องค์หญิงข้ามภพ (หลงอิงเซียน ภาคต่อจาก จอมนางคู่บัลลังก์)

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 14 ครองราชย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    29 ธ.ค. 61

ตอนที่ 14

ครองราชย์

 

ด้วยเขาหลับไปนานถึง 10 ปี ทำให้เสด็จพ่อต้องรั้งตำแหน่งฮ่องเต้ไว้ให้ได้นานที่สุด เขาเองก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย ที่ทำให้เรื่องเป็นเช่นนี้ เขาในตอนนี้ มีอายุถึง 35 ชันษา บางทีเขาก็รู้สึกว่ายังมิได้ใช้ชีวิตในวัยหนุ่มเลย ตอนนี้อายุเขาก้าวขึ้นเลขสามอย่างน่าตกใจ ยังดีที่ระหว่างที่เขาหลับไปใบหน้าของเขายังคงความอ่อนเยาว์อยู่

และวันนี้ คือวันที่เสด็จพ่อทรงสละบัลลังก์ เพื่อให้เขาขึ้นครองราชย์แทน แม้นจะมีเสียงวิพากวิจารณ์จากขุนนางหลายฝ่ายถึงความไม่เหมาะสม เพราะเขาหลับไปนาน มิได้ช่วยงานราชกิจเช่นองค์ชายคนอื่น ๆ แต่นั่นมิได้ทำให้การตัดสินใจของเสด็จพ่อเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เพราะเสด็จพ่อยังคงเชื่อมั่นในตัวเขา เขาเองก็จะมิทำให้เสด็จทรงผิดหวังเช่นกัน

พิธีขึ้นครองราชย์ผ่านไปด้วยดี มิมีองค์ชายพระองค์ใดก่อกบฏ หรือแย่งชิงบัลลังก์ เนื่องด้วยกองกำลังทหารที่เสด็จพ่อสร้างไว้เพื่อเขานั้น มีจำนวนไม่น้อย เกินกว่าที่องค์ชายเหล่านั้นจะรับมือไหว แต่เรื่องที่เขาหนักใจที่สุดมิใช่เรื่องบัลลังก์ฮ่องเต้แคว้นเสวี่ยดอก แต่เป็นเรื่องการแต่งตั้งฮองเฮา ต่างหากเล่า ขุนนางน่าตายเล่านั้นเป็นบ้าอันใดกันถึงได้พากันเต็มใจประเคนบุตรสาวให้เขากันมากมายขนาดนี้

ตอนที่เขาจะแต่งตั้งสตรีนางหนึ่งขึ้นเป็นพระชายาเขายังจำได้ดี ว่าเขาได้ตกลงกับเสด็จแม่แล้วว่าเขาจะแต่งตั้งสตรีเพียงนางเดียว ขึ้นเป็นหงส์คู่บัลลังก์ เขามินิยมชมชอบ การมีสตรีมากมาย ยิ่งมากคนยิ่งมากความ เขามิต้องการบุตรีของขุนนางคนใดทิ้งสิ้น การใช้บุตรสาวหวังหาประโยชน์บนตัวเขานั้น เขามิยอมให้เกิดเรื่องเช่นนั้นแน่

แต่ที่เขานึงไม่ถึงคือสิ่งที่เสด็จแม่กระทำโดยมิได้บอกกล่าวแก่เขานี่สิ เขามิคิดเลยว่างานเลี้ยงฉลองในค่ำคืนนี้ จะมีคุณหนูทั้งหลายถูกเชิญมามากมายขนาดนี้ ปกติแล้วสตรีกับบุรุษจะถูกแยกฝั่งอย่างชัดเจนมิใช่หรือ แล้วนี่เหตุใด พวกนางถึงได้มายืนอยู่เคียงข้างขุนนางน่าตายเหล่านั้นได้ นี่เสด็จแม่ของเขาคงมิได้ร่วมมือกับขุนนางพวกนั้น นำบุตรสาวของพวกเขามาด้วยหรอกนะ

มิใช่ว่าเขาเลือกมากอันใดดอก เขาเพียงอยากได้สตรีที่เขารักด้วยหัวใจขึ้นมาเคียงคู่เขาก็เท่านั้น เขามิได้ต้องการอำนาจมากมายจนต้องรับสตรีหลายนางเพื่อคานอำนาจวังหลัง เขามิชมชอบการมีสตรีหลายคน เรื่องเช่นนี้เสด็จแม่ย่อมรู้ดี แต่เพราะเหตุใดจึงยังทำเช่นนี้กับเขาอีก

งานเลี้ยงนี้มิได้มีเพียงบุตรีของขุนนางยศสูงที่มาร่วมงาน แต่ยังมี บรรดา องค์รัชทายาท องค์ชาย และองค์หญิงจากแคว้นข้างเคียง มาร่วมแสดงความยินดี หวังว่าเสด็จแม่จะไว้หน้าเขาบ้าง ของขวัญมากมายหลั่งไหลเข้ามา เขามิได้ต้องการเลยด้วยซ้ำ สตรีแต่ละนางที่มาร่วมงานต่างมองเขาด้วยสายตาไม่ปิดบัง เขาพยายามคิดหาวิธีที่จะพาตัวเองออกจากงานเลี้ยงน่าเบื่อเช่นนี้ได้ จริงสิ เขาดื่มชาไปตั้งเยอะ เขาจะใช้เหตุผลนี้บอกต่อเสด็จแม่ก็แล้วกัน และก็ได้ผล เขาสามารถปลีกตัวออกมาจากงานเลี้ยงน่าเบื่อนั่นได้ จากนั้นรีบเปลี่ยนอาภรณ์ในชุดมังกรทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะแอบหลบทหารองครักษ์ออกมาด้านนอก

 แต่ดูเหมือนจะมีขบวนรถม้ากำลังผ่านมาทางเขา เขาจึงหลบหลังพุ่มไม้แทน ดูจากขบวนแล้วคงเป็นองค์ชาย ไม่ก็           รัชทายาทจากแคว้นใดเป็นแน่ เขาเฝ้ามองบุรุษผู้หนึ่งซึ่งน่าจะอายุน้อยกว่าเขาก้าวขาลงจากรถม้า แต่ที่ทำให้หัวใจเขาเต้นกระหน่ำรุนแรงคงเป็นเพราะสตรีนางนั้น สตรีที่กำลังถูกจับจูงลงจากรถม้าต่างหากเล่า เขามั่นใจว่ามิเคยพบนางมาก่อน แต่เพราะเหตุใดดวงตานั้นของนางจึงดูคุ้นเคยนัก แต่เขาก็นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าเขาเคยพบเจอดวงตาเช่นนี้ที่ใด จนเห็นทหารองครักษ์ขอตรวจเทียบเชิญ เขาจึงได้แอบฟัง

"ขอดูเทียบเชิญด้วยขอรับ" น่าจะเป็นองครักษ์ของพวกองค์ชายผู้นั้นที่นำเทียบเชิญนั่นส่งให้แทน ก่อนที่ทหารองครักษ์ของเขาจะทำความเคารพ

"ถวายพระพรองค์รัชทายาทหลงเจี้ยน และองค์หญิงหลงอิงเซียน พะยะคะ กระหม่อมต้องขออภัยด้วยที่เสียมารยาท เชิญด้านในเถิดพะยะคะ"

"เปิ่นไท่จื่อจะเข้าไปเพียงผู้เดียว ส่วนองค์หญิงจะรอด้านนอก " เห็นองค์รัชทายาทผู้นั้นกล่าวออกมาเช่นนั้นเขายิ่งมิเข้าใจว่าเพราะเหตุใด องค์หญิงผู้นี้ถึงมิเข้าไปร่วมงาน เขาเห็นองค์รัชทายาทผู้นั้นหันมากล่าวกับนางเขาถึงได้เข้าใจ

"เสด็จพี่ทรง รอหม่อมฉันอยู่แถวนี้นะพะยะคะ เสร็จธุระแล้วหม่อมฉันจะรีบออกมา เข้าใจหรือไม่พะยะคะ"

"หลงเจี้ยนเจ้าพาข้ามาด้วยเพราะเหตุใดกัน เจ้าน้องฝาแฝดทรยศ" อ้อ แท้จริงแล้วพวกเขาคือพี่น้องฝาแฝดกันหรอกหรือ

"เพราะเสด็จพ่อ กับเสด็จแม่มิอยู่ หม่อมฉันมิอาจปล่อยให้เสด็จพี่อยู่คนเดียวได้ " ดูเหมือนองค์รัชทายาทผู้นี้จะหวงพระพี่สาวผู้นั้นมิน้อยเลย

"เพราะพวกเจ้านี่แหละ ทำให้ข้าไปไหนมิได้ แค่จะออกไปเดินเล่นนอกวังยังมิได้เลย พวกเจ้ามันใจร้าย" เห็นนางโวยวายเช่นนี้เหตุใดเขาถึงได้นึกนึงเจ้าลูกหมานั่นขึ้นมานะ ทำไมเขาต้องนึกถึงเจ้าลูกหมาปากเสียนั่นด้วยนะ เขามิเข้าใจเลย

"เอาล่ะ หม่อมฉันจะเข้าไปแล้ว เสด็จพี่ก็รออยู่แถวนี้ อย่าได้ไปเดินเล่นที่อื่นเล่า ส่วนพวกเจ้าเฝ้าเสด็จพี่ให้ดี มิเช่นนั้น เปิ่นไท่จื่อจะบอกเสด็จพ่อว่าพวกเจ้าหละหลวมต่อหน้าที่"

"พะยะคะ" เสด็จพ่อของนาง ทรงน่ากลัวขนาดนั้นเชียวหรือ หลังจากองค์รัชทายาทหลงเจี้ยนจากไป เขาสังเกตเห็นว่านางเดินไปนั่ง ทิ้งตัวลงอยู่บริเวณสวนดอกเหมยกุ้ย ใกล้ ๆ กับ ขบวนของนาง ดูเหมือนว่านางกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่กระมัง เขาควรปล่อยนางไป หรือเข้าไปทักทายนางก่อนดี แต่เขาเป็นเจ้าของงานควรให้เกียรติแขกมิใช่หรือ คิดได้ดังนั้นเขาจึงออกจากที่ซ่อน แล้วมุ่งหน้าไปหานาง แต่ทหารองครักษ์ของเขากลับตาไวเห็นเขาเสียก่อน

"ฝ่าบาท"

"พวกเจ้าหลบไปก่อน" เขาไล่ทหารองครักษ์ออกไป พร้อมกับขบวนองครักษ์ของนางด้วย ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้นางเรื่อย ๆ เหตุใดเพียงเดินเข้าใกล้นาง หัวใจของเขากลับสั่นไหวรุนแรงเช่นนี้หนอ แต่นางดันหันมาเห็นเขาเสียก่อน

"ท่านเป็นใคร " นางเอ่ยถามเขา พร้อมกับน้ำเสียงมิค่อยชอบใจเท่าใดนัก ดวงตาของนางกลมโต ขนาดมองมิค่อยชัดเพราะแสงไปสลัวนางยังงดงามขนาดนี้เลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

10 ความคิดเห็น