จิ้นกันนัก เดี่ยวรักเลย(kristsingto)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 123 Views

  • 2 Comments

  • 9 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    12

    Overall
    123

ตอนที่ 2 : จิ้นกันนัก เดี่ยวรักเลย 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 มี.ค. 62

KRITS PARK

หลังจากที่ผมได้ไปแคสงานและไดรับบทบาทนั้นมา ผ่านมา 1 อาทิตย์ทีมงานก็ได้ติดต่อผมเพือให้ไปถ่ายฟิตติ่งชุดในเรื่องนี้ครับ เมือถึงวันนั้นผมก็ได้ไปตามนั้นอย่างถูกต้อง และไม่สายด้วย พอไปถึงได้ทีมงานได้วัดตัวของผมและให้เป็นคนถ่ายก่อน เพราะพี่สิงโตอะไรนั้นยังไม่มาครับ ผมเองก็ไม่ได้สนใจอะไร ทำงานขอผมไปเรื่อยสักพักประตูของสตูที่ผมกำลังถ่ายอยุ่ก็เปิดออก ใช่ครับ พี่สิงโตมาถึงแล้วพร้อมกับอีกคน ซึ้งผมเดาไว้ว่าน่าจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวของพี่เค้า เพราะผมเห็นตั้งแต่วันแคสล่ะ พอพี่เค้ามาถึง พี่สิงและผุ้จัดการส่วนตัวก็มุ้งเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวทันทีโดยไม่รีรออะไร สงสัยคงจะรู้ตัวสิว่ามาสายเลยรีบสิน่ะ ผมถ่ายอีกประมาณ 4-5 ชอตทีมงานก็ให้ผมพักทันที่เพือถ่ายคิวของพี่สิงโตต่อ ผมยกมือไหว้ขอบคุณทีมงานแล้วเดินกำลังจะเค้าห้องแต่งตัว และช่วงที่ผมกำลังเปิดประตูที่ห้องแต่งตัวดันเจอร่างสูงที่ยื่นอยุ่เพือจะออกมา ผมนี้แถบสะดุ้ง ดีน่ะที่ไม่เดินเข้าไปเลย จังหวะมันได้จังว่ะ 

"ถ่ายเสร็จแล้วหรอ?" เสียงเจ้าร่างนั้นทักผมก่อน ผมมั้วแต่ตะลึงกับความหล่อของเค้า และกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆจากตัวเค้า พี่สิงโตในพารท์ทำงานนี้หล่อดีเหมือนแฮะ ผู้ชายอะไรหล่อมากขนาดนี้ ในขนาดที่ผมกำลังตะลึงอยถ่นั้นจู่ๆก็มีเสียงคนพุดดังขึ้นมาอีกรอบ 

"ฉันถามไม่ได้ยินเหรอ ?"  
"หะห้ะ พี่ถามผมเหรอ ?" ตกใจสิครับ พอผมเงยหน้าไปมองหน้าเจ้าของเสียง สายตาที่จ้องมานั้นคือแบบว่า จ้องเหมือนจะกินคนยังไงอย่างนั้นเลย
"ก็คนที่ยื่นอยุ่ตรงนี้คือนาย จะให้ฉันถามใครล่ะ ?  ฉันถามว่าถ่ายเสร็จแล้วหรอ?"
"อ๋อใช่ครับ พี่ทีมงานเค้าให้ผมพักเปลี่ยนชุดครับ "
"ก็ดี มาตรงเวลา แถมทำงานเป็นเรื่องเป็นราวดี นายรู้อยุ่แล้วเหรอว่างานในวงการเป็นยังไง?"
"ก็นิดหน่อยครับ"
"ก็ดี จะได้ไม่ต้องมานั่งสอนหรืออธิบาย ฉันชื้นชมนายน่ะ"
"ขอบคุณครับ ว่าแต่ทำไมพี่ถึงมาที่หลังอ่ะครับ ผมคิดว่าพี่น่าจะมาถึง......"
"เรื่องของฉันนายไม่ต้องรู้หรอก ทำงานในหน้าที่ตัวเองก็พอ เข้าใจไหม?"

เอ้า โดนดุเฉย ตอนดุสีหน้าคือแถมจะกลึนคนได้ทั้งคนล่ะมั้งเนี้ย จะเข็มไปไหนว่ะหน้าเนี้ย ส่วนเค้าก็เหมือนเดิมเลยครับ เหมือนตอนเจอที่งานแคสเลย คือจบประโยคปุ๊ป เค้าก็เดินไปเลย ผมว่าอีกไม่นาน่าจะชินกับอาการของเค้าที่เป็นแบบนี้ละมั้ง พอพี่เค้าเดินไปถ่ายงานต่อ ผมเองก็เข้าห้องไปเปลี่ยนชุดที่สองต่อเลย แต่งหน้าเล็กน้อย ทำผมนิดหน่อย หลังจากนั้นผมก็ออกมาจากห้องแต่งตัวมานั่งรอถ่ายที่เก้าอี้นักแสดงที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ ผมนั่งมองดูพี่สิงโตเค้าถ่ายงานแบบเพลินๆเลยครับ พี่เค้าในพารท์การทำงานคือเท่แบบบอกไม่ถูก และทำงานได้ใว้มาก ทีมงานแถมจะไ่ม่ต้องสั่งไรมาก ด้วยความที่พี่เค้าเป็นมืออาชีพอยุ่แล้ว และรู้คาเรกเตอร์ของตัวเองดีเลยรู้ว่าควรวางท่ายังไง แบบไหน 

"อันนี้พี่สิงต้องยิ้มละนะคะ แบบฟรีสไตล์นิดนึงคะ ไม่เข็มเกินไปแล้วน่ะคะ" เสียงพี่ทีมงานครับ พี่สิงรับคำแต่โดยดีและยิ้มตามที่พี่ทีมงานเค้าบอกใว้ ผมได้เห็นรอยยิ้มของพี่เค้าแบบเต็มครั้งแรกต่อ ทำไมผมรู้สึกแบบนี้ว่ะ ทำไมใจเต้นรัวแบบบอกไม่ถูก เป็นไรเนี่ย รอยยิ้มที่ผมเห็นั้นมันละมุนสะยิ้งกว่าอะไร ยิ้มหวานที่ไม่เคยมาก่อน ผมไม่เคยคิดว่าพี่สิงโตนั้นจะยิ้มหวานได้ขนาดนี้ เพราะตั้งแตาเจอเค้าครั้ง เค้าเอาแต่หน้าเข็มตลอดเวลา จนในใจนี่อยากจะเรียกว่าดาราขี้เก็กมากกว่าดาราหน้าหยิ่งด้วยซ้ำ เวลาพี่สิงยิ้มมันหล่อกว่าทุกครั้งที่เห็นมากก่อนหน้านี้ พี่สิงถ่ายงานไปสักพัก พอพี่ทีมงานให้พักเปลี่ยนชุด พี่เค้าก็กลับมาทำหน้าเข็มอีกเหมือนเดิม แล้วแต่เดี่ยวนะ เมือกี้ผมเพ้อเจ้ออะไร ทำไมต้องชมพี่สิงโตนั้นขนาดนั้นด้วย ตายๆๆๆ เอามือตบหน้าตัว 10 ที บ้าไปแล้วแน่ๆ  นี้ไม่ใช่การเจอกันครั้งแรกสักหน่อย ทำไมต้องเป็นแบบนี้ โอ้ยยยยยยย 

"คุณคริสเตรียมตัวถ่ายต่อนะคะ" เสียงพี่ทีมดึงสติผมให้กลับมาได้ครับ เฮ้อ ผมเดินไปถ่ายงานต่อเหมือนเดิม ส่วนพี่สิงก็เข้าไปในห้องแต่งตัวเพือเปลี่ยนชุดเหมือนกัน ผ่านไปไม่นานผมกับพี่สิงเริ่มคู่กัน ทุกอย่างราบรื่นดีครับ เพราะมันแค่งานถ่ายรุปฟิตติ้งชุด ที่ถ่ายผ่านๆมาผมไม่ประมาทนะครับ ถ่ายไปได้เรื่อยๆเลย แต่ใครจะคิดละครับว่ามันจะผิดพลาดตรงที่ชอตการจ้องตากัน เมือพี่ทีมงานได้สั้งให้ผมหั้นเข้าหาตัวพี่สิงและสบตากัน มันไม่ใช่แปปเดียวสะด้วยสิ เราสองคนสบตาเพือจะได้รุปที่ดีที่สุดก็นานพอสมควรนะ ตัวผมนี่เกร็งไปหมดทั้งตัว และสักพัก..

"คุณคริสครับ" 
"โอ้ยยยยย !!!!!!!!!!!!!!!!! คริสเจ็บน่ะ นายเป็นไรของนายเนี้ย"  เสียงของพี่ทีมทำให้ผมสะดุ้งจนผมดันไปเหยียบเท้าของพี่สิงโตครับ งานนี้กูจะรอดป่ะเนี่ย 
"ขอโทษครับพี่สิง คริสประมาทไปหน่อย เจ็บไหมครับ" 
"ไม่ต้องมายุ่ง !!!!!!!!!!!!! ไปตั้งสติก่อนไป แค่ฟิตติ้งแค่นี้ต้องประมาทขนาดนั้นเลยเหรอ" 
"ผมขอโทษ......"

ไม่ทันได้ขอโทษไรพ่เค้าก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ของนักแสดงที่ทีมงานตั้งไว้ ผมไม่รุจะทำไงเลยเดินออกไปนอกสตูเพือผ่อนคลาย และอีกอย่างผมรู้สึกผิดที่ทำพี่เค้าเจ็บ ถ้าผมทำงานนี้ต่อมีหวังงานพังเพราะผมแน่เลย ทำไงดีว่ะ นี้แค่เริ้มงานได้แปปเดียวก็มีปัญหาสะแล้วอ่ะ 

"คุณคริสคะ เข้าไปข้างในได้แล้วคะ" เสียงพี่ทีมงานมาตามผมครับ ใครมันจะกล้าถ่ายต่อละครับ ผมไม่กล้าสู้หน้าพี่สิงเค้าแล้วเนี่ย 
"อ่าาาา คือออ......"
"มีอะไรรึป่าวค่ะ"
"คือ.....จะเป็นไรไหมครับถ้าพุดจะขอ....."
"ขออะไร??" เสียงนั้นไม่ใช่เสีนงของพี่ทีมงานที่ยื่นอยุ่ตรงหน้าของผมแน่นอนครับ ผมกับพี่ทีมงานเลยหั่นไปตามเสียงนั้น เจ้าของเสียงนั้นคือพี่สิงโตครับ ยื่นเก็กอยุ่ห่างกับพี่ทีมงานที่ผมกำลังคุยอยุ่พอสมควร 
"อย่าบอกนะว่าแค่นายเหยียบเท้าฉันแค่นี้ ทำเสียงานเล็กๆน้อยๆแค่นี้ถึงกับจะถอยงั้นเหรอ จะว่าไปฉันคิดว่านายชอบในการแสดงและมีความรับผิดชอบมากพอน่ะ แต่ความเป็นจริงแล้วในนายก็เหืมือนผู้ชายที่ขี้ป๊อดคนหนึงอ่ะ จริงๆงานมันก็ไม่ได้เสียอะไร แค่ทำฉันเจ็บเท้าแค่นี้เอง ทำไมท้อสะแล้วละ"
"ผมมีความรับผิดชอบนะครับ ที่ผมจะถอยก็เพราะผมกลัวว่ายิ่งผมทำงานไปมันอาจจะยิ่งทำให้เสียงานจริงๆน่ะสิครับ"
"แล้วถ้าฉันไม่ให้ละ"
"พี่มีสิทธ์ที่จะห้ามผมด้วยเหรอครับ"
"มีสิ ! สิทธ์ในความเป็นพระเอกในเรื่องนี้ และสิทธ์ของคนที่ให้โอกาสนายคนหนึงด้วย"
"ให้โอกาส ???"
"ใช่ ฉันเป็นของให้ผู้กำกับเลือกนายมีเป็นคู่ในเรื่องนี้เอง และการตัดสินใจของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นทีมงานหรือนักแสดงเองก็ตาม ทุกอย่างมันขึ้นอยุ่ที่ฉันทั้งหมด!!"
"....................."
" และเท่าที่ฉันอ่านประวัติของนายมา นายมีความฝันอยากเป็นนักแสดงอยุ่แล้วไม่ใช่เหรอ นี้แค่เก้าแรกของนาย ผิดพลาดแค่นี้นายถึงขั้นจะถอนตัวออกจากละครนี้ไป มันไม่ขี้ขลาดไปหน่อยเหรอ"
"........................."
" ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้านายยังเป็นแบบนี้อยุ่ ไม่ว่านายจะผ่านการแคสงานอะไร นายก็จะไม่มีวันทำความฝันนายได้สำเร็จหรอก เพราะนายมันขี้ขลาดเกินไป!"
"แล้วทำไมพี่ถึงเลือกผม?"
"ก็เพราะฉันคิดว่านาย มีความกล้าหาร และมีความรับผิดชอบ และรักในการแสดงมากพอที่ฉันจะได้ร่วมงานด้วย แต่เท่าที่ฉันพิสุจมาแล้ว นี้แค่งานแรก นายก็ท้อ แบบนี้ จะร่วมงานกันคงยาก"
"ในเมือพี่รู้ว่าผมเป็นแบบนี้ทำไมพี่ถึงไม่ให้ผมถอนตัวล่ะ มันดีแล้วไม่ใช่เหรอที่ผมจะถอนตัว มันไม่ถูกตรงไหน?"
"เพราะ................."
"เพราะอะไร บอกผมมาสิ"
"เพราะอะไรนายไม่จำเป็นต้องรู้ เอาเป็นว่าฉันไม่ให้นายถอนตัว ฉันเลือกนายมาแล้ว กรุณาทำงานให้คุ้มกับที่ฉันไปนั่งเสียเวลาเพือขัดคนแล้วเลือกคนอย่างนายมาร่วมงานด้วยหน่อยก็แล้วกัน"

พุดจบพี่สิงก็เดินไปเข้าห้องสตูไปเลย ทิ้งผมยื่นงงอยุ่คนเดียว ผมไม่เข้า ทำไมพี่เค้าไม่ให้ผมถอนตัว แล้วทำไมพี่เค้าทำเหมือนวันแคสงานคือเจาะจงมาที่ผมคนเดียว ผมงงไปหมดแล้วเนี่ย ทำไมว่ะ แต่ยังไงก็เถอะ ไอพี่สิงมันดูถูกผมว่าผมไม่มีความรับผิดชอบในด้านการงานแบบนี้ผมรับไม่ได้แน่นอน ผมคงถอยไม่ได้สินะ ไม่งั้น เค้าจะยิ่งดูถูกผมใหญ่ ผมไม่ยอมแน่นอน ไม่ให้กูออก กูก็อยุ่ต่อก็ได้ว่ะ  !!! ผมเดินตูมตามไปที่ห้องสตู พอเข้าไปก็เห็นไอพี่สิงยื่นเหมือนรอผมมาถ่ายรูปอยุ่พอดี 

"เอ้า มาแล้วเหรอ มาๆถ่ายต่อกันนะครับ" พี่ทีมงานลากมือผมมาถ่ายงานต่อ ผมไม่ขัดอะไร ยอมเดินไปถ่ายแต่โดยดี ซึงเราสองคนถ่ายกันคือชอตสบตาต่อจากตอนที่ผมประมาท ซึ้งครั้งนี้มันแตกต่างจากก่อนหน้านี้ ผมสบตากับไอคนตรงหน้าได้แบบไม่มีความเกร็งเลยแม้แต่นิดเดียว มองมามองกลับไม่โกง และถ่ายต่อไปอีกพักใหญ่ๆจนกระทั้งถึงชุดสุดท้ายการถ่ายในวันนี้ ตลอดการถ่ายฟิตติ้งหลังจากที่ผมโดนไอพี่สิงมันดูถูก ผมทำงานได้ง่ายและเร็วขึ้น เพราะตัวผมไม่มีความเกร็งและเพ้อแต่อย่างใดเลย ลุยอย่างเดียว ถามว่าเหนือยไหม ไม่นะ แค่ถ่ายรุปแชะๆ ไปเรื่อยๆแค่นั้น ถ้าจะเหนือยจริงๆก็น่าจะเป็นวันเปิดกล้อง การฟินติ้งแบบนี้ทำวันเดียวก็เสร็จทุกอย่างแล้ว หลังจากนั้นก็รอแค่วันเปิดกล้องเท่านั้น 
ผมเปลี่ยนเสื้อใส่เสื้อของตัวเองแล้วเพราะงานมันเสร็จแล้ว พอยกมือไหว้ลาพี่ๆทีมงานทุกคน และหั่นไปสบตากับคนที่ดูถูกผมไว้ และเก้าไปหาเค้าอย่างไม่กลัวตายอะไร 

"ผมกลับล่ะนะครับ"
"กลับไปสิ ไม่มีใครรั้งนายไว้นิ"

หืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม....ขึ้นเลยๆ จี๊ดมาก สยตา ท่าทางในการพุดการจา เย็นชามากกว่าตอนนี้เจอกันที่ร้านเครื่องดืมในวันที่แคสงานมากกว่าอีกร้อยเท่าเลยอ่ะ ผมเองก็ไม่รีรอ ผมยกมือไหว้เร็วแล้วเดินออกไปอย่างหน้าตาเฉย แต่สะดุดตรงที่มีเสียงพุดว่า

"หวังว่าวันเปิดกล้องนายจะไม่ขี้ขลาดอีกนะ" 

หึมมม!!!! จี๊ดมากกว่าเดิมอีก 

"พี่จะไม่มีวันเห็นผมเป็นแบบนั้นอีกแน่"
"หึ ฉันจะคอยดู"

จบคำไอพี่สิงเดินออกไปจากห้องไปแบบหน้าตาสะใจ เพราะผมเห็นมันยิ้มมุมปาก เยาะเย้ยกุงั้นเหรอ คอยดูเถอะ กูจะไม่ยอมแม่งเด็ดขาดเลย 



ณ.ร้านกาแฟแห่งหนึง

ผมมานั่งคลายเครียดที่ร้านกาแฟที่เป็นร้านประจำของผมครับ อาจจะเห็นว่าผมไปไหนมาไหนคนเดียว ไม่ม่เพื่อนคบหรือยังไง ป่าวหรอกครับ ผมมีเพื่อนเหมือนคนอื่นเค้านั้นแหละครับ เพียงแค่นานๆทีที่จะนัดเจอกัน เพราะเพื่อนต่างคนต่างมีงานต้องทำกัน ส่วนมีแฟนไหม ไม่มีครับ ผมโสดมานานแล้ว เลยไปไหนมาไหนคนเดียวมันสะดวกกว่า 

"เอ้าน้องคริส วันนี้เอาเหมือนเดิมป่ะจ้ะ?"
"ครับพี่"
"งั้นแปปนึงน่ะจ้ะ" 
 พนักงานร้านนี้จำผมได้อยุ่แล้วครับ มาทีไรผมสั่งแต่อันเดิมไม่เคยเปลี่ยน และมาบ่อย เลยจำได้ ร้านนี้บรรยากาศชิวๆสบายๆครับ สไตล์การตกแต่งก็ธรรมชาติสุดๆ ร้านนี้คนจะเข้าเยอะ แต่ไม่แอร์อัด เพราะข้างในร้านโซนกว่ามากครับ และผมเองก็มีโซนโปรดของผมเองเช่นกัน 
ผ่านไปมาไน่นานเครื่องดืมโปรดของผมก็มาเสริฟที่โต๊ะพอดี ผมนั่งดืมไป เล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยๆตามปกติ ถามว่าอยุ่อย่างนี้เหงาไหม เหงาน่ะ แต่แค่บ้างครั้งเท่านั้นแหละครับ 

เสียงโทรศัพท์คริสดัง 

"ฮัลโหล่ว่าไงซิง"
"ฮัลโหล่เป็นไงบ้างมึง เป็นดาราเต็มตัวแล้วอ่ะดิ"
"ไม่ขนาดนั้นป่ะว่ะมึง ผีไรเข้าสิงเนี่ย ทำไมถึงโทรหากู"
"ป่าวหรอก เซ้งๆอ่ะเลยโทรหา มึงอยุ่ไหนอ่ะ"
"ร้านเดิมกูแหละ มึงอ่ะ?"
"ที่ทำงานอ่ะ"
"อ่อ งั้นมึงทำงานไปก่อน ไว้ค่อยนัดกันเอาไหม"
"เอ่อ ได้ๆ เจอกันมึง"

ผมกับเพื่อนไม่ค่อยได้คุยไรมากหรอกครับ คุยตามปะสาปกติ ส่วนไอซิงคนนี้คือเพื่อนที่มอ.ผมครับ ตอนนี้มันทำงานออฟฟิตเลยไม่ค่อยได้เจอ นานๆทีที่จะโทรแบบนี้ 
ผมเล่นโทรศัพท์ต่อไปเรื่อยๆสักพักตกใจ จุ่มีไลน์ดัง แถมเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จักด้วย ใครว่ะ ???? ที่สำคัญคือแค่ส่งเป็นสติกเกอร์ด้วยน่ะ 

"ใครครับ?ได้เบอร์ผมมาจากไหน?"
"ไม่จำเป็นต้องรู้"

ว๊อทททท ????!!! อะไรกันว่ะเนี่ย พุดกันอย่างนี้เลยเหรอ แต่จะว่าไป คำพุดนี้มันคุ้นๆน่ะ 







*****TALK*****

ว้ายยย ! คำพุดที่ว่าคุ้นมันคือคำพุดของใครกันน้าาา 
ใช่คนที่คิดไว้ป่าว แล้วเค้าได้เบอร์มายังไง รอติดตามเลยจ้า 
ขอบคุณที่อ่านน่ะคะ ชอบไม่ชอบตรงไหนเม้นมาบอกกันได้เลยน้ะค้าา 
จุ๊ปๆ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น