วรดา E-BOOK

ตอนที่ 9 : มามี้ขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,943
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 466 ครั้ง
    3 พ.ค. 62

หายไปคิดถึงกันไหม ไม่ได้ไไปไหนแค่โดนพายุซัดหลังคาบ้านหายไปทั้งแถบเท่านั้นเอง ไม่เป็นไรจริงๆ ไม่ต้องห่วง งื้อ~~~~~


        

      นี่เป็นอีกวันที่แสนสดใสของวรดา หญิงสาวยิ้มทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องราวของทุกคนที่เดินออกไปจากชีวิตเธอที่นอกากจะลืมความเจ็บปวดของบาดแผลที่สร้างไว้ทุกคนยังคงเดินตามความฝันและมีความสุข และแม้ว่าวันนี้ความฝันของวรดามันจะหายไปแต่ปัจจุบันของเธอกลับมีความสุขมากกว่าสิ่งที่เธอฝันไว้เสียอีก

                “แหมพี่ดา ยิ้มระรื่นเลยนะคะ ชอบมากใช่ไหมคะนักธุรกิจคนนี้กับดีไซเนอร์มารีญาเนี่ย” เสียงของกระถินลูกน้องในร้าน “ของขวัญ” รูปร่างเตี้ยป้อมแต่ขาวสะอาดตาร้องแซว วรดาละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วหันไปมองลูกน้องที่ถือตะกร้าของเล่นขนาดกลางเอาไว้สายตาจ้องมองมาที่เธอ

                “ตัวแสบล่ะ” วรดาไม่ตอบลูกน้องแต่ถามหาลูกสาวตัวเล็กวัย 5ขวบแทน เด็กหญิงวิภาวดี ส่องใส หรือชื่อเล่นว่าหนูดี ลูกสาวที่เป็นยิ่งกว่าชีวิตและลมหายใจของวรดา

                “หลับไปแล้วค่ะ ได้ชั่วโมงกว่าแล้ว” กระถินตอบวรดาก่อนจะเดินแยกเอาของเล่นไปเก็บ วรดาที่ได้ยินอย่างนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปยังห้องนอนเล่นของบุตรสาวทันที

                “ฝันดีนะคะเด็กดีของแม่” วรดาก้มลงหอมแก้มยุ้ยของบุตรสาวที่นอนหลับอย่างไร้พิษสงต่างจากตื่นตื่นที่ทั้งแสบสันและขี้แกล้งเหมือนเธอไม่มีผิด วรดามองใบหน้ากลมของบุตรสาวที่ยิ่งโตก็ยิ่งจะเหมือนเธอ ถือว่าหนูดีรักเธอมากถึงได้เคาะรูปร่างเธอมาทุกระเบียบนิ้วราวกับเป็นวรดาฉบับย่อ มือเรียวเอื้อมไปทัดปอยผมยาวที่ปรกใบหน้าให้บุตรสาวอย่างอ่อนโยน

                หลังจากที่พาคินเดินทางไปจีนวรดาก็หนีออกมาจากที่วุ่นวายและมาลงหลักปักฐานที่ชัยภูมิซื้อตึก 2คูหาในตัวอำเภอ ตอนแรกวรดาตั้งใจจะเปิดร้านตัดเสื้อผ้าในแบบที่เธอวาดฝันไว้แต่แล้วการมีลูกก็ทำให้วรดามีจุดมุ่งหมายใหม่ จากจะเป็นชุดราตรีหรือชุดแต่งงานก็กลายเป็นชุดเด็กน่ารักๆ แทน และร้านของขวัญก็ไม่ทำให้วรดาผิดหวังเพราะธุรกิจค่อยๆ เติมโตขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งดังเป็นพลุแตกเมื่อมีนางแบบของร้านเป็นลูกสาวของเธอ ทุกคนที่เห็นและรู้จักต่างหลงรักเอ็นดูหนูดีเพราะเป็นเด็กน่ารักและยิ่งพูดเป็นยิ่งช่างออดอ้อน

ส่วนด้านมารีญาหญิงสาวก็ได้เป็นดีไซเนอร์ที่ร่วมงานเดินแฟชั่นระดับโลกเรียกว่าประสบผลสำเร็จเหมือนที่เจ้าตัวเคยฝันเอาไว้และวรดาก็ยินดีด้วยจากใจจริงไม่คิดเลยสักครั้งที่จะอิจฉาริษยา

                พาคินเองก็กลายเป็นนักธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรงจนทำรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการต่อยอดธุรกิจของพ่อเลี้ยงก่อนจะผันตัวมาสืบทอดธุรกิจของคุณลุงอภิชาติที่เพิ่งจะเสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน ซึ่งธุรกิจจิวเวอร์รี่ก็กำลังทำรายได้มหาศาลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจากการบริหารงานของพาคิน วรดาเองที่เห็นข่าวของทั้งคู่ทีไรก็ได้แต่ยินดีที่ทุกคนมีความสุข และเธอเองก็เช่นกัน....

                “มามี้ขา” เด็กน้อยปรือตาขึ้นอย่างสะลืมสะลือเมื่อรู้สึกว่ามีใครมายุ่งย่ามกับตัวเองก่อนจะพบว่าเป็นแม่ที่แสนใจดีของตัวเอง มือน้อยๆ จับมือมารดามาแนบแก้มอย่างออดอ้อน

                “ว่าไงคะ” วรดาก้มถามบุตรสาวก่อนจะหอมแก้มนุ่มนิ่มอีกฟอดใหญ่ให้ชื่นใจของตัวเอง ลูกสาวของเธอว่านอนสอนง่ายแม้บางครั้งจะแสบไปบ้างตามประสาของเด็กแต่ไม่มีเลยสักวินาทีที่วรดาจะมองว่าลูกของเธอไม่น่ารัก…..หนูดีถอดแบบหน้าตาเธอมากทุกอย่างก็จริงแต่นิสัยนอกจากความแสบเด็กน้อยก็ถอดแบบคนเป็นพ่อมาเกือบทุกอย่าง

                “หนูดีรักมามี้ที่สุดในโลกเลยค่ะ” เสียงของหนูน้อยพูดออกมาทำให้หัวใจของคนเป็นแม่เต็มตื้น วรดายิ้มให้บุตรสาวอย่างรู้ทัน

                “อ้อนแม่อย่างนี้ต้องการอะไรคะคนเก่ง” วรดาถามออกไป เด็กน้อยที่ถูกรู้ทันยิ้มน้อยๆ ทั้งที่ง่วงอยู่ ขยับร่างน้อยๆ เข้าไปซบที่ตักของมารดาใบหน้าถูน้อยๆ ราวกับน้องเหมียวขี้อ้อน

                “หนูดีอยากกินมาม่าค่ะ” เด็กน้อยร้องขออย่างฉะฉานพร้อมทำตาปรอยมองหน้ามารดาเพราะเมื่อเช้าเห็นพี่กระถินกินแต่พี่กระถินไม่ยอมแบ่งบอกว่าเผ็ดและคุณแม่ไม่ยอมให้กินดังนั้นหนูน้อยจึงทำตัวดีนอนตอนกลางวันและไม่ดื้อเพื่อที่จะได้ออดอ้อนขอกินสิ่งที่อยากกิน

                “เจ้าเล่ห์นักนะเราน่ะ” วรดาว่าพลางส่ายหน้าให้หนูน้อย ใช้มือหยิกแก้มยุ้ยของลูกสาวเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว

                “เหมือนมามี้ค่ะ” หนูดีว่าแล้วหัวเราะคิกคักเพราะตื่นเต็มตาแล้ว หนูดีมักจะรู้สึกดีทุกครั้งที่คนบอกว่าตนเองเหมือนแม่ทุกกระเบียดนิ้วเพราะนั่นแปลว่าตนเองน่ารักและเก่ง

                “ค่ะ ถ้าจะกินมาม่าหนูดีต้องกินผักนะคะ” วรดายื่นข้อเสนอ เด็กน้อยได้ฟังอย่างนั้นก็ตาโตสมหวังพยักหน้าหงึกหงัก วรดายิ้มมีความสุขกอดลูกสาวยกมือตบก้นเบาๆ อย่างรักใคร่ หนูดีเป็นเด็กทานง่ายเหมือนกับพาคินไม่มีผิดต่างจากเธอเพราะเลือกกิน แต่อะไรไม่กินก็อย่ามาบังคับเสียให้ยากโดยเฉพาะต้นหอมที่แสนเหม็นเขียว

                “งั้นไปล้างหน้าดีกว่าถ้าตื่นแล้ว” วรดาบอกเมื่อหันไปมองนาฬิกาที่ติดพนังเอาไว้บ่งบอกว่าตอนนี้เย็นมากแล้วเธอต้องไปช่วยกระถินและพี่เทิดปิดร้านเพราะพรุ่งนี้วันอาทิตย์ร้านของเธอหยุดเพื่อให้พนักงานมีวันหยุดและเธอจะได้มีเวลาพาบุตรสาวไปเที่ยวหรือไปพักผ่อน

                “มามี้ค่ะ วันนี้คุณตาโทรมาหรือยังคะ” วรดาที่กำลังใช้ผ้าขนหนูสาวซับหน้าที่มีเม็ดน้ำเกาะพราวให้บุตรสาวชะงักก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ 

                “ยังเลยค่ะ” วรดาตอบก่อนจะมองหน้าของเด็กน้อยเพื่อสำรวจ

                “หว้า คุณตาสงสัยไม่รักหนูดีแล้วเลยไม่โทรมาเลย” เสียงของหนูน้อยดังขึ้นอย่างน้อยอกน้อยใจทำเอาวรดาหลุดขำออกมา ธนากรรับรู้เรื่องราวทุกอย่างของเธอและยอมรับการตัดสินใจ แม้จะไม่เคยมาหาแต่ท่านก็โทรมาหาเธอและหลานสาวอยู่เรื่อยๆ ยิ่งหลังๆ หนูดีคุยรู้เรื่องออดอ้อนคุณตาคะคุณตาขาธนากรก็ยิ่งโทรมาบ่อยเพราะหลงติดกับหลานสาวเข้าให้แล้ว

                “คุณตาติดงานค่ะ เอาไว้วันนี้คุณตาไม่โทรมาคุณแม่จะโทรหาให้นะคะ” วรดาบอกเด็กน้อย และแม้อยากจะร้องไห้งอแงขนาดไหนเมื่อฟังเหตุผลของคนเป็นแม่เด็กน้อยก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างจำยอม วรดามองบุตรสาวแล้วยิ้มขำ เด็กน้อยตัวเล็กแก้มป่องในชุดกระโปรงสีฟ้าลายการ์ตูนแมวน้ำอุ๋งๆ สีขาว ทำให้ยิ่งน่ารักน่าหลง

                “คุณพ่อก็คงติดงานเหมือนคุณตาใช่ไหมคะ” พอพูดถึงคุณตาไม่ว่างหนูดีจึงพาดพิงถึงคุณพ่อที่ไม่เคยเจอหน้า เมื่อก่อนหนูดีไม่รู้ว่าพ่อคืออะไรมีเพียงมามี้ดาที่เลี้ยงดูมาจนกระทั่งได้โรงเรียนทำให้ได้รู้ว่าจริงๆ แล้วตัวเองไม่มีพ่อเหมือนคนอื่น

                “คะ” วรดารับคำลูกสาวอย่างตกใจเพราะหนูดีไม่เคยพูดอะไรแนวนี้มาก่อนจนคำพูดของลูกสาวพูดต่อไปทำให้คนเป็นแม่รู้สึกสงสารจับใจ

                “ก็คุณพ่อไม่เคยโทรมาหาหนูดีเลย ไม่เคยเห็นหน้าเหมือนคุณปู่ที่ส่งรูปมาให้ดูเลยแสดงว่าคุณพ่อต้องติดงานมากกว่าคุณตาแน่ๆ” หนูดีร้องบอกด้วยความน้อยใจเป็นทวีคูณเมื่อพูดถึงคุณพ่อของตนเอง วรดาหน้าซีดมองบุตรสาวก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

                “หนูคิดถึงคุณพ่อหรอคะ” วรดาถามบุตรสาว หนูดีได้ฟังคำถามมารดาพยักหน้ารับเพราะอยากจะมีพ่อแบบคนอื่น

                “ค่ะ” เสียงหงอยๆ ตอบออกมา วรดาที่ย่อตัวทุกเข่าต่อหน้าลูกค่อยๆ ใช้มือไล้ใบหน้าลูกสาวพลันใบหน้าของพาคินก็แทรกเข้ามาในห้องความคิด

                “คุณแม่ก็คิดถึงคุณพ่อค่ะ แต่คุณพ่อมีงานที่ต้องทำสักวันคุณแม่สัญญาหนูจะได้เจอคุณพ่อ” วรดาตอบบุตรสาวออกไปก่อนจะดึงร่างน้อยเข้ามากอดในอ้อมแขน ยิ่งกอดลูกสาวก็ยิ่งคิดถึงพ่อของลูกอย่างจับใจ วันนี้เขาเดินไปอยู่จุดที่สูงเกินกว่าเธอจะเงยหน้ามองทำได้เพียงคิดถึงและคิดถึง..............................




หนูดีเองคร้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 466 ครั้ง

328 ความคิดเห็น

  1. #283 Ple411 (@Ple411) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 12:03

    น้องน่ารัก

    #283
    0
  2. #31 Namthip4991 (@Namthip4991) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 11:42
    ขอให้พ่อกับลูกได้พบกันในเร็ววัน
    #31
    0
  3. #29 Olivia1112 (@Dnrd) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 21:40
    หนูดีน่ารักอ่ะ แต่แบบอธิบายไม่ถูกอ่ะ....ร้องไห้แป๊บ
    #29
    0
  4. #28 แพรวพริดา (@auau909) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 16:55
    หนูดี น่ารักจังเลย
    #28
    0
  5. #27 Dororo Kai (@dororokai) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 16:10
    สนุกมากค่ะ
    #27
    0