The Rhythm of Yours จังหวะนี้กำลังดี

ตอนที่ 5 : - 3rd Rhythm " Avoid your eyes " -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    11 พ.ค. 61

___________________________

3rd Rhythm
" Avoid your eyes "
___________________________





          "ลัน แกจะนั่งจ้องจนโทรศัพท์พรุน บุบสลาย ละลายติดโต๊ะเลยใช่ไหม" เหมยว่า ขณะเก็บของลงกระเป๋าสะพายข้าง เตรียมกลับบ้าน

          "ก็เผื่อคุณราโชโทร. มา" ตากลมโตเหลือบขึ้นสบ ตอบเสียงแผ่ว

          "ตาย ๆ ฉันเห็นแก เดี๋ยวเพ้อ เดี๋ยวประสาทหลอนรับโทรศัพท์ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครโทร. มา ฉันว่าแกไปเช็คหน่อยก็ดีนะ" เธอเท้าเอว ก้มมองคนตัวเล็กที่ดูไม่เป็นตัวของตัวเอง ตั้งแต่นายแบบหล่อตี๋นั่น ฉวยเอาโทรศัพท์เขาไปเมมเบอร์ตัวเองหน้าตาเฉย

          "เช็คโทรศัพท์ใช่ปะ" ว่าจบ อลันก็ก้มมองมือถืออีกครั้ง

          "เช็คหัวแกเนี่ย ยังปกติดีอยู่ใช่ไหม" เหมยใช้นิ้วชี้ดันหัวเล็กเบา ๆ

          "โธ่ เหมย" คนถูกดันมองค้อน ก่อนว่าขึ้นอย่างอดเห็นด้วยไม่ได้

          "แต่...มันก็จริงอะ แล้วเราควรทำยังไงดีละเหมย" สาวหมวยนิ่งคิดไปครู่

          "ฉันว่า แกต้องปล่อยวางเว้ย ไอ้อาการเห็นภาพหลอนว่าเขาโทร. มาเนี่ย ถ้าแกไม่จัดการจริงจัง มีโอกาสเป็นบ้าได้เลยนะ" เหมยว่าสีหน้าเครียด

          "ขนาดนั้นเลยหรอ..." อลันถึงกับเหวอ

          "ก็เอออะดิ ฉันว่าแค่เนี้ย...แกก็เข้าข่ายมากพอละ เอางี้ ลัน ถ้าแกเห็นภาพหลอนอีกนะ แกก็แค่...ยัดมือถือไว้ที่ไหนสักที่ก็ได้ จิตใจจะได้สงบไงแก ฉันยังไม่อยากมีเพื่อนสนิทเป็นบ้า เข้าใจ๋?" สาวผมประบ่าว่าเสียงสูง

          "อ๋อ อย่างนั้นหรอ...ไว้เราจะลองทำดูนะ" หนุ่มตัวเล็กตอบยิ้ม ๆ

          "อลันจะกลับเลยไหม เดี๋ยวพี่ไปส่ง" หนุ่มเจ้าของร้านกาแฟท่าทางอบอุ่น เอ่ยถาม

          "จริง ๆ ลันกลับเองได้นะครับ พี่ปราการ" คนตัวเล็กหันมายืนยัน

          "พี่ไม่ไว้ใจ ไหนจะนักข่าว ไหนจะต้องกลับดึก ๆ คนเดียวอีก ให้พี่ไปส่งน่ะ ดีแล้ว" ร่างโปร่งคว้ากระเป๋าเป้ของลูกจ้างตัวน้อยไว้ในมือ เดินดุ่ม ๆ ไปหน้าร้านเป็นเชิงบังคับ เหมยและอลันเดินตามออกมา ยืนมองเขาปิดร้านล็อกกุญแจ

          "งั้นพี่ปราการไปส่งเหมยด้วยดิ" เสียงเจ้าหล่อนกระตือรือร้น

          "เดี๋ยวนะยัยเหมย ได้ข่าวว่าบ้านเธออยู่ถัดไปสามสี่หลัง" ปราการกล่าว ขณะยืนพิงประตูรถ

          "ก็เหมยขี้เกียจเดินอะพี่" คู่สนทนายอมรับง่าย ๆ จนคนฟังได้แต่ส่ายหน้าแล้วจำใจตอบว่า 

          "อะ ๆ ขี้นรถมา ทั้งคู่นั่นแหละ"

______

ที่เธอเห็นว่า ฉันไม่มอง ไม่แคร์
เหมือนว่า ฉันไม่เคยจะสน ไม่ชอบเธอ
รู้ไหม...มันไม่จริง...
______


          ตื๊อดึง~

          เสียงข้อความโทรศัพท์ดังรายงานความเคลื่อนไหวเช่นทุกวัน ร่างสูงยาวก้าวเข้าใกล้ หยิบเครื่องมือสื่อสารรุ่นใหม่ล่าสุด กดเปิดอ่านทันที เขาถอดสูทนอกจากแบรนด์ดัง ส่งให้สไตล์ลิสประจำสตูดิโอ ปลดกระดุมเม็ดบนของเสื้อเชิ้ตคลายความอึดอัด หลังการถ่ายแบบลงนิตยสารสุดฮอตรายสัปดาห์

          "นี่ยังไม่เลิกตามเขาอีกหรอคะ คุณโช ทำแบบเนี่ย ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลไปหน่อยหรอคะ" พอลล่า ผู้จัดการส่วนตัวถาม แอบเคืองแทนใครบางคน

          "หน้าซื่อขนาดนั้น จะไปรู้เรื่องอะไร" คนตัวสูงส่ายหน้า ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหนังสีเข้ม ไขว่ห้างอย่างเคยชิน

          "แล้วถ้าเขาจับได้ขึ้นมาล่ะคะคุณ" พอลล่าลอบถอนหายใจ

          "หักเงินเดือน" เขาตอบสั้น ๆ

          "แหม เคี่ยวเชียวนะคะ" ผู้จัดการใจสาวเบะปาก

          "ทำงานไม่ได้เรื่อง จนถูกคนแบบนั้นจับได้ มันก็สมควร"

          "ก็แล้ว...ถ้าพี่ไม่ได้หมายถึง 'น้องลม' แต่หมายถึง  'เขาคนนั้น' ละคะ คุณโช" ผู้จัดการส่วนตัวยิงคำถามแทงใจ จนชายหนุ่มเป็นฝ่ายนิ่งงัน ปล่อยให้บทสนทนา ถูกแทนที่ด้วยเสียงเก็บอุปกรณ์ภายในสตูดิโอหรูหรา

______

อยากจะยิ้มให้เธอ สบตาทักทาย
ใจกลับอาย ก็ได้แต่เฉยทั้งที่มัน...ไม่จริง
______


          สมุดบันทึกประจำวันถูกเปิดออก ปากกาสีแท่งเดิมขีดเขียนเหตุการณ์ที่ทำให้ใจเต้นแรง จบด้วยการวาดตัวการ์ตูนลายเส้นง่าย ๆ เป็นภาพผู้ชายสองคนนั่งตรงข้ามกัน คั่นกลางด้วยโต๊ะร้านกาแฟ

          รอยยิ้มน้อย ๆ ถูกประดับบนริมฝีปากระเรื่อจนเห็นลักยิ้ม มือเล็กเปิดย้อนดูข้อความ ภาพวาด และรูปถ่าย ซึ่งเขารวบรวมความประทับใจต่าง ๆ เอาไว้ และส่วนใหญ่ มักปรากฏภาพตัดแปะของใครคนหนึ่งเสมอ คนที่ทำให้ใบหน้าเล็กเห่อร้อนโดยไม่รู้ตัว 

          สำหรับชายหนุ่มร่างสูง อลัน อาจเป็นเพียงตัวเลือกที่บังเอิญผ่านมาในสถานการณ์คับขัน ราโชจึงให้เขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแบบไม่เต็มใจนัก เพื่อขจัดข่าวพัวพันกับสาว ๆ ทั้งหลายให้พ้นตัว 

          แม้กระแสข่าวนายแบบดาวรุ่งสุ่มคบผู้ชายหน้าหวานจะดังเปรี้ยงปร้าง จนผู้หญิงที่จ้องจับเขาพากันหน้าเสีย รวมถึงนักข่าวชอบสร้างกระแสบางราย ก็ไม่พ้นต้องช็อกไปตาม ๆ กัน

          จะเรียกว่าโชคชะตาเล่นตลกคงไม่แปลก ในเมื่ออลันเฝ้าติดตามผลงาน บทสัมภาษณ์ ข่าวทุกอย่างเกี่ยวกับราโชมาโดยตลอด เหมือนเป็นไอดอลประจำตัวก็ว่าได้ 

          เห็นชายหนุ่มอารมณ์ร้อน กวนประสาท เอาแต่ใจแบบนี้ แต่ราโชเป็นคนเต็มที่กับงาน เขาเข้มแข็ง รับผิดชอบและพยายามหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แม้มรดกตกทอดจากพ่อแม่ที่เสียไปด้วยอุบัติเหตุ จะมีมากมายก่ายกองอยู่แล้วก็ตาม และผลงานสู่สายตาสาธารณะนั้น ก็เป็นที่ประจักษ์ต่อความสามารถของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

...แต่มันเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่ทำให้อลันชื่นชมในตัวตนราโช...

______

ได้แต่ฝันเอาเองคนเดียว
อยากให้เธอรู้มีเธอคนเดียว
แต่หัวใจไม่กล้าพอ
______


          เรื่องราวของ เด็กชายอลัน เมฆินทร์  วัยหกขวบ ถูกฉายเข้ามาในหัวโดยอัตโนมัติ เขาจำได้ดีถึงภาพรุ่นพี่โรงเรียนเดียวกัน นั่งฝึกเล่นกีต้าร์ในสวนหลังบ้าน ประตูกระจกบานคู่ถูกเปิดออกให้ได้ยินเสียงเปียโนภายในห้องนั่งเล่น พร้อมภาพรอยยิ้มของหญิงสาวผู้เป็นแม่

          เด็กน้อยที่ดูตัวเล็กกว่าเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกัน ชอบแอบยืนฟังประจำ เพราะเป็นทางผ่านบ้านเขาพอดี มารู้ตัวอีกที อลันก็กลายเป็นเพื่อนเล่นต่างวัยคนสนิทของลูกชายเพียงคนเดียวแห่งตระกูลรัชชาเรศวร์ไปเสียแล้ว

          รัชชาเรศวร์ เป็นครอบครัวอบอุ่นและเพรียบพร้อมทุก ๆ ด้าน แม้อลันจะเป็นเด็กข้างบ้านแสนธรรมดา แต่กลับได้รับความเอ็นดูและใส่ใจอย่างมาก แม่อลันจึงฝากขนมทำเองติดไม้ติดมือมาให้ รฉัตรกับนรี คุณพ่อและคุณแม่ของราโชอยู่เสมอ

          สิ่งที่ทำให้อลันในวัยนั้น เหมือนถูกมนตร์สะกด คือ เสียงดนตรีจากครอบครัวสามพ่อแม่ลูกตระกูลนี้ ที่เป็นจุดเริ่มต้นทำให้เขารักในเสียงเพลง เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกครั้งเวลาเขียนหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือภาพถ่ายซึ่งได้รับการตีพิมพ์ไปแล้ว หรือนวนิยายเรื่องใหม่ที่กำลังเขียนอยู่ เขาจะต้องเปิดเพลงฟังทุกครั้ง

          จนบางที เมื่อเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ เพลงบางเพลงก็มักผุดขึ้นมาในหัวแบบไม่ได้ตั้งใจ คล้ายสมองมีสวิตซ์เปิดปิดวิทยุอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นนิสัยส่วนตัวแก้ยากไปเสียอย่างนั้น 

______

กลัวจะมีอาการให้เธอรู้
แค่เจอก็ยังสั่น
ทำได้เพียงหลบตาเธอเท่านั้น
______


          ทว่าภายหลังเหตุการณ์เสียชีวิตของรฉัตรกับนรี ราโชในวัยสิบสามปีก็ย้ายเข้าโรงเรียนมัธยมชื่อดังย่านใจกลางเมือง อลันจึงขาดการติดต่อจากเขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 

          แต่สิ่งที่ทำให้อลันต้องประหลาดใจไปมากกว่านั้น เมื่ออ่านเจอบทสัมภาษณ์ของชายหนุ่มตอนเริ่มเข้าวงการใหม่ ๆ ราโชไม่แตะเครื่องดนตรีชนิดไหนอีกเลย เขาไม่มีเพลงโปรด หรือวงดนตรีที่ชอบ เหมือนสมัยเด็กที่อลันเคยรู้จัก ซึ่งราโชสามารถคุยโวได้เป็นวักเป็นเวน จนเด็กน้อยอย่างอลันย่อยข้อมูลไม่ทันด้วยซ้ำ

          สมุดบันทึกถูกเปิดไปหน้าหลังสุด บนปกหนามีช่องเก็บบัตรเล็ก ๆ ซึ่งภายในบรรจุของเพียงชิ้นเดียว...ปิ๊กกีต้าร์สีขาวมุกลายหินอ่อน ของขวัญชิ้นแรกและคงเป็นชิ้นสุดท้ายจากราโชในวัยเด็ก

          อลันชอบมองมันถูกจับขยับขึ้นลงบนสายกีต้าร์ โดยมือเรียวยาวจากร่างที่สูงกว่าเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไร รอยยิ้มซุกซนปนสนุกถูกส่งให้เด็กน้อยอลันอยู่เสมอ แม้ตอนนี้ ทุกอย่างจะกลับตรงข้ามไปหมด

          จากสายตาที่มองมา ราโชจำเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่แม้แต่จะสะกิดใจอะไรเลย เขาเสียอีก ยังคงจดจำและติดตามความเคลื่อนไหวของนายแบบคนดังเรื่อยมา แต่มันอาจจะดีแล้ว ที่ชายหนุ่มลืมเลือนเพื่อนวัยเด็กเคยสนิทคนนี้ไป เพราะถ้าร่างสูงค้นพบสัญญาณบางอย่างในใจซึ่งเริ่มเปลี่ยนแปลง ราโชต้องรังเกียจเขามากไปกว่านี้แน่ ๆ เขามั่นใจ

          อลันถอนหายใจ ใบหน้าหวานใสแหงนมองนาฬิกาบนฝาผนังบอกเวลาเกือบสามทุ่ม ร่างเล็กปิดสมุดบันทึก เดินไปกดสวิตซ์ไฟลง แล้วสอดตัวเข้าผ้าห่มอุ่นหนา เขายังมีภารกิจเขียนหนังสือในช่วงตีสามเหมือนทุกวัน การเข้านอนเร็วถือเป็นกิจวัตร ที่สำคัญ...เขาจะไม่ปล่อยให้มีวันนั้น วันที่หัวใจจะได้เผยความจริงออกไปให้ใครคนนั้นได้รู้...

______

กลัวจะมีอาการให้เธอเห็น
แล้วเธอนั้นรู้ทัน
ก็กลัวเธอนั้นไม่เหมือนเดิม
______






**********************************************


ปิ๊กของพี่โชก็น่าจะประมาณนี้ >///<
ได้ไอเดียมาจากคู่ ปิ๊กโรม นั่นแหละ 555



Photo Credit
IG : Gun_Atthaphan


 รัก 

 N A T A 

+++++++++++++++++++++++   
O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

79 ความคิดเห็น