องค์หญิงข้ามภพ (หลงอิงเซียน ภาคต่อจาก จอมนางคู่บัลลังก์)

ตอนที่ 10 : จดหมายรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    20 มี.ค. 61

                    ตั้งแต่ข้ามภพมาอยู่ยุคนี้ ยุคที่เรียกได้ว่ามีเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่ายุคที่เขาจากมามากนัก ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร หรือแม้กระทั่งการเดินทาง แต่ที่เขาคาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นคือ ทั้ง ๆ ที่ยุคนี้ตัวช่วยในการสื่อสารมีมากมายถึงเพียงนี้ แล้วเหตุใดเจ้าทาสของเขาถึงได้มานั่งเขียนจดหมายรัก

                    และที่น่าหนักใจกว่าการเขียนจดหมายรัก ก็คือ เจ้าทาสบังอาจมาส่งสายตาออดอ้อนให้เขาไปส่งให้นี่สิ เขาก็บอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะมิขอยุ่ง ฟังภาษาแมวมิรู้เรื่องหรืออย่างไร

                    "คุณเจมส์บอล กรุณาช่วยกระผมสักครั้งเถอะนะครับ แล้วจะหาแมวตัวเมียมาเลี้ยงเป็นเพื่อน" เขาต้องหันหน้าไปมองเจ้าทาสปัญญาอ่อนนี่ เขาบอกตอนไหนว่าอยากมีเพื่อนเล่นเป็นแมวตัวเมีย พูดจาไม่เข้าหูเดี๋ยวแมวก็ข่วนให้หรอก

                       "เหมียว เมี๊ยว" ไม่ไปเว้ย

                      "เย้ คุณเจมส์บอลนี่ใจดีที่สุดเลย เดี๋ยวจะซื้อปลาทูมาฝากเยอะ ๆ เลยนะ" เจ้าทาสเอ่ยขอบคุณเขา แถมยังเอามือมาลูบหัวเขาไปมาอีก เขาบอกว่าไม่ไปไง ฟังภาษาแมวไม่รู้เรื่องหรือ เจ้าทาสโง่งม

                     สภาพเขาตอนนี้ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยต้องรู้สึกอับอายเช่นนี้มาก่อนเลย รอบคอของเขาถูกประดับไปด้วยโบว์สีชมพู ที่ปากต้องลำบากคาบจดหมายรักและ ดอกเหมยกุ้ย สีแดงหนึ่งดอก (ดอกกุหลาบ) เขาหันไปมองเจ้าทาสที่บังอาจทำเช่นนี้กับเขา หึ จำเอาไว้แค้นนี้ต้องชำระ คอยดูเถิดเขาจะข่วนที่นอนเจ้าทาสให้ขาดจนนอนมิได้เลย คอยดู

                    เขาเดินอยู่บนกำแพง มองหาเป้าหมาย มิรู้ว่าสตรีบ้านข้าง ๆ อยู่ที่ใด จนเขาต้องถือวิสาสะเข้ามาในบ้าน แต่ก็ต้องตกใจ ไม่คิดว่าเพียง ขาหน้าก้าวเข้าเขตบ้านเท่านั้น ก็เจอกับเจ้าลูกหมา ที่กำลังมองมาทางเขาราวกับเขาเป็นขโมย เขามิได้เป็นขโมยเสียหน่อย

                    "โฮ่ง โฮ่ง" มาทำไม ไอ้แมวหัวขโมย หน็อย ยัยลูกหมาปากมอมนี่ เดี๋ยวก็เอาก้านดอกเหมยกุ้ย ทิ้มปากซะหรอก เขาปล่อยจดหมายรักและดอกเหมยกุ้ยสีแดงวางลงบนพื้น ก่อนจะหันไปตอบเจ้าลูกหมา

                    "เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว" เอานี่ไป ยัยลูกหมาไร้สมอง ว่าจบเขาก็เดินออกจากบ้านไปอย่าง องอาจ สมชายชาตินักรบ ระหว่างทางเจอสตรีนางนั้นเข้าพอดี ก็สตรีที่เจ้าทาสหลงรักอย่างไรเล่า เพื่อมิเป็นการเสียมารยาทเขาจึงเอ่ยทักทายไปหนึ่งที

                    "เหมียว" ไง พร้อมกับหันหน้าไปทางจดหมายรักนั่น จากนั้นเขาก็รีบกระโดดข้ามกำแพงเพื่อไปหาปลาทูกินต่อ เขามิได้หวงกินอะไรปานนั้นหรอกนะ แต่นี่ถึงเวลาอาหารของเขาแล้วต่างหากเล่า

                    วันนี้มันวันซวยอะไรของนางเนี่ย ขนาดอยู่ในบ้านยังต้องมาเจอไอ้แมวบัดซบนั่น แล้วนั่นแต่งตัวอะไรมา นางนึกว่าจะมาเล่นงิ้ว แล้วอยู่ ๆ มาทิ้งขยะไว้ในบ้านของนางทำไมกัน ก่อนจากไปยังมีหน้ามีด่านางว่าไร้สมองอีกต่างหาก นางยังมิมีโอกาสได้ตอบโต้เลยด้วยซ้ำ หน็อยกล้าหนีไปก่อนที่นางจะด่ากลับได้ยังไง แค้นนี้ต้องชำระ ตายแน่ไอ้แมวกระจู๋สั้น แล้วนี่น้ำขิงมองมาที่นางแล้วแอบขำทำไมกัน

                    "โฮ่ง" หัวเราะอะไร น้ำขิงหยิบจดหมายขึ้นมาก่อนจะเอ่ยเหย้านาง ซึ่งมันมิใช่ความจริงเลยสักนิด

                    "ดูสิ เป็นเด็กเป็นเล็ก มีหนุ่มมาส่งจดหมายรักแล้วหรอเจ้าโมโม่" หนุ่มที่ใดกันอย่าบอกนะว่าเจ้าแมวปากเสียเมื่อครู่นี้

                    "แล้วดูสิ เขียนมาน่ารักจังเลย แหมเจ้าโมโม่ของน้ำขิงนี่ก็เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะ ยังไงก็อย่าลืมไปตอบตกลงรับรักกับเจ้าเจมส์บอลล่ะ ฮ่า ๆ ๆ "

                   "โฮ่ง โฮ่ง" น้ำขิงถ้าไม่อยากตายจงหยุดพูดซะ แมวที่ไหนจะเขียนหนังสือได้ ปัญญาอ่อน แต่ถึงจะเขียนได้จริง นางก็ไม่ยอมรับรักเจ้าแมวปากเสียนั่นหรอก เชอะ เห็นชอบมาทำปากเสียใส่ ที่แท้ก็แอบชอบนางนี่เอง หน็อยเป็นเพียงแมว ริอาจมาชอบองค์หญิงเช่นนางฝันไปเถอะ

                    "อะไรกัน โมโม่ น้ำขิงเข้าใจแล้ว จะรีบไปตอบตกลงคบกับเจมส์บอลล่ะสิ" เข้าใจบ้าอะไรล่ะ เป็นแมวก็อยู่ส่วนแมวสิ แมวบ้าน ๆ แบบนั้นใครมันจะไปชอบลง ไอ้แมวใจง่าย โถ มาตกหลุมรักนาง แต่ทำเป็นปากเสียใส่  ไม่ได้ผลหรอกนะ อย่างไรนางก็มิใจอ่อนดอก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

10 ความคิดเห็น