จิ้นกันนัก เดี่ยวรักเลย(kristsingto)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 124 Views

  • 2 Comments

  • 9 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    13

    Overall
    124

ตอนที่ 3 : จิ้นกันนัก เดี่ยวรักเลย 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    5 มี.ค. 62

  SINGTO PART

ย้อนกลับไปวันแคสงาน....


ในวันที่มีคนแห่มาในงานแคสตัวละครที่ผมกำลังจะเปิดกล้องในอีกไม่ช้า แต่ยังขาดตัวละครสำคัญ ผมกับทีมงานเลยคิดว่าจะเปิดการแคสติ้งเพือขัดตัวมาแสดงกับผมในละครเรื่อง ซึ้งละครเรื่องเป็นเรื่องชายรักชาย บอกเลยว่างานนี้เอาใจสาววายที่ชื่นชอบละครหรือซีรีย์ชายรักชาย ซึ้งงานนี้เป็นครั้งแรกของผมที่ได้เล่นชายรักชาย เพราะที่ผ่านๆมาผมเล่นคู่กับหญิงตามปกติ และทุกละครที่ผมเล่น เรทติ้งก็เยอะไม่ใช่นาย ผู้ใหญ่เลยคิดกันว่าอยากให้ผมลองมาเล่นเป็นชายรักชายดูบ้าง ซึ้งผมเองก็ไม่เคยจะปฎิเสธงานใดๆอยู่แล้ว ผมรักอาชิพการเป็นนักแสดงนี้อยุ่แล้ว เลยไม่มีปัญหาอะไร 

"มาแล้วเหรอค่ะพี่สิงโต เชิญรอข้างในเลยน่ะคะ เดี่ยวจะเริ่มเรียกคนมาแคสงานที่ละคนแล้วละคะ" พี่ทีมงานเดินมาบอกผมเมือผมถึงที่ตึก 

"คนแคสทั้งหมดกี่คนเหรอครับ" ผมถามทีมงานเพราะเท่าที่ดูในวันนี้ไม่น่าจะใช่น้อยๆ เกือบร้อยคนได้ เพราะจำกัดใว้อยุ่แล้วว่าจะรับคนแคสงานนี้ไม่เกินร้อยคน 

" เรารับแค่80คนค่ะ กลัวว่าวันนี้คุณจะมีงานแทรก เราเลยวางแผนกันใหม่โดยไม่ทันได้บอกก่อน ขอโทษนะค่ะ" พร้อมก้มหน้าทำหน้ารู้สึกผิดต่อหน้าผม ผมไม่ได้ซีอะไรเลยไม่โกรธ ผมพยักหน้ารับแล้วเดินไปที่ห้องแคสงานทันที ในห้องก็มีพี่ผู้กำกับที่ผมร่วมงานมาแล้วหลายต่อหลายครั้งได้แล้วมานั่งรออยุาแล้วในห้อง และมีพี่ทีมงานอีกคนคอยเป็นกรรมการขัดเลือกตัวนักแสดง ตำแหน่งที่นั่งของผมคืดตรงกลางอยุ่แล้วครับ ผมเดินไปที่โต๊ะยกมือไหว้พี่ๆเค้าก่อนจะนั่งลงไปและส่งสัญญาณบอกทีมงานที่อยุ่ข้างนอกว่าให้เริ่มเรียกคนเข้ามาแคสได้แล้ว พวกเราพร้อมแล้วอะไรประมาณนี้ 

ตลอดดระยะเวลาเกือบทั้งวันที่ผมมานั่งขัดเลือกนักแสดงที่จะมาเล่นคู่กับผม ที่เท่าดูคนที่ผ่านๆมาแล้วไม่มีใครเข้าตาผมเลยสักคนเดียว บางคนก็โชว์การแสดงได้น่ะ แต่สำหรับผมเฉยๆ

จนกระทั้งมาถึงคิดของคนๆหนึง

"เอ่อ...ครับ สวัสดีครับ ผมคริส พีรวัส ครับ เป็นคนกรุงเทพนี้แหละครับ อายุ 23 ปีครับผม" 

ผู้ชายผิวเขา ใส่เสือยืดสีดำข้างในและคลุมด้วยเสือคลุมสีขาวบางๆ ใส่กางเกงยืนส์ขาแดฟและรองเท้าผ้าใบสีขาว ใบหน้าที่อ่อนกว่าวัยนิดหน่อยจะออกแนวจีนๆ แต่มีรอยยิ้มที่น่ารักเป็นพิเศษ ยื่นเกาหัวท่าทางเกร็งๆอยุ่ข้างหน้าผม ตลอดการแคสของเค้าผมมองแบบไม่คลาดสายตาเลย ถึงแม้มองผ่านแว่น แต่ผมรู้สึกได้ว่าเด็นคนนี้มีอะไรพิเศษแน่นอน และเหมือนเด็กคนนี้จะรู้ตัวว่าถูกผมมองอยุ่ตลอดเวลา ผมเลยทำเป็นหั่นไปที่อื่นบ้าง ทำเป็นอ่านใบแคสงานที่อยุ่ตรงหน้าผมบ้าง เพราะดูแล้วเด็กคนนั้นเกร็งมากเมือรู้ว่าผมมองเค้าอยุ่ 

ผ่านไปเป็นเวลานานพอสมควรสำหรับการแคสงานในวันนี้ พอตกเย็น เมือแคสงานกันเสร็จหมดทุกอย่างก็เหลือขึ้นตอนการเลือกตัวนักแสดงหรือประชุมนั้นเอง แน่นอนว่าเรื่องนี้ผมจะเป็นคนเลือก เราตกลงกันไว้อย่างนั้นตั้งก่อนเปิดการแคสอีก 

"สิง ถูกใจคนไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า เพราะเราตกลงกันไว้ว่าสิงเป็นคนเลือกคู่ของตัวเองในละครเรื่องนี้" พี่ผู้กำกับพูดขึ้นมาหลังจากรวบรวมประวัติและรุปภาพของนักแสดงที่มาแคสงานในวันนี้

"มีอยุ่คนหนึงครับ ผมสนใจในตัวเด็กคนนี้ครับ" ผมพูดหร้อมยกรูปของคนคนหนึงขึ้นมาและยื่นไปให้พี่ผู้กำกับ

"คริส พีรวัส งั้นเหรอ"

"ใช่ครับ เท่าที่ผมอ่านประวัติ เด็นคนนี้รักในการแสดงมาก ผมเลยอยากลองร่วมงานดูครับ อะไรที่เค้าไม่รู้ให้พวกทีมงานค่อยสอนไปที่ละนิด เพราะเด็กคนนี้ไม่เคยเล่นละครแบบนี้มาก่อน นี้เป็นการแคสงานแรกของเค้า" ผมพุดออกมาอย่างตั้งใจ และมั้นใจมากว่าจะร่วมงานกับเด็กคนนี้ให้ได้ 

"แต่เท่าที่พี่ดูเด็กคนนี้แคสเมื้อกี้ บอกตรงๆนะว่าไม่โอ น้องมันดูเกร็งๆยังไงไม่รู้ แถมพูดอ้ำๆอึ้งๆอีกต่างหาก พี่กลัวว่าถ้าเอาเด็กคนนี้จะทำให้เราเสียงานนะสิง ลองคิดอีกทีไหม?" นั้นคือความคิดเห็นของผู้กำกับละครับ แต่คิดว่าผมสนใจเหรอ ?

"สิงขอยืนยัน ว่าสิงจะร่วมงานกับเด็กคนนี้ ส่วนเรื่องเสียงานหรือไม่นั้น ผมบอกไปแล้วไงครับว่าให้ทีมงานค่อยๆบริฟ ค่อยๆสอนไป เพราะนี้เป็นงานแรกของเค้า สิงขอน่ะพี่ สิงสนใจร่วมงานกับเด็นคนนี้จริงๆ"  ผมตอบไปอย่างหนักแน่นจนผู้กำกับทำหน้าเครียด ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เด็กคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมสนใจในตัวเค้า และผม......

เลือกเด็กคนนี้แล้วด้วย




วันฟิตติ้งชุด.....


ผมติดธูระนิดหน่อยเลยทำให้ไปที่ตึกเพือฟิตติ้งเรทไปหน่อย เมือมาถึงที่ตึกและถึงที่ห้องฟิตติ้งชุด ก็เด็กคนที่ผมเลือกมาเป็นคู่ในละครเรื่องนี้กำลังถ่ายอยุ่ หึ มาใว้เหมือนกันนะเรา ผมไม่รออะไรทั้งนั้น ในเมือผใมีอาชีพเป็นนักแสดงอยู่แล้วเลยรู้งานว่าควรทำไรหลังจากนี้ ผมเดินไปไหว้พวกทีมงานทั้งหลายก่อนแล้วเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าทำผมเตรียมการถ่ายทันที เห็นผมลุคแบบนี้ผมก็เคารพทีมงานเหมือนกันนะ



จังหวะที่ผมกำลังจะเปิดประตูออกไปทำงานถ่ายฟิตติ้ง ดันตรงจังหวะกับคริสที่เดินมาเปิดประตูพอดี 

"ถ่ายเสร็จแล้วเหรอ" ผมถามไปแบบนิ่งๆ แต่ไอเด็กยื่นตะลึงอยุ่ตรงหน้าผม ผมมองหน้าตะลึงของมันแล้วอยากจะหัวเราะ แต่ขำไม่ได้ มันดูทะเล้นและ....น่ารัก....นังไงก็ไม่รู้ คริสยังจ้องหน้าผมอยุ่ จนผมต้องพุดขึ้นมาอีกรอบ 

"ฉันถามไม่ได้ยินเหรอ?"

"หะห้ะ พี่ถามผมเหรอ?" เอ้าเห้ย ยื่นกันอยุ่ตรงนี้เห็นๆจะให้กูไปถามใครละ แปลกจริงๆ 

"ก็คนที่ยื่นอยุ่ตรงนี้คือนาย จะให้ฉันถามใครล่ะ" ถามแปลกๆ "ฉันที่ถามว่าถ่ายเสร็จแล้วเหรอ?"

"อ๋อใช่ครับ พี่ทีมงานให้ผมพักเปลี่ยนชุดครับ"

"ก็ดี มาตรงเวลา แถมทำงานเป็นเรื่องเป็นราวดี นายรู้อยุ่แล้วเหรอว่างานในวงการเป็นยังไง?" ดูท่าทางเหมือนจะรู้น่ะ 

"ก็นิดหน่อยครับ" รู้จริงด้วยเว่ย

"ก็ดี จะได้ไม่ต้องมานั่งสอนหรืออธิบาย ฉันชื้นชมนายน่ะ" อันนี้ชมไปงั้นแหละ เผิอเวลาทำงานจะได้ชินๆกันเร็วขึ้น 

"ขอบคุณครับ ว่าแต่ทำไมพี่ถึงมาทีหลังอ่ะครับ ผมคิดว่าพี่น่าจะมาถึง....."

"เรื่องของฉันนายไม่ต้องรู้หรอก ทำงานในหน้าที่ตัวเองก็พอ เข้าใจไหม?" ถามคำถามมาอย่างนี้ไม่ถามกูว่า ทำไมพี่ไม่มีความรับผิดชอบสะเลยละ ทำเป็นสุภาพ จะอวดว่าตัวเองมาเร็วและตรงเวลากว่างั้นดิ 


ผมเดินอารมณ์เสียไปโดยไม่สนใจว่ามันจะพุดอะไร และถ่ายงานไปเรื่อยๆ จนกระทั้งถึงตอนถ่ายรุปคู่ด้วยกัน ผมกับัรสบตากัน ระหว่างที่สบตากันนั้นเด็กคนนี้ดูท่าทางจะเกร็งมากกว่าปกติ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม และจู่ๆ


"คุณคริสครับ!!"


"โอ้ยยยยย !!!!!!!!!!!!!!!! คริส เจ็บน่ะ นายเป็นไรของนายเนี้ย" ไอเด็กนี่มันเหยียบเท้าผมครับ รู้หรอกว่าตกใจที่ทีมงานเรียกชื่อแบบนั้น แต่แค่สะดุ้งแค่นี้ทำไมถึงขั้นต้องเหยียบเท้ากันด้วย


"ผมขอโทษครับพี่สิง คริสประมาทไปหน่อย เจ็บไหมครับ"


"ไม่ต้องมายุ่ง !!!!!!!!!! ไปตั้งสติก่อนไป แค่ฟิตต้งแค่นี้ต้องประมาทขนาดนั้นเลยเหรอ"

ผมตะคอกใส่โดยไม่รู้ตัว เพราะด้วนความที่เท้าผมเจ็บ พอโดนผมตะคอกไปคริสมันก็เดินออกไปข้างนอกทันที จนผมเริ่มมีสติ เชี่ยเอ้ยย ! ทำไมผมต้องไปตะคอกมันแบบนั้นด้วยว่ะ ผมเป็นคนไม่ค่อยจะควบคุมสติตัวเองไม่ได้เวลาโกรธหรือเจ็บ จะรู้ตัวอีกทีก็เมือผมดึงสติกลับมานี้แหละครับ กูทำไรลงไปว่ะเนี้ย 

พอเท้าผมหายเจ็บ ผมเหลือบไปเห็นทีมงานคนหนึงออกไปข้างนอก คิดว่าหน้าจะไปตามคริสเข้ามา ผมเลยตามไปด้วยโดยทีมงานคนนั้นไม่รุ้ตัว 

"คือ.....จะเป็นไรไหมครับถ้าผมจะขอ....."

"ขออะไร??" ถามเพือขัดจังหวะแค่นั้นแหละ ผมรู้อยุ่แล้วว่าจะขออะไร อะไรกัน เรื่องแค่ถึงขึ้นคิดจะถอนตัวรึไง บ้ารึปาว คิดเหรอว่าจะยอม 

"อย่าบอกน่ะว่าแค่นายเหยียบเท้าฉันแค่นี้ ทำเสียงานเล็กน้อยๆแค่นี้ถึงกับจะถอยงั้นเหรอ จะว่าไปฉันคิดว่านายชอบในการแสดงและมีความรับผิดชอบมากพอน่ะ แต่ความเป็นจริงแล้วนายก็เหมือนผู้ชายที่ขี้ป๊อดคนหนึง จริงๆงานมันก็ไม่ได้เสียอะไร แค่ทำฉันเจ็บเท้าแค่นี้เอง ทำไมล้อส่ะแล้วละ"  ผมต้องทำทุกวิถีทางที่จะไม่ให้มันถอนตัวเด็ดขาดแน่

"ผมมีความรับผิดชอบน่ะครับ ที่ผมจะถอยก็เพราะผมกลัวว่ายิ่งผมทำงานไปมันอาจจะยิ่งทำให้เสียงายจริงๆน่ะสิครับ" โหห...พุดเหมือนตอนที่ผู้กำกับพุดในวันแคสงานเลย

"แล้วถ้าฉันไม่ให้ละ"

"พี่มีสิทธ์ที่จะห้ามผมด้วยเหรอครับ" ท่าทางมันจะเอาจริง

"มีสิ ! สิทธ์ในความเป็นพระเอกในเรื่องนี้และสิทธ์ของคนที่ให้โอกาสนายคนหนึงด้วย" เอาสิ ยังจะกล้าถอนตัวอีกไหมละ

"ให้โอกาส ???" 

"ใช่ ฉันเป็นคนขอให้ผู้กกำกับเลือกนายมาเป็นคู่ในเรื่องนี้ และการตัดสินใจของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นทีมงานหรือนักแสดงเองก็ตาม ทุกอย่างมันขึ้นอยุ่ที่ฉันทั้งหมด!!"

"........................"

"และเท่าที่ฉันอ่านประวัติของนายมา นายมีความฝันอยากเป็นนักแสดงอยุ่แล้วไม่ใช่เหรอ นี้แค่เก้าแรกของนาย ผิดพลาดแค่นี้นายถึงขั้นจะถอนตัวออกจากละครนี้ไป มันไม่ขี้ขลาดไปหน่อยเหรอ"

"........................"


"ฉันจะบอกอะไรให้น่ะ ถ้านายยังเป็นแบบนี้อยุ่ ไม่ว่านายจะผ่ายการแคสงานอะไร นายก็จะไม่มีวันทำความฝันนายได้สำเร็จหรอก เพราะนายมันขี้ขลาดเกินไป!" ผมลองพูดแบบดูถูกเข้าให้ และบอกความจริงที่ว่าผมเป็นเลือกเค้ามาเป็นคู่ผมในเรื่องเลย เพือที่จะไม่ให้เค้าถอนตัว 


"แล้วทำไมพี่ถึงเลือกผม?"


"ก็เพราะฉันคิดว่านายมีความกล้าหาร และมีความรับผิดชอบ และรักในการแสดงมากพอที่ฉันจะได้ร่วมงานด้วย แต่เท่าที่ฉันพิสุจมาแล้ว นี้แค่งานแรก นายก็ท้อ แบบนี้ จะร่วมงานกันคงยาก"


"ในเมือพี่รู้ว่าผมเป็นแบบนี้ทำไมพี่ถึงไม่ให้ผมถอนตัวล่ะ มันดีแล้วไม่ใช่เหรอที่ผมจะถอนตัว มันไม่ต้องถูกตรงไหน?" มันไม่ใช่เรื่องความถูกต้องหรือไม่ถูกต้องหรอกเว้ย 

"เพราะ................"


"เพราะอะไร บอกผมมาสิ"  เอ่อนั้นดิ ผมเองก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไมผมถึงรั้งมันไว้ด้วย แต่ยังไง ผมก็ไม่ยอมให้มันถอนตัวแน่ๆ


"เพราะอะไรนายไม่จำเป็นต้องรู้ เอาเป็นว่าฉันไม่ให้นายถอนตัว ฉันเลือกนายมาแล้ว กรุณาทำงานให้คุ้มกับที่ฉันไปนั่งเสียเวลาขัดคนแล้วเลือกคนอย่างนายมาร่วมงานด้วยหน่อยก็แล้วกัน" ขี้เกียจพุกมาก ผมพุดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดไป ดูท่าทางมันคงจะไม่ถอนตัวละมั้ง โดนผมพุดจาแบบนี้เข้าใส่ ใครๆก็ไม่ชอบโดนว่าไม่มีความรับผิดชอบอยุ่แล้ว พูดจบผมเดินเข้าห้องสตูที่ถ่ายฟิตติ้งของผมเหมือนเดิมโดยไม่สนใจอะไร 
ผมเข้าไปสักพัก คริสก็เดินเข้ามาถ่ายงานต่อจนเสร็จ 


"ผมกลับล่ะนะครับ" คริสทักผมก่อนที่จะกลับหลังจากไหว้ลงทีมงานทุกคนเสร็จ 

"กลับไปสิ ไม่มีใครรั้งนายไว้นิ" กวนตีนใส่เล็กน้อยถึงปานกลาง 

"หวังว่าวันเปิดกล้องนายจะไม่ขี้ขลาดอีกนะ"  ผมพุดเหมือนคริสมันกำลังจะเดินออกไป มันค่อยๆหั่นหลังมาหาผมและพุดด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังควบคุมอารมณ์และกัดฝันพุด

"พี่จะไม่มีวันเห็นผมเป็นแบบนั้นอีกแน่"

"หึ ฉันจะคอยดู" พุดจบผมเดินออกจากที่นั้นอย่างสะใจ แกล้งมันดีก็ดีเหมือนนะ 

"พี่....เดี่ยวผมขอเบอร์ของคริสมันด้วยนะ ช่วยขอกับทีมงานให้ผมด้วย" ผมบอกกับผู้จัดการส่วนตัวผม

"จะเอาไปทำไรอ่ะ" 

"เถอะน้า ไม่ต้องรู้หรอก"  ยิ้มมุมปาก


เย็นวันนั้นผมได้เบอร์ของคริสนั้นมาเรียบร้อยแล้ว และกลับเข้ามาที่คอนโด พอเมมเบอร์แล้วไลน์ก็ขึ้น ผมเลยคิดอะไรสนุกๆออกทันที ผมส่งสติกเกอร์ไปหามันครับ

"ใครครับ ? ได้เบอร์ผมมาจากไหน? ไม่น่าเชื่อ ตอบด้วยว้อย

"ไม่จำเป็นต้องรู้" ผมตอบไปตามสไตล์ คิดว่าตอบแค่นี้ครัสมันคงจับไม่ได้หรอกมั้งว่าคำพุดนี้ผมชอบพุดบ่อยๆจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว 

หลังจากแกล้งเด็กบ้านี้เสร็จ ผมก็เตรียมตัวที่จะไปอาบน้ำและหาไรกินตามอัธยาศัยของผม 



อยากให้ถึงวันเปิดกล้องไว้ๆจัง....... ยิ้มมุมปากไปทีหนึง 






*****TALK*****

โอ้ยยย เจอกันไม่กี่ครั้งก็เริ่มกันไปมาสะแล้ว 
เป็นไงบ้าง ชอบกันมั้ยเอ่ย 
ขอบคุณที่อ่านกันนะคะ จะพยายามลงทุกวันหรือไม่ก็วันดว้นวันน้า 
จู๊ปปปปป








 


 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #2 Na_army_aghase (@Na_army_aghase) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:12
    พี่สิงนี้ร้ายนะ
    #2
    0