The Rhythm of Yours จังหวะนี้กำลังดี

ตอนที่ 25 : - 17th Rhythm " So mean " -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 443
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    30 เม.ย. 61

__________________

17th Rhythm
" So mean "
__________________



cr. GMM TV


- ไม่มีคำว่า สาธารณะ สำหรับ #ShoLan อีกต่อไป - 
Gossip Stars Magazine 

- กล่องข้าวน้อยฆ่าแฟนคลับ #ShoLan ขอโทษกันแบบนี้ เหล่าฮันนี่ว่ายังไง? - 
Trend Delivery News

- ไม่ต้องกินแล้วข้าวกล่อง กินกันหลังกล้องดีกว่า Oos! #ShoLan
Star's Talk on Twitter

- แบบนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกละครไทย 2018 ไม่มีอีกแล้วการตบจูบ มีแต่ข้าวกล่องตกจูบ! #ShoLan
ShoLanFamily on Instagram

- #ShoLan หวานน้ำตาลไหม้ วิธีขอโทษแบบใหม่ ที่จะละลายใจสาววายให้ตายคาที่!!! -
HOT TOP 10 news on Facebook

- โยนไม้พายไปดวงจันทร์ เรือ #ShoLan แข็งแกร่งเวอร์! -
MCD Live Channel


          "ว๊ายยย~ ตั๊ลแล๊วววว~ คุณโชดูนี่สิคะ กลายเป็นกระแสข่าวดัง สาว ๆ ได้ช็อกตายคามือถือแน่ ๆ ทำไมไปจุ๊บน้องอลันในที่โจ่งแจ้งขนาดนั้นละคะ โอ๊ย! หัวใจอีพอลล่าจะวายตาย ข่าวไวยิ่งกว่าพลังงานแสงเซล่ามูนอีกนะคะเนี่ย ขุ่นพระ!" 

          ผู้จัดการส่วนตัวในชุดคอลเลคชั่นฤดูร้อนยี่ห้อชาเนล ล้มตัวลงพื้นด้วยท่าสโนไวท์หลงป่าในห้องของรีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย พร้อมเอามือก่ายหน้าผากราวกับจะรอให้เจ้าชายใจดีแถวนี้มาช่วย

          "ก็พาดหัวข่าวใช้ได้นิ" ตัวต้นเรื่องกระตุกยิ้ม ดูเหมือนวันนี้ เขาจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

          "แหม คุณโชก็พูดได้นิคะ ลองมาเป็นพี่ดูสิ สายงานอีเว้นท์นะ โทร. มาจนมือถือจะระเบิด ตู้ม! กลายเป็นโกโก้ครั้นช์อยู่แล้วค่ะคุู๊ณ! งานเยอะมันก็ดี แต่อีพอลล่าจะตายคาตารางงานคุณโชกับน้องอลันก่อนน่ะสิคะ หู้ยยยย!" ไม่ทันไร สายเรียกเข้าก็ดังตามมาติด ๆ ถึงสามสาย แต่พอลล่าก็ได้แต่ปฏิเสธไป เพราะหาตารางลงให้ไม่ได้จริง ๆ

          "หึ ทำเป็นบ่น" ราโชผิวปาก เลื่อนอ่านคอมเมนต์และข่าวต่าง ๆ เกี่ยวกับภาพที่ปาปารัสซี่ถ่ายได้ หลังจากเขาเผลอปัดข้าวกล่องของอลันตก แล้วดึงอีกฝ่ายเข้ามาจูบ

          "เกิดมาจากโรงงานผลิตมาร์ชเมลโล่รึไง...ปากนุ่มซะขนาดนั้นร่างสูงพึมพำ ขณะแตะนิ้วบนริมฝีปากตัวเอง


          "ฮัดชิ้ว!"

          มือน้อยเกือบทำกล่องพลาสติกใส่รองเท้าแบรนด์ดังหลุดมือ เพราะอาการจามติด ๆ ราวกับมีใครแอบนินทาในระยะเผาขน

          "คนบ้า มาทำงานวันเดียว เอารองเท้ามาทำไมตั้งสี่คู่ เปลี่ยนทุก ๆ สามชั่วโมงรึไง" คนถูกใช้งานบ่นเสียงขุ่น นึกเคืองใบหน้าหล่อตี๋หลังขโมยจูบแรกเขาไป ก็ตีหน้าระรื่นเหมือนตัวเองไม่ได้ทำอะไร  เขาอยากจะเอาปี๊บคลุมหัวให้รู้แล้วรู้รอด แม่กับน้อง ๆ จะคิดยังไง ไหนจะเพื่อน คนรู้จัก ลูกค้าร้านไออุ่น หรือแฟนหนังสือของเขา...

          "โธ่เว้ย น่าอายเป็นบ้าเลย!" อลันทำแก้มป่อง เม้มปาก พยายามบังคับไม่ให้หัวใจเต้นแรงจนหน้าแดงเหมือนลูกมะเขือเทศ

__________

ก็ไม่รู้เลย ว่าฉันต้องเริ่มอย่างไร 
คงเป็นเพราะฉันกลัวว่า อาจจะเสียเธอไป หากว่าฉันถามเธอ
__________


          "หืม ก็คุณโชเล่นทำอะไรปุบปับซะจนพี่ตามไม่ทันเลยน่ะสิคะ" พอลล่าลุกจากพื้นไปนั่งบนโซฟาแทน

          "ก็แค่นิดหน่อย" ราโชหยิบหน้ากากใสขึ้นบังใบหน้า ขณะปล่อยให้ช่างฉีดสเปรย์จัดแต่งทรงผม

          "แหม ๆ หรือว่า..." ผู้จัดการส่วนตัวหรี่ตาจับผิด

          "ว่า?" ร่างสูงเลิกคิ้ว

          "ทำหน้าแบบนี้คิดอะไรอยู่หรอคะ...คุณโช" เจ้าหล่อนลากเสียง

          "ผม? คิดอะไร?"

          "หรือจริง ๆ แล้วที่ทำเนี่ย..." พอลล่าเดินเข้ามากระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน

          "เพราะเกิดหลงรักน้องอลันขึ้นมาจริง ๆ แล้วใช่ไหมคะ!"

          "เหลวไหล!" เสียงทุ้มพุ่งออกมาราวโดนไฟฟ้าซ็อต ช่างทำผมก็พลอยสะดุ้งไปตาม ๆ กัน

          "นี่ดูละครที่ผมแสดงมากไปรึป่าว ห๊ะ รักหรอ? เหอะ พูดมาได้ ไปเอามาจากนิยายเล่มไหนเนี่ย" นายแบบหนุ่มหัวเสียขึ้นมากระทันหัน

          "ก็เล่มที่พี่กำลังอ่านบนระบบ 4DX จอ IMAX อยู่นี่ไงละคะ แหม ชัดเจนซะขนาดนี้" พอลล่าหัวเราะคิก

          "ผมเปล่าชอบหมอนั่น" ราโชกัดฟันตอบ

          "แล้วรูปแอบถ่ายตอนเขาหลับในมือถือนั่นล่ะคะ" พอลล่าชี้นิ้วไปยังภาพล็อกหน้าจอ ราโชรีบคว่ำมือถือ ยกมือไหว้ช่างทำผมเป็นการขอบคุณ ตบท้ายยิ้มหล่อ ๆ ส่งช่างคนนั้นจนประตูปิดลง

          "ก็ถ่ายเอาไว้แบล็คเมล เผื่อเกิดดื้อทำอะไรผิดกฎขึ้นมา" ราโชหุบยิ้ม กอดอก เช็คความเรียบร้อยของตัวเองในกระจก

          "แล้วทำไมต้องซื้อสมูทตี้โยเกิร์ตมาตั้งไว้ตรงที่นั่งน้องอลันด้วยล่ะคะ" พอลล่าบุ้ยปากไปยังแก้วสมูทตี้ไซส์กลางข้าง ๆ กระเป๋าอลัน

          "นี่ซื้อมากินเอง" ว่าจบก็ฉกเครื่องดื่มมาดูดหวบ ๆ

          "คุณโชไม่ดื่มสมูทตี้ แต่ดื่มกาแฟนิคะ"

          "วันนี้อยากกินสมูทตี้"

          "แล้วที่คุณโชเคยจ้างนักสืบ..."

          "พอ ๆ จะมากไปละ" ราโชวางแก้วสมูทตี้ ทำหน้าหยีให้กับความเย็นและหวานเปรี้ยวที่เหมือนจะแล่นขึ้นสมองจนปวดหนึบ

          "ถึงผมจะเป็นนายแบบ แต่ผมก็เป็นนักแสดงที่ตีบทแตกใช่ไหมล่ะ" เด็กในสังกัดพอลล่ายักคิ้ว

          "คุณโชหมายความว่ายังไงคะ" ผู้จัดการถาม พลางกลับไปนั่งไขว่ห้างบนโฟซาตัวเดิม

          "ที่ทำไป ก็แค่แก้สถานการณ์เท่านั้นแหละ" ราโชกลอกตา เคาะนิ้วกับโต๊ะ

          "เกิดเป็นข่าวว่าเราทะเลาะกันขึ้นมา จะเลิกทั้ง ๆ ที่คบกันได้ไม่นาน เดี๋ยวก็มีเสียงซุบซิบน่ารำคาญตามมาอีก ผมขี้เกียจแก้ข่าว" เขาว่าไปนู้น

          "ให้มันจริงเถอะพ่อคู๊ณ" พอลล่าลากเสียงสูง


          ก๊อก ก๊อก ก๊อก

          "ขออนุญาตแจ้งเวลากับสคริปต์งานครับ" ทีมงานหนุ่มคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับร่างเล็กคุ้นตาเดินตามหลัง อลันวางกล่องใส่รองเท้าราคาแพงไว้มุมห้องพัก รับเอกสารจากทีมงาน โค้งหัวให้หนุ่มคนนั้นเล็กน้อย แล้วปิดประตู

          "เป็นคนรับใช้รึไง ไปเปิดปิดประตูให้เขาแบบนั้น" เสียงเหน็บดังมาจากร่างสูงที่รออยู่ก่อนแล้ว

          "มือจับลูกบิดอยู่พอดีครับ" อลันตอบโดยไม่หันไปมองเขา แต่ยกมือไหว้พอลล่าแทน

          "ขอโทษครับพี่พอลล่าที่ผมมาช้า" อลันหยิบกระเป๋าตัวเองบนโต๊ะเครื่องแป้ง เดินมานั่งข้าง ๆ ผู้จัดการส่วนตัว ราโชมองตามแผ่นหลังเล็กแฝงแววขัดใจ

          "ช้าเช้ออะไรกันล่ะคะ ก็ที่จอดรถไกลซะขนาดนั้น น้องอลันไม่ผิดเลยค่ะ ดูซิเนี่ย แป้งหลุดหมด มาค่ะ เดี๋ยวพี่ซับแล้วเติมให้นะ" พอลล่าใช้ทิชชูซับตามใบหน้า หยิบตลับแป้งจากกระเป๋าหนังของตน บรรจงแตะพัฟลงบนหน้าผากกลม จมูกมน และแก้มนวล

          "เข้าข้างกันเข้าไป" มารผจญบางคนมองผ่านกระจกอย่างหมั่นไส้

          "ขี้อิจฉา" อลันพูดขึ้นลอย ๆ ไม่ดังมากนัก แต่ทำเอาคนหูดีคิ้วกระตุก

          "เตี้ยแล้วยังย้อนเก่งอีก" ราโชหมุนเก้าอี้มาเผชิญหน้ากับอลัน

          "เนี่ยครับ พี่พอลล่า ละครเรื่องนี้นะ โห้ ตัวร้ายขี้อิจฉามาก ผมสงสารนางเอกสุด ๆ โดนแกล้งไม่เว้นแต่ละตอนเลยครับ" ราวกับเสียงนายแบบหนุ่มเป็นอากาศธาตุ อลันเปิดคลิปวีดีโอย้อนหลังละครในเว็บฯ ยื่นให้ผู้จัดการดู

          "ว๊ายตาย ดูเหมือนกันหรอคะ คุณน้อง พี่ก็ชอบค่ะ นางแสดงดีเวอร์" พอลล่าหัวเราะชอบใจ แอบเฝ้ามองละครชีวิตจริงที่กำลังแสดงสดต่อหน้าเขาด้วยความน่าสนใจอยู่เงียบ ๆ

          "อย่าเปลี่ยนเรื่อง" ใครบางคนเหวี่ยงใส่

          "อยู่ดีไม่ว่าดี ชอบพูดคนเดียว กรี๊ดกลางห้าง ไม่อายสายตาชาวบ้านเลย ถ้ามีคนแบบนี้ในชีวิตจริง คงปวดหัวน่าดูนะครับ พี่พอลล่า" อลันส่ายหัว ในขณะที่อีกคนเริ่มมีริ้วอารมณ์บางอย่างพุ่งปรี๊ดขึ้นมา

          กล้าเมินเขาใช่ไหม

          พุบ!

          คอสตูมของอลันที่ดีไซน์เนอร์ประจำกองถ่ายฝากไว้กับราโช ถูกโยนใส่หัวน้อย ๆ อย่างแม่นยำ มันไถลลูดใบหน้าหวาน ก่อนตกลงมากองแหมะอยู่บนตัก อลันหน้ามุ่ยทันทีที่โดนแกล้ง ตะหวัดตามองร่างสูงลุกขึ้นเดินผ่านไปพร้อมสีหน้ายิ้มเยาะ แถมทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงชวนปวดประสาท

          "บิงโก!"

__________

แต่ความรู้สึกมันล้นจนทนไม่ไหว 
ยิ่งเวลาที่เธอยิ้มมาและจ้องมองตา มันเกิดคำถามมากมาย
__________


          BMW Sedan สีเงินเข้าจอดในโรงรถบ้านแฝดสไตล์โมเดิร์น เน้นตกแต่งด้วยกระจกใส บริเวณโดยรอบจัดเรียงต้นไม้อย่างเป็นระเบียบ ส่วนมากเป็นพุ่มไม้ขนาดเล็กจนถึงกลาง มีต้นไม้สูงใหญ่เพียงไม่กี่ต้น

          "คุณพ่อคุณแม่ครับ ลูกชายสุดที่รักกลับมาแล้วคร้าบ~" ร่างสูงโย่งผิดกับประโยคและน้ำเสียงราวลูกแมวเชื่อง ๆ วิ่งไปสวมกอดบุพการีราวกับชาตินี้จะไม่ได้เจอกันอีก

          "สวัสดีค่ะ คุณลุง คุณป้า" โรสยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง แอบตีหลังลูกพี่ลูกน้องที่ทำตัวเวอร์ตลอดเวลาอยู่กับพ่อแม่

          วิถีลูกชายคนเดียวของบ้าน อ้อนจนเคยชิน

          "หนูโรส โตเป็นสาวขนาดนี้แล้วหรอ สวยขึ้นเยอะเลยนะ" หญิงวัยกลางคน หน้าสวยคมที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า คุณหมอภาคินได้โครงหน้าดูดีมาจากใคร เอ่ยทักด้วยความดีใจ

          "ขอบคุณค่ะ คุณป้า" โรสประคองมือหล่อนแล้วลูบเบา ๆ

          "อ่าว แล้วนั่นใครจ๊ะ เพื่อนหรอ หน้าตาดีเชียว" คุณแม่พยักหน้าไปทางหนุ่มร่างโปร่งซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ลูกชายของเธอ ภาคินยืดอก ผายมือแนะนำ ด้วยใบหน้ายิ้มแฉ่ง

          "อ๋อ นี่ คุณปราการครับคุณแม่ เป็นเจ้าของร้านไออุ่น ร้านที่ทำกาแฟกับอาหารอร่อย ๆ ที่คุณแม่ชอบไงครับ อ้อ! แล้วก็วันนี้คุณปราการจะมาทำอาหารให้เราทานกันด้วยนะครับ คุณพ่อคุณแม่เตรียมท้องรอไว้ได้เลย" ผู้ใหญ่ทั้งสองพยักหน้ารับอย่างเอ็นดู

          "คุณปราการ นี่คุณแม่ผมเอง คุณนายภาวิมล แล้วก็นั่นคุณหลวงของบ้าน คุณพ่อภาธร" คนที่ได้รับตำแหน่งคุณนายและคุณหลวงจากลูกชายตัวแสบยกมือรับไหว้ปราการ

          "ตายจริง คุณปราการเองหรือคะ ตาคินน่ะ เขาชอบเอาอาหารร้านคุณมาให้แม่ทานตลอดเลย ยินดีมากเลยค่ะ ที่คุณมาเยี่ยมบ้านของเราวันนี้"

          "เรียกผมว่า ปราการ เฉย ๆ เถอะครับคุณน้า ผมแก่กว่าคุณหมอแค่ปีเดียวเอง" ร่างโปร่งยิ้มสุภาพ

          "ไม่น่าเชื่อ ตาคินหน้าแก่กว่าเยอะเลยนะ" หล่อนจับหน้าลูกชายตบเบา ๆ สองสามที บ่นขรมเรื่องที่เขาไม่ยอมใช้มาร์กคอลลาเจนที่เธอส่งไป

          "พ่อว่า เอาของเข้าบ้านก่อนเถอะ ซื้อมาเสียเยอะแยะ เดี๋ยวจะเสียหมด" เสียงทุ่มสุขุมดังห้ามทัพสองแม่ลูกก่อนจะได้ยืนคุยไม่จบอยู่หน้าประตูไม่ได้เข้าบ้านเข้าช่อง

          "ตามสบายนะจ๊ะ โรส ปราการ" คุณแม่ยิ้มให้ทั้งสอง ก่อนหันมาทำหน้าดุกำชับลูกชายให้หัดดูแลตัวเองเสียบ้าง แม้มันจะยากก็ตามที

          บรรยาการภายในบ้านน่าอยู่กว่าที่เห็นจากภายนอกมาก ปราการมองสำรวจเฟอร์นิเจอร์แบบบิวท์อินแล้วผิวปาก มันดูลงตัวด้วยโทนสีพื้นเน้นไปทางดำ ขาว ครีม และเทา แต่ละห้องจึงดูโปร่งและกว้างขึ้น

          "เป็นไงชอบไหม" คุณหมอยื่นหน้าเข้ามาถามเสียงระริกระรี้ ขณะช่วยปราการแยกของเรียงไว้บนบาร์ครัวเตรียมใส่ตู้เย็น

          "บ้านสวยดี" ร่างโปร่งมองสำรวจข้าวของที่ต้องใช้ประกอบอาหารอย่างคราว ๆ

          "ผมให้รุ่นพี่แล้วก็เพื่อนที่เรียนสถาปัตย์กับตกแต่งภายในช่วยออกแบบให้" เจ้าตัวพูดอย่างภาคภูมิใจ

          "บ้านใหม่?" ปราการเลิกคิ้วนิด มือยังไม่หยุดจัดแจงวัตถุดิบ

          "ก็เพิ่งย้ายเข้ามาได้ไม่นาน" คุณหมอเท้ามือกับบาร์ครัว มองอีกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองด้วยสายตายิ้ม ๆ

          "อีกอย่างมันเป็นบ้านแฝด ยังมีห้องว่างเหลืออีกเยอะ ทางฝั่งขวา" ภาคินโน้มตัวเข้าหาคู่สนทนา

          "ถ้าคุณปราการอยากได้บ้านสวย ๆ ฟรีค่าน้ำค่าไฟ แถมไวไฟเต็มสปีด ย้ายมาอยู่ด้วยกันก็ได้นะครับ" ว่าจบก็ยิ้มทะเล้นให้ทีหนึ่ง

          "มีอาชีพเสริมขายขนมครกรึไง ไปเล่นตรงนู้นปะ" ปราการเอาต้นหอมญี่ปุ่นยาวเกือบ ๆ เท่าแขน ฝาดหัวโต ๆ ของคุณหมอ แล้วใช้มันชี้ไปนอกหน้าต่าง เป็นเชิงว่า กรุณาไปหยอดไกล ๆ 

          "ไม่เขินมุกผมแถมยังทำร้ายกันแบบนี้ เดี๋ยวก็คิดค่าเช่าซะเลยนิ" ภาคินแสร้งตีหน้าขรึม ปราการหยุดมือที่จัดผักมาเท้าเอว

          "แล้วใครบอกจะย้ายมาอยู่กับคุณหมอ เลิกฝันละเมอแล้วไปล้างผักให้ผมด้วย ด่วนครับ!"

__________

หากเธอต้องการให้ฉันเป็นมากกว่านี้
บอกมาเลยให้ฉันรู้ตัวว่ารักที่มี มันตรงกับเธอเหมือนกัน
__________


          "สวัสดีค่ะ คุณผู้ชม ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่วง Couples Date Ideas วันนี้ เราอยู่กับคู่รักสุด Cute&Cool เจ้าของแฮชแท็ก #ShoLan ที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ น้องอลัน เมฆินทร์ และคุณราโช รัชชาเรศวร์ ค่าาาา~"

          เสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับที่ตามมาเชียร์คู่ขวัญโชลันถึงภาคเหนือดังกระหึ่มจนนึกว่าจัดคอนเสิร์ตกลางแจ้ง

          "สวัสดีคุณผู้ชมทางบ้านและแฟน ๆ ที่ตามมาให้กำลังใจกันถึงจังหวัดเชียงรายนะครับ วันนี้ผมราโชกับน้องอลันจะพาทุกท่านไปออกเดทพร้อมกันกับพวกเรา ชื่นชมบรรยากาศและธรรมชาติที่สวยงามของที่นี่กันนะครับ" ราโชเกริ่น ก่อนอลันจะรับช่วงต่อ

          "ใช่แล้วครับ เราจะพาไปทัวร์สถานที่ท่องเที่ยว มุมร้านอาหารที่น่าสนใจ คาเฟ่น่ารัก ๆ เหมาะสำหรับคู่รักและครอบครัวในช่วงเทศกาลวันหยุด ส่วนจะมีที่ไหนกันบ้างตามพวกเรากันมาได้เลยครับ"

          "คัท! ดีมากครับ เตรียมกล้องขึ้นรถ ถ่ายซีนช่วงที่ขับไปไร่ชาฉุยฟงด้วยนะครับ ทุกคนมูฟ!" สิ้นคำสั่งจากทีมถ่ายทำ ราโชก็จับข้อมือเล็กดึงอลันให้มายืนชิดกับตัวเอง พลางวางแขนลงบนไหล่บางจนอีกฝ่ายเอนไปอีกข้างเพราะน้ำหนักที่คนชอบแกล้งกดลงมา ทว่าแทนที่จะได้สายตาเคืองงอนจากอลันเหมือนอย่างเคย คนตัวเล็กกลับนิ่ง พร้อมยิ้มให้เหล่าแฟนคลับได้ถ่ายรูปตามใจชอบ

          "เดี๋ยวนี้ว่านอนสอนง่ายนิ" ราโชเอียงคอกระซิบ ขณะโอบร่างเล็กให้หมุนตามมุมต่าง ๆ เพื่อแฟนคลับจะได้ถ่ายรูปพวกเขาอย่างทั่วถึง

          "พี่โชจ้างลันให้มาทำอะไรแบบนี้อยู่แล้วนิ" อลันตอบเสียงเรียบ พอถ่ายรูปเสร็จก็เดินนำลิ่ว ๆ ขึ้นรถตู้ไม่ต่อปากต่อคำ

          "เป็นอะไรของเขา" ร่างสูงได้แต่มองตามแผ่นหลังน้อยอย่างไม่เข้าใจ ตอนเช้าก่อนไปเอารองเท้าให้เขายังคุยด้วยดี ๆ อยู่เลย

          อารมณ์แปรปรวนอย่างกับผู้หญิงประจำเดือนมาไม่ปกติแหนะ

__________

อย่าให้ฉันเก็บมาคิดเอาเองอย่างนี้
เธอรู้ไหมท่าทีของเธอทำฉันไหวหวั่นและสับสนเหลือเกิน
__________


          "โอ้โห้ ปราการทำอาหารได้คล่องแคล่วดีจริง ๆ เลยจ้ะ มีอะไรให้น้าช่วยบอกได้เลยนะ" ภาวิมลยิ้ม มองชายหนุ่มชุบกุ้งลงในน้ำแป้งที่ผสมเครื่องเทศ แล้วนำมาคลุกเกร็ดขนมปัง จากนั้นก็หย่อนลงในตะแกรงหลุมลึกที่อยู่ในหม้อทอดอีกทีหนึ่ง

          "ไม่เป็นไรครับ คุณน้านั่งรอที่ห้องนั่งเล่นก็ได้นะครับ ผมให้คุณโรสเอาวาฟเฟิลธัญพืชกับชาดอกไม้ที่เตรียมมาจากร้านไออุ่นไปเสิร์ฟให้แล้ว ถ้ายังไง ขออนุญาตยืมห้องครัวคุณน้าสักวันนะครับ" ปราการยิ้ม โค้งตัวให้น้อย ๆ พร้อมเสียงจากคนตัวสูงโย่งที่เสริมทัพโดยไม่ต้องรับเชิญ

          "มีลูกชายคุณนายภาวิมลเป็นลูกมือให้ทั้งคน หายห่วงครับ" ภาคินในชุดผ้ากันเปื้อนเก๊กเสียงให้ดูน่าเชื่อถือ

          "ก็เพราะมีลูกน่ะสิ แม่ถึงห่วงน่ะ" เจ้าหล่อนหยิกแก้มลูกชายอย่างนึกมันเขี้ยว

          "โธ่ คุณนายนะคุณนาย ไม่เชื่อใจลูกชายบ้างเล๊ย"

          "แม่ก็อยากจะเชื่ออยู่หรอก ถ้าลูกไม่ทอดไข่ดาวดำเป็นตอตะโกตั้งแต่เล็กจนโตน่ะ"

          "อย่างน้อยผมก็ทำต้มมาม่าอร่อยก็แล้วกัน" หมอหนุ่มมองคุณแม่ด้วยสายตางอน ๆ จนเจ้าหล่อนหลุดหัวเราะ ไอ้นิสัยรักสนุก ชอบอ้อนชอบงอนเหมือนเด็ก ๆ มันขัดกับลุคหนุ่มร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมสันอย่างกับอะไรดี

          "งั้นน้าไปนั่งคุยกับหนูโรสก่อนนะ ปราการ ส่วนลูก ห้ามทำครัวไหม้นะ ตาคิน" เธอชี้นิ้วกำชับเสียงเข้ม

          ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง กับข้าวหลากรสก็ถูกจัดจานวางเสิร์ฟอย่างสวยงาม ตั้งแต่ต้มยำน้ำข้นที่มีกุ้งชุปแป้งทอดโรยหน้า แกงส้มปลาแซลมอนที่ใส่ชะอมซึ่งทอดกับไข่เจียวจนฟูและถูกตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตกแต่งอยู่ด้านบน ไหนจะหมูทอดตะไคร้ที่หอมกลิ่นสมุนไพร ผัดกะเพราทะเล ผัดเต้าหูรสกลมกล่อม และข้าวกล้องที่หุงโดยใส่ลูกเดือยและแปะก๊วย

          "ครบรสและได้เรื่องสุขภาพด้วย ปกติที่บ้านหุงข้าวกับแบบนี้รึ" ภาธรกวาดมองอาหารที่ดูก็รู้ว่าคนทำใส่ใจเรื่องรสชาติพอ ๆ กับสุขภาพด้วยความชื่นชม

          "หุงบ้างบางครั้งครับคุณลุง" ร่างโปร่งรับแก้วน้ำจากแพทย์หนุ่มที่แกล้งทำมือตุ๊กแกยื่อหยุดไม่ยอมปล่อยแก้วง่าย ๆ จนต้องส่งสายตาดุ ๆ ไปให้

          "ใครได้เป็นแฟนนะ โชคดีสุด ๆ เลยค่ะ คุณลุงคุณป้า" โรสรีบเสริม ขยิบตาให้ลูกพี่ลูกน้องอย่างรู้ความนัยกันอยู่สองคน

          "นั่นสิจ้ะ รูปร่างหน้าตาก็สะอาดสะอ้าน มีแฟนแล้วสิท่า" ภาวิมลว่า

          "ยังหรอกครับ" ปราการยิ้มเจือน ๆ

          "เดี๋ยวก็มีครับ คุณแม่ เร็ว ๆ นี้แหละ" ภาคินรีบกล่าว พลางยักคิ้วให้คนหน้าตาดีแต่ไม่มีแฟน จนปราการต้องถลึงตากลับเป็นเชิงว่า ใครจะไปมีแฟนเร็ว ๆ นี้ไม่ทราบ

          "แล้วนี่มีคนคบรึยังล่ะ ตาคิน พามาแนะนำให้แม่รู้จักบ้างสิ" คุณแม่ลูกเดี่ยวว่า จิบชาไปพลาง ๆ

          "ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้วครับ คุณแม่" ลูกตัวดียิ้มอย่างมีเลศนัย

          "จริงหรอ เป็นคนแบบไหนล่ะลูก" เจ้าหล่อนถามอย่างใคร่รู้

          "แบบคุณปราการครับ" สิ้นคำหมอตัวดี ร่างโปร่งก็สำลักชาดอกไม้ที่เพิ่งกลืนเข้าไปได้ไม่ถึงอึกทันที

          "ผมหมายถึง หน้าสวย ๆ มุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง เป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผล ทำอาหารเก่ง ดูแลกิจการเป็น ที่สำคัญ...เข้าใจ แล้วก็ดูแลหมอสกหมกแบบผมได้ เท่านี้ก็ดีมากเกินพอแล้วครับ" แพทย์ตัวแสบมองหนุ่มหน้าสวยดวงตาเป็นประกาย จนคนถูกมองต้องแอบหยิกเอวอีกฝ่ายจนเขาสะดุ้ง

          "ว่าง ๆ ก็พามาเจอพ่อกับแม่บ้างนะ" เสียงสุขุมน่าฟังดังมาจากภาธรที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ

          "ผมพามาพบแน่นอนครับ คุณพ่อ" ภาคินว่า ขณะตักกุ้งให้ผู้เป็นแม่ และตักเนื้อแซลมอนให้คนเป็นพ่อ

          "รอแค่เขาพร้อมเท่านั้น" ประโยคสุดท้าย เขาตักชะอมไข่ทอดให้ปราการ สบตาสวยคู่นั้นบ่งเป็นนัยว่า เขาจะไม่มัดมือชกหรือบังคับใจใครทั้งนั้น ขอเพียงแค่บอก เขาพร้อมจะประกาศให้โลกรู้โดยไม่เกี่ยงเรื่องอะไรทั้งสิ้น

          มันเป็นสายตาที่จริงใจ อ่อนโยน...และรอคอย

          เจ้าของร้านไออุ่นกะพริบตาถี่ไล่ความฟุ้งซ่านที่เริ่มก่อนตัวเหมือนพายุลูกจิ๋วที่หมุนวนอยู่ในหัว หันมาตักเต้าหู้ไข่ให้โรสกลบเกลื่อนหัวใจที่เต้นผิดแผกไปจากเดิม

          เป็นผู้ชายที่อันตรายอะไรอย่างนี้...คุณหมอ

__________

ฉันไม่รู้และยังคงไม่แน่ใจ 
รักไม่รัก ใจจริงของเธอต้องการแบบไหน มันยังคงไม่ชัดเจน
__________


          ด้วยตารางงานที่ต้องถ่ายทำทั้งหมดสี่สถานที่ภายในวันเดียว ทำให้ทีมงานเคร่งครัดเรื่องเวลาเป็นพิเศษ เริ่มจาก ไร่ฉุยฟง ไร่ชาคุณภาพกว่าหนึ่งพันไร่ แหล่งพักผ่อนของนักช็อปที่รักในผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและรสชาติชาที่หอมเป็นเอกลักษณ์ 

          ตามด้วยวัดร่องเสือเต้น สถาปัตยกรรมที่รังสรรค์โดยหนึ่งในลูกศิษย์ของศิลปินผู้สร้างวัดร่องขุ่น ตัววิหารโดดเด่นด้วยสีน้ำเงินตัดกับลายกนกสีทอง ทำให้เป็นที่จดจำและสะดุดตาของนักท่องเที่ยว

          จากนั้นก็มุ่งหน้าไป สิงห์ ปาร์ค หรือ ไร่บุญรอด มีแลนด์มาร์คให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งพักผ่อนและแอดเวนเจอร์ พร้อมจักรยานให้เช่า ปั่นรับลมช่วงเย็นเห็นตะวันตกดิน พร้อมคาเฟ่ที่มีสลัดและของหวานให้เลือกทานมากมาย

           สำหรับราโช การตะล่อนถ่ายงานและต้องแอคทีฟตลอดทั้งวัน ถือเป็นเรื่องปกติที่ร่างสูงเคยชิน แต่กลับแฟนปลอม ๆ ตัวน้อยของเขา เจ้าตัวต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเค้นความสดใสเข้ากล้องและเทคแฟนคลับตลอดเวลา

          "ยังเหลือถ่ายตอนหนึ่งทุ่มที่ถนนคนเดินเชียงรายเป็นสถานที่สุดท้ายนะคะทุกคน ถ้างานเสร็จเร็วก็จะได้กลับถึงที่พักประมาณสี่ทุ่ม ขอให้ตั้งใจทำงานกันอีกนิดนะคะ" สตาฟหญิงคนหนึ่งแจกแจง ก่อนทุกคนจะแยกย้ายขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางไปถนนธนาลัย ซึ่งจะถูกปิดและจัดให้ร้านค้าต่าง ๆ มาตั้งขายของกันอย่างคึกคัก

          "น้องอลันไหวไหมคะ" พอลล่าส่งขวดน้ำให้ร่างเล็กที่นั่งพิงหัวกับกระจกรถ

          "ยังไหวครับ" อลันยิ้ม แม้ดวงตาจะโรยเพราะความเหนื่อยที่สะสมมาทั้งวัน

          "อดทนอีกนิดนะคะ เดี๋ยวก็ได้กลับรีสอร์ทแล้ว" จบประโยค เสียงเปิดประตูรถตู้ก็ดังขึ้น

          "พี่พล ไฟลท์บินกลับกรุงเทพฯ พรุ่งนี้ออกกี่โมง" ราโชที่เพิ่งขึ้นรถ ถามพลางใช้ผ้าเย็นที่ซื้อมาซับคอคลายความร้อน

          "แปดโมงครึ่งค่ะ เราจะออกจากที่พักตอนเจ็ดโมง พรุ่งนี้ตื่นเช้ากันหน่อยนะคะ"

          "ได้" ราโชเปิดขวดน้ำยกดื่ม อีกมือหนึ่งก็ยื่นไปดีดแก้มคนที่กำลังง้วนอยู่กับการนวดขาตัวเอง

          "พรุ่งนี้อย่าลืมปลุกด้วย" ร่างสูงว่า มองสำรวจร่างเล็กอยู่ครู่ ก่อนเบนสายตาออกนอกหน้าต่าง ปล่อยความคิดให้ไหลไปพร้อมกับรถที่เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ
           
__________

เธอกับฉัน เราเป็นอะไรช่วยบอกฉันที 
อยากรู้สายตาที่เธอมีให้กัน มันหมายความว่าอะไร
__________


          แสงไฟเหลืองส้มจากสะพานภูมิพลยามอาทิตย์จวนเจียนจะตกดินสะท้อนบนผิวแม่น้ำเจ้าพระยาจนเหมือนเกล็ดอัญมณีส่องแสงแวววาว เป็นสิ่งที่หลายคนในสวนสาธารณะแห่งนี้ชื่นชม และไม่พ้นเหล่าช่างภาพที่พากันมาตั้งกล้องคอยเก็บภาพบรรยากาศ

          หลังจากอำลาพ่อและแม่ภาคิน คุณหมอก็ขับรถพาปราการมายังใต้สะพานภูมิพลด้านถนนพระรามสาม โดยบอกเหตุผลง่าย ๆ ว่าเขาอยากมาเดินเล่น

          "ทำไมไม่เรียกแทนตัวเองว่า หมอ แล้วเรียกผมว่า คุณเจ้าของร้าน เหมือนเดิม" ร่างโปร่งเดินทอดสายตามองเหล่าผู้สูงอายุที่พากันมาออกกำลังกาย

          "ก็ผมอยากให้คุณปราการเป็นอย่างอื่นนอกจากคนไข้ แล้วก็อยากให้ผมเป็นอย่างอื่นนอกจากลูกค้าร้านไออุ่นบ้างนิครับ" ร่างสูงใหญ่ตอบ มองตามสายตาของปราการ พลางแอบยิ้มอยู่เงียบ ๆ

          "เป็นอย่างอื่น?" คนฟังเลิกคิ้วข้าง 

          "คนรักน่ะ" ปราการมองบนให้กับคำตอบชวนขย้อนของเก่า เรื่องหยอดขอให้บอกหมอภาคิน

          "ผมบอกแล้วใช่ไหม ว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับคุณหมอ" เขาพูด แล้วแหงนมองคนตัวสูง

          "ไม่ได้คิดอะไร แต่คิดไปไกลแล้วใช่ไหมครับ" หมอตัวดีย่อตัวลงให้ส่วนสูงเท่ากับปราการ

          "คุณภาคิน" คนสูงน้อยกว่าได้แต่ทำหน้าตึง หยุดเดินแล้วหันมากอดอกใส่คนร่างใหญ่อย่างเคือง ๆ

          "โธ่ อย่าทำหน้าดุแบบนั้นสิครับ มันไม่น่ารักนะครับ" ภาคินแสร้งทำหน้าหงอย

          "ผมไม่ได้อยากน่ารัก"

          "ไม่น่ารัก แต่ก็...ชวนให้รักมาก ๆ เลย" ว่าเสร็จ ก็โดนมือสวย ๆ ฝาดป้าบเข้าให้ที่ต้นแขน

          "เลี่ยน!"

          "ก็ดีกว่าคนหึงเงียบล่ะน่า" ภาคินกล่าวปนขำ ออกตัวเดินอีกครั้ง

          "ใคร?" ปราการสาวเท้าตาม

          "อยากรู้? งั้นผมจะเปิดรูปให้ดู" มือใหญ่หยิบมือถือขึ้นมาเปิดกล้องหน้า ขยับเข้าใกล้ร่างโปร่ง อาศัยช่วงที่อีกฝ่ายกำลังงง ๆ กดเซลฟี่ทันที

          "นี่ไง ซูมให้ชัด ๆ เลย คนนี้แหละครับ" ภาคินขยับนิ้วซูมหน้าจอ แล้วยื่นให้คู่สนทนาจนแทบจะชิดใบหน้า

          "คุณหมอหลอกถ่ายรูปผม?" ปราการพยายามแย่งมือถือจากคนตรงหน้า แต่ส่วนสูงเกือบ ๆ หนึ่งร้อยเก้าสิบเซนต์ฯ ก็ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรกับเจ้ามือถือของคู่สนทนาได้เลย

          "เปล่าหลอกนิครับ ก็ถ่ายกันอยู่โต้ง ๆ" ภาคินรีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง กลัวรูปที่เขาอุตสาห์ถ่ายมาได้จะถูกลบล้างบางซะก่อน

          "เวลาคุณโกรธหรือหึง คุณจะเงียบใส่ผม ตีหน้าบึงตึงเหมือนคนแพ้ท้องที่ไม่อยากมองหน้าสามีตัวเอง" คนตัวสูงไหวไหล่

          "แพ้ท้องบ้านคุณสิ" ปราการสวน

          "ผมก็อยากให้คุณมาแพ้ท้องที่บ้านผมเหมือนกัน"

          "คุณหมอ!" ปราการตีหลังมือใส่คนพูดอีกรอบ

          "ครับผม?" แต่คุณหมอก็ตีหน้าซื่อใส่เสียอย่างนั้น

          "เลิกกวนประสาทสักทีจะขอบคุณมาก" ร่างโปร่งถอนหายใจเฮือกใหญ่

          "ก็ถ้าคุณปราการจะเลิกปากแข็งสักที ผมก็จะขอบคุณมากเหมือนกัน" อีกฝ่ายยังย้อนได้ไม่เลิก

          "ผมไม่ได้ปากแข็ง"

          "แต่การที่คุณยอมมาพบคุณพ่อคุณแม่ผม ทั้ง ๆ ที่ผมบอกเหตุผลไปชัดเจนขนาดนั้นแล้ว มันหมายความว่ายังไงครับ...ปราการ" นายแพทย์ก้าวมาหยุดยืนอยู่ด้านหน้าปราการ ทำให้อีกฝ่ายพลอยหยุดเดินตามไปด้วย

          "คุณหมอ ฟังผมนะ..." ชายหนุ่มสบดวงตาลึกคมราวคนต่างชาตินั้น กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ

          "คุณลุงภาธรกับคุณน้าภาวิมล เขารักคุณมาก คุณเองก็เป็นลูกชายคนเดียวของเขา หน้าที่การงานคุณก็ดี คุณควรจะแต่งงานกับผู้หญิงดี ๆ มีลูกหลานสร้างรากฐานชีวิตตัวเองให้มั่นคงให้พ่อแม่คุณสบายใจ ไม่ใช่มารักกับผู้ชายอย่างผมแบบนี้" ภาคินทำหน้านึกอยู่อึดใจก่อนตอบกลับไป

          "แสดงว่า ถ้าคุณปราการเป็นผู้หญิง คุณจะยอมคบกับผมงั้นหรอ"

          "ใช่"

          "ห๊ะ!" คุณหมอตัวแสบสตั้นไปหลายวิ ก่อนระเบิดหัวเราะลั่น จนโดนปราการบิดเอวเข้าให้ถึงยอมหยุดส่งเสียง เหลือเพียงรอยยิ้มที่แทบจะฉีกไปถึงดาวอังคาร

          "บทจะเลิกปากแข็ง ก็ตรงซะจน..."

          "จนอะไร?" ปราการสวนควัน

          "จนผมอยากแวะเข้าร้านสวารอฟสกี้ ไม่ก็แพนโดร่า ซื้อแหวานหมั้นให้ซะเดี๋ยวนี้เลย"

          "มโนเก่ง! แต่โทษทีผมไม่ได้เกิดเป็นผู้หญิง" เมื่อได้ฟังคำตอบ แพทย์หนุ่มก็เป็นฝ่ายถอนหายใจเฮือกใหญ่บ้าง

          "คุณปราการคิดว่า การรักใครสักคนต้องมีเงื่อนไขมากมายถึงขนาดนั้นเลยหรอครับ" คุณหมอพูดเสียงอ่อน ปราการเงียบ เบนสายตาไปยังผืนน้ำอีกฝาก

          "คุณรู้อะไรไหม ตอนผมเอ็กซ์เทิร์น เป็นช่วงที่ชีวิตวนเวียนอยู่ในโรงพยาบาลจนจะเป็นวิญญาณเฝ้าตึกอยู่แล้ว" ภาคินหัวเราะเบา ๆ นึกย้อนไปถึงสมัยที่เขายังเป็นนักศึกษาแพทย์

          "ผมเห็นคนเจ็บคนตายทุกวัน และมันก็ทำให้กลับมานั่งคิดว่า สุดท้ายแล้ว ลึกลงไปในเนื้อหนังก็คือกระดูกเหมือนกันทุกคน พวกเราก็เหมือนก้อนแคลเซียมเดินได้ ดูไม่ออกด้วยซ้ำ ว่าเคยสวยหล่อหรือจะรวยจนมาก่อนหน้านี้ เมื่อกาลเวลาผ่านไป แม้แต่ก้อนแคลเซียมก็จะค่อย ๆ คืนสภาพกลายเป็นสสารสู่ธรรมชาติเหมือนเดิม ไม่เหลือไว้ให้วิเคราะห์กันเลยว่า ตอนมีชีวิตอยู่จะเป็นหญิงหรือชาย" เขาเว้นประโยคเล็กน้อย เฝ้ามองท้องฟ้าสีครามที่มีริ้วเมฆสีชมพูแดงตัดกันอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนกล่าวต่อไป

          "แล้วจะอะไรเลย กับความรู้สึกที่จับต้องไม่ได้อย่าง ความรัก มันทั้งไม่แน่นอนและชวนให้หลงระเริงได้ง่ายดาย" ปราการหันมองคนพูด แล้วหลุบตาลงใคร่ครวญบางอย่าง ก่อนทอดสายตาไปตามทิศทางของร่างสูง

          "ผมไม่รู้ว่า ใครจะให้คำนิยามมันว่ายังไง เอาจริง ๆ สำหรับผม มันไม่สำคัญเลยว่า คุณปราการจะเป็นผู้หญิงหรือชาย จะยอมตกลงเป็นแฟนกับผมหรือไม่ เพราะตราบใดที่สมอง สองมือ สองเท้าของผม ยังมีแรงพอที่จะทำให้คุณมีความสุขได้ ก็เพียงพอสำหรับผมแล้วครับ" ภาคินหันหลังให้ภาพแม่น้ำเจ้าพระยายามเย็น นั่งพิงรั้วสวนสาธารณะ จ้องใบหน้าคู่สนทนาที่น่ามองยิ่งกว่าวิวสวย ๆ ด้านหลังเขาเนิ่นนาน

          "คุณอาจจะคิดว่ามันน้ำเน่า แต่ผมจะบอกคุณปราการไว้ตรงนี้เลยนะ" มือใหญ่ช้อนมือเรียวขึ้นมา เกลี่ยนิ้วโป้งลูบหลังมือเนียนอย่างช้า ๆ

          "ต่อให้คุณจะไม่รักผมกลับ จะไปคบกับผู้ชายคนอื่น หรือแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่ ผมก็จะหวังดีกับคุณแบบนี้เสมอ ในตอนที่มีความสุข คุณไม่จำเป็นต้องคิดถึงผมเลย แต่ถ้าวันไหนทุกข์ ขอแค่คุณบอกผม ถ้าผมไปได้ ผมจะไปหาคุณ แต่ถ้าตัวผมไม่สามารถไปได้ ขอให้ระลึกไว้ ว่าเสียงหัวใจของผม มันดังอยู่ในนี้เสมอ..." ภาคินทาบมือของเขาและมือเรียวของอีกฝ่ายลงตรงอกซ้ายของปราการ

          "ผมเชื่อว่า ข้างในนี้คงมีพื้นที่เล็ก ๆ ให้เสียงหัวใจของผมได้อาศัยอยู่อย่างแน่นอน" กล่าวจบ เขาก็กุมมือเรียวขึ้นมาทั้งสองข้าง นำมาแนบที่แก้มของตัวเองทั้งซ้ายขวา

          "อ้อ ลืมบอก ขออนุญาตจับมือนะครับ" ภาคินหัวเราะ พลางสบตาคนที่ไม่ยอมพูดอะไร แต่อมยิ้มให้เขานิด ๆ แล้วจับมือคู่นั้นตอบกลับเขาเบา ๆ

__________

เป็นแค่เพียงอารมณ์อ่อนไหวที่คงหายไป 
หรือซ่อนความรักที่มีเอาไว้
__________


          อลันในชุดนอนตัวโคร่งนั่งผมเปียกอยู่ปลายเตียง กดรีโมทเปลี่ยนช่องทีวีเรื่อยเปื่อย ตอนนี้เขาหมดแรงเกินกว่าจะเดินไปไหน อยากนั่งอยู่เฉย ๆ ให้สมกับที่เดินตากแดดตากลม ยืนถ่ายรายการมาตลอดทั้งวัน แถมยังต้องมารับมือกับคนที่ขยันแกล้งเขาได้ทุกเมื่อ เรียกได้ว่า เป็นวันที่ต้องรับศึกทุกด้านจริง ๆ

          "อ๊ะ!" ไม่ทันไร ผ้าขนหนูผืนน้อยก็ปลิวตกแหมะบนหัวทุยราวกับจับวาง อลันมองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำด้วยสายตาเคือง ๆ จะส่งให้ดี ๆ แบบชาวบ้านชาวช่องเห็นจะไม่ได้

          "ก็เห็นผมเปียก เลยเอาผ้าขนหนูมาให้ ยังไม่ขอบคุณอีก" ร่างสูงในชุดคลุมอาบน้ำยืนพิงขอบประตู้ทวงบุญคุณหน้าตาย

          "ขอบ คุณ ครับ" อลันกระแทกเสียง มือหนึ่งก็ขยี้ผ้าขนหนูบนหัว อีกมือก็ระบายอารมณ์กับบรรดาปุ่มรีโมทกดดูมันทุกช่องของเคเบิลทีวีชนิดที่ถึงไหนถึงกัน


          ก๊อก ก๊อก ก๊อก

          "ของที่สั่งไว้ได้แล้วค่ะ คุณราโช" ร่างสูงเดินไปเปิดประตู พลางรับถังไม้ใส่น้ำอุ่นขนาดไม่ใหญ่มากจากพนักงานรีสอร์ท ร่างสูงกล่าวขอบคุณเบา ๆ แล้วปิดประตู

          "ถ้าจะดู ก็เลือกดูมันสักช่อง" ราโชเดินมาหาร่างเล็ก วางถังไม้ไม่ไกลจากที่อลันนั่งอยู่

          "ลันจะดูทุกช่อง" พออารมณ์บูดมาก ๆ ร่างเล็กก็พาลจะดื้อขึ้นมากเรื่อย ๆ

          "งั้นก็ไม่ต้องดู" ราโชถอดปลั๊กทีวีออก จนคนมองอ้าปากค้าง

          "พี่โช!"

          "อย่าเสียงดัง เกรงใจพี่ ๆ ทีมงานที่พักอยู่ห้องข้าง ๆ ด้วย" เขาว่าพลางย่อตัวลงตรงหน้าอลัน

          "พี่โชจะทำอะไร" คนตัวเล็กเผลอสะดุ้งน้อย ๆ ยามมือหนาจับข้อเท้าของเขายกขึ้น

          "ถามมากเป็นเจ้าหนูจำไมไปได้" คนที่คุกเข่าลงข้าง แหงนมองใบหน้าหวานคิ้วขมวด

          "แล้วถามไม่ได้รึไง" ราโชถอนหายใจให้คนอายุน้อยกว่า

          "เจ็บเท้าไม่ใช่รึไง" ร่างสูงจับข้อเท้าอีกฝ่ายแช่ลงในถังน้ำอุ่นที่ผสมเกลือและดอกพุดซ้อน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยฟุ้งตามอุณหภูมิของน้ำ อลันกะพริบตาถี่ด้วยตามไม่ทันกับการกระทำของเขา

          "พี่โชรู้ได้ไงครับ"

          "เดินตามหลังตลอด ไม่รู้ก็โง่ละ" ร่างสูงตอบ พลางอธิบายต่อ

          "น้ำเกลือจะช่วยดูดซับประจุเสียจากร่างกาย เทียบเท่ากับตอนที่เราสัมผัสพื้นดินด้วยเท้าเปล่า" เสียงทุ้มกล่าวเรียบเรื่อย ค่อย ๆ กดนวดเท้าน้อยตามจุดต่าง ๆ

          "น้ำอุ่นช่วยลดอาการปวดบวมที่เท้า แล้วก็เรื่องการไหลเวียนเลือดด้วย" สัมผัสผิวน้ำอุ่นร้อนกำลังดีกับมือหนาที่กดคล้ายเส้นบนฝ่าเท้า ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวของอลันพาลหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น

          "ไปเอาวิธีนี้มาจากไหนครับ" เสียงนุ่มเอ่ยถาม

          "หมอคิน" ร่างเล็กถึงกับร้องอ๋อ ใบหน้าคมสันของเพื่อนสนิทราโชลอยเข้ามาในหัวโดยอัตโนมัติ

          "มีช่วงที่ฉันรับงานพิธีกร แล้วต้องยืนเกือบทั้งวันติด ๆ กัน ก็เลยได้วิธีนี้มาจากมัน"

          "คนอย่างพี่โชก็เมื่อยเป็นกับเขาด้วยแหะ" อลันพึมพำ

          "เดี๋ยวโดน ๆ" ราโชดีดน้ำใส่คนตัวเล็กอย่างหมั่นไส้

          "วันนี้แกล้งนิดแกล้งหน่อยทำเป็นงอน" ร่างสูงพูดไปถึงตอนที่ต้องเล่นเกมกับแฟนคลับ แล้วเขาแกล้งขัดขาอลันจนอีกฝ่ายเกือบล้มหน้าคะมำ ถ้าเขาไม่โอบเอวคนตัวเล็กไว้ได้ทัน

          แกล้งเอง แต่ก็กลัวอีกคนจะล้มเสียเอง

          "ลันเปล่างอน"

          "แล้วใครที่ทำหน้างอเป็นกุ้งต้มห๊ะ" ราโชพ่นลมหายใจขำ

          "ไม่ใช่กุ้งต้มซะหน่อย..." อลันเถียงเสียงแผ่ว ปล่อยผู้ชายที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายนวดเท้าของตนไปโดยไม่ปริปากอะไรอีก ทว่าในหัวกลับมีเสียงของราโชที่เขาบังเอิญได้ยินตอนเช้าดังก้องซ้ำไปซ้ำมา

          'ที่ทำไป ก็แค่แก้สถานการณ์เท่านั้นแหละ'

          'เกิดเป็นข่าวว่าเราทะเลาะกันขึ้นมา จะเลิกทั้ง ๆ ที่คบกันไปได้ไม่นาน เดี๋ยวก็มีเสียงซุบซิบน่ารำคาญตามมาอีก ผมขี้เกียจแก้ข่าว'

          ถ้าการกระทำพวกนั้น เป็นแค่การสร้างภาพ แล้วสิ่งที่เขาเห็นอยู่ ณ ตอนนี้ล่ะ...

          ดวงตากลมโตเฝ้ามองคนอายุมากกว่าใช้ผ้าขนหนูซับเท้าให้เขา พร้อมพูดประโยคยืดยาวราวกับเทศนาที่ไม่ได้เข้าหัวของคนตัวน้อยเลยแม้แต่นิดเดียว

          "...เวลาแช่เท้า ให้ทำแค่สิบถึงยี่สิบนาทีก็พอ เข้าใจไหม" เมื่อคู่สนทนาไม่หือไม่อือกับเขาสักคำ ราโชจึงเงยหน้าถามย้ำอีกรอบ

          "ที่พูดเนี่ย เข้าใจรึเปล่า" อลันไม่ตอบแต่กลับจ้องหน้าเขา เหมือนมีอะไรอยู่ในใจ แต่ไม่ยอมพูดออกมา จนราโชต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถาม

          "มองแบบนี้หมายความว่ายังไง" อลันเงียบไปอึดใจ ก่อนเอ่ยเสียงนุ่มออกมา พร้อมแววตาที่ทำให้ราโชต้องนิ่งงัน

          "แล้วที่พี่โชทำแบบนี้...หมายความว่ายังไงครับ"

__________

เธอคิดยังไงกับฉัน ช่วยบอก...ฉันที
__________





ฟังแบบดนตรีล้วนเพราะดีนะ ได้ฟังคอรัสด้วย~


*********************************************************************************


Talk with NATA

หน้าร้อนแล้ว นักอ่านทุกคนดูแลสุขภาพนะคะ 
พกร่มก่อนออกจากบ้านด้วยเน้อออออ 
ช่วงนี้อาจจะอัพช้าหน่อยนะคะ 
เพราะอยู่ในช่วงไล่อ่านเก็บงาน แก้คำผิดและรายละเอียดต่าง ๆ 
จะมีการปรับแต่งเล็กน้อยตามสมควรนะคะ


และนี่คือสะพานภูมิพล โลเคชั่นในฉากหวาน ๆ ของคุณหมอกับคุณเจ้าของร้านค่ะ


ขอบคุณที่สนับสนุนนักเขียนตัวน้อย ๆ ตลอดมานะคะ
แล้วเจอกันใหม่ตอนใหม่ตอนหน้าค่ะ ^^~



 รักเด้อ จ้อง~ 

 N A T A
 
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ASHLEY     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #79 BabiiKim (@BabiiKim) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 23:17
    รอคอย ราโชจะตอบน้องลันว่าไง แถอีกมั้ย โกรธราโชจริงๆไปเลย หนับหนุน!!!
    #79
    0
  2. #74 ZengChunlei (@ZengChunlei) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 00:49
    รออย่างใจจดใจจ่อ
    #74
    0
  3. #71 Mew125899 (@Mew125899) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 12:24
    มาต่อด่วนๆๆๆๆๆ
    #71
    0
  4. #69 hataipat12 (@hataipat12) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 08:11
    รอค้าา
    #69
    0
  5. #67 pornnapanok9 (@pornnapanok9) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 16:42
    รอตอนต่อไปอยู้นะคะ
    #67
    0
  6. #66 AIW (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 23:23
    มาลงเร็วๆๆๆๆๆๆๆๆ รออ่านไม่ไหวแล้วววววว
    #66
    0
  7. #65 Eedzy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 00:06
    คิดถึง คิดถึงที่สุดเลยยย สู้ๆนะคะ
    #65
    0
  8. #64 Rose (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 23:39
    ในที่สุดก็มา. พี่โชจะคีพคูลก็ให้ตลอดนะเฮ๊ะๆ
    #64
    0
  9. #63 Namsiiiii (@Namsiiiii) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 00:04
    ดีใจจจจจจจจจจ แต่ตอนนี้แอบหน่วงๆแหะ อยากให้พี่โชชัดเจนซะที แต่ก็มีบางช่วงที่ทำให้หัวใจเต้นแรง >< สู้ๆนะคะไรท์
    #63
    0