Identity v | you are my light [black&white]

ตอนที่ 1 : สายฝนและต้นไม้ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    16 ก.ค. 62

               "ปาเยี่ย...ปาเยี่ย เจ้าอยู่ไหน ปาเยี่ย!!"   เสียงเชี่ยปี่อ้านเรียกหาน้องชายดังขึ้นเรื่อยๆ   จนเหล่าชาวบ้านบริเวณนั้นต่างพากันตกใจ    ในใจของเขาทั้งเป็นห่วง  สับสน    และกังวลว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับน้อง ตามที่ตนรู้สึกสังหรณ์ใจตอนแยกจากกันหรือไม่...

.

.

.

               ย้อนกลับไปสมัยที่เชี่ยปี่อ้านและฟานอู้จิวยังเป็นชายหนุ่มที่ทำตัวเสเพล  เป็นนักพนันท่องราตรี  ยามดึกดื่นยังมิยอมกลับบ้าน ไม่ต้องพูดถึงงานการใดๆที่ไม่เคยช่วยเหลือพ่อแม่แม้แต่น้อย  

จนผู้เป็นมารดาถึงกับออกปากไล่ออกจากบ้าน


.


             สองพี่น้องก็ได้ออกเดินทางไปตามเมืองต่างๆอย่างไร้จุดหมาย  หากเหน็ดเหนื่อยก็หยุดพักข้างทาง  ค่ำไหนนอนนั่น  เป็นอย่างนี้มาสักพัก ผู้เป็นพี่ก็เริ่มเป็นกังวลเมื่อเห็นน้องและตนเริ่มซูบผอมลงทุกวัน    


...

..

.


      "ปาเยี่ย  ข้าว่าพวกเราควรเริ่มหางานทำกันเสียทีนะ    หากพวกเราอยู่กันแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีต่อสุขภาพของพวกเราเป็นแน่"      ผู้เป็นพี่ได้เริ่มเปิดบทสนทนาขึ้นเมื่อพวกเขาหยุดพักกันใต้ต้นไม้ใหญ่          "เอาสิท่านพี่ ว่าแต่พวกเราจะไปทำงานอะไรดี    ข้าว่าเราควรเลือกงานที่ไม่ค่อยมีคู่แข่งจะดีกว่านะ    เพราะพวกเราเองก็พอรู้หนังสือบ้างแค่เล็กน้อย    ไม่ได้เก่งกาจอะไรปานนั้นนะท่านพี่"      


.


          ก็จริงอย่างที่ฟานอู้จิวว่า พวกเขาสองพี่น้อง ถึงจะรู้หนังสืออยู่บ้าง    แต่ก็มิใช่คนที่ตั้งอกตั้งใจเรียนหนังสือเท่าไร  ส่วนมากจะให้ความสนใจไปกับการเล่นการพนันเสียจนหมด    คิดแล้วเชี่ยปี่อ้านก็นึกเสียดายขึ้นมาที่เมื่อครั้นยังเยาว์วัยมิได้ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดี      



     "เฮ้อ...ถ้าข้ารู้มาก่อนว่าโตมาจะต้องมาใช้ชีวิตแบบนี้นะ    ข้าน่าจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้มากกว่านี้  เจ้าจะได้ไม่ต้องมาลำบากลำบนแบบนี้นะปาเยี่ย"  เชี่ยปี่อ้านกล่าวกับน้องชายที่นอนหนุนตักของเขาอยู่  " พูดอะไรอย่างนั้นน่ะท่านพี่  ที่เราต้องมาอยู่กันอย่างนี้เพราะว่าข้าไปยั่วโมโหท่านแม่ต่างหาก  ไม่ใช่ความผิดของท่านเสียหน่อย   [●`_'●]   ว่าแต่ท่านนึกออกหรือยังว่างานไหนจึงจะเหมาะกับเราสองคน"    "อืม..ข้ารู้แล้ว  ข้าว่างานผู้คุมนักโทษน่าจะเหมาะกับพวกเรานะ "  เชี่ยปี่อ้านตอบ... 

..

.

.

      ในที่สุดสองพี่น้องก็ตัดสินใจไปสมัครงานเป็นผู้คุมนักโทษในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง   ด้วยความที่ทั้งสองพี่น้องปฏิบัติหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง  บวกกับฝีมือการต่อสู้ที่สามารถต่อกรกับเหล่านักโทษที่ทั้งพยายามหนี   ข่มขู่   หรือทำร้ายเจ้าพนักงานได้

อยู่หมัด  ทำให้เจ้านายของพวกเขาเอ็นดูผู้คุมนักโทษคนใหม่ทั้งสองราวกับลูกหลานแท้ๆ  ภายในเวลาอันรวดเร็ว


.


                 วันหนึ่งเชี่ยปี่อ้านและฟานอู้จิวได้รับมอบหมายให้คุมตัวนักโทษประหารไปยังต่างเมือง    นักโทษคนนั้นก็ได้ขอร้องให้ทั้งคู่ปล่อยตนไปล่ำลาลูกเมียเป็นครั้งสุดท้าย     นานเข้าฟานอู้จิวก็เริ่มใจอ่อน...

...

 .


           " ท่านพี่  ข้าขอปล่อยเขาไปล่ำลาลูกเมียเถิด  ข้าสงสารเขาเหลือเกิน"  ฟานอู้จิวเอ่ย    " เจ้าแน่ใจนะ ปาเยี่ย  เจ้าก็รู้นี่ว่าหากเราปล่อยนักโทษไป   ก็เหมือนกับปล่อยเสือเข้าป่า  โอกาสที่นักโทษจะกลับมานั้นแทบไม่มีเลยนะปาเยี่ย  "  เชี่ยปี่อ้านท้วง    "ข้ายินดีที่จะรับโทษคนเดียวหากเขาไม่กลับมา"

"ต..แต่.."    "ข้าขอร้องท่านเถอะนะท่านพี่  ปล่อยเขาไปล่ำลาครอบครัวเถอะนะ  "    "เฮ้อ..เจ้านี่ดื้อจริงๆ  แต่เอาเถอะ  ปล่อยก็ปล่อย"    เชี่ยปี่อ้านเริ่มปลดกุญแจมือให้นักโทษคนนั้น   แล้วปล่อยนักโทษไป...




           ตั้งแต่เมื่อใดกันนะที่ทุกการกระทำของฟานอู้จิวทำให้เชี่ยปี่อ้านใจอ่อนได้ขนาดนี้   ตั้งแต่เมื่อใดกันนะที่เชี่ยปี่อ้านเริ่มคิดกับฟานอู้จิวเกินพี่น้อ......

  ยิ่งคิดหน้าของเชี่ยปี่อ้านก็ยิ่งแดงเหมือนผลตำลึงสุกไม่มีผิด   แต่ยังไงเขาก็ต้องเก็บงำความรู้สึกนี้ไว้ในใจ     ก็พวกเขาสองพี่น้องต่างเป็นบุรุษกันทั้งคู่   นี่นา หากมีผู้ใดรู้มีหวังพวกเขาจะถูกชาวบ้านรุมขับไล่ออกจากเมืองเป็นแน่!






ขอโทษที่อัพช้านะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

2 ความคิดเห็น