The Rhythm of Yours จังหวะนี้กำลังดี

ตอนที่ 24 : SPECIAL CHAPTER 06 "Alanrella" ( 3 end )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    7 เม.ย. 61

=====================
SPECIAL CHAPTER 06
"Alanrella"
( 3 end )
=====================


Tangled Concept Art


          "เซอร์ราโช..."

          เจ้าของใบหน้ารูปสลักในชุดสูทเนียบสีรัตติกาลโค้งตัวลงอย่างสุภาพ

          "ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ แต่งานพิธีช่วงสุดท้ายกำลังจะเริ่มในอีกไม่ช้า กระหม่อมเกรงว่า หากช้ากว่านี้จะไม่ทันการ องค์ชายต้องรีบเสด็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ" คำสรรพนามและคำลงท้ายต่าง ๆ ยิ่งทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้าง มองชายหนุ่มทั้งสองสลับกันไปมา

          "ได้ เราจะรีบไป" เจ้าชายผินพักตร์กลับมายังสาวน้อย

          "เราคงได้พบกันอีกไม่ช้าก็เร็ว ขอบใจคุณหนูมากที่อยู่เป็นเพื่อนคุยกับเรา" ชายสูงศักดิ์ยิ้มกว้างนึกเอ็นดูท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรเมื่อทราบฐานันดรศักดิ์ที่แท้จริง

          "เซอร์ราโชโปรดอยู่ส่งคุณหนูท่านนี้จนกว่าพี่ชายของเธอจะกลับมาด้วย" สุรเสียงมั่นคงตรัสสั่ง

          "รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ" ราโชโค้งตัวรับ

          "แล้วพบกัน" เจ้าชายภาคินทิ้งท้ายกับอลันไว้เพียงเท่านั้น ก่อนหันหลังเดินจากไป กระนั้นสิ่งที่ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกเกร็งและรีบก้มหน้าต่ำมากกว่าเดิมคงจะหนีไม่พ้น...

          "แม้อยู่ในพระราชฐาน แต่การออกมาเที่ยวเล่นตามลำพังเป็นสิ่งไม่สมควรนัก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยราบเรียบ ใบหน้าท่านเซอร์ไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใด ๆ

          "พี่ชายของเธออยู่ที่ไหน ฉันจะไปส่ง" เขากล่าวนิ่ง ๆ

          "เออ...ไม่เป็นไรค่ะ...ดิฉันจะเดินไปหาเขาเอง ขอบคุณท่านมาก" อลันพยายามดัดเสียงของตนกลัวคนตรงหน้าจะจำได้ เด็กหนุ่มหมุนตัวสาวเท้าเร็ว ๆ หมายเดินหนีคู่กรณีที่เขาแอบหลบหน้ามาเที่ยวเล่นนอกคฤหาสน์ แต่ยังไม่ทันถึงไหน ชุดกระโปรงแสนสวยบวกรองเท้าเจ้ากรรมก็ติดพันกันยุ่งจนเจ้าตัวสะดุดล้มหน้าคะมำ

          "โอ๊ย..." เด็กหนุ่มครางเบา ๆ ยกมือที่ถลอกเล็กน้อยขึ้นมาดู พลางทำหน้ายุ่ง ถ้าเขาไม่เอามือยันไว้ คงเป็นหน้าเขาเองที่จะไถลไปกับพื้น ในจังหวะที่ร่างเล็กกำลังพยายามลุกอย่างทุลักทุเล มือหนาของคนที่เขาพยายามเดินหนีก็กดทับไหล่บางให้นั่งลงตามเดิม มืออีกข้างจับข้อเท้าคนล้มขึ้นมาดู จนคนถูกกระทำเผลอหดขาหนีด้วยความตกใจ แต่ก็ถูกรั้งไว้ด้วยแรงที่มากกว่า

          "ถ้ารู้ว่าเดินยาก คราวหลังก็อย่าใส่" ท่านเซอร์กล่าวเรียบ ๆ มือใหญ่จัดการถอดรองเท้าแก้วเจ้าปัญหาออก ก่อนย่นหัวคิ้วนิดเมื่อเห็นรอยแดงช้ำบนข้อเท้าเล็กกับใบหน้าหวานที่พยายามเก็บความรู้สึกเจ็บไว้ภายใต้ดวงตากลมใสเหมือนไม่มีอะไรคู่นั้น

          เก็บอาการไม่เก่ง...แถมโกหกไม่เป็นอีก

          ร่างสูงลอบถอนหายใจ วันนี้ทั้งวันเขาก็ยุ่งอยู่กับการดูแลฉลองพระองค์ของคนในราชวงศ์ให้ออกมาสมพระเกียรติที่สุด จนไม่มีเวลาแวะไปดูใครบางคนเหมือนอย่างที่เคยทำ ประกอบกับไม่คิดว่า คนคนนั้นจะกล้าเสี่ยงทำอะไรแบบนี้

          คงจะมีคนหนุนหลัง...และเดาไม่ผิดคงหนีไม่พ้นเจ้าประจำ

          "ถ้าอยากจะไปไหนคราวหน้าให้..." ไม่ทันพูดจบ ดวงหน้าซื่อใสที่เอาแต่หลบก็เบนขึ้นยังท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

          "อ๊ะ! นั่นมัน!" ดวงตาซึ่งเคยแสดงออกว่าเกรงกลัวเขา กลับส่องประกายแข่งกับหมู่ดาว รวมถึงลูกไฟสีนวลนับร้อยดวงที่ค่อย ๆ ลอยตัวขึ้นฟ้าเป็นขบวน ราวหิ่งห้อยยักษ์โบยบินในอากาศ

          "นี่น่ะหรือ...สิ่งที่เขาเรียกกันว่า...โคมลอย..." อลันเอ่ยขึ้นเชื้องช้าเหม่อลอย เขาเคยแต่เห็นในหนังสือภาพวาดเท่านั้น ไม่คิดว่าจะมีโอกาสเห็นชัดกับตาตัวเอง

          "งดงามเหลือเกิน..." ประโยคแผ่วเบาของร่างเล็กทำให้คนตัวสูงเงยหน้ามองท้องฟ้า ก่อนเลื่อนสายตาลงมาจับยังดวงหน้าอ่อนเยาว์ซึ่งดูมีชีวิตชีวาอย่างที่เขาไม่เห็นมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น รอยยิ้มสดใสของคนตรงหน้ายังสว่างไสว จนเขารู้สึกกลัว...

          ...กลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถเห็นแก่ตัวได้อีกต่อไป

          "ชอบหรอ" เหมือนปากทำงานก่อนสมอง ราโชมองเจ้าตัวเล็กที่พยักหน้าตอบเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เมื่อได้คำตอบ ท่านเซอร์จึงเลื่อนสายตากลับไปมองเหล่าโคมลอย

          "การปล่อยโคมลอยมาจากความเชื่อหลาย ๆ อย่าง แต่สำหรับกรณีนี้ องค์ราชาและราชินีทรงจัดขึ้น เพื่อเป็นการส่งสารถึงบรรพบุรุษผู้อยู่บนสรวงสวรรค์ อัญเชิญให้ร่วมอวยพรอันเป็นมงคลแก่ราชวงศ์ รวมถึงใช้โคมลอยพวกนี้เป็นดวงไฟนำทางแด่เหล่ากษัตริย์ให้มาสถิตเป็นมิ่งขวัญแก่องค์รัชทายาท และต้อนรับว่าที่เชื้อพระวงศ์คนใหม่ หรือก็คือพระคู่หมั่นซึ่งองค์ชายจะเป็นผู้เลือกในอีกไม่ช้าด้วยพระองค์เอง"

          น้องชายบุญธรรมมองเจ้าของน้ำเสียงทุ้มต่ำอธิบาย พลางพยักหน้าน้อย ๆ เขาค่อนข้างจะทำตัวไม่ถูกยามอยู่ต่อหน้าร่างสูง ยิ่งโตขึ้นยิ่งเหินห่าง ยิ่งมีภาระหน้าที่ราโชก็ยิ่งเย็นชา เขารู้สึกว่าช่วงหลัง ๆ พี่ชายบุญธรรมมักรักษาระยะห่างจากเขามากพอสมควร จะมีก็แต่วันนี้ ที่บางอย่างดูแปลกไป ไม่สิ เพราะตอนนี้เขาเป็นสุภาพสตรีต่างหาก ไม่ใช่เด็กหนุ่มคนนั้น คนที่ราโชเคยบอกตรง ๆ ต่อหน้าเลยว่า ไม่ถูกชะตาและไม่อยากจะญาติดีด้วย

          แต่นั่นก็ดีที่สุดแล้ว...เพราะถ้าราโชอ่อนโยนกับเขาไปมากกว่านี้...

          ตึก ตัก!

          ร่างเล็กรีบยกมือขึ้นกุมอกตัวเอง รู้สึกอุ่น ๆ บริเวณแก้มอย่างที่ตัวเองก็หาสาเหตุไม่ได้ ร่างสูงละสายตาจากท้องฟ้า เอ่ยถามหลังเห็นท่าทีของคู่สนทนา

          "เป็นอะไร เจ็บตรงไหนอีกรึเปล่า?" ร่างสูงเอื้อมจะจับข้อมือบาง แต่คนตัวเล็กก็รีบขยับออกห่าง ยันตัวขึ้นยืนอย่างลืมเจ็บ โค้งตัวให้ชายหนุ่ม พูดติด ๆ ขัด ๆ 

          "ปะ เปล่า คงต้องไปแล้ว ขอตัว" พูดตัดจบเสร็จ เจ้าตัวก็รีบวิ่งไปตามทางที่คุณชายปราการเคยเดินไป เหลือทิ้งไว้เพียงรองเท้าแก้วให้ชายหนุ่มดูต่างหน้า

          หลุดมือไปจนได้

          ดวงตาเรียวคมมองตามเจ้าของแผ่นหลังน้อยวิ่งหอบกระโปรงประดับคริสตัลห่างออกไป ก่อนหลุบตามองรองเท้าแก้วเจรนัยข้างที่เขาถอดออกให้เจ้าตัวเล็ก อันที่จริง แค่ก้าวเร็ว ๆ ด้วยขายาว ๆ ของเขา ก็คงถึงตัวคนช่างหนีได้ไม่ยาก ทว่า สำหรับตอนนี้...ภาพรอยยิ้มกับดวงตาสดใสคู่นั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว และมันทำให้เขาตัดสินใจไม่ก้าวขาคู่นี้ออกไป

        ปล่อยไปสักวันคงไม่เป็นไร...แค่วันเดียวเท่านั้น...


          เช้าวันรุ่งขึ้น 
        บ้านพักตากอากาศของคุณชายปราการ

          "คุณชายคะ มีแขกมาพบค่ะ" แม่นมคนสนิทในชุดผ้ากันเปื้อนเขย่าร่างที่ขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา

          "อือออ...."

          "คุณชายปราการ ตื่นเถอะค่ะ สายมากแล้วนะคะ" เจ้าหล่อนพยายามดึงผ้าห่มสีขาวนุ่มออกจากตัวเด็กหนุ่มที่เกาะติดเตียงราวกับมีกาวติดตัว

          "งืมมมมม...."

          ตุบ!

          "อั๊ก!" ทันทีที่สลัดผ้าห่มออกได้ คุณชายวัยสิบแปดขวบก็กลิ้งตกเตียงเป็นลูกหมานอนแผ่หลาอยู่บนพื้น

          "คุณชายนะคุณชาย อย่าให้แม่นมต้องทำแบบนี้สิคะ หาเรื่องเจ็บตัวอยู่เรื่อยเลย" หญิงวัยกลางคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปลุกกันดี ๆ ไม่เคยได้ผล ชอบบังคับให้เธอต้องใช้วิธีแบบนี้ตั้งแต่เล็กจนโต

          "อา...แม่นมหรอครับ มีอะไรกันแต่เช้าอา...เรายังนอนไม่เต็มอิ่มเลย" เสียงงัวเงียยิ่งกว่าคนไม่สร่างเมา ผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับรังนก มุมปากเหมือนจะมีคลาบน้ำลายติดอีกต่างหาก ทำเอาคุณแม่นมหลุดขำ พลางส่ายหน้า กล่าวด้วยน้ำเสียงติดหัวเราะ

          "ลงไปพบแขกท่านสักหน่อยเถอะค่ะ เห็นท่านว่ามีเรื่องสำคัญมากอยากคุยกับคุณชาย แถมรูปงามราวกับเจ้าชายเลยนะคะ" เธอเล่าด้วยสีหน้าตื่นเต้น

          "เหอะ เจ้าชายหรอ ฝันไปเถอะ นี่มันบ้านพักส่วนตัวของเราเลยนะ ไม่ใช่คฤหาสน์เจ้าคุณพ่อซะหน่อย ที่ลูกท่านหลานเธอจะรู้จัก แล้วเข้าออกกันง่าย ๆ น่ะ อีกอย่าง บ้านหลังนี้ก็อยู่ไกลจากพระราชวังเป็นโยด เจ้าชายหน้าไหนก็ไม่มีปัญญาหาเจอทั้งนั้นแหละ" ปราการกล่าวด้วยหน้าบูด ๆ เจ้าชายที่ไหนบังอาจมารบกวนเวลานอนของเขากัน

          "ในฐานะเจ้าชายอาจจะใช่ แต่หากในฐานะผู้ชายธรรมดา...ผมคิดว่าไม่" เสียงทุ่มทรงอำนาจดังมาจากหน้าประตูห้องนอน ซึ่งถูกเปิดไว้ด้วยความเผลอตัวของคุณแม่นม สองนายบ่าวหันไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน คนหนึ่งมองไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะอ้างปากค้างทันทีที่หัวยุ่ง ๆ ประมวลผลได้ว่าใครยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้น ส่วนอีกคน ยิ้มหวานรับชายหนุ่มเหมือนอย่างตอนที่เธอต้อนรับเขาตรงหน้าประตู

          "ขออภัยหากเสียมารยาทขึ้นมาโดยพลการ ผมได้ยินเสียง เลยคิดว่า อาจจะเกิดอุบัติเหตุกับแม่นมและ...คุณชาย" หนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสามัญชนก้มศีรษะลงเล็กน้อย พลอยทำให้แม่นมนึกเอ็นดู เขาค่อย ๆ เงยใบหน้าคมสันขึ้น มองเจ้าของบ้านพักตากอากาศที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ห่างไกลออกมาจากตัวเมืองมากพอสมควร

          "นะ นี่ท่าน..." ปราการถึงกับต้องขยี้ตา ความงัวเงียพลันหายกระเจิง เขาเป็นถึงบุตรหัวหน้าขุนนางการคลัง ทำไมจะไม่รู้ว่าบุรุษตรงหน้าคือใคร

          "คุณชาย โปรดเรียกผมว่า คิน ผมมาในฐานะคนซ่อมเปียโนที่คุณชายเคยติดต่อไว้เมื่อสามวันก่อนครับ" นัยน์ตาคมลึกส่อแววขบขัน ยามพินิจสภาพพี่ชายของหญิงสาวที่เขาต้องการจะทำความรู้จัก

          "ละ แล้วท่านมีเรื่องอะไร มาหาเราทำไม" คุณชายกระเด้งตัวออกจากเตียง จัดผมที่ชี้โด่ดชี้เด่กับชุดนอนสีครีมยับ ๆ ให้เข้าที่ พลางกอดอก เชิดหน้าไปทางอื่น แม้จะสูงศักดิ์มาจากไหน แต่การทำอะไรตามใจชอบในบ้านของคนอื่น ถือเป็นเรื่องไม่พึงกระทำ แล้วยังมาเห็นเขาในสภาพแบบนี้อีก...

          น่าอายชะมัด...

          "ผมได้รับมอบหมายจากหัวหน้างานให้มาช่วยดูเปียโนของคุณชาย เห็นว่ามีบางจุดเสียหาย เลยทำให้เสียงเพี้ยน" ปราการเหลือบมองคนพูดนิด ๆ ไม่เข้าใจว่า ลมอะไรหอบคนสูงศักดิ์พันธุ์นั้น ให้มามีอารมณ์ซ่อมเปียโนเก่า ๆ ในบ้านกลางป่ากลางเขาแบบนี้

          "แม่นม ช่วยเตรียมของว่างให้แขกด้วย" คุณชายหันไปสั่งเจ้าหล่อน ก่อนหมุนตัวเผชิญหน้ากับอีกคน 

          "ส่วนท่าน...ตามเรามา" คินผายมือเป็นเชิงให้คุณชายเดินนำ ปราการเดินเร็ว ๆ ผ่านร่างสูงใหญ่ที่เขาแอบอิจฉาในรูปลักษณ์สมชาติชาย มันทั้งองอาจและทรงอำนาจ จนเขารู้สึกว่า จะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือเมื่อไรก็ได้

          อยากให้สูงแบบนี้บ้างก็แล้วกัน

          ปราการเดินนำลงมายังชั้นล่างของบ้านพักตากอากาศ ข้าวของภายในมีไม่มาก ส่วนใหญ่ทำจากไม้มะฮอกกานีสีน้ำตาลเข้มกลมกลืนกับบรรยากาศรอบนอก ทั้งยังปลอดโปร่งด้วยหน้าต่างทรงกว้างพาดยาวต่อกันเกือบรอบตัวบ้านทำให้สัมผัสกับธรรมชาติได้ในทุก ๆ ย่างก้าว

          "เจ้าชายที่ไหนจะซ่อมเปียโนได้" เจ้าของบ้านหยุดยืนในห้องนั่งเล่น ซึ่งมีเปียโนแกรนด์ตั้งอยู่ตรงกลาง พลางพึมพำขณะมองคนตัวใหญ่ก้มหยิบอุปกรณ์บางอย่างจากกระเป๋าหนังทรงสี่เหลี่ยม

          "เจ้าชายอาจซ่อมไม่ได้ แต่ผู้ชายธรรมดาอย่างผมซ่อมได้ครับ คุณชาย" คินยิ้มน้อย ๆ ระหว่างทดลองกดคีย์บอร์ดเทสเสียงและสำรวจจุดบกพร่องของเครื่องดนตรี

          "ท่านมาที่นี้เพราะอะไรกันแน่" ช่างซ่อมเปียโนจำเป็นละสายตาจากงานมามองคนถามที่กอดอกขมวดคิ้วสงสัย แสงแดดยามเช้าส่องกระทบใบหน้าสวยได้รูปและผิวเนียนละเอียดตามชาติกำเนิดให้ชวนมอง แม้จะเป็นชายแต่ความงามมีมากกว่าหญิงสาวบางรายเสียอีก

          ก็สมแล้ว ถ้าจะเป็นพี่น้องกัน

          "อาจเร็วเกินไป แต่ผมมีเรื่องรบกวนคุณชายเกี่ยวกับน้องสาวของท่านสักเล็กน้อย" น้ำเสียงทุ้มลึกของคินทำให้ชายหน้าสวยเลิกคิ้วสูง

          "น้องสาวเรา? ทำไม?" 

          "ผมอยากรู้จักและศึกษานิสัยใจคอไว้ หากลงตัว คุณพ่อกับคุณแม่ผมจะได้หมดกังวล" ร่างสูงใหญ่คลี่ยิ้ม

          "ท่านหมายความว่ายังไง?" คนฟังยิ่งขมวดคิ้วหนักเข้าไปใหญ่

          "เช่นนั้นผมก็จะไม่อ้อมค้อม..." ชายหนุ่มยืดตัวตรง ใบหน้าคมสันแสดงออกถึงความจริงจัง ยามนึกถึงเจ้าของร่างเล็กอ่อนหวานที่เจอกันเมื่อคืนวาน

          "ผมขออนุญาตเชิญน้องสาวของคุณชายมาเป็นว่าที่คู่หมั่นของผมจะได้ไหมครับ"

          "ห๊ะ!?"

          ยัยเหมยเนี่ยนะ!!!!


          คฤหาสน์รัชชาเรศวร์

          "นี่ ๆ ไอลีน วันนี้เรามาเล่นอะไรกันดีอะ" เด็กหญิงผมแกะเท้าคางถามเด็กอีกคนที่หน้าตาเหมือนเธอราวกับแป้นพิมพ์

          "ไอลีนอยากทำมงกุฏดอกไม้" เด็กหญิงผมเปียตอบ พลางชี้นิ้วไปที่สวนของคฤหาสน์

          "แต่อลินอยากเล่นวิ่งไล่จับมากกว่าอะ" อลินว่า พลางแกว่งขาไปมา

          "พี่ลันเอาไงดี" ไอลีนลงจากเก้าอี้ จับแขนเด็กหนุ่มร่างเล็กที่เพิ่งเดินเข้ามาแล้วเขย่าขอความเห็น

          "นั่นสิ ๆ พี่ลัน เล่นอะไรกันดี" อลินวิ่งมาจับแขนอีกข้างกดดันด้วยอีกคน จนเด็กอายุมากสุดทำสีหน้าลำบากใจ

          "เออ...คุณหนูครับ ผมยังเก็บกวาดของในครัวไม่เสร็จเลย คงอีกสักพักกว่าจะมีเวลามาเล่นกับคุณหนูนะครับ"

          "โห้ยยยยย ม่ายอ่าวววววว" แฝดสาวโอดโอยพร้อมกัน

          "ไอลีนอยากให้พี่ลันมาเล่นด้วยกันตอนนี้เลย"

          "ใช่ ๆ งานไว้ทำเมื่อไรก็ได้" เสียงวอแวจากเด็กหญิงตัวน้อยดังไม่หยุดทั้งซ้ายขวา จนสาวใช้ที่เดินผ่านมานึกสงสาร เธอจึงอาสาทำงานในครัวแทนอลัน เพราะอันที่จริง อลันไม่จำเป็นต้องทำงานพวกนี้อยู่แล้ว ติดก็แต่เจ้าตัวที่ไม่ชอบนิ่งดูดาย หางานนู้นนี่นั่นทำตลอดเวลา

          "ถ้าอย่างนั้น เราเริ่มจากทำมงกุฏดอกไม้ก่อน แล้วค่อยไปวิ่งเล่น อืม...เอาเป็นเล่นซ่อนหามงกุฏดอกไม้ล่ะ ดีไหมครับ" อลันยื่นข้อเสนอที่เป็นกลางสุดให้สองสาวตัวจ้อย

          "ได้เลยค่ะ!" แฝดสาวขานรับพร้อมกัน ยิ้มกว้างจนตาหยี่ ยามพี่ชายบุญธรรมซึ่งควบตำแหน่งพี่เลี้ยงคนโปรดยอมตอบตกลง


          ห้องทำงานฝั่งตะวันตก

          "เสื้อไหมพรมตัวนี้ ตรงชายมุมยังดูไม่เข้ารูป เอาไปแก้ด้วย" มือหนายื่นเสื้อตัวดังกล่าวส่งให้หนึ่งในช่างหลวง ซึ่งเดินทางนำเสื้อผ้าที่เพิ่งตัดเย็บเสร็จ มาส่งให้ชายหนุ่มตรวจดูความเรียบร้อย

          "แล้วก็ติดต่อพ่อค้าฝั่งอีสโรด อีกหนึ่งสัปดาห์ ฉันจะเดินทางไปรับผ้าแพรที่สั่งไว้ด้วยตัวเอง"

          "ได้ครับ เซอร์ราโช" หนุ่มคนงานโค้งตัว เดินออกไปจากห้องทำงานที่เต็มไปด้วยแบบร่าง หนังสือเกี่ยวกับเสื้อผ้า และอุปกรณ์ตัดเย็บนานาชนิดซึ่งถูกเก็บแยกไว้อย่างเป็นระเบียบ

          เมื่อประตูถูกปิด ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงพลิกกระดาษและดินสอที่จรดปลายร่างภาพชุดที่เขาได้รับมอบหมายให้ออกแบบและตัดเย็บเพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่พระราชอาคันตุกะต่างแดน

          ทว่า บรรยากาศเงียบสงบก็คงอยู่ได้ไม่นาน แว่วเสียงเจี๊ยวจ๊าวจากสวนด้านล่างดัดเล็ดลอดผ่านทางหน้าต่างเป็นระยะ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าน้องสาวฝาแฝดของเขากำลังแผงฤทธิ์อะไรอยู่

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

          "เข้ามาได้"

          "ขออนุญาตค่ะ ดินฉันนำชากุหลาบและของว่างมาให้ค่ะ นายท่าน" สาวใช้วางถาดซึ่งมีกาน้ำชาเคลือบกระเบื้อง และขนมธัญพืชจัดเรียงอย่างสวยงาม

          "ขอบใจ" ผู้เป็นใหญ่ในตระกูลขณะนี้กล่าวสั้น ๆ เขาละลายตาจากงานเหลือบมองไปยังหน้าต่าง ก่อนตัดสินใจอะไรบางอย่าง

          "เดี๋ยว" สาวใช้หยุดมือที่กำลังจะปิดประตูห้อง มองร่างสูงสง่าค่อย ๆ ย่างเท้าไปชิดขอบหน้าต่าง แล้วทอดมองลงไปยังสวนด้านล่าง

          "ช่วยย้ายของไปที่ห้องน้ำชาด้านล่างที" เธอย่อตัวพลางขานรับคำสั่งนั้น แอบอมยิ้มนิด ๆ พอจะเดาสาเหตุที่ทำให้เจ้านายอยากย้ายสถานที่ทำงานกระทันหันได้ลาง ๆ

          ก็ตรงนั้น มันเห็นชัดที่สุดนี่นะ


          สวนกุหลาบ คฤหาสน์รัชชาเรศวร์

          "สรุปง่าย ๆ คือ ใครหามงกุฏดอกไม้ของตัวเองเจอก่อนคนนั้นชนะ ไอลีนจะเอามงกุฏของผมไปซ่อน อลินซ่อนของไอลีน ส่วนผมจะซ่อนของอลิน สลับกันไปแบบนี้ ทุกคนเข้าใจตรงกันนะครับ"

          "เข้าใจค่ะ!" สองสาวตอบพร้อมกันด้วยความกระตือรือร้น

          "ถ้าอย่างนั้น ทุกคนหันหลังนะครับ นับหนึ่งถึงสามแล้วก็วิ่งไปซ่อนให้สุดกำลัง ใครซ่อนเสร็จแล้วให้รีบวิ่งกลับมาที่จุดเริ่มต้น ใครถึงจุดเริ่มต้นก่อนจะได้คำใบ้เป็นของแถมนะครับ" ทั้งสามนับถอยหลังพร้อมกัน ก่อนทุกคนจะออกตัววิ่งสุดฝีเท้าเอามงกุฏไปซ่อนไว้ตามที่ต่าง ๆ 

          เสียงหัวเราะร่าดังทั่วทั้งคฤหาสน์ อลินหามงกุฎดอกกุหลาบสีเหลืองของตัวเองเจอเป็นคนแรก ตามมาติด ๆ ด้วยไอลีนก็หามงกุฎดอกกุหลาบสีชมพูเจอบริเวณโรงเลี้ยงม้า ส่วนอลันวิ่งจนหอบไปทั่วบริเวณรอบนอกคฤหาสน์แต่ก็ยังหาไม่เจอ

          "พี่ลัน หมดเวลาหาแล้วนะ" อลินตะโกนบอก

          "พี่ลันแพ้แล้ว" ไอลีนหัวเราะยกใหญ่

          "คุณหนูไอลีนซ่อนของเก่งจังเลยนะครับ" เด็กหนุ่มวิ่งกระหืดกระหอบกลับมายังจุดเริ่มต้น

          "ซ่อนขนมเก่งด้วย" อลินกล่าว ก่อนล้วงลงไปที่กระเป๋ากระโปรงของฝาแฝด แล้วยัดคุ๊กกี้เข้าปากตัวเองอย่างรวดเร็ว

          "อ๊ะ! นั่นมันคุ๊กกี้ของไอลีนะ" คนถูกชกของโปรดโวยวาย แต่ก็สงบลงได้เพราะอลันสัญญาว่าจะสอนเธอทำเค้กแล้วยกให้ทั้งก้อนแทนคุ๊กกี้ที่อลินกินไป

          "ว่าแต่คุณหนูซ่อนมงกุฎดอกไม้ของผมไว้ที่ไหนหรอครับ" อลินและไอลีนมองหน้ากันแล้วยิ้มกว้าง

          "ไอลีนจะบอกให้ก็ได้ แต่พี่ลันต้องเป็นคนไปเอาคืนเองนะ"


          ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

          "ขออนุญาตครับ"

          "เข้ามา"

          เมื่อได้ยินเสียงทุ้มคุ้นเคยดังลอดผ่าน มือเล็กก็เปิดประตูเข้าไป ภาพแรกที่ปรากฏสู่สายตา คือ โต๊ะน้ำชาที่กลายเป็นโต๊ะทำงานชั่วคราวของนายใหญ่ในบ้าน แว่นสายตากรอบทองที่ปกติร่างสูงไม่ค่อยได้ใส่ ถูกหยิบมาใช้เพราะต้องพิถีพิถันกับรายละเอียดของงาน เขายังคงก้มหน้าเขียนรายชื่อวัสดุและเครื่องประดับที่ต้องใช้ในตัดเย็บ ไม่มีทีท่าว่าจะเงยหน้า ทำให้ผู้มาเยือนใหม่ลังเลใจที่จะเริ่มบทสนทนา

          "มีอะไรก็ว่ามา" เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง นายท่านใหญ่จึงเริ่มเปิดก่อน

          "เออ...ขออภัยครับที่มารบกวน พอดีว่า...คุณหนูไอลีนเอามงกุฎดอกไม้ของผมมาซ่อนไว้...ที่ห้องนี้น่ะครับ" ร่างเล็กก้มหน้าลง ปลายเสียงติดแผ่วด้วยกลัวจะถูกตำหนิ ยิ่งได้ยินเสียงฝีเท้าของร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ยิ่งรู้สึกหวั่นในใจ เขาต้องถูกดุอีกแน่นอน

          พุบ!

          "ใช่อันนี้รึเปล่า" อลันกะพริบตาปริบ ๆ ค่อย ๆ เงยหน้า ยกมือขึ้นสัมผัสบนศีรษะของตัวเอง หยิบมันลงมาดูก็พบว่าเป็นมงกุฎดอกกุหลาบสีขาวนวล

          "ใช่...ครับ" ท่านเซอร์พินิจใบหน้าหวานที่กำลังงงงัน แล้วนึกขันอยู่ในใจ แม้ภายนอกจะแสดงออกด้วยท่าทางนิ่งสงบก็ตาม

          "งั้นก็ดี" ร่างสูงกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ แล้วยืนนิ่ง จ้องคู่สนทนาอยู่ตรงนั้นไม่ยอมขยับไปไหน จนอลันเริ่มทำตัวไม่ถูก

          "เออ...ขอบคุณมากครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ" คนตัวเล็กโค้งตัวให้น้อย ๆ หันหลังจะเดินออกไป

          "อีกเรื่อง..." อลันหันกลับมามองคู่สนทนาอีกครั้ง

          "เย็นนี้...มาพบฉันที่ห้องรับแขกด้วย"


          แสงจันทร์ส่องกระทบผิวน้ำที่แตกเป็นวงกว้างด้วยไม้พายยาวขับเคลื่อนให้เรือกอนโดล่าเคลือบเงาสีเข้มล่องตัวเหนือแม่น้ำเพิร์ล หิ่งห้อยจิ๋วพากันท่องราตรีส่องแสงวิบวับดูน่ารัก อลันแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เขากำลังนั่งเรือรับอากาศเย็นสบายท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามเหนือคำบรรยาย คนตัวเล็กโบกมือให้สองฝาแฝดคุณหนูที่กำลังกวักน้ำเล่นสนุกบนเรืออีกลำพร้อมสาวใช้และคนพายเรืออีกหนึ่งคน

          ราโชนัดเขาไปยังห้องนั่งเล่น รายนั้นไม่พูดไม่จา แค่บอกให้เดินตามขึ้นรถม้า แล้วพามายังสถานที่แห่งนี้ ปกติเขาจะได้ออกมาข้างนอกคฤหาสน์บ้างบางเวลาซึ่งนับครั้งได้ แต่ละครั้งก็มักจะมากับสาวใช้ไม่ก็ผู้ติดตามของราโชตามติดเป็นโขยง ทว่าครั้งนี้ กลับไม่เหมือนเคย มีเพียงคนขับรถม้า นายท่านใหญ่ น้องสาวฝาแฝด และอลันเท่านั้น

          "เออ...ทำไมพาผมกับคุณหนูออกมาล่องเรือแบบนี้ล่ะครับ" ร่างเล็กตัดสินใจถาม หลังอึดอัดอยู่นาน จากการถูกจับตามองโดยเจ้านายของบ้านตั้งแต่บนรถม้าจนกระทั้งเวลานี้

          "แค่อยากจะพาน้องสาวตัวเองออกมาเที่ยว" เสียงตอบเนิบนาบ สายตายังคงจับจ้องมาไม่เปลี่ยน

          "และถ้าไม่พาเธอออกมาด้วย อลินกับไอลีนจะงอแงไม่หยุด" อลันพยักหน้า คิดเอาว่า นั่นคงจะเป็นเหตุผลหลักที่ราโชยอมพาเขาติดมาด้วย

          "อีกอย่าง...วันนี้ก็เป็นวันเกิดของคุณแม่" เป็นครั้งแรกที่ราโชยอมถอนสายตาจากเขา ทอดไกลออกไปยังเส้นขอบฟ้าที่จรดแม่น้ำยามค่ำคืน

          ราโชเองก็สูญเสียหญิงผู้ให้กำเนิดไปช่วงวัยรุ่น ตอนที่สองแฝดอายุรวมกันได้ไม่ถึงขวบ ความรู้สึกนี้ อลันพอจะเข้าใจ แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม

          "การปล่อยโคมลอยมาจากความเชื่อหลาย ๆ อย่าง..." ประโยคที่ร่างเล็กเคยได้ยินเมื่อคืนวันงานเฉลิมฉลองทำให้เจ้าตัวเกิดอาการประหม่า หวั่นลึก ๆ ว่าตัวเองกำลังจะถูกจับได้

          "แต่สำหรับกรณีนี้..."  ราโชจุดไฟโคมลอยขนาดเล็กที่มีลวดลายงดงามยื่นส่งให้อลัน ก่อนจุดให้ตัวเขาเองอีกหนึ่ง สาวใช้บนเรือของคุณหนูฝาแฝดเองก็จุดให้พวกเธอเช่นกัน

          "ฉันจะถือซะว่า เป็นการส่งผ่านความทรงจำของฉันในช่วงที่คุณแม่ไม่อยู่ไปให้ท่านได้รับรู้ ว่าฉันกับน้อง ๆ สบายดี..." มือหนารอจนไฟติดดี แล้วค่อย ๆ ปล่อยให้เปลวเพลิงดันโคมสีนวลลอยขึ้นฟ้าอย่างช้า ๆ ตามด้วยสองแฝดและอลัน โคมลอยสี่อันเรียงตัวต่อลอยกันเป็นขั้นบันได แสงสีส้มที่สะท้อนลงบนผิวน้ำราวกับดวงดาวที่ค่อย ๆ ลอยห่างออกไป

          "ที่สำคัญ..." ราโชเคลื่อนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาเรียวคมมองลึกเข้าไปยังดวงตากลมโต

          "ฉันแค่อยากมั่นใจ ว่าคุณแม่จะเห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้..." ราวมีมนต์สะกดในแววตาของร่างสูงที่ทำให้อลันไม่อาจละจากดวงตาคู่นั้นได้ มันคล้ายกับจะสื่อถึงข้อความอะไรบางอย่าง ที่อธิบายเป็นคำพูดได้ยาก...

          ปรารถนา...ปกป้อง...รู้สึกผิด...ขอโทษ...

          ราโชรู้ดีว่า ที่ผ่านมาเขาทำร้ายจิตใจคนตรงหน้าหลายอย่าง ทั้งหมดเกิดมาจากแรงริษยาที่ถูกแย่งความรักจากผู้เป็นบิดา เมื่อรู้ว่า ท่านทะนุถนอมอลันมากขนาดไหน ทั้งที่ไม่ใช่ลูกของตัวเองด้วยซ้ำ แถมรูปลักษณ์ที่ดูอ่อนแอนั่น ยิ่งทำให้เขาปฏิเสธที่จะญาติดีกับอลัน แม้ลึก ๆ จะรู้สึกไร้แรงต้านยามต้องเผชิญใบหน้าหวาน ท่าทางอ่อนละมุน และความว่านอนสอนง่ายของคนตัวเล็ก

          หลายครั้ง เขาเผลอมองอีกฝ่ายทำงานจากห้องหน้าต่างบนคฤหาสน์ แอบไปดูความเป็นอยู่ยามวิกาลที่ห้องพัก หรือลอบสังเกตกิจวัตรประจำวันที่จะทำให้คนตัวเล็กนี้แย้มยิ้มออกมา แต่ด้วยฐิทิอันสูงลิบ ทำให้เขาไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกด้านนี้ และตีตัวออกห่างมากขึ้น ด้วยกลัวจะต้องยอมรับความจริง

          ความจริงที่ว่า เขาหวงสมบัติที่มีลมหายใจชิ้นนี้...จนไม่อยากให้ใครได้เชยชม

          นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่ชอบให้อลันออกนอกคฤหาสน์มากนัก และมันก็ยิ่งทำให้รอยยิ้มของอลันจางหายไปเรื่อย ๆ จากความเห็นแก่ตัวของเขาเช่นกัน จนกระทั้งคืนงานเต้นรำ แม้จะอยู่ในคราบเด็กสาว แต่เขาก็จำได้ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น ถึงจะมีความลังเลใจอยู่บ้าง แต่เมื่อได้ฟังเสียงและสบตา เขาก็รู้ทันทีว่า เป็นอลันไม่ผิดแน่

          ต่างกันแค่ความสดใสและความมีชีวิตชีวาซึ่งเขาไม่ได้เห็นมันมานานมากแล้ว ยิ่งได้มาสัมผัสระยะใกล้ ยิ่งทำให้รู้สึกว่ากำแพงบางอย่างในใจกำลังจะทลายลง

          "อย่าให้คนที่อยู่ข้าง ๆ เวลาออกไปไหน เป็นใครอื่นนอกจากฉัน" มือหนาค่อย ๆ เอื้อมจับแก้มที่มีเลือดฝาด ส่งผ่านความอุ่นจากปลายนิ้วทั้งห้า จนหัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัวอย่างไม่อาจห้าม มืออีกข้างยกปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นแตะริมฝีปากตนเอง ก่อนเคลื่อนมายังหน้าผากมนของคนที่เขาอยากจะดูแลและใส่ใจให้มากกว่าเดิม

          ใช่...สิ่งที่เขากลัวมันกำลังจะเกิดขึ้น

        นับจากนี้...เขาคงจะเห็นแก่ตัวไม่ได้อีกต่อไปแล้ว...


END







**********************************************************************

Talk with NATA

เวลาเครียด ๆ นาต้าก็จะมาเปิดเพลงนี้ฟัง ชอบเวอร์ชั่นเยอรมันเป็นพิเศษ 555 
เพราะเคยไปเรียนที่เยอรมันมาเกือบ 3 ปี มันก็จะคิดถึงหน่อย ๆ นะ




"แค่เธออยู่ก็รู้ชัดเจน ตรงนี้ที่ใจใฝ่หา"


cr. LMIYH

ถ้ามีไอเดียอะไรอีกก็จะมาทำเป็นตอนพิเศษให้นะคะ เอาไว้อ่านเปลี่ยนบรรยากาศเนอะ
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงวันนี้นะคะ

 กอดดดดด~ 

 N A T A 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 
O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #61 Namsiiiii (@Namsiiiii) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 23:47
    เขินนนนนนนน >< ,, อยากอ่านลันกับพี่โชแล้ววว คิดถึงงง
    #61
    1
    • #61-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 24)
      23 เมษายน 2561 / 20:16
      โอ๊ยยยย คิดถึงคุณ NAMSIIIII 55555 ดีใจมาก ๆ ที่ยังแวะเข้ามาอ่านงาน

      และให้กำลังใจกันเสมอมา อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ นะคะ ^______^
      #61-1
  2. #59 Eedzy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 20:58
    <p>ตอนจบให้คิดเองใช่มั้ยค่ะ แล้วคิมรู้มั้ยค่ะว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นอลัน </p>
    #59
    1
    • #59-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 24)
      6 เมษายน 2561 / 22:26
      ตอนจบของตอนพิเศษนี้เป็นแบบเปิดค่ะ ต่อยอดตามจินตนาการได้เลย
      ส่วน คิน จะรู้ว่า ผญ คนนั้นเป็นอลันไหม
      ถ้ารู้ว่าเป็นอลันจริง เราว่า เจ้าชายภาคินคงจะไปขออลันจากเซอร์ราโชโดยตรงแล้วล่ะค่ะ 55555
      #59-1
  3. #58 Rose (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 23:48
    คิดถึงน้องอลัน กับราโช &#128149;
    #58
    1
    • #58-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 24)
      4 เมษายน 2561 / 16:10
      คิดถึงคุณ Rose เหมือนกันค่ะ ^___^~
      #58-1
  4. #57 mantra (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 18:55
    สนุกคร้า รออลันกะราโชเรื่องหลักนะคะ
    #57
    1
    • #57-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 24)
      4 เมษายน 2561 / 16:09
      ขอบคุณที่ยังคิดถึงกันและแวะเข้ามาอ่านนะคะ ^____^~
      #57-1