เราแอบชอบนาย (สำนักพิมพ์ peachypie)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,311 Views

  • 37 Comments

  • 263 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,436

    Overall
    2,311

ตอนที่ 4 : E3 “วอลเลย์ปาท่องโก๋”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    16 ก.พ. 62

สองวันถัดไป~

“ดัซ! กูบอกให้เสิร์ฟแรง ๆ เสิร์ฟแบบนั้นแล้วมันจะข้ามตาข่ายไหมวะ!?”

“อะไรนะ!?”

“กู! บอก! ให้! เสิร์ฟ! แรง ๆ!”

“…” ทำไมเสียงในสนามมันดังขนาดนี้วะ แล้วผมจะได้ยินไอ้คนที่มันตะโกนอยู่อีกฝั่งไหม เลยได้แต่ทำหน้างง ๆ ในมือผมตอนนี้มีลูกสีเหลือง ๆ กับสีน้ำเงินพาดผ่านเป็นเส้น ๆ ใช่แล้วครับ! นี่คือลูกวอลเลย์บอล ในสนามที่ว่าคือสนามวอลเลย์บอล จะเรียกว่าสนามวอลเลย์บอลไปซะทีเดียวก็ไม่ได้เพราะมันก็ใช้เรียนตะกร้อ ซึ่งตำแหน่งมันจะอยู่ในโดมกว้าง ข้าง ๆ จะเป็นสนามฟุตซอลซึ่งมีอีกห้องเรียนอยู่ โดมจะมีอีกหลังหนึ่งด้วย แล้วจะมีสนามทุกอย่างเหมือนกัน พวกผมเรียนวอลเลย์บอลอยู่ครับ ครูให้ฝึกเสิร์ฟลูกอยู่

“ก็กูไม่ได้ยินอะ ทำไมมึงต้องทำหน้าเหมือนอยากฆ่ากูด้วยวะ…” ไอ้เพื่อนตัวสูงของผมในชุดผละของโรงเรียนเดินมายืนเท้าสะเอวมองหน้าเหมือนหาเรื่อง

“กูบอกว่าให้เสิร์ฟแรง ๆ ถ้ามึงยังเสิร์ฟด้วยแรงเท่าขี้แมวอยู่แบบนี้มันจะข้ามตาข่ายไหมวะ”

“มันก็ข้ามแล้วไง… ลูกหนึ่ง” ผมย่นจมูกเถียง ข้ามแล้วลูกหนึ่งคือชนส่วนบนของตาข่ายแล้วกลิ้งลงไปอีกฝั่ง ส่วนอีกสิบกว่ารอบที่เสิร์ฟคือไม่ข้าม

“เฮ้อออ… อาทิตย์หน้าสอบเสิร์ฟลูกนะดัซ กูไม่ได้อะไรเลยเพราะมันไม่ใช่สอบคู่ แต่จะไม่ใส่ใจมึงก็ไม่ได้ เอามาจะเสิร์ฟให้ดู…” มันแย่งลูกวอลเลย์ในมือผมไปก่อนจะเดินไปตรงเส้นขอบสนาม ตั้งท่ามองตรงแล้วโยนลูกวอลเลย์ขึ้นไม่สูงมากแล้วตบเหมือนใช้แรงไม่เยอะแต่มันดันลอยข้ามตาข่ายไปอีกฝั่งจนผมยิ่งรู้สึกเจ็บที่อกข้างซ้าย

มันเจ็บตรงนี้!

“เห็นไหม…”

“…”

“เป็นผู้ชายแรงก็ต้องเยอะไหมวะ มึงเห็นพวกชมพู่กับออกัสไหม มันเป็นแบบนั้นยังเสิร์ฟแรงกว่ามึงเลย แล้วไหนจะพวกผู้หญิงอีก…” มันบอกจนผมหันไปมอง ชมพู่กับออกัสคือเพื่อนผู้ชายที่ออกสาวเต็มตัวแล้วครับ ก็พวกมันชอบเล่นวอลเลย์ไหมวะ ตัวก็ดูจะแข็งแรงกว่าผมด้วย

“กูอาจจะไม่ผ่านก็ได้ว่ะอาทิตย์หน้า ต้องได้เกรดพละน้อยเหมือนเดิมแน่ ๆ”

“…”

“กูท้อกับวิชาพละ ทุกกีฬาเลยอะเลย์”

“เฮ้อออ… ยืนอยู่ตรงนี้เดี๋ยวกูไปเสิร์ฟกลับมาให้ ไม่ซ้อมก็ทำไม่ได้ อย่าดูถูกฝีมือตัวเองดิวะ…” มันเดินมาผลักหัวผมเบา ๆ ก่อนจะกลับไปยืนอยู่ฝั่งเดิม เลย์มันวิ่งไปเก็บลูกวอลเลย์ใต้อัฒจันทร์มาตั้งท่าเตรียมเสิร์ฟแต่ครั้งนี้กลับโยนแล้วกระโดดตบอย่างแรงจนลอยข้ามหัวผมออกไปนอกสนาม

“ทำไมต้องใช้แรงเยอะขนาดนั้นด้วยวะ…” ผมบ่นพลางหันหลังวิ่งไปเก็บอย่างรวดเร็วไม่งั้นต้องกลิ้งไปไกลแน่ ๆ ยิ่งฝั่งที่ผมยืนเป็นฝั่งทางเข้า ลูกวอลเลย์มันกลิ้งออกไปจากโดมข้ามถนนและทางเดินจนไปชนเท้าของใครคนหนึ่งที่นั่งบนเก้าอี้หินอ่อนใต้ต้นไม้อยู่ มอง ๆ ดูถึงได้รู้ว่าเป็นกลุ่มพวกผู้ชายที่มันกำลังนั่งทำงาน

กึก…

‘เชี่ย…’ ทำไมต้องนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย

“เสิร์ฟแรงจังวะครับ” เพื่อนในกลุ่มของคนที่ผมไม่อยากมองคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับหยิบลูกวอลเลย์ขึ้นมาถือ ดูหน้ามันแล้วต้องให้ผมเข้าไปเอาเองแน่ ๆ

“อะ เอ่อเราขอโทษ…”

“เข้ามาเอาดิ…” คนที่ถือลูกวอลเลย์บอกด้วยใบหน้ากวน ๆ แต่ตาผมกลับหันไปมองยังอีกคนที่มองมาด้วยสายตานิ่ง ๆ ส่วนเพื่อนคนอื่น ๆ อีกสามคนกลับเอาแต่นั่งปั่นงาน ผมว่าต้องลอกเพื่อนอยู่แน่ ๆ ใจเย็น ๆ ดัซ เขาก็เป็นแค่เพื่อนร่วมสายชั้นไม่ใช่รึไง เพื่อนร่วมสายชั้นที่เราแอบชอบ ไหนจะเรื่องในห้องน้ำเมื่อสองวันก่อนอีก…

หมับ…

“…” อยู่ดี ๆ เจ้าของร่างสูงที่ทำให้ผมใจสั่นกลับลุกขึ้นมาคว้าลูกวอลเลย์บอลที่ไอ้คนคนนั้นมันนั่งถือไว้แล้วเดินตรงมาที่ผมจนผมแทบอยากจะวิ่งหนี

ตึกตัก…

‘ตายแน่ ๆ ดัซ ตายแน่ ๆ ทำไมถึงดูดีขนาดนี้…’ หน้าผมร้อนผ่าวจนแทบจะตัวลอย อยากหายไปจากตรงนี้ หายไปเลยจะดีมาก ๆ

“ตัวก็เล็ก ไม่น่าจะมีแรงเสิร์ฟขนาดนี้เลยนะครับ…”

กึก…

โอเคกูตายไปอย่างสงบ… เขาพูดอะไรเมื่อกี้ไม่รับรู้แล้ว หัวใจสั่นจนต้องก้มหน้าลงนิด ๆ สบตาไม่ได้เลยจริง ๆ อาการทำไมถึงออกขนาดนี้วะดัซ พอเขายืนตรงหน้ายิ่งเหมือนตัวหดลงไปอีก น่าจะสูงกว่าเลย์มันเลยด้วยซ้ำ ทำไมตัวสูงจังอะ ดอนไม่ได้เก่งแค่ฟุตบอล แต่เจ้าตัวเก่งทุกด้านเลยต่างหาก ผมเก็บรายละเอียดมานานมากแล้วครับ เล่นบาสรึเปล่านะถึงสูง…

“คะ คือเพื่อนเราเสิร์ฟ”

“…” ดอนยังคงมองผมด้วยสายตานิ่ง ๆ เจ้าของร่างสูงในชุดนักเรียนธรรมดาแต่กลับเหมือนไม่ธรรมดา พอแอบชอบใครเขาคนนั้นก็เหมือนจะเปลี่ยนไปจากสายตาของเราเลยจริง ๆ ผมพยายามไม่ประหม่าสุด ๆ แล้ว พยายามแล้วจริง ๆ

“ครูเรียกรวมแล้วดัซ มึงทำอะไรอยู่วะ?”

“…” เสียงเลย์มันดึงขึ้นผมจึงหันไปมอง เลย์มันก็เดินมายืนอยู่ข้าง ๆ จะว่าไปเลย์มันหุ่นคล้าย ๆ ดอนเลยนะครับ หน้ามันก็ดีในระดับหนึ่ง อาจสูงน้อยกว่านิดหน่อย ผมไม่เคยถามมันเลยว่ารู้จักกับคนคนนี้ไหมเพราะกลัวมันจะสงสัย

“ขอลูกวอลเลย์คืนด้วย ครูเรียกรวมละ…”

“…” คนตัวสูงไม่ตอบนอกเสียจากจะยื่นลูกวอลเลย์ไปให้อีกคน

“รีบ ๆ ดิ” ผมมองคนตรงหน้าที่ยังคงมองผมด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งตามไอ้เลย์มันเข้าไปในโดม ต่อไปคงต้องสลับข้างเสิร์ฟกับไอ้เลย์มันแล้วแหละ





เวลา 17:20 น.

“เลย์… พอก่อนได้ไหม” ผมเดินไปเกาะเสาโดมแล้วหายใจหอบ เหงื่อท่วมตัวจนเหม็นไปหมดแล้ว ผมพับแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยเพราะรู้สึกร้อน วันนี้เลย์มันถึงขั้นโทรไปขอป้า บอกว่ากลับช้าเพราะต้องซ้อมเสิร์ฟวอลเลย์บอลให้ผม ตั้งแต่เลิกเรียนสี่โมงจนตอนนี้จะห้าโมงครึ่งแล้ว คนเขาออกจากโรงเรียนจนจะหมดแล้วมั้ง เหลือแต่พวกเล่นฟุตซอลข้าง ๆ นี้ อื้ม… และคงจะมีพวกเล่นบอลที่สนามหญ้าหน้าตึกอำนวยการด้วยมั้ง แต่คงจะเริ่มทยอยกันกลับแล้วแหละ

“เห็นไหม กูบอกแค่ซ้อมก็ทำได้แล้ว”

“มันดีขึ้นใช่ไหม?” เลย์มันเดินเอาลูกวอลเลย์ไปเก็บแล้วสะพายกระเป๋าที่ไหล่ข้างหนึ่งพร้อมกับถือของผมมาให้

“ยังเก้ ๆ กัง ๆ แต่มันโอเคขึ้นเยอะมาก มึงต้องซ้อมบ่อย ๆ เข้าใจไหม?”

“อื้อ…” ผมตอบมันพลางยื่นมือไปรับกระเป๋ามาถือแล้วพับแขนเสื้อลง ไม่อยากสะพายตอนนี้เลยเพราะหลังมันเปียกเหงื่ออยู่

“ขอบใจมึงมาก ๆ นะเลย์ พรุ่งนี้เจอกัน”

“กูไปส่งไหม?”

“ไม่ ๆ มันคนละฝั่ง อีกอย่างบ้านกูแค่นี้” เดินไปไม่ไกลมาก เข้าหมู่บ้านจัดสรรก็บ้านผมแล้ว

“เออ ๆ กลับดี ๆ”

“อ่า ๆ” เลย์มันแยกกันกับผมไปฝั่งโรงจอดรถ ส่วนผมออกมาจากโรงเรียนตอนนี้บางคนยังมีนั่ง ๆ อยู่แถวข้างหน้า รถบนถนนวิ่งผ่านไปผ่านมาไม่ขาด

‘หิวจัง~’ ได้แต่บ่นในใจพลางเดินถือกระเป๋าที่ควรจะสะพายตรงไปยังร้านขายน้ำเต้าหู้ ป้าแกเปิดขายช่วงตอนเช้ากับหลังเลิกเรียน ผมชอบปาท่องโก๋ยัดไส้มาก ๆ บางทีถ้าหิวก็ซื้อ น่าจะเกือบหมดแล้วมั้งเนี่ย

“ป้าครับเอา- / เอาเหมือน-”

ขวับ!

กึก…

ทำไมต้องเป็นตอนนี้ ร่างสูงในสภาพเอาเสื้อนักเรียนออกนอกกางเกงหันมามองผมพร้อมขมวดคิ้ว ครั้นจะสั่งก็ดันสั่งพร้อมกัน แถมเจ้าตัวยังเดินมายืนอยู่ข้าง ๆ

งื้อออ… ดัซเอ๊ย…

“พะ… พรุ่งนี้เช้าผมจะมาซื้อนะครับ” ผมรีบบอกป้าที่ยืนทำหน้างงเสียงตะกุกตะกักแล้วรีบสาวเท้าเดินหนีทันที หายใจเข้าลึก ๆ ดัซ จำไว้ว่าเวลานี้ใครทุกคนก็ต้องหิวปาท่องโก๋…

“ตัวเล็ก!”

กึก…

“…” เสียงเรียกดังขึ้นจนต้องหยุดชะงัก

‘ห๊ะ? ตัวเล็ก?’ ค่อย ๆ หันกลับไปมองผมยิ่งอยากจะเป็นลม สิ่งที่อยู่ในอกข้างซ้ายสั่นเป็นจังหวะเพลงร็อกมัน ๆ ซะจนเหมือนจะหลุดออกจากอก

“ระ เราไม่กินปาท่องโก๋ เราไม่หิว คือเอ่อ… ระ เราจะไม่ซื้อแล้ว”

“…”

“งื้ออออ…” รีบหันหนีทันที เราพูดอะไรออกไป เราพูดอะไรออกไปเมื่อกี้

“กระเป๋า…”

“หือ?” ได้ยินจึงหันมามองคนตัวสูงก่อนใบหน้าจะยิ่งร้อนผ่าวขึ้นมาอีกเมื่อเห็นของในมือหนา เมื่อกี้ผมวางกระเป๋าไว้บนพื้นแล้วยืนเลือกว่าจะสั่งอะไร

“ขะ ขอบคุณนะ” รีบคว้าเอากระเป๋าจากคนตรงหน้าเข้ามากอดแล้ววิ่งหนีทันที

ดัซ!!!!!!!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #11 pphang (@wanniphatoey) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 23:57

    เขิลง่าาาา
    #11
    0