Meet at cafe

ตอนที่ 1 : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 ก.ค. 63

Meet at the Cafe #คุณพราว

           Chapter 1

               ::::

ชีวิตของเด็กสาวคนหนึ่งในวัยสิบเก้าปีที่สามารถทำงานเสริมเพื่อช่วยประหยัดรายได้ของที่บ้านควบคู่กับเรียนไปด้วยนั้นเหนื่อยไม่น้อย

เรียนเสร็จไปทำงาน ทำงานเสร็จกลับห้องนอนไหนจะค่าใช้จ่ายต่างๆ อีกครอบครัวเธอก็ไม่ได้ขัดสนอะไร

เพียงแต่ตัวเธอเองอยากจะช่วยที่บ้านให้ได้มากที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้

นี้ก็ใกล้ช่วงเวลาที่จะปิดคาเฟ่แล้วตอนนี้พนักงานในร้านทุกคนต่างช่วยกันเก็บกวาดเช็ดถูตามโต๊ะสำหรับให้บริการลูกค้าคาเฟ่แห่งนี้กว้างพอสมควรตึงมีพนักงานมากมายหลายคน

"นิวเดี๋ยววันพรุ่งนี้เรามาร้านเร็วหน่อยนะ"

"ทำไมล่ะคะมีอะไรหรือเปล่า" นิฤมลเด็กสาวในวัยสิบเก้าปีถามรุ่นพี่ที่เป็นพนักงานประจำของคาเฟ่แห่งนี้

"พรุ่งนี้คุณพราวจะเข้ามาเช็กร้านจ้ะ"

"คุณพราวเจ้าของร้านน่ะเหรอคะ"

"อืมใช่ เราก็มาก่อนเวลาสักสองชั่วโมงเราจะได้ช่วยกันเช็กก่อนรอบหนึ่ง"

"ได้เลยค่ะพี่"

"จ้ะ วันนนี้เราก็กลับได้เลยนะพรุ่งนี้มีเรียนเช้านิ"

"งั้นหนูขอตัวนะคะ สวัสดีค่ะ"

"กลับดีๆ ล่ะ ระวังตัวด้วย"

"ค่ะพี่" นิฤมลบอกลาพนักงานรุ่นพี่ก่อนจะขอตัวเพื่อกลับห้องพัก

กว่าจะได้กลับถึงห้องก็กินเวลาไปมากโขเสียเวลาตรงโบกรถแท็กซี่ไปเกือบชั่วโมงเลยล่ะถึงห้องก็ปาไปสี่ทุ่มแล้วโชคดีที่วันนี้ไม่ได้มีงานที่อาจารย์สั่งมากมายนัก

นิฤมลรีบจัดการตัวเองเข้าไปอาบน้ำแล้วทานอาหารค่ำง่ายๆ อย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก่อนจะมานั่งทำงานให้เสร็จสิ้นแล้วจึงเข้านอน

"จบคลาสสักที เบื่อแทบตายแล้ว" เกวลินพูดพลางบิดขี้เกียจ

"วันนี้มีหนังเข้าใหม่ไปดูกันปะ" ฟ้ารดาช่วยเพื่อนทั้งสองคนไปดูหนังเนื่องจากเห็นว่าวันนี้มีเรื่องใหม่มา

"เออๆ ไปกันนิวไปไหม"

"ฟ้ากับเกวไปกันเลยวันนี้เรารีบไปร้านน่ะ"

"เริ่มงานตอนบ่ายสามไม่ใช่เหรอ นี่พึ่งเที่ยงเอง" เกวลินถามอย่างสงสัย

"พอดีเจ้าของร้านเขาจะมาตรวจดูน่ะ พี่ปิ่นเลยให้ไปช่วยงานก่อน"

"ให้เกวไปส่งไหม"

"ไม่เป็นไรเกวไปดูหนังเถอะ เราไปเองได้สบายมาก"

"ฟ้าแกไปรอที่หน้าโรงหนังเลยเดี๋ยว เราไปส่งนิวก่อน" เกวลินพูดก่อนจะจูงมือนิฤมลตามไปที่รถทางด้านฟ้ารดาเองก็ไม่ได้ว่าอะไรกลับเอ็นดูทั้งคู่เสียอีกคนหนึ่งก็ชอบที่จะใส่ใจใส่ดีคนหนึ่งก็ขี้เกรงใจ

และแน่นอนว่าฟ้ารดามองออกว่าแท้จริงแล้วเกวลินไม่ได้อยากเป็นเพียงแค่เพื่อนกับนิฤมลไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแท้จริงแล้วนิฤมลรู้ไหมว่าเกวลินมีใจให้หรือว่ารู้แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้

"จริงๆ เราไปเองได้นะไม่อยากรบกวน"

"รบกวนอะไรกัน เกวยินดี"ง

"เราเกรงใจ"

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกเราก็เพื่อนกัน หรือจะเป็นมากกว่านั้นก็ได้นะเกวยินดีมาก" เกวลินหันไปยิ้มให้ก่อนจะเปิดประตูรถข้างฝั่งคนขับให้นิฤมล

"ขอบใจนะ"

"ด้วยความยินดีค่ะ" ร่างสูงของเกวลินรีบวิ่งกลับไปขึ้นรถทางฝั่งคนขับก่อนจะยื่นตัวไปคาดเข็มขัดนิรภัยให้อีกคน

"อะ เอ่อ..." นิฤมลดูเลิ่กลั่กและตกใจกับการกระทำของอีกฝ่าย

"โทษทีเกวคงทำให้นิวอึดอัด"

"ไม่ใช่แบบนั้น อ่า...เราแค่ตกใจน่ะ"

"โล่งอกไปที คิดว่านิวรังเกียจกันซะอีก"

"เกวเป็นเพื่อนเรานะ เราไม่เกลียดเธอหรอก"

"รู้แล้วหน่าว่าเพื่อน นี่ก็ย้ำจัง" เกวลินบ่นอุบอิบกับตัวเอง

"เกวพูดว่าอะไรน่ะเราไม่ได้ยิน"

"อ๋อเกวบอกว่าดีใจที่มีนิวเป็นเพื่อน"

"นิวดีใจที่มีเพื่อนอย่างเกว" นิฤมลพูดตอบด้วยรอยยิ้ม

"ขอบคุณที่มาส่งนะ ขับรถดีๆ ล่ะ" เมื่อลงจากรถแล้วนิฤมลก็ไม่รีบที่จะขอบคุณในน้ำใจไมตรีของร่างสูง

"วันนี้เลิกดึกหรือเปล่าให้เกวมารับไหม"

"ไม่เป็นไรเราเกรงใจ"

"เลิกกี่โมงล่ะ"

"หกโมงน่ะ"

"งั้นเดี๋ยวประมาณห้าโมงเกวจะมารอนะ" ไม่ทันที่เธอจะได้ตอบปฏิเสธเกวลินก็ขับรถออกไปแล้ว

"สวัสดีค่ะพี่ปิ่น"

"มาแล้วเหรอ เห็นรถแวบๆ ใครมาส่งล่ะ"

"เพื่อนค่ะ วันนี้เกวมาส่ง"

"อ๋อ เดี๋ยวเราไปเช็กของเถอะว่าเราต้องเติมของอะไรบ้าง"

"ค่ะพี่ เอ่อแล้วคุณพราวเขาจะเข้ามาตอนไหนคะ"

"เดี๋ยวก็มาแล้วล่ะ ไม่ต้องกังวลไปคุณพราวเธอใจดี"

"ได้ยินแบบนี้หนูก็โล่งใจค่ะ กลัวโดนดุ"

"ตอนนี้เราจะโดนพี่ดุแทน ไปทำงานได้แล้วไป"

"ค่ะ" นิรฤมลพูดตอบอย่างอารมณ์ดีก่อนจะไปทำหน้าที่ตามที่พี่ปิ่นมอบหมายให้

กรุ้ง กริ้ง~~

"คุณพราวสวัสดีค่ะ" ธัญชนกกล่าวทักทายเจ้าของร้าน

"อืม ที่ร้านเป็นไงบ้างโอเคดีใช่ไหม"

"ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ นิวมาหาพี่หน่อย"

"มีอะไรคะพี่ปิ่น" นิรฤมลรีบวิ่งตาตื่นมาหาธัญชนก

"คุณพราวคะนี่น้องนิวพนักงานพาร์ทไทม์ค่ะ นิวนี่คุณพราวเจ้าของร้าน"

"สวัสดีค่ะคุณพราว"

"อืม ทำงานโอเคดีใช่ไหม"

"น้องเขาทำงานได้ดีมากค่ะคุณพราว" ธัญชนกตอบแทนเธอเห็นว่าน้องยังดูงงๆ

"ฉันหมายถึงเธอโอเคที่จะทำงานที่นี่ตลอดไปไหม"

"คือหนูยังเรียนอยู่ค่ะ"

"อ่าวเหรอ เรียนคณะอะไรล่ะ"

"บริหารค่ะ"

"อืม" แพรวพราวพูดก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะประจำเป็นที่ทราบกันว่าคุณเขาต้องการดื่มกาแฟและตรวจดูร้านไปด้วย

คุณเขาชอบทานกาแฟและเค้กเอามากจึงลองเปิดคาเฟ่นี้เล่นๆ

ใช่แล้วทุกคนอ่านไม่ผิดหรอกคุณเขาแค่เปิดเล่นๆ ถึงแม้จะบอกว่าลองดูเล่นๆ แต่ก็เช็กรายละเอียดทุกอย่างเข้ามาดูร้านเกือบทุกสัปดาห์เลยก็ว่าได้

"ไม่ต้องเกร็งนะคุณพราวเธอใจดี"

"ค่ะพี่" นิฤมลได้แต่ยิ้มแหย่ๆ

"เดี๋ยวเราเอาอันนี้ไปเสิร์ฟให้คุณพราวด้วยนะ" ธัญชนกยื่นถาดเครื่องดื่มและเค้กส่งต่อให้นิฤมลเป็นคนนำไปเสิร์ฟ

"ค่ะ" นิฤมลมองไปยังมุมที่แพรวพราวนั่งอยู่ใบหน้าสวยที่นิ่งงันทำให้เธอนึกหวั่นเกรงไม่น้อยได้แต่หวังว่าคุณเขาจะใจดีอย่างที่พี่ๆ เขาพูดกัน

"ขออนุญาตเสิร์ฟนะคะ"

แพรวพราวละสายตาจากด้านนอกหันมามองบุคคลมาใหม่

"นั่งก่อนสิ"

"ค คะ"

"นั่งลงก่อนสิ"

"เอ่อ..ค่ะ" นิฤมลเริ่มทำตัวไม่ถูกจู่ๆ ก็บอกให้นั่งลงเธอจะโดนดุอะไรหรือเปล่าก่อนจะมองไปยังใบหน้าสวยของคุณเขา คุณเขาเป็นผู้หญิงที่สวยเอามากๆ ขนาดที่ว่าเธอก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันยังชอบเลย

"ทำไมถึงมาทำงานที่นี่เหรอ"

"หนูอยากช่วยลดค่าใช้จ่ายของที่บ้านค่ะ"

"บ้านเธอมีปัญหาเรื่องเงินเหรอ"

"เปล่าหรอกค่ะหนูแค่อยากช่วยพวกท่าน พวกท่านก็จะได้ไม่เหนื่อยมากค่ะ"

"แต่เธอเหนื่อยเองนะเหรอ"

"ทำงานแค่นิดหน่อยไม่ได้เหนื่อยมากหรอกค่ะ"

"ฉันเลี้ยงเธอได้นะ"

"นิวรับลูกค้าหน่อย" เสียงของธัญชนกที่พูดขึ้นเหมือนช่วยเธอออกจากสถานการณ์ชวนอึ้งของคนตรงหน้า เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณเขาคิดอะไรถึงจู่ๆ มาบอกว่า 'ฉันเลี้ยงเธอได้นะ'

"ค่ะพี่ปิ่น! หนูต้องขอตัวก่อนนะคะ"

"อืม"

นิฤมลขอตัวแล้วเดินไปรับเมนูกับลูกค้าโต๊ะอื่นๆ ก่อนจะเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์เพื่อบอกออร์เดอร์

"คุยอะไรกับคุณพราวเหรอ" ธัญชนกถามด้วยความอยากรู้

"เอ่อ...เอ่อเขาแค่ถามว่าทำไมมาทำงานที่นี่"

"หืม" แปลกคำเดียวในหัวตอนนี้ของธัญชนกคือแปล

"เดี๋ยวหนูว่าหนูไปล้างจานหลังร้านดีกว่า" นิฤมลบอกก่อนจะเลี่ยงตัวไปทางหลังร้านดีกว่า

ช่วงเวลาดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาเลิกงานของนิฤมลร่างสวยของแพรวพราวยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

"พี่ปิ่นคะ หนูกลับก่อนนะคะ"

"อ่าว กลับแล้วเหรอ"

"ค่ะพี่ เกวมารอแล้ว" เมื่อครู่เขาพึ่งโทรมาบอกว่าจอดรออยู่ที่จอดรถของร้านแล้ว

"กลับดีๆ ล่ะ"

"เช่นกันค่ะพี่"

"กลับแล้วเหรอ" เสียงหวานติดนิ่งถามเธอ

"เอ่อค่ะ....คุณก็จะกลับแล้วเหรอคะ" นิฤมลถามกลับแอบสังเกตว่าคุณเขาเดินถือกระเป๋ามาด้วย

"อืม ให้ไปส่งไหม"

"ไม่เป็นไรค่ะ คือเพื่อนหนูมารับแล้วขอตัวก่อนนะคะ"

"กลับดีๆ "

"อ่าเช่นกันนะคะสวัสดีค่ะ" นิฤมลเอ่ยก่อนจะพาร่างเล็กๆ ของตัวเองไปที่ลานจอดรถเมื่อเห็นรถที่คุ้นเคยก็เปิดขึ้นมานั่งทันที

"มาแล้วเหรอ" เกวลินหันมาถามด้วยรอยยิ้ม

"รอนานไหม จริงๆ ไม่ต้องมารับเราก็ได้"

"นิวก็รู้ว่าเกวเต็มใจ"

"อ่าขอบใจนะ"

"หิวหรือเปล่าแวะทานข้าวกันก่อนดีไหม"

"ไม่เป็นไรเราอยากรีบกลับไปนอนพักแล้ว"

"แต่เราหิวอะ"

"งั้นแวะร้านอาหารแถวนี้ก่อนก็ได้" เธอไม่อยากจะไปหรอกแต่เห็นแก่น้ำใจที่เขาอุตส่าห์มารับมาส่งกัน

"โอเคเลย" เกวลินยิ้มออกเมื่อเพื่อนสนิทยอมตามใจเธอ

"นิวอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม"

"เรากินอะไรก็ได้แล้วแต่เกวเลย"

"อืมงั้นข้าวขาหมูไหม"

"เกวไม่เบื่อบ้างเหรอตอนอยู่มหาลัยเราก็เห็นเกวกินแต่ข้าวขาหมู"

"ไม่เบื่อหรอกมีคนเคยบอกเกวว่ามันอร่อย" แล้วใครคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนก็เป็นบุคคลที่นั่งข้างเธอนี่แหละแต่เจ้าตัวคงลืมไปแล้วล่ะมั้ง

"แบบนี้นี่เอง"

"พรุ่งนี้วันหยุดนิวต้องไปทำงานไหม" เกวลินที่เห็นว่าบรรยากาศในรถมันเงียบเกินไปจึงหาเรื่องชวนคุย

"ไปแต่เกวไม่ต้องไปรับไปส่งเราหรอก" นิฤมลพูดดักทางเอาไว้ก่อนแล้วจากเกรงใจมันเริ่มเปลี่ยนเป็นอึดอัดบ้างแล้วเขาดูแลเทคแคร์เธอมากเกินไป

"เราเต็มใจนิวก็รู้"

"แต่นิวไม่อยากรบกวน" นิฤมลพยายามอธิบายให้อีกคนเข้าใจอย่างใจเย็นไม่ใช่ไม่ชอบแต่ว่ามันมากไป

"แต่เกว...."

"เราอึดอัดนะเกวเอาใจใส่เรามากเกินไป"

"อ อ๋อ" เกวลินถึงกับชะงักเมื่อได้ยินสิ่งที่ร่างเล็กบอกกันปกติผู้หญิงชอบการโดนเอาใจใส่มากๆ ไม่ใช่หรอกเหรอแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่สำหรับนิฤมลแล้วคนหนึ่ง

"คือเราหมายถึงเราเกรงใจเกวมากๆ " ร่างเล็กรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นหน้าคนข้างกันซึมลง

"เกวเข้าใจ"

"เราก็ขอให้เกวเข้าใจอย่างที่เราหมายถึงนะ"

"เกวเข้าใจเราซื้อกลับไปทานดีกว่าเนอะ"

"อืม"

"เดี๋ยวเกวลงไปซื้อให้นะ ข้าวขาหมูเหมือนกันใช่ไหม"

"อืม ขอบคุณนะ" เกวลินถามก็หายลงจากรถไปสักพักก็กลับมาพร้อมกับข้าวขาหมูสองกล่อง

"อะ ของนิวเราเลี้ยงเอง" เกวลินพูดพร้อมยื่นกล่องข้าวให้

"ขอบคุณนะแต่เราว่าเกวให้เรามากไปแล้ว"

"เราเป็นเพื่อนกันนี่"

"ยังไงเราก็ตอบขอบคุณเกวมากๆ นะ"

"ไม่เป็นไรเลยเรายินดี" วันๆ หนึ่งคำว่าไม่เป็นไรที่ออกมาจากปากของเกวลินนั้นมีมากมายจนนับไม่ถ้วน

"นี่ก็เริ่มดึกแล้ว ขับรถดีๆ นะเกว" นิฤมลเอ่ยลาเมื่อเพื่อนมาส่งตนถึงที่หมายแล้วเธอให้เขาส่งเพียงด้านล่างก็พอ

"อืมฝันดีนะนิว"

"เหมือนกันนะบ่าย" ร่างเล็กคลี่ยิ้มก่อนจะโบกมือให้อีกคน

เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทขับรถออกไปไกลแล้วนิฤมลจึงพาร่างของตนขึ้นห้องพักอยากนอนจะแย่แล้ว งื้อเหนื่อยอ่าแต่ก็ได้แค่บ่นในใจได้นอนพักก็หายเหนื่อยแล้วสู้ๆ นะเจ้านิว การให้กำลังใจตัวเองสำคัญที่สุดคุณครูแนะแนวสมัยมัธยมท่านแนะนำมาและเธอก็นำมันมาใช้จนถึงทุกวันนี้

วันนี้วันเสาร์ถึงมหาลัยจะหยุดแต่งานที่ร้านคาเฟ่ไม่หยุดเธอหยุดแค่วันอาทิตย์วันเดียวสภาพเธอดูไม่เหมือนพนักงานพาร์ทไทม์เลยดูเหมือนพนักงานประจำเข้าไปทุกทีๆ โชคดีที่วันนี้เข้างานตอนเที่ยงไม่ต้องตื่นเช้า

"พี่ปิ่นสวัสดีค่ะ" เมื่อมาถึงนิฤมลไม่ลืมที่จะทักทายพี่ที่เป็นผู้จัดการคาเฟ่แม้เธอจะพึ่งเข้ามาทำงานได้หนึ่งสัปดาห์แต่ก็สามารถปรับตัวได้ดีในระดับหนึ่ง

"มาพอดีเลยเอานี่ไปเสิร์ฟคุณพราวที"

"อ่าค่ะ" คุณเขามาดูร้านอีกแล้วเหรอแต่มันร้านเขานี่น่าไม่แปลกที่จะเข้ามาทุกวัน

"สวัสดีค่ะ ขออนุญาตนะคะ" นิฤมลพูดก่อนจะนำเครื่องดื่มวางให้ที่โต๊ะ

"คิดว่าวันนี้จะไม่มาซะอีก" ร่างเล็กถึงกับชะงักเล็กน้อยกับคำพูดของคุณเขา

"ทานข้าวเที่ยงหรือยัง"

"เอ่อ...ยังค่ะปกติหนูจะทานหลังเลิกงาน" นิฤมลตอบอย่างประหม่า

"ทำไมไม่ทานล่ะก่อนเข้างานมัวทำอะไร"

"อ๊ะ! คุณจะพาหนูไปไหนคะ" ร่างเล็กร้องเสียงหลงที่จู่ๆ คุณเขาก็ลากเธอออกไปนอกร้าน

"พาเธอไปกินข้าวไง ไม่อยากเห็นพนักงานร้านฉันเป็นลมตายเอาหรอกนะ"

"ไม่เป็นไรค่ะปกติหนูไม่ทานข้าวเที่ยงอยู่แล้ว" รีบปฏิเสธแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะเธอโดนคุณเขาจับยัดเข้ารถเรียบร้อยแล้ว

"เธออยู่ได้ไงกันไม่กินข้าวเที่ยง" ไม่วายบ่นคนตัวเล็กอีกรอบ

อยู่ได้ไงหนูก็ไม่รู้แต่มันอยู่ได้ไปแล้วนี่น่า

"อยากทานอะไร"

"คือหนู...." เด็กสาวกำลังคิดหาข้ออ้างมันไม่ชินเอาเสียเลยเราพึ่งเจอกันครั้งแรกเมื่อวานวันนี้คุณเขาจะพาเธอไปกินข้าวกันสองคนถึงจะเป็นเจ้านายก็เถอะ

"เอาเป็นอาหารญี่ปุ่นแล้วกัน" เมื่อเห็นท่าทีของคนตัวเล็กเธอจึงตัดสินใจเอาเองเสร็จสรรพ

"หนูไม่มีเงินจ่ายหรอกนะคะคุณพราว"

"แล้วใครว่าจะให้เธอจ่ายล่ะ"

"คุณกลับไปส่งหนูที่คาเฟ่เถอะค่ะ หนูเกรงใจ"

"เผอิญว่าฉันชอบใช้เงินน่ะ"

"คะ? " ชอบใช้เงินแล้วเกี่ยวอะไรกับเธอกันเล่า

"ฉันสามารถเลี้ยงเธอได้นะ"

"ว่ายังไงเมื่อวานเธอก็ยังไม่ตอบฉันเลยนะ"

"หมายความว่าไงคะ"

"จะหมายความว่าไงอีกล่ะ ฉันก็หมายถึงฉันเลี้ยงเธอได้นะ" โง้ยไม่ใช่แบบนี้สิมันประโยคเดิมชัดๆ

"ไม่แกล้งแล้วเอาจริงๆ ฉันรู้สึกถูกชะตากับเธอไม่รู้สิบอกไม่ถูก"

"แค่รู้สึกถูกชะตาคุณก็อยากเลี้ยงหนูเลยเหรอคะ" นิฤมลอึ้งกับคำตอบแบบนี้ถ้าเกิดไปถูกชะตากับใครคุณเขาไม่ขอเลี้ยงหมดเลยหรือไง

"ทำไมไม่ได้เหรอ"

"หนูก็ไม่รู้สิคะมันเหมือนเป็นเด็กเสี่ยไหมคะ" ร่างเล็กถามด้วยความอยากรู้ถ้าเป็นเหมือนเด็กเสี่ยแบบนั้นเธอไม่โอเคเอามากๆ

"เธอคิดไปถึงไหนกัน ฉันแค่อยากจ่ายค่าเทอมให้เธอเห็นว่าเธอเป็นเด็กขยัน" แพรวพราวขำออกมาเด็กบ้านี่คิดอะไรไปไกลเชียว

"หนูน่ะเหรอคะขยัน" เด็กสาวชี้นิ้วเข้าหาตัวเองที่เธอไม่กินข้าวเที่ยงเธอเพราะขี้เกียจแบบนี้เรียกขยันของคุณเขาเหรอ

"อืมก็ใช่น่ะสิดูขยันดีเมื่อวานเธอก็มาทำงานทั้งชุดมหาลัยนี่"

"มีเรียนเช้าค่ะแล้วหนูขี้เกียจกลับไปเปลี่ยนชุด" เธอพูดเพื่อให้คุณเขาเข้าใจใหม่ว่าเธอไม่ได้ขยันอย่างที่คุณเขาคิดเลยสักนิด

"อ่าวเหรอ แต่ยังไงเธอก็ยังดูขยันในสายตาฉันอยู่ดี"

"ตกลงว่าไงถือซะว่าฉันให้ทุนการศึกษาเธอแบบนั้นก็ได้"

"หนูเกรงใจค่ะ ขอบคุณสำหรับน้ำใจนะคะ"

"ผู้ใหญ่ให้ของไม่ควรปฏิเสธไม่รู้เหรอ"

"แต่ของที่คุณให้มันมากเกินไปค่ะหนูรับไว้ไม่ได้หรอก"

"งั้นเอาแบบนี้ไหมถ้าวันไหนเธอว่างๆ ก็ไปช่วยฉันทำงาน"

"หนูก็ทำอยู่นะคะ"

"หมายถึงงานที่บ้าน"

"คุณไม่มีคนรับใช้เหรอคะ"

"เธอกำลังกวนฉันอยู่หรือเปล่า" เด็กคนนี้ดูเหมือนว่าจริงๆ แล้วจะไม่เหมือนที่เธอคาดเอาไว้เลยต่อปากต่อคำก็เก่ง

"หนูเปล่านะคะหนูแค่ถามตามที่คิด"

"จะยังไงก็ชั่ง ฉันจะจ่ายค่าเทอมให้เธอเอง"

"แต่หนูเกรงใจนะคะ ที่คุณทำมันมากไปค่ะ"

"แล้วแบบไหนถึงจะไม่มากไปล่ะ ฉันให้เงินเธอใช้รายเดือนดีไหม"

"นั่นยิ่งไปใหญ่เลยค่ะ คุณทำแบบนี้กับทุกคนที่ถูกชะตาเหรอคะ"

"ไม่นะ มีเธอคนแรกที่ฉันถูกชะตา"

"หนูขอบคุณนะคะที่เอ็นดูหนู" ร่างเล็กกล่าวขอบคุณจากใจจริงถึงอย่างไงเธอก็ไม่สามารถรับน้ำใจจากอีกฝ่ายได้อยู่ดี

"ใครบอกฉันเอ็นดูเธอ"

"ถูกชะตากับเอ็นดูมันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ"

"สำหรับฉันไม่เหมือน" ยอมคุณเขาเลยมีใครเป็นเหมือนคุณเขาบ้างล่ะเนี่ยปวดหัวเลย

"แต่สำหรับหนูมันเหมือนกันค่ะแล้วหนูก็ขอไม่รับน้ำของจากคุณ"

"ถ้าเธอไม่รับในน้ำใจของฉัน ฉันจะไล่เธอออก" แพรวพราวไม่ชอบใจนักที่เด็กนี่เอาแต่ปฏิเสธกัน ก็เธออยากช่วยอะผิดหรือไงทำไมเด็กเดี๋ยวนี้ชอบปฏิเสธความหวังดีกันนะ

"หนูก็จะไปหางานใหม่ค่ะ" ร่างเล็กตอบอย่างหนักแน่น

"โอเคฉันยอมแพ้เธอแล้ว ไม่ก็ไม่"

"ค่ะ" นิฤมลหันมายิ้มให้ก่อนจะหันไปสนใจด้านนอกรถตามเดิม

ทางด้านแพรวพราวที่หันไปเห็นเด็กนั่นยิ้มให้เธอใจมันก็สั่นเหมือนแผ่นดินไหวเลยให้ตายสิ

"ช่วยหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าให้หน่อยสิ" หญิงสาวขอความช่วยเหลือเธอไม่สามารถเปิดกระเป๋าออกได้เธอขับรถอยู่นี่น่า

"นี่ค่ะ" ร่างเล็กหยิบโทรศัพท์ให้อย่างเร่งรีบสายตามันก็แอบไปเห็นรายชื่อของคนโทรมา 'เจ้าพริม' แฟนล่ะสิหรือไม่ก็เด็กคนอื่น

"ฮัลโหลว่าไงพริม"

"พี่พราวว่างไหมคะ"

"ตอนนี้เหรอ...ไม่ว่างเลย" แพรวพราวชำเลืองมองเด็กด้านข้างก่อนจะตอบคนปลายสาย

"อ๋อค่ะ"

"เรามีอะไรหรือเปล่าคะ"

"พี่นาชวนทานข้าวค่ะ"

"เอาไว้วันหลังแค่นี้นะ พี่ขับรถอยู่"

"ว่างเมื่อไหร่ก็บอกเจ้านายหนูบ้างนะ น้อยใจจะแย่แล้วนั่น"

"ค่ะถ้าว่างจะรีบติดต่อไปเลย"

"ค่ะพริมไม่กวนแล้ว"

"เก็บใส่กระเป๋าให้หน่อยสิ" แพรวพราวยื่นมือถือส่งกลับให้คนตัวเล็ก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น