The Rhythm of Yours จังหวะนี้กำลังดี

ตอนที่ 15 : - 13th Rhythm " Are you hearing what I'm hearing? " -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    12 พ.ค. 61

______________________________

13th Rhythm
" Are you hearing what I'm hearing? "
______________________________



cr. tthunderx


          "ขับรถดี ๆ จ้ะลูก แวะมาหาแม่กับน้องบ่อย ๆ นะ ราโช อลัน"

          ฝาแฝดกับแม่วรรณโบกมือส่งท้ายรถมินิคูเปอร์ที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกห่าง ราโชลงทุนตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ตามหากุญแจรถทั่วบ้าน และพบมันตกอยู่ใต้โซฟาในห้องนั่งเล่น คงเป็นตอนที่เขาถูกเด็กแสบโจมตี กุญแจตัวดีเลยตกหายจนเป็นเรื่อง แถมให้ผลลัพธ์สุดแสนประทับใจ...

          "จะระบมอะไรเบอร์นั้นวะกู"

          เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังเป็นระยะ ร่างสูงพยายามบิดตัว ทุบบ่า นวดบรรเทาอาการขบเมื่อย โดยเฉพาะแผ่นหลังดูจะหนักกว่าเพื่อน

          "คุณ...เอิ่ม...พี่โชนอนบนเตียงไม่ใช่หรอครับ ยังปวดหลังอีกหรอ" อลันถามเบา ๆ นายแบบหนุ่มตอบส่ง ๆ โดยไม่หันมามอง

          "เออ" คำตอบเขาทำคนตัวเล็กฉงน

          "ลันปูฟูกนอนพื้น แต่ไม่เห็นปวดตรงไหนเลยนะครับ นอกจาก..." มือน้อยจับแขนข้างที่เจ็บอยู่ เพราะวิธีปลุกสุดโหดของคนโฉดแถวนี้

          "จะปลุกกันดี ๆ ก็ไม่ได้" กลายเป็นอลันบ่นบ้าง

          "อย่าเรื่องมาก! เนี่ยดีสุดละ" คนปลุกเอ็ดเข้าให้

          "ด้วยการถีบจนม้วนไปหลายตลบน่ะหรอครับ ที่ว่าดี"

          "ดีมากด้วย" เขากระตุกยิ้ม

          "แต่...ลันรู้สึกเหมือน...ถูกถีบตกเตียงมากกว่า..." ร่างเล็กใคร่ครวญ

          "ฝันแล๊ว! นอนบนพื้นไม่ใช่รึไง" เจ้าของรถรีบโต้เสียงสูง

          "นั่นสิครับ แต่แรงกระแทกตอนพี่โชปลุก มันเหมือนตกจากที่สูงมากกว่าที่พื้นนะครับ"

          "เพ้อละ" สายตาคนตอบลอกแลกเล็กน้อย

          "อืม...ถ้างั้น คงฝันว่าตกเตียงจริง ๆ ละมั้ง" ด้วยความไม่คิดมาก อลันจึงสรุปเช่นนั้น ราโชเหลือบมองคนข้าง ๆ แอบส่ายหัวระอา

          "...โง่จริง..." 

          "อะไรนะครับ?"

          "เปล่าก็...รถคันข้างหน้าไง ขับอะไรง๊องแง๊ง ๆ สงสัยพวกมือใหม่" เขายังไหลได้โล่เสมอ

          "อ๋อ แล้วเราจะไปไหนกันหรอครับ เห็นพี่พอลล่าบอกว่า พี่โชไม่มีงานวันนี้"

          "รถจอดที่ไหนก็ที่นั่นแหละ ถามมากจริง รำคาญ" พูดไปก็ทุบหลังไป

          "เอ้า รำคาญเฉย..." อลันถอนหายใจ ยอมละจากร่างสูง เสียบหูฟัง มือน้อยร่างงานเขียนตอนต่อไปลงสมุดคู่ใจ คร้านจะต่อปากต่อคำกับหมีกินรังผึ้งแต่เช้าอย่างราโช

______

เธอได้ยินเสียงนั้นหรือไม่
ดังมาจากที่ใด ได้ยินหรือเปล่า
______


           ทันทีที่เห็นรถคุ้นตาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ ชายสูงวัยก็รีบเปิดประตูรั้วให้ พร้อมหญิงร่างท้วมในวัยใกล้กัน วิ่งออกมายืนยิ้มต้อนรับหนุ่มน้อยที่เธอเฝ้าเลี้ยงดู จนตอนนี้ตัวสูงเลยเธอไปหลายโยด

          "คุณหนูของป้า กลับมาแล้วหรอคะ ทานอะไรมารึยัง" ผกาสวมกอด พร้อมลูบหลังรับขวัญร่างสูง

          "กินดีอยู่ดีเหลือเฟือเลยครับป้าผกา" ราโชกอดตอบ ก่อนหันไปหาชายอีกคน "ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหมครับลุงไม้ ถ้าขาดเหลืออะไรบอกผมได้นะ"

          "ครับ คุณราโช ลุงดูแลให้พร้อมทุกอย่าง ไม่มีปัญหาเลย" ลุงไม้จับมือชายหนุ่มบอกเป็นนัยให้เขาวางใจ

          "ขอบคุณครับลุง"

          "อ้อ แล้วนั่น..." ป้าผกามองไปยังร่างเล็ก

          "อ๋อนี่ อลัน ครับ หมากระเป๋า เอ๊ย! เด็กยกกระเป๋าของผมเอง" อลันหุบยิ้มที่ส่งให้ผู้ใหญ่ทั้งสอง หันขวับมองค้อนคนตัวโต อย่างน้อย ๆ เขาก็สูงกว่าหมากระเป๋าแล้วกัน

          พอเห็นป้าผกาและลุงไม้ทำสีหน้าเหมือนมีคำถาม ราโชก็ยิ้มแกน ๆ พลางกล่าวต่อว่า "ล้อเล่นครับ ก็..." 

          เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งสอง อาการประหม่าอย่างน้อยครั้งจะได้เห็น ก็ทำให้ร่างสูงต้องยกมือขึ้นเกาท้ายทอยตัวเอง ก่อนตอบเสียงเบา ๆ ไปว่า "...แฟนผมเองครับ"

          "ตายจริงพ่อคุณ! คุณหนูของป้า!" ผกาเอามือทาบอก พาลให้ราโชเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง กลัวคนเก่าคนแก่ของบ้านจะรับเรื่องที่เขาคบผู้ชายไม่ไหว 

          "แหม กว่าจะพามาแนะนำได้นะคะ โธ่ ป้าเห็นในข่าวแล้วค่ะ ตัวจริงน่าเอ็นดูกว่าในทีวีอีกนะ" ผกาและไม้ยกมือรับไหว้อลันที่ยิ้มเก้อ ๆ มาทางพวกเขา

          "นึกว่าจะไม่รอดละกู" ราโชพึมพำ 

          "เข้าบ้านก่อนเถอะค่ะ ป้าทำกล้วยบวชชีกับข้าวเหนียวถั่วดำไว้ด้วย นั่งพักให้หายเหนื่อยก่อนนะคะ คุณหนู คุณอลัน" จบคำ ผกาก็รับหน้าที่เดินนำเข้าไปยังตัวบ้าน

          ประตูบานคู่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นข้าวของภายใน ถูกตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนสบายตา แม้จะไม่ได้หรูหราอลังการปานพระราชวัง ทว่าเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นก็ทำให้อลันเผลอเดินตัวลีบอย่างกลัวว่าจะทำของเขาตกแตกเสียหาย

          ป้าผกาและลุงไม้แยกเข้าครัวจัดเตรียมของว่างให้แขกตัวเล็กกับคุณหนูของบ้าน เพียงครู่เดียวก็เดินออกมาพร้อมเครื่องดื่ม ผลไม้ และของหวานน่ารับประทาน

          "คุณอลันอยู่กับคุณหนูเป็นอย่างไรบ้างคะ โดนคุณหนูเธอแกล้งอะไรรึเปล่า" หญิงสูงวัยถามพลางหัวเราะ เธอรู้นิสัยราโชดี ร่างเล็กได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ตอบไม่เต็มปากเต็มคำ 

          "ก็ไม่ค่อยหรอกครับ..."

          "แสดงว่าโดนหนักเลยนะคะ" เธอหัวเราะอย่างเอ็นดู ก่อนหันไปถามอีกคน

          "แล้วคุณหนูเมื่อไรจะกลับมาอยู่บ้านใหญ่ล่ะคะ ป้าทำกับข้าวที ไม่มีใครช่วยกินเลย" มืออวบของเธอลูบไหล่กว้างเบา ๆ

          "ก็...คงอีกสักพักน่ะครับ"

          "ถ้าเหนื่อย...ก็กลับมาอยู่บ้านเรานะคะ คุณหนูทำงานอยู่ไม่ติดบ้านตั้งแต่สมัยเรียนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ป้าอยากให้คุณหนูพักบ้าง" มือแกร่งกุมมืออุ่นของเธอ เขานิ่งคิดครู่ใหญ่ ก่อนเงยหน้าขึ้นใหม่ และตอบด้วยเสียงทุ่มที่มั่นคงกว่าเดิม

          "ผมคิดว่า...ผมเจออะไรบางอย่างแล้วครับ ป้าผกา" เขายิ้มน้อย ๆ

          "อะไรบางอย่าง...ที่อาจจะช่วยให้ผม...อยู่บ้านหลังนี้ได้แบบสบายใจ...เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมจะกลับมาอยู่ที่บ้านใหญ่แน่นอน"

______

ฟังออกไหมว่าเสียงอะไร
จากที่ไหนใกล้ไกล เสียงดังหรือเบา
______


          "มาถึงคดีที่ญี่ปุ่นกันบ้างนะคะ ว่าด้วยเหตุที่มีแฟนคลับเข้าทำร้ายนักร้องสาววงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังจนได้รับบาดเจ็บ สภาพแผลและรอยฟกช้ำตอนเธอให้สัมภาษณ์ดูน่ากลัวไม่น้อยเลยนะคะ ตอนนี้กรมตำรวจได้ออกหมายจับภาพชายดังกล่าวที่ได้มาจากกล้องวงจรปิด..."

          เสียงข่าวโทรทัศน์ดังสลับกับเสียงเคี้ยวขนมกรุบกรอบ พร้อมใบหน้าเหยเกของเหมยเมื่อเห็นสภาพนักร้องสาวที่โดนทำร้าย

          "หื้ม...แฟนคลับสมัยนี้แม่งโคตรน่ากลัวเลยว่ะพี่"

          "การมีชื่อเสียง ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป" ปราการเงยหน้าจากสมุดบัญชี ดูข่าวตามที่เหมยกล่าวถึง

          "คนดังเลยต้องมีการ์ดตัวบิ๊ก ๆ คอยประกบติดตลอด  ว่าแต่คุณราโชเขาก็ไม่เห็นต้องมีบอดี้การ์ดเลยอะ พี่ปราการ"

          "มันคนละเรื่องกัน มีแต่แฟนคลับสาว ๆ มันคงไม่น่ากลัวเท่ากับมีแฟนคลับเป็นผู้ชายจากทั่วทุกสารทิศแบบนักร้องคนนั้นหรอก"

          "มันก็จริงแหะ..."


          กรุ๊งกริ๊ง~

          "อรุณสวัสดิ์ คุณเจ้าของ..."

          "ขอโทษครับ วันนี้ร้านปิด"

           เสียงแทรกดังขัดประโยคทักทายโดยเจ้าตัวไม่หันมามองด้วยซ้ำ และดูเหมือนลูกค้าขาประจำก็ไม่มีทีท่าจะสะทกสะท้านกับคำกล่าวต้อนรับอันแสนอบอุ่นนั้นด้วย

          "อ่าว! หมอคิน มาแล้วหรอ กินหนมด้วยกันไหม" กลายเป็นสาวหมวยที่โบกมือยิ้มร่า พลางยัดขนมเข้าปาก คล้ายการมาเยือนร้านไออุ่นในวันหยุดของชายร่างสูงใหญ่เป็นเรื่องแสนจะธรรมดา

          "เหมยกินน้อย ๆ หน่อย เก็บท้องไว้ให้รายการวันนี้ของหมอด้วย"

          "ไหน ๆ รายการอะไร!" ขนมในปากแทบจะกระเด็นออกมา ยามสาวหมวยเด้งตัวหน้าตั้ง ลุ้นสุดฤทธิ์ว่า วันนี้เธอจะได้กินของฟรีอะไร

          "บอกเลยว่า เด็ด! ว่าแต่คนแถวนี้จะอยากไปด้วยกันไหมน้า..." คุณหมอลากเสียง

          "ไป!" เหมยตอบทันที

          "ไม่" ปราการว่าเสียงเฉยเมย

          เมื่อได้รับคำตอบของนายจ้างลูกจ้างที่ดันไปกันคนละทิศละทาง หมอหนุ่มจึงต้องใช้กลวิธีใหม่

          "หว้า มีคนปฏิเสธซะแล้วสิเหมย มันก็เสียดายแย่น่ะนะ ใกล้ ๆ ร้านอาหารที่หมอจะพาไป ดันมีกาแฟโบราณต้นตำรับเจ้าเก่าหายากซะด้วยสิ แต่เจ้าของร้านกาแฟย่านนี้ เขาคงไม่สนใจหรอกมั้ง ใช่ไหมเหมย"

          "ถ้าเหมยอยากไป ก็ไปนะ วันนี้พี่อยากพัก" ปราการเก็บสมุดปากกาเข้าที่เตรียมลุกออกจากเคาน์เตอร์

          "ไปกินข้าวนอกบ้าน ก็ถือเป็นการพักผ่อน กินของฟรี มีคนขับรถให้ ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ดีจะตาย ใช่ไหมเหมย" นายแพทย์ถามสาวหมวย แต่สายตากลับไม่ได้มองหน้าคนที่ตนถาม เล่นทำคนถูกถามมองหน้าสองหนุ่มสลับกันไปมา

          "เหมย ดูทีวีเสร็จแล้วก็เก็บกวาดเศษขนมของตัวเองด้วยล่ะ พี่จะเข้าห้องแล้ว" ร่างโปร่งหันหลัง เดินออกจากจุดเดิมเพียงหนึ่งก้าว เสียงทุ่มกว้างก็ดังขัด

          "Blue Mountain Coffee" ปราการชะงัก คนเป็นหมอกล่าวต่อสีหน้าระรื่น

          "กาแฟที่ปลูกเหนือระดับน้ำทะเล 5,000 ฟุต ในบลูเมาท์เทนของจาไมกา ถูกส่งออกให้ญี่ปุ่นทุก ๆ ปี แถมมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เป็นเอกลักษณ์ ร้านที่เราจะแวะกัน ก็ดันมีกาแฟบลูเมาท์เทนด้วยสิ ใช่ไหมเหมย" สาวหมวยอ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบอะไร เธอเคยไปไอ้ร้านกาแฟที่ว่านั่นเสียที่ไหน

          "เหมย อย่าลืมปิดทีวีด้วย" เจ้าของร้านออกตัวเดินต่อ แต่ก็ถูกคนช่างตื้อ ทำให้ต้องหยุดอีกรอบ

          "EI Injerto กับ St. Helena" ภาคินถือคติ เป็นหมอยอมมีแผนสำรองเสมอ เขามองแผ่นหลังโปร่ง แล้วพูดต่อไป

          "EI Injerto จากกัวเตมาลา รสชาติและความหอมการันตีจากรางวัล Excellence Grand Prize 2006 เชียวนะ ส่วนอีกราย ก็กาแฟส่งตรงจากเกาะ St. Helena ห่างจากชายฝั่งตะวันตกแอฟริการาว 1,200 ไมล์ ทั้งวิธีการเก็บรักษาและจัดส่งดีเยี่ยมพอ ๆ กับรสชาติเลย ใช่ไหมเหมย" สาวตัวสูงหน้าเหวอ เธอไปรู้เรื่องพวกนี้กับเขาเอาตอนไหน

          "เหมย อย่าลืมทิ้งขยะหลังร้านด้วย" ปราการพยายามข่มความรู้สึกบางอย่าง พลางก้าวต่อ ภาคินถึงกับหน้าเสีย แผ่นหลังโปร่งเดินห่างเขาออกไปเรื่อย ๆ หัวสมองเร่งคิดหาวิธี ก่อนโผงออกไปสุดเสียงทันทีเมื่อคิดออก

          "Hacienda La Esmeralda!!!"

          กึก! 

          เจ้าของร้านไออุ่นเหมือนหุ่นยนต์ที่หยุดทำงานหลังได้ยินประโยคนั้น

          "เอิ่ม...นี่ร่ายคาถาแฮร์รี่ พอตเตอร์ อยู่หรอคะ อะไร...เอกซ์เปกโต ๆ นะหมอคิน?" เหมยยกมือขึ้นถามขัดมวยปากที่ดังข้ามหัวไปมา โดยมีชื่อเธอตลอดบทสนทนา แต่ไม่มีช่องว่างให้เจ้าของชื่อปริปากแม้แต่นิด

          "นั่นมัน Expecto Patronum แต่นี่ Esmeralda Special" ร่างสูงใหญ่ได้โอกาสรีบกล่าวไม่รอให้เสียเวลา

          "กาแฟที่ดีที่สุดจากปานามา ปลูกใต้ร่มเงาของต้นไม้บนเขา Baru คุณภาพสูง ปริมาณน้อย หายาก ที่สำคัญอภิมหาแพงมหันต์เลยล่ะ"

          ปราการค่อย ๆ หันมองคุณหมอที่อยู่ ๆ ก็รอบรู้เรื่องกาแฟดีจนน่าแปลกใจ แววตาร่างโปร่งบ่งชัดว่าเคลืองแคลงจุดประสงค์ของอีกฝ่าย

          ใบหน้าคมสันราวคนต่างชาติคลายคิ้วที่ขมวดลง อย่างน้อยไม้ตายของเขาก็น่าจะได้ผล เท้าใหญ่ก้าวเข้าหาคนที่ทำให้เขาไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะมัวแต่พลิกแผ่นดินหาข้อมูลเกี่ยวกับร้านกาแฟในตำนาน ซึ่งรวมเมล็ดกาแฟจากทั่วโลกไว้ในร้านเดียวกัน

          "คราวนี้ จะไปพักผ่อนกับหมอได้รึยังครับ คุณเจ้าของร้านไออุ่น"

______

คงเป็นเสียง...ข้างใน
หัวใจที่สั่นไหวทุกคราว
______


          ติ๊ง~

          เสียงกดเปียโนสะท้อนก้องภายในห้องโถงกว้าง มันช่างชัดเจนในความรู้สึกของใครบางคน จนเจ้าของนิ้วมือแกร่งต้องสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น ภาพวันคืนหลั่งไหลสู่ความทรงจำ ดวงตาเรียวคมปิดลงด้วยข่มอารมณ์ ก่อนความขื่นขมจะทลายลงด้วยสัมผัสนุ่มจากมืออุ่นของใครอีกคน

          "พี่โช...เป็นอะไรรึเปล่าครับ"

          "มาตั้งแต่เมื่อไร" ร่างสูงรีบกลับสีหน้าให้เป็นปกติ ถามเสียงติดเหวี่ยงเช่นเคย

          "ก็ตั้งแต่นั่งรถมากับพี่โชไม่ใช่หรอครับ" คนตัวเล็กตอบพาซื่อ จนคนตัวโตต้องเอามือดีดหน้าผากมนเป็นการเรียกสติ

          "เดี๋ยวนี้ย้อนเก่ง"

          "เปล่าเก่งซะหน่อย..." อลันลูบหน้าผาก แรงที่ดีดมาก็ไม่ใช่น้อย ๆ ราโชไม่เคยออมมือให้เขาเลยจริง ๆ

          "อยากไปไหนต่อรึเปล่าครับ" ร่างเล็กตัดสินใจถาม

          "ไม่รู้เหมือนกัน" ราโชเดินห่างเปียโนไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นสวนสวยอย่างพอดิบพอดี

          เจ้าของใบหน้าหวานเฝ้ามองปฏิกิริยานายแบบหนุ่ม ตั้งแต่เข้ามาภายในบ้านหลังนี้ มันคงมีหลาย ๆ สิ่ง ที่กระตุ้นความทรงจำหลาย ๆ อย่าง เขาถึงดูเหม่อลอยเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา 

          อลันไม่ได้เข้าบ้านตระกูลรัชชาเรศวร์มาก็หลายปี ภายใต้สิ่งปลูกสร้างแห่งนี้ แม้สิ่งของจะเปลี่ยนไป แต่กลิ่นอายความเรียบง่ายและอบอุ่นของครอบครัวนักดนตรี ยังคงฟุ้งกระจายจนสัมผัสได้ ทั้งจากกรอบรูปถ่ายตามฝาผนัง และข้าวของเครื่องใช้บางชนิด

          ถ้าเรื่องที่พอลล่าโทร. มาปรึกษาเขาเป็นจริง การปล่อยราโชไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่ อลันสูดลมหายใจลึก ก่อนตัดสินใจพูดเสนอบางอย่างออกไป

          "ถ้างั้น เอาแบบนี้ไหมครับ..." 

______

เธอได้ยินเหมือนกันหรือไม่
มันคือเสียงเต้นของหัวใจ
______


          เสียงผิวปากอารมณ์ดีดังตลอดทางที่เจ้า BMW Sedan สีเงินคันงามปีล่าสุดขับผ่านตรอกซอกซอยต่าง ๆ จนมาจอดยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง บรรยากาศโดยรอบถูกตกแต่งด้วยไม้นานาพันธ์ุดูร่มรื่น ห้องอาหารเป็นเรือนกระจกโปร่งใส มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและเรือแล่นผ่านเป็นระยะ

          "โอ้โห้ ถ้าจะแย่งที่จอดรถกันซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้ เอามีดผ่าตัดเบอร์ 24 มาแท่งกูเถอะ"

          ชายผิวแทนเกาหัว มองมินิคูเปอร์สีคุ้น ๆ ตัดหน้าเทียบจอดอย่างงดงาม ส่วนเขาต้องถอยรถออกมา แล้วจอดอีกล็อคหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้

          "ถึงแล้วครับ น้องเหมย คุณเจ้าของ..."

          ปึก!

          ประตูรถถูกปิดอัดหน้าคนขับแทบจะทันทีที่เครื่องดับ ภาคินกะพริบตาปริบ ๆ ถึงแผนเกลี้ยกล่อมเขาจะสำเร็จ แต่ปราการก็เล่นไม่พูดไม่จาตลอดทาง ไม่รู้ว่าเผลอทำอะไรให้อีกฝ่ายโกรธหรือเปล่า ช่วงพักหลัง ๆ เจ้าตัวถึงเย็นชาใส่เขาเหลือเกิน

          "สงสัยวัยใกล้หมดเมนส์น่ะ หมอคิน สู้ ๆ นะ" สาวผมประบ่าว่าพลางตบหนักบนไหล่หนา เปิดประตูลงรถไปอีกคน ทว่า...

          "อ่าวเฮ่ย! ลัน! คุณโช!"

          เจ้าของชื่อทั้งสองหันตามคำอุทาน คนหนึ่งค่อย ๆ ฉีกยิ้มหน้าบาน ส่วนอีกคนเลิกคิ้วข้างหน้าตากวนประสาทโดยไม่ได้ตั้งใจ

          "นั่นไง กูว่าละ ขับรถกวนบาทาขนาดนี้ มีมึงคนเดียวเลยครับ"

          "หรือมึงอยากกินบาทากวน กูแถมท๊อปปิ้งให้ด้วยเอาไหม" ร่างสูงอย่างนายแบบเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้าหาคู่กรณี

          "กูมีปัญญาซื้อของดี ๆ แดกครับ ขอบคุณ!" หมอหนุ่มประชดเสียงเข้ม

          "ลมอะไรหอบมึงมา ไอ้คิน เสียบรรยากาศวันหยุดกูหมด"

          "ลมพายุโซนร้อนดีเปรสชั่นมั้งมึง ฝนฟ้าคะนองกระจายเป็นแห่ง ๆ ด้วย"

          "ไม่ต้องมาแห่งแถวบ้านกูก็พอ"

          "ไกลไป กระจายเป็นแห่ง ๆ บนหัวมึงนี่แหละ ไอ้โช"

          "เอ๊ะอะจะลงหัวกูตลอด ทรงผมกูหลายพันนะบอกเลย"

          "พันบาท?"

          "พันกันยุ่งไปหมดแล้วเนี่ย ยืนเถียงกับมึง ลมนี่ตีหัวดัง ผับ ผับ ผับ"

          "ถุ้ย!"


          พลึบ!

           กรรมการจำเป็นยกมือขึ้นห้ามทัพ หลังโดนหนุ่ม ๆ ถากถางข้ามหัวอยู่พักใหญ่

          "เออ เหมยว่า เราเข้าไปเถียงกันข้างในดีกว่านะคะ อีกอย่าง พี่ปราการกับลันเขาก็..." 

          สาวหมวยชี้ไปทางสองคนที่เหลือ ซึ่งพากันไปนั่งยังโต๊ะอาหารตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบ แถมอาการพูดคุยสนิทสนมนั่น ก็ยิ่งทำให้สองเพื่อนซี้ที่กำลังกัดกัน ต้องตีระฆังพักชั่วคราว พร้อมก้าวยาว ๆ ไปหาทันที

______

ทุก ๆ ครั้งที่เรานั้นใกล้ เสียงหัวใจของฉันมันบอกว่า...
ดีใจ...ทุกครั้งที่เจอกัน ดีใจ...เมื่อเรานั้นใกล้กัน
______


          "ไม่คิดว่าจะเจอน้องลันที่นี่ แบบนี้พี่ค่อยอารมณ์ดีขึ้นหน่อย" 

          ปราการยิ้มกว้างครั้งแรกในรอบวัน พวกเขาเลือกนั่งโต๊ะใหญ่ตรงหัวมุมรอสองหนุ่มกับหนึ่งสาวที่ยืนต่อปากต่อคำกันอยู่หน้าร้าน

          "ลันเคยมาทำงานร้านนี้กับเพื่อนสมัยเรียนน่ะครับ บรรยากาศดี เวลาเขียนหนังสือนะ ไอเดียกระฉูดมาก ว่าแต่...อะไรทำให้พี่ปราการอารมณ์ไม่ดีล่ะครับ"

          "ก็..." ไม่ต้องรอนานตัวการสำคัญก็เสนอหน้าขึ้นพลัน

          "อ๊าว! แหม ๆ นึกว่าใครนะครับ อลันหวานใจไอ้โชมันนี่เอง เชิญลุกมาตรงนี้ แล้วนั่งเก้าอี้ใกล้ ๆ ไอ้โชตรงนู้นได้เลยครับ หมอเต็มใจสละให้" จัดการจับร่างเล็กลงนั่งฝั่งตรงข้าม ส่วนตัวเองก็หย่อนก้นนั่งข้าง ๆ ปราการหน้าตาเฉย

          "รู้ดี" ราโชอดเหน็บไม่ได้

          "กูเพื่อนมึงอยู่แล้วครับ" ภาคินยิ้ม

          "เพื่อน? เมื่อกี้ยังจะสั่งฟ้าผ่ากลางกระบาลกูอยู่เลย"

          "มึงหมดโควต้าละ ไอ้โช เงียบไปเลย" นายแพทย์ว่า ก่อนหันหน้ามาทางแขกสองคนของเขา  

          "เออ น้องเหมย คุณเจ้าของร้านสั่งอะไรดีครับ อันนี้ก็น่าอร่อย ดูส่วนผสมรวม ๆ แล้วก็ครบห้าหมู่ แถมมีประโยชน์ดีนะครับ หรือว่าจะเป็น..."

          "จะตั้งใจฟังไอ้คินพล่ามอีกนานไหม" เสียงติดเหวี่ยงมาพร้อมกับความเจ็บจากการถูกดีดที่แก้มนวล อลันยกมือลูบเบา ๆ มองคนทำซึ่งกำลังเลิกคิ้วเป็นการย้ำถาม

          "ฟังหมอภาคินพูด แล้วมันผิดตรงไหนหรอครับ" เสียงนุ่มว่า

          "ผิดมันทุกตรงนั่นแหละ" คิ้วหนาขมวด 

          "ตรงไหนบ้างล่ะครับ" ใบหน้าหวานเอียงถาม

          "ยังอีก" ดวงตาเรียวคมหรี่มอง และก่อนจะได้เกิดสงครามขนาดย่อมระหว่างคู่รักจอมปลอม เด็กสาววัยรุ่นสองคนท่าทางเขินอายก็เดินตรงเข้ามา

          "พี่โช พี่ลัน ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ" เสียงหวานเปิดประโยคอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เจ้าของแฮชแท๊ก #โชลัน หันมาพร้อมกัน

          "พวกเราอยากเจอตัวจริงมานานแล้ว อันนี้เป็นของขวัญที่พวกหนูทำเอง พกติดตัวไว้ตลอด เผื่อจะได้เจอพวกพี่สักวัน แล้วก็ได้เจอจริง ๆ ด้วยค่ะ" สาวน้อยผมสั้นกล่าว

          "ใช่ค่ะ หวังว่าพี่ ๆ จะชอบนะคะ" สาวผมเปียว่า พร้อมยื่นรูปภาพวาดเองใส่กรอบขนาดเท่าฝ่ามือส่งให้อลันและราโช

          "น้อง ๆ ชื่ออะไรกันหรอครับ" ร่างเล็กก้มดูภาพพวกนั้นแล้วยิ้มน้อย ๆ

          "ป่านค่ะ"

          "ฝ้ายค่ะ"

          "รูปวาดน่ารักขนาดนี้ ต้องตั้งใจวาดมากแน่ ๆ เลย ขอบคุณมากนะครับ น้องป่าน น้องฝ้าย ไว้มีงานมีตติ้ง เรามาเจอกันอีกนะครับ" คำพูดจริงใจพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นจากหนุ่มหน้าหวาน ทำให้สาวแรกแย้มแอบแก้มแดงกันเป็นแถว

          "อะแฮ้ม!" เจ้าของรูปวาดอีกคนที่ดูคล้ายจะกลายเป็นส่วนเกินขึ้นมากระทันหัน กระแอมขัดออร่าซุปตาร์ของอลัน ซึ่งกำลังเปล่งแสงแย่งความเด่นดังของเขาเข้าไปทุกที

          "พี่ต้องขอบคุณน้อง ๆ มากนะครับ ถ้ายังไงไว้มาเจอกันในงานมีตฯ ครั้งหน้านะครับ ส่วนตอนนี้พี่ว่ามันก็ออกจะเที่ยง ๆ บ่าย ๆ แล้ว ถ้าน้อง ๆ ไม่รีบกลับบ้านรถจะติดเอาได้นะครับ เดี๋ยวกลับบ้านดึกอันตรายอีก นั่นไง พ่อกับแม่ใช่ไหม สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ ฝากน้องด้วยครับ ลาล่ะครับ อ้อ! เกือบลืม ผมราโช รัชชาเรศวร์ครับ ฝากติดตามผลงานและอุดหนุนแบรนด์เสื้อผ้าของผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ"

          ดารามาดกวนลุกขึ้นดันหลังเด็กสาวทั้งสองไปยังประตูทางออกหน้าร้าน ประโยคสาธยายยืดยาวติดจรวจ ไม่เปิดช่องว่างให้แฟนคลับได้โต้ตอบแม้แต่น้อย เขายกมือไหว้พ่อแม่พวกเธอ แถมฝากร้านและผลงานยิ่งกว่าลงโฆษณาตามไอจี เสร็จสรรพก็หันหลังปิดประตู เดินมานั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม หันไปยิ้มโบกมือส่งท้ายให้สาว ๆ อีกที ก่อนตวัดสายตามาทางอลัน

          "ทำไมต้องถามชื่อน้องเขาด้วย" สีหน้าคาดโทษถูกส่งมาให้อย่างที่คนตัวเล็กไม่เข้าใจ ทำไมชายหนุ่มต้องรีบร้อนให้น้อง ๆ แฟนคลับกลับบ้านเร็วถึงขนาดนั้น

          "ลันอยากทำความรู้จักกับแฟนคลับไม่ได้เลยหรอครับ..."

          "แล้วทำไมต้องยิ้มให้ขนาดนั้น" ร่างสูงถามรัวเร็ว

          "เออ...แล้วจะให้ลันทำหน้ายังไงล่ะครับ"

          "แฟนคลับมา ก็ต้องทำหน้าให้มันรับแขกสิ"

          "แล้วเมื่อกี้ไม่รับแขกหรอครับ"

          "ก็มัน..." นายแบบหนุ่มชะงัก กลืนถ้อยคำลงคอ ก่อนกล่าวโดยกลอกตาไปทางอื่น

          "...เกินความจำเป็น"

          "เกินความจำเป็น...ยังไงครับ?" อลันทวนคำอย่างงง ๆ

          "น่ารักเกินความจำเป็นน่ะครับ ไอ้โชมันอยากบอกแบบนี้" เพื่อนหมอแสนรู้ช่วยต่อประโยคให้กระจ่าง

          "เผือก!" ราโชกัดฟันด่า มองตาเขียวปั้ด

          "กูเพื่อนมึงครับ" ภาคินขยิบตาให้

          "เพื่อนพ่อง..." คำสวนลอดไรฟันของราโชต้องหยุดกลางคัน เมื่อสาวเสิร์ฟท่าทางกระฉับกระเฉงเดินมาพร้อมกับสมุดปากกา

          "ขออนุญาตรับออร์เดอร์อาหารค่ะ" เธอว่าอย่างแจ่มใส สงครามระหว่างเพื่อนสนิทยุติลงอีกครั้ง

          "เหมยเอาทอดมันกุ้งกับปลาสมุนไพรละกันค่ะ" สาวหมวยประเดิมคนแรก

          "ผมขอห่อหมกทะเลแซลมอนกับสลัดปูครับ" ปราการพับเมนูส่งคืนสาวเสิร์ฟ

          "ส่วนหมอขอเป็นรวมมิตรผัดผงกะหรี่ครับผม"

          "งั้นลันขอสั่ง..."


          "ขออนุญาตครับ คุณลูกค้า ใช่ คุณอลันรึเปล่าครับ" บริกรชายโค้งตัวสุภาพมองหน้าอลันยิ้ม ๆ

          "ใช่ครับ" ร่างเล็กพยักหน้า

          "พอดีมีคนฝากของขวัญมาให้น่ะครับ" เขานำกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าห่อกระดาษลายกุหลาบขาวคาดริบบิ้นสีชมพูจางดูน่ารักส่งให้หนุ่มหน้าหวาน

          "คงเป็นน้อง ๆ แฟนคลับเหมือนเมื่อกี้แน่เลยว่ะแก หู้ยยยย~ อิจฉาแรง" เหมยย่นปาก

          "อลันท่าจะดังกว่าไอ้โชอีกมั้งครับเนี่ย" สายสนุบสนุนอย่างภาคินก็ไม่พลาดเช่นกัน ราโชมองกล่องนั่น แล้วเงยหน้าถาม

          "มีกล่องเดียว?"

          "ครับ คุณลูกค้า"

          "จากใคร?" แววตาร่างสูงดูสงสัยมากกว่าจะเป็นนัยอื่น

          "เอ...เหมือนจะถูกฝากมากับเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จากโต๊ะด้านหน้าร้านน่ะครับ เธอบอกว่า มีคนวานให้เธอเอาของขวัญมาให้คุณอลัน แต่เธอไม่รู้จักเลยฝากผมมาให้แทนน่ะครับ" ราโชพยักหน้ารับ แม้ยังไม่คลายหัวคิ้วที่ขมวดอยู่

          "แฟนคลับขี้อายก็มีเนอะ" เหมยเท้าคางมองอลัน

          "ใส่กล่องผูกโบเนื้อดีขนาดนี้ คงปลื้มน้องลันน่าดู" ปราการว่า

          "เห็นด้วยครับผม" คุณหมอสายซัพพอร์ตรีบกล่าวต่อจากปราการ อะไรที่ร่างโปร่งพูด ดูจะถูกในสายตาเขาไปเสียหมด จนเพื่อนสมัยมัธยมใช้นิ้วดีดน้ำจากหลอดใส่หน้าหมอหนุ่มอย่างนึกหมั่นไส้

          บรรยากาศการร่วมโต๊ะอาหารของกลุ่มคนนาน ๆ จะเจอกันที เป็นไปอย่างเรียบง่าย เสียงหัวเราะสลับเสียงโต้เถียงดังให้ได้ยินอยู่เนื่อง ๆ ใช่ว่าราโชจะมองไม่ออก เกี่ยวกับท่าทีของเพื่อนตัวดีที่มีให้ปราการ แต่เรื่องแบบนี้ให้เจ้าตัวจัดการเองจะดีกว่า

          และแม้จะไม่ชอบใจที่คนสนิทของร่างเล็กดึงสายตาเจ้าตัวไปจากเขาจนหมด  แต่ก็อดปฏิเสธไม่ได้ว่า กิริยาและรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติ ยามคนหน้าหวานอยู่กับปราการและเหมย มันทำให้เขา...อยากจะพาอลันมาเจอคนทั้งสองทุกวัน แล้วนั่งมองร่างเล็กอยู่อย่างนั้น เหมือนที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้

          บางทีภาคินอาจพูดถูก ไอ้อาการน่ารักเกินความจำอะไรนั่น มันอันตรายกว่าที่คิดไว้มากเลย...

______

เชื่อไหม ทุกครั้งที่ได้เจอ มันคือความสุขของหัวใจ
เมื่อเราได้พบกันเสมอ ใจมันเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้เธอ
______


          หลังรับประทานอาหารเสร็จ หมอภาคินพาเหมยและปราการขับรถมุ่งหน้ายังพิกัดถัดไป ภายใต้ร้านอาหารเรือนกระจก จึงเหลือเพียงคู่รักซุปตาร์หนุ่มที่กำลังนั่งทอดอารมณ์มองวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยายามบ่าย แสงแดดตกกระทบสายน้ำทอประกายระยิบระยับ ท้องฟ้าโปร่ง ลมโกรกกำลังดี เรือแล่นผ่านพร้อมผู้โดยสารหลากหลายเชื้อชาติ

          ตาเรียวคมละจากภาพเหล่านั้น หันมองคนข้าง ๆ ซึ่งเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ ยามเจ้าตัวเขียนร่างอะไรสักอย่างลงบนกระดาษ และแน่นอนอลันเสียบหูฟังเหมือนอย่างเคย

          "หูฟังนั่นมีอะไรดี..." เสียงถามแผ่วเบาไม่อาจส่งถึงคนสมาธิดีได้ ทั้งสายตาและมือคู่น้อยยังคงจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า

          "มีความสุขอะไรนักหนา..." นายแบบหนุ่มเท้าคาง ทอดสายตามองคนข้าง ๆ เนินนาน เวลาแห่งการพักผ่อนมักผ่านไปไวเสมอ บางทีเขาก็อยากนั่งโง่ ๆ ท่ามกลางอากาศปลอดโปร่ง สถานที่เงียบ ๆ ห่างไกลวิถีชีวิตวุ่นวายของคนเมือง และอลันก็เป็นคนแนะนำร้านอาหารแห่งนี้ ไม่อยากยอมรับ แต่มันตอบโจทย์วันหยุดแสนสั้นได้ดี

          มือใหญ่ดึงหูฟังข้างหนึ่งของร่างเล็กออก ทำให้เจ้าตัวหลุดจากภวังค์งานเขียน ส่งสายตามองคนตัวสูงเหมือนมีคำถาม

          "ฟังเพลง...แล้วมันช่วยได้จริง ๆ น่ะหรอ" มือหนาหมุนหูฟังอันน้อยเล่น มองมันด้วยสายตาว่างเปล่า อลันกะพริบตาปริบ ๆ พยายามเรียบเรียงจุดประสงค์ของอีกฝ่าย

          "พี่โช มีอะไรรึเปล่าครับ"

          "ที่กองถ่ายเขาแนะนำมา เลยอยากรู้" อลันถึงกับบางอ้อ เรื่องการเข้าถึงบทตัวละครที่ดูจะเป็นปัญหาหลักของราโชทำให้เขาเครียดอยู่ไม่น้อย ร่างเล็กรู้เรื่องจากผู้จัดการส่วนตัวของเขาเรียบร้อย

          "ถ้าพี่โชอยากรู้..." มือนิ่มจับนิ้วใหญ่ที่กำลังหมุนหูฟังเล่นอยู่ ค่อย ๆ เคลื่อนมันผ่านกรอบหน้าราโช แล้วสวมเข้าที่หูของเขา มืออีกข้างหยิบมือถือขึ้นมาเร่งเสียงให้ดังอีกนิด ก่อนเงยหน้ามองดวงตาเรียวคมซึ่งจ้องร่างเล็กอยู่ก่อนแล้ว

          "ลองเปิดใจฟังดู แค่นี้ก็รู้แล้วครับ" เสียงเพลงจังหวะนุ่มสบายดังผ่านหูฟัง พร้อมรอยยิ้มน่ารักแต่งแต้มใบหน้านวลชวนมอง ประสาทสัมผัสคล้ายถูกมนตราตรึงให้ไม่อาจละจากคนตรงหน้า

          มือใหญ่ค่อย ๆ เอื้อมจับมือเล็กข้างที่เสียบหูฟังให้เขา นิ้วแกร่งเกลี่ยลูบมือนิ่มของอีกฝ่ายที่สะดุ้งเล็กน้อยจากสัมผัสอุ่นร้อนบนฝ่ามือเขา ราโชคลี่มือเล็กออก จับฝ่ามือน้อยแนบลงใบหน้าตน โดยที่มือของเขายังประกบอยู่ไม่ห่าง ดวงตาคมค่อย ๆ ปิดลง ราวต้องการพักทุกภาระหนักอึ้ง ทั้งบทบาทในละครและในชีวิตจริง

          "พี่โช..." อลันทอดมองร่องรอยความอ่อนล้านั้นอยู่เงียบ ๆ

          "พรุ่งนี้อย่าลืมไปกองถ่ายด้วย" เสียงทุ้มกล่าว แม้จะยังหลับตาอยู่ มือใหญ่กระชับมือน้อย ค่อย ๆ เปิดเปลือกตาสบใบหน้าหวานนิ่งนาน

          "ไม่ใช่คำสั่ง...แต่อยากให้ไปด้วยกัน ได้ไหม"

          ตากลมโตมองสบดวงตาเรียวคมคู่นั้น แม้ปากจะไม่ตอบอะไร แต่ร่างเล็กรู้ดีแก่ใจ เขาไม่เก่งเรื่องการปฏิเสธคน โดยเฉพาะกับชายตรงหน้า คะแนนฝึกหัดการปฏิเสธคนของเขา...คงจะยิ่งติดลบน่าดูชม

______

ใจมันเต้นแรงทุกครั้ง...เมื่ออยู่ใกล้เธอ...
______







************************************************


Talk with NATA

ลองดูหนังสั้นเรื่องนี้กันนะคะ น่ารักมาก ๆ เลย
เป็นแรงบันดาลใจให้นาต้าเลือกใช้เพลงนี้
>////////<



ดีใจที่ได้พบกับนักอ่านทุกคน
...ขอบคุณทุกกำลังใจ...
ที่ทำให้หัวใจของนาต้าเต้นแรงได้ขนาดนี้


สุดท้าย ฝากรายกายใหม่ของ ออฟกัน ด้วยน้าาา~
ฟินจิกหมอนขาดแน่นอน 5555





 รักนะ 

 N A T A  

+++++++++++++++++++++++ 
B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #76 Tawan-pupin (@Tawan-pupin) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 01:19
    ขอบคุณน่ะค่ะเพิ่งได้เข้ามาอ่าน ไรท์เขียนได้แบบ ละมุนหัวใจมากค่ะ เอาจริงงง ดีงามมม ละมุนนน
    #76
    0
  2. #29 Namsiiiii (@Namsiiiii) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 18:43
    ฮือ น่ารัก อบอุ่นมากกกกก ถึงพี่ราโชจะ- ปากแข็งมากไปหน่อยแต่น่ารักดี แต่ตอนท้ายๆละมุนมากกก เขินนนน
    #29
    1
    • #29-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 15)
      11 ธันวาคม 2560 / 20:31
      ขอบคุณ คุณ NAMSIIIII มาก ๆ เลยนะคะ ดีใจมากที่มีคนชอบอ่านงานของเรา อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ นะคะ >////<

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 ธันวาคม 2560 / 20:46
      #29-1
  3. #28 mantra (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 19:16
    ละมุนละไมมาก พี่โชเริ่มเปิดใจหละ ขอตอนต่อไปเร็วๆนะ หายใปนานๆ คิดถึง
    #28
    1
    • #28-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 15)
      11 ธันวาคม 2560 / 20:28
      คิดถึงคุณ mantra เหมือนกันค่ะ นาน ๆ จะได้มาอัพทีเพราะติดภารกิจหลาย ๆ อย่าง แต่จะมาอัพเรื่อย ๆ แน่นอนค่ะ รักคู่ออฟกันมาก รักนักอ่านมากพอ ๆ กัน ไม่ทิ้งกันแน่นอนค่ะ
      #28-1
  4. #27 Eedzy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 17:56
    ขอบคุณที่มาอัพนะคะ ขอให้ผลิตผลงานดีๆแบบนี้ต่อไปนานๆนะคะ แต่งดีจริงๆค่ะ นุ่มละมุนมาก อบอุ่นหัวใจมากจริงๆ
    #27
    1
    • #27-1 NATA-P (@NATA-PLOY) (จากตอนที่ 15)
      11 ธันวาคม 2560 / 20:27
      อ่านแล้วมีกำลังใจมาก ๆ เลยค่ะ ขอบคุณคอมเมนต์น่ารัก ๆ จากคุณ Eedzy นะคะ หัวใจนาต้าพองโตมาก 55555 อยุ่ด้วยกันไปนาน ๆ นะคะ ^_______^

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 ธันวาคม 2560 / 20:29
      #27-1