Meet at cafe

ตอนที่ 4 : Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 ก.ค. 63

Meet at the Cafe #คุณพราว

          Chapter 4

               ::::

"ขอแวะซื้อของก่อนแป๊บหนึ่งรออยู่ในนี้ก็ได้" แพรวพราวบอกก่อนจะลงจากรถแล้วเดินหายเข้าในร้านสะดวกซื้อก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับถุงขนมมากมายหลายสิบห่อ

เมื่อคนที่นั่งรออยู่ในรถเห็นก็รีบลงจากรถไปช่วยถือ

"ซื้อมาอะไรเยอะแยะคะ" คนไปช่วยถือไม่วายที่จะถามว่าซื้อมาทำไมเยอะแยะ

"อันนี้ของเธอ" คนถูกถามหยักไหล่ก่อนจะส่งยื่นถุงที่มีพวกอาหารว่างมาให้เธอแล้วเดินเอาพวกขนมไปว่างที่เบาะหลัง

"ขอบคุณค่ะ" นิฤมลรับถุงจากแพรวพราวมางงๆ แต่ก็ขอบคุณก่อนแล้วเปิดดูก็มีพวกน้ำขนมปังแฮมเบอร์เกอร์ต่างๆ เพราะมัวแต่ไปสนใจของที่ได้มาจนลืมถามว่าขนมหลังรถซื้อมาทำไมเยอะแยะ

แพรวพราวเหลือบมองเด็กสาวเป็นระยะๆ

"ทานไหมคะ"

"เธอทานเลยฉันขับรถอยู่"

"อ้าปากค่ะ"

"อะไร" ถามโดยไม่ได้หันมามอง

"อ้าปากค่ะเดี๋ยวป้อน" แพรวพราวหันมามองแวบหนึ่งก่อนจะมองตรงไปยังท้องถนนเหมือนเดิมแล้วอ้าปากรับแซนด์วิชที่อีกคนยื่นมันมาที่ปากเธอ

เด็กสาวป้อนแซนด์วิชให้คนหน้าสวยจนหมดชิ้นตามด้วยหยิบน้ำเปล่าขึ้นมาป้อนตาม

"สวัสดีค่ะคุณพราวฉันช่วยนะคะ" หญิงสาววัยไล่เลี่ยกับแพรวพราวรีบเดินตรงดิ่งมาหาเมื่อเห็นรถคุ้นตาแล่นเข้ามา

"ค่ะ" แพรวพราวยิ้มก่อนจะส่งของในมือไปให้

"พาใครมาด้วยเหรอคะ"

"เด็กที่คาเฟ่น่ะค่ะ"

"สวัสดีค่ะ" นิฤมลยกมือไหว้บุคคลตรงหน้า

"ค่ะ" หญิงสาวที่วัยไล่เลี่ยกับแพรวพราวยิ้มให้เล็กน้อย

"เอามานี่สิ" คนหน้าสวยแย่งถุงของที่อยู่ในมือนิฤมลแล้วยื่นไปให้อีกคนเอามันไปเก็บด้วย

"อ๊ะ! "

"ฝากอันนี้ด้วยนะคะฉันจะไปหาเด็กๆ ที่หลังสวนก่อน" ไม่รอให้คนถูกวานใช้ได้พูดอะไรแพรวพราวก็เดินจับมือคนตัวเล็กเดินลัดเลาะไปด้านหลัง

นิฤมลพอจะเดาออกแล้วว่าเธอถูกพามาที่ไหนไม่หยักรู้ว่าคนอย่างคุณพราวชอบเด็กๆ เสียงหัวเราะคิกคักดันไปทั่วบริเวณก่อนจะหยุดลงเมื่อเห็นบุคคลที่เดินเข้ามาใหม่จากนั้นก็ร้องกรี๊ดออกมาอย่างดีใจ

"คุณพราว!! " เด็กน้อยวิ่งเข้ามารุมล้อมแพรวพราวแล้วแย่งกันพูดเสียงเจื้อยแจ้ว

"คุณพราวคะ"

"คิดถึงคุณพราวจังเลยค่ะ"

"วันนี้คุณพราวมานานไหมครับ" นิฤมลยืนมองคนที่ถูกเด็กๆ ยืนรายล้อมก่อนจะค่อยๆ ระบายยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูทั้งเด็กน้อยวัยกำลังโตและผู้ใหญ่ที่พยายามจะตอบคำถามให้ครบทุกคำถาม

"ใจเย็นๆ กันก่อนนะคะเด็กๆ "

"วันนี้คุณพราวพาใครมาให้รู้จักด้วยค่ะ"

"ใครเหรอคะ/ครับ" เด็กน้อยประสานเสียงกัน

"นิวมานี่สิ"

"ค คะ" คนที่ยืนมองอยู่ห่างๆ สะดุ้งเมื่อถูกเรียกเขาจะเห็นไหมนะว่าเธอยิ้ม

"มาทำความรู้จักกับเด็กๆ สิ"

"เด็กๆ คะนี่พี่นิวนะคะ"

"สวัสดีครับ/ค่ะ" คนถูกเชิญตัวมาแนะนำให้เด็กๆ รู้จักได้แต่ยืนยิ้มอยู่อย่างไม่รู้จะทำอย่างไงก็เธอไม่เคยเล่นกับเด็กแล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าต้องทำยังไงบ้าง

"เด็กๆ น่ารักไม่ต้องเกร็ง" คนหน้าสวยพอจะจับอาการของคนตัวเล็กได้ว่าเขาเกร็งๆ

"คือนิวไม่เคยเล่นกับเด็กค่ะ..." คนตัวเล็กว่าเสียงเบา

"ไม่เป็นไรลองดูนะฉันว่าเธอต้องชอบ" แพรวพราวทิ้งให้คนเด็กกว่าอยู่กลางวงล้อมของเด็กน้อยแทนเธอก่อนจะเดินไปนั่งมองอยู่ที่ม้านั่งใกล้ๆ

"พี่นิวคะดูนี่สิคุณพราวซื้อให้พวกเรา" เด็กสาวกระตุกชายเสื้อของนิฤมล

"เหรอคะไหนดูซิคะคืออะไร" นิฤมลย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้เทียบเท่ากับเด็กๆ

"นี่ค่ะตุ๊กตาแล้วก็มีขนมอีกเยอะแยะเลยนะคะคุณพราวใจดีมากๆ เลยค่ะ"

"ขนาดนั้นเชียวเหรอคะ" คุณพราวใจดีเธอรู้ดี

"ใช่ค่ะคุณพราวใจดีที่สุดพวกเรารักคุณพราวค่ะ" คนตัวเล็กยื่นมือไปลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างเอ็นดูพูดเก่งจังทำไมเด็กที่น่ารักๆ พวกนี้ถึงถูกมาทิ้งไว้ที่นี่กัน

ทางด้านแพรวพราวที่นั่งมองอยู่ก็ระบายยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจเห็นไหมว่าแล้วว่าเธอต้องชอบพวกเขาเหมือนที่เธอชอบถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากรับพวกเขาทั้งหมดมาดูแลเหมือนพวกเด็กคนอื่นๆ ที่เธอส่งเสียค่าเรียนให้แต่จะต่างกันที่พวกเขายังเด็กอยู่และพวกนั้นโตจนดูแลตัวเองได้

แล้วภาระงานที่เธอมีอยู่มันก็มากแล้วจึงทำแบบนั้นไม่ได้เลยได้ค่ะซื้อของกินของใช้แล้วก็ของเล่นมาให้แล้วก็จ้างพวกคนมาสอนหนังสือเด็กๆ แทนแบบนี้น่าจะง่ายกว่า

"ชาค่ะ" เสียงคุ้นหูดึงให้คนหน้าสวยหลุดออกจากภวังค์

"ขอบคุณค่ะ" แพรวพราวยกน้ำชาขึ้นมาจิบตามปกติอย่างทุกที

"วันนี้ว่างเหรอคะ"

"อืมไม่รู้จะทำอะไรเลยแวะมาหาเด็กๆ น่ะ"

"คุณพราวคะ"

"..." คนถูกเรียกไม่ได้ตอบแต่หันมามองหน้าคนที่นั่งลงข้างๆ เป็นการขานรับแทน

"คือ..เราออกไปทานข้าวกันไหมคะ"

"ทานข้าวเหรอ? "

"ค่ะส่วนเด็กๆ ยังไงก็มีน้องเขาอยู่ดูท่าจะเข้ากันได้ดีด้วย" พรปวีณ์พูดประมาณว่าก็มีคนตัวเล็กนั่นอยู่กับเด็กๆ ในช่วงที่เราออกไปทานข้าวกันแบบนี้ก็ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว

"คุณบอกช้าไปฉันสั่งอาหารมาแล้วน่ะ สักพักคงมาถึง" คนหน้าสวยตอบกลับก่อนจะหยิบกระเป๋ามาเปิดเอาผ้าเช็ดหน้าจากนั้นก็หยิบขวดน้ำเปล่าเย็นๆ ที่วางอยู่ข้างๆ แล้วลุกเดินไปหาคนตัวเล็กที่ยื่นเหนื่อยหลังจากวิ่งเล่นกับเด็กๆ

ทิ้งให้พรปวีณ์นั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนคนเดียวคนถูกทิ้งได้แต่นั่งมองการกระทำของทั้งสองคนเงียบๆ ก่อนจะเมินหน้าหนีเมื่อเห็นภาพที่มันดูบาดตาบาดใจเด็กนั่นใช่แค่เด็กที่คาเฟ่จริงเหรอ

"นิว"

"คะ" คนถูกเรียกหันมามองตามเสียงที่เรียกก่อนจะชะงักยืนตัวแข็งทื่อไปพักหนึ่งเมื่อถูกมือบางค่อยๆ ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับไปตามใบหน้าที่มีเหงื่อขับออกมาก่อนจะจับมือบางนั่นเอาไว้เมื่อได้สติ

"หืม" คนที่กำลังเช็ดหน้าให้เอียงคอถามเมื่อถูกจับมือเอาไว้

"เดี๋ยวเช็ดเองก็ได้ค่ะ" มันแบบมันรู้สึกอย่างไงไม่รู้บอกไม่ถูกขอเช็ดเองดีกว่านะ

"ไม่เป็นไรฉันเช็ดให้เอง" คนหน้าสวยคลี่ยิ้มให้ก่อนจะลงมือเช็ดใบหน้าหวานให้คนตรงหน้าจนเสร็จแล้วเปิดฝาขวดน้ำก่อนจะส่งยื่นไปให้

"ขอบคุณค่ะ" จริงๆ เธอจะแย่งผ้าในมือของคุณเขามาเลยก็ได้แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันทำไมถึงยอม

"ร้อนไหมเข้าไปข้างในก่อนหรือเปล่า" คนหน้าสวยถามอย่างเป็นห่วงกลัวว่าเขาจะเป็นลมเพราะตอนนี้อาการมันก็ร้อนเอามากๆ แถมเขายังพึ่งไปวิ่งเล่นกับเด็กๆ มาอีกหากเป็นลมจริงๆ จะแย่เอาได้

"ไม่เป็นไรค่ะไม่ร้อน" แพรวพราวทำตาดุใส่คนตรงหน้าบอกไม่ร้อนแต่เอามือพัดเนี่ยนะ

"เด็กๆ คะเข้าไปข้างในกันดีกว่านะอาการเริ่มร้อนแล้วค่ะ" คนหน้าสวยหันไปบอกกับเด็กที่ยังวิ่งเล่นกันอยู่และเด็กๆ ก็ทำตามอย่างว่าง่ายก็สี่โมงเย็นแล้วไม่แปลกที่แดดมันจะร้อน

"วันนี้สั่งพิซซ่ามาให้พวกเราด้วยนะคะ" มันไม่ใช่ของมีประโยชน์เท่าไหร่ข้อนี้แพรวพราวรู้ดีแต่ว่านานๆ ทีเด็กๆ จะได้กินเพราะงั้นคงไม่เป็นอะไรหรอก

"จริงเหรอคะ"

"ค่ะเดี๋ยวคงมาถึงแล้วทานกันให้เต็มที่เลยน่ะค่ะ" แพรวพราวใช้จังหวะที่ปล่อยให้คนตัวเล็กอยู่กับเด็กๆ นั่นแหละโทรสั่งอาหารมา

"คงมาแล้วมั้งคะเดี๋ยวหนูออกไปรับให้ค่ะ" คนเด็กกว่าพูดพร้อมทำท่าลุกจะออกไปเอาอาหาร

"ไม่ต้องนั่งพักเถอะฝากคุณแบมไปเอาให้ทีนะ" แพรวพราวควักเงินออกมาจำนวนหนึ่งก่อนจะยื่นให้พรปวีณ์ไป

คนที่ถูกแพรวพราววานให้ไปรับของก็ต้องยอมทำตามอย่างขัดไม่ได้

"จริงๆ หนูไม่ได้เหนื่อยอะไรขนาดนั้นหนูไปเอาให้ดีกว่านะคะ" รู้สึกไม่ดีเลยที่ต้องให้คนอายุมากกว่าเธอไปเอาของมาแทนมันแปลกๆ

"เลิกดื้อสักห้านาทีได้ไหม" ดื้อจริงๆ บอกอะไรไม่ค่อยอยากจะฟังกันหรอก

คนถูกดุหน้าจ๋อยลงไปทันทีก่อนจะนั่งเงียบๆ

"งอนเหรอ" แพรวพราวดีดนิ้วเบาๆ ลงที่หน้าผากคนเด็กกว่า

"อะไรคะหนูจะงอนคุณทำไม" คนตัวเล็กยกมือขึ้นลูบหน้าผากที่ถูกดีดปอยๆ มาดีดทำไมเล่าเรียกดีๆ ก็ได้

"เข้าใจด้วยสิเธอพึ่งจะกลับเข้ามาจากแดดร้อนๆ มาห้องแอร์ถ้าออกไปอีกเดี๋ยวจะปวดหัวเอา" หญิงสาวพยายามอธิบายเหตุผลให้ฟังอย่างใจเย็น

"เข้าใจแล้วค่ะ" คนเด็กกว่าพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันไปนั่งเล่นนั่งคุยกับเด็กน้อย

วันนี้แพรวพราวยิ้มได้เยอะเอามากๆ ยิ่งเวลาที่เห็นคนตัวเล็กเล่นกับเด็กๆ ยิ่งยิ้มออกมาเยอะมากๆ ดีใจที่เขาเอ็นดูเด็กพวกนี้เหมือนกับเธอ

มันรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ นะเวลาที่มีคนอินในสิ่งที่เราอินเหมือนกัน

หลังจากที่ทานพิซซ่าด้วยกันเสร็จกลัวว่ามันจะมืดค่ำไปมากกว่านี้แพรวพราวกับนิฤมลก็บอกลาเด็กๆ

"ไปแล้วนะคะอย่าดื้อกันนะรู้ไหม" ก่อนจะกลับคนตัวเล็กไม่ลืมที่จะบอกลาเด็กน้อย

"พวกเขาไม่ดื้อหรอก" แพรวพราวบอก

"พี่ไปนะคะบ๊ายบาย" เด็กน้อยโบกมือลาให้กับทั้งสองคน

"ขอโทษทีเธอต้องกลับห้องดึกเลย"

"ไม่เป็นไรค่ะมาเล่นกับเด็กๆ ก็สนุกดี"

"ชอบหรือเปล่า"

"ชอบเด็กๆ ค่ะ" นิฤมลพูดดักทางกลัวว่าคนหน้าสวยจะเล่นแบบเมื่อวาน

"ดักทางกันเหรอ"

"งั้นมั้งคะ" คนเด็กกว่าพูดติดตลกไม่เอาแล้วนะคะไม่เล่นแบบเมื่อวานนะ

"ไว้ว่างๆ จะพามาอีกอยากมาหรือเปล่า"

"อยากค่ะ" นิฤมลตอบขึ้นทันที

"ไหนบอกไม่ชอบเด็ก" ก็ตอนแรกที่เห็นเขาเห็นเด็กทำหน้าเหมือนคนอมทุกข์เลยนี่

"ไม่ใช่สักหน่อยหนูบอกแค่ไม่เคยเล่นกับเด็กค่ะ" คนถูกกล่าวหาว่าไม่ชอบเด็กเถียงกลับยังไม่เคยบอกเลยว่าไม่ชอบแค่ไม่เคยเล่นกับเด็กต่างหากเล่า

"แล้วเป็นไงชอบหรือเปล่า"

"ชอบค่ะเด็กๆ น่ารักกันมากเลยคุณพราวเองก็คงจะชอบเด็กใช่ไหมคะ" เป็นคนตัวเล็กที่ถามกลับบ้านคุณเขาคงจะชอบเด็กๆ มากแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่มาเลี้ยงข้าวเลี้ยงขนมต่างๆ มากมายขนาดนี้

"ไม่ได้ชอบเด็กแต่....ฉันรักเด็ก" แพรวพราวเน้นคำว่ารักเด็กพลางใช้สายตามองไปที่คนด้านข้างแวบหนึ่งก่อนจะเริ่มเคลื่อนรถออก

"ถ้าไม่บอกว่าเราคุยกันเรื่องเด็กๆ อยู่หนูจะคิดว่าคุณชอบหนูแล้วนะคะ" คนเด็กกว่าพูดขำๆ อย่างไม่คิดอะไรมาก

"เธอจะคิดแบบนั้นก็ได้นะเพราะฉันก็ชอบเธอจริงๆ "

"หนูถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ"

"ว่ามาสิ"

"คุณพราวแต่งงานหรือยังคะ"

"ยัง"

"แล้ว...แล้วมีแฟนไหมคะ"

"แฟนก็ยังไม่มี"

"คุณกำลังจีบหนูอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย" นิฤมลยังคงแซวขำๆ

"อยากให้จีบไหมล่ะถ้าอยากให้จีบก็จะจีบ" ทางด้านคนโตกว่าเองก็ไม่ยอมน้อยหน้ากันแซวมาก็แซวกลับสิเธอจะไม่ยอมเป็นฝ่ายแพ้หรอกนะ

"อยากรู้จังว่าคนอย่างคุณพราวจะจีบยังไง"

"อยากให้ฉันจีบเหรอ"

"เปล่าค่ะแค่อยากเห็น"

"นึกว่าอยากให้จีบซะอีก"

"คุณพราวนี่ก็ตลกนะคะรับมุขกันด้วย" ไม่รู้ว่าเธอรู้สึกไปเองคนเดียวหรือเปล่าเวลาอยู่กับคุณพราวแล้วมันรู้สึกสบายใจอยากพูดอะไรก็พูดอยากทำอะไรก็ทำแล้วดูเหมือนว่าพักนี้จะสนิทกับคุณเขามากกว่าเพื่อนๆ ที่มหาลัยอีกด้วยซ้ำ

เมื่อใกล้ถึงหอพักของนิฤมลจู่ๆ ฝนก็เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่วมองแทบไม่เห็นทางเลย

"คุณพราวฝนตกหนักมากเลยจะขับไปยังไงคะ" คนเด็กกว่าหันหน้ามาถามฝนมันตกหนักมากจนแทบมองไม่เห็นทางเลย

"เดี๋ยวรอฝนเบาก่อนก็ได้เดี๋ยวฉันค่อยกลับ เธอขึ้นไปพักเถอะ"

"..."

"..."

"ถ้าไม่รังเกียจขึ้นไปรอที่ห้องหนูก่อนดีไหมคะรอในรถมันอันตราย"

"ไม่เป็นไร"

"รังเกียจกันเหรอคะ"

"เปล่าแค่กลัวว่ามันจะทำให้เธออึดอัด" ใครบอกว่าเธอรังเกียจเด็กนั่นชอบคิดเองเออเองตลอด

"ไม่หรอกค่ะไปรอข้างบนก่อนดีกว่า" คนตัวเล็กจัดการพูดเองเออเองลากคนหน้าสวยให้ตามกันมา

"ทำไมเธอตัวเล็กจัง" คนถูกถามก้มมองต่ำก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาตอบ

"คุณใส่รองเท้าส้นสูงขนาดนี้ถ้าคุณเตี้ยกว่าสิแปลก" อะไรกันยังไม่เลิกหาว่าเธอเตี้ยอีกเหรอดูรองเท้านั่นสิส้นสูงขนาดนี้ขาไม่พลิกก็ดีเท่าไหร่แล้วดูตัวเธอสิรองเท้าผ้าใบธรรมดา

จริงๆ แล้วตัวหล่อนเองนั่นแหละตัวเล็กกว่าเธอ

"..." คนหน้าสวยก้มมองต่ำแล้วมันก็จริงอย่างที่เขาพูดก็เธอใส่ส้นสูงนี่หน่าแล้วเขาใส่แค่ผ้าใบพื้นปกติ

"ทีนี้จะเลิกว่ากันเตี้ยได้หรือยังคะ" คนถูกกล่าวหาว่าตัวเล็กทำมือวัดเทียบส่วนสูงกันเมื่อตอนนี้เราทั้งคู่ถอดรองเท้าเหมือนกันแล้ว

คนหน้าสวยทำเมินไม่สนใจคนที่จริงๆ แล้วตัวสูงกว่านั้นได้แต่ยิ้มขำเป็นไงล่ะว่าคนอื่นดีนักจริงๆ แล้วตัวเองก็ไม่ได้สูงกว่าเธอเลย

คนเด็กกว่าทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีโดยเดินไปหยิบเอาน้ำดื่มมาให้แขก

"น้ำค่ะ"

"ขอบใจ อ๊ะ! " ไม่รู้ว่ามือไม้อ่อนหรือเพราะสิ่งใดแต่ตอนนี้แก้วน้ำที่เด็กสาวนำมาให้ในแก้วตอนนี้ไม่เหลือน้ำสักหยดมันไปอยู่บนตัวของแพรวพราวหมดแล้ว

"คุณพราว! ขอโทษค่ะเปียกหมดเลย" นิฤมลนึกก่นด่าตัวเองในใจที่ทำอะไรซุ่มซ่าม

"ไม่เป็นไร"

"เปลี่ยนเสื้อก่อนไหมคะมันเปียกหมดแล้ว"

"เดี๋ยวเสื้อก็แห้งไม่เป็นไรหรอก"

"รอตรงนี้นะคะเดี๋ยวหนูไปหาเสื้อมาให้เปลี่ยน" พูดจบเจ้าของห้องก็รีบเดินตรงไปหาเสื้อมาให้คนหน้าสวยเปลี่ยนเธอมีเสื้อโอเวอร์ไซส์ที่เกวลินพึ่งจะซื้อให้มาน่าจะใส่ได้นะ

"ค คุณพราว ส เสื้อค่ะ" น้ำเสียงตะกุกตะกักพร้อมกับมือที่สั่นเทาของคนเด็กกว่าทำให้แพรวพราวมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ

"เป็นอะไรทำไมเสียงเป็นอย่างนั้น"

"ป เปล่าค่ะคุณรีบไปเปลี่ยนเสื้อดีกว่านะคะ" นิฤมลจัดการยัดเสื้อที่นำมาให้ใส่มือบางเอาไว้ก่อนจะรีบเดินเบี่ยงไปทางอื่น

ตอนแรกไม่ทันได้สังเกตอะไรแต่พอหันมาอีกทีแบบว่าเสื้อคุณพราวมันสีขาวพอโดนน้ำมันก็....มันก็เห็นน่ะสิ

"เสื้อเธอเหรอสวยดีนะ" แพรวพราวพูดขึ้นพลางมองสำรวจตัวเองจากในกระจก

"ค่ะหนูพึ่งซื้อมายังไม่ได้ใส่"

"อ่าว"

"ไม่เป็นไรค่ะหนูแค่จะบอกว่าหนูยังไม่เคยใส่คุณพราวจะได้ไม่ต้องรังเกียจไงคะ"

"เธอเห็นฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอ" เพราะน้ำเสียงของคนหน้าสวยมันนิ่งเกินไปทำให้คนที่ง่วนอยู่กับชั้นหนังสือหันมามองเล็กน้อยเสื้อที่ให้ไปเปลี่ยนมันดันเป็นสีเดียวกับตัวก่อนหน้าที่คุณเขาใส่แล้วภาพเมื่อกี้มันก็ลอยขึ้นมาในหัว

นิฤมลสะบัดหัวไล่ภาพพวกนั้นให้ออกไป

"เป็นอะไร" คนที่กำลังสะบัดหัวอยู่จำต้องหยุดชะงักเมื่อคนในความคิดมายืนจับหัวของเธอให้หยุดอยู่ตรงหน้า

"ป เปล่าค่ะ"

"ไม่สบายหรือเปล่า" แพรวพราวใช้หลังมืออังไปที่หน้าผากอีกคนอย่างอ่อนโยน

"..."

"ตัวก็ไม่ร้อนนี่หรือว่าปวดหัว"

"เปล่าค่ะหนูปกติดี" คนเด็กกว่าพยายามยืนยันว่าตัวเธอนั้นปกติดีไม่ได้ป่วยหรือว่าเป็นอะไร

"ฉันว่าไม่นะกินยากันไว้หน่อยก็ดี"

"หาอะไรคะ" เจ้าของห้องถามคนที่กำลังเดินไปมาอยู่ในห้อง

"ยาไงเธอเก็บมันไว้ตรงไหน"

"ไม่มีหรอกค่ะ"

"ได้ยังไงกันเธอควรมีติดที่ห้องไว้นะ"

"..."

"หรือเธอไม่ชอบกินยา" ต้องใช่แน่ๆ เขาต้องไม่ชอบกินยาแน่นอน

"ไม่ใช่นะคะ" เจ้าของห้องตอบเสียงเบา

"เดี๋ยวฉันมา" นั่นไงเดาไว้ไม่ผิดแล้วแบบนี้เวลาป่วยขึ้นมามันจะหายไหมแล้วพวกยาแก้ปวดหัวอะไรเนี่ยมันก็ควรมีติดห้องไว้ตลอด

"ไปไหนคะ"

"ซื้อยาให้เธอไง" ไม่ทันที่คนเด็กกว่าจะห้ามเอาไว้คนหน้าสวยก็คว้าเอากระเป๋าสะพายของตัวเองเดินออกไปแล้ว

เจ้าของห้องได้แต่นั่งคอยให้คนหน้าสวยกลับมา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงประตูดังขึ้นนิฤมลรีบวิ่งไปเปิดประตูอย่างรวดเร็ว

"มาแล้วเหรอคะ อะอ่าวเกวเองเหรอ"

"เกวเองทำไมเหรอ"

"เปล่าแล้วมาหาเราทำไมอะ"

"เราซื้อข้าวมาฝาก" เกวลินถือวิสาสะเบียดตัวเข้ามายืนภายในห้อง

"ขอบใจแต่ทีหลังไม่ต้องลำบากก็ได้"

"ไม่ได้เลยลำบากเลย" เธอพูดจริงๆ นะแค่ซื้อข้าวมาให้นิวอะมันไม่ได้ลำบากเลยสำหรับเกว เกวเต็มใจแล้วก็อยากจะมาขอโทษเรื่องเมื่อกลางวันนี้ด้วย

"..."

"เมื่อกลางวันเกวขอโทษด้วยนะ" เกวลินเอ่ยขอโทษจากใจจริง

"คนที่เกวควรขอโทษไม่ใช่เราแต่เป็นคุณพราวต่างหาก" เสียงประตูดังขึ้นอีกครั้งนิฤมลรีบปลีกตัวไปเปิดประตูอีกครั้งและครั้งนี้ต้องเป็นแพรวพราวแน่นอนเจ้าห้องรีบลุกไปเปิดประตูด้วยสีหน้ายิ้มแย้มต่างจากอีกคนในห้องที่กำลังทำหน้างุนงงและมีคำถามอยู่ในใจว่าใครกันที่มาหานิฤมล

"มาแล้วเหรอคะ"

"อืมซื้อข้าวต้มมาด้วยเลยช้าน่ะ"

"เอ่อคุณพราวคะ" เพราะคนหน้าสวยดันเล่นจ้องเพื่อนสนิทของนิฤมลแบบไม่วางตาทำให้คนกลางอย่างนิฤมลต้องรีบพูดขึ้น

"เขามาทำไมเหรอ" ถามคนที่ยืนอยู่ข้างกันแต่สายตายังคงจดจ้องไปยังเกวลิน

"ฉันมากกว่าที่ต้องถามคุณว่ามาทำไม แล้วนั่นนิวเอาเสื้อที่เราซื้อให้ไปให้เขาเหรอ" จากประเด็นที่ถามว่าเจ้านายของเพื่อนสนิทมาที่ห้องนี้ทำไมก็ต้องรีบเปลี่ยนประเด็นไปยังเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ที่หล่อนกำลังใส่มันอยู่

"เสื้อเขาซื้อให้เธอเหรอ"

"ค่ะ"

"ทำไมไม่บอก" คนโตกว่าทำหน้ายุ่งๆ ใส่ก่อนจะเดินเลี่ยงไปเทข้าวต้มใส่ชาม

"นิวทำแบบนั้นได้ไงอะเราตั้งใจซื้อให้เธอนะเว้ย"

"มันจะอะไรเกวเราแค่ให้เขายืมใส่เฉยๆ "

"แล้วทำไมต้องให้เขายืมแล้วทำไมต้องเป็นตัวนี้อะ"

"ก็เสื้อเขาเปียกเราเลยให้เขาใส่ตัวนั้นไปก่อน"

" แล้วทำไมไม่เอาตัวอื่นอะตัวนั้นเราตั้งใจซื้อให้เธอนะ"

"เกว"

"นิวไม่อยากได้ของที่เราให้ถึงกับต้องเอาไปให้คนอื่นเลยเหรอ"

"เกวมันไม่ใช่แบบนั้น"

"แล้วมันยังไงอะ" ไม่ใช่แบบนั้นแล้วมันยังไงอะนิวเธอเอาเสื้อที่เราซื้อให้ไปให้คนอื่นใส่แบบนั้นได้ยังไงกันมันเหมือนเธอไม่อยากได้ของของเราจนต้องเอาไปให้คนอื่นเลยอะ

"เอาคืนไปสิ" แพรวพราวที่ยืนฟังเด็กสาวทั้งสองคนเถียงกันไปมาก็เริ่มรำคาญจึงตัดบทด้วยการถอดเสื้อที่สวมอยู่ออกแล้วเหวี่ยงมันไปให้เกวลิน

"คุณพราว! " เจ้าของห้องถึงกับร้องเสียงหลงพร้อมทำตาโตไม่คิดว่าแพรวพราวจะทำแบบนั้นก่อนจะมองไปที่เกวลินที่กำลังจ้องคนหน้าสวยไม่วางตาก็รีบเอาตัวเองไปยืนบังเอาไว้

"เกวกลับไปได้แล้ว! " นิฤมลพยายามผลักไล่เพื่อนสนิทให้ออกจากห้องไป

เมื่อไล่เพื่อนสนิทออกไปได้แล้วนิฤมลก็รีบหยิบเอาเสื้อที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาให้แพรวพราวก่อนจะรีบหันหลังหนี

"ใส่สิคะ"

"..." แพรวพราวรับเสื้อที่พึ่งถอดออกไปเมื่อกี้มาถือไว้ไม่ยอมใส่มัน

"ท ทำไมไม่ใส่คะ! " คนเด็กกว่าที่คิดว่าคนหน้าสวยนั้นสวมเสื้อเสร็จแล้วก็หันมาแต่ก็ต้องรีบหันหลังไปอีกรอบเมื่อเห็นว่าแพรวพราวยังไม่สวมเสื้อ

"ไม่ใส่"

"ทำไมไม่ใส่ล่ะคะ"

"ไม่อยากใส่ตัวนี้"

"คุณพราวคะ"

"ทำไมอะก็ไม่อยากใส่" คนโตกว่าเริ่มงอแงก็ไม่อยากใส่เสื้อที่ไอ้เด็กปากดีนั่นซื้อมาจะทำไมอะเธอแอบเห็นนะว่าเมื่อกี้มันมองหน้าอกเธอดีนะที่ถูกนิฤมลไล่ออกไปก่อนมีหวังเธอได้ตบเด็กเป็นแน่

"ใส่ไปก่อนได้ไหมคะแล้วเดี๋ยวหนูไปหามาให้ใหม่"

"ไม่เอา"

"นะคะคุณพราวหนูขอใส่ตัวนั้นไปก่อนนะแล้วหนูจะรีบไปหยิบตัวใหม่มาให้เลย"

"ก็ไปหยิบมาเลยสิ"

"คุณพราวใส่เสื้อก่อนสิ"

"ไม่ เธอรีบไปหยิบตัวใหม่มาฉันเริ่มหนาวแล้วนะ" เจ้าของห้องจำใจต้องเดินหลับไปไปยังตู้เสื้อผ้าเพื่อเลือกหาเสื้อตัวใหม่ให้คนเอาแต่ใจ

"จะเอาตัวนี้" แพรวพราวหยิบเอาชุดนอนของคนเด็กกว่าออกมาก่อนจะรีบถือเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ

"อุ้ย คุณพราว! " เด็กสาวกำลังจะบ่นที่อีกคนมายืนไม่ให้สุ้มให้เสียงแต่ก็ไม่ทันเพราะหล่อนเดินหนีไปแล้วขาว...หลังขาวมาก

"ทำไมเลือกชุดนอนคะ" แปลกใจที่คุณเขาหยิบเอาชุดนอนไปใส่เมื่อกี้ไม่ทันได้มองเลยไม่รู้ว่าคุณเขาหยิบเอาชุดไหนไป

"ก็จะนอนแล้ว"

"หมายความว่าไงคะ"

"ก็ฉันจะนอนนี่ไง"

"จะนอนนี่เหรอคะ" เจ้าของห้องได้แต่ยืนทำตาละห้อยถ้านอนด้วยกันคืนนี้เธอจะได้เห็นอะไรอีกเนี่ยข้างหน้าก็เห็นแล้วข้างหลังก็เห็นแล้ว

ไอ้บ้านิวนี่แกคิดอะไรเนี่ย!

คนหน้าสวยหายเข้าไปในห้องน้ำเกือบๆ ครึ่งชั่วโมงก็ออกมาคงอาบน้ำด้วยสินะ

"อืมมากินข้าวสิเทใส่ถ้วยไว้ให้แล้ว"

"ค ค่ะๆ " นิฤมลรีบทำตามที่อีกคนบอกเพราะเกรงว่าคนหน้าสวยจะรู้ว่าเธอแอบคิดอะไรแปลกๆ เกี่ยวกับเขาอยู่

"อร่อยไหม"

"ก็อร่อยดีค่ะ" คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะยิ้มกว้างจนมองไม่เห็นตาไปให้

"อร่อยก็กินให้หมด" คนหน้าสวยยื่นมือไปลูบหัวคนที่นั่งตรงกันข้ามเบาๆ อย่างเอ็นดู

"จะนอนที่นี่จริงเหรอคะ" เจ้าของห้องถามอีกขึ้นครั้งหลังจากทานข้าวเสร็จ

"อืมทำไมเธอจะไม่ให้ฉันนอนเหรอ"

"เปล่าค่ะเปล่า"

"งั้นเธอก็รีบไปอาบน้ำได้แล้ว"

"ค่ะ"

"ฉันรอที่เตียงนะ"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น