องค์หญิงข้ามภพ (หลงอิงเซียน ภาคต่อจาก จอมนางคู่บัลลังก์)

ตอนที่ 12 : พ่อสื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 245
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    23 มี.ค. 61

หลางชิงวู่ไม่นึกเลยว่าการที่เขาทำตัวเป็นพ่อสื่อให้เจ้าทาสมันจะทำให้เขาตกที่นั่งลำบากเช่นนี้ ยามใดที่เขาเดินเล่นบนกำแพง เขาต้องคอยหลบหน้ายัยลูกหมาปากร้ายนั่นตลอดเลย ใครมันจะไปรู้เล่า ว่าจดหมายรักของเจ้าทาสมันจะทำให้เจ้าลูกหมาเกิดเข้าใจผิดว่าเขามีใจให้ ตัวรึก็อ้วนออกปานนั้น ปากรึก็ร้ายเหลือแสน เขารักชอบมิลงดอก


ไม่คิดเลยว่าสวรรค์จะกลั่นแกล้งเขาถึงเพียงนี้ ส่งเขามาอยู่ในร่างแมวยังไม่พอใจอีกหรือ เหตุใดจึงต้องส่งเจ้าลูกหมามาเทียว วนเวียนใกล้เขาด้วย เขามิอยากมีคู่เป็นหมา ขนาดให้ไปชอบกับแมวตัวเมียยังว่าแย่แล้ว แต่นี่จะให้ไปชอบกับลูกหมา ชีวิตรัชทายาทเช่นเขาช่างบัดซบไม่มีที่ติเลยจริง ๆ


ขณะที่เขากำลังเดินหลบเจ้าลูกหมา เขารีบ ทยานกายขึ้นบนต้นมะม่วงอย่างรวดเร็ว ใส่เกียร์แมวอย่างเต็มกำลัง ก่อนจะหากิ่งที่มีใบปกปคลุมมากที่สุด แล้วลอบมองการกระทำของเจ้าลูกหมาปากเสียนั่น ดูเหมือนว่าเจ้าลูกหมานั่นกำลังอารมณ์ดีอยู่ เห็นเพียงเท่านั้น แมวเช่นเขาก็รู้สึกหงุดหงิดใจแล้ว เขาทำใจให้ชอบเจ้าลูกหมานี่มิได้จริง ๆ ฆ่าเขาให้ตายเถิดนะ ได้โปรดอย่าบังคับใจเขาเลย


"โฮ่ง บ๊อก บ๊อก โฮ่ง โฮ่ง หงิง หงิง โฮ่ง" (แอบมองเธออยู่นะจ๊ะแต่เธอไม่รู้บ้างเลย) เจ้าลูกหมานี่บ่นอันใดกัน อย่าบอกนะว่ากำลังแอบมองเขา ไม่นะ เขามิ ชมชอบลูกหมา เขาเกลียดลูกหมา ได้โปรดเถิดสวรรค์ เขาออกจะหล่อเหลาปานนี้ ได้โปรดอย่าให้คู่ครองของเขาเป็นลูกหมาเลยนะ เขาได้แต่อ้อนวอนต่อสวรรค์ให้เมตตาเขาด้วยเถิด หากจะส่งลูกหมามาเป็นคู่ครองของเขา ได้โปรดปล่อยให้เขาเป็นโสดอยู่เช่นนี้จนแก่ตายจะดีกว่า เขาขอร้องล่ะ


"โฮ่ง บ๊อก บ๊อก บ๊อก โฮ่ง" (แอบส่งใจอยู่นิดนิดแต่ดูเธอช่างเฉยเมย) ยัยลูกหมายังคงบ่นต่อไป หรือความจริงแล้วยัยลูกหมานี่แอบหลงรักเขาเป็นแน่ ที่ทำเป็นปากร้ายใส่เขาเป็นเพราะเขินอายเขาล่ะสิ พอเขานำจดหมายรักของเจ้าทาสไปส่งถึงได้เข้าใจผิดเช่นนี้ ไม่ได้การแล้วเขาต้องรีบเข้าไปอธิบาย ว่าความจริงแล้วเขามิได้ชอบพอ ยัยลูกหมานั่น


แต่พอคิดไปคิดมาแล้ว ไม่เอาดีกว่า อยู่ตรงนี้มันปลอดภัยกว่าเยอะ เขามิได้กลัวเจ้าลูกหมาหรอกนะ เขาก็แค่ไม่อยากจะทำร้ายจิตใจผู้ใดก็เท่านั้น แล้วดูสิตอนนี้เจ้าลูกหมาก็ตัวโต กว่าเขาตั้งหลายเท่า เกิดไม่พอใจเขาขึ้นมา กระโดดทับเขามิแย่หรอกหรือ แค่คิดก็สยองแล้ว แล้วนี่เมื่อใดเจ้าลูกหมานั่นจะหยุดบ่นซะที เขาเริ่มจะรำคาญแล้วนะ


"โฮ่ง หงิง หงิง หงิง หงิง โฮ่ง บ๊อก หงิง หงิง หงิง หงิง หงิง" (รักไม่รักจะรักไม่รักก็ลองเสี่ยงดูอีกสักนิด ปาฏิหาริย์และดวงชะตาอาจทำให้เราไม่คิด ฉันมั่นใจว่าเราจะเป็นดังฝัน ในวันแห่งความรักสักวันหนึ่ง) แล้วเจ้าลูกหมานั่นก็มิได้บ่นธรรมดานะ แต่ดันทำท่าชักดิ้นชักงอ ราวกับกำลังโดนมนต์ดำสะกด เขาควรจะลงไปช่วยเจ้าลูกหมานั่นดีหรือไม่นะ แต่ฟังจากวาจาที่เจ้าลูกหมากล่าวมาแล้วเขาว่าเจ้าลูกหมาจะต้องหลงรักเขาหัวปักหัวปำเป็นแน่ ถึงขั้นอ้อนวอน ปาฏิหาริย์ เขาก็อยากอ้อนวอนเช่นกัน หากสวรรค์เมตตา ได้โปรดอย่าให้ปาฏิหาริย์นั้นเป็นจริงเลย เขารับมิได้จริง ๆ เขามิได้ใจร้ายดอกนะ แต่เขาขอบอกตรง ๆ เลยว่า เราทั้งคู่ต่างกันเกินไป เขาบอกเพียงเท่านี้แหละ หวังว่า ยัยลูกหมานั่นจะเข้าใจ


แล้วเมื่อใดเขาจะลงจากต้นมะม่วงได้เสียที เขาเมื่อยเกาะแล้วนะ เหตุใดเขาต้องมาหลบอยู่แบบนี้ด้วยนะ กำแพงนี้มันก็ของเขา ต้นมะม่วงนี้ก็ของเขา เหตุใดเขาต้องทำตัวหลบ ๆ ซ่อน ราวกับคนกำลังมีความผิดด้วย บุรุษเช่นเขามิเคยกลัวต่อสิ่งใด เพราะฉนั้นเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงสิ เขาจะหนีตลอดไปมิได้ดอก อีกอย่างเขาก็มิได้ทำผิดอันใด แค่เจ้าลูกหมานั่นเข้าใจผิดไปเองก็เท่านั้น เอาล่ะ เขาจะออกจากที่ซ่อนแล้วนะ เขาทยานจากต้นมะม่วงลงสู่กำแพงทันที แต่มันดันพลาดเป้าไปเสียหน่อย


"อึบ" มิใช่เสียงอะไรดอก เสียงเขาตกจากต้นมะม่วงเองล่ะ อย่าถามว่าเจ็บไหม บอกเลยว่ามาก แต่เพียงเขาเงยหน้าขึ้นเท่านั้นแหละ ความซวยของเขาก็มาเยือน ก็พื้นที่เขาตกลงมานี่สิ ดันเป็นฝั่งบ้านของเจ้าลูกหมาน่ะสิ บัดซบจริง ๆ สวรรค์ท่านช่างลำเอียงนัก เหตุใดต้องส่งเขาให้มาอยู่ใต้อุ้งเท้าของยัยลูกหมานี่ด้วย


"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง บ๊อก บ๊อก " (แอบชอบก็ไม่เห็นต้องมาแอบดูขนาดนี้เลย บอกดีดีก็ได้ แล้วอยากอยู่ใกล้ไม่เห็นต้องกระโดดมาแบบนี้เลย มันอันตรายนะ) เขาได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ ไว้อาลัยให้กับตัวเอง และสาปแช่งยัยลูกหมาโง่งมตัวนี้ ไม่รู้ผีตนใดเข้าสิงถึงได้เอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมาได้ เขาอยากเอาอุ้งเท้าเขี่ยดินบริเวณนี้หยัดปากยัยลูกหมาจริง ๆ เลย


"เหมียว เมี้ยว " (ฝันกลางวันอยู่หรือ ยัยหมาโง่) หวังว่าการเอ่ยวาจาเช่นนี้ จะทำให้ยัยลูกหมาตาสว่างขึ้นบ้างนะ แต่ก็ไม่ต้องไปนอนร้องไห้เสียใจหรอกนะ เขารู้ดีว่าเขาน่ะหล่อเหลา อาจจะหล่อเหลามากเกินไปจนทำให้ยัยลูกหมาตกหลุมรักเขาได้ โธ่ ช่างน่าสงสารนัก ยังเป็นเพียงลูกหมาแท้ ๆ ก็ได้ลิ้มรสชาติ     การอกหักเสียแล้ว แต่คำตอบที่เขาได้รับกลับมานี่สิ มันแทบทำให้เขาอยากกระโดดถีบ แถมด้วยกงเล็บแมวพิฆาตไปให้ยัยลูกหมาสักที


"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง" (กำลังเขินอยู่ล่ะสิ ถึงได้พูดวาไม่เพราะ ไอ้คุณแมวเจมส์บอล) หากเขาฆ่าลูกหมาสักตัวตายไป สวรรค์จะเอาผิดกับเขาหรือไม่ ลูกหมาเช่นนี้สมควรตายนัก เขาเป็นผู้ใด สมควรให้มากล่าววาจาล้อเล่นเช่นนี้ได้หรือ เขาน่ะองค์รัชทายาทเชียวนะ รู้หรือไม่ เขาคือผู้ที่จะเป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป มิใช่ผู้ที่ใครจะมาล้อเล่นด้วยได้


"เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว" (เขินบ้าอะไรกัน อย่ามาเข้าใจผิดนะ เป็นหมาก็อยู่ส่วนหมา อย่ามายุ่งกับแมว อั๊ก) เขายังกล่าวไม่จบเลยด้วยซ้ำ ก็ต้องกัดฟันกรอด ก็เจ้าลูกหมานี่สิ ไม่เพียงจะไม่ช่วยเขาลุกขึ้น แต่ดันเอาอุ้งเท้าขนปุกปุยนั่นมาเหยียบลงที่กลางหลังเขาอีก เจ้าลูกหมาจะหมิ่นเกียรติเขาเกินไปหรือไม่ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีผู้ใดกระทำกับเขาเช่นนี้มาก่อนเลย ประหาร เขาจะสั่งประหารยัยลูกหมานี่ให้รู้สำนึก


*****เพลงไรท์ยืมเขามาเด้อ Cr.BNK48******

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

10 ความคิดเห็น