หม่ามู่ฟาง เทพธิดาตกสวรรค์

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9 ซื่อตรงกับความรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 965
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    14 มิ.ย. 62

-ตอนที่ 9-

-ซื่อตรงกับความรู้สึก-


"ต่อจากนี้เปิ่นหวางจะซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง" นั่นคือวาจาที่ผู้มีศักดิ์เป็นอ๋องทิ้งไว้ก่อนจะหายหน้าไป ปล่อยไว้ให้นางมึนงงสงสัยอยู่เพียงผู้เดียว เมื่อก่อนเขามิได้ซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองหรอกหรือ หรือว่าที่ผ่านมานางนั้นเข้าใจผิดไปเองว่าเขาเห็นนางเป็นมิตร แท้จริงแล้วเขาอาจอยากไล่นางให้ไปอยู่ที่อื่นก็ได้ นางควรทำเช่นไรดีเล่า....คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก แต่หากลองมองย้อนกลับไปเขาก็มิได้มีทีท่าว่าจะเป็นคนเช่นนั้นนี่ เท่าที่นางได้รู้จักเขาคนผู้นี้ถือว่าเป็นบุรุษที่จิตใจดีผู้หนึ่ง แม้นเขาจะชอบทำตัวเย็นชาต่อหน้าผู้อื่นไปบ้าง แต่พออยู่กับนางเขากลับชอบยิ้มให้นางบ่อย ๆ

"ทำไมกันนะ" นางยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี เขายิ้มทุกครั้งที่อยู่กับนาง หรือว่านางเป็นคนตลกกันนะ ก็ไม่น่าจะใช่ นางควรไปถามเขาเพื่อไขความกระจ่างดีไหมนะ แต่จะให้ไปถามเขาตอนนี้ นางเองก็ยังมิกล้าสู้สายตาคนผู้นั้นหรอก ความรู้สึกตอนที่เขาโอบกอดนางจากด้านหลังนางยังจดจำได้อยู่เลย

อ่า ใบหน้าของนางร้อนขึ้นมาอีกแล้ว ทำอย่างไรดีเล่า

หรือว่าเทพธิดาก็สามารถเป็นโรคร้ายเพราะอยู่โลกมนุษย์นานเกินไป แย่แล้ว แบบนี้ใครจะรักษาโรคนี้ให้นางได้เล่า แล้วยังมีวาจาน่าสงสัยอีกตั้งหลายประโยคที่เขาได้กล่าวกับนาง ซึ่งวาจาพวกนั้นมันทำให้หัวใจของนางสั่นไหวแปลก ๆ อีกด้วย

"เปิ่นหวางมิชอบใจที่เจ้าปล่อยให้บุรุษอื่นเข้าใกล้นอกจากเปิ่นหวาง" ทำไมเขาต้องมิพอใจด้วย

"เปิ่นหวางมิต้องการให้เจ้าพูดคุยกับชินอ๋องด้วยความสนิทสนม" แต่ประโยคหลังมันทำให้นางเริ่มจะเปลี่ยนใจ

"อย่าปล่อยให้ชินอ๋องเข้าใกล้เจ้าด้วย" อันนี้นางเข้าใจว่าเขาอาจจะหึงหวงชินอ๋องก็เป็นได้

"อีกอย่าง อย่าทำให้เปิ่นหวางหวงเจ้าไปมากกว่านี้" เพราะประโยคนี้ทำให้นางสับสนมึนงงหนักยิ่งกว่าทุกประโยคที่เขาเอ่ยบอกมา มิใช่ว่าเขาหึงหวงชินอ๋องหรอกหรือ แล้วเหตุใดจึงได้บอกว่าหวงนางกันเล่า แล้วเขาจะมาหวงนางด้วยเรื่องอะไรกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ แต่หัวใจของนางก็เต้นแรงไม่หยุดเช่นกัน นางคงมิได้เป็นโรคร้ายจริง ๆ หรอกใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นนางต้องแย่แน่

"แม่นางหม่า ท่านอยู่ที่นี่เอง ข้าตามหาตั้งนาน " ความคิดฟุ้งซ่านของนางหายไปทันที เพียงมีทหารผู้หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาหาทาง

"ท่านมีอะไรหรือ ถึงได้ตามหาข้า"

"แย่แล้ว ท่านอ๋องทรงประชวร แม่นางหม่าโปรดรีบตามข้ามาเถิด" นางรีบวิ่งตามทหารผู้นั้นโดยมิถามสิ่งใดอีก อะไรกันเมื่อครู่เขายังปรกติอยู่เลย แล้วนี่เหตุใดอยู่ ๆ ถึงได้ประชวรขึ้นมาได้ ทีแรกนางตั้งใจว่าจะอยู่ให้ห่างเขาสักครู่ แต่ดูท่าแล้วคงเป็นไปไม่ได้สินะ เพราะนางต้องรีบรักษาเขา ชาวเมืองยังต้องพึ่งพาเขา หากเขาเป็นอะไรไปชาวเมืองต้องลำบากกว่านี้แน่

"ท่านอ๋องกระหม่อมไปตามแม่นางหม่ามาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ทรงอดทนก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ" นางรีบวิ่งเข้ามาในห้องบรรทมของเขาตามทหารผู้นั้นเข้ามาหน้าตาตื่น ภาพที่นางเห็นคือบุรุษที่คุยกับนางก่อนหน้านี้กำลังนอนหน้าแดงอยู่บนเตียง อาการดูน่าเป็นห่วง

"เจ้านี่วุ่นวายมิเข้าเรื่อง" เขาเอ่ยดุทหารใต้บังคับ แต่นางหาได้สนใจไม่

"ท่านอ๋องกระหม่อมไปตามแม่นางหม่ามาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ทรงอดทนก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ" นางรีบวิ่งเข้ามาในห้องบรรทมของเขาตามทหารผู้นั้นเข้ามาหน้าตาตื่น ภาพที่นางเห็นคือบุรุษที่คุยกับนางก่อนหน้านี้กำลังนอนหน้าแดงอยู่บนเตียง อาการดูน่าเป็นห่วง

"เปิ่นหวางสบายดีมิต้องตรวจแล้ว" เขาพยายามจะขยับกายหนีการตรวจของนาง แต่มีหรือที่นางจะยอม เขาขยับหนีนางก็ขยับตามไปตรวจอาการของเขาได้อยู่ดี

"ปกติอะไรกัน หัวใจของท่านเต้นแรงขนาดนี้ยังบอกว่าปกติอีกหรือ ก่อนหน้านี้ท่านไปกินอะไรแปลก ๆ มาหรือไม่" นางต้องทราบว่าที่มาของโรคที่เขากำลังเป็นคืออะไร นางจะได้แก้ไขทัน

"เปิ่นหวางปกติดี นอนพักสักครู่ก็หายแล้ว" เขาเอ่ยบอกนางก่อนจะเมินหน้าหนีไปอีกทาง ใบหน้าเขาแดงก่ำจนน่าเป็นห่วง

"หมับ"

"ท่านเป็นโรคอะไรกันแน่ ใบหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรง ชีพจรมิมั่นคง บอกข้ามานะ" นางถือวิสาสะใช้มือจับใบหน้าของเขาหันมาหาตัวเอง มิได้การแล้วนางต้องรีบหาโอสถรักษาเขาให้หายโดยเร็วให้ได้

"เปิ่นหวางมิได้เป็นโรคร้ายจริง ๆ สาเหตุที่เปิ่นหวางเป็นเช่นนี้ก็เพราะเจ้านั่นแหละ"

"ท่านกำลังพูดเรื่องอะไรกัน"

"เปิ่นหวางอุส่าหนีมาอยู่ที่นี่เพื่อสงบสติตัวเอง แต่เจ้ายังก็ยังตามเปิ่นหวางมาอีก"

"ที่ข้าตามมาเพราะคนของท่านบอกว่าท่านไม่สบาย"

"เปิ่นหวางมิได้เป็นอะไร เพียงแค่หัวใจเต้นแรงเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าเท่านั้น" นางอ้าปากค้างกับคำตอบของเขา มือของนางคว้าข้อมือของเขามาจับชีพจรอีกครั้ง

"หรือว่าข้าต้องไปจากที่นี่ท่านถึงจะหายดี" นางเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"ไม่นะ เจ้าห้ามไปไหนทั้งนั้น" เขาไม่ว่าเปล่าแต่กลับดึงนางเข้าไปไว้ในอ้อมกอด คราวนี้เสียงหัวใจของเขาและนางต่างก็เต้นรัวและแรงด้วยกันทั้งคู่

"นี่ท่าน...กอดข้าทำไมกัน" เขากอดนางอีกแล้วนะ นี่มิใช่ครั้งแรกแต่นี่ถือเป็นครั้งที่สองของวันแล้วด้วย

"เปิ่นหวางเคยบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่าเปิ่นหวางจะซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่ท่านกอดข้าด้วย"

"ก็เพราะเปิ่นหวางมิอยากให้เจ้าเข้าใจผิด การที่เปิ่นหวางมีอาการเช่นนี้มิใช่เพราะเปิ่นหวางมิชอบหน้าเจ้า แต่เป็นเพราะเปิ่นหวางชอบเจ้ามากเกินไปต่างหากเล่า อย่าไปเลยนะ หากเจ้าจากเปิ่นหวางไป เปิ่นหวางคงอยู่ที่นี่ต่อไปมิได้แน่ ได้โปรด" วาจาอ้อนวอนพร้อมกับอ้อมกอดแสนอบอุ่นของเขาทำให้นางเผลอกอดเขาตอบโดยมิได้ตั้งใจ และนั่นทำให้บุรุษตรงหน้ายกยิ้มสว่างไสวมาให้จนนางแสบตา ใบหน้าหล่อเหลาจ้องมองมาที่นางหลังจากคลายอ้อมกอดแล้ว

"เปิ่นหวางพูดถึงขนาดนี้แล้วหวังว่าเจ้าจะเข้าใจ" ไม่ นางไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดหัวใจของนางถึงได้รู้สึกอบอุ่นเช่นนี้กัน นางไม่เข้าใจเลย นางคงมิได้ชอบเขาเช่นกันหรอกนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

53 ความคิดเห็น

  1. #24 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 00:55

    แม่เทพธิดาไม่เข้าใจความรู้สึก ความรัก เหมือนมนุษย์ ท่านอ๋องคงต้องสอนทุกวันให้คุ้นเคยและเข้าใจมากหน่อยแล้วเจ้าค่ะ หุหุ

    #24
    0
  2. #23 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 22:37

    แต่เซ็ง..5555 เทพธิดา..ท่านอ๋องบอกขนาดนี้แล้วนะ เมื่อไหร่จะเข้าใจสักที่...ว่าคนมันรักนะ หึ
    #23
    0