ย้อนเวลาเริ่มรัก

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,582
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,308 ครั้ง
    10 ต.ค. 61

จุนกอล (พี่ใหญ่ แรปไลน์ อเมริกา)

ฮีวอน (ลีดเดอร์)

วังซอง (แรปไลน์ พี่รอง แคนนาดา)

โอซอง (เจ้าชายของวง)

อินซา (เสียงร้องของวง)

กูซึล (รองมังเน่ รองน้องเล็ก)

ซังซู (มังเน่ น้องเล็ก)

พีดีนิม (โปรดิวเซอร์)

ออมม่า อาปา (แม่,พ่อ)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

“มีห้องนอนสี่ห้อง เราจะแบ่งกันยังไงดี” เมื่อทุกคนมาถึงหอพักแห่งใหม่กันหมดแล้วโดยการนำทางของทีมงานที่พีดีนิมส่งมา ผู้เป็นลีดเดอร์อย่างคังฮีวอนก็เปิดประเด็นขึ้นมาทันที

 

“ผม/ฉันจะนอนห้องเดียวกับกูซึล” วังซองและซังซูพูดขึ้นมาพร้อมกัน

 

“ผมเป็นเพื่อนกูซึล ผมต้องได้นอนห้องเดียวกับเขา” หลังจากชะงักมองหน้ากันเพียงพริบตาเดียวซังซูก็ยืนยันความตั้งใจของตัวเองออกมาก่อน โดยที่วังซองก็เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้

 

“ไม่ ฉันเป็นพี่ชายสุดที่รักของกูซึล ฉันต้องได้นอนกับเขาสิ”

 

“ไม่ พี่เป็นพี่ต้องเสียสละให้น้อง”

 

“ไม่ ที่นี่เกาหลี ระบบผู้อาวุโสน่ะรู้จักหรือเปล่า”

 

“พี่มาจากต่างประเทศไหนบอกไม่เคร่งไง”

 

“แต่ตอนนี้ฉันจะเคร่งไง”

 

“หยุด ๆ พวกนายหยุดเถียงกันเถอะ เถียงไปก็ไม่มีใครได้นอนห้องเดียวกับกูซึลหรอกน่า” ฮีวอนที่เริ่มจะปวดหัวกับการเถียงกันอย่างเด็ก ๆ ของสมาชิกร่วมทีมทั้งสองคนพูดแทรกขึ้นมา

 

“ทำไม อย่าบอกนะว่าฮยองจะไปนอนห้องเดียวกับกูซึลเอง” วังซองกอดอกหรี่ตามมอง

 

“ฉันคิดว่าจะนอนห้องเดียวกับอินซาต่างหาก น้องเพิ่งมาใหม่ยังไม่คุ้นกับพวกเรา ฉันจะเป็นคนดูแลน้องไปก่อน นายไม่มีปัญหาใช่ไหมอินซา” ประโยคหลังหันไปถามนัมอินซา

 

“ไม่มีครับ ผมยังไงก็ได้” อินซาส่ายหน้ายิ้ม ๆ เขาไหนเลยจะกล้าทำตัวเรื่องมากมีปัญหา

 

“งั้นก็ตามนี้ นายนอนห้องเดียวกับฉัน”

 

“งั้นถ้าฮยองไม่ได้จะนอนห้องเดียวกับกูซึล แล้วทำไมผมถึงไปนอนกับกูซึลไม่ได้ครับ” ซังซูถามออกมาอย่างสงสัย

 

“เพราะว่ามีคนที่เขาเร็วกว่าพวกนายไปแล้วไง พวกนายมัวแต่เถียงกัน กูซึลโดนดึงเข้าห้องไปแล้วยังไม่รู้ตัวอีก” โอซองที่ยืนดูอยู่นานพูดกลั้วหัวเราะขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่

 

“จุนกอลฮยอง!”คนที่โดนแย่งรูมเมทตัดหน้าไปร้องออกมาพร้อมกันหลังจากกวาดสายตามองรอบๆ แล้วไม่พบพี่ใหญ่กับน้องรอง ฮึ่ม ทำไมจุนกอลฮยองถึงได้เร็วแบบนี้นะ

 

 

 

ส่วนทางด้านคนที่อยู่ๆก็โดนดึงข้อมือให้เดินมาตามมาอย่างงง ๆ ก็ได้แต่กวาดตามองรอบ ๆ ห้องที่พี่ใหญ่ลากเขาเข้ามา

 

“ดึงผมเข้ามาทำไม”

 

“ฉันเลือกห้องนี้”

 

“ครับ แล้ว?” คำตอบสั้น ๆ จากพี่ใหญ่ไม่ได้ทำให้กูซึลเข้าใจอะไรมากขึ้น เขาจำได้ว่าชีวิตที่แล้วรูมเมทของเขาคือซังซู ส่วนรูมเมทของจุนกอลคือวังซอง แล้วอย่างนี้พี่ใหญ่ที่พูดน้อยคนนี้ดึงเขาเข้ามาทำไม

 

“นายอยู่กับฉัน”

 

“เอ้ย ไม่เอา ผมจะนอนห้องเดียวกับซังซู” คนที่จู่ ๆ ก็โดนมัดมือชกร้องปฏิเสธเสียงหลงเมื่อได้ยินความต้องการของพี่ใหญ่ เขาไม่อยากนอนร่วมห้องกับจุนกอลฮยองหรอกนะ เขาอยากนอนห้องเดียวกับซังซูเหมือนชีวิตที่แล้วมากกว่า พวกเขาน้องเล็กอยู่ด้วยกันสนุกจะตาย ไม่ใช่ว่าอยู่กับพี่ใหญ่ไม่สนุกนะ เขาจำได้ว่าตอนนั้นเขามีความสุขมากเลยล่ะที่บางครั้งพี่ใหญ่ก็มาขอนอนเบียดเตียงเดียวกันกับเขา แต่มันก็เท่านั้นแหละ

 

“นายนอนกับฉัน” เสียงราบเรียบแต่ความหมายช่างเอาแต่ใจดังขึ้นขัดความคิดของคนที่เริ่มย้อนไปกับเรื่องราวในอดีต

 

“ฮยองไม่นอนห้องเดียวกันกับวังซองฮยองล่ะ”

 

“ไม่เอา วังซองพูดมาก”

 

“เอ้อ แล้วผมพูดน้อยตรงไหน” กูซึลเริ่มงง วังซองฮยองพูดมากแล้วเขาพูดน้อยกว่ากันตรงไหน เขาจำได้เลยว่าชีวิตที่แล้วมีคนเรียกเขากับวังซองฮยองว่าพี่น้องคู่หูคู่บ้า เพราะพวกเขาชอบพากันเกรียนไร้สติแบบที่ไม่มีใครคิดจะห้ามใคร

 

ไม่มีสัญญาณตอบรับจากบุคคลที่กูซึลตั้งคำถามไป อีกฝ่ายทำเพียงกอดอกมองมานิ่ง ๆ เป็นสัญญาณบอกว่าเขาเริ่มจะอารมณ์ไม่ดีแล้ว ให้รีบตามใจเขาเสียดี ๆ เฮ้ออออ เขาต้องยอมใช่หรือเปล่าเมื่อคนพี่เป็นแบบนี้แล้ว เอาเถอะจะนอนห้องไหนกับใครก็เหมือน ๆ กันเพราะว่าเอาจริง ๆแล้วจะได้นอนในห้องสักวันละกี่ชั่วโมงกัน ยิ่งถ้าเดบิวท์ไปแล้วนี่แทบจะไม่นอนกันเลยก็มี

 

“ก็ได้ ๆ งั้นเราไปเอากระเป๋าเข้ามาเก็บเถอะ” เพราะตอนที่ฮีวอนลากเขาเข้าห้องมาก็มาตัวเปล่ากันกระเป๋าเสื้อผ้าและข้าวของต่าง ๆ ยังถูกวางทิ้งไว้ที่ห้องนั่งเล่น

 

“ไปสิ” คนที่ได้ดังใจตัวเองแล้วก็อารมณ์ดีเดินอมยิ้มนำหน้าออกไปก่อน

 

กูซึลเห็นแบบนนั้นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับภาพที่เห็นเบา ๆ

 

 

 

“ฮยองทำแบบนี้ได้ไงครับ ผมจะนอนห้องเดียวกับกูซึล ฮยองมาแย่งไปได้ไง” เมื่อเห็นว่าคนที่เปิดประตูห้องนอนออกมาเป็นใครซังซูก็พูดขึ้นทันที

 

“นายช้า” สองคำสั้น ๆ แต่ตอกย้ำได้ดี

 

“ฮยองเร็วไปต่างหาก พวกเรายังไม่ทันได้ตกลงกันเลย ฮยองก็แย่งกูซึลไปแล้ว แบบนี้มันเรียกขี้โกง” วังซองพูดออกมาบ้าง

 

“ช้าเองก็อดไป”

 

“หึ ๆ พวกนายมัวแต่เถียงกันนี่” โอซองที่ได้นอนคนเดียวหัวเราะมองคนที่เถียงกันเหมือนเด็กเล็ก ๆ

 

“เพราะวังซองฮยองคนเดียวเลย ไม่งั้นผมก็ได้นอนกับกูซึลไปแล้ว” เมื่อเห็นว่าเถียงสู้พี่ใหญ่ไหม่ได้ก็หันไปโทษอีกคนแทน

 

“เพราะนายต่างหากล่ะ ถ้านายยอมให้ฉันตั้งแต่แรกฉันก็ได้นอนกับกูซึลไปแล้ว”

 

“เพราะฮยอง”

 

“เพราะนาย”

 

“เพราะฮยอง”

 

“เพราะนาย”

 

“เพราะ…..

 

“โอ๊ยยยย เลิกเถียงกันเถอะ ผมว่านอนกับใครก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละ เอาจริง ๆ จะได้นอนในห้องกันสักกี่ชั่วโมง อย่าลืมนะว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเราต้องฝึกกันหนักกว่าเดิม ผมว่าเผลอ ๆ กลับมาจากฝึกพวกเราก็หมดแรงเดินเข้าห้องนอนได้นอนกองรวมกันในห้องนั่งเล่นนี่แหละ” กูซึลเอาประสบการณ์จริงจากสิ่งที่เขาพบเจอในชีวิตที่แล้วมาพูดขัดจังหวะการเถียงกันของวังซองและซังซู

 

“ใช่ ฉันเห็นด้วยกับที่กูซึลพูด อีกอย่างนะเผื่อพวกนายจะลืมไป ในหอนี้มีกล้องบันทึกการกระทำของพวกเราอยู่นะ นี่ถ้าเป็นรายการสดผู้ชมคงได้เห็นพวกนายทะเลาะกันเป็นเด็ก ๆ ไปแล้ว”โอซองพูดย้ำในสิ่งที่ดูเหมือนสมาชิกคนอื่น ๆ คงจะลืมกันไปแล้ว

 

“โอ๊ะ ผมลืมไปเลย ทำไงดีล่ะ” ซังซูเริ่มที่จะคิดมาก เขากลัวว่าคนที่ดูจะคิดว่าพวกเขาทะเลาะกันจริง ๆ พวกเขาเพียงแค่ติดนิสัยเถียงกันแย่งกูซึลแบบนี้ประจำอยู่แล้วไม่ได้จะทะเลาะกันจริงจังเสียหน่อย

 

“ไม่ต้องคิดมากหรอกยังไงพวกเราก็ต้องเอาไปเลือกตัดต่ออยู่แล้ว พวกนายจะทำอะไรก็ตามสบายเลย” หนึ่งในทีมงานที่อยู่ในห้องนั่งเล่นมาตั้งแต่ต้นพูดกลั้วหัวเราะ เขาคิดว่าพวกเด็ก ๆ คงจะลืมไปแล้วว่ายังมีทีมงานอย่างพวกเขาคอยเก็บภาพอยู่ในห้องนี้ด้วย

 

“เฮ้อ โล่งอกไปที เอ่อว่าแต่ฮยองยังอยู่อีกเหรอครับ” ซังซูที่ตั้งแต่เข้าห้องมาก็มัวแต่เถียงกับวังซองไม่หยุดจนลืมไปแล้วว่านอกจากพวกเขาก็ยังมีทีมงานพร้อมตากล้องอยู่ด้วย

 

“ฉันก็ต้องอยู่คอยเก็บภาพพวกนายสิ”

 

“ตลอดเวลาเลยหรือครับ”

 

“ก็ไม่หรอก แค่ช่วงพวกนายตื่นนอนจนเข้านอนเท่านั้น”

 

“นั่นไม่เรียกเท่านั้นหรอกมั้งครับ แบบนั้นผมเรียกว่าเกือบตลอดเวลา” ฮีวอนพูดออกมาบ้าง

 

“เอาน่า ๆ พวกนายก็ตามสบาย ฉันก็ทำหน้าที่ของฉัน”

 

“ก็ เอ่อ งั้นรบกวนด้วยนะครับ”

 

“รบกวนด้วยนะครับ” เมื่อเห็นลีดเดอร์กล่าวออกมาแบบนั้นอีกหกคนที่เหลือก็พูดตาม

 

“ได้ ๆ ตอนนี้พวกนายก็ตามสบายเลย”

 

“สรุปแล้วแบ่งห้องนอนกันยังไงครับเนี่ย” กูซึลเปลี่ยนเรื่องถามเมื่อเห็นทีมงานต้องการแบบนั้นและเขาก็อยากจะรู้ว่าเมื่อจุนกอลทำในสิ่งที่แปลกไปจากชีวิตที่แล้วโดยการลากเขาไปนอนร่วมห้องด้วย คนที่เหลือจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างหรือไม่

 

“ฉันนอนห้องเดียวกับอินซา วังซองกับซังซู โอซองนอนคนเดียว” อ้อ สรุปว่าเหมือนเดิม มีแค่เขากับวังซองเท่านั้นที่เหมือนแลกรูมเมทกัน ว่าแต่วังซองฮยองกับซังซูจะไม่ตีกันตายใช่หรือเปล่า ดูอย่างเมื่อครู่ยังเถียงกันแทบตาย

 

“อ๋อครับ งั้นผมขอเอากระเป๋าเขาไปเก็บในห้องก่อนนะครับ” เมื่อกวาดตามองก็พบว่าดูเหมือนทุกคนจะเอาของเข้าไปเก็บในห้องกันหมดแล้วเหลือเพียงแค่เขาเท่านั้น

 

“เอากระเป๋าเข้าไปเก็บแต่ยังไม่ต้องจัดของนะ นี่ใกล้จะเที่ยงแล้วเรามาหาอะไรกินกันก่อนเถอะ” ฮีวอนที่เหลือบตามองเวลาเห็นว่าใกล้เวลาอาหารกลางวันแล้วเลยพูดออกมา ความจริงคือเขาหิวแล้ว ยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า

 

“ได้ครับ แต่ผมว่าเราโทรสั่งอาหารมาเลยก็ได้นะครับ หรือพวกเราจะออกไปหาอะไรกินข้างนอกกันดี” เป็นเพราะเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่อย่างกะทันหันดังนั้นเขาจึงไม่คิดว่าจะมีวัตถุดิบอาหารสดอะไรให้เขาทำอาหารกินกันเองแน่ ๆ

 

“โทรสั่งมากินดีไหม” ฮีวอนเลือกก่อน


“แต่ผมอยากออกไปกินข้างนอกนะ จะได้ไปเลือกไอศกรีมด้วยมีคนสัญญาไว้ว่าจะเลี้ยงนี่นา” วังซองพูดไปเหลือบตามองคนที่บอกว่าจะเลี้ยงไป

 

“ใช่ ๆ ผมว่าไปข้างนอกดีกว่า อยากกินไอศกรีมฟรีจังเลยนะ” ซังซูก็เห็นด้วยกับคนที่เขาเพิ่งเถียงกันไป

 

“นายคิดว่าไงอินซา” ฮีวอนถามความคิดเห็นของคนที่เอาแต่นั่งเงียบบ้าง เขากลัวว่าอินซาจะรู้สึกแปลกแยกและรู้สึกว่าตัวเองถูกละเลยจึงพยายามดึงอีกฝ่ายให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย

 

“ออกไปหาอะไรทานข้างนอกก็ดีนะครับ ผมมาจากต่างจังหวัดไม่ค่อยได้มีโอกาสเดินเล่นในโซลเท่าไรเลย” อินซาอดยิ้มในความใส่ใจของผู้เป็นลีดเดอร์ไม่ได้

 

“นายล่ะโอซอง” หันไปถามคนที่เคยเดบิวท์พร้อมเขาไปแล้วด้วยอีกคน

 

“เอาเสียงส่วนมากไงฮยอง” โอซองเข้าใจในการกระทำของฮีวอนดี ตอนแรกที่เจ้าตัวบอกจะแชร์ห้องกับอินซาคนเป็นพี่ยังหันมาส่งสายตาให้เขาอย่างกังวลอีก คงกังวลว่าเขาจะน้อยใจเพราะปกติแล้วเขากับฮีวอนฮยองแชร์ห้องด้วยกันมาตลอด แต่เขาไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรกับการตัดสินใจของฮยอง ออกจะเข้าใจด้วยซ้ำเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ฮยองทำไปทั้งหมดก็เพื่อวงของพวกเขาในวันข้างหน้า

 

“โอเค งั้นไปหาอะไรกินข้างนอกกัน” ฮีวอนสรุปออกมา

 

“ได้ รอผมกับจุนกอลฮยองเก็บกระเป๋าครู่เดียว”

 

“ไม่ต้องรอแล้วล่ะมั้งกูซึล” โอซองเหร่ตามองยิ้ม ๆ กูซึงขมวดคิ้วงง ๆ กับการกระทำนั้นก่อนจะร้องอ๋อออกมาอย่างเข้าใจ เมื่อไม่เห็นกระเป๋าเดินทางเขาวางอยู่ที่เดิมแล้ว

 

“ขอบคุณนะครับจุนกอลฮยอง” จะเป็นใครไปได้นอกจากพี่ใหญ่ เพราะเมื่อครู่นี้ทุกคนยังตกลงเรื่องมื้อกลางวันกันอยู่เลยมีแต่พี่ใหญ่นี่แหละที่ไม่ได้ร่วมออกเสียงด้วย ตอนแรกเขาไม่ได้สังเกตเนื่องจากเคยชินกับความเงียบของคนเป็นพี่ จึงไม่ได้คิดว่าที่อีกฝ่ายไม่ได้ออกเสียงไม่ใช่เพราะนิสัยไม่ค่อยพูด แต่เป็นเพราะมัวแต่ขนกระเป๋าเข้าห้องอยู่ต่างหาก

 

“อืม”

 

“เอาล่ะ งั้นพวกเราออกไปหาอะไรกินกันเถอะ” เมื่อเห็นว่าสมากชิกพร้อมกันหมดแล้วฮีวอนก็เดินนำหน้าไปเป็นคนแรก

 

“ไปกันเถอะเบบี้กูซึล” วังซองคว้าคอน้องรักเข้ามากอดไว้ก่อนจะพาเดินออกไปทั้งอย่างนั้น

 

“โอ๊ะ ฮยองผมเดินไม่ถนัด”คนโดนกอดคอร้องออกมาเนื่องจากเดินไม่ถนัด เมื่อสิ้นเสียงเจ้าของอ้อมแขนก็คลายแขนออกแต่ยังวางมือพาดบนไหล่ของน้องไว้

 

“วังซองฮยองชอบยึดกูซึลไว้กับตัวคนเดียว กูซึลเป็นเพื่อนรักผมนะทำไมฮยองไม่ปล่อยให้มาเล่นกับผมบ้างเลย” ซังซูบ่นงึมงำตามหลังอย่างงอแงเล็กน้อย

 

“ทีหลังนายก็อย่ามัวแต่ชักช้าสิ” โอซองให้คำแนะนำน้องเล็กที่เดินหน้าง้ำตามหลังคนทั้งคู่ไป

 

“คอยดูเถอะต่อไปผมจะไม่เปิดโอกาสให้ใครเข้าใกล้กูซึลเลย”

 

“นี่ ให้มันน้อย ๆ หน่อย ยังไงกูซึลก็เป็นสมาชิกในทีม เป็นน้องพวกฉันเหมือนกันนะ” เมื่อเห็นสีหน้าหมายมาดเป็นจริงเป็นจังของคนพูดโอซองก็อดทักท้วงไม่ได้

 

“ก็ใช่ไงครับ แต่ผมเป็นเพื่อนดังนั้นผมต้องได้เล่นกับซังซูมากกว่าทุก ๆ คน”

 

“แล้วแต่นายเลย เอาที่นายสบายใจ” ดูเหมือนว่าโอซองจะระอากับความดื้อดึงและหวงเพื่อนของน้องเล็กแล้ว

 

“ผมสบายใจแบบที่พูดไปแหละครับ” และดูเหมือนคนน้องก็ไม่ได้เข้าใจถึงความรู้สึกของคนพี่เลยสักนิด

 

“ฮยองไม่เดินไปเหรอครับ” อินซาถามคนที่ยังเอาแต่ยืนนิ่งทั้ง ๆ ที่คนอื่นทยอยเดินออกจากห้องไปกันหมดแล้ว

 

“ไปสิ” จุนกอลรู้สึกว่าอยู่อากาศก็ร้อนขึ้นมาอย่างน่าหงุดหงิดโดยกะทันหัน มันน่าหงุดหงิดจริง ๆ

 

 

“ผมว่ามื้อเย็นเราซื้ออะไรเข้าไปทำกินกันเองดีไหมครับ เป็นการเลี้ยงฉลอง” กูซึลเสนอขึ้นมาหลังจากที่พวกเขาจัดการกับมื้อเที่ยงกันเรียบร้อยแล้ว

 

“เอางั้นก็ได้ ว่าแต่ใครทำอาหารเป็นบ้างล่ะ” ฮีวอนเห็นด้วยกับกูซึลแต่ติดปัญหาตรงที่ใครพอจะทำอาหารเป็นบ้างแต่ที่แน่ ๆ คือเขาทำไม่เป็น

 

“ผมต้มรามยอนได้นี่นับหรือเปล่าครับ” อินซาถามเสียงอ่อย ๆ

 

“ฉันก็ต้มได้แต่รามยอน” โอซองพูดไปพยักหน้าไป

 

“ผมทำเองครับ เดี๋ยวขอให้พวกฮยองเป็นลูกมือหั่นหมูหั่นผักก็พอ” หลังจากที่เสนอไปแล้วกูซึลถึงนึกขึ้นได้ว่าในช่วงเวลาอายุเท่านี้พวกเขาไม่มีใครทำอาหารเป็นเลย เขาเพิ่งมาเริ่มทำอาหารได้ก็ตอนอายุสิบเจ็ดสิบแปดเพราะมีถ่ายรายการที่ต้องทำอาหารอยู่บ่อย ๆ

 

“นายนี่นะนำอาหาร นายทำเป็นเหรอ” เพราะอยู่ด้วยกันมาแล้วเกือบ ๆ สองปีวังซองไม่เคยเห็นกูซึลทำอาหารเลยถามออกมาอย่างไม่ค่อยแน่ใจ

 

“ทำเป็นสิครับ ก่อนจะมาเกาหลีผมเข้าครัวกับมัมอยู่บ่อย ๆ นะ” ขอโทษที่ต้องเอามัมมาอ้างนะครับ กูซึลได้แต่พูดอยู่ในใจ หากเขาไม่ตอบแบบนี้จะให้เขาตอบยังไงล่ะ อ๋อ ฮยองไม่ต้องห่วงนะครับ ก่อนจะย้อนเวลากลับมาผมทำอาหารได้คล่องเลยล่ะเพราะต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียว แบบนี้น่ะเหรอ

 

“เอางั้นก็ได้ นายเป็นพ่อครัวพวกฉันเป็นลูกมือ” ฮีวอนลองเชื่อใจน้องรองสักหน่อย อีกอย่างนี่ก็เป็นเรื่องดีที่พวกเขาจะได้มีกิจกรรมอะไรทำระหว่างที่อยู่ในหอเพื่อให้ทีมงานได้เอาไปตัดต่อออกอากาศบ้าง

 

“งั้นเราไปเลือกซื้อของสดกันดีไหม”

 

“ผมจะไปซื้อกับกูซึลนะครับ” สิ้นเสียงโอซอง ซังซูก็พูดขึ้นทันที รอบนี้เขาจะไม่ยอมชักช้าแน่

 

“รีบเลยนะซังซู ยังไม่ทันบอกเลยว่าให้จับคู่กันไปซื้อ”

 

“ผมต้องพูดกันไว้ก่อนสิ เดี๋ยวไม่ทันพวกฮยองอีก” ไม่ว่าเปล่ายังเดินเข้าไปคล้องแขนเพื่อนรักไว้อีกทางด้วย ดูสิยังมีใครแย่งกูซึลไปจากเขาได้อีก

 

“เอาไง พวกเราจะเดินแยกเป็นคู่ไหม แต่ว่าทีมงานจะตามถ่ายเราลำบากหรือเปล่า” ฮีวอนใจหนึ่งก็อยากให้แยกย้ายจับคู่กันไปเลือกซื้อของจะได้เสร็จไว ๆ แต่อีกใจหนึ่งก็ห่วงทีมงานที่ตามถ่ายพวกเขามาตั้งแต่ออกจากหอพัก

 

“แยกกันเป็นสองกลุ่มก็ได้ มีกล้องมาสองตัวพอดี” ทีมงานตัดสินใจให้

 

“เอางั้นก็ได้ครับ ใครจะไปกับใครดี” ฮีวอนหันมาถามความคิดเห็น

 

“งั้นแบ่งสี่ สาม ฉันจะไปกับกูซึลด้วยอีกคน” วังซองเสนอความคิดเห็นในตอนแรกและไม่ลืมบอกความต้องการของตัวเองในตอนท้าย

 

“พวกนายจะจับกลุ่มสี่คนด้วยกันเองแบบนี้ไม่ได้นะ ตอนนี้พวกเราเป็นทีมเจ็ดคนแล้ว” ฮีวอนพูดเมื่อเห็นพี่ใหญ่ที่พูดน้อยแต่เน้นการกระทำเดินไปยืนอยู่ข้าง ๆ น้องรองแล้ว เจ้าเด็กพวกนี้นี่ทำไมถึงได้ติดกูซึลกันนักนะ

 

“ใช่ ผมเห็นด้วย เพื่อความยุติธรรมเรามาโอน้อยออกกันเถอะ” โอซองเห็นด้วยกับฮีวอนเสนอวิธีการแบ่งกลุ่มออกมา

 

“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ” กูซึลเห็นด้วยกับวิธีการของโอซอง พูดตามตรงนะเขาเพิ่งรู้สึกว่าซังซู วังซอง จุนกอลติดเขามากเกินไปหรือเปล่า ชีวิตที่แล้วมันไม่ได้มากขนาดนี้นี่

 

“ก็ได้” วังซองที่แม้อยากจะแย้งแต่เมื่อคิดดูดี ๆ แล้วการทำแบบนี้ก็เป็นผลดีกับทีมของพวกเขาในวันหน้าจริง ๆ

 

“งั้น โอน้อยออก โอ๊ะ กูซึลกับจุนกอลฮยองออกเหมือนกันแยกไปก่อนเลย” สิ้นเสียงฮีวอนจุนกอลก็คว้ามือของกูซึลแล้วดึงออกจากวงไปยืนอยู่ข้างๆแทน

 

“เอ่อ ฮยองปล่อยมือผมได้แล้วมั้งครับ” คนโดนจับมือไว้ร้องบอกออกมา

 

“อืม” รับคำในลำคอ มือก็ค่อยคลายออกจากมือที่นุ่มนิ่มเกินกว่าจะเป็นมือเด็กผู้ชายคนหนึ่งออก

 

 

“โห ทำไมผมไม่ได้อยู่กับกูซึลอีกแล้ว” ซังซูร้องออกมาทันทีเมื่อผลปรากฏว่าเขาไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับเพื่อนรัก

 

“อยู่กับฉันไม่ดีตรงไหนฮึ” ฮีวอนคว้าคอคนงอแงมากอดรัดแรง ๆ

 

“โอ๊ย ๆ ไม่ใช่ไม่ดี แต่ผมอยากอยู่กับกูซึลนี่นา”

 

“เอาน่า ๆ แยกย้ายซื้อของแค่ไม่นานทำอย่างกับจะแยกกันเป็นปี ๆ” คนที่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับกูซึลและจุนกอลเป็นคนสุดท้ายพูดขึ้นมา

 

“ฮยองก็พูดได้นี่ แลกกลุ่มกันไหมครับฮยอง” ถามคนที่เขาคิดว่าโชคดีตาเป็นประกาย

 

“ไม่ล่ะ ฉันก็อยากอยู่กับกูซึลเหมือนกัน ฮ่า ๆๆๆๆ” โอซองหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

 

“จำไว้เลยนะฮยอง”

 

“หึ ๆ กูซึลเราไปเลือกซื้อของกันเถอะ อย่าสนใจเด็กงอแงเลย” คนโดนงอลไม่สนใจหันไปคล้องแขนคนตัวเล็กที่สุดในกลุ่มตอนนี้แล้วพาออกเดินทันที

 

“ครับ ๆ”

 

 

 

“เราจะทำอะไรกันดี” โอซองถามคนที่วันนี้จะรับหน้าที่พ่อครัว

 

“เอ่อ พอฮยองถามแบบนี้ผมเลยนึกขึ้นได้เลยว่าเรายังไม่ได้ตกลงเรื่องเมนูกันแล้วพวกกลุ่มนั้นเขาจะซื้อของได้ยังไงล่ะครับ”

 

“เอ่อ นั่นสิ ฮ่า ๆๆๆ ฮยองก็ดึงนายเดินออกมาลืมคิดเรื่องนี้เหมือนกัน” โอซองก็อึ้งไปสักพักกับเรื่องที่เพิ่งนึกขึ้นได้ก่อนที่จะหัวเราะออกมา

 

“งั้นนายบอกมาว่าจะทำเมนูอะไรบ้างแล้วให้โอซองเดินไปบอกกลุ่มนั้น” คนที่เดินตามมาเงียบ ๆเสนอความคิดออกมาบ้าง

 

“แล้วทำไมต้องเป็นผมล่ะครับ”

 

“หรือนายจะให้ฉันไปล่ะ” น้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ทำให้คนถูกใช้ส่งสารไม่กล้าเถียงออกมา

 

“ทำเมนูง่าย ๆ ดีไหมครับ หมูสามชั้นย่าง ซุปกิมจิ พิบิมบับ ข้าวยำ ไก่ทอด พอไหมครับ”

 

“ฉันอยากกินซุปทะเลด้วย นายทำเพิ่มอีกอย่างสิ” โอซองบอกเมนูที่ตัวเองต้องกการออกมา

 

“ได้ครับ ๆ ฮยองบอกกลุ่มนั้นให้เลือกซื้อพวกเครื่องปรุงนะครับส่วนพวกผักกับเนื้อเดี๋ยวผมเลือกเอง”

 

“ได้ ๆ เมนูตามนี้นะ ฉันเดินไปบอกกลุ่มนั้นก่อน จุนกอลฮยองมาเข็นรถแทนผมที” หันไปเรียกคนที่เดินอยู่ว่าง ๆ มาทำหน้าที่แทนตนเอง

 

“อืม นายจะซื้ออะไรก่อน”

 

“ซื้อเนื้อสัตว์ก่อนก็ได้ครับ ถ้าซื้อผักก่อนเดี๋ยวผักจะช้ำเพราะถูกของที่ซื้อมาที่หลังวางทับ”

 

“อืม นายเดินนำไปเลย”

 

 

 

แกๆ ดูนั่นดิ ผู้ชายสองคนเดินซื้อของด้วยกันอ่ะแก แกคิดว่าเขาเป็นแฟนกันไหม

 

เป็นไม่เป็นไม่รู้ รู้แต่ฉันฟินมากอ่ะแก นี่มันเมะกับเคะในนิยายชัด ๆ คนที่ตัวสูง ๆ นั่นก็หล่อมากคนตัวเล็กนั่นก็น่ารักมาก ๆ เหมือนกัน

 

ใช่แก ฟินมาก นี่มันคู่สร้างคู่สม คู่รักในนิยายชัด ๆ ฉันจะเอาเขาไปเป็นอิมเมตในนิยายฉัน กรี๊ดดดด แค่คิดก็ฟินแล้ว

 

แต่เอ๊ะ แกเห็นนั่นป่ะ เหมือนมีกล้องคอยตามถ่ายพวกเขาอยู่นะ หรือว่าพวกเขามาถ่ายรายการอะไรกันหรือเปล่า

 

เออ จริงด้วย จะว่าไปพวกเขาก็น่าตาดีทั้งคู่นะ เป็นดาราหรือไอดอลวงไหนหรือเปล่านะ

 

เราลองเข้าไปถามดูไหม

 

ลองดู ๆเมื่อตกลงกันได้วัยรุ่นหญิงสองคนก็ค่อยเดินเข้ามาใกล้คนที่พวกเธอพูดถึงเมื่อครู่นี้

 

“ขอโทษนะคะ พวกคุณเป็นคนดังหรือเปล่าคะ” กูซึลเงยหน้าขึ้นมาจากเนื้อไก่ที่ตัวเองกำลังเลือกอยู่เมื่อได้ยินคำถาม เป็นเพราะมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาเลือกอยู่เขาจึงไม่ได้ยินสิ่งที่สองสาวนี้พูดก่อนหน้าที่จะเดินเข้ามา

 

“พวกผมหรือครับ ไม่ใช่หรอกครับ แต่ว่าตอนนี้พวกผมเป็นเทรนนีที่กำลังจะมีโอกาสได้เดบิวท์แล้วเราก็กำลังถ่ายเรียลลิตี้กันอยู่ด้วย ยังไงฝากนูนาติดตามด้วยนะครับ” เมื่อเห็นช่องทางโปรโมตกูซึลก็ไม่รอช้า สีหน้าท่าทางยามโปรโมตรายการก็อ้อนออกไปโดยไม่รู้ตัว เรียกเสียงกรี๊ดจากสองสาวได้เป็นอย่างดี

 

“น่ารัก น่ารักมาก ๆ เลย นูนาจะคอยติดตามดูนะ ไม่พลาดแน่ ๆ” ดูเหมือนตอนนี้กูซึลจะตกแฟนคลับมาเพิ่มได้อีกสองคนหลังจากที่กวาดแฟนคลับจำนวนหนึ่งมาได้แล้วจากการแสดงบัสกิ้งก่อนหน้านี้ของเขา

 

“ขอบคุณนูนาสุดสวยมาก ๆ เลยนะครับ”

 

“จ้า ๆ”

 

จุนกอลยืนกอดอกมองคนที่ยืนคุยกับสาวรุ่นพี่ยิ้ม ๆ ดูเหมือนว่ากูซึลจะเซอร์วิสแฟนคลับได้ดีตั้งแต่ยังไม่ทันได้เดบิวท์ ว่าแต่เขาก็เพิ่งรู้ว่าการเดินเลือกซื้อของนี้ก็ทำให้มีความสุขได้เหมือนกัน หรือเป็นเพราะอากาศตอนนี้มันดีนะ

 

 

 

ส่วนทางโอซองที่เดินแยกมาเพื่อบอกถึงสิ่งที่จะต้องซื้อให้กับสมาชิกอีกกลุ่มฟัง

 

“ฉันสงสัยอย่างหนึ่งโอซอง” วังซองที่รับฟังถึงสิ่งที่พวกเขาจะต้องรับซื้อแล้วก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงสิ่งที่เขาสงสัยออกมา

 

“อะไร”

 

“ทำไมนายไม่โทรศัพท์มาบอก เดินมาเองทำไม”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.308K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,676 ความคิดเห็น

  1. #1674 supani_k (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 / 14:26
    โดนหลอกให้เดินมา555555555555
    #1,674
    0
  2. #1657 Inthukarnw (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 22:15
    555555
    #1,657
    0
  3. #1633 benzsu best (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 19:12
    5555555555 โอ้ยพี่ เออนั่นสิ555555
    #1,633
    0
  4. #1622 Avista (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 22:33
    5555555555555555
    #1,622
    0
  5. #1621 thonghan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 20:01
    555555

    นี่ก็ยังคิด ว่าเดินทำไม
    #1,621
    0
  6. #1620 Ni101211 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 17:29
    เออว่ะ เดินมาทำไม? หรือว่าพี่จะเป็นหัวเรือในอนาคตค่ะ?
    #1,620
    0
  7. #1615 masok (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 22:06
    55555ทำไมไม่โทรมา
    #1,615
    0
  8. #1610 srnsl (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 15:47

    อีพี่มันร้ายน่ะค่ะหัวหน้า 5555

    #1,610
    0
  9. #1575 ADELE37 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 22:36
    ลั่นเลยค่ะ555555555ร้ายกาจ สงสารพี่โอซอง
    #1,575
    0
  10. #1565 Planetarium09 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 02:33
    55555555555555555555555 พี่วังซองพูดถูกใจมากค่ะ โทรศัพท์ก็มี๊ โธ่พี่โอซอง 5555555555555
    #1,565
    0
  11. #1551 y_pps (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 19:06
    คืออิพี่มันร้ายยยยยยยย
    #1,551
    0
  12. วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 16:03
    พี่ใหญ่ร้ายกาจจจจ
    #1,522
    0
  13. #1517 Apinc (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 16:15
    55555555

    เออจริง
    #1,517
    0
  14. #1513 BW35419 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 17:35
    55555555โดนหลอกกกก ร้ายกาจจจจจ
    #1,513
    0
  15. #1487 MitsukiCarto (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 16:17
    55555พี่ใหญ่เนียนไปมั้ย
    #1,487
    0
  16. #1465 0821411724 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 11:49
    555555 โอซองโดนแล้ว
    #1,465
    0
  17. #1321 mothergod (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 11:00
    คิดเหมือนกันเลย555555
    #1,321
    0
  18. #1313 AUNG_SK (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 18:42
    โดนหลอกแล้วโอซอง 55555
    #1,313
    0
  19. #1073 ddlovepp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 23:10

    มาค แบม ปะ
    #1,073
    0
  20. #1014 +_NekoMimizZ_+ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 01:11

    คุณพี่ใหญ่ช่างร้ายกาจจจจ

    #1,014
    0
  21. #930 Aniinocent_14 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 14:50
    ความโดนหลอหของโอซอง ความกำจัดก้างแบบเนียนๆของพี่ใหญ่ กลัวแล้วจ้าาาา
    #930
    0
  22. #922 NO_oPEN (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 10:53
    โอซอง 555555
    #922
    0
  23. #816 M. Issa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 02:16
    น่าสงสารจริงๆ
    #816
    0
  24. #804 ข้าวเหนียว_สังขยา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 01:54
    น่าสงสารเขานะครับ555555
    #804
    0
  25. #797 kritsadee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 12:53
    น่าสงสารโอซอง5555
    #797
    0