร้องตั้งแต่ได้กลิ่นอาหารแล้ว

 

“ด้วยความเต็มใจครับ”

 

“เอาล่ะพวกเรามากินกันเถอะ” เมื่อเห็นทีมงานเดินหายเข้าห้องครัวไปหมดแล้ว ฮีวอนก็หันมาพูดกับสมาชิกที่เหลือ

 

“ว้ายตายแล้ว ฮยองจะมาชวนพวกผมกินกันเองแบบนี้ไม่นะ ของดี ๆ แบบพวกผมนี่ต้องเหลือเผื่อแผ่ไปถึงสาว ๆ บ้างสิ” กูซึลที่ตั้งแต่ย้อนเวลากลับมานี่คิดถึงเรื่องการกวนประสาทลีดเดอร์พอสมควรพอสบโอกาสก็อดไม่ได้

 

“ว้ายน่ะไม่ตายหรอก แต่นายน่ะไม่แน่ หืม ของดีหรือ ไหนมาให้ฉันดูหน่อยว่าดีจริงหรือเปล่า” ลีดเดอร์ที่ถูกน้องแหย่หันไปคว้าตัวคนพูดจาสะดีดสะดิ้งมาล็อคคอไว้ก่อนที่จะแกล้งถกเสื้อน้องขึ้นราวกับต้องการพิสูจน์ของดีที่น้องบอก

 

“โอ๊ย ฮยอง ๆ ฮ่า ๆๆ” คนที่กวนประสาทพี่สำเร็จร้องดิ้นไปมาเมื่อโดนพี่ถกเสื้อขึ้นแล้วมือที่ปัดไปมาอยู่ช่วงเอวของเขาทำให้รู้สึกจั๊กจี้ขึ้นมา

 

“แกร๊ง!” เสียงของตกที่ดังขึ้นเรียกสายตาทุกคนให้หันไปมองรวมถึงฮีวอนที่ปล่อยคอคนน้องออกอย่างเผลอตัวด้วย

 

“โทษที มือมันลื่น” จุนกอลที่ก้มลงเก็บตะเกียบสแตนเลสกับช้อนขึ้นมามือพูดเสียงราบเรียบ

 

“มือมันลื่นท่าไหนถึงได้หลุดมือทั้งช้อนทั้งตะเกียบพร้อมกัน” ซังซูกระซิบถามวังซองอย่างสงสัย

 

“มือลื่นท่าไหนไม่รู้หรอก แต่ที่ฉันรู้คือฮยองเป็นคนที่เร็วมาก”

 

“ยังไงครับ หมายถึงเรื่องกิน” เพราะเห็นว่าจุนกอลฮยองเป็นคนเดียวที่ตอนนี้ตั้งท่าพร้อมจะกินแล้วเขาเลยตีความหมายจากคำพูดวังซองฮยองไปเรื่องนี้

 

“นั่นก็ด้วย แต่ที่ฉันหมายถึงน่ะ นอกจากฮยองเป็นคนทำอะไรเร็ว ๆ แล้วยังเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วไม่แพ้กันอีก ตอนอยู่ในห้องครัวยังอารมณ์ดีอมยิ้มอยู่เลย ออกมานั่งตรงนี้ได้พักเดียวอารมณ์ดูเหมือนจะเสียขึ้นมาอีกแล้วเสียอย่างนั้น” เป็นเพราะอยู่ด้วยกันตลอดเวลามานานนับปีแล้วทำให้เขาพอจะจับอารมณ์คนที่อายุมากกว่าได้พอสมควร อย่างเช่นตอนนี้เขากล้าพูดได้เลยว่าคนพี่อารมณ์ไม่ดี เพียงไม่ดีเพียงแต่ไม่รู้สาเหตุที่ทำให้เป็นอย่างนั้น

 

“ฮยองเขาคงโมโหหิวมั้งครับ”

 

“นายคิดว่างั้นเหรอ” วังซองมีลางสังหรณ์ว่าเรื่องที่ทำให้พี่ใหญ่อารมณ์ไม่ดีจะไม่เกี่ยวกับอาหารแต่น่าจะเป็นคนมากกว่า ว่าแต่จะเป็นใครกัน หรือว่าเขาจะคิดมากไปเอง ฮยองเขาอาจจะโมโหหิวจริง ๆ ก็ได้

 

“กิน ๆ กันเถอะ” ฮีวอนที่ตอนนี้เดินมานั่งอยู่บนโซฟาแล้วพูดออกมา

 

“เอาตะเกียบมาชนกันเถอะ เหมือนชนแก้วไง” กูซึลตาเป็นประกายขณะพูดออกมา

 

“มา ๆ ไฟต์ติ้ง!” เสียงจะเกียบชนกันพร้อมกับเสียงพูดประสานกันของคนทั้งเจ็ดดังก้องในห้อง

 

“โห ซุปนี่อร่อยมากเลยกูซึล นี่ถ้าไม่เห็นว่านายทำเองกับตาฉันจะคิดว่าสั่งมาจากร้านอาหารชื่อดังนะเนี่ย” โอซองที่ตักซุปทะเลขึ้นชิมเป็นคนแรกพูดชมออกมาทันทีที่กลืนน้ำซุปลงคอไปแล้ว

 

“ไหน ๆ ผมลองซุปกิมจิบ้าง”

 

“เป็นไงซังซู” คนทำถามออกมาอย่างลุ้น ๆ

 

“โอ๊ย อร่อยมาก ๆ เลย ไม่น่าเชื่อเลยว่านายจะทำอาหารได้อร่อยขนาดนี้”

 

“หึ ๆ ฉันเก่งทุกอย่างแหละนายยังไม่รู้เหรอ” พูดเยินยอตัวเองเสียงใส

 

“คิดตามที่นายสะดวกเลยกูซึล” แม้ซังซูจะเป็นคนที่ชอบพูดชื่นชมเพื่อน แต่พอเพื่อนพูดชมตัวเองให้ฟังแบบนี้เขาก็รู้สึกรับไม่ได้อยู่นิด ๆ

 

“ฉันสะดวกคิดแบบนี่แหละ ว่าแต่อินซาฮยองเป็นไงบ้างครับ พอจะทานได้ไหม”

 

“นี่มันเกินคำว่าพอจะกินได้อีก นายคงเบื่อที่จะฟังคำนี้แล้วแต่ฉันคงต้องบอกอีกครั้งว่ามันอร่อยมาก”

 

“ฮ่า ๆๆ ขอบคุณครับ ว่าแต่จุนกอลฮยอง ซุปยังหวานอยู่ไหมครับ” เพราะเห็นคนพี่เอาแต่ตักซุปเข้าปากเขาเลยอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าตัวไม่รู้สึกว่ามันหวานอีกแล้วหรือยังไง

 

“ไม่หวานแล้ว”

 

“อย่างนั้นหรือครับ สงสัยต่อมรับรสของฮยองคงกลับมาใช้งานได้แล้ว” ไม่วายหยอกเย้าคนพี่ทิ้งท้ายก่อนที่จะหันไปตั้งหน้าตั้งตากินอาหารเพราะรู้สึกว่าเริ่มจะกินไม่ทันคนอื่น ๆ โดยเฉพาะลีดเดอร์ที่เอาแต่ส่งอาหารเข้าปากไม่พูดไม่จากับใคร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.283K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,676 ความคิดเห็น

  1. #1675 supani_k (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 / 14:34
    อิพี่เนียนมาก บอกหวานหวังจะให้น้องชิมต่ออ่าดี๊55555555555
    #1,675
    0
  2. #1634 benzsu best (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 19:22
    พี่แกไม่เคยเก็บอาการแต่แค่มีคนมองไม่ออก5555
    #1,634
    0
  3. #1488 MitsukiCarto (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 17:10
    แหมมมมมมมม ออกอาการเชียวนะพี่ใหญ่
    #1,488
    0
  4. #935 dewwiizodiac (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 20:34
    หึงแบบแสดงออกมากกกก
    #935
    0
  5. #817 M. Issa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 02:24
    ขอแหมให้ถึงดาวเนปจูนนน
    #817
    0
  6. #806 nok173 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 17:33
    เนียนมมากกกกจุนกอลลลลล
    #806
    0
  7. #779 puk6506 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 23:50
    คนพี่เนียนมากกกก
    #779
    0
  8. #773 Solarbeam (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 14:36
    ไก่เขาไม่ล้างกันนะครับ นอกเสียจากที่ปิวไก่มันมีเศษผลอะไรติดอยู่ เพราะไก่ดิบมันมีเชื้อโรคทำให้ท้องเสีย เชื้อโรคในไก่ดิบที่ล้างจะติดมือติดอ่าง เราทำอาหารอื่นมันจะติดไปกับทุกสิ่ง
    #773
    0
  9. #741 Xialyu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 06:45
    +++++583
    #741
    0
  10. #583 RhongTood (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 00:44
    ใช้รองพื้นยี่ห้อไหนเบอร์อะไรทำไมเนียนจังคะ (' ^ ')?
    #583
    0
  11. #534 yukai (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 13:37
    ขอบคุณมาก
    #534
    0
  12. #275 nalen.t (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:06
    อ้าว ลืมดูว่าคนแต่งคนเดียวกัน555 ชอบแนวนี้อ่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #275
    0
  13. #235 nooparnkiss (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:13
    ไม่เบื่อฮะ สวรรค์ของสายจิ้นของแท้

    นี่พึงรุ ว่าตัวเองเป็นชิปเปอร์หนักขนาดนี้
    ตอนอ่านชื่อมัคแบมทับชื่อตัวละครไปแล้ว
    แต่งดีมาก
    อ่านแล้วมีความสุข อิอิ
    #235
    1
    • #235-1 aomsapRM(จากตอนที่ 12)
      30 มีนาคม 2563 / 23:41
      คิดเหมือนกันเรยยยยย
      มาร์คแบมเรียสสุด
      #235-1
  14. #174 gomah (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:09
    นางมีความเนียน//ขอเลือดกรุ๊บYที
    #174
    0
  15. #168 jiakk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:49
    เนียนเด้อ เนียนมากกกกกก เหมือนคนน้องไม่รู้ตัว ตั้งแต่กลับมาเกิดใหม่เนียนได้เนียนดี
    #168
    0
  16. #130 mykkkk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:38
    แหม่ ฮยอง อย่าคิดว่าไม่รู้น้าาา
    #130
    0
  17. #129 poiice222 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:48
    แหม่ ฮยองคนหน้ามึน เนียนหยอดน้องแบบงงๆ 555555
    นิยายไม่น่าเบื่อเลยค่ะ แบบอ่านได้เรื่อยๆ ตามมาจากเรื่อง ซุปตาร์เกิดใหม่ ยังรู้สึกว่าจบเร็วอยู่เลยเรื่องนั้น55
    #129
    0
  18. #128 Notty Kero (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:23
    หมั่นไส้คนหน้ามึนที่แอบหยอดเขางงๆ
    #128
    0
  19. #127 giftfully (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:20
    เรื่อยๆจนกลางเรื่อง แล้วตอนท้ายก็ตู้มมมมม!!!ทีเดียว คนอ่านตายไปเลยค่ะ555555
    #127
    0
  20. #126 EchizenRyoma (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:33
    รอตอนออกอากาศ
    #126
    0
  21. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:01
    สนุกคืะ
    #125
    0
  22. #124 arikasibell (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:09
    ไม่เบื่อจร้า​ ชอบมากเลยด้วย
    #124
    0
  23. #123 nuang1 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:11
    เรื่อยๆ แต่สนุกนะคะ ชอบ ~
    #123
    0
  24. #122 ดิเดียร์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:55
    เนียนๆหน่อยออกหน้าออกตาเกิ้นฮยองง
    #122
    0
  25. #121 p_ice (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:21
    น่ารักกกกก
    #121
    0