Meet at cafe

ตอนที่ 5 : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 ก.ค. 63

Meet at the Cafe #คุณพราว

          Chapter 5

              ::::

นิฤมลพยายามถ่วงเวลาให้อยู่ในห้องน้ำให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะจะให้ออกไปเจอคนหน้าสวยตอนนี้มันก็ไม่ไหวเหมือนกันภาพพวกนั้นมันยังติดตาอยู่เลย

ยากที่จะลบออกเสียด้วย...

หลังจากที่ถ่วงเวลาโดยการขัดผิวก็แล้วสระผมก็แล้วหมดซึ่งหนทางที่จะถ่วงเวลาออกไปอีกได้ก็ต้องเตรียมใจเผชิญหน้ากับอีกคนพอออกมาอีกคนก็ยังไม่ได้นอนอย่างที่คิดไว้จริงๆ

"มานี่สิ" คนหน้าสวยตบลงบนเตียงเบาๆ เป็นการบอกให้คนที่พึ่งเดินออกจากห้องน้ำมานั่งลงตรงนี้

"ค่ะ" คนถูกเรียกเดินลงมานั่งที่บ้านบนเตียงอย่างว่าง่ายแสดงสีหน้าออกมาเรียบนิ่งแต่ภายในใจนั้นไม่ได้นิ่งดั่งที่แสดงออกไปเลยแม้แต่น้อย

กลับกันมันทำให้ใจยิ่งเต้นเร็วขึ้นและแรงขึ้นกลัวว่ามันจะระเบิดกระเด็นออกมา

"เดี๋ยวเช็ดให้" แพรวพราวย้ายตัวไปนั่งคุกเข่าอยู่ด้านหน้าก่อนจะแย่งเอาผ้าขนหนูในมือคนเด็กกว่ามา

มือบางค่อยๆ บรรจงเช็ดผมที่เปียกให้กับเจ้าของห้องคนเด็กกว่าได้แต่นั่งมองหน้าอีกนิ่งอยู่นิ่งๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงยอมให้เขาเข้าถึงตัวอีกแล้ว

เพราะนี่เป็นครั้งแรกหรือเปล่าที่ได้นั่งมองหน้าเจ้าของคาเฟ่ชัดๆ ราวกับโดนมนต์สะกดที่ให้จดจ้องแต่เธอเพียงผู้เดียว

สวย~ สวยมาก~~

ใบหน้าสวยๆ กับการกระทำที่อ่อนโยนบวกกับกลิ่นตัวหอมๆ ที่ลอยเข้าจมูกมายิ่งทำให้นิฤมลบ้าคลั่ง

"นิว" คนหน้าสวยเอ่ยเรียกคนที่กำลังจ้องหน้าเธออย่างเหม่อลอย

"สวยจัง~" คนถูกเรียกพูดออกมาอย่างเพ้อๆ ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ๆ กับหน้าสวยๆ นั่นแล้วประทับริมฝีปากลงในจุดเดียวกัน

"น นิว อื้อ! " ผ้าขนหนูที่ตอนแรกนั้นอยู่บนหัวตอนนี้มือบางเลื่อนมันลงมาก่อนจะกำเอาไว้แน่น

คนเด็กกว่าเบียดตัวเข้าไปชิดกันมากขึ้นอีกทั้งยังใช้มือประคองใบหน้าสวยเอาไว้ลิ้นร้อนเลียไปรอบปากบางจนเจ้าของริมฝีปากนั่นเปิดรับให้เข้าไปทางด้านใน

"อืมม~~" คนที่กำลังเป็นฝ่ายรุกล้ำครางในลำคอออกมาอย่างพอใจที่หญิงสาวให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

Rrrr

เสียงเรียกเข้าทำให้สองสาววัยต่างกันนับสิบปีผละตัวออกจากกันนิฤมลมีอาการเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกส่วนแพรวพราวนั้นก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่

Rrrr

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกรอบทำให้แพรวพราวได้สติก่อนจะรีบลุกขึ้นไปคว้าเอาโทรศัพท์แล้วเลี่ยงออกไปคุยตรงระเบียงห้อง

"ฮัลโหลว่าไงพริม" แพรวพราวกดรับก่อนจะกรอกเสียงห้วนๆ ลงไป

"ทำอะไรอยู่คะพี่" ปลายสายถามเสียงปกติ

"อะเอ่อ..ปะเปล่า เปล่าไม่ได้ทำอะไร"

"เหรอคะแต่เสียงพี่ดูแปลกๆ นะมีอะไรหรือเปล่า" น้ำเสียงที่ดูตะกุกตะกักผิดแปลกไปจากทุกทียิ่งทำให้ดูน่าสงสัย

"เปล่าแล้วเธอโทรหาพี่มีอะไร" เพราะกลัวปลายสายจะจับพิรุธได้คนหน้าสวยเลยรีบชิงถามว่าปลายสายนั้นโทรมาหากันทำไม

"แม่บอกว่าไลน์หาพี่แล้วพี่ไม่อ่านเลยให้ฉันโทรตาม"

"โทรตามทำไม" แพรวพราวถามออกไปอย่างลืมตัว

"ก็แม่ให้ถามว่าวันนี้ไม่กลับบ้านเหรอ แล้วไม่กลับบ้านทำไมไม่บอกแม่ไว้" แม้จะงงๆ อยู่ไม่น้อยกับคำพูดคำจาของผู้เป็นพี่แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักและรู้ว่าหากถามเซ้าซี้มากไปจะโกนดุเอาได้

"ลืมน่ะ"

"แล้วนี่ค้างที่ไหนคะ"

"ห้อง...ห้องเพื่อน"

"เพื่อนคนไหนคะ"

"นี่! เธอจะถามอะไรพี่นักหนา"

"..." ปลายสายมีอาการงุนงงเป็นอย่างมากที่ถูกโวยวายใส่อะไรของเขา..

"แค่นี้นะ" แพรวพราวกดวางสายแล้วกำโทรศัพท์มือถือไว้แน่นในหัวก็คิดไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องเมื่อกี้

เธอต้องทำหน้ายังไงดี

อีกทางด้านหนึ่งก็กำลังเป็นกังวลเหมือนกันไม่น้อยก็ตัวเองดันเผลอไปทำตัวรุ่มร่ามแบบนั้นไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเลย

ไม่รู้อะไรดลใจให้เธอเข้าไปจูบคุณพราวเขาแบบนั้นคุณพราวดูเป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดูดเธอเข้าไปใกล้อย่างไงอย่างงั้น

แล้วแบบนี้เธอจะทำยังไงต่อดีคุณเขาจะไล่เธอออกหรือเปล่าเขาจะมาต่อว่าอะไรกันไหม

ครืดด~~ ครืดด~~

เสียงประตูระเบียงถูกเปิดออกตามเข้ามาด้วยร่างบางของคนที่อยู่ในความคิดทำเอาคนที่กำลังเดินวนไปวนมาอย่างคิดไม่ตกต้องหยุดชะงัก

"คุณพราว..." นิฤมลเรียกอีกคนเสียงเบา

"จะนอนเลยไหมฉันง่วงแล้ว" พยายามทำหน้านิ่งก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังเตียงนอน

"ค่ะ" นิฤมลเม้มปากแน่นก่อนจะตอบรับ

เจ้าของห้องเดินไปหยิบเอาหมอนบนเตียงมาวางลงกับพื้นแล้วจัดที่หรับที่นอนสำหรับคืนนี้

"ทำอะไร" แพรวพราวมองแล้วถามคนที่หอบผ้าหอบผ่อนลงไปวางกองที่พื้น

"ก็จัดที่นอนไงคะ"

"จะนอนตรงนั้นเหรอ"

"ตรงนี้แหละค่ะจะได้ไม่ไปจู..." นิฤมลกำลังคิดหาคำพูดหรือถ้อยคำที่แสดงถึงความรู้สึกผิดและอยากขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้

"ขึ้นมานอนข้างบนเถอะ" ไม่รอให้คนเด็กกว่าได้พูดจบประโยคคนหน้าสวยชิงพูดขึ้นตัดหน้า

เด็กบ้านี่พูดได้ไม่อายปาก!

"เอางั้นเหรอคะ" คนเด็กกว่าถามเพื่อความแน่ใจทั้งกับหญิงสาวและตัวเองด้วยว่าจะเผลอทำตัวรุ่มร่ามกับคนหน้าสวยอีกหรือเปล่า

"อืมขึ้นมาเร็วๆ ฉันง่วงแล้ว" แพรวพราวหันหน้าหนีพยายามเบี่ยงประเด็นไม่ให้ตัวเองและอีกคนพูดถึงเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้น

"คุณนอนก่อนเลยค่ะผมหนูยังไม่แห้ง..." พอพูดถึงเรื่องผมทำให้คนที่นอนหันหลังให้หน้าแดงขึ้นมา

"อื้อ"

"ฝันดีค่ะ"

"ฝันดี"

บรรยากาศภายในห้องได้ยินแต่เสียงของเครื่องปรับอากาศและเสียงของลมหายใจไร้เสียงพูดคุยแม้ว่าบุคคลที่กำลังอาศัยอยู่ในห้องจะยังไม่ได้นอนแต่ก็ไม่มีการพูดคุยกัน

นอนไม่หลับ....

คนอายุน้อยกว่าได้แต่นอนคิดพลางมองแผ่นหลังของคนหน้าสวยไปด้วยทำยังไงดี...

"คุณพราวคะ"

"..." เงียบ

"หลับแล้วเหรอคะ" พูดพร้อมยันตัวขึ้นชะเง้อมองว่าอีกคนนั้นหลับไปแล้วหรือยัง

"ยัง" คนถูกเรียกตอบเสียงเบา

"..." คราวนี้เป็นนิฤมลที่เงียบซะเอง

"มีอะไร"

"เรื่องจูบหนูขอโทษนะคะคือหนู..."

"จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจใช่ไหม"

"ก็...ก็ค่ะ" จะว่าตั้งใจก็ตั้งใจแต่จะว่าไม่ตั้งใจก็ไม่ตั้งใจความคิดถูกตีกันไปหมดคนเด็กกว่าไม่รู้จะตอบอย่างไรดีจึงพูดไปแค่นี้

"อืม"

"โกรธกันไหมคะ"

"เปล่า"

"ขอโทษนะคะ"

"อืม"

"คุณพราว" เห็นว่าอีกคนตอบกันเพียงสั้นๆ ก็คิดว่าคงโกรธกันอยู่เป็นแน่คนเด็กกว่าจึงจะขอโทษอีกครั้ง

"จะโกรธก็ตรงที่เธอเอาแต่เรียกเอาแต่ถามนี่แหละ" รู้แล้วว่าไม่ได้ตั้งใจอะย้ำอยู่ได้มันน่าโมโห

"ขอโทษค่ะ"

"เฮ้อ...นอนเถอะฉันไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว" ถึงจะคิดมันก็คงมีแต่เธอที่คิดเด็กอย่างเธอคงไม่มาสนใจเรื่องอะไรแบบนี้มากหรอก

"ไม่ได้คิดเหรอคะ"

"อืมไม่ได้คิด"

"งั้นเหรอคะ....คงมีแต่หนูที่คิด"

"เธอว่าอะไรนะ" แพรวพราวถึงกับต้องหันหน้ามาหาเขาก่อนจะถามอีกครั้งว่าเมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรเธอได้ยินไม่ค่อยชัดได้ยินอะไรคิดๆ ก็ไม่รู้

"คุณพราวไม่คิดแต่หนูคิดนะคะแล้วหนูก็พร้อมรับผิดชอบ"

"รับผิดชอบ? " เลิกคิ้วถาม

"ก็หนูไปจูบคุณหนูก็ต้องรับผิดชอบสิคะ"

"จะรับผิดชอบยังไงไหนบอกมาซิ"

"ก็...ก็แล้วแต่คุณพราวค่ะอยากให้หนูทำยังไงหนูยอมหมดเลยค่ะ"

"จูบฉันอีกที"

"คะ" ถามอีกทีเพื่อความแน่ใจว่าสิ่งที่อีกคนต้องการนั้นเธอได้ยินไม่ผิด

"ถ้าอยากรับผิดชอบก็จูบฉันอีกที"

"คุณพราวคะ..."

"ฉันไม่ชอบให้ใครมาพูดว่าไม่ได้ตั้งใจใส่เพราะฉะนั้นเธอต้องจูบฉันอีกรอบแบบตั้งใจ"

"คือหนู...หนูว่ามัน"

"เหอะแล้วทำมาเป็นพูดว่าจะรับผิดชอบ" ในขณะที่กำลังหันหน้าหนีก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเธอถูกคนเด็กกว่าดึงตัวเอาไว้ไม่ให้หันหน้าหนี

"ที่จูบเมื่อกี้ตั้งใจค่ะแล้วครั้งนี้ก็ตั้งใจเหมือนกัน" ว่าจบเด็กสาวก็เลื่อนใบหน้าเข้าไปประชิดทุกอย่างมันค่อยเป็นค่อยไปอย่างคราแรก

เริ่มจากแค่ปากแนบปากจนไปถึงการเกี่ยวพันกันของลิ้นสองลิ้นจากสองสาวศึกครั้งนี้ไม่มีใครยอมใครลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวพันกันไปมาจนน้ำสีใสเปรอะเปื้อนเต็มรอบริมฝีปาก

ลิ้นร้อนของนิฤมลไล่ต้อนลิ้นเล็กๆ ของแพรวพราวไปจนจนมุมทำให้หญิงสาวต้องครางออกมาในลำคออย่างห้ามไม่ได้

"อื้อ~~" แพรวพราวเลื่อนมือขึ้นมากำชายเสื้ออีกคนไว้แน่น

"พ พอก่อน แค่กๆ " แล้วก็เป็นแพรวพราวที่ดันตัวคนเด็กกว่าออกถ้าช้ากว่านี้เธอคงขาดอาการหายใจเป็นแน่

นิฤมลยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดรอบริมฝีปากที่เลอะน้ำลายออกให้กันคนหน้าสวยมองการกระทำของเขานิ่งๆ ก่อนจะเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น

"ง่วงหรือยังคะ" คนเด็กกว่าถามก่อนจะเลื่อนมือไปปัดผมที่หล่นลงมาปิดหน้าปิดตาหญิงสาวออก

เขาอ่อนโยนเกินไปแล้วมันเป็นความอ่อนโยนที่ดูไม่เข้ากับใบหน้าหวานๆ ของเขาเลยสักนิดการกระทำของเขามันดูละมุนเกินไป

"อืมง่วงแล้ว" หญิงสาวพูดพลางหลบสายตาของนิฤมลที่กำลังจ้องมองอยู่

"ฝันดีอีกครั้งนะคะ" เห็นท่าทางของแพรวพราวคนเด็กกว่าก็กล่าวบอกฝันดีเพราะคิดว่าอีกคนคงง่วงแล้วจริงๆ

"ฝันดี นี่!! " หญิงสาวร้องประท้วงเมื่อถูกอีกคนรวบตัวเข้าไปกอดเอาไว้แน่น

"ขอกอดหน่อยนะคะ" คนอายุน้อยกว่าบอกพร้อมหลับตาพริ้ม

"..." แพรวพราวมองอีกคนอย่างหมั่นไส้หลับพริ้มเชียวนะ

----

 

ในเช้าวันใหม่เป็นแขกของห้องที่ตื่นขึ้นมาก่อนแพรวพราวมองสำรวจใบหน้าของคนที่ยังคงกอดเธอเอาไว้อยู่สักพักก่อนจะเอานิ้วจิ้มลงไปที่จมูกของเขาเบาๆ

"นี่"

ไร้เสียงตอบรับ

"นิว"

"หื้อออ" คนถูกเรียกขานรับโดยที่ยังไม่ยอมลืมตา

"ตื่นได้แล้ว"

"อีกแป๊บหนึ่งได้ไหมคะ"

"งั้นก็ปล่อยฉันก่อนสิ ฉันจะไปอาบน้ำ"

"ม่ายย" คนเด็กกว่าพูดเสียงงัวเงียแล้วกอดหญิงสาวให้แน่นกว่าเดิม

"นี่! แน่นเกินไปแล้วฉันจะหายใจไม่ออก" แพรวพราวยกมือขึ้นตีเข้าไปที่ต้นแขนของคนดื้อด้านหนึ่งที

"ตีทำไมคะเนี่ย" คนเด็กกว่าทำหน้ามุ่ยแต่ก็ยังไม่ยอมลืมตาสักที

"ปล่อยได้แล้ว" แพรวพราวพูดเสียงอ่อน

"แป๊บหนึ่งนะคะ" นิฤมลก็พูดเสียงอ่อนไม่แพ้กันราวกับเด็กที่กำลังจะอ้อนแม่

"ให้อีกสองนาที"

"ขอบคุณค่ะ" เป็นงั้นไปไอ้เด็กคนนี้สองนาทีก็เอาเนอะ

คนหน้าสวยยอมนอนนิ่งๆ ให้เจ้าของห้องได้กอดตามที่เขาขอแล้วเธอก็เอ่ยปากอนุญาตไปแล้ว

ก่อนจะใช้มือบางของตัวเองไปสัมผัสที่ผมหน้าม้าของคนที่กำลังกอดเธออยู่ม้วนมันเล่นไปมาจนคนถูกก่อกวนต้องยกมือขึ้นมาจับเอาไว้

"ซนนะคะ" จริงๆ เธอนั้นตื่นแล้วแต่เพียงแค่รู้สึกว่าอยากอยู่แบบนี้อีกสักพักเลยแกล้งทำเป็นหลับไปจะได้ไม่ดูแปลกเพราะคุณเขาคงจะคิดว่าเธอขี้เซาเลยขอนอนกอดต่อก็เท่านั้น

"ปล่อยได้แล้วหมดเวลาแล้ว"

"โถ่อีกแป๊บหนึ่งนะคะ" คนขี้เซาบอกพร้อมกระชับกอดให้แน่นขึ้นพลางเอาหน้ามุดเข้าที่ซอกคอขาว

"เป็นอะไรของเธอเนี่ยไม่หยักรู้ว่าขี้เซา" เพราะท่าทางแปลกๆ อีกทั้งยังมากอดเธอเอาไว้มันทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเวลาเจ้าเด็กนี่งัวเงียตอนเช้าๆ มันก็น่ารักดี

"ไม่ได้ขี้เซาสักหน่อยค่ะ" เรื่องราวและการกระทำของนิฤมลทั้งจากเมื่อคืนและตอนนี้ไม่มีเหตุผลอะไรใดๆ ที่สามารถหยิบนำมาอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้เลย

มันเหนือความคาดหมายเอามากๆ ไม่ว่าเธอหรือคุณพราวก็คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นยอมรับว่ามีความรู้สึกที่ดีต่อคุณเขาแต่มันก็....

นิฤมลลืมตาขึ้นก่อนจะมองหน้าอีกคนชัดๆ แล้วคลี่ยิ้มสดใสออกมาซึ่งนั่นทำให้ใจดวงน้อยๆ ของแพรวพราวกระตุก

มันรู้สึกเขินแปลกๆ

"อยากอาบน้ำจะปล่อยได้หรือยัง" เพราะไม่อาจทนมองหน้าสบตากับเขาต่อไปได้คนหน้าสวยจึงหาทางออกให้กับตัวเอง

"ปล่อยแล้วค่า" คนเด็กกว่ายอมทำตามอย่างว่าง่ายเพราะเกรงว่าอีกคนจะเริ่มโมโหแล้วจะอารมณ์เสีย และอีกอย่างมันก็เริ่มรู้สึกเขินๆ ขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน

การที่เรากำลังนอนสบตากันมันทำให้ใจของเราทั้งคู่สั่นไหว.....

แพรวพราวลุกขึ้นนั่งก่อนจะก้มลงมองหน้าคนที่ยังนอนอยู่นิ่งๆ บทจะดื้อก็ดื้อ บทจะง่ายก็ง่าย บทนึกอยากจะ....เดาใจอะไรไม่ได้เลย

"ไม่ไปอาบน้ำล่ะคะ"

"จะไปได้อย่างไงเธอยังไม่ไปหาชุดให้ฉันเลย"

"ก็ไม่ต้องใส่สิคะ"

"ไอ้บ้านี่! " ยังไม่ทันไรก็เริ่มกวนประสาทกันอีกแล้วทำให้เธอเขินได้แค่แป๊บเดียวจริงๆ

"ล้อเล่นค่ะแฮะๆ รอแป๊บนะคะ" คนเด็กกว่ารีบลุกขึ้นไปหาชุดให้กับคนหน้าสวยแต่ตอนนี้กำลังมองจ้องกันตาเป็นมัน

"นี่ค่ะชุดนี้ได้ไหมคะ"

"หวังว่าจะไม่ใช่ของยัยนั่นอีกนะ" เธอใส่ได้หมดแหละขอแค่ไม่ใช่ชุดของยัยเด็กปากดีคนเมื่อคืนก็พอ

แล้วก็อีกอย่างหนึ่งอย่าให้เจอล่ะไม่งั้นได้คิดบัญชีกันแน่เธอไม่ลืมนะหากเป็นเรื่องที่พูดจาก้าวร้าวเธอไม่คิดมากหรอกแต่พอเป็นเรื่องเมื่อคืน

เรื่องที่ไอ้เด็กปากดีนั่นมองหน้าอกเธอมันก็รู้สึกโกรธมากอีกทั้งยังอยากต่อว่าตัวเองที่ทำอะไรโง่ๆ แบบนั้นแต่จะให้ใส่เสื้อตอนนั้นมันก็จะเสียฟอร์มหมดสิ

คนอย่างแพรวพราวต้องห้ามคืนคำ คำไหนคำนั้นทำอะไรก็ต้องทำต่อไปให้สุด.....แล้วมันเป็นไงล่ะ ก็รู้สึกอย่าจะด่าตัวเองอยู่นี่ไง

"ไม่ใช่แน่นอนค่ะ"

"ขอบใจ" คนหน้ารับชุดมาไว้ในมือก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำไปโดยไม่ได้ดูชุดที่เด็กสาวนั้นเลือกมาให้กันเลยสักนิด

นิฤมลอาศัยจังหวะที่อีกคนอาบน้ำรีบลงไปซื้อโจ๊กใต้หอมาสองถุงอย่างเร่งรีบก่อนจะจัดการเทใส่ชามรอ

แพรวพราวมองดูชุดที่เด็กสาวนั้นเลือกมาให้กระโปรงเนี่ยนะถ้าไม่ติดอะไรหรอกหากต้องใส่

แต่เป็นเขามากกว่าที่เธอกำลังติดใจเขาใส่ชุดกระโปรงแบบนี้ด้วยเหรอมันก็อาจจะเข้ากับหน้าที่ออกหวานๆ ของเขาแต่ถ้ากับท่าทางของเขามันดูไม่เข้ากันเลยสักนิด

"อะไรน่ะ" แพรวพราวถามทั้งๆ ที่เห็น

"โจ๊กค่ะทานไหมคะหนูซื้อมาให้" นิฤมลที่กำลังจัดโต๊ะอยู่ก็เงยหน้ามามองก่อนจะชะงัก

"ทานรองท้องสักหน่อยก็ดี"

นิฤมลมองคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำอย่างอึ้งๆ ไม่คิดว่าอีกคนจะใส่ชุดนี้แล้วมันจะดูเข้ากันขนาดนี้

ชุดนี้เป็นชุดของเธอก็จริงแต่เธอไม่ได้เป็นคนเลือกเองแล้วก็ไม่ใช่เกวลินที่เลือกให้แต่เป็นมารดาของเธอต่างหากที่เลือกให้

แล้วตัวเธอเองก็ไม่อยากขัดใจอะไรก็รับๆ มันไว้แต่ก็ไม่เคยมีความคิดที่จะหยิบมันขึ้นมาใส่

"ถามอะไรหน่อยได้ไหม"

"ได้สิคะ"

"ชุดนี้ของเธอจริงๆ เหรอ"

"ค่ะแต่หนูยังไม่เคยใส่นะคะ"

"..." แพรวพราวมองหน้าเจ้าของชุดที่เธอกำลังใส่อย่างงงๆ

"คุณแม่ซื้อให้น่ะค่ะ"

"ก็ว่าอยู่เธอไม่น่าจะใส่ชุดแบบนี้" คนสงสัยพยักหน้าเข้าใจเมื่อเด็กสาวตอบคำถามที่เธอสงสัยไปแล้ว

ก็ว่าอยู่คนแบบเขาไม่น่าจะเลือกซื้อชุดอะไรแบบนี้ไม่ใช่มันไม่ดูดีนะเธอคิดว่าเขาใส่แล้วมันก็ต้องดูดีมากๆ แน่ๆ แต่เธอชอบที่เขาแต่งตัวสไตล์นี้มากกว่า

เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนรองเท้าผ้าใบมันก็เท่ๆ แล้วก็ดูสวยไปพร้อมๆ กันหายากนะผู้หญิงที่จะใส่ชุดแล้วดูเท่ดูสวยไปพร้อมๆ กันน่ะ

"เธอไม่ทานเหรอ" คนหน้าสวยถามขึ้นเมื่อเห็นเจ้าของห้องกำลังเดินไปทางอื่น

"คุณพราวทานก่อนเลยนะคะหนูไปอาบน้ำก่อน" เด็กสาวทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็จะรีบวิ่งพุ่งเข้าห้องน้ำไปราวกับว่าห้องน้ำจะหนีไปไหนแต่ไม่ใช่เด็กสาวกลัวออกมาไม่ทันแพรวพราวต่างหากกลัวว่าเขาจะกลับไปก่อน

นิฤมลเปิดประตูออกจากห้องน้ำก็เห็นว่าคนหน้าสวยยังนั่งอยู่อีกทั้งโจ๊กในชามก็ยังไม่ได้ลดลงไปสักนิดรอกันเหรอเนี่ยคิดได้ดังนั้นคนเด็กสาวก็รีบวิ่งไปยังโต๊ะทานข้าวแต่แล้วก็ดันไปเตะเข้าที่ขาโต๊ะอย่างจัง

"โอ๊ย! " เด็กสาวร้องเสียงดังลั่นพร้อมกับย่อตัวลงไปกุมเท้าตัวเอง

"รีบอะไรขนาดนั้น! " คนหน้าสวยที่กำลังรออีกคนอาบน้ำก็ต้องลุกพรวดขึ้นมาเมื่อคนที่ตัวเองกำลังรอนั้นไม่ระมัดระวังตัวเอง

"ซี๊ดเจ็บอะ"

"นั่งลง" แพรวพราวลากเก้าอี้มาให้คนเด็กกว่าได้นั่งลง

"ฮือเจ็บ" คนเจ็บบ่นออกมา

"ไม่ดูอะไรเลยทำไมไม่ระวังแล้วจะวิ่งทำไมก็อยู่แค่นี้"

"หนูกลัวคุณรอนาน" คนเด็กกว่าพูดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินเพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้ดุมาก

"ก็เลยรีบวิ่งว่างั้น เฮ้อเธอนี่นะ! "

"..." ไม่รู้จะพูดอะไรนิฤมลจึงแค่นั่งมองหน้าอีกคน

"ว่าแล้วยังไม่สำนึกอีก! " หญิงสาวว่าให้คนที่นั่งมองหน้าเธอนิ่ง

"..." คนถูกกล่าวหาว่าไม่สำนึกได้แต่อ้าปากเหวอเป็นอะไรของเขาแค่วิ่งแต่โต๊ะเองนะต้องดุกันขนาดนี้เลยเหรอ

"นั่งอยู่เฉยๆ! " เพียงแค่เด็กสาวขยับตัวนิดหน่อยก็ถูกว่าเสียงดังลั่น

"ค่ะ"

"รอนี่จะไปเอาอะไรมาประคบให้"

แพรวพราวเดินหายไปไม่ถึงสองนาทีก็เดินกลับมาพร้อมกับอุปกรณ์ที่จะนำมาประคบที่เท้าให้อีกคน

"มะ ไม่ต้องค่ะหนูทำเอง" คนเด็กกว่ารีบคว้าตัวหญิงสาวให้ยืนขึ้นเมื่อหญิงสาวทำท่ากำลังจะย่อตัวลงไปที่เท้าข้างที่เจ็บของเธอ

"เจ็บอยู่ก็นั่งไปนิ่งๆ "

"ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ค่ะแค่นี้เอง" มันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักหากยอมปล่อยให้คุณเขาเป็นคนนำน้ำแข็งมาประคบที่ข้อเท้าเธอมันไม่ได้จะให้คุณเขาทำแบบนั้นไม่ได้มันไม่เหมาะ

"เดี๋ยวถ้าเกิดเท้าบวมจะทำยังไง"

"สั่งมาให้หนูก็ได้ค่ะหนูทำเอง"

"ทำไมต้องดื้อ" แพรวพราวมองหน้าแล้วถามอย่างจริงจัง

"หนูทำเองดีกว่าค่ะ"

"ก็ฉันจะทำให้นี่ไง" คนหน้าสวยก็โต้กลับอย่างเอาแต่ใจ

"คุณพราวคะให้หนูทำเองเถอะนะคะ"

"ทำไม" มองหน้าเด็กสาวอย่างไม่เข้าใจก็เธอจะทำให้อยู่นี่ไงจะทำเองให้มันยากทำไม

"มันไม่เหมาะค่ะ" คนเด็กกว่าก็ตอบไปตามที่ตัวเองคิดก็มันไม่เหมาะจริงๆ นี่

"ไม่เหมาะอย่างไง"

"ก็...ก็คุณพราวอายุมากกว่าหนูแล้วจะให้คุณมาทำอะไรแบบนี้ได้อย่างไงคะ"

"นี่เธอฟังฉันดีๆ นะเด็กน้อยฉันจะทำให้แล้วฉันก็ไม่สนใจหรอกนะว่ามันจะเหมาะหรือไม่เหมาะ"

"..."

"ฉันสนใจแค่ว่าตอนนี้เธอกำลังเจ็บแล้วฉันก็ต้องดูแล"

"..." คนเจ็บได้แต่นั่งนิ่งๆ ยอมให้คนที่โตกว่านำน้ำแข็งที่เกือบจะละลายจนหมดเพราะมัวแต่เถียงกันมาประคบที่เท้าให้อย่างเบามือ

"รู้สึกดีขึ้นไหม"

"ค่ะ" เด็กสาวพยักหน้ารับ

"ก็แค่นี้มัวแต่ขัดอยู่นั่นแหละ" แพรวพราวบอกพร้อมยืดตัวลุกขึ้น

"ก็มันไม่เหมาะนี่คะ"

"เมื่อเช้าเธอยังกอดฉันมาแล้วเลยแค่นี้ทำไมจะไม่ได้"

"มันไม่เหมือนกันนี่คะ" คนเด็กกว่าเถียงออกมามันจะเหมือนกันได้ยังไงเล่ากอดก็คือกอดส่วนเรื่องประคบเท้าก็คือประคบเท้าสิ

เท้ามันเป็นของที่อยู่ส่วนล่างสุดแล้วจะให้คนที่โตกว่าอย่างคุณเขาก้มลงมานั่งประคบให้กันอย่างนั้นเหรอมันไม่เกินไปหน่อยหรอกเหรอ

"แล้วเมื่อคืนล่ะเธอยังจูบฉันอยู่เลย" เพราะหญิงสาวต้องการจะโต้กลับให้ตัวเองชนะให้ได้จึงหยิบเรื่องที่คาดไม่ถึงขึ้นมาพูด

"..." เด็กสาวนิ่งเงียบไปไม่คิดว่าคนหน้าสวยจะพูดเรื่องเมื่อคืนออกมาไม่รู้จะทำหน้าหรือว่าจะพูดยังไงดีเลย

"..." ทางด้านแพรวพราวเองที่เผลอหลุดปากพูดถึงเรื่องเมื่อคืนก็ต้องรีบเงียบปากลงแล้วบวกกับท่าทางของคนเด็กกว่ามันทำให้ใจแป้ว

เธอไม่ควรพูดถึงเรื่องเมื่อคืนสินะเขาก็บอกอยู่ว่าไม่ได้ตั้งใจนี่หน่าแล้วเธอดันพูดขึ้นมาอีกเขาคงอึดอัด

"ฉัน...ฉันกลับก่อนนะ"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น