ย้อนเวลาเริ่มรัก

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,106 ครั้ง
    11 ต.ค. 61

ตอนที่ 9

 

จุนกอล (พี่ใหญ่ แรปไลน์ อเมริกา)

ฮีวอน (ลีดเดอร์)

วังซอง (แรปไลน์ พี่รอง แคนนาดา)

โอซอง (เจ้าชายของวง)

อินซา (เสียงร้องของวง)

กูซึล (รองมังเน่ รองน้องเล็ก)

ซังซู (มังเน่ น้องเล็ก)

พีดีนิม (โปรดิวเซอร์)

ออมม่า อาปา (แม่,พ่อ)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

“จะมาเป็นเมนโวลคอลของพวกนาย”

 

สิ้นเสียงของคังพีดีนิมทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ คนห้าคนที่ถูกวางตัวไว้ตั้งแต่แรกหันหน้าสบตากันก่อนที่วังซองจะเป็นคนทำลายความเงียบนั้นออกมา

 

“ได้ยังไงครับ คนคนนี้ไม่ได้เป็นเทรนนีในค่ายด้วยซ้ำ ทำไมอยู่ ๆ ถึงจะได้มาเป็นเมนโวลคอล ทำไมถึงจะได้เดบิวท์ แล้วน้องผมล่ะ แล้วที่ให้กูซึลทำไปเมื่อวานล่ะ” น้ำเสียงที่เก็บความกรุ่นโกรธไว้ไม่มิดของวังซองทำให้นัมอินซาก้มหน้าลงแทบจะชิดอกตัวเอง เขาพอจะเดาไว้บ้างว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหลังจากที่ได้แนะนำตัว แต่พอมันเกิดขึ้นจริง ๆ ก็ทำเอาเขาอดตกใจแล้วก็ใจเสียไม่ได้

 

และนอกจากคำพูดของวังซองแล้วสายตาที่มองมาอย่างประเมินของฮีวอน โอซองและซังซูก็ทำให้อินซากดดันมากเข้าไปอีก

 

“วังซองฮยองใจเย็นก่อนสิครับ” กูซึลเอื้อมมือไปลูบหลังคนพี่เบา ๆ อย่างต้องการให้ใจเย็นลง เมื่อครู่นี้เขาห้ามวังซองฮยองไม่ทันจริง ๆ อาจจะเป็นเพราะเขาไม่คิดว่าวังซองฮยองจะโพล่งถามออกไปแบบนั้น แม้ว่าฮยองเขาจะเป็นคนร่าเริง ขี้เล่น แต่ก็ไม่ใช่คนที่เก็บอารมณ์ไม่เป็นและยิ่งไม่ใช่คนใจร้อนดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขามากจริง ๆ

 

“แต่…. เฮ้อ ผมขอโทษครับพีดีนิม” ตอนแรกวังซองจะคัดค้านแต่เมื่อเห็นสีหน้าและสายตาขอร้องจากน้องชายคนโปรดเขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่และหันไปพูดในสิ่งที่เขาควรจะทำที่สุดในตอนนี้คือการขอโทษคังพีดีนิม

 

“ไม่เป็นอะไร ฉันเข้าใจ แต่ฉันขอเตือนไว้ก่อนเลยนะวังซอง นายควรจะใจเย็นมากกว่านี้ การใจร้อนมีแต่จะทำให้เกิดความเสียหาย พวกนายก็ด้วย” คังอูบินเข้าใจความรู้สึกของเด็กพวกนี้ดี รู้จักกันอยู่ด้วยกัน ซ้อมร่วมกันมาเป็นปี ๆ พอมีโอกาสเจ้าพวกนี้ก็อยากจะก้าวเดินไปพร้อมกันและไม่อยากปล่อยใครทิ้งไว้ข้างหลังก็เป็นเรื่องธรรมดาและเขาก็ชอบด้วยที่เด็กทั้งหกคนนี้รักกันมากขนาดนี้ เพราะความรู้สึกพวกนี้มันจะส่งผลดีในวันข้างหน้า

 

“ครับ” คนถูกเตือนรับคำเสียงอ่อย

 

“เอาล่ะ ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องของกูซึลขอเคลียเรื่องของอินซาก่อนแล้วกันจะได้จบเป็นเรื่อง ๆ ไป อินซาไม่ได้เป็นเทรนนีของค่ายเราก็จริง แต่เขาเป็นเด็กที่ชนะการประกวดร้องเพลงจากเวทีเฟ้นหานักร้องเสียงดีของค่ายเรา ฉันเห็นว่าเขาเหมาะกับโปรเจ็คเดบิวท์พวกนายดีก็เลยดึงตัวเขามาเลย”เมื่อเห็นเด็ก ๆ นั่งนิ่งตั้งใจฟังที่เขาพูดอูบินก็พูดต่อ

 

“ส่วนกูซึล ฉันขอชมว่าเมื่อวานนายทำได้ดีมาก ดีมาก ๆ จนคนที่ฉันเชิญมาเป็นผู้ชมลับต่างชื่นชมนายกันทุกคน ส่วนผลการตัดสินฉันว่าพวกนายน่าจะคาดเดากันไว้แล้วใช่หรือเปล่าและถ้าพวกนายคิดว่ากูซึลจะได้ร่วมเดบิวท์กับพวกนาย พวกนายคิด…….ถูก” คังพีดีนิมเว้นช่วงพูดนิดหน่อยเมื่อเห็นทุกคนที่นั่งฟังอยู่มีสีหน้าลุ้นและเหมือนจะกลั้นหายใจกันทุกคน

 

“เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!” เสียงเฮลั่นอย่างคนดีใจดังก้องไปทั้งห้อง พีดีนิมมองภาพที่ปรากฏอยู่ในสายตาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

“กูซึลในที่สุด ๆ ฉันดีใจมาก ๆ เลย” ซังซูเป็นคนแรกหลังจากที่ลุกขึ้นมากอดกูซึลหลังจากประมวลคำพูดของคังพีดีนิมได้

 

“ซังซูถอย ๆ ฉันจะกอดเบบี้ของฉันบ้าง” วังซองก็ไม่น้อยหน้าแม้จะช้าไปกว่าซังซูแต่เขาก็ไม่ยอม  เข้าไปดึงน้องเล็กที่กอดกูซึลอยู่แน่นให้ออกมาแล้วแทรกตัวเข้าไปแทนที่เสียเอง

 

คนที่ถูกดึงเข้าไปกอดก็ยิ้มเต็มปากเต็มหน้า เขามีความสุขมากที่สุดเลยในตอนนี้ เคยคิดว่าไม่น่าตื่นเต้นกับสิ่งที่เขาเคยผ่านมาแล้ว แต่มาวันนี้ วินาทีนี้เขาถึงได้รู้ว่าเขาตื่นเต้นกับเรื่องนี้ขนาดไหน ทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจไม่แพ้เมื่อครั้งนั้นในชีวิตก่อนเขาเลยสักนิดเดียว และเขาเชื่อว่าความรู้สึกนี้จะส่งผลดีต่อเขาในการทำงานต่อไป

 

“พวกนายไปนั่งที่กันให้เรียบร้อยก่อนเถอะ เกรงใจพีดีนิมหน่อย” ฮีวอนที่ดีใจไม่แพ้ใครกับสิ่งที่ได้ยินแต่รักษาอาการได้มากกว่าพูดออกไปเมื่อเขาคิดว่าคังพีดีนิมน่าจะมีเรื่องที่ต้องพูดอีก

 

“ไม่เป็นไรๆ  มีเรื่องดีๆก็ต้องดีใจเป็นธรรมดา แต่ตอนนี้พวกนายพักความดีใจไปก่อนฉันยังมีเรื่องที่ต้องการพูดกับพวกนายอยู่อีก”

 

“ครับ” ทั้งเจ็ดคนมองหน้ากันไปมาก่อนที่จะพูดเป็นเชิงถามและเป็นการรอฟังสิ่งที่พีดีนิมจะพูดไปในตัว

 

“เรื่องแรกเลยคือตอนนี้สมาชิกในวงที่ควรจะมีก็มีครบแล้ว ดังนั้นพวกนายต้องเก็บของแล้วย้ายเข้าไปอยู่ในหอเดียวกัน”

 

“เรื่องที่สองคือเรื่องการฝึกของพวกนาย ต่อไปนี้พวกนายต้องฝึกหนักกว่าเดิมมาก มาก ๆ และต้องเปลี่ยนครูฝึกใหม่ทั้งหมด และพวกนายจะต้องฝึกจนฉันเห็นว่าเหมาะสมแล้วเท่านั้นจึงจะได้เดบิวท์”

 

“ครับ” ทั้งเจ็ดคนพยักหน้าเข้าใจ ทั้งสองเรื่องที่พีดีนิมบอกมาล้วนเป็นเรื่องที่ทุกคนต่างพอจะรู้กันอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องปกติ

 

“และเรื่องสุดท้าย ในหอที่พวกนายไปอยู่จะมีกล้องติดตั้งไว้ทุกจุด อ่อ ยกเว้นในห้องน้ำนะไม่ต้องห่วง” คังอูบินพูดกลั้วหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าเหวอ ๆ ของเด็กทั้งเจ็ดคนหลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูด

 

“คือทำไมต้องติดกล้องไว้ด้วยครับ” แม้พอจะเดา ๆ ได้บ้างแต่กูซึลก็ยังถามออกไปเนื่องจากเรื่องนี้เมื่อชีวิตก่อนของเขานั้นไม่ได้เกิดขึ้น

 

“เรียลลิตี้ตามติดชีวิตพวกนายไง มันคงจะดีถ้าก่อนเดบิวท์พวกนายจะมีกระแสให้เป็นที่สนใจอยู่ก่อนแล้ว”

 

กูซึลเข้าใจความคิดของพีดีนิมได้ทันทีหลังจบประโยคอธิบายนั้นและเขาเห็นด้วยกับสิ่งที่พีดีนิมทำ บางครั้งแค่เพลงดี ความสามารถเด่นอย่างเดียวก็ไม่มากพอ ต้องอาศัยกระแสและจังหวะที่เหมาะสมด้วย

 

“ไม่ใช่รายการสดหรอกไม่ต้องเป็นห่วงหรอก พวกนายก็ทำตัวให้เป็นปกติ คิดเสียว่าไม่ได้มีกล้องอยู่ในห้องส่วนที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของทีมงาน” เมื่อเห็นสีหน้าวิตกกังวลของเด็กทั้งเจ็ดคนคังอูบินจึงได้พูดออกมา สิ่งที่เขาต้องการในรายการนี้คือความเป็นธรรมชาติของเด็กทั้งเจ็ดคน เขาเชื่อว่าด้วยความเป็นตัวของตัวเองของเด็กพวกนี้ไม่มีทางที่คนที่ได้พบเห็นและรู้จักจะไม่ตกหลุมรักและเอ็นดู นอกเสียจากว่าคนพวกนั้นจะมีอคติอยู่ในหัวใจ

 

“โห มีกล้องคอยจับความเคลื่อนไหวอยู่แบบนั้นจะมีใครบ้างไม่เกร็งล่ะครับ เกิดวันดีคืนดีผมลืมตัวเดินเกาตูดผ่านหน้ากล้องจะทำไงครับ” วังซองโอดครวญออกมา

 

“ไหนฮยองบอกว่าคนเราควรแสดงความเป็นตัวของตัวเองให้คนอื่นเห็นไงครับ ใครจะรักเราก็รักที่ความเป็นตัวตนของเขาไม่ใช่หรือไงครับฮยองลืมแล้วเหรอ” กูซึลที่ไม่ได้คิดมากกับเรื่องนี้พูดไปหัวเราะไป

 

“ก็โธ่ นั่นฉันพูดเล่นหรอก”

 

“โห่ ฮยองไม่ใจเลย” ซังซูที่แม้จะกังวลกับสิ่งที่ได้ยินเหมือนกันแต่พอเห็นเพื่อนแกล้ง เอ้ย หยอกล้อฮยองก็อดไม่ได้ที่จะไปร่วมด้วย

 

“เอาล่ะ ๆ หยุดเถียงกันก่อนเด็ก ๆ ฉันยังมีเรื่องสุดท้ายที่ยังไม่ได้พูดอีก เรื่องตำแหน่งภายในวงของพวกนาย ตอนนี้นอกจากอินซาแล้วคนอื่น ๆ ก็ยังไม่รู้นี่ใช่ไหมว่าใครจะได้ทำหน้าที่อะไร” ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในห้องขัดจังหวะการโต้เถียงกันของสามพี่น้องสุดแสบ

 

“ผมอยากแรป” วังซองบอกความต้องการของตัวเองออกมาทันที

 

“หึหึ ฮีวอน เพราะมีประสบการณ์เดบิวท์มาก่อนแล้วให้เป็นลีดเดอร์ไปก่อนแล้วก็รับหน้าที่เป็นเสียงร้องของวงด้วย”

 

“ครับ” คนที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลเพื่อนร่วมทีมรับคำเสียงหนักแน่นพลางคิดในใจว่าต่อแต่นี้ไปความเป็นไปของวงถูกวางอยู่ในมือของเขาแล้วและเขาจะไม่ยอมให้ทุกคนที่ฝากความเชื่อใจไว้ที่เขาต้องผิดหวังเด็ดขาด

 

“จุนกอล นายร้องเพลงใช้ได้เลยนะ แต่ฉันคิดว่านายแรปได้ดีกว่า นายก็รับหน้าที่แรปไปแล้วกัน”

 

“ครับ”

 

“วังซอง นายอยากแรปใช่ไหม งั้นนายก็เป็นแรปอีกคน”

 

“ครับ ขอบคุณครับ”

 

“โอซอง เสียงร้อง”

 

“ครับ”

 

“กูซึล อืม ยาก ตัดสินใจยาก นายอยากทำหน้าที่อะไร” ทุกคนที่ผ่านมาคังอูบินต่างตัดสินใจได้ง่ายดายว่าจะให้ใครอยู่ตำแหน่งไหน ทำหน้าที่อะไรเพราะความสามารถที่โดดเด่นของเจ้าตัว แต่พอมาถึงกูซึลเขากลับไม่แน่ใจ คิดไม่ตกว่าจะให้เด็กคนนี้รับหน้าที่อะไรดีเนื่องจากทักษะความสามารถที่เจ้าตัวมีก็สูงไปเสียทุกอย่าง

 

“ผมอยากเป็นแรปเปอร์ครับ” ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เขาจะตัดสินใจเลือกหน้าที่นี้ ก็นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาทำมาตลอดหรอกหรือ เขารับหน้าที่แรปมาเป็นสิบ ๆ ปีจะให้มาเปลี่ยนตอนนี้เห็นที่จะยาก และอีกอย่างถึงตอนนี้เขาจะร้องเพลงได้ดีขนาดไหนแต่ต่อไปเขาก็ไม่มีทางทำหน้าที่นั้นได้ดีกว่าเจ้าของตำแหน่งตัวจริงหรอก

 

“งั้นนายแรปและเต้นหลัก” พีดีนิมเห็นด้วยกับสิ่งที่กูซึลเลือก ลึก ๆ แล้วในใจเขาก็รู้สึกว่ากูซึลแรปได้ดีกว่าร้องจริง ๆ

 

“คนสุดท้ายซังซู ร้องเสริม แรปเสริม เต้นหลัก”

 

“ครับ”

 

“นับจากวันนี้ไปพวกนายคือทีมเดียวกันแล้ว รักและสามัคคีกันไว้ล่ะ เข้าใจหรือเปล่า”

 

“เข้าใจแล้วครับ” เจ็ดเสียงรับคำพร้อมกัน

 

“เข้าใจก็ดีแล้ว ฮีวอนฉันฝากอินซาด้วยล่ะ เขาเพิ่งเข้ามาก็พวกนายก็เอ็นดูเขาหน่อยแล้วกัน มีอะไรก็แนะนำเขาด้วย” คังอูบินพูดต่ออีก เขาต้องการให้เด็กทุกคนโดยเฉพาะเด็กที่เพิ่งเข้ามาใหม่อย่างอินซาเข้ากันได้เร็วที่สุดเพื่อที่เวลาเดบิวท์ออกไปแล้วเด็กพวกนี้จะได้มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันไม่มีความประดักประเดิดต่อกัน เขาต้องการวงไอดอลน้องใหม่ที่มีภาพลักษณ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสามัคคีและความรักใคร่กลมเกลียวกัน

 

“ไว้ใจได้เลยครับ”

 

“งั้นวันนี้พวกนายก็ไปเก็บข้าวของย้ายเข้าหอใหม่เลยและก็ไปทำความรู้จักกันไว้เลยไม่ต้องซ้อมวันหนึ่ง ส่วนวันพรุ่งนี้ให้พวกนายเข้ามารับตารางสำหรับเรียนและฝึกซ้อมของแต่ละคนด้วย เอาล่ะแยกย้ายได้”

 

“อันยองฮีคาเซโย” เด็กทั้งเจ็ดคนโค้งตัวบอกลาคนที่เดินออกจากห้องไปก่อนที่จะหันมาแนะนำตัวให้คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่รู้จัก ความจริงคือพวกเขาควรจะแนะนำตัวไปตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายแนะนำตัวมาก่อนแล้วแต่เป็นเพราะตอนนั้นที่วังซองใจร้อนพูดโพล่งขัดจัวหวะขึ้นมาก่อนทำให้พวกเขาต้องข้ามเรื่องการแนะนำตัวกันไปโดยปริยาย

 

“สวัสดี ฉันคังฮีวอน อย่างที่นายได้ยินตอนนี้รับหน้าที่เป็นลีดเดอร์ มีอะไรที่นายไม่เข้าใจหรือต้องการความช่วยเหลืออะไรบอกฉันได้ไม่ต้องเกรงใจ” ฮีวอนเป็นคนแรกที่เริ่มแนะนำตัวก่อน

 

“ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” อินซาค่อนข้างจะเกร็ง ๆ และทำตัวไม่ค่อยถูก จริง ๆ เขาค่อนข้างจะทำตัวไม่ถูกตั้งแต่ที่วังซองพูดเหมือนไม่พอใจที่มีเขาเข้ามาร่วมทีมแล้ว

 

“ฉันจุนกอลยินดีที่ได้รู้จัก” จุนกอลแนะนำตัวสั้น ๆ ตามปกติ

 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ความนิ่งและพูดน้อยของพี่ใหญ่ยิ่งทำให้อินซารู้สึกเกร็งมากขึ้นกว่าเดิมอีก

 

“สวัสดี ฉันวังซอง ขอโทษด้วยที่เมื่อครู่พูดแบบนั้นออกไป นายอย่าถือสาเลยนะ ตอนนี้ฉันยินดีที่จะมีนายเข้ามาร่วมทีมด้วย ต่อไปนี้เรามาพยายามด้วยกันนะ” วังซองรู้สึกผิดมากกับการกระทำของเขาก่อนหน้านี้พูดขอโทษด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด

 

“ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจ ยังไงผมฝากตัวด้วยนะครับ” อินซาคิดว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่วังซองทำรวมกับที่อีกฝ่ายพูดขอโทษมาขนาดนี้แล้วทำให้เขาไม่มีอะไรติดใจอีก ความจริงคือตอนนี้รู้สึกโล่งมากเพราะเท่าที่ดูแล้วคงไม่มีใครต่อต้านการที่เขาอยู่ ๆ ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเลยสักนิดเดียว

 

“สวัสดี ฉันฮันโอซอง ถ้ามีปัญหาอะไรปรึกษาฉันได้ตลอกเลยนะถ้าช่วยได้ฉันยินดี” รอยยิ้มตามแบบฉบับผู้ชายอบอุ่นถูกส่งออกมาให้กับสมาชิกใหม่ เป็นรอยยิ้มแบบที่ใคร ๆ ที่ได้เห็นต่างลงความเห็นว่ารอยยิ้มเทพบุตร

 

“ขอบคุณครับ” อินซารู้สึกว่าฮยองคนนี้มีความเป็นผู้ชายอบอุ่นแผ่ออกมาไม่น้อยเลยจากรอยยิ้ม

 

“สวัสดีครับ ผมชื่อกูซึลนะ ชื่อเต็มๆว่า กูซึล พลาธิป ลิเบอร์ตัน อายุ

 

“เอาแค่พอสั้น ๆ ก่อนกูซึล นายไม่ต้องแนะนำตัวยาวขนาดนั้น อินซาไม่ใช่นายทะเบียนไม่ต้องการประวัตินายหรอก” ซังซูที่รอแนะนำตัวเป็นคนสุดท้ายพูดขัดออกมาก่อนเพราะดูท่าแล้วว่าถ้ายังปล่อยให้กูซึลแนะนำตัวต่อไปน่าจะใช้เวลาอีกนาน

 

“โธ่ ก็ได้ เอาเป็นว่าผมชื่อกูซึล ถ้าฮยองมีเรื่องอะไรให้ผมช่วยบอกผมได้เลยนะครับผมยินดีช่วยทุกเรื่อง อ่อ แต่ถ้าเป็นเรื่องเงิน ผมแนะนำจุนกอลฮยองเลยครับ ฮยองเขารวยมากกกกกกกก” กูซึลลากเสียงยาวเพื่อบอกให้รู้ว่าพี่ใหญ่ของพวกเขานั้นรวยมากจริง ๆ ก่อนที่จะหัวเราะคิกคัก ส่วนคนที่ถูกบอกว่ารวยนั้นตวัดสายตาคมกริบมองอย่างปราม ๆ ส่วนคนที่ถูกมองนั้นถามกว่ากลัวไหม ตอบเลยว่า ไม่!

 

“นายนี่มันเพ้อเจ้อจริง ๆ กูซึล สวัสดีครับ ผมชื่อซังซูนะ อายุน้อยที่สุดแต่ผมมั่นใจว่าผมมีสติที่สุด ถ้าฮยองมีปัญหาปรึกษาผมได้”

 

“ฮ่า ๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” เพราะความแสบและบ้า ๆ บอ ๆ ของสองมังเน่ทำให้อินซาเริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้างแล้ว อีกทั้งในใจยังรู้สึกว่าเมื่อทุกคนเป็นแบบนี้อีกไม่นานเขาคงจะสนิทกับทุกคนได้ไม่ยาก เขาหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ

 

“เอาล่ะ ๆ แนะนำตัวกันเรียบร้อยแล้วตอนนี้เราก็เก็บเสื้อผ้าย้ายเข้าหอใหม่กันเถอะ ว่าแต่อินซานายพักอยู่ที่ไหนให้พวกฉันไปช่วยขนของไหม” ฮีวอนถาม

 

“อยู่ถัดจากนี่ไปนิดเดียวเองครับ ผมเช่าหออยู่น่ะ ของผมก็มีนิดเดียวไม่รบกวนฮยองดีกว่า ขอบคุณครับ”อินซาปฏิเสธความช่วยเหลือที่ถูกหยิบยื่นมาให้ด้วยรู้สึกเกรงใจและอีกอย่างก็อย่างที่บอกผู้เป็นลีดเดอร์ไปว่าของที่ต้องขนย้ายมีน้อยมากเขาจัดการคนเดียวได้สบายอยู่แล้ว

 

“เอางั้นก็ได้ งั้นไว้เจอกันที่หอใหม่เลยนะ”

 

“ครับ รับทราบครับ” คำแรกเป็นเสียงของเหล่าฮยองไลน์และคนที่เพิ่งมาใหม่ ส่วนประโยคหลังนั้นเป็นของสองแสบที่อายุน้อยที่สุดในทีม

 

 

 

“ไปกันเถอะ” เมื่อฮีวอน  โอซองและอินซาเดินแยกออกไปแล้ว จุนกอลก็หันมาชวนอีกสามคนที่พักอยู่ที่เดียวกันกับเขาให้ออกก้าวเดินไปพร้อมกัน

 

นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่พวกเขาทั้งสี่จะก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน เพราะนับจากนี้ไปจากสี่คนมันจะกลายเป็นเจ็ดคน คนเจ็ดคนที่มีความฝันและความรักในสิ่งเดียวกัน พวกเขาจะจับมือกันและกันเพื่อเดินก้าวผ่านอุปสรรคไปสู่ความสำเร็จที่รออยู่

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

อันยองฮีคาเซโย (ลาก่อน; พูดกับคนที่ไป)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.106K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,676 ความคิดเห็น

  1. #1632 benzsu best (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 19:01
    ดีใจที่ได้เดินไปพร้อมกัน
    #1,632
    0
  2. #1574 benzty10223 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 08:14
    กัซ กัซแน่ๆ55555 ทั้งเจเจโปรเจค(ฮีวอน&โอซอง) ความจะล้มละลายของวังซอง

    กรรมการลับนี่ใช่หยางป่ะ??
    จุนกอล-มาร์ค
    ฮีวอน-เจบี
    วังซอง-เเจ็คสัน
    โอซอง-จินยอง
    อินซา-ยองแจ
    กูซึล-แบมแบม
    ซังซู-ยูคยอม
    #1,574
    3
    • #1574-2 P.andP.(จากตอนที่ 10)
      8 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:13

      5555+ คิดเหมือนกันๆ
      #1574-2
    • #1574-3 -Mtbb19-(จากตอนที่ 10)
      3 เมษายน 2563 / 14:39

      คิดเหมือนกันเลยอ่ะ5555
      #1574-3
  3. #1559 supawee6371 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 20:28
    ก็อตชัดๆ
    #1,559
    0
  4. #1518 Mtbb_loevlove (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 22:30

    ทำมั้ยอ่านไปอ่านมาเริ่มเหมือนกัสเข้าทุกตอนจัง ???????•

    #1,518
    0
  5. #1486 MitsukiCarto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 15:18
    หลังจากนี้เราต้องเป็นติ่งGOT7แน่ๆเลย~
    #1,486
    0
  6. #1464 0821411724 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 11:25
    อ่านไปอ่านมาเริ่มคุ้นๆ นี่มันกัซนี่
    #1,464
    0
  7. #798 Mint (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 18:49
    นี่มันกัซชัดๆ
    #798
    0
  8. #767 triple ts. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 12:31
    อ้าวว่าไงกัซเซบึ่น 55555555555555555
    #767
    0
  9. #762 pawe-waw (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 01:33

    God 7 ชัดๆ!!

    จุลกอล=มาร์ค

    วังซอง=แจ็คสัน

    อินซา=ยองแจ

    กูซึล=แบมแบม

    ซังซู=ยูคยอม

    โอซอง=เจบี

    ฮีวาน=จินยอง

    #762
    1
    • #762-1 Phnx(จากตอนที่ 10)
      24 กันยายน 2561 / 23:09
      โอซอง=จินยอง. ฮีวาน = เจบี รึปล่าวคะ?
      #762-1
  10. #699 KO_linlin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 06:29
    ไมมันมีกลิ่นอายของกัซ 555
    #699
    0
  11. #696 yellowpage (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 09:10
    ทำไมมันดูน่าเบื้อ
    #696
    0
  12. #688 ห้วงมิติสีดำ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 23:47
    ยองจแววววว!!!! กวี๊ดดดดด—

    แค่กๆ

    นี่เราอ่านฟิคมบ.อยู่รึเปล่า555555555
    #688
    0
  13. #532 yukai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 11:21
    สนุกดีค่ะ
    #532
    0
  14. #516 มังกือน้อยประจันบาน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 03:35
    คิดไว้ตั้งแต่อ่านตอนแรกเลย ตรงเป็นพี่ใหญ่แต่ไม่ได้เป็นลีดเดอร์ ละก็ตัวเอกเป็นรองมักเน่ ว่าละต้องเป็นกัซ 5555
    #516
    0
  15. #457 Chalida Chomboonma (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 15:23
    ตอนแรกไม่แน่ใจแต่ตอนนี้แนใจล้านเปอร์ว่ากัซแน่ๆๆๆๆ
    #457
    0
  16. #402 เมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:34
    เหมือนgot7จริงๆนะคะเนี่ย
    #402
    0
  17. #352 BirthdayGifts (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:58
    กัซใช่มั้ยนี่...
    #352
    0
  18. #97 LUKTARN19 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:00
    ยังไม่บอกหน้าที่อินซาเลย
    #97
    2
    • #97-1 giftfully(จากตอนที่ 10)
      3 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:11
      บอกแล้วว ตอนต้นๆเลยย
      #97-1
  19. #96 ALPHA1985 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:41
    คนเขียนชอบgot7ใช่มั้ยคะ เราอ่านแล้วคิดถึงกัซมากๆเลย
    #96
    2
    • #96-1 LUKTARN19(จากตอนที่ 10)
      3 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:04
      ตอนแรกก็ไม่ได้คิดนะ ตอนนี้คิดละ เหมือนจริง!
      รุ่นพี่ฮีวอน,โอซอง=เจบี,จินยอง
      รุ่นน้องจุนกอล,วังซอง,กูซึง,ซังซู=มาร์ค,แจ็คสัน,แบมแบม,ยูคยอม
      คนที่เข้ามาใหม่อินซา=ยองแจ
      #96-1
    • #96-2 giftfully(จากตอนที่ 10)
      3 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:12
      อ่านไปฟินไป
      #96-2
  20. #95 Notty Kero (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:39
    ก้าวใหม่ไปพร้อมกันนะ
    #95
    0
  21. #94 Palmlie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:28
    รออ่านตอนต่อไปค่ะ
    #94
    0
  22. #93 latent1999 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:32
    เรียลลิตี้ที่ชีวิตจริงไม่มี....น้ำตาจะไหล ติดตามค่ะ
    #93
    0
  23. #92 EchizenRyoma (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:31
    จุดเริ่มต้นมาแล้ว
    #92
    0
  24. #91 mykkkk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:30
    ปลื้มปริ่มแทนจริงค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #91
    0