Meet at cafe

ตอนที่ 3 : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 ก.ค. 63

Meet at the Cafe #คุณพราว

         Chapter 3

              ::::

"ว่าไงชอบฉันไหม" หญิงสาวถามย้ำ

"คุณพราวใจดีเป็นใครใครก็ชอบค่ะ"

"ฉันไม่ได้อยากรู้ว่าคนอื่นชอบไหมอยากรู้แค่ว่าเธอ....ชอบไหม"

"เอ่อ..คือ..คือหนู หนูขอไปห้องน้ำก่อนนะคะ" คนตัวเล็กพูดก่อนจะรีบวิ่งออกไป

บ้าหรือไงใครเขาถามอะไรกันอย่างนี้! ฟู้ว! คนตัวเล็กบ่นในใจก่อนจะเป่าลมออกจากปากเล็กน้อยเพื่อเรียกสติของตัวเองที่กระเจิงไปเมื่อครู่ให้กลับมา นิฤมลยืนสงบสติอยู่หน้ากระจกของห้องน้ำสักพักก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อเหลือบไปเห็นอีกคนยืนอยู่ข้างหลังกัน

"คุณพราว! "

"เสียงดังทำไม แล้วตกใจอะไรขนาดนั้น"

"ก็หนูไม่คิดว่าคุณจะอยู่ข้างหลังนี่คะ"

"เห็นหายไปนานนึกว่าหนีกลับไปแล้ว"

"หนูจะกลับยังไงได้คะพูดอะไรแปลกๆ "

"แล้วไหนล่ะคำตอบ"

"คำตอบอะไรคะไม่เห็นรู้เรื่องเลย" นิฤมลพูดพลางเดินออกจากห้องน้ำ

"เปลี่ยนเรื่องเก่งจังเลยเนอะ"

"ใครเปลี่ยนเรื่องคุณพราวก็มั่ว" สองเท้ายังคงเดินก้าวต่อไปพร้อมบ่นคนที่เดินตามหลังไปด้วยใครเปลี่ยนเรื่องเธอไม่ได้เปลี่ยนเสียหน่อยพูดไปเรื่อย

"ไม่ได้เปลี่ยนเรื่องงั้นก็ตอบมาสิว่าชอบไหม"

"กลับเลยไหมคะหนูอิ่มแล้ว"

"ก็ได้"

"หนูจ่ายเองค่ะ" นิฤมลยืนเงินสดไปให้แม่ค้าตัดหน้าอีกคนที่กำลังหาเงินในกระเป๋าใบหรูก่อนจะหันไปยิ้ม

"เอาคืนไป" แพรวพราวหยิบเงินสดธนบัตรสีแดงส่งยืนกลับคืนให้เหมือนที่นิฤมลส่งให้แม่ค้าไปเมื่อกี้เพียงแต่เธอส่งคืนให้นิฤมล

"ไม่ค่ะ"

"นิว"

"ให้หนูได้ทำอะไรตอบแทนคุณบ้างเถอะค่ะ ถึงแม้ค่าข้าววันนี้มันจะเทียบกับของที่คุณซื้อให้หนูไม่ได้" พูดแล้วก็เดินนำออกไปไม่สนในธนบัตรที่ร่างสวยยืนให้

"ดื้อ" หญิงสาวพูดอย่างไม่จริงจังมากนักเด็กอะไรดื้อจริงๆ ครั้งแรกที่เจอก็เห็นว่านิ่งๆ ไม่คิดว่าจะกวนจะดื้อขนาดนี้

"หนูไม่ได้ดื้อคุณพราวนั่นแหละที่ดื้อ"

"......"

เมื่อไม่ได้ยินเสียงหวานตอบกลับมานิฤมลจึงเอี้ยวตัวหันไปมองดูว่าอีกคนเป็นอะไรหรือเปล่า ก็เห็นใบหน้าสวยยืนกอดอกมองกันนิ่ง

"ค่ะ" นิฤมลพูดต่อท้ายจากประโยคเมื่อครู่เพราะคิดว่าคุณเขาคงจะโกรธที่เธอพูดไม่มีหางเสียงเมื่อกี้

"เธอว่าใครดื้อ" แพรวพราวพูดออกมาก่อนจะจ้องคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหน้า

"ก็คุณ....หนูค่ะหนูดื้อเองค่ะ" เมื่อเห็นสายตาไม่พอใจคนตัวเล็กก็รีบเปลี่ยนคำพูดใหม่

"เมื่อกี้เธอยังบอกว่าฉันดื้ออยู่เลย"

"ใครพูดคะหนูไม่ได้พูดสักหน่อย เรากลับกันดีกว่า"

"เมื่อกี้เธอพูด"

"หนูเปล่านะคะ"

"พรุ่งนี้ว่างไหม"

"คุณถามหนูรอบที่ล้านแล้วนะคะ"

"ไปเที่ยวกันไหม"

"หนูต้องทำรายงานค่ะ"

"ส่งเมื่อไหร่"

"สัปดาห์หน้าค่ะ"

"เดี๋ยวค่อยทำก็ได้"

"หนูไม่ได้มีเวลาว่างตลอดนะคะ"

"เดี๋ยวฉันช่วยทำก็ได้" แพรวพราวพูดอย่างเอาแต่ใจคิดอะไรได้ก็พูดออกไปหมด

"คุณเอาแต่ใจเกินไปแล้วนะคะ"

"แล้วยังไง"

"เฮ้อ ขึ้นรถเถอะค่ะให้หนูขับไหมคะ"

"ขับได้เหรอ"

"ได้ค่ะ" แพรวพราวยื่นกุญแจรถให้คนเด็กกว่าก่อนจะเข้าไปนั่งประจำที่

"พรุ่งนี้ฉันมาหาเธอได้ไหม" ก่อนจะแยกทางกันหญิงสาวยังคงตื๊อ

"ก็บอกแล้วไงคะว่าไม่ว่าง" คนแก่เขาชอบตื๊อกันทุกคนเลยหรือเปล่าเนี่ย

"อย่าพึ่งโวยวายสิฉันจะไปช่วยเธอทำไง"

"ไม่เป็นไรค่ะขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับวันนี้" พูดจบนิฤมลก็เปิดประตูลงจากรถทันที

"แกไปไหนมาพราว" เมื่อแพรวพราวย่างกายเข้ากายเสียงทรงอภิสิทธิ์ก็ดังขึ้น

"ไปคาเฟ่มาค่ะ"

"แน่ใจ? "

"อะไรของคุณแม่คะพราวไปคาเฟ่มา"

"แล้วงานที่บริษัทนั่นน่ะไม่ทำแล้ว"

"ก็ทำอยู่ค่ะ"

"แต่ละคนยัยพริมก็นู่นไปเป็นลูกน้องคนอื่น ส่วนแกก็มัวแต่ไปอะไรกับไอ้คาเฟ่กิ๊กก๊อก คงจะมีแต่ยัยพรีนที่พึ่งได้"

"ก็ดีสิคะอีกปีเดียวน้องก็เรียนจบแล้วให้น้องมารับช่วงต่อจากหนูเลยแล้วกัน" จริงๆ ตั้งใจว่าจะยกงานบริษัทให้น้องมันทำตั้งนานแล้วล่ะแต่เจ้าน้องของเธอมันดันอยากเรียนป.โทต่อขึ้นมาซะงั้นแล้วพี่อย่างฉันจะเลือกอะไรได้ส่วนน้องสาวอีกคนก็นะไปเป็นเลขาของเพื่อนเธอซะงั้นมันบอกว่าอยากหางานทำด้วยตัวแล้วเธอก็ขัดน้องไม่ได้อีกตามเคย

"แกประชดแม่เหรอ"

"หนูไม่ได้ประชดหนูแค่เหนื่อยกับงานตรงนั้นแล้ว" เธอไม่ได้ประชดจริงๆ แต่รู้สึกเหนื่อยอิ่มตัวกับงานตรงนั้นแล้วมากกว่า

"เหนื่อยสิก็แกทำทั้งที่บริษัทแล้วยังจะต้องไปทำที่คาเฟ่นั่นอีก"

"หนูทำคาเฟ่ไม่ได้เหนื่อยอะไรเลยแม่" มันจะเหนื่อยได้อย่างไรในเมื่อเธอใช้เงินแลกกับแรงงานของพนักงานเธอไม่ต้องออกแรงเองเลยแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรไม่เป็นหากวันไหนคนมันเยอะมากหรือพนักงานลาก็เป็นเธอที่เข้าไปช่วยเจ้าของก็ต้องทำเป็นสิ

"แม่ชักสงสัยแล้วนะว่าแกติดคาเฟ่หรือใครที่อื่น" หรี่ตามองลูกสาวอย่างจับผิดเธอไม่ได้จะว่าอะไรกับคาเฟ่ของลูกสาวหรอกแต่แค่เห็นว่ามันดูไม่ค่อยจะมั่นคงเหมือนกับทำงานที่บริษัทเราเองก็นั่นแหละหากเธอไม่ชอบใจจริงๆ คงไม่อนุมัติให้แพรวพราวทำหรอกกลัวว่าแกจะหันไปสนใจคาเฟ่นั่นมากกว่าสิ่งที่พ่อกับแม่พยายามสร้างมาน่ะสิ

"ใครที่อื่นอะไรกันคะแม่ไร้สาระ"

"อย่าให้รู้ว่าโดนเด็กหลอกมาอีกแล้วกัน" ลูกสาวเธอน่ะมันชอบคนง่ายจะตายไปเห็นใครถูกอกถูกใจหน่อยก็พุ่งเข้าหาเขาแล้วถูกอกถูกใจในที่นี้ไม่ใช่เชิงชู้สาวแต่จะเป็นเอ็นดูเสียมากกว่าเท่าที่เธอเห็นก็มีแต่เด็กผู้หญิงทั้งนั้น

เธอไม่เข้าใจลูกสาวมันหรอกแต่ก็ช่างมันเถอะอยากจะทำอะไรก็ทำและหวังว่าลูกสาวเธอคงจะไม่ได้ชอบเด็กผู้หญิงพวกนั้นไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีฐานะหรืออะไรเพียงแค่พวกเขาดูเด็กเกินไปกลัวจะมาหลอกลูกสาวเธอมากกว่า

"แม่!! หนูแค่ให้ทุนการศึกษาพวกเขา" แล้วทุกคนที่เธอให้แม่ก็รับรู้หมดอะโดนเด็กหลอกอะไรกัน บ้าหรือเปล่าเนี่ยแล้วเด็กที่เธอส่งค่าเทอมให้ก็เป็นผู้หญิงทั้งนั้น

"ระวังเถอะสักวันจะหมดตัว" คนเป็นแม่ยังคงแซวลูกสาวไม่หยุดให้ตายเถอะยัยลูกคนนี้ใจคอแกคิดจะส่งค่าเทอมให้เด็กกี่คนเชียวนับวันแกยิ่งทำตัวเหมือนพวกเสี่ยเลี้ยงเด็กไม่มีผิด

"ถ้าหนูหมดก็จะมาเกาะแม่กินนั่นแหละ"

"ยัยลูกคนนี้"

"ฮ่าๆ ขอตัวก่อนนะคะคุณหญิงแม่" แพรวพราวจัดการทำธุระส่วนตัวก่อนจะล้มตัวนอนลงบนเตียงขนาดกว้าง

(คุณพราวคะ)

แจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันหนึ่งเด้งขึ้นมาแพรวพราวอ่านข้อความเหล่านั้นที่แจ้งเตือนมาแต่ไม่ได้กดเข้าไปตอบกลับอะไรโรคขี้เกียจตอบแชทก็แบบนี้แหละเธอยังคงเลื่อนโทรศัพท์ดูอะไรไปเรื่อยจนมีเบอร์แปลกโทรเข้ามา

"ฮัลโหล"

"คุณพราว"

"มีอะไรแล้วนี่เปลี่ยนเบอร์ใหม่เหรอ" คนที่โทรมาเป็นคนเดียวกับที่ส่งข้อความเข้ามา

"ค่ะพรุ่งนี้มาเจอกันหน่อยไหมคะ" ปลายสายถามอย่างลุ้นๆ

"อืมเอาสิที่ไหนล่ะ" ก็ดีเหมือนกันยังไงพรุ่งนี้ก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้วตั้งใจว่าจะไปหานิฤมลแต่ไปก็คงจะกวนเจ้าตัวเปล่าๆ เขาดูรำคาญเธอเธอมองออก

"คาเฟ่คุณพราวได้ไหมคะ"

"กี่โมงคะ"

"ช่วงบ่ายๆ ไหมคะหนูได้หมด"

"งั้นก็บ่ายโมงก็ได้"

"แล้วเจอกันนะคะ"

"ค่ะ"

ว่าจะไม่ออกไปไหนแล้วนะวันนี้แต่สุดท้ายก็ต้องไปก็จะอะไรซะอีกก็เพื่อนตัวดีมันชวนต้องเรียกว่าลากน่าจะเหมาะกว่าลากมานั่งทำรายงานด้วยกันตอนนี้เลยนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่คาเฟ่ที่เธอทำงานนั่นแหละ

และก็ขอภาวนาว่าวันนี้ขอให้คุณพราวไม่ได้เข้ามาคาเฟ่ไม่งั้นคงจะคิดว่าเธอโกหกหรือไม่ไก็หาเรื่องปฏิเสธไม่อยากเจอหล่อนถ้าเลือกได้ก็อยากทำงานอยู่ที่ห้องมากกว่ามันสงบกว่าเยอะแต่มานั่งที่นี่ก็ดีเหมือนกันมีอะไรจะได้ปรึกษากัน

สรุปว่าที่ออกมาดีหรือไม่ดีล่ะเนี่ยเริ่มงงกับตัวเองแล้วเหมือนกัน

"นิวๆ ดูให้เราหน่อยดิมันโอเคหรือยังอะ"

"ไหน" นิฤมลยื่นหน้าเข้าไปดูทำให้ระยะห่างใบหน้าของเธอกับเกวลินห่างกันไม่ถึงคืบ

แชะ!

เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นทำให้นิฤมลละความสนใจจากจอแล็ปท็อปมามองเพื่อนอีกคน

"ถ่ายอะไรอะฟ้า"

"ห๊ะ" ฟ้ารดาทำหน้าเหลอหลาก็ลืมปิดเสียงจะโป๊ะไหมเนี่ย

"เราถามว่าถ่ายอะไร"

"อ๋อก็ถ่ายตัวเองดิ คนอะไรมันสวยจังเลย" คนถูกจับผิดแสร้งเอามือถือมากดถ่ายรูปพร้อมกับชมตัวเอง

"คนอะไรชมตัวเองก็ได้" นิฤมลส่ายหัวให้กับความหลงตัวเองของเพื่อนแล้วกันกลับมาสนใจสิ่งที่เกวลินขอให้ช่วยดูอีกครั้ง

คราวนี้ฟ้ารดาไม่ลืมที่จะกดปิดเสียงก่อนถ่ายรูปพร้อมกับลงไปในโซเชียลโดยให้แคปชั่น

'เพื่อนไม่จริง'

ทำให้หลายคนเแห่เข้ามาคอมเมนต์มากมายล้วนไปในแนวทางเดียวกันหมด

'เอาดีๆ จริงจังปะ'

'ยังไงกันคะเนี่ย #เกวนิว'

'รอไปงานแต่งนะ'

'เฟรนโซนหรือแฟนโซนคะ'

และอีกหลากหลายคนเมนต์จากคนที่รู้จักกัน

แพรวพราวเดินทางมาที่คาเฟ่ของตัวเองในเวลาเกือบบ่ายโมงเมื่อเดินเข้ามาก็ชะงักไปเล็กน้อยไหนบอกอยู่ห้องไม่ไปไหนไง

โกหกกันชัดๆ แล้วถ้าจะนั่งใกล้กันขนาดนั้นไม่นั่งตักกันไปเลยล่ะแล้วที่นั่งเธอว่าเธอเลือกแบบกว้างๆ นะทำไมต้องไปเบียดกันขนาดนั้น

นิฤมลเงยหน้าขึ้นมาแล้วไปสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของแพรวพราวก่อนจะเบี่ยงหลบแสร้งทำเป็นไม่เห็นและหวังว่าเธอคงจะไม่เดินมาทักกันหรอกนะแต่ทำแบบนี้เขาจะเข้าใจว่าเธอไม่อยากเจอหรือเปล่าเธอแค่กลัวว่าจะมีปัญหากับเกวอีกเหมือนตอนที่เจอกันที่ห้าง

ทางด้านแพรวพราวที่เห็นว่าอีกหันหน้าหนีกันราวกับไม่อยากเจอก็คงจะเป็นแบบนั้นเพราะเมื่อวานเขายังบอกจะไม่ออกไปไหนอยู่เลยในตอนแรกที่คิดว่าจะเข้าไปทักตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วไม่ไปดีกว่าเดินมุ่งหน้าไปสั่งกาแฟก่อนจะหามุมนั่งสักที่ในร้านรอคนที่นัดมา

"คุณพราวสวัสดีค่ะ" เสียงเรียกเจ้าของคาเฟ่ทำให้คนที่นั่งทำรายงานอยู่เงยหน้ามามองมันไม่ได้ดังมากแต่เพราะมันเงียบเลยได้ยินก็เขานั่งห่างออกไปแค่สามโต๊ะเอง

"เป็นไงบ้างเรื่องเรียนโอเคไหม"

"โอเคดีค่ะต้องขอบคุณ คุณพราวนะคะที่ให้ทุนการศึกษาหนู" ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะแต่หูมันได้ยินเองนี่อย่าบอกนะว่าคุณเขาให้ทุนผู้หญิงที่เดินเข้ามาใหม่นั่น

เชื่อเขาเลยแสดงว่าถูกชะตากับใครก็พร้อมจะให้เงินเขาหมดเลยล่ะสิคนรวยนี่มันเข้าใจยากเนอะ

 

"เธอเป็นเด็กเรียนเก่งเธอสมควรที่จะได้เรียนต่อ" จำได้ว่าตอนที่เธอเจอวรัญาเขาดูน่าสงสารมาก

แม่ของวรัญาเป็นแม่บ้านอยู่ที่บริษัทของเธอเย็นวันนั้นระหว่างที่เธอกำลังจะกลับบ้านดันไปได้ยินบทสนทนาของแม่ลูกคู้นี้โดยบังเอิญ

"แม่คะดูสิหนูสอบโอเน็ตได้คะแนนเกือบเต็มเลย" เด็กสาวในชั้นมัธยมปลายชูใบผลสอบคะแนนโอเน็ตให้ผู้เป็นแม่ดูอย่างตื่นเต้น

"ลูกสาวแม่เก่งที่สุด"

"แม่คะเรื่องมหาลัย..." บ้านเธอไม่ได้มีฐานะอะไรแค่พอมีพอใช้ให้ผ่านพ้นไปได้ดังนั้นเรื่องการเข้าเรียนต่อมหาลัยจึงเป็นเรื่องยากเพราะมันก็ต้องใช้เงินพอสมควร

ถ้าถามว่าทำไมเธอถึงไม่สอบชิงทุนเธอลองแล้วแต่ว่ามีคนที่ดูจะลำบากกว่าเลยสละสิทธิ์ให้เขาไปจิตใจดีใช่ไหมล่ะ

"เอาไว้เราค่อยคุยกันเนอะ"

"หนูสามารถเรียนไปทำงานไปได้นะคะ หนูสามารถหาเงินจากการวาดรูปได้นะคะแม่" วรัญาพยายามจะบอกกับแม่ว่าให้เธอเรียนต่อเถอะส่วนเรื่องรายจ่ายเธอก็จะช่วยพ่อกับแม่

"เดี๋ยวแม่จะกลับไปคุยกับพ่ออีกที"

"ค่ะ..."

เมื่อคนขี้สงสารอย่างแพรวพราวได้ยินมีหรือที่จะไม่เข้าช่วยแน่นอนว่าเธอได้มีการเรียกคุยกับแม่ของวรัญาโดยตรงว่าเธอจะให้ทุนการศึกษา

ตอนแรกแม่ของเขาดูเหมือนจะไม่ยอมรับในความใจดีแต่สุดท้ายก็น้อมรับเพราะก็เห็นใจลูกสาวเขาเรียนเก่งและสมควรได้เรียนต่อนอกจากเรื่องความเก่งด้านวิชาการแล้ววรัญาก็ยังเก่งด้านศิลปะการวาดรูปเขาจึงใช้ความสามารถนี้ในการหารายได้โดยการรับวาดปกนิยาย

รายได้ดีแต่งานที่ทำออกมามันก็ต้องดีเช่นกันต้องเก็บรายละเอียดต่างๆ ตามที่ลูกค้าบรีฟแต่นั่นก็ไม่ได้เกินความสามารถของวรัญา

"นี่ค่ะหนูให้คุณ" วรัญาหยิบเอาภาพวาดที่เธอตั้งใจวาดมาให้ผู้มีพระคุณใจดีอย่างแพรวพราว

"โอ้ นี่เธอวาดรูปให้ฉันเหรอ" พราวแพรวรับมันมาด้วยความตื่นเต้นเด็กนี่วาดสวยเป็นบ้าเลยวาดออกมาเหมือนเธอมากจริงๆ

"ถึงมันอาจจะเทียบกับเงินที่คุณให้หนูไม่ได้แต่หนูตั้งใจทำมันเลยนะคะ"

"แค่เธอตั้งใจเรียนและทำตามที่เธอฝันแค่นี้ฉันก็คุ้มกับเงินที่ให้เธอแล้ว"

"หนูเรียนจบเมื่อไหร่หนูจะหาเงินมาคืนให้คุณนะคะ"

"ไม่เป็นไรการศึกษาเป็นสิ่งที่เธอควรได้"

คนรวยเขาใช้เงินกันได้แบบไม่ไดต้องคิดอะไรมากอยากจะให้ใครก็ให้แบบนี้น่ะเหรอได้ยินแล้วอยากเกิดเป็นคนรวยอย่างเขาจัง

"นิวชอบเราดูตรงนี้อีกทีได้ไหม"

"..."

"นิว"

"หือ" นิฤมลสะดุ้งก่อนจะหันมาสนใจคนที่เรียกกัน

"มองไรอะ"

"เปล่าไม่มีไร เมื่อกี้เกวว่าไงนะ"

"ดูตรงนี้ให้เราอีกที"

"เราว่ามันก็โอเคแล้วนะ"

"งั้นเหรอ"

"อืมโอเคแล้วฟ้าล่ะเสร็จหรือยังมีไรให้เราช่วยไหม"

"ยังได้อยู่ไม่เป็นไร"

"ถ้างั้นขอกลับก่อนได้ไหมอะ"

"เดี๋ยวเกวไปส่ง"

"ไม่เป็นไร"

"แต่เกวอยากไปส่ง"

"ไม่ต้องลำบากหรอกเดี๋บวเรากลับเอง ขอตัวนะ" คนตัวเล็กรีบตัดบทโดยการเก็บของแล้วรีบเดินออกจากร้านไป

ต้องรอโทรเรียกแท็กซี่อีกเฮ้อคนอยากกลับห้องเดินหลบมุมไปยืนรอในที่ร่มๆ

"จะกลับแล้วเหรอ"

"คุณพราว" คนที่ยืนกดโทรศัพท์สะดุ้งเล็กน้อย

"ว่าไงจะกลับแล้วเหรอ"

"ค่ะจะกลับแล้ว"

"เพื่อนเธอไม่ไปส่งหรือไง" เธอเห็นว่าเขาเดินออกมายืนตรงนี้พักนึงแล้วตอนแรกเข้าใจว่าเพื่อนเขาคงตามออกมาแต่ก็ไม่เห็นมาสักทีเลยออกมาหาน่ะ

"หนูไม่อยากรบกวนเขาค่ะ"

"งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งเอง"

"นิวทำไมไม่รอเราเลย" ตอนแรกก็กะจะไม่ตามออกมาหรอกแต่พอเห็นเจ้านายของนิวเดินมาหามันก็อดไม่ได้อะ

"เกว..."

"มาเราถือให้" เกวลินยื่นมือไปรอรับของ

"ไม่เป็นไรเราจะกลับกับคุณพราว" ถ้าให้เลือกระหว่างคุณพราวกับเกวเธอขอเลือกคุณพราวแล้วกันไม่รู้สิรู้สึกว่าสบายใจกับคุณพราวมากกว่าอยู่กับเกวแล้วมันอึดอัดแปลกๆ

แล้วก็เริ่มรำคาญเขาแล้วด้วยอะ

"แต่เกวอยากไปส่งนี่" คนถูกรำคาญโดยไม่รู้ตัวยังคงดื้อดึงเพราะเมื่อกี้หน้าเสียไปไม่น้อยที่เพื่อนบอกว่าจะไปกับอีกคน

"ฉันว่าเพื่อนเธอก็พูดชัดแล้วนะว่าจะกลับกับฉัน" เห็นแล้วรู้สึกรำคาญแทนคนตัวเล็กเลยตื้อไม่เลิก

"นี่คุณ! ยุ่งไรด้วยวะ" การที่แพรวพราวไพูดไปอย่างนั้นเหมือนเป็นตัวจุดชนวนระเบิดเกวลินเดินพุ่งจะเข้าไปหาคนอายุมากกว่าอย่างเอาเรื่อง

"เกว! " นิฤมลตวาดใส่พร้อมกระชากแขนเพื่อนให้ถอยห่างออกมาจากเจ้านายเธอ

"ไม่ต้องเลยนิวก็ดูเจ้านายนิวพูดดิ" คนถูกดึงตัวพยายามสะบัดตัวออกจากการเกาะกุม

"ฉันอายุมากกว่าเธอควรมีมารยาทบ้างนะ" ปกติเธอไม่เคยอคติกับใครนะแต่พอเป็นเด็กปากมากคนนี้แล้วเธอรู้สึกไม่ชอบเอามากๆ พยายามไม่มองเขาในแง่ร้ายนะแต่ดูปากเขาสิดีใช้ได้

"ก็คุณทำตัวไม่น่าเคารพอะทำไมฉันต้องเคารพด้วย"

"แปลกใจเหมือนกันนะทำไมเธอเลือกคบเพื่อนแบบนี้" แพรวพราวหันไปพูดกับนิฤมล

"แบบนี้มันแบบไหนพูดให้มันดีๆ นะคุณ"

"ฉันรอที่รถนะ" แพรวพราวทำหูทวนลมไม่สนใจคำพูดของเด็กปากมาก

"มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนดิวะ"

"เกว! พอสักทีได้ไหม! " คนตัวเล็กตวาดเสียงดังลั่นจนคนที่อารมณ์ร้อนหยุดการเคลื่อนไหวลง

"..."

"เป็นบ้าอะไรอะไปพูดแบบนั้นกับคุณพราวได้ไง" นี่ไงเหตุผลที่ไม่อยากให้เจอกันอะครั้งนี้มันรุนแรงกว่าครั้งที่แล้วมากๆ ด้วยแค่ครั้งก่อนคุณพราวก็ดูไม่ชอบใจเกวแล้วครั้งนี้คงจะเกลียดไปเลยแน่ๆ

"นิวก็เข้าข้างเจ้านายนิวอะ เราเพื่อนนิวนะ"

"เกวเองปะที่ทำไม่ถูกยังไงคุณพราวเขาก็โตกว่าอะเกวไปพูดแบบนั้นได้ไง"

"..."

"เป็นอะไรของแกวะแล้วเราบอกแล้วปะว่าจะกลับเอง"

"เราขอโทษเราแค่เป็นห่วงนิวอะ"

"ไม่ต้องห่วงเราหรอกห่วงตัวเองดีกว่าคุณพราวดูไม่ชอบใจเกวมากๆ นะ"

"แล้วไงเกวไม่ผิดนะเขาพูดแบบนั้นกับเกวก่อน"

"ถ้าเกวยังยืนยันว่าตัวเองไม่ผิดเราว่าเกวควรกลับไปพิจารณาตัวเองใหม่นะเราไม่อยากมีเพื่อนแบบนี้อะ" รู้แหละว่าที่ตัวเองพูดออกไปมันแรงมากแต่ที่เกวพูดกับคุณพราวมันก็แรงมากเหมือนกัน

"..." คนถูกว่าทางอ้อมอย่างเกวลินถึงกับยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกไม่เคยเจอนิฤมลในรูปแบบนี้เลย

"เอาเป็นว่าถ้าคิดได้ก็ไปขอโทษคุณพราวด้วยนะเราก่อน" คนตัวเล็กทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะรีบวิ่งไปหาเจ้านายที่รอเธอยู่ลานจอดรถ

"หนูขอโทษแทนเพื่อนหนูเมื่อกี้ด้วยนะคะ"

"ไม่เป็นไรคนที่มีการศึกษาคงไม่แสดงกิริยาท่าทางคำพูดแบบนั้นหรอก" คนหน้าสวยพูดด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ทุกข์ร้อนอะไร

"..." คนฟังอย่างนิฤมลรู้สึกหน้าชากับคำพูดของแพรวพราวนี่ขนาดคนถูกว่าไม่ใช่เธอยังรู้สึกเจ็บแทนขนาดนี้เลยหากคนที่ถูกคุณเขาว่าแบบนี้ต่อหน้าจะเป็นยังไง

"แล้วเธอก็ไม่ต้องขอโทษแทนคนแบบนั้นหรอกคำพูดของคนแบบนั้นมันไร้ค่าเกินไปที่เธอจะขอโทษแทนกับการกระทำสิ้นคิดของเขา" ประโยคเมื่อกี้ว่าเจ็บแล้วเจอประโยคนี้เธอแทบจะเกือบลืมหายใจเลยเธอว่าเธอพูดกับเกวแรงแล้วนะมาเจอคุณพราวแล้วคำพูดเธอดูซอฟไปมากเลย

นี่สินะที่เขาบอกว่าด่าแบบผู้ดีมันรู้สึกเจ็บมากกว่าด่าด้วยคำหยาบ

"แวะทานข้าวหน่อยไหม" เธอเห็นคนตัวเล็กที่นั่งข้างๆ ดูหน้าซีดกับคำพูดของเธอเลยชวนเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า

"คุณหิวหรือเปล่าคะ"

"นี่ฉันถามเธออยู่นะ"

"ก็ถ้าคุณหิวหนูก็จะนั่งทานเป็นเพื่อนค่ะ"

"จริงๆ ก็พึ่งจะกินข้าวก่อนออกจากบ้านมา" ก็ก่อนจะออกจากบ้านมาเธอกินข้าวมาแล้วเพราะคุยกับวรัญาเสร็จก็ว่าจะไปที่ที่หนึ่งต่อจะได้ไม่เสียเวลา

"ก็แปลว่าอิ่มแล้วใช่ไหมคะ"

"อืมถึงถามไงว่าเธอหิวหรือเปล่า"

"หนูก็พึ่งทานไปแล้วเหมือนกันค่ะ"

"แล้วมาทำรายงานกับเพื่อนเหรอ"

"ค่ะแต่ตอนนี้ทำเสร็จแล้วก็ไม่ได้อยากออกมาหรอกค่ะแต่พวกนั้นลากมา"

"งั้นก็ว่างแล้วสิ"

"ก็ค่ะว่างแล้ว"

"ไปที่ที่หนึ่งเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม" ก็ไหนๆ เธอก็ว่างแล้วนี่งั้นก็ไปที่ที่หนึ่งเป็นเพื่อนกันหน่อยสิไปคนเดียวมันเหงาๆ ภึงแม้ทุกทีก็จะไปคนเดียวก็เถอะ

"ที่ไหนคะ"

"เดี๋ยวก็รู้เองแค่บอกมาว่าจะไปหรือไม่ไป"

"ถ้าคุณไม่บอกหนูก็ไม่ไปค่ะ"

"เธอนี่ดื้อจริงๆ เลยอะถึงแล้วก็รู้เองแหละหน่าเอาเป็นว่าไปเนอะ" คนหน้าสวยพูดตกลงเองอะไรเองเสร็จสรรพก็เริ่มเคลื่อนรถออก

ใครกันแน่ที่ดื้ออะเธอยังไม่ทันตกลงเลยว่าจะไปด้วยแล้วจะพาไปไหนก็ไม่ยอมบอก

"ฉันไม่พาเธอไปขายหรอก ตัวเล็กแค่เนี้นจะไปทำไรได้"

"อะไรคะว่าหนูเตี้ยเหรอ" ที่ว่าเธอดื้อยังไม่เคลีบยร์นี่ว่าเธอเตี้ยด้วยเหรอ

"เปล่า"

"ก็เมื่อกี้คุณพูด"

"ฉันพูดแค่ตัวเล็กไม่ได้พูดว่าเตี้ย"

"ความหมายมันก็เหมือนกันนะคะ" มันก็เหมือนๆ กันไม่ใช่เหรอตัวเล็กกับตัวเตี้ยน่ะ

"ไม่เหมือนตัวเล็กก็ตัวเล็ก เตี้ยก็เตี้ยสิ" จะหาว่าเธอว่าเขาว่าเตี้ยให้ได้เลยใช่ไหมเนี่ยตัวเล็กก็ส่วนตัวเล็กสิเตี้ยก็ส่วนเตี้ยไม่เหมือนกันแล้วตัวเล็กๆ ไม่ชอบหรือไงมันก็น่ารักดีไม่ใช่เหรอ

"ตัวเล็กก็หมายถึงพวกเอวเธอแขนขาเธอเล็กส่วนเตี้ยก็หมายถึงส่วนสูงน้อย เหมือนกันตรงไหน" แพรวพราวพยายามอธิบายให้คนข้างๆ ฟังว่าเธอไม่ได้จะว่าเขาว่าเตี้ยหรืออะไรเลยนะ

คนถูกแซวว่าตัวเล็กทำหน้าหรี่ตามองคนข้างๆ พร้อมกอดอก

"ตาเป็นไรน่ะ" ก็ไอ้เด็กข้างๆ เธอมันหรี่ตาหยิบๆ อะไรก็ไม่รู้เจ็บตาหรือว่าอะไรเข้าตาล่ะนั่น

"คุณพร๊าว" คนตัวเล็กพูดเสียงสูงใส่คนที่แซวกันไม่เลิก

"ก็เห็นหรี่ตาหยิบๆ ก็คิดว่าเจ็บตา"

"ไม่ใช่สักหน่อยหนูไม่คุยด้วยแล้วค่ะ"

"อ่าวนี่ฉันผิดอะไรเนี่ย" เธอคิดว่าเด็กมันเจ็บตาจริงๆ นะไม่ได้จะแกล้งหรืออะไรเลย

"คุณแกล้งหนู" คนอายุน้อยแถมยังตัวเล็กกว่าพูดงอนๆ เดี๋ยวก็แซวนู่นแซวนี่ขี้แกล้งชะมัด

"แกล้งอะไรยังไม่ทันทำอะไรเลยนะ"คิดก็ยิ่งเครียด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น