The Rhythm of Yours จังหวะนี้กำลังดี

ตอนที่ 17 : - 15th Rhythm " Three times a day " -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    27 เม.ย. 61

____________________

15th Rhythm
" Three times a day "
____________________


cr. Offgun_; & Mon 

______

ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมานั้น สิ่งแรกที่ทำ ไม่ใช่ล้างหน้าแปรงฟัน
แม้วันจะงัวเงียเท่าไร ฉันก็เต็มใจโทรไป Good Morning เธอ
______


          "เห็นลันไม่เป็นอะไรมาก แม่ก็โล่งใจ งั้นแม่กลับก่อนนะลูก"

          "แม่จะกลับแล้วหรอครับ..." ลูกชายคนโตสวมกอดเธอจากด้านหลัง ส่งสายตาอ้อนไม่ยอมให้ไป

          "ใช่ แม่ต้องกลับไปทำขนมอีกนะ โตเป็นหนุ่มไม่งอแงแล้วสิ" มือบางจับแก้มยุ้ย ดวงหน้าที่ละม้ายคล้ายเธอเวลาต้องแสงแดดยามเช้าดูสดใสขึ้นมากจากการได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

          "งั้นให้ลันช่วยนะ" ปากสีเชอร์รี่คลี่ยิ้มกว้าง

          "อยู่กับพี่โชน่ะดีแล้ว" คุณแม่ลูกสามปรายตามองชายร่างสูงซึ่งยืนอยู่ไม่ห่าง พลางขยิบตาให้อย่างรู้ทัน

          "แม่ครับ..." อลันหุบยิ้มพลัน

          "ไว้เจอกันใหม่ก็แล้วกันนะ ลัน ราโชแม่ไปก่อนนะลูก ฝากน้องด้วยจ้ะ"

          นายแบบคนดังยิ้ม ยกมือไหว้แม่วรรณเป็นเชิงรับคำ อลันมองตามหลังหญิงผมยาวสวยที่มาเยี่ยมเขาแต่เช้าตาละห้อย เสียงปิดประตูคอนโด พร้อมเสียงระบบล็อกอัตโนมัติดังสะท้อนในหัวคนเป็นลูกชาย ชวนให้รู้สึกอึดอัด เมื่อต้องอยู่กับราโชตามลำพัง

          "ยังไม่รีบไปทำมื้อเช้าอีก ทำตัวเป็นลูกแหง่ติดแม่ไปได้" น้ำเสียง ท่าทางต่างจากตอนที่แม่เขาอยู่ลิบลับ ราวกับวิญญาณเทพบุตรหลุดออกจากร่าง

          "แล้วเมื่อไรพี่โชจะเลิกจ้องลัน" หมุนตัวเผชิญหน้าร่างสูงที่หลายวันมานี้จ้องจะจับผิดเขาทุกฝีก้าว เรียกได้ว่า อะไรนิดอะไรหน่อยก็บ่นเป็นหมีวีนแตก วัน ๆ ไม่ยอมให้เขาออกไปไหน หรือถ้าไป ราโชจะตามติดยิ่งกว่าเงาตามตัว

          "จะมอง มีปัญหา?" ยกคิ้วเข้ม มองหน้าคนถาม ด้วยอาการกวนประสาทตามแบบถนัด

          "มีครับ จ้องแบบนี้ มันไม่มีสมาธิ"

          "คนที่เขามีสมาธิจดจอเนี่ย เขาไม่สนว่าจะมีคนมองหรือไม่มองหรอกนะ เพราะงั้นไม่ต้องมาอ้าง ไปทำกับข้าวได้ละ หิว มีคิวงานเช้า" ว่าจบ ก็ลากเก้าอี้มานั่งลงตรงบาร์ครัว พยักพเยิดให้แฟนปลอม ๆ รีบทำตามคำขอ (สั่ง) ของตน

          อลันถอนหายใจ เปิดตู้เย็น หาวัตถุดิบออกมาทำอาหารง่าย ๆ รับเช้าวันใหม่ กิจวัตรของเขาหลังจากวันนั้น มักเป็นแบบนี้เสมอ เพิ่มเติมคือ เวลาพลิกตัวลืมตาตื่น คนที่ไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวของเขา กลับนั่งอ่านซ่อมบทละครบนเก้าอี้โซฟาในชุดเตรียมพร้อมไปทำงาน รับการตื่นนอนทุกเช้า พอเขาถาม เจ้าตัวก็ตอบง่าย ๆ ว่า มารอเขาทำกับข้าวให้กิน

          แล้วทำไมต้องมานั่งรอในห้องนอนด้วยไม่ทราบ

          ร่างเล็กพ่นลมหายใจไล่คำถามที่ทำให้เขายิ่งฟุ้งซ่าน มือน้อยยกถ้วยข้าวต้มหมูใส่แครอทกับผักหั่นลูกเต๋าเล็ก ๆ โปะหน้าด้วยไข่ยางมะตูมร้อน ๆ เสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร กลิ่นหอมพริกไทยดำจากขวดบดไม้ เรียกให้คนที่นั่งตรงบาร์ครัว เดินมาหย่อนตัวรอกินมื้อแรกของวัน

          "ไม่ต้องทำหน้ามีคำถาม คอนโดฉัน จะนั่งตรงไหนก็ได้"

          'รู้อีก!' อลันกะพริบตามองคนพูดที่ดูเหมือนจะได้ยินอะไรในใจเขาไปเสียหมด

          "คนมันเก่ง" ร่างสูงตักข้าวต้มเข้าปาก สายตายังมองหน้าเหลอหลาของอลันอยู่

          'ราโชจิตสัมผัสปะเนี่ย!'

          "ไม่ใช่คนอวดผี" นายแบบหนุ่มถลึงตาเอ็ดเข้าให้ จนร่างเล็กยกมือยอมแพ้ และคงจะเลิกนินทาราโชในใจไปอีกนาน

______

และเที่ยงเมื่อไรคนอย่างฉัน สิ่งแรกที่ทำ ไม่ใช่กินข้าวกลางวัน
ฉันคงจะกินไม่อร่อย ถ้าไม่ถามเธอสักหน่อย ว่าเธอกินข้าวหรือยัง
______


          "พี่ปราการเมื่อกี้เหมือนมีคนโทร. มาเลยอะ"

          "หื้ม? ใคร?"

          "เหมยรับให้ไม่ทันอะ พี่ลองโทร. กลับดิ"

          ปราการละสายตาจากงานเคาน์เตอร์ เดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือ ปลดล็อกหน้าจอ และต้องแปลกใจกับรายชื่อมิสคอลที่โชว์เด่นหลาสามสายติด

          หมอภาคิน

          "โทร. มาทำไม" ความสงสัยยังไม่ทันจะหมดไป ข้อความไลน์ก็เด้งขึ้นมาใหม่

ภาคิน : กลางวันนี้ไปทานฝีมือคุณเจ้าของร้านไม่ได้นะครับ มีนัดด่วน

          คิ้วเรียวย่นเข้าหากัน ยามเลื่อนมาเจอรูปนายแพทย์ตัวดีเซลฟี่กับสาวสวยหน้าตาออกไปทางลูกครึ่ง คาดแว่นกันแดดบนเส้นผมยาวดัดลอนซึ่งถูกรวบสูงดูกระฉับกระเฉง เธอกำลังเดินตามหลังชายหนุ่มพร้อมกระเป๋าลากใบใหญ่สีดำ ดูจากบริบทโดยรอบคงไม่พ้นอยู่ที่สนามบิน

          "อวดแฟน" ปราการคว่ำมือถือทันที อารมณ์บางอย่างตีรวนชวนให้หงุดหงิดจนเขานึกรำคาญ


          ลานจอดรถ D5, สนามบินสุวรรณภูมิ

          เจ้าของใบหน้าคมสัน เปิดกระโปรงท้ายรถ BMW Sedan คู่ใจ ยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เก็บเข้าไปด้วยท่าทางสบาย ๆ ข้างกาย คือ หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวในเสื้อคอเต่าสีดำแขนยาว กางเกงยีนส์สีเข้ม รับกับรองเท้าบูธสั้นสีเดียวกันกับเสื้อ  วงหน้าสวยคมอย่างคนฝั่งยุโรป เข้ากับเส้นผมดัดลอนสีน้ำตาลอ่อนธรรมชาติ และผิวสีน้ำผึ้งดูมีเสน่ห์จับตา

          "พี่โรส กินอะไรมารึยังครับ" 

          "เรียบร้อยตั้งแต่อยู่บนเครื่องแล้ว คินล่ะ?" ดวงตาสีเขียวอมน้ำตาล มองหนุ่มตัวโตตรงหน้า

          "ไม่ต้องห่วงผมครับ เดี๋ยวผมว่าจะไปส่งพี่ที่ธนาคาร ทำธุระให้เสร็จ ซื้อของเข้าบ้านให้พ่อกับแม่ ไปดูหนังเรื่องที่พี่อยากดู แล้วตอนเย็นเราค่อยไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกัน" ร่างสูงเกินมาตรฐานชายไทยเสนอด้วยเสียงอันร่าเริง

          "ดีเหมือนกันนะ วันนี้ค่าเงินยูโรกำลังดี แลกเก็บไว้ในธนาคารส่วนหนึ่ง อีกส่วนเอาไปซื้อสลากกับกองทุนเก็บไว้ให้พี่บ้าง นาน ๆ ทีจะได้กลับมาเมืองไทย อยากกินกับข้าวไทย ๆ ใจจะขาดแล้ว" เธอหัวเราะจนเห็นฟันขาวสะอาดเรียงตัวสวย

          "ได้เลยครับ ผมจัดให้ ที่สำคัญ ผมมีบางคนอยากแนะนำให้พี่รู้จักด้วย" สายตาที่มักขี้เล่นส่อเค้าจริงจัง จนสาวลูกครึ่งอดทำหน้าฉงนไม่ได้

______

ฟ้ามืดเมื่อไรคนอย่างฉัน สิ่งที่ต้องทำนั้น ไม่ใช่เตรียมเที่ยวกลางคืน
ขืนไปก็คงต้องไปกร่อย ถ้าไม่ถามเธอสักหน่อย ว่าเธอถึงบ้านหรือยัง
______


          "ทั้งหมด 512 บาท รับมา 1,000 บาทนะคะ"

          พนักงานสาวในยูนิฟอร์มเขียวอ่อนส่งเงินทอนให้หนุ่มหน้ามนด้วยท่าทางม้วนอายหลายตลบ อลันผงกหัว ยิ้มแห้ง ๆ ให้เธอ ก่อนรีบกดรับโทรศัพท์มือถือซึ่งพักหลังนี้รู้สึกจะขยันดังติดกันเหลือเกิน

          "สวัสดีครับ"

          "อยู่ไหน!" เสียงเหวี่ยงดังมาแต่ไกล จนต้องดึงโทรศัพท์ออกห่างหู

          "พี่โช..."

          "เออ นึกว่าศาลพระภูมิคอนโดโทร. มารึไง ตกลงว่าอยู่ที่ไหน"

          "ลันออกมาซื้อของสดที่ร้านเอ็สเพรสไม่ไกลจากคอนโดครับ"

          "อยู่นั่นแหละ ไม่ต้องเดินไปไหน"

          "ทำไมละครั...เอ๊า! นึกจะวางก็วาง อะไรของเขา เมาสคลิปรึไงเนี่ย"

          อลันทำหน้างงใส่เครื่องมือสื่อสารอย่างไม่รู้จะเอาอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของคนโทร. ไปลงกับใคร นับวันราโชยิ่งเดาทางยากขึ้นเรื่อย ๆ และเพียงไม่ถึงห้านาที คนที่โทร. มาเหวี่ยงใส่แล้วก็ตัดสายไป ขับรถมารับถึงหน้าร้านเอ็สเพรส ราโชเลื่อนกระจกลง มองคนที่ยืนรอบนฟุตบาท ส่งสายตาตำหนิเหมือนร่างเล็กทำผิดอะไรมา เสียงทุ่มห้าวเป็นเอกลักษณ์ถูกเปล่งออกมาสั้น ๆ

          "ขึ้นรถ!"

______

บางทีก็กลัวว่าเธออาจรำคาญ 
กับการที่ฉันเอาใจใส่
______


          "ไหนบอกมาไม่ได้" ชายในชุดสีดำคาดผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาล มือถือถาด กำลังเก็บแก้วน้ำของลูกค้า เอ่ยเสียงเย็น

          "ก็มาไม่ได้จริง ๆ นิครับ" คนฟังตอบเสียงอ่อน

          "แล้วที่ยืนหัวโด่งนี่ผีหรือตัวอะไร"

          "โธ่ คุณ ก็ตอนกลางวันผมมาไม่ได้จริง ๆ แต่ตอนเย็นมันก็อีกเรื่องหนึ่งนะ" แพทย์หนุ่มโน้มตัวเข้าใกล้ ยิ้มทะเล้นส่งให้คนหน้าตึง

          "แล้วไง?" ร่างโปร่งส่งถาดให้พนังงาน พลางกอดอก ตีหน้าขึงใส่ลูกค้าตัวสูงกว่าอย่างไม่เกรงกลัว

          "ก็ไม่แล้วไงครับ ผมยังเป็นหมอภาคินคนเดิม เพิ่มเติมคือ มีสาวสวยมาด้วยก็แค่นั้นเอง" เขาหันนิ้วโป้งไปทางสาวลูกครึ่งซึ่งกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าร้าน ปราการนิ่งไปครู่ ก่อนหันหน้าหาลูกจ้างประจำ

          "เหมยรับแขกที" เจ้าของร้านหมุนตัวหนี โยนหน้าที่ให้สาวหมวยที่ทำหน้าเหวออยู่หลังเคาน์เตอร์

          "เดี๋ยวสิครับคุณ" มือใหญ่คว้าแขนอีกฝ่ายไว้ ปราการพยายามขืนแรงนั้นแต่กลับไม่เป็นผล จำใจเงยหน้ามองคนสบายอารมณ์เกินเหตุ ด้วยสายตาตรงกันข้ามกับอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง

          "หมอมีเรื่องจะรบกวนคุณนิดหน่อย" น้ำเสียงทุ้มกว้างเจือการขอร้อง

          "อะไรอีก" ร่างโปร่งว่าเสียงห้วน

          "แขกพิเศษคนนี้ เธอไม่ได้ทานอาหารไทยอร่อย ๆ มานาน เพิ่งกลับจากเมืองนอกมาหมาด ๆ เมนูวันนี้ หมออยากให้คุณช่วยทำอาหารไทยให้เธอสักหน่อยจะได้ไหมครับ ถือว่าหมอขอเป็นกรณีพิเศษสักวันนะ..." ดวงตาคมคายจ้องลึกยังนัยน์ตาคมสวย มือใหญ่ลดระดับจากต้นแขนมากุมมือเรียวทั้งสองข้าง แล้วบีบเบา ๆ

          "เธอมาไกล ตั้งใจจะมาชิมฝีมือคุณ คุณเจ้าของร้านจะใจร้ายกับเธอลงจริง ๆ หรอครับ" ความอุ่นจากมือ แววตาอ้อนวอน เริ่มทำให้คนถูกขอใจอ่อน

          "...นะครับ" ร่างสูงใหญ่โน้มตัวเข้าใกล้จนปราการรีบโผงผางออกไป

          "ก็ได้!" ร่างโปร่งก้าวถอยหลังรีบรักษาระยะห่าง กลัวคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงบางอย่างที่เต้นโครมครามจนอยากควักออกมาแล้วปาไปให้ไกล ๆ

          "จานละหมื่น" ปราการว่า

          "ตกลง!" ภาคินสวนกลับทันควัน

          "ห๊ะ!" เร็วจนคนเสนอราคาเป็นฝ่ายตกใจเสียเอง

          "ก็รู้อยู่ว่าผมสายเปย์" ภาคินยักคิ้ว ยิ้มกริ่ม มองปราการที่กะพริบตา ทำหน้าอย่างคนที่จนด้วยคำพูด


           เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมเสียงเครื่องครัวดังปึงปัง ทำให้ลูกจ้างคนสนิทได้แต่ยืนอยู่ห่าง ๆ มองตามด้วยสีหน้าเจี๋ยมเจี้ยม

          "หมอบ้า! สายเปย์พร่ำเพรื่อน่ะสิไม่ว่า คิดจะโชว์พาวอวดแฟนรึไง จะมาก็มา ไม่บอกอะไรล่วงหน้า ทำอะไรตามใจชอบ บ้าบอที่สุด!" ว่าจบ ก็กระแทกตู้เย็นปิดดังปึ้ง จนสาวหมวยสะดุ้ง

          "เออ...พี่ปราการ...ให้เหมยช่วยไหม" เจ้าหล่อนกระเถิบเท้าเข้าใกล้นายจ้างที่แผ่ออร่าความฉุนเฉียวไม่หยุด

          "ช่วย!" ร่างโปร่งตอบเสียงห้วน

          "ไหน ๆ ช่วยอะไรบ้างอะ" สาวผมสั้นพยายามทำเสียงร่าเริงเข้าหา

          "ตัด หัน สับ โขก! เอาให้ถึงเครื่องแกงไทยสมัยพ่อขุนรามเลย" มีดขนาดใหญ่ถูกปักลงเขียงไม้ดังฟุ้บ

          "อุย...พ่อขุนก็มาจ้า..." เหมยเผลอกลืนน้ำลาย รู้สึกสงสารเจ้าเขียงไม้ขึ้นมารำไร


          กลิ่นเครื่องเทศอย่างไทยหอมหวนมาแต่ไกล แกงเขียวหวานไก่ถูกเสิร์ฟเป็นถ้วยแรก ตามด้วยมัสมั่นเนื้อสีสดพร้อมมันชิ้นโต และสุดท้าย ผัดไทกุ้งสดที่ส่งไอร้อนเหมือนเพิ่งออกจากกระทะมาหมาด ๆ

          "คุณหมอไม่ได้บอกให้ผมเตรียมตัวล่วงหน้า วัตถุดิบในครัวของร้านที่มีก็พอจะทำได้ประมาณนี้ หวังว่า คงพอจะทานได้นะครับ" ร่างโปร่งกล่าวหน้านิ่ง

          "ยิ่งกว่าทานได้อีกค่ะ" สาวสวยซึ่งดูจะตื่นเต้นที่สุดพูดด้วยสายตาเป็นประกาย

          "คุณคงเป็นคุณปราการสินะคะ" เธอกล่าว

          "ครับ" ชายหนุ่มขานรับเรียบนิ่ง

          "ฉันโรสค่ะ โรสลิน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ" เธอแนะนำตัวพร้อมยิ้มกว้างอย่างเปิดเผย

          "ยินดีที่ได้รู้จักครับ" ปราการตอบสั้น ๆ สีหน้าไม่ยินดียินร้าย

          "อ้อ ลืมบอกค่ะ ฉันเป็นลูกพี่ลูกน้องของคิน" เธอส่งสายตาไปทางร่างสูงใหญ่ที่นั่งยิ้มเป็นทองไม่รู้ร้อน

          "ลูกพี่ลูกน้อง?" คิ้วได้รูปเลิกสูง ยามทราบความจริงที่ว่า ผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่แฟนของหมอภาคินอย่างที่ตนคิดไปเป็นตุเป็นตะ

          "ใช่ค่ะ ฉันแก่กว่าเขาสามปี นี่ก็คงจะ...แก่กว่าคุณปราการด้วยละมั้งคะเนี่ย" เจ้าหล่อนหัวเราะน้อย ๆ

______

ไม่อยากให้เธอมองฉันว่าก้าวก่าย
แต่อยากให้ธอเข้าใจแบบนี้...
______


          "แผลเป็นยังไงบ้าง" นายแบบหนุ่มถาม สายตาทอดไกลออกไปยังท้องถนนที่ค่อนข้างวุ่นวาย

          "ดีขึ้นครับ ไม่เจ็บเหมือนวันแรก ๆ แล้ว" มือน้อยยกขึ้นแตะผ้าก๊อซเบา ๆ

          "พรุ่งนี้มีคิวงานแค่ช่วงเช้า เดี๋ยวพาไปหาหมอตอนบ่าย เตรียมตัวไว้ด้วย" เขาพูดโดยไม่หันมามอง

          "ลันไปเองได้..."

          "ก็บอกอยู่ว่าจะพาไป" คิ้วเข้มเริ่มย่นเข้าหากัน

          "ก็ได้ครับ..." คนฟังตอบเสียงอ่อย

          ไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดง พร้อมตัวเลขนับถอยหลังหนึ่งร้อยกว่าวินาที รถรอบด้านเริ่มชะลอตัว ร่างสูงพักมือจากพวงมาลัย เอนหลังพิงเบาะรถ เหลือบมองคนนั่งข้าง ๆ

          "หันมานี่" 

          เสียงทุ่มสั่งห้วน กระดิกนิ้วเรียกคนตัวเล็กเหมือนลูกหมา ใบหน้าหวานหันตามคำคนขับ สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาทาลงแก้มนวลอย่างช้า ๆ มือแกร่งอีกข้างปัดปอยผมม้าออกจากหน้าผาก สำรวจร่องรอยต่าง ๆ บนใบหน้าอย่างละเอียด

          "ก็ดูดีขึ้นนิ" มือหนาเปลี่ยนมาวางแหมะบนหัวทุย

          "คราวหลังก็อย่าเซ่อไปโดนอะไรโง่ ๆ จนเป็นแผลอีก เข้าใจไหม" คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม มือข้างที่วางอยู่ศีรษะตบตุบ ๆ บนกลุ่มเส้นผมนุ่ม อารมณ์เหมือนกำลังคุยกับเจ้าตูบที่ทะเล่อทะล่าวิ่งสะดุดขาตัวเองมากกว่าจะเป็นอย่างอื่น
        
______

ฉันคิดถึง คิดถึง คิดถึงเธอหมดใจ
ฉันหวง ฉันหวง และฉันห่วงเธอมากมาย
______


         "จริง ๆ ที่หมออยากแนะนำคุณเจ้าของร้านให้พี่โรสรู้จักก็เพราะ..." ปลายเสียงทุ้มกว้างแผ่วลง จนคนฟังกลอกตา

          "เพราะ?" ปราการกอดอกมองคนที่มัวแต่ลีลาท่ามาก

          "หมออยากได้แรงสนับสนุนครับ" ภาคินยิ้ม

          "สนับสนุนเรื่องไหน?" คิ้วเรียวชนกันอีกครั้งหลังฟังคำตอบ

          "ก็เรื่องที่หมอจะพาคุณเจ้าของร้าน ไปพบคุณพ่อกับคุณแม่ของหมอน่ะสิครับ" ชายหนุ่มกล่าวช้า ๆ ชัด ๆ

          "ทำไมผมต้องไปด้วย?" ปราการสวน

          "ต้องไปสิครับ หมอจะได้แนะนำให้ท่านรู้จักกับคนที่..." ร่างสูงใหญ่เว้นคำ ก่อนพูดเน้นชัดกว่าเดิม "...หมออยากจะจีบ"

          "เพ้อเจ้อ!" มือเรียวสะบัดผ้าเช็ดโต๊ะใส่ไหล่กว้าง "คุณหมอยังสติดีอยู่รึป่าวครับเนี่ย"

          "หมอสติครบถ้วนดีสิครับ" ภาคินลูบหัวไหล่ตัวเอง พลางหัวเราะ

          "ถ้าเรื่องผู้ใหญ่ คุณปราการไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ฉันจะคอยซับพอร์ตให้เต็มที่เลย คุณลุงกับคุณป้าแกไม่น่ากลัวอย่างที่คิดหรอกค่ะ ใช่ไหมคิน" โรสช่วยยืนยันอีกคน

          "แน่นอนที่สุด พี่โรสจับมือ" หมอตัวดีเช็คแฮนด์กับพี่สาวแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม

          "ยิ่งถ้าทำอาหารเก่ง ๆ เอาการเอางาน จิตใจดีแบบคุณเจ้าของร้านเนี่ย ผ่านมาตราฐานคุณพ่อคุณแม่ไปไกลแล้วล่ะครับ" เจ้าตัวว่า ขณะที่ปราการเริ่มทำหน้าไม่ถูก

          "ไปกันใหญ่แล้วคุณหมอ นี่กินยาอะไรผิดมารึไง" ร่างโปร่งกระซิบถาม สำรวจคนตรงหน้า เผื่อว่าเขาจะเอาหัวไปกระแทกกับอะไรมา

          "ไม่ผิดแน่นอนครับ เอาเป็นว่าวันอาทิตย์นี้ คงต้องเปลี่ยนสถานที่ทำอาหารกันสักหน่อย ช่วยเตรียมตัวรอด้วยนะครับ" หมอหนุ่มยิ้ม มองคนที่ทำหน้ายุ่งเหยิงกว่าเดิม แล้วกล่าวต่อ

          "ผมไม่ได้จะเอาแต่ใจ แต่ครั้งนี้ ไม่ใช่ในฐานะหมอที่เป็นลูกค้า หรือคุณที่เป็นเจ้าของร้านไออุ่นนะครับ" มือเรียวถูกช้อนขึ้นอย่างทะนุถนอม ปราการมองคนพูด รู้สึกถึงบางอย่างที่ต่างไปจากความขี้เล่นแบบเดิม ๆ ของภาคิน

          "แต่อยากให้คุณไปกับผม ในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่งที่ชื่อ ภาคิน ผมอยากให้คุณมองมันง่าย ๆ แบบนั้น" รอยยิ้มสบาย ๆ ถูกแต้มบนใบหน้าคมสัน มันสะกดให้คู่สนทนาต้องตั้งใจฟังมากกว่าเดิม

          "และนายภาคินคนนี้ จะไม่บังคับคุณไม่ว่าจะกรณีใด ๆ เขาแค่อยากให้คุณทำในสิ่งที่สบายใจและอยากจะทำเท่านั้น" เสียงทุ้มกว้างกล่าวเนิบช้า มือหนากระชับมือเรียวแทนคำสัญญา

          "เอาเป็นว่า วันอาทิตย์ตอนเก้าโมงเช้า ถ้าคุณพร้อม ผมจะมารับคุณนะ...ปราการ"

______

รัก เพราะฉันรัก ฉันจึงทำลงไปอย่างนี้
หวังว่าเธอคนดี คงจะพอเข้าใจ
______


          "วันนี้มีรายการร้องเพลงนี่หน่า อยู่ช่องไหนน้า..." ปากอิ่มสวยพึมพำ มือเล็กกดปุ่มรีโมทเปลี่ยนช่องหารายการโปรดอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น

          ตุบ! ฟลุบ!

          อยู่ ๆ หมอนนุ่มฟูใบน้อยพร้อมหัวโต ๆ ของใครบางคนก็หล่นทับตักของอลันอย่างไม่คิดขอคำอนุญาต

          "เมื่อย นวดให้หน่อย" ใบหน้าหล่อที่หนุนตักอุ่นอยู่เอ่ยสั่ง พร้อมปิดเปลือกตาลงเป็นเชิงว่า เขาจะไม่ลุกไปไหนจนกว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ

          "เมื่อย? พี่โชเมื่อยหัวหรอครับ?" เสียงนุ่มถาม คนอยากพักผ่อนลืมตาขึ้นข้าง

          "ปวดหัว ทำงานใช้ความคิด ถามมากจริง นวด" มือใหญ่จับมือน้อยวางบนศีรษะตน พยักหน้าเป็นสัญญาณให้เริ่มทำ

          "ดี ๆ ด้วย" เขาย้ำ หลับตาลงเช่นเดิม

          "จะมีวันไหนที่ไม่เอาแต่ใจบ้าง" อลันย่นริมฝีปาก มือน้อยกดนวดไล่มาตั้งแต่หน้าผาก ขมับ และหนังศีรษะ

          "แล้วจะมีวันไหนที่ไม่บ่นบ้าง" ราโชสวนด้วยน้ำเสียงปกติ

          "ถ้าอยากให้ลันบ่นน้อยลง พี่โชก็เอาแต่ใจให้น้อยลงสิ"

          "ไม่" ตอบแทบไม่ต้องคิด และถึงจะหลับตาอยู่ ราโชก็พอจะรู้ว่า ใบหน้าของอลันตอนนี้คงงอง้ำน่าดู สังเกตจากมือเล็ก ๆ ที่แอบลงน้ำหนักมากกว่าเดิม คล้ายต้องการจะเอาคืนเขา กระนั้นแรงก็ยังน้อยนิดตามขนาดมือเจ้าตัวอยู่ดี

         ต่อให้จะบ่น ต่อปากต่อคำ หรือเถียง เขาก็จะไม่เลิกเอาแต่ใจ ถ้าตราบใด มันยังทำให้นัยน์ตากลมใสมองมาที่เขา ดวงหน้าหวานได้แสดงออกถึงอารมณ์ต่าง ๆ ยามเอ่ยวาจา เสียงนุ่มน่าฟังแม้ในยามขุ่นมัวก็ตาม กิริยาเหล่านั้น มันทำให้เขาไม่อยากจะเลิกเอาแต่ใจเลยจริง ๆ

          เสียงฮัมเพลงตามรายการโปรดของอลันดังให้ได้ยินอยู่เนื่อง ๆ น่าแปลกที่มันไม่น่ารำคาญเหมือนเคย อาจเพราะเขาเริ่มชินกับการมีคนตัวเล็กและเสียงดนตรีที่ไม่คิดอยากจะฟัง วนเวียนอยู่ในชีวิตทุกวัน

          มันก็...ไม่ได้แย่

          นาฬิกาชี้บอกเวลาเกือบ ๆ ตีหนึ่ง ราโชรู้สึกตัวตื่นบนตักอุ่นเดิม โทรทัศน์ถูกหรี่เสียงลง คงเพราะคนดูเห็นว่าเขากำลังหลับอยู่ ดวงตาเรียวคมมองคนที่เคยนวดให้เขาพิงศีรษะกับขอบโซฟา แผงขนตายาวบรรจบรับกับผิวใต้ตาเนียนละเอียด มือน้อยยังคงค้างอยู่ตรงศีรษะและขมับของร่างสูง คงหลับไปทั้ง ๆ ที่ยังนวดตามคำสั่งเอาแต่ใจของเขา

          ราโชรวบมือคู่นั้นวางไว้บนหมอน ค่อย ๆ ยันกายนั่งเท้าแขนกับพนักโซฟา มองคนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว พลางกระตุกยิ้ม

          "เด็กจริง ๆ"

          ตอนตื่นว่าซื่อบื้อแล้ว ตอนหลับยิ่งดูไร้เดียงสา แบบนี้จะไม่ให้เขาคอยแกล้งได้ยังไง มือใหญ่คว้ารีโมทกดปิดทีวี ลุกขึ้นเตรียมเดินไปยังห้องนอน ทว่าเดินได้เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็ต้องหยุดฝีเท้า พลางเหลียวมองคนที่นั่งคอพับหลับอยู่บนโซฟา

          "ไม่ ไม่อุ้มเด็ดขาด" ร่างสูงสะบัดหน้ากลับ เร่งฝีเท้า เปิดประตูห้องนอน และ...

          "โธ่เว้ย..." นายแบบหนุ่มจึปากอย่างขัดใจ มือใหญ่ปิดประตูห้องตนไว้ดังเดิม เดินคิ้วขมวดมาหาคู่กรณี

          "ถ้าตัวหนักล่ะก็ น่าดู" บ่นหน้าหงิก ตรงข้ามกับการกระทำที่เป็นไปอย่างนุ่มนวล มือใหญ่จับหัวเล็กให้ซบอกตน สอดแขนใต้แผ่นหลังบางและขา ออกแรงเพียงไม่มาก ก็ยกคนตรงหน้าได้สบาย

          เตียงหนายุบตัวลงช้า ๆ พร้อมอลันที่ขดตัวควานหาผ้าห่มโดยอัตโนมัติ คนอุ้มมาส่งซึ่งกำลังจะผละออก ถูกแขนเล็กคว้าร่างไว้ แถมยังซุกตัวเข้าไซ้ใบหน้าน้อย ๆ เหมือนเขาเป็นหมอนข้างใบใหญ่ที่ผลิตความอุ่นได้ ราโชเอื้อมจะแกะมือน้อย ทว่าเมื่อมองคนหลับที่กอดเขาแน่นขึ้น ราวกับรู้ว่าเจ้าหมอนข้างกำลังจะจากไป นายแบบคนดังก็ทำได้แค่ถอนหายใจ

          "ฮึ...เอาแต่ใจแพ้กันที่ไหน" ราโชว่าหนุ่มน้อยเสียงแผ่ว ตัวอุ่นนิ่ม ผิวราวน้ำนมเนียนละเอียด พวงแก้มน่ารักลูกชมพู่ กับริมฝีปากสีเชอร์รี่ ยิ่งเป็นตัวลดแรงต่อต้านให้เขาต้องนอนลงข้าง ๆ

          แขนแกร่งสอดรับเด็กน้อยเข้าสู่อ้อมอก ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างทั้งสองให้พอสบาย ผมนุ่มยิ่งกว่าเส้นไหมคลอเคลียตรงลำคอของเขา กลิ่นกายหอมอุ่นสะอาดคล้ายทารก ราวกับจะดึงสติให้ร่างสูงคล้อยตามแรงปรารถนาที่พยายามกดลึก ริมฝีปากบางจูบลงที่คิ้วและเปลือกตา ก่อนข่มตาเอาคางเกยผมนิ่มไว้

          "อย่าบังคับให้ต้องทำอะไรไปมากกว่านี้ได้ไหม" ร่างสูงกระซิบแผ่ว ลูกจ้างของเขาชักจะเอาใหญ่ ชอบทำให้หัวใจทำงานหนักเกินควร และฝ่ายที่ลำบากมักจะเป็นเขาเสมอ ราโชกระชับอ้อมกอด สัมผัสลมหายใจอุ่นร้อนบริเวณลำคอ ยิ่งเพิ่มภาระให้เขาหลับยากเข้าไปใหญ่

          "จะคิดค่ากอดทบต้นทบดอกเลย...คอยดู"

______

แค่สามเวลาคนดี 
คงไม่รำคาญใช่ไหม
______






*******************************************


Talk with NATA

ต้นฉบับมีเสียง พี่ดา เอ็นโดฟิน ด้วยนะเออ~



 EP. 2 สงสารพี่สิง 5555
ใครยังไม่ได้ดู แนะนำเด้อ แล้วจะรู้ว่า
#รายการที่จะทำให้แขกรับเชิญทุกคนกลายเป็นอากาศธาตุอย่างแท้ทรู
มันเป็นยังงี้นี่เอง!



ทิ้งคอมเมนต์คุยกันได้ตลอดเลยน้า
แล้วเจอกันตอนหน้าจ้า >////<~


 รักเน้อ ดูสายตาคนพี่ก็รู้ 



 N A T A 
++++++++++++++++++++++++++++++
B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #68 wonderwin (@wonderwin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 07:22
    <p>กอดเก่งพ่อคูณณณณ ~ 5555</p>
    #68
    0
  2. #39 Eedzy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 06:31
    น่ารักก ตื่นมาจะเป็นยังไงน๊าาาาา
    #39
    0
  3. #38 Eedzy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 06:31
    น่ารักก ตื่นมาจะเป็นยังไงน๊าาาาา
    #38
    0
  4. #37 Eedzy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 06:29
    น่ารักก ตื่นมาจะเป็นยังไงน๊าาาาา
    #37
    1
    • #37-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 17)
      20 มกราคม 2561 / 00:54
      ขอบคุณนะคะที่เข้ามาเป็นกำลังใจให้ตลอดเลย เป็นยังไงอ่านตอนต่อไปดูนะ 5555
      #37-1
  5. #36 mantra (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 18:20
    พี่โชเริ่มอ่อนไหวใจบางกะความน่ารักของน้องลันแล้วอ่ะดิ น่ารักตะมุตะมิจิงๆ เลย ชอบมากอ่ะ อ่านไปยิ้มไป

    แล้วมาต่อตอนต่อไปไวๆ นะ
    #36
    1
    • #36-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 17)
      20 มกราคม 2561 / 00:55
      ขอบคุณมากนะคะ ช่วงนี้อาจจะมาอัพบ่อย ๆ ไม่ได้ แต่ก็จะอัพให้เรื่อย ๆ แน่นอน

      คนอ่านสุขใจ คนให้สุขยิ่งกว่า ขอบคุณที่มาเป็นครอบครัวออฟกัน ราโชอลันนะคะ >/////<
      #36-1
  6. #35 เค้าเอง (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 11:05
    คุณราโชคะ ละมุนไปแล้วค่ะ

    โง้ยยย~ ใจบางงง~
    #35
    1
    • #35-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 17)
      20 มกราคม 2561 / 00:53
      นาต้าก็ใจบางมากตอนแต่ง 5555 ยิ้มเป็นบ้าคนเดียว
      #35-1
  7. #34 เค้าเอง (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 11:05
    คุณราโชคะ ละมุนไปแล้วค่ะ

    โง้ยยย~ ใจบางงง~
    #34
    0