หม่ามู่ฟาง เทพธิดาตกสวรรค์

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 หวังดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,454
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62

-ตอนที่ 5-

-หวังดี-


"เฮ้อ" นางอุส่าไปขอยืมตำราจากชาวบ้านมาเชียวนะ เหตุใดจื่อหวงถึงได้มีท่าทางมิพอใจมิหนำซ้ำใบหน้าของเขายังดำคล้ำราวกับโดนของเสียอย่างนั้นเล่า นางหรือก็หวังดีคิดว่าเขาคงชื่นชอบบุรุษแต่คงมิกล้ายอมรับออกมาตรง ๆ ยิ่งเขายึดตำราของนางไปนางก็ยิ่งมั่นใจมากยิ่งขึ้นมาเขาต้องนำมันไปศึกษาอย่างถ่องแท้ไม่ต่างจากนางแน่นอน

"เฮ้อ" บุรุษผู้ใดกันนะที่ทำให้อ๋องเช่นเขาหลงรักได้ นางอยากรู้จริง ๆ พอมาอยู่โลกมนุษย์รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกชอบสอดรู้สอดเห็นเลย หรือนางจะยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขาเกินไป เพราะเหตุนี้หลายวันมานี้นางถึงได้มิเห็นหน้าเขาเลย มันต้องใช่แน่ ๆ เขาหลบหน้านางเช่นนี้แล้วนางจะไปขอโทษเขาได้อย่างไรเล่า

"หม่ามู่ฟางเจ้านี่มันยุ่งไม่เข้าเรื่องเสียจริง" นางได้แต่ยีผมตัวเองราวกับคนบ้า นางไปถามเขาตรง ๆ แบบนั้นเขาต้องอับอายมากแน่ ๆ นางลืมนึกไปว่านี่มิใช่ดินแดนสวรรค์ที่คิดอย่างไรก็ถามออกไปตรง ๆ แต่ที่นี่คือโลกมนุษย์ที่จิตใจผู้คนยากแท้หยั่งถึง นางเองก็พึ่งจะเคยมาอยู่บนโลกมนุษย์ได้ไม่นาน จะทำพลาดไปบ้างเขาจะมิให้อภัยนางบ้างเลยหรือ แล้วนี่เขาหายไปที่ใดกัน นางเองก็เบื่อจะอยู่ในวังของเขาแล้วเช่นกัน ไปไหนก็มิยอมบอกกล่าวนางสักคำ คงมิใช่ว่าโกรธนางจนมิอยากพบหน้าแล้วนะ แบบนี้เกิดเขาไล่นางให้ไปอยู่ที่อื่น นางจะไปอยู่ที่ใดเล่า นางมิได้มีญาติที่ไหนบนโลกมนุษย์เสียหน่อย

"โอ๊ย ข้าจะทำเช่นไรดี" หรือว่านางจะลองไปถามทหารด้านนอกดีว่าพอจะมีที่ใดให้นางพักได้หรือไม่ เผื่อเขาไล่นางขึ้นมา นางจะได้หาที่ซุกหัวนอนได้ทัน หรือว่าบางทีนางน่าจะลองไปถามชาวบ้านที่เคยรักษาดูว่าพวกเขาพอจะให้ที่พักนางได้หรือไม่ คนพวกนั้นคงมิใจร้ายพอที่จะให้นางนอนหนาวตายอยู่ด้านนอกหรอกนะ ถึงแม้นว่านางจะเป็นเทพธิดาแต่ก็ใช่ว่านางจะสามารถใช้พลังตามใจตัวเองได้ที่ไหนกัน บางวันก็เกิดใช้ได้ บางวันก็ใช้มิได้เลย มิรู้สาเหตุมาจากอะไร

ทุกครั้งที่นางมีจิตใจช่วยเหลือผู้คนพลังเหล่านั้นกลับปรากฏจนน่าแปลกใจ แต่พอนางลองเรียกพลังที่เคยมีออกมาใช้กลับไม่มีสิ่งใดสามารถใช้ได้เลย ขนาดนางลองเสกของกินดู นางยังทำไม่ได้เลย เป็นมนุษย์นี่ลำบากเสียจริง นางอยากกลับดินแดนสวรรค์เหลือเกิน หากนางยอมรับโทษ องค์เง็กเซียนจะมิให้โอกาสนางบ้างเลยหรือ ขนาดใช้พระบาทถีบนางตกลงมาโลกมนุษย์แบบนี้แล้ว พระองค์ยังจะมิหายพิโรธอีกหรืออย่างไร ช่างเป็นเง็กเซียนที่ใจแคบเหลือเกิน

คงมิใช่ว่าจะให้นางอยู่โลกมนุษย์นี่ไปตลอดหรอกนะ ชาวสวรรค์มีอายุยืนยาวต่างจากมนุษย์ที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดเพื่อชดใช้เวรกรรม หากนางอยู่ที่นี่ไปเรื่อย ๆ คนอื่น ๆ เขาแก่กันหมดส่วนนางจะหน้าตาเหมือนเดิม ผู้คนจะมิกล่าวหาว่านางเป็นมารร้ายหรอกหรือ แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว นางอยากทราบยิ่งนักว่าองค์เง็กเซียนส่งนางมาอยู่ที่นี่ทำไมกัน คงมิใช่ว่าเพราะพิโรธจึงถีบนางลงมาส่ง ๆ หรอกนะ แบบนั้นมันไม่ยุติธรรมเลย

"องค์เง็กเซียนหวังว่าพระองค์จะมีเหตุผลที่ทำเช่นนี้กับหม่อมฉันนะเพคะ"

"เฮ้อ" พอคิดถึงดินแดนสวรรค์นางก็ต้องถอนหายใจอีกแล้ว มิรู้ว่าป่านนี้ต้นไม้บนสวรรค์ที่นางดูแลยังแข็งแรงดีหรือไม่ นางไม่อยู่แบบนี้แล้วใครจะมารดน้ำพวกมัน คงมิใช่ว่านางกลับไปได้พวกมันก็ตายกันหมดหรอกนะ แบบนั้นนางคงต้องเสียใจมากแน่

"ไม่สิ นี่มิใช่เวลาคิดเรื่องพวกนี้" นางรีบดึงสติตัวเองก่อนจะลุกขึ้น นางจะต้องออกไปถามทหารด้านนอกเรื่องที่พักเสียก่อน อย่างไรความอยู่รอดต้องมาก่อน หากนางสามารถใช้พลังเสกบ้านออกมาได้นางคงทำไปแล้ว มิมาคิดหนักเช่นนี้หรอก พอตกลงกับตัวเองได้นางจึงได้ออกไปถามทหารตามที่ตนตั้งใจเอาไว้

"พี่ชายข้ามีเรื่องจะถามได้หรือไม่"

"แม่นางหม่ามีสิ่งใดจะถามข้าหรือ ถามมาได้เลย"

"คือ....พี่ชายพอจะทราบหรือไม่ว่าจะสามารถหาบ้านได้จากที่ไหน"

"บ้านหรือ....ไม่ทราบว่าแม่นางจะหาบ้านไปทำไมกัน"

"ข้ากำลังคิดจะมีบ้านเป็นของตัวเอง พี่ชายพอจะช่วยข้าได้หรือไม่" นางลุ้นคำตอบจากบุรุษตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น หวังว่านางจะได้รับคำตอบที่น่ายินดี

"หากเป็นบ้านในเมืองคังโจวก็คงมีเจ้าของกันหมดแล้ว แต่หากว่าบ้านที่อื่นก็น่าจะพอมีเหลือว่างอยู่"

"จริงหรือ แล้วบ้านหลังที่ท่านว่าอยู่ที่ใดเล่า" นางยกยิ้มออกมาเมื่อทราบว่าน่าจะพอมีที่พักให้นางอยู่

"อยู่ในวังหนานชิงนี่อย่างไรเล่า ท่านอ๋องทรงมีเรือนอีกหลังที่มิได้ให้ผู้ใดเข้าไปใช้อยู่ แม่นางลองไปทูลขอท่านอ๋องดูสิ" ความหวังของนางพังทลายลงมา เรือนที่พอจะว่างอยู่กลับมีเจ้าของเป็นจื่อหวงเสียนี่ แล้วแบบนี้นางจะไปซุกหัวนอนที่ไหนได้เล่า

"นั่นท่านอ๋องเสด็จมาพอดีเลย แม่นางลองถามท่านอ๋องดูสิ" พอได้ยินว่าเขามานางก็เตรียมตัวจะหลบแต่ก็มิทัน คนมีศักดิ์เป็นอ๋องบัดนี้เดินมาถึงตัวนางแล้ว มิหนำซ้ำใบหน้าของเขายังมืดครึ้มเสียจนนางมิกล้ามอง นี่คงมิใช่ว่ายังโกรธนางอยู่หรอกนะ นางจะขอโทษเขาก็ได้หากว่าเขาจะมิไล่นางไปอยู่ที่อื่น

"กำลังคุยเรื่องอะไรกันอย่างนั้นหรือ" เขาเอ่ยถามขึ้นมาดื้อ ๆ มิได้ระบุว่าถามผู้ใด แต่ตรงนี้มีเพียงนางและทหารอีกคน นางเดาเอาว่าเขาคงถามทหารใต้บัญชาเป็นแน่ พอนางสบตามองกับพี่ชายทหารนางไม่ลืมที่จะพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้เขาตอบเพราะว่าบุรุษผู้มาใหม่คงมิได้ถามนางเป็นแน่

"ทูลท่านอ๋องแม่นางหม่ามาปรึกษากระหม่อมเรื่องกำลังจะหาบ้าน กระหม่อมจึงแนะนำให้ไปถามท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ"

"หาบ้านอย่างนั้นหรือ" คราวนี้เขาถามนางแน่นอน ทำไมนางถึงทราบน่ะหรือ ก็ใบหน้าของเขาหันมาทางนางเต็ม ๆ มิได้หันไปหาอีกคนแม้นแต่น้อย ใบหน้าเรียบนิ่งมิแสดงอารมณ์ใดทำให้นางถึงกลับกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไรก็มิทราบได้

"เอ่อ ข้าเพียงถามเล่น ๆ เท่านั้น ท่านมิต้องสนใจหรอก หากไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวก่อนนะ" นางรีบหันหลังกลับเตรียมจะหนีบุรุษตรงหน้า เมื่อครู่ที่ตั้งใจว่าจะขอโทษเขา เอาเป็นว่านางจะขอโทษเขาวันหลังก็แล้วกัน แต่ใครจะไปรู้เล่าว่าเขาจะไวกว่า

"หมับ"

"เดี๋ยวเจ้าจะไปไหน" มือหนาคว้าข้อมือของนางเอาไว้ มิหนำซ้ำยังกำมันแน่นจนนางเจ็บอีก

"ไป....เอ่อ...ข้าจะไปนอนพักสายตาเสียหน่อย ช่วงนี้รู้สึกปวดหัวบ่อย ๆ สงสัยข้าจะพักผ่อนน้อยเกินไป อุ๊ย"

"หมับ" นางยังกล่าวมิทันจบดีเขาก็อุ้มร่างของนางช้อนขึ้นแนบอก ใบหน้าที่เคยนิ่งเรียบบัดนี้เปลี่ยนไป สายตาห่วงใยถูกส่งมาแทนที่

"เปิ่นหวางจะพาเจ้าไปนอนพักเอง" เอ่อ นางอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่านางมิได้เป็นอะไร เมื่อครู่ที่บอกไปก็แค่ข้ออ้างเท่านั้น คราวหลังนางจะไม่โกหกแล้ว นางเข้าใจแล้วว่าโกหกมันจะมีผลเช่นไร ได้โปรดปล่อยนางลงเถิดนะ นางมิได้เป็นอะไรจริง ๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

53 ความคิดเห็น

  1. #12 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 21:39

    นางเอกอย่าริโกหกอีกเดี๋ยวโดนทำโทษหนัก 555

    #12
    0
  2. #11 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 20:16

    รอต่อนะคะ
    #11
    0
  3. #9 Nao Ng Sverige (@NaoNgSverige) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 19:54
    ขอบคุณ​ค่ะ​
    #9
    0