จิ้นกันนัก เดี่ยวรักเลย(kristsingto)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 123 Views

  • 2 Comments

  • 9 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    12

    Overall
    123

ตอนที่ 6 : จิ้นกันนัก เดี่ยวรักเลย 06

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 มี.ค. 62

KRIST

จากวันนั้นจนถึงตอนนี้ก็เกือบเดือนได้แล้วกับการแสดงละครของผม บอกเลยว่ายิ่งนานวันการแสดงจะยากขึ้นเรื่อยๆ บางฉากบทง่ายก็เล่นง่าย บางฉากบทยาวแล้วก็เล่นยาก ละครที่ผมเล่นตอนนี้ก็ออนแอร์ไปแล้ว วันแรกที่ออนแอร์เป็นวันที่ผมหยุดพอดีเลยได้โอกาสดูผลงานของตัวเอง วันต่อมาเพื่อนๆผมและพ่อแม่ผใโทรมาชอบกันยกใหญ่ ดีใจจังที่มีคนชอบ และสำหรับกระแสตอบรับก็ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะละครดีหรือพระเอกในเรื่องกันแน่ ดังซะขนาดนั้น เพราะแค่ออนแอร์ตอนแรกเรทติ่งก็พุ้งแล้ว ในทวิตเอย ไอจีเอย มีแต่คนพุดถึงละครที่ผมเล่นกันทั้งนั้น แถมมีแฟนคลับบางจิ้นผมกับพี่สิงโตด้วยแฮะ 




บรึ่ยยยยย ขนลุกกกกกกกก




วันนี้ผมก็ยังคงถ่ายอยุ่เหมือนเดิม และมีซีนที่ต้องเข้าคู่กับพี่สิงโต ถามว่าผมตื่นเต้นหรือเกร็งเหมือนตอนแรกๆไหม บอกเลยว่าไม่แล้วล่ะ พี่เคยก็ดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องผมหหรือดูถูกผมเหมือนวันนั้นแล้ว เวลางานก็เข้าโหมดจริงจัง แต่เราก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นน่ะ เพราะพี่มันทำตัวหยิ่งๆเหมือนเดิมแหละ ชิ หมั่นใส่




และไลน์ปริศนาที่ส่งมาให้ผมนั้นผมก็รุ้แล้วล่ะว่าคนนั้นคือพี่สิงโต เพราะมีอยุ่วันนึงผมแอบส่งไลน์ไป แล้วไลน์โทรศัพท์ของพี่สิงโตก็เด้งพอดี ตอนนั้นพี่สิงโตเองก๋เข้าฉากอยุ่ เลยจำได้ว่าคนนั้นคือพี่สิงโต หึ เจ้าเหล่นัก 




ผ่านไปอีกวันกับการที่ผมทำงานถ่ายทำละครนี้ พอเลิกกองปู๊ป ผมก็เก็บของที่จะกลับบ้านไปพักผ่อน ยิ่งนับวันยิ่งถ่ายนัก บางวันกลับเกือบเช้าเลยก็มีน่ะ 
พอผมกำลังจะเดินไปที่รถ(รถผมเอง ซ้อมเสร็จล่ะ) ก็มีเสียงเรียกชื่อผมดังขึ้น 




"คริส..." คนที่เรียกผมนั้นก็คือพี่สิงโต อะไรว่ะ ทุกวันไม่เห็นเรียก อยุ่กองก็ไม่ได้คุยกันตลอด นอกใจต้องคุยกันเรื่องฉากที่จะเข้าไปเล่นด้วยแค่นั้นเอง 





"ครับ?" ผมตอบ 




"นายจะไปไหนอีกหรือเปล่า?" พี่สิงโตถามผมหหน้านิ่ง 





"ไม่อ่ะ ผมจะกลับคอนโดเลย พี่มีไรหรอ อย่าบอกน่ะว่าจะมาว่าผมเล่นไม่ดีอ่ะ เอาเรทติ่งมาเช็คดิ ทุกครั้งละครออนแอร์ไปเรทติ่งพุ้งตลอดน่ะ" พุดดักไว้สิครับ รอไร ทำหน้านิ่งๆ เก็กๆแบบนี้ผมจะไม่รู่เหรอว่าพี่เค้ากำลังคิดอะไร.......มั้ง 





"เปล่า ฉันไม่ได้จะว่านาย ฉันจะชวนนายไปกินข้าวต่างหากล่ะ ทำไมถึงคิดแบบนั้น?" ห้ะ บอกผมที่ว่าผมหูฝาดไปป่าวว่ะ จู่ๆมาชวนผมไปกินข้าวด้วย คือไร? 




"เนื้องในโอกาสอะไรอ่ะพี่?" ผมถามไปตรงๆอยุ่แล้วไม่อ้อมค้อม





"ก็ไม่มีโอกาสไรหรอก แค่อยากชวน แต่ถ้านายไม่ไปก็แล้วแต่น่ะ โอกาสที่จะมากินข้าวกับฉันมีไม่บ่อยหรอก ใครๆที่ร่วมงานกับฉัน ก็ไม่เคยมีใครได้มีโอกาสกินข้าวกับฉันเลยก็มี" อือหือ ตอบแบบมั้นหน้ามากกกกกก





"งั้นผมไปก็ได้ แต่พี่เลี้ยงน่ะ ในเมือพี่เป็นคนชวน" ชวนแล้วก็ต้องเลี้ยงป่ะ 




"แน่นอนสิ ฉันจองร้านอาหารไว้แล้ว ไป" คนชวนออกคำพุดแล้วเดินตรงดิงไปที่รถของตัวเองพร้อมกับผู้จัดการที่รออยุ่ที่หน้าประตูรถแล้ว 




ผมเดินไปที่รถของตัวเอง กดสตาร์ทรถแล้วรัดเข็มขัดไว้(เป็นมีระเบียบว่างั้น)แล้วออกรถขับตามรถของพี่สิงโตไป 




ขับตามไปถึง 10 นาทีรถของพี่และรถของพี่สิงโตก็จอดอยุ่หน้าร้ารอาหารหรู่แห่งหนึ่งย้านเมืองกรุง ผมดับรถแล้วลงรถแล้วเดินเข้าไปในร้านอาหารพร้อมกับคนที่ชวนผมมาเมือกี้





ร้านอาหารที่ดูแพงที่สุดในเมืองกรุง เท่าที่ดูสไตล์การตกแต่งของร้านก็พอจะเดาออกได้ว่าคงมีคนที่มีฐานะร่ำรวยเท่านั้นแหละที่จะมาทานในร้านนี้ได้ พุดไปผมแปลกใจไม่หายน่ะว่าทำไมพี่สิงถึงชวนผมมา แต่ผมก็ไม่ได้ถามน่ะ ขี้เกียจอ่ะ เดี่ยวจะหาว่าเรื่องมากอีก เลยมาตามที่เค้าให้มันจบๆ 




"ที่ฉันพานายมากินข้้าวเพราะฉันเห็นว่าช่วงหลังมานี่นายทำงานดีขึ้น และที่สำคัญ ฉันอยากจะเลี้ยงเป็นการถ่ายโทษด้วย" หลังที่พวกเราได้สั่งอาหารกันไปเรียบร้อยแล้ว พี่สิงโตก็เอ่ยบอกโดยที่ผมด้วนซ้ำ




"ถ่ายโทษ? เรื่องอะไรอ่ะพี่?" ผม





"ถ่ายโทษเรื่องที่ฉันว่านายไปเมือวันฟิตติ้งไง ฉันคิดผิดเองที่ด่านายไปวันนั้น" อ๋อ ที่แท้ก็รู้สึผิดนี้เอง ถึงว่าล่ะทำไมถึงชวนผมมากินข้าวด้วย จะว่าไปผมก็ไม่ได้โกรธอะไรทีน่ะ แค่เจ็บใจนิดหน่อยที่โดนว่าแบบนั้น ถ้าพี่เค้าคิดแบบนั้นจริงผมก็ว่าดี เพราะผมก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เค้่าว่าจริงๆนั้นแหละ 



"ผมไม่ได้โกรธพี่หรอกน่ะจะว่าไปวันนั้นผมเองก็ผิดจริงๆนั้นแหละที่ทำตัวแบบนั้นอ่ะ แต่อย่างน้อนพี่ควรรู้ว่าจริงๆแล้วผมมีความรับผิดชอบ และไม่ได้เป็นอย่างที่พี่คิดวันนั้น" ผมตอบตามความจริงไป พี่เค้าเงียบพักหนึ่งแล้วพูดต่อ




"ขอบใจน่ะที่ไม่ได้เอาเรื่องหรือโกรธกัน ถือสะว่าเรื่องนี้ก็หายกันล่ะกันน่ะ แล้วเรามาเริ่มต้นเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีและเป็นมิตรต่อกันดีมั้้ย?" อึ้งสิครับ พุดสะขนาดนี้ผมก็อึ้งน่ะ ร่วมงานกันมาเดือนกว่าเพิ่งจะมาตกลงกันกับการเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกันเอาตอนนี้เนี่ยน่ะ ไม่ช้าไปหน่อยเหรอพี่ 






"ถ้าพี่ว่างั้นผมก็ได้หมดแหละ หายกันก็ได้" ผมว่างั้น เพราะอย่างที่บอกว่าผมก็ไม่ได้โกรธอะไรพี่สิงมากมายเท่าไหร่ เลยยอมไปอย่างง่าย 





และหลังจากอาหารมเสริฟและเราทั้งคู่ก็ทานไปคุยไปโดยที่โต๊ะไม่ได้มีแค่ผมกับพี่สิงโตหรอกน่ะ ยังมีพี่ผู้จัดการของพี่สิงโตนั่งอยุ่ด้วย แต่ผมก็ไม่ได้อึดอัดอะไร เพราะพี่ผู้จัดการพี่สิงเองก็ใจดี และเป็นกันเองเอามากๆ เค้าแนะนำชื่อของเค้าว่าเค้าชื่อ พี่เดียร์ ชื่อแม่งแตกต่างจากภาพลักษณ์เค้าเหลือเกิน ชื่อโครตแมนแต่ตัวเองนี่โครตมุ้งมิ้ง (หรือเอาง่ายก็คือตุ๊ดนั้นแหละครับ)




ผมนั้งทานข้าวไปคุยไปกับพี่สิงโต แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันนิดหน่อยเพราะยังไงเรื่องนี้เราเล่นเป็นคู่กัน จะว่าไปพี่สิงโตไม่ได้ขี้เก็กหรือหยิ่งอย่างที่ผมคิดไว้ตอนแรกหรอกน่ะ พี่เค้าคุยสนุก เป็นกันเองเอามาก และเป็นมีเหตุผล ที่เห็นลุคเค้าหยิ่งเพราะนั้นเป็นช่วงเวลางาน ถ้าอยุ่นอกเวลางานก็จะเป็นคนปกติแบบเราๆนี่แหละ ไม่ได้เก็กหรือหยิ่งแบบที่คิดไว้ แถมพี่เค้ายังคุยติดตลกด้วยน่ะ ผมเลยเริ่มที่จะเข้ากับพี่เค้าได้อย่างสบายๆโดยไม่ต้องคิดอะไรใดๆหรือกลัวเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน หลังจากที่คุยกันและทานข้าวกันเสร็จไปพักหนึ่ง พี่สิงเริ่มจัดการเครียร์บิลค่าอาหารและเดินออกจากร้าน 




"ขอบคุณน่ะครับพี่สำหรับอาหาร จะว่าไปที่นี้อาหารอร่อยมากเลย ผมยังไม่เคยมาที่นี้เลย" ผมเอ่ยปากขอบคุณพี่เค้าหลังจากที่เดินมาจนถึงที่รถ





"เอาไว้ว่างอีกเมือไรจะพากินอีกนะ ที่นี้ไม่ได้มีแค่อาหารไทยหรอกน่ะ มีเวลาเยอะกว่านี้แล้วฉันจะพามา" พี่สิงโต 




"เห้ยยย ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกพี่ ผมเกรงใจอ่ะ" ผมพุดตามความรู้สึกจริง อาหารที่นี้โครตแพง จะให้พามากินบ่อยได้ไง พีเค้าจะหมดเงินเปล่าๆ





"เอาน่าาา แค่นี้เอง ไม่ทำให้ขนแขนฉันร่วงหรอก กลับไปพักผ่อนได้แล้วน่ะ พรุ้งนี้ต้องออกกองแต่เช้าไม่หรือไง" พี่สิงโตเอ้ยยยย ทราบแล้วครับว่าพี่รวยยยยยยย





"งั้นผมกลับเลยกันน่ะพี่สิง ยังไงขอบคุณน่ะครับ " ผมยกมือไหว้พี่สิงโตและพี่เดียร์ตามมารยาท ยังไงพี่เค้าก็โตกว่าอยุ่แล้ว 







ผมออกรถขับตรงไปที่คอนโดเพือที่จะกลับไปพักผ่อน ก็อย่างที่พีสิงโตบอกนั้นแหละครับว่าพรุ่งนี้ผมต้องเข้าซีนแต่เช้า เลยต้องพักเอาแรงสักนิดหนึ่ง 






 







ผ่นไปประมานอาทิตย์กว่าๆได้ ด้วยกระแสละครที่เรทติ้งขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆครั้งที่ออนแอร์ จนถึงตอนนี้ผมกับพี่สิงโต จากที่แค่ถ่ายทำละครและโปรโมทละครนี้ ตอนนีก็มีงานเพิ่มขึ้นนเดี่ยวการมีอีเว้นต่างๆที่เราสองคนทุกเรียกให้ไปออกงาน ซึ้งถ้านักๆรวมๆกันทั้งหมดทั้งงานที่ออกแล้วกับงานที่ยังไม่ได้ออก รวมเกือบสิบกว่างานได้ ทำให้พวกนักแสดงต้องทำงานนักขึ้นเพราะวันถ่ายเช้าเย็นมีงานอะไรแบบนี้ก็มี แต่ผมว่าดีน่ะ เพราะอย่างที่รู้ว่าผมเองก็ชอบงานนี้ตั้งแต่แรกอยุ่แล้ว และอย่างวันนี้ผมได้ถ่ายทำละครคิวในตอนเช้าจนถึงสามโมง สี่โมงครึ้งมีอีเว้นที่ผมต้องออกคู่กับพี่สิงโต แต่พี่สิงโตจะสบายหน่อยเพราะวันนี้ไม่มีคิวถ่าย แต่ติดงานอีเว้นที่ออกคนเดียวตั้งแต่เช้า งานของตอนเย็นถึงจะออกคู่กัน 








และตอนนี้ผมกำลังอยุ่บนรถที่กำลังแล่นไปสถานที่ที่จัดงาน ซึ้งครั้งนี้ผมไม่ได้เป็นคนขับรถ อ้อ อยากจะบอกว่าตอนนี้ผมเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น เลยได้ผู้จัดการส่วนตัวของตัวเองแล้วครับ ชื่อพี่แมน อายุแก่กว่าผมปีหนึ่ง รับหน้าที่เป็นผู้จัดการของผมโดยผู้ใหญ่ในบริษัทส่งให้ เพราะผมเองก็ได้เซนต์สัณญากับบริษัทที่ผมทำงานด้วยเป็นที่เรียบร้อย มันก็คือบริษัทที่เดียวกันกับพี่สิงโตนั้นแหละ 





เมือถึงสถานที่จัดงานบอดี้การด์ที่ยื่นต้อนรับอยุ่ก็เป็นประตูรถให้ผมเดินลงไปเข้างงาน แค่ก้าวเท้าออกจากรถแค่นี้ก็เรียกเสียงกริ๊ดกร๊าดจากแฟนคลับที่ยื่นรออยุ่นับร้อยคนได้ แรกๆก็ไม่ชินนะ เขิลๆนิดหน่อย แต่ก็ดีใจที่มีคนชอบในผลงานของผม ถือว่าผมทำผลงานได้ดีเลยมีคนชอบเยอะขนาดนี้ 




"กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!"





ผมเดินผ่านแฟนคลับที่ยื่นกริ๊ดอยุ่เข้าไปในงาน เดินไปด้วยก็โบกมือทักทายแฟนคลับไปด้วย แฟนคลับก็ยิ้งกริ๊ดกันเข้าไปใหญ่ พี่แมนเดินนำผมนำหน้าเดินตรงตรงเข้าในงานไป และไปที่จุดพักของนักแสดงทันทีที่หลังเวทีโดยไม่ได้แวะเวียนเลย เมือไปถึงหลังเวลีก็เจอกับคู่ที่ออกอีเว้นกับในวันนี้กำลังนั่งซับหน้าเติมปากอยุ่พอดี 





"มาแล้วเหรอคริส" พี่สิงโตเอ่ยปากถามทันที ตอนนี้เลเวลความสนิทของผมกับพี่เค้าขึ้นไประดับหนึ่งแล้วล่ะ เพราะเท่าที่ร่วมงานกันมาและได้ปรับเข้าใจในคืนนั้นที่พี่สิงโตชวนผมไปกินข้าวด้วย พี่เค้าก็ทำดีกับผมตลอด ไม่ว่า ไม่ทำตัวหยิ่งเหมือนที่ผ่านมาแล้ว มีอะไรก็ปรึกษากันตลอด เหมือนได้มีพี่ชายแล้วล่ะตอนนี้ 




"สวัสดีครับพี่ มาถึงนานแล้วอ่ะดิ" ผมพุดไปแล้วเดินไปนั่งข้างๆพี่สิงโต 





"ก็สักพักแล้วล่ะ ถ่ายวันนี้เป็นไงบ้าง โอเคมั้ย?" พี่สิงโตถามผมแบบนี้เป็นประจำถ้าวันไหนที่เค้าติดงานจนไม่ได้ไปถ่ายหรือไม่มีคิวถ่าย




"ก็โอเคพี่ วันนี้ไม่ยากเท่าไหร่ พอได้แล้ว" ผมตอบไป




"เดี่ยวรู้สึกว่าจะเก่งขึ้นกว่าฉันแล้วน่ะ ละครออนไปไม่กี่ตอนก็ทำให้นายมีชื่อเสียงขนาดนี้ พ่อแม่นายคงภูมิใจ" โหไม่อยากจะพุด ถ้าเรื่องพ่อแม่ภูมิใจนิใช่เลย เพราะท่านทั้งสองโทรมาแสดงความยินดีและชื่นชอบผมไม่หยุดตั้งแต่ละครออนไปตอนแรกแล้วล่ะ 





"อะไรพี่ ไม่ขนาดนั้น ยังไงพี่ก็เป็นนักแสดงมานานกว่า แถมพี่แฟนคลับที่ต่างประเทศอีก ยังไงผมดังสู้พี่ไม่ได้หรอกครับ" เหมือนจะล้อเล่นแต่ผมพุดความจริง ยังไงพี่เค้าก็เก่งกว่าผมอยุ่แล้วอ่ะ ไม่มีทางที่จะเก่งกว่าหรอก 




เราสองคนพักเติมหน้ากันนิดหน่อย ทีมงานในงานก็เข้ามาบริฟงานพักหนึ่ง พิธีกรที่อยุ่บนเวทีอยุ่แล้วก็เรียกเราขึ้นไปบทเวที ผมกับพี่สิงโตเดินขึ้นไปบนเวทีก็เรียกเสียงกริ๊ดจาดหล่าวแฟนคลับของผมกับพี่สิง ทำให้เสียงกริ๊ดนั้นดังเป็นสองเท่า ผมสังเกตป้ายไฟมีทั้งชื่อผม ชื่อพี่สิงโต และก็มีป้ายชื่อคู่กันอย่าง'คริสสิงโต'ด้วย 





ผมกับพี่สิงถูกสัมภาษณ์ไปสักพัก เล่นเกมนิดหน่อย พอถึงช่วงท้ายเราก็โชว์การแสดงด้วยการร้องเพลงที่เท่าเตรียมกันมาอยุ่แล้วด้วย แต่สิ่งที่ทำให้ผมตกใจจนเกือบหลุดสมาธิไปด้วยท่าทางที่พี่สิงโตไม่เคยทำกับผมมาก่อน




เพราะอยุ่ๆ 





พี่สิงโต






ก็เดินมา





จับมือผม......และร้องเพลงต่อไปเรื่อยๆ 






ผมคิดว่าหน้าจะเป็นการเอาใจแฟนคลับน่ะ เพราะตั้งแต่ละครออนไปก็มีกระแสจิ้นขึ้นมา แต่บางทีก็ไม่ต้องเซอร์วิซแฟนคลับขนาดนี้ก็ได้มั้ง ผมตกใจเพราะพี่เค้าไม่ได้บอกผมก่อนหน้านี้ แต่ผมก็ไม่สะบัดหนี่หรืออะไรน่ะ ก็ปล่อยให้พี่สิงโตจับมือไว้อย่างนั้นโดยไม่คิดอะไร พอจบเพลงพี่สิงโตก็ปล่อยมือผมเหมือเดิมและลาแฟนคลับแล้วเดินลงเวทีโดยมีผมที่เดินตามหลัง 





"พี่สิง" ผมเรียกหลังจากที่ลงเวทีมาได้แปปเดียว





"ว่าไง" พี่สิงหั่นหน้ามาทางผม แล้วถามด้วยท่าทางสบายๆของเค้า 




"ทำไมพี่ไม่บอกผมก่อน" ผม






"บอกอะไร?" พี่สิงโต 





"ก็....ที่พี่ม่จับมือผม" ผม




"อ๋อ ทำไมอะ นายไม่ชอบเหรอ ทีหลังพี่ไม่จับแล้วก็ได้นะ" พี่สิงโตตอบแล้วทำทางจะเดินไป ผมเลยรับคว้าแขนพี่สิงให้คั่นกลับมา






"เปล่า ไม่ใช่ไม่ชอบ คือรู้ว่าที่พี่ทำมันคือการเซอร์วิซแฟฟนคลับ แต่พี่ก็ควรบอกกันก่อน ผมตกใจไง" ผม 






"นายคิดว่าที่ฉันจับมือนายนี้เป็นแค่การเซอร์วิซแฟนคลับงั้นเหรอคริส" ห้ะหมายความว่าไงว่าถ้าไม่ใช่





"พี่หมายความว่าไงอ่ะ?" ผมเอียงคอถามอย่างงงๆ 





"เปล่า ไว้วันหลังฉันจะบอกก็แล้วกัน ขอโทษที่ทำให้ตกใจน่ะ" พี่สิงตอบแบบนั้นแล้วส่งยิ้มมาให้ผม





"ขอโทษน่ะพี่ที่ผมตกใจ แต่แค่ตกใจจริงๆนะ ไม่ใช่ไม่ชอบ" ผผมตอบไปอย่างหน้าเสีย รุ้สึกผิดแฮะที่แสดงอาการแบบนั้นไป 




"ไม่เป็นไร เข้าใจ แต่ถ้านายไม่ได้ไม่ชอบ วันหลังฉันคงจับมือนายได้สิน่ะ" คำพุดพี่สิงทำให้ผมอึ้ง อะไรของพี่เค้าว่ะ  ทำหน้าทะเล้นๆใส่ผมด้วย แหย่ผมงั้นเหรอ ได้ อย่างนี้ต้องเจอแหย่กลับ ไม่โกงอยุ่แล้ว 





"ได้สิ แต่ยังไงพี่ต้องบอกผมก่อนนะ ไม่งั้นผมตกใจแล้วเผลอแตะพี่ตกเวทีไม่รู้น่ะ" ผมตอบไปแล้วทำทะเล้นๆกวนประสาทกลับ




"หึหึ กล้าเหรอ" พี่สิงโตยื่นหน้ามาใกล้ผมจนผมต้องถอยหลังไปหลายก้าว 




ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้ายังไง พี่สิงโตยิ้มเยาะพอใจอีกครั้งแล้วเดินออกไป ทิ้งให้ผมเหวออยุ่พักหนึ่ง อะไรอ่ะ แต่งแต่สนิทกันนี้ไม่เคยทำกับผมขนาดนี้น่ะ หหรือพี่เค้าจะแกล้งผมว่ะ 








*****TALK*****

ไม่ลงหลายวันแต่ไม่ได้หายไปไหนน้า ช่างนี้เค้างานยุ่งง่ะทุกโคนนน 
ขอโทษด้วยน้าค้าาา 
พาร์ทหน้าเป็นยังไง รอติดตามน้าา 
สองคนพี่น้องเริ้มหยอกล้อกันแล้ววว 55555 
ขอบคุณที่อ่านน่ะค่ะ
จู๊ปๆ 










 




 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น