วรดา E-BOOK

ตอนที่ 30 : รับรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,869
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 262 ครั้ง
    2 ต.ค. 62

ข่าวการเสียชีวิตของอดีตรัฐมนตรีอย่างธนากรถูกตีข่าวหน้าหนังสือพิมพ์รวมทั้งโลกโซเชียลในทันทีหลังจากที่โรงพยาบาลแถลงการณ์ พาคินยังไม่ได้หาทางบอกเรื่องนี้ให้ลูกสาวรู้เพราะว่าค่อนข้างละเอียดอ่อนเหลือเกินสำหรับหนูดีที่อยู่ในวัยนี้

“หนูดีปวดฉี่ค่ะ” เด็กน้อยที่งัวเงียตื่นมาพบว่าอยู่ในอ้อมกอดของมารดาก็พระพริบตาอย่างไม่ชินแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางงอแงออกไปเพียงแต่บอกคนเป็นพ่อที่ตื่นขึ้นมาพอดี

“ค่ะ มาเดี๋ยวพ่อพาไปห้องน้ำ” พาคินบอกลูกสาว โชคดีที่พอคุ้นเคยกับหนูดีขึ้นมาบ้างเลยรู้ว่าหนูดีเข้าห้องน้ำเองเป็นแล้วเพียงแต่ต้องไปยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำเท่านั้นหากอยู่ที่อื่นที่ไม่ใช่บ้าน พาคินยืนรอลูกสาวอยู่หน้าห้องน้ำอยู่พักหนึ่งเสียงกดชักโครกก็ดังขึ้นพร้อมกับการทำงานของมัน พาคินเปิดประตูเข้าไปพบว่าลูกสาวยืมตาฉ่ำอยู่ เขาก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือก็พบว่าลูกสาวนอนนานพอควรแล้วจึงพาไปล้างหน้าที่อ่างล้างหน้า

“คุณพ่อขา ไจแอนท์ของหนูดี” เด็กน้อยที่ยังไม่ตื่นดีร้องบอกคนเป็นพ่อที่ตอนจะมาบ้านหลังนี้หนูน้อยก็ร้องอ้อนให้เอากลับพร้อมทั้งๆ ที่คุณสุเทพเลขาของธนากรจะอาสาให้คนมาส่งให้เนื่องจากตัวมันใหญ่เกือบเท่าๆ คนเลยทีเดียว

“งั้นเราลงไปเอามันเลยแล้วกันเนอะ มันอยู่ในรถ พ่อยังไม่ได้เอาออกมาให้เลย” พาคินบอกลูกสาว หนูดีพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะยื่นมือให้พาคินอุ้มซึ่งคนเป็นพ่อก็ไม่ได้ปฏิเสธจัดการอุ้มลูกสาวไว้ในอ้อมกอดแล้วเดินออกไปจากในห้องอย่างเงียบๆ เพราะยังอยากให้วรดาได้พักผ่อนต่อ

“ไหนบอกว่าจะพาไปเอาพี่ไจแอนท์ไงคะ” หนูน้อยร้องถามเมื่อถูกอุ้มออกมาจากห้องที่นอนแล้วเดินอ้อมมาอีกห้องหนึ่งที่อยู่ด้านขวาของบ้าน พาคินอมยิ้มก่อนจะกดจูบที่แก้มลูกสาวตัวน้อย

“พามาไหว้คุณปู่ค่ะ” พาคินบอกลูกสาว ตอนแรกว่าจะพามาก่อนแต่เห็นหนูน้อยทำตาปรือเลยพาไปนอนและมาตอนนี้ หนูน้อยได้ฟังขมวดคิ้วน้อยๆ เข้าหากันไม่ต่างจากวรดาเพียงแต่ย่อส่วนเอาเท่านั้น

“คนนี้หรือคะ” หนูดีชี้ไปยังรูปของชายคนหนึ่งที่อยู่บนผนังแล้วใช้ดวงตาสำรวจคนที่อยู่ในรูปอย่างพินิจพิจารณาตามประสาเด็กน้อย

“เหมือนป๊าเลยค่ะ” หนูดีพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ให้พาคินที่มองอยู่

“สวัสดีคุณปู่หรือยังคะ” พาคินบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอย่างเอ็นดูลูกสาวก่อนจะหันไปมองพ่อตัวเองที่ลาลับจากโลกนี้ไป

“สวัสดีค่ะคุณปู่ หนูชื่อหนูดีลูกมามี้ดากับป๊าคินค่ะ” เด็กน้องยกมือกระพุ่มไหว้ในอ้อมกอดของพาคินแล้วส่งยิ้มหวานไปให้คุณปู่ในรูป พาคินยังคงยิ้มให้รูปของคนเป็นพ่อ

“หึๆ เหมือนยัยหนูดาของพ่อเลยใช่ไหมล่ะ” พาคินถามคนเป็นพ่อผ่านรูปราวกับพ่อจะรับรู้ เขายังอยากจะเล่าเรื่องราวให้พ่อฟังแม้ไม่รู้ท่านจะรับรู้ไหมแต่เขาอยากทำเหมือนที่ทำ ทำเหมือนตอนที่พ่อมีชีวิตอยู่

“ทำไมเราต้องคุยกับคุณปู่ผ่านรูปคะ” คนที่ยังเด็กถามด้วยน้ำเสียงที่ไร้เดียงสา พาคินหันมามองลูกสาวแม้ดวงตาจะหม่นแต่ใบหน้ายังมีรอยยิ้มให้หนูดีเสมอ

“คุณปู่อยู่บนสวรรค์ค่ะ คอยมองพ่อกับหนูดีอยู่บนนั้น” พาคินบอกลูกสาวแล้วหันไปมองรูปพ่ออีกหนในใจก็บอกพ่อว่าหนูดีนั้นช่างถามเหมือนคนเป็นแม่ไม่มีผิดและสิ่งที่พ่อเคยบอกไว้ในวันวานไม่ได้ต่างจากตอนนี้เลยสักนิด หากพ่อเขายังอยู่รับรองได้เลยว่ายัยตัวแสบน้อยจะมีชีวิตเหมือนเจ้าหญิงเลยล่ะ พ่อเขาชอบเด็กผู้หญิง.....................

“โห สวรรค์บนฟ้าใช่ไหมคะสูงตายเลย” หนูน้อยทำเสียงอย่างตื่นเต้นก่อนที่พาคินจะอุ้มพาหนูน้อยไปยังโรงจอดรถเพื่อเอาตุ๊กตาไจแอ้นท์และระหว่างทางก็มีเสียงของหนูน้อยถามเจื้อยแจ้วไปตลอดทางทำเอาคนงานที่ได้เห็นได้ยินต้องยิ้มเอ็นดูคุณหนูกันไปตามๆ กัน

วรดานอนหลับไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ตื่นมาอีกทีก็พบว่าร่างกายเหมือนได้ชาร์จแบตจนเต็มสมองที่หนักอึ้งก็เหมือนได้พักผ่อนจนเต็มที่ มองไปด้านหน้าก็พบว่าไม่มี่ลูกสาวหรือพาคินนอนอยู่แล้ว เธอกระพริบตาไล่อาการง่วงงุนไปอยู่หลายทีก่อนจะค่อยๆ ขยับร่างกายก่อนจะต้องสะดุ้งตกใจเมื่อพลิกตัวหันหลังเจอพาคินนั่งอยู่บนเตียงมองเธออยู่ก่อนหน้า

“พี่คิน ตกใจหมด” วรดาร้องอุทานก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งรู้สึกเขินอายนิดๆ ที่มีคนมานั่งข้างๆ ตอนหลับ ไม่รู้ว่าตอนที่หลับไปเผลอกรนหรือละเมอไปหรือเปล่า

“เย็นมากแล้ว จะพาไปซื้อเสื้อผ้า” พาคินบอกคนที่เพิ่งตื่นหลังจากที่พายัยหนูดีไปเอาตุ๊กตาก็ไปเล่นกับป้าน้อมที่สวนอย่างไม่งอแงส่วนเขาก็มานั่งมองวรดา มองอย่างไม่คิดเบื่อ เพิ่งรู้การมีคนตรงหน้าในสายตามันรู้สึกดียังไง

“คะ ไปซื้อทำไม” วรดาเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย พาคินเห็นท่าทีแม่ของลูกก็ส่ายหน้า มองคนที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้งด้วยแววตานิ่งๆ

“งานศพตั้งที่วัดไม่ไกลจากที่นี่นัก ดากับลูกไม่ได้เอาชุดที่โรงมาพี่จะพาไปซื้อ” พาคินอธิบาย วรดาที่ฟังแววตาสลดวูบทันที เงยหน้าสบตากับพาคิน

“พี่ยังไม่ได้บอกลูกดาบอกหนูดีเองนะ” พาคินบอกวรดาอีกรอบและวรดาก็พยักหน้ารับรู้ การบอกใครเรื่องการจากลาช่างเจ็บปวดเหลือเกิน หัวใจของเธอรับไม่ได้แล้วยัยหนูจะรับได้หรือเปล่าเพราะแกเด็กเหลือเกิน

“มีอะไรที่ดาต้องทำอีกไหมคะ” วรดาถามพาคิน ชายหนุ่มได้ฟังส่ายหน้าก่อนจะตัดสินใจเล่าสิ่งที่เขาคิดไว้ให้วรดาฟัง

“หลายวันก่อนญ่ามาให้พี่สืบเรื่องของเรา” พาคินเอ่ยขึ้นทำเอาวรดาต้องเงยหน้ามอง หัวใจของหญิงสาวหน่วงจนแทบจะพูดไม่ออก

“เรื่อง...อะไรคะ” วรดาถามออกไปอย่างตะกุกตะกัก

“ดา ความลับมันไม่มีในโลกหรอก พี่ว่าญ่ารู้เรื่องดามานานแล้วเพียงแต่ไม่พูด” พาคินพูดขึ้น การกระทำของมารีญานั้นแสดงอย่างชัดเจนว่ารู้เรื่องอะไรมามากอยู่เพียงแต่ไม่พูดมากมายเหมือนน้าจรัสจันทร์

“แค่เรื่องดาใช่ไหมคะ แค่นั้นใช่ไหม” วรดาถามพร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือพาคินด้วยความหวาดกลัว หัวใจที่คิดว่าแกร่งพอสั่นไหวรุนแรง

“ดา” พาคินเรียกชื่อคนที่แสดงท่าทางหวั่นวิตกเรื่องนี้อย่างชัดเจน มือเล็กของวรดานั้นสั่นเทาและเย็นเฉียบ

“ญ่าบอกว่าหลายปีก่อนญ่าเอาเส้นผมน้าจันทร์ไปตรวจดีเอ็นเอ” พาคินพูดอีกครั้ง คราวนี้คนฟังตาโตอีกรอบ หัวใจของเธอสั่นสะท้านหนักกว่าเดิม หญิงสาวส่ายหน้า

“ไม่จริงใช่ไหมคะ” วรดาถาม หัวใจและร่างกายไร้เรี่ยวแรงพอๆ กัน จะต้องมีคนเจ็บปวดกับเรื่องนี้อีกเท่าไหร่ ให้เป็นเธอคนเดียวได้ไหมที่ต้องแบกรับทุกอย่างเอาไว้ ให้มีแค่เธอที่ต้องรับความเจ็บปวดนี้เอาไว้

“ญ่าบอกมันไม่มีอะไรซึ่งพี่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เหมือนมันไม่สำคัญ” พาคินบอกต่อเพื่อให้วรดาสบายใจ ในวันนั้นมารีญาเล่าเรื่องค้างคาใจให้ฟังก่อนจะให้เค้าสืบเรื่องวรดา เรื่องนี้ท่านธนากรปิดเรื่องจนไม่มีช่องโหว่มีเพียงบุคคลแค่8 คนที่รับรู้เรื่องนี้ และ3คนก็ได้ลาลับจากโลกนี้ไปแล้วและหากไม่ออกจากปากของเขา วรดา จรัสจันทร์ คุณสุเทพเลขาของธนากรและหนูดีก็จะไม่มีวันใครรับรู้เรื่องนี้เด็ดขาด แต่พาคินก็เชื่อในเรื่องอย่างหนึ่ง ความลับไม่มีในโลก

“ดาไม่อยากให้ใครรับรู้มันอีก ไม่อยากให้เรื่องนี้ต้องทำร้ายจิตใจของใครอีก” วรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอยน้ำตาล่วงเผาะออกมาเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดเรื่องของเธอ อยากให้ทุกคนมีความสุขในสิ่งที่มีอยู่ในตอนนี้ ให้ความลับมันตายไปกับเธอเพียงผู้เดียว

“พี่อยู่ตรงนี้” พาคินพูดขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกจากดวงตาที่บอบช้ำของวรดาเบาๆ แววตาทอดมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน

“เป็นพี่คินอีกแล้วที่ต้องมาแบกรับอะไรแบบนี้” วรดาพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด น้ำตาเธอไหลมากกว่าเดิม พาคินเป็นคนที่ต้องโดนทำร้ายทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรและยิ่งไปกว่านั้นเป็นเธอเองที่เอาความทุกข์ภาระทุกอย่างไปให้พาคิน

“ก็ดีกว่าดาต้องแบกรับคนเดียว” พาคินพูดด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มก็ไม่เข้าใจนักว่าหัวใจของวรดาแบกรับความทุกข์อะไรไว้บ้างเพียงแต่รับรู้ว่ายังมีเค้าที่แบกรับสิ่งที่เธอแบกไว้ด้วยก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยผู้หญิงตรงหน้านี้ก็ไม่ต้องเดียวดายท่ามกลางมีดแหลมคมที่เอาแต่พุ่งทำร้าย

“ลืมบอกไปน้าสุเทพโทรมาถามว่าดาจะไปงานตอนกี่โมง” พาคินเอ่ยถามเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ได้ วรดาได้ฟังก็ยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาที่หลงเหลือบตั้งสติกับเรื่องที่เข้ามาหา

“ความหมายของคุณสุเทพคือจะถามว่าดาจะไปงานในฐานะอะไรมากกว่ามั้งคะ”  วรดาพูดขึ้น พาคินที่เห็นคนตรงหน้าเข้าจะอะไรง่ายๆ ก็เงียบเพื่อรอฟังสิ่งที่วรดาจะตัดสินใจ แต่ดูจากแววตาเขามีรู้คำตอบนั้นดี

“ไม่ใช่ฐานะลูกค่ะ” วรดาพูดขึ้น เรื่องทุกอย่างควรจะจบตั้งแต่ตอนที่พ่อหมดลมหายใจแล้ว วรดาจะปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปโดยฝังเรื่องในอดีตที่ผิดพลาดไว้ อย่างที่บอกความเจ็บปวดทุกอย่างความเลวร้ายทุกอย่างวรดาจะรับมันไว้เอง

“งั้นก็ไปฐานะ......แม่ของลูกพี่” พาคินเอ่ยก่อนจะนิ่งค้างแล้วสบตากับวรดาที่เงยหน้าสบตาพอดีแล้วจึงเอ่ยออกไป มือหนาค่อยๆ เอื้อมไปทัดผมที่หล่นปรกหน้าของวรดาอย่างแผ่วเบา

“เสียงหัวใจพี่เต้นแรงเกินไปแล้ว” วรดาอมยิ้มแล้วแซวกับสิ่งที่ได้ยิน เสียงหัวใจของเขาเต้นตึกๆ พาลทำเอาหัวใจเธอเต้นไวสั่นไหวไปด้วย พาคินอาจจะไม่ได้คิดอะไรแต่เธอคนที่รักเขามันห้ามไม่ได้จริงๆ

“คนที่เต้นแรงน่าจะเป็นเรามากกว่า” พาคินตอบกลับ วรดายังคงยิ้มแม้ว่าจะอายบ้างแต่การที่ได้แสดงความรู้สึกแบบนี้ดีกว่าที่ต้องแอบซ่อนกว่าไหนๆ แม้เธอจะเป็นได้เพียงแค่แม่ของลูกไม่อาจได้เป็นคนรักหรือภรรยาเขาก็ตาม

“ไปซื้อเสื้อกันดีกว่าค่ะ ดาต้องไปเอาของที่โรงแรมด้วย” วรดาเปลี่ยนเรื่องแล้วหาทางลงจากเตียงยืดตัวเต็มที่มองไปยังพาคินที่ยืนอยู่กับที่

“เอาคีย์การ์ดมาเดี๋ยวพี่ให้ทัศนัยไปเอาของให้” พาคินบอก วรดานึกถึงคนที่พาคินเอ่ยก่อนจะพยักหน้าเมื่อจำหน้าเลขาหนุ่มที่เคยเจอกันพร้อมกับพาคินที่บ้านในตอนนั้น

“ค่ะ” วรดาตอบก่อนจะเอาของให้พาคินแล้วเดินลงไปข้างล่างเพื่อไปหาลุกสาว วันนี้เหนื่อยเหลือเกินแต่เธอต้องมีอะไรให้ทำอีกมากมายและงานใหญ่ที่สุดคือการพาหนูดีไปบอกลาคุณตาของเธอนั่นเอง 




ถ้าเป็นตอนแรกที่เขียนอยากจะถามว่าอยากฟังข้อบทสรุปของญ่าเลยไหมแต่นั่นแหละ เค้าเขียนคลายปมไปแล้วฉะนั้นถ้าอารมณ์ดีจะเขียนเรื่องญ่าเนอะ555(จริงๆ พล็อตตัน) ตอนนี้เป็นเรื่องของวรดา ก็จะมีวรดาเป็นนางเอกคนเดียวนางรงนางรองไม่มีนะจ้ะ(แต่ไรท์ตั้งชื่อเรื่องนี้ในไฟล์ว่านางรอง555)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 262 ครั้ง

328 ความคิดเห็น

  1. #152 nichaorn (@nichaorn) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 21:05

    มีเรื่องแยกของญ่าไหมคะ
    #152
    0
  2. #151 noonaquinzy (@noonaquinzy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 17:11
    รอติดตามนะคะสนุกมาก
    #151
    0
  3. #150 aranyaorchid (@aranyaorchid) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 14:58
    อยากรู้ว่าดาจะทำไงต่อ แล้วญ่าคิดอพไรอยู่
    #150
    0
  4. #149 Ar.nie (@arnie18) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 14:30

    รดาควรจะพูดความจริง​ บ้างที่มันอาจจะดีกว่าที่รดาคิด​

    #149
    0