The Rhythm of Yours จังหวะนี้กำลังดี

ตอนที่ 6 : - 4th Rhythm " I am so shy " -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    25 เม.ย. 61

________________________

4th Rhythm
" I am so shy "
________________________



GMMTV

______

อีกแล้ว ได้พบได้เจอกับเธออีกแล้ว
ไม่รู้ว่าเธอน่ะเห็นรึเปล่า
ที่มีใครเขาคอยแอบมองแต่เธออยู่ตรงนี้
______


          ปี๊บ ปี๊บ!

          เสียงบีบแตรเป็นสัญญาณให้หลีกทางดังจากรถ MINI Cooper Coupe S สำหรับสองที่นั่งสีเงิน พาดลายทางสีแดง ตั้งแต่กระโปรงหน้าลากยาวถึงกระโปรงหลัง นักข่าวที่ยืนอออยู่หน้าบ้านพากันหลบไปด้านข้าง เสียงเปิดประตูรถดังตามมา พร้อมชายหนุ่มหุ่นนายแบบซึ่งทุกคนรู้จักดี บรรดาซัตเตอร์ถูกกดรัวทันที

          "ใครมาหน้าบ้านน่ะลูก สูง ๆ หล่อ ๆ หน้าตาคุ้น ๆ อยู่น้า แม่ว่า" อรุณวรรณ คุณแม่ลูกสามพูดขึ้น ขณะเปิดม่านหน้าต่างส่องดูความวุ่นวายภายนอกรั้วบ้าน

          "พี่ปราการหรอครับแม่ แต่ทำไมมาจอดรถหน้าบ้านล่ะครับ" ร่างเล็กของอลันเดินมาหยุดยืนข้างเธอ

          "ปราการยังไม่มาเลยลูก" ผู้เป็นแม่ตอบ อลันทำหน้าฉงน ก่อนเอ่ยขึ้น "อ่าว แล้ว..."

          คลืด~ คลืด~

          "พี่ลัน โทสับ" เสียงแฝดน้อยเอ่ยเรียกพร้อมเพรียงกัน อลันผละจากหน้าต่าง ตรงไปยังโต๊ะอาหาร โดยไม่ทันสังเกตว่า ใครอุตส่าห์ขับรถมายืนรอหน้าบ้านตั้งแต่เช้า ก่อนเวลาปกติที่ปราการมารับเขาเสียอีก

          พี่ชายคนโตรับสาย ใช้ไหล่หนีบมือถือแนบหู โดยไม่ได้ดูชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ เพราะต้องหันมาเช็ดคราบอาหารติดตามแก้มของสองฝาแฝด

          "สวัสดีครับ อลันพูดครับ" เสียงนุ่มน่าฟังดังผ่านโทรศัพท์มือถือสีเข้มของคนโทร. เข้า

          "เตี้ย เมื่อคืนโทร. ไป ทำไมไม่รับสายห๊ะ?" เสียงติดเหวี่ยงอย่างคนนอนไม่พอ แถมไม่ชินกับการตื่นเช้า ดังลอดผ่านโทรศัพท์เครื่องบางสีอ่อนของอลัน พร้อมแว่วเสียงซักถามจากนักข่าวเป็นระยะ คนตัวเล็กเบิกตาขึ้นทันใด จำน้ำเสียงนี้ได้ขึ้นใจ

          "คุณราโช! โอ๊ย!" เหมือนผีหลอกตอนเช้าตรู่ อลันเผลอตกใจ ก้าวถอยหลังสะดุดขาตัวเองล้ม มือถือเจ้ากรรมกระเด็นหลุดมือไปอีกทาง

          "เตี้ยเป็นไร ฮัลโหล ได้ยินไหม" เมื่อตั้งตัวได้ อลันก็รีบคว้าเจ้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาตอบรัวเร็ว กลัวจะทำให้ปลายสายโมโหร้ายไปมากกว่านี้

          "คุณราโช มีธุระอะไรกับผมหรอครับ" เมื่อได้ยินเสียงนุ่มตอบ เขาก็กลอกเสียงขุ่นตอกกลับทันที

          "อย่าให้ต้องยืนรอนาน ๆ ได้ไหม เมื่อยจะแย่อยู่เล่า รีบ ๆ ออกมา จะได้รีบ ๆ ไป หรือจะให้เข้าไปลากตัวออกมาจากบ้าน ห๊ะ เตี้ย" ร่างสูงถอดแว่นกันแดดออก คาดไว้บนศีรษะ แววตาบ่งบอกว่าเขาเอาจริง

          "คุณราโช หมายความว่ายังไงครับ?" คิ้วมนผูกกันเป็นปม อลันรีบรุดหน้าไปเปิดประตูบ้าน เพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้กำลังประสาทหลอน

          "จะยืนเตี้ยอยู่หน้าประตูถึงเมื่อไร ออกมาเดี๋ยวนี้ นับถึงแค่สิบ ถ้ายังไม่ออก จะเข้าไปอุ้ม เอาให้ลงข่าวหน้าหนึ่งเลย" สายตายียวน รอยยิ้มกวนเป็นที่สุด ถูกส่งมาทักทายชัดเต็มสองตา อลันตั้งสติ ทำตามคำสั่งนั้นพลัน เขารู้ดีว่า คนตรงหน้าถนัดเรื่องทำจริงมากกว่าขู่เป็นไหน ๆ

          ราโชยืนกอดอกพิงประตูรถ มองคนวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าหวาน ๆ ดวงตาใส ๆ ยังคงฉายชัดถึงความไม่เข้าใจ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็รู้ดี อลันขัดคำสั่งใครไม่เป็น

          นิ้วชี้เรียวยาวกระดิกเรียกคนตัวเล็กราวลูกหมา เมื่อเห็นคนตรงหน้าเดินมาจนใกล้พอ มือแกร่งก็คว้าไหล่เล็ก ดึงเข้าโอบ อลันสะดุ้งโหยงด้วยไม่ทันได้เตรียมใจ ก้อนเนื้อในอกรัวกลอง ยามใบหน้าหล่ออย่างคนเชื้อสายจีนก้มเข้าใกล้ จนลมหายใจอุ่นเป่ารดจมูกมน เสียงทุ่มกวนอารมณ์กระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน

          "ได้เวลาทำงานแล้ว คุณเตี้ย" จบประโยค ราโชก็ปารอยยิ้มใส่กล้องทุกตัว กระชับร่างเล็กแนบกาย จนรับรู้อุณหภูมิของอีกฝ่าย ดวงหน้าหวานขึ้นสีชาด จนคนตัวโตนึกขัน

          "ยิ้มด้วย" ราโชเอียงใบหน้ากระซิบแทบชิดแก้มนวล เรียกเสียงกดซัตเตอร์รัวยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ รอยยิ้มน้อย ๆ ถูกระบายอย่างเกร็ง ๆ บนใบหน้าสวยเกินชาย 

          อลันได้แต่ยืนตัวแข็ง ปล่อยให้คนโอบบังคับหมุนตัวถ่ายรูปคู่แบบสามร้อยหกสิบองศา จนในที่สุด ราโชก็ทิ้งระเบิดลูกแรก หลังตกเป็นข่าวสุ่มคบชายหน้าหวานให้เหล่าผู้กระหายข่าวว่า

          "ขอตัวก่อนนะครับ พอดีว่าต้องไปส่ง 'แฟน' ที่ทำงานน่ะครับ" จบคำ วายร้ายตัวพ่อก็ฉีกยิ้มกว้างขว้างใส่หน้านักข่าวอย่างทั่วถึง โบกมือลาอย่างซูปตาร์มืออาชีพ เปิดประตูรถผลักร่างเล็กเข้าไปทันที ดึงแว่นกันแดดราคาเหยียบแสนที่คาดไว้บนหัวลงสวมพอดีดั้ง ก้าวขึ้นฝั่งคนขับ แล้วบึ่งรถออกไป

          "นี่ยังไม่ตอบเลยนะ ทำไมไม่รับสายเมื่อคืน โทร. จนมือถือจะไหม้อยู่เล่า" เสียงหวานสุภาพที่ใช้พูดเวลาออกสื่อ เปลี่ยนเป็นเหวี่ยงโวยขึ้นมาทันตา เมื่ออยู่กันตามลำพัง

          "เออ..." อลันกลอกตาคิดหาข้อแก้ตัว ในเมื่อเขานึกว่าตัวเองหลอนเห็นภาพสายเรียกเข้าจากราโช จนต้องเอามือถือยัดใส่หมอน ทับด้วยเครื่องนอนอีกสองสามชิ้น

          "อ้ำอึ้งอยู่นั่น ต่อไปนี้ห้ามไม่รับสายอีก เข้าใจไหม" นายแบบหนุ่มหันใบหน้าคิ้วขมวดมาทางคนข้าง ๆ

          "เข้าใจ...ครับ" อลันก้มหน้าหงุดตอบงึมงัม

          "บอกไอ้เจ้าของร้านนั่นด้วย ฉันจะมารับตอนเช้าเอง ไม่ต้องให้มันมา เดี๋ยวคลาดกันอีก" ราโชพูดขณะหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าถนนใหญ่

          "ครับ..."  คนฟังรับเสียงแผ่ว

          "แล้วก็เตรียมเห็นตัวเองลงข่าวไว้ได้เลย แม่งอยากทำข่าวดีนัก ราโช รัชชาเรศวร์ จะจัดให้หนัก ๆ เลยคอยดู" หนุ่มตี๋ยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก ไม่คิดถามลูกจ้างเลยว่า เขารู้สึกแบบเดียวกันหรือเปล่า 

          ตาเรียวคมเหลือบมองร่างข้างตัว ก่อนต้องขำเบา ๆ เมื่อสังเกตเห็นใบหน้าเลือดฝาดไม่เลิกจากแฟนปลอม ๆ ของเขา 

          "นี่เตี้ยแล้วยังตลกอีกนะ แต่แบบเนี่ย ค่อยน่าตื่นเช้าหน่อย" เขาว่า ส่งสายตากวน ๆ ให้อลันซึ่งแอบมองค้อนนิด ๆ ใส่เขา

______

ทำได้แค่พูดลอย ๆ แบบนี้
ไม่รู้ว่าเธอได้ยินรึเปล่า
ว่าทุกครั้งที่เธอมองมา เธอทำให้ฉันอาย
______


          "อ่าว เฮ้ย! ไอ้ตองคิง มึงก็มานั่งกินร้านนี้ด้วยหรอวะ" 

          ชายร่างสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรในชุดกาวด์ขาวสะอาดร้องทัก เมื่อเห็นเพื่อนนั่งไขว่ห้างมาดคุณชายอยู่โต๊ะติดผนัง โดยไม่วายมีเสียงซุบซิบ พร้อมกล้องมือถือแอบถ่ายกันเป็นแถว นายแบบหนุ่มดึงแว่นลงนิด ก่อนเลิกคิ้วสูง

          "เฮ่ย ไอ้หมา" ราโชทักเจ้าของใบหน้าคมสันคล้ายชาวต่างชาติ ผิวสีแทนหยาบกร้าน ทำให้เขาดูไม่เหมือนคุณหมอสักเท่าไร ทว่าเมื่อรวมเข้ากับทรงผมเซอร์ ๆ ดวงตาคมขี้เล่นเป็นมิตร ชายตรงหน้าจัดได้ว่ามีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ

          "หมอครับเพื่อน หมอภาคินไม่ใช่หมา" เสียงทุ่มกว้างว่าขึ้น มือใหญ่จับเก้าอี้ลากออก หย่อนตัวลงนั่ง

          "ทีมึงยังเรียกกู ตองคิง ตั้งวงไพ่กลางวันแสก ๆ เลยนะมึง" คนนั่งอยู่ก่อนโวยกลับ

          "เอ้า ไอ้นี่ ก็ชื่อมึงเลยไหมล่ะ ไอ้คุณราโช รัชชาเรศวร์ ทั้งชื่อ ทั้งนามสกุล รวมกันเป็นสามราชันเลยนะครับ แหม" ภาคินบิดตัวคลายความล้า เอนหลัง เท้าแขนกับพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง

          "คนคูลล์ก็แบบนี้แหละ คุณหมอภาคิน ไพชยนต์ธานิน " ราโชแอบเหน็บ

          "ครับ พ่อคนคูลล์ เรียกซะเต็มยศ แล้วนี่มึงไม่มีงานหรอวะ ปกติเห็นคิวถ่ายแบบ เดินแบบยาวเหยียด นี่ยังไม่รวมโฆษณานะ กูละเบื่อหน้ามึงมาก แม่งมาทุกช่อง" คุณหมอส่ายหัว สีหน้าเหนื่อยหน่ายยิ่งกว่าอ่านหนังสือกายวิภาคแล้วสัปหงก

          "กูทำงานหัวปั่นทุกวัน จะมีวันว่างสักวันไม่ได้ไง" เพื่อนสนิทสมัยมัธยมตอกกลับเคือง ๆ จนชายหนุ่มผิวแทนยกมือยอมแพ้

          "คร้าบคุณเพื่อน แล้วทำไมไม่ไปพักผ่อนที่อื่นคร้าบ คุณมึงจะนั่งสิงสถิตเป็นเจ้าที่อยู่ร้านนี้ทั้งวันหยุดของมึงเลยเนี่ยนะ" ภาคินกลั้วหัวเราะ

          "โมเมนต์" ราโชยักคิ้ว ทำหน้าตาสุดคูลล์ (หรือจริง ๆ แล้วสุดกวน) อย่างยากที่ใครจะลอกเลียนแบบ

          "โห้ย โมเมนต์ ขยันสร้างจริงนะมึง แล้วนี่คิดยังไงไปคบกับน้องเขาวะ กูเห็นมึงมีข่าวกับหญิงไม่เว้นวัน อยากลองของแปลกหรอมึงอะ" ภาคินกวาดสายตามองเมนูอาหาร

          "แปลกตรงไหน มึงเลยครับเพื่อน มึงเลย มึงอะจีบสาวกับกูอยู่ดี ๆ ให้กูช่วยแต่งกลอนให้เขาอีก จู่ ๆ มาบอกกูว่า มึงเป็นไบ กูนี่ไปไม่ถูกเลย" ราโชพ่นลมหายใจขำ

          "เอ๊า ต่างกับมึงตรงไหน ความรักเขาดูกันที่ใจ ไม่จำกัดเพศวัยเว้ย มึงเคยได้ยินคำคำนี้ไหม มันคือจิตวิญญาณ!!!!" ว่าจบ คุณหมอลุคเซอร์ก็ยกแขนขึ้นกางออกเสียยกใหญ่

          "หื้ม...สะเทือนไปถึงเชียงรายเลยนะมึง ระวังไปทำยอดเจดีย์เขาหัก มึงโดนหนักแน่" เพื่อนซี้ชี้หน้าว่า

          "อุ๊ย ขอโทษครับ อาจารย์เฉลิมพล" ภาคินยกมือไหว้ท่วมหัว

          "เฉลิมชัย!" ราโชตบมุกให้ ส่ายหัวขำ ๆ แล้วกระซิบบอกคนมุกจัด "เดี๊ยะ ๆ มึงโดนขึ้นมาจริง ๆ" ภาคินทำหน้าขนลุก นั่งตัวตรงเรียบร้อยทันตา

          "สั่งอาหารดีกว่า" เขาเปลี่ยนเรื่องทันที กิตติมศักดิ์การลง ณ (ถีบด้วยรัก) ของศิลปินแห่งชาติท่านนี้ เล่นทำผู้ชายตัวโต ๆ กระเด็นหัวทิ่มมานักต่อนัก

          "แล้วมึงเมื่อไรจะกลับมารับงานในวงการวะ ทิ้งกูไปเป็นหมอเถือนแบบเนี่ย สงสารคนไข้ว่ะ" นายแบบหน้าตี๋เปรยหัวข้อใหม่

          "เถื่อนกับแป๊ะสิ อัญเชิญคุณมึงไปดูใบประกาศกูเลยครับ" ภาคินบุ้ยปากไปข้างนอกร้าน

          "มึงมากินร้านนี้บ่อยหรอ" ราโชถามใหม่ เอนกาย เท้าแขนลงกับโต๊ะ

          "เออดิ คลินิกกูอยู่หัวซอยเองไหมละ เดินมาไม่ถึงนาที" คนตอบปิดสมุดเมนู เลือกได้แล้วว่ามื้อนี้เขาจะยัดอะไรลงท้อง พร้อมยกมือเรียกเด็กเสิร์ฟมาสั่งอาหาร

          "เออดี กูจะได้เรียกใช้งานถูก" ชายหนุ่มผิวขาวยกยิ้ม

          "ทำไม มึงจะให้กูคอยเป็นก้างขวางคอใครรึไง อย่านึกว่ากูไม่รู้" ภาคินชี้หน้า หรี่ตามอง

          "แสนรู้หูกระดิกดี ทำให้กูฟรี ๆ ด้วย" ราโชฉีกยิ้มมากกว่าเดิม

          "ได้ไงมึงนี่ก็ เอางี้ กูเนี่ยขาประจำ เข้าออกร้านไออุ่นทุกวัน มึงมาเมื่อไรก็จ่ายให้กูด้วยละกัน" คนเป็นหมอ แถมยังหัวหมอ ยื่นข้อเสนอแกมบังคับ

          "เดี๋ยว ๆ ไอ้คิน บ้านมึงเปิดคลินิกกี่สาขาละ มึงยังจะงกอีกหรอ" นายแบบยกมือขึ้นขัด

          "มึงเล่นโฆษณาตัวหนึ่งได้เงินเยอะกว่ากูอีก พอ ๆ หิวเว้ย ไม่อยากต่อปากต่อคำ" ภาคินกล่าวปัด เมื่อเห็นออเดิร์ฟมาเสิร์ฟถึงโต๊ะแล้ว

______

เธอคนเดียว ที่ทำให้ใจหวั่นไหว
คนเดียว ที่ทำให้ฉันร้อนใจ
คนเดียว ที่ทำให้ใจละลายไป
______


          ทุก ๆ เช้า กลายเป็นอลันต้องนั่งใจเต้นไม่เป็นส่ำภายในรถส่วนตัวของราโชอย่างช่วยไม่ได้ ไม่มีนักข่าวให้เห็นตรงประตูรั้วบ้านอีก หลังได้ยินคำประกาศชัดจากนายแบบสุดฮอตแล้วว่า เขาจะจัดโต๊ะแถลงข่าวอีกไม่กี่วันข้างหน้า เปิดตัวแฟนหนุ่มหน้าหวานอย่างเป็นทางการ ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา (เสียเมื่อไร)
      
          "มองไร เตี้ย จะจ้องอีกนานไหม หันไปทางนู้นเลย ไม่มีสมาธิขับรถ" คนตัวโตกล่าวทักเป็นประโยคแรกของวัน

          "เปล่าจ้องซะหน่อย..." คนถูกว่าบ่นอุบ เขาแค่เงยหน้ามองอีกฝ่ายแปบเดียวเอง

          "ได้ยิน ก็เห็นอยู่ว่ามอง" ราโชหันมาพูด เมื่อไฟจราจรเป็นสีแดง

          "ก็ได้ครับ งั้นผมจะไม่มองคุณราโชแล้ว" อลันว่า พลางหันหน้าหนีไปอีกทาง ไม่สบตาฝ่ายตรงข้ามตลอดการเดินทางอย่างที่พูดจริง ๆ จนคนขับรถจำเป็น เริ่มขัดใจตะหงิด ๆ

          มินิคูเปอร์สีเงินพาดลายแดงจอดเทียบฟุตบาทหน้าร้านไออุ่น ร่างเล็กปลดเข็มขัดนิรภัย มืออีกข้างเปิดประตู เตรียมก้าวออกจากรถ แต่กลับต้องรีบหดขาเข้าที่เดิม เมื่อมือใหญ่เอื้อมปิดประตูตัดหน้าเอาดื้อ ๆ

          ใบหน้าหวานหันมาส่งสายตาเคือง ๆ เขาเกือบถูกประตูหนีบขาเข้าให้จริง ๆ ก่อนเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ในเมื่อชายหนุ่มไม่ชอบให้เขามอง เขาก็จะไม่มอง

          "เป็นไร" ร่างสูงถามกระชากเสียง

          "ผมเปล่า คุณราโชต่างหาก อยู่ ๆ มาปิดประตูฝั่งผมทำไม" อลันเบนสายตาออกนอกรถ ราโชนิ่งคิดไปครู่ แล้วกล่าวออกมาช้า ๆ

          "ก่อนลงจากรถต้องทำยังไงก่อน" คนตัวเล็กย่นหัวคิ้ว เผลอหันหน้ามาทางคนขับ ก่อนต้องชะงักตาโต เมื่อราโชอยู่ห่างจากใบหน้าเขาจนจมูกแทบชนกัน รอยยิ้มกวนอารมณ์ปนขบขันถูกส่งมาทันทีที่เห็นท่าทางเหวอ ๆ ของเขา

          "เร็ว ๆ ต้องทำยังไงก่อน" คนขี้แกล้งยืดตัวเข้ามาใกล้อีก ดวงหน้าหวานขึ้นสีอย่างไม่อาจห้าม ยิ่งเพิ่มระดับความอยากแกล้งให้มากขึ้น

          "ขอบคุณ...ครับ" เสียงนุ่มแผ่วถูกเปล่งออกมาสั่น ๆ มันเป็นคำที่เขามักพูดทุกวันก่อนลงจากรถ

          "เงยหน้าขึ้นมามองผู้มีพระคุณด้วย หลบตาแบบเนี่ย มันไม่จริงใจ" นิ้วคนตัวโตจิ้มบนหน้าผากมนให้เงยขึ้นสบตาเขา

          "ขอบคุณครับที่มาส่งผม" อลันพูดออกมาในที่สุด แนบแผ่นหลังชิดประตูรถ ตัวที่เล็กอยู่แล้วยิ่งหดเล็กเข้าไปใหญ่

          "ก็แค่นั้น" ร่างสูงยักคิ้วนิด เอื้อมมือโอบพาดแฟนปลอม ๆ ไปด้านหลังและ...

          ผลั่ก!

         ปึก!

          "โอ๊ย!"

          อลันหงายหลังลงกับฟุตบาทไม่เป็นท่า เมื่อมือใหญ่เปิดประตูรถออกกระทันหัน แถมทำหน้าขำได้กวนประสาทสุด ๆ

          "คุณราโช!" คนตัวเล็กว่าเสียงขุ่น พะยุงตัวลุก ลูบหลังตัวเองปอย ๆ

          "ถ้าไม่อยากโดนหนักกว่านี้ คราวหลังพูดอะไรก็หัดมองหน้าด้วย" คนตัวโตอารมณ์ดีขึ้นมาทันควัน แล้วกล่าวต่อไป

          "เอา จะยืนเตี้ยอยู่อีกนานไหม ปิดประตูให้ด้วย คนจะรีบไปทำงาน" อลันทำตาม สีหน้างอง้ำ ได้แต่มองรถคันงามถูกขับห่างออกจนลับ ก้อนเนื้อในอกซึ่งเต้นรัวเร็ว ค่อย ๆ สงบลงอีกครั้ง ท้ายที่สุด เขาก็ทำได้แค่บ่นพึมพำ

          "คนอะไรเอาแต่ใจเป็นบ้า" 

______

ฉันอาย เกินกว่าจะเดินไปทักทาย
เธอทำให้ใจฉันวุ่นวาย
ได้แต่เขินทุกที ที่เจอเมื่อได้พบกับเธอ
______


          มือใหญ่จับส้อมม้วนเส้นอาหารไปมา สายตาคอยจ้องร่างเล็กซึ่งนาน ๆ ทีจะมีโอกาสออกมารับออร์เดอร์ เพราะปราการสั่งให้ทำงานหลังร้านเป็นส่วนใหญ่

          "ไอ้โช มึงสั่งสปาเกตตีมาเซ่นเจ้ารึไง มัวแต่ชะเง้อหาน้องอลันอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวกูแย่งกินเลยนิ" คุณหมอพูดขณะยังเคี้ยวตุ้ย ๆ จิ้มผักเข้าปาก

          "แดกฟรีแล้วยังจะมาแย่งของกูอีก" ราโชว่า แต่สายตายังไม่ละจากใครบางคน

          "ไหนมึงบอกว่างวันเดียว นี่เล่นมาส่งน้องเขาทุกวัน แถมขับรถมาแดกข้าวกลางวันที่ร้านเขาอีก คือ...มึงลงทุนสร้างโมเมนต์ขนาดไหนถามใจดู" ภาคินสวนกลับ เอาส้อมจิ้มมีทบอลจากจานเพื่อนซี้เตรียมเข้าปาก แต่โดนนายแบบหนุ่มตีมือดังป้าบ

          "สร้างกระแสก่อนงานแถลงไง อยู่ให้เป็นโว๊ย อยู่ให้เป็น มึงอะเงียบ ๆ แล้วแดกสเต๊กจานมึงนู้น ไม่ต้องเนียนแย่งกู" เจ้าของจานเริ่มลงมือกินบ้าง

          "ทีงี้ละตาดีขึ้นมาเชียว แล้วนี่มึงจะแถลงเมื่อไร" หมอผิวแทนส่งมาให้อีกหนึ่งคำถาม

          "อาทิตย์หน้า ทำไมนึกเป็นห่วงกูขึ้นมาไง" ราโชเลิกคิ้ว

          "อย่างมึงเนี่ยนะ?!" ภาคินว่าเสียงสูง ส่ายหน้าหัวเราะ "มึงอะ แค่เปลี่ยนโหมดจากหลังเท้ามาเป็นหน้ามือ แบบที่มึงชอบทำ ก็แถไปได้ทุกเรื่องละ กูห่วงก็แต่น้องอลันนู้นน่ะ ซื่อ ๆ แบบนั้นจะทันพวกนักข่าวไหม"

          "กูมีเทรนเนอร์" คุณหมอชักสีหน้าฉงน ทว่าคร้านเกินกว่าจะซักไซ้ต่อ "เออ เรื่องของมึง ทำกับน้องเขาดี ๆ ด้วยล่ะ"

______

I am so shy 
มันอยากจะยิ้ม อยากทักทาย
ก็เธอช่างน่ารักมากมาย
______


          กรุ๊ง~ กริ๊ง~

          เสียงเปิดประตูร้าน พร้อมกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยเข้าปะทะจมูกคมสัน เป็นอีกวันที่เขาเห็นราโชนั่งไขว่ห้าง สวมแว่นกันแดดอยู่มุมเดิม เพิ่มเติมคือเปลี่ยนมาเป็นชั้นล่างซึ่งเป็นโซนเครื่องดื่มแทน ร่างสูงใหญ่ราวคนต่างชาติก้าวหาเพื่อนตัวดี ดึงเก้าอี้ออก นั่งลงโดยไม่ต้องขอ

          "แค่รับลูกค้า ทำไมต้องยิ้มให้ขนาดนั้นด้วยวะ" น้ำเสียงสไตล์คนขี้เหวี่ยงเอาแต่ใจ ต้อนรับเพื่อนเก่า ด้วยการเปรยเบา ๆ กับตนเอง

          "อ่าว ใครจะไปทำหน้าเหมือนอมฟ้าทะลายโจรตลอดเวลาแบบมึงละครับ ไอ้คุณเพื่อน" หมอภาคินพูดติดขำ 

          "ทีกับกูนั่งเป็นหมาหงอย" นายแบบหนุ่มว่าให้อีกดอก ยามเห็นแฟนปลอม ๆ ของตนยิ้มหวานรับลูกค้าชายกลุ่มหนึ่ง แถมคนหูดีเฉพาะกิจยังได้ยินบทสนทนาแว่วมาว่า พวกนั้นกำลังชมอลัน เกี่ยวกับใบหน้าสวยเกินชายนั่นอีก

          "มึงก็เลิกทำหน้าเป็นก็อตซิลล่าพ่นไฟก่อนดิวะ ไอ้โช นี่ตามึงตี่จนมองไม่เห็นรึไง น้องอลันเขาเรียบร้อยน่ารักขนาดไหน ดูดิ ขนาดไอ้พวกนั้น มันยังมองตามตาเป็นมันเลย" ภาคินพยักหน้าไปทางแขกกลุ่มเดิม

          "เดี๋ยวไม่คูลล์" ราโชตอบเสียงห้วน แผ่ออร่าเป็นจงอางหวงไข่ ใส่พวกเสือไม่เลือกหน้า

          "งั้นเชิญมึงทำหน้าขู่น้องเขาต่อไป เขาคงจะหายกลัวมึงหรอก แล้วนี่ว่างนักหรอ กูเห็นมึงมานั่งสร้างโมเมนต์เป็นข่าวไม่เว้นวัน เบื่อจะฟังข่าวมึงละเนี่ย" คุณหมอจบใหม่บ่นระดับความเอือมเกินร้อย

          "นี่กูนั่งโปรโมทร้านให้ฟรี ๆ มึงดู ตั้งแต่กูมา คนแน่นร้านตลอด เจ้าของร้านต้องสำนึกบุญคุณ กูบอกเลย" นายแบบละสายตามาสบเพื่อนซี้วัยเดียวกัน ก่อนกล่าวขึ้นใหม่

          "แล้วเรื่องที่กูให้ทำ ไปถึงไหนละ" ราโชยกลาเต้ขึ้นดื่ม

          "สบายมาก มึงเตรียมเลี้ยงข้าวกูทั้งชีวิตมึงได้เลย" หมอภาคินเอนพิงพนักสบายอารมณ์

          "สมพรปากเถอะมึง ถ้าพลาดขึ้นมา กูเรียกคืนทบต้นทบดอกหมดตัวมึงแน่ ไอ้คิน" คนสั่งเท้าศอกชี้หน้าคู่สนทนา 

          "คร้าบ คุณชายราโช" ลูกจ้างจำเป็นยกมือขึ้นประสานท่าทางประชดเต็มที่

______

จนไม่กล้าจะเดินเข้าไป 
ก็ไม่รู้ทำไม 
ทำไมต้องอาย
______


          แอร์เย็นฉ่ำกับเสียงเครื่องยนต์ยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มหน้าตี๋รู้สึกผ่อนคลายจากงานได้บ้าง ถ้าไม่ขัดตรงคนนั่งข้าง ๆ ซึ่งเขามารับทุกเช้า กำลังรบกวนความสบายอารมณ์ ด้วยการสร้างเสียงขีดเขียนหยุกหยิกไม่เลิก

          "เตี้ย" เสียงห้วนเอ่ยเรียก ทว่าไม่มีการตอบรับจากคนใส่หูฟัง

          "ทำไร" เขายิงอีกหนึ่งคำถาม แต่ปฏิกิริยายังเหมือนเดิม ราโชมองคนอารมณ์ดีนั่งยิ้มฮัมเพลงเบา ๆ อยู่คนเดียวอย่างนึกหมั่นไส้ ไวเท่าความคิด มือใหญ่ยื่นไปบีบจมูกมนแรง ๆ จนนักเขียนตัวน้อยต้องทำหน้ามุ่ย ยอมถอดหูฟัง หันมองผู้กระทำ

          "ถามว่าทำอะไร" ชายหนุ่มย้ำ ขับรถคู่ใจออกตัวไปข้างหน้า เมื่อไฟเขียวขึ้นสัญญาณ

          "ฟังเพลง แล้วก็เขียนพล็อตของตอนต่อไปครับ" น้ำเสียงนุ่มตอบ

          "หน้างี้เขียนเป็นกับเขาด้วยหรอ" ราโชย้อน

          "เห็นแบบนี้ ผมมีหนังสือภาพถ่ายได้ตีพิมพ์สองเล่มเลยนะ แล้วก็รับจ๊อบเขียนบทความอื่น ๆ อีกตั้งเยอะ ผมทำมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว" คนตัวเล็กย่นปากน้อย ๆ

          "แล้วทำไมต้องฟังเพลง?" ราโชเลิกคิ้ว

          "แล้วทำไมจะไม่ฟังละครับ" คนตัวเล็กถามหยั่งเชิง

          "ฟังไปไม่เห็นได้อะไร" เขาตอบเสียงห้วน

          "คุณราโชไม่ฟังเพลงหรอครับ" อลันแกล้งถาม แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้ว

          "ไม่" เขาตอบชัดเจน

          "วงดนตรี? สไตล์เพลงที่ชอบก็ไม่มี?" คนถามเอียงคอ

          "ไม่" เขายืนยัน

          "ทำไมละครับ" เสียงอลันอ่อนลง

          "อย่าเซ้าซี้ได้ไหม" นายแบบหนุ่มตอบปัด เปลี่ยนหัวข้อเรื่องสนทนา "พรุ่งนี้ ไม่ต้องไปทำงานที่ร้านอาหาร ฉันส่งคนไปทำแทนแล้ว"

          "เพื่ออะไรครับ?" คนที่อยู่ ๆ ก็ถูกเมินคำถามเอาดื้อ ๆ เอ่ยฉงน

          "ฝึกตอบคำถามก่อนวันแถลงข่าวไง" ร่างสูงยิ้มสนุก กว่าจะถึงวันนั้น เขาคงได้แกล้งคนแถวนี้จนหนำใจแน่ ๆ

______

ทำไมต้องอาย
ก็เธอน่ะ ทำให้ฉันอาย
ทำไมต้องอาย
______






**********************************************


โฉมหน้ารถพี่โชค่ะ
เน้นความเฟี้ยวพกพาง่าย 555 


http://cargallery.siaminside.com



ส่งท้ายด้วย จุมพล คนคูลล์ กูรูเรื่องการโพสท่า 555

ขออนุญาตเจ้าของภาพทุกภาพนะคะ >__<

 รัก 

 N A T A 
+++++++++++++++++++++
B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #7 Eedzy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 21:24
    ชอบบบบบ สู้ๆนะคะ
    #7
    1
    • #7-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 6)
      13 สิงหาคม 2560 / 08:06
      ดีใจมากเลยค่ะ ที่แวะมาอ่าน ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ที่ทิ้งคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้กัน >/////<
      #7-1
  2. #6 มันตรา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 20:05
    สนุกมาก มาต่อนะคะ รออยู่
    #6
    1
    • #6-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 6)
      12 สิงหาคม 2560 / 20:40
      อ่านคอมเมนต์แล้วยิ้มกว้างเลย ขอบคุณมากนะคะที่ติดตาม เป็นกำลังให้ตลอดเลย

      จะทำทุกตอนออกมาให้ดีที่สุดค่ะ สู้~! >/////<
      #6-1