ฟิค [BTS] Kim's Table (namjin ft. hopega)

ตอนที่ 4 : 03 : วันซวย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    2 ก.ย. 61




03 : วันซวย




ยินดีต้อนรับนักศึกษาใหม่ทุกคนสู่ประตูใหม่แห่งนี้นะครับ ผมประธานรุ่นที่ 55 เป็นตัวแทนกล่าวต้อนรับนักศึกษาทุกคนครับ  ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาใหม่ทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยK แห่งนี้นะครับ มหาวิทยาลัยของเราอึดแน่นไปด้วยเนื้อหาทางวิชาการและกิจกรรม...


ผมพยักหัวหงึกหงักตามเสียงของประธานรุ่นแต่ผมไม่ได้พยักหน้าเข้าใจหรอกนะ ผมกำลังจะรีบไปเข้าเฝ้าพระอินทร์ต่างหากล่ะ จากนั้นเสียงรอบๆตัวก็ค่อยๆเงียบลงทีละนิดๆ...และเงียบจนไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก...


.


.


.


ไม่รู้ว่าผมหลับไปนานเท่าไรแต่ก็คงนานพอที่มีคนพยายามเขย่าตัวเพื่อปลุกคนขี้เซาอย่างผม ผมทำเสียงงัวเงียพร้อมกับค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างหงุดหงิด คนกำลังหลับสบายอยู่เชียวมาขัดจังหวะกันซะได้


เขาลุกกันไปหมดแล้วนะมึง ตื่นได้แล้ว!”


อืมๆ...งานจบแล้วเหรอว่ะ


เออสิ เล่นหลับตั้งแต่งานเปิดยันงานปิดเลยนะ ไปหาไรกินได้ล่ะ


ไม่ใช่แม่ไม่ใช่ยุนกิก็จีมินนี่แหละที่คอยบ่นผม ถึงแม้เราจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานจากค่ายของสาขาที่เพิ่งจัดไปไม่นานมานี้ก็เถอะ แต่จีมินก็เป็นคนแรกที่เดินมาคุยกับผม คุยกันไปคุยกันมาเราก็สนิทกันไปโดยปริยาย


แล้วจองกุกกับแทฮยองอ่ะ?”


ออกไปรอข้างนอกแล้ว


ผมพยักหน้าลุกขึ้นเดินตามจีมินออกไป จองกุกและแทฮยองก็เป็นเพื่อนสนิทที่ได้จากค่ายสาขาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบุญหรือกรรมที่ทำมา ทำให้สี่คนเราโดนจับพลัดจับผลูมาอยู่กลุ่มเดียวกันตอนทำกิจกรรมค่ายอยู่ไปอยู่มาก็ตัวติดกันแบบที่เห็นนี่แหละ


ถ้าจะช้าขนาดนี้ไม่รอให้รากกูงอกเลยล่ะคิมซอกจิน


มึงก็เว่อร์อีกล่ะกุก กูก็ไม่ได้ช้าขนาดนั้นป่ะ


นี่แหละครับคิมจองกุก ถึงหน้าตามันจะน่ารักน่าทะนุถนอม ฟันหน้าเหมือนกระต่ายตัวน้อยแต่ที่ไหนได้ฝีปากยิ่งกว่างูพิษมันจึงได้ฉายาในกลุ่มว่าจองคุ๊กฝีปากอาบพิษอย่างไม่ต้องสงสัย...แต่ก็มีมันนี่แหละที่เป็นคู่ตบคู่ตีกับผมได้อย่างสู่สี  ยัง...ยังจะมาทำหน้ากวนบาทาใส่กูอีก


แต่โครตตตตตตตตตช้าาาาาาาา กูหิวจนไส้จะขาดล่ะเนี่ย


ส่วนนี่ก็แทฮยองคนอ้วนศตวรรษที่ 21 ไอ่นี้ก็ห่วงแต่เรื่องกิน กินได้ทั้งวี่ทั้งวันกินไม่หยุดไม่หย่อนแล้วก็มาบ่นว่าทำไมตัวเองอ้วน เอ้า ก็มึงแดกเยอะอ่ะ!! ผมมองหน้าแทฮยองพร้อมขมวดคิ้วแต่เดี๋ยว...ก่อนเข้าหอประชุมมึงเพิ่งจะเบิ้ลข้าวไปสองจานไม่ใช่เหรอว่ะ?


หยุดดดดดด อย่าเพิ่งทะเลาะกันนนนนนน ไปกินข้าววววว


จีมินยกแขนกั้นระหว่างพวกเราก่อนจะเกิดสงครามขึ้น  ตอนที่พวกเราเริ่มสนิทกันจู่ๆผมก็เริ่มคิดขึ้นมาว่า นี่กลุ่มกูไม่มีใครปกติเลยหนิ...แต่พอหันไปเห็นหน้าจีมินก็โล่งใจ เอาว้ะ อย่างน้อยก็มีจีมินคนหนึ่งแหละที่ยังปกติ


หลังจากหยุดการประทะได้ จีมินก็เป็นแกนนำเดินตรงไปที่ร้านข้าวขาประจำที่พวกเรามากินกันบ่อยๆก่อนเปิดเทอม  พวกเราเลือกนั่งเก้าอี้ที่ประจำของแต่ละคน คำถามคือวันนี้จะกินอะไรดี ผมเงยหน้ามองเพื่อนทั้งสามก่อนจะพยักหน้าอย่างรู้กัน


จีมินพยักหน้าก่อนลุกไปสั่งอย่างรู้หน้าที่ แต่แล้วจังหวะที่จีมินกำลังจะก้าวตรงไปที่เคาเตอร์ก็สะดุดขาตัวเองล้มหงายหลังตีลังกาหนึ่งตลบก่อนจบด้วยก้นกระแทกพื้นเสียงดังท่ามกลางสายตาลูกค้าที่มาใช้บริการแน่นร้าน...จากเหตุการณ์นี้ทำให้ผมยิ่งมั่นใจว่า...อืม...กลุ่มกูไม่มีใครปกติจริงๆด้วย


.


.


.


ณ ห้องเรียน 1


เออมึง พรุ่งนี้ไม่มีเรียนใช่ป่ะ?”


เออ อาจารย์ติดประชุม ทำไมมึงจะไปไหน?”


จองกุกเงยหน้าจากจอมือถือที่เล่นเกมค้างไว้ขึ้นมาถามผมที่กำลังค้นกระเป๋าหาอุปกรณ์การเรียนก่อนที่อาจารย์จะเข้า จากนั้นแทฮยองที่นั่งข้างหน้าผมก็หันเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย


ถามได้มันก็จะไปร้านเกมไง


ทำมาเป็นฟ้อง มึงก็ไปกับกูไม่ใช่เหรอแทแททท


เถียงกันจบจองกุกก็เล่นเกมต่อส่วนแทฮยองก็หยักไหล่พร้อมเอนตัวไปกับเก้าอี้ก่อนยืดตัวบิดขี้เกียจ แถมหาวอีกสองสามฟอดจึงค่อยๆหลับตาลง แหม...พอกินเสร็จก็หลับเลยนะไอ่นี่ ไม่กินก็นอน ไม่นอนก็เล่นเกม ไม่เล่นเกมก็กลับมากิน ลูปชีวิตมึงมีแค่นี้เหรอแทฮยองเอ้ย


เล่นเผื่อกูด้วยแล้วกัน อาทิตย์นี้กูกลับบ้านอ่ะ


จีมินเองก็โผล่หัวเข้ามาร่วมด้วยอีกคนพร้อมตีกระเป๋าตุงๆของตัวเอง ถ้าให้ผมเดามันคงเตรียมของพร้อมจะกลับบ้านแล้วแน่ๆ และถ้าให้เดาอีกอย่างคนอย่างปาร์คจีมินคงไม่ได้กลับบ้านเพราะอยากกลับแน่นอน


กลับอีกล่ะ เด็กดีจังว่ะ


เด็กดีไรล่ะ กูไม่อยากเสียตังค่าข้าว555”


นั่นไง...กูว่าล่ะ...


เดี๋ยวนะ วันนี้ทำความสะอาดโต๊ะไม่ใช่เหรอ แล้วมึงจะขึ้นรถทันป่ะเนี่ย?”


จีมินทำหน้าอึ้งๆเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ผมส่ายหัวกลั้วหัวเราะกับท่าทางของคนตรงหน้า โต๊ะก็ต้องไปบ้านก็ต้องกลับแล้วเพื่อนผมเลือกอะไรได้บ้างเนี่ย555 หลังจากที่นั่งรอมานานอาจารย์ประจำวิชาก็เดินหัวยุ่งถือกองเอกสารเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ


เอ้าๆ คุยอะไรกันนักศึกษาเสียงดังเชียว วันนี้ผมต้องไปประชุมด่วนผมจึงมาแจ้งให้ทราบ


เย่!!!”


ทุกคนในคลาสส่งเสียงดีใจกันดังลั่น เอ๋...ว่าแต่...วันนี้วันพฤหัส = ไม่มีเรียน  พรุ่งนี้วันศุกร์ = ไม่มีเรียน เพราะงั้นเราก็จะได้หยุดยาว 4 วัน พฤหัส ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ มาเรียนอีกทีก็วันจันทร์!! โอ้มายก็อดดดดด


แต่ๆๆเราจะมีเรียนชดเชยกันนะครับ พวกคุณว่างกันวันไหน ผมจะได้ลงตารางไว้เลย


อาทิตย์นี้เราไม่มีคาบว่างเลยครับอาจารย์ คงต้องเป็นอาทิตย์หน้าแล้วล่ะครับ


จองกุกพูดเสนอด้วยเสียงดังฟังชัดไม่ได้ส่อเจตนาอยากจะหยุดยาวเลยแม้แต่น้อย ทำดีมากจองกุก!!


งั้นเหรอ เอายังไงดี ผมไม่นิยมสอนวันหยุดของพวกคุณซะด้วยสิเพราะผมเองก็ติดธุระเหมือนกัน


งั้นคงต้องเป็นอาทิตย์หน้าแหละครับอาจารย์


จีมินก็ช่วยซับพอร์ตอีกคน ดี ทำดีมากเพื่อนรัก


แต่พรุ่งนี้เราไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอ?”


ชิบ!

 

หาย!

 

แล้ว!

 

ใครมันพูดว่ะ!!!

 

ทุกคนหันไปมองต้นเสียงด้วยสายตาอาฆาตเป็นตาเดียว เจ้าของเสียงทำท่างัวเงียเหมือนเพิ่งตื่น ใช่ครับทุกคน จะเป็นใครไปไม่ได้เพราะมันมีแค่คนเดียวที่งีบหลับไปเมื่อกี้...ไอ่แทฮยองงงงงงงงงงง!!


อ้าวเหรอ โอเค งั้นเรานัดเรียนกันพรุ่งนี้เช้านะ ตรงเวลานะครับทุกคน


ไม่ทันจะได้เถียงหรือโต้ตอบอะไรอาจารย์ก็ตัดสินใจชั่ววินาทีแล้วเดินออกไป ทิ้งให้พวกเรานั่งงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่หลังจากตั้งสติกันได้ พวกเราก็รู้ทันทีว่าจะทำอะไรกับคนปากโป้ง...


เอ่อ...ทำไมมองเราด้วยสายตาแบบนั้นล่ะทุกคน เดี๋ยวๆจะทำอะไ----- ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก


.


.


.


.


.


กูทำอะไรผิดอ่ะมึง กระซิกๆ


นี่มึงยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ ดีที่กูสงสารเลยเข้าไปห้ามเพื่อนให้หรอกนะ ไม่งั้นมึงได้เป็นศพเฝ้าห้องนั้นไปแล้ว


ฮือ ขอบใจนะเพื่อนรัก เออ มึงวันนี้กูไม่ไปทำความสะอาดโต๊ะนะ ติดธุระว่ะ


อีกล่ะ ค่ายโต๊ะมึงก็ไม่ไป นี่ถ้าไม่เจอกันที่ค่ายสาขากูก็ไม่รู้นะว่ามึงอยู่โต๊ะคิมเนี่ย


เออน่า ก็คนมันติดธุระนี่หว่า ไปคนเดียวก่อนแล้วกัน เคนะ


เออออ ก็ได้ จะไปไหนก็ไปเลยไป แล้วเจอกัน


ผมเดินแยกออกมาอีกทางเพื่อมุ่งหน้าไปที่โรงอาหาร KIM ที่อยู่ถัดไปอีกหลายตึก เจ้าแทนะเจ้าแททิ้งผมให้ไปคนเดียวอีกแล้ว งานนี้ยิ่งใช้คนเยอะๆอยู่ดันมาติดธุระซะได้ นอกจากจะมีค่ายโต๊ะแล้วกิจกรรมต่อมาก็คือ การทำความสะอาดโต๊ะ นี่แหละครับ


การทำความสะอาดโต๊ะก็คือการบำเพ็ญประโยชน์อย่างหนึ่งซึ่งจะจัดเทอมละครั้ง เหมือนเป็น Big cleaning ย่อมๆเลยก็ว่าได้ และจะแบ่งสถานที่ตามที่ประจำของแต่ละโต๊ะ อย่างโต๊ะคิมเองก็รับผิดชอบเฉพาะบริเวณโรงอาหาร KIM ที่เป็นที่รวมตัวของคนนามสกุลคิม โต๊ะจอนประจำที่ใต้ตึก J ก็จะต้องทำความสะอาดบริเวณตึกนั้น


นี่ถ้าไม่มีแทฮยองที่อยู่โต๊ะเดียวกันผมก็ไม่มีเพื่อนคนอื่นแล้วนะ...ตอนไปค่ายโต๊ะก็ไม่ค่อยได้คุยกับใครด้วยสิ...แต่จะว่าไปก็มีอยู่คนนึง นึกได้แบบนั้นผมจึงรีบหยิบมือถือขึ้นมากดเข้าแอพที่ใช้ประจำแล้วทักเขาคนนั้นไปก่อนที่แบตผมจะหมด

 

ชายจิน : นัมจุน นายจะมาโต๊ะมั้ย?

*ส่งสติกเกอร์*


นัมจุน : นายไปเหรอ?


ชายจิน : เพิ่งถึงเมื่อกี้ แต่ยังไม่มีใครมาเลย


.


.


.


แล้ว? ยังไง? อ่านไม่ตอบ? สรุปจะมาหรือไม่มา?


.


.


.


ผมนั่งรอคนเดียวอยู่สักพักก็มีมือมาสะกิดไหล่ผม ผมหันตามแรงที่กระทบไหล่ก็เจอคนหน้ากวนยิ้มหวานอยู่ตรงหน้า ลักยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ที่ใครได้เห็นก็ต้องยิ้มตาม...รวมถึงผมตอนนี้ก็ด้วย


รอนานมั้ย?”


ไม่หรอก


ผมตอบพร้อมส่ายหัวเบาๆ นัมจุนส่งเสียงอื้มเบาๆในลำคอก่อนเดินอ้อมโต๊ะยาวมานั่งตรงข้ามผม นึกดีใจเหมือนกันแหะที่นัมจุนมา ตอนแรกนึกว่าจะชิ่งแล้วซะอีกอย่างน้อยก็มีเพื่อนนั่งคุยล่ะนะ


นัมจุนเรียนอะไรมาเหรอ?”


เรียนหนังสือไง พ่อแม่ส่งมาเรียนก็ต้องเรียนสิ


อืม...จ่ะ...ขอซื้อมุกนี้ออกไปจากโลกได้มั้ยเนี่ย


นัมจุนหัวเราะชอบใจกับหน้าตาแสนเซ็งของผมเมื่อได้ยิน...ผมละเหนื่อยใจกับมุกแบบนี้จริงๆ ไม่รู้ว่าเจอจนเบื่อหรือมุกมันไม่ตลกกันแน่  ตอนแรกก็นึกว่านัมจุนจะเป็นคนเงียบๆครึมๆที่ไหนได้กวนกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย...


แล้วจินล่ะ เรียนเป็นไงบ้าง?”


ไม่ได้เรียนเป็นไงแต่เรียนเป็นวิศวกรอ่ะ...


...อ่ะ เสมอกันก็ได้


กวนมากวนกลับไม่โกง ผมหัวเราะคิกคักกับท่าทางอึ้งๆของนัมจุน รู้ตัวอีกทีก็เริ่มเห็นเพื่อนหน้าคุ้นเคยเดินเข้ามานั่งรอบๆโต๊ะยาวตามด้วยพี่ประธานประจำโต๊ะที่ถือโทรโข่งตรงเข้ามาแล้ว


สวัสดีน้องๆทุกคนครับบบบบ พี่ขอบใจทุกคนที่มาช่วยกันทำความสะอาดโต๊ะคิมของเราวันนี้นะ เอาล่ะเพื่อเป็นการไม่เสียนาฬิกา เอ้ยยยย เสียเวลาาาา พี่จะแบ่งกลุ่มพวกเราไปทำความสะอาดตามตำแหน่งที่ระบุไว้นะครับ


น้องๆจะถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มนะครับ กลุ่มแรกรหัส 01-10 ประจำที่จุด A จะทำภายในโรงอาหารทั้งหมด กลุ่มที่สองรหัส 11-20 ประจำที่จุด B จะทำบริเวณบ่อน้ำใหญ่หน้าโรงอาหาร และกลุ่มสุดท้ายรหัส 21-30 ประจำที่จุด C จะทำบริเวณรอบๆโรงอาหารนะครับ


นายอยู่กลุ่มไหนอ่ะ? เราอยู่ A แหละ


“B ขอรับ ของนายอยู่ใกล้อ่ะจุดเราดิโน่นนอย่างไกล


ถือว่าออกกำลังกายแล้วกัน5555 เราไปละนะ ไว้เจอกันๆ


พูดจบเราก็ต่างแยกย้ายไปประจำจุดของตัวเอง สำหรับกลุ่ม A ของผมหน้าที่หลักๆก็คือการเช็ดโต๊ะทำความสะอาดคราบสกปรก เก็บขยะไปทิ้งอะไรแบบนั้น เหมือนจะเป็นงานง่ายๆใช่มั้ยครับ แต่สำหรับโรงอาหารขนาดใหญ่พิเศษไม่สิโครตจะพิเศษแบบนี้เนี่ย...มันต้องมีคนขาลากบ้างล่ะงานนี้


เอ่อ นายๆ นายว่างอยู่ใช่เปล่า?”


อ่า...อืม


นายช่วยไปหยิบอุปกรณ์ในห้องเก็บของหน่อยได้มั้ย?”


จู่ๆเพื่อนที่กำลังแบ่งหน้าที่ของคนในกลุ่มก็หันมาเจอผมพอดิบพอดีและคงจะเห็นว่าผมยืนนิ่งอยู่นานไม่ยอมขยับไปไหนสักทีเลยหาหน้าที่ง่ายๆที่ไม่มีใครอยากทำมาให้ซะงั้น ผมเองก็ไม่อยากจะเช็ดๆถูๆสักเท่าไรเลยพยักหน้ารับคำสั่งไป


รบกวนด้วยนะ


เพื่อนยิ้มให้ก่อนยื่นกระดาษใบเล็กที่เขียนรายชื่ออุปกรณ์ใส่มือผม ผมพยักหน้ารับอีกครั้งแล้วเดินตรงไปที่ที่คิดว่าน่าจะเป็นห้องเก็บของที่อยู่ในช่องแคบเล็กๆหลังโรงอาหารที่มีป้ายเก่าๆเขียนบอกไว้ ตัวหนังสือบนป้ายก็ช่างเลือนลางซะเหลือเกิน นี่ถ้าไม่สังเกตดีๆเดินเลยแน่ๆ


ผมคว้าลูกบิดที่เต็มไปด้วยฝุ่นหนาหมุนเปิดขึ้น  ทันที่ที่เปิดออกฝุ่นก็ลอยฟุ้งเต็มห้องเหมือนห้องนี้ถูกทิ้งร้างไม่มีใครเข้ามาใช้งานมานานแล้ว ภูมิแพ้เจ้ากรรมก็เริ่มออกอาการผมชักจะเริ่มคันคอคันจมูกขึ้นมาแล้วสิ


ฮะ...ฮัดชิ้ว!! ระ...รีบหยิบรีบออกไปดีกว่า


ผมไม่รอช้ารีบก้มไล่อ่านรายชื่อในมืออย่างลวกๆก่อนเก็บลงกระเป๋าเสื้อข้างอก  เพื่อไม่ให้อาการกำเริบไปมากกว่านี้ผมจึงยกมือขึ้นมาปิดจมูกกันฝุ่นไว้แล้วหยิบของมากองไว้ข้างๆตัว ไม่นานนักผมก็ไล่หยิบของจนมาถึงชิ้นสุดท้ายพยายามมองหามันอยู่สักพักแต่ก็หาไม่เจอสักที จนเงยหน้าขึ้นไปมองที่หลังตู้ที่มีลังวางซ้อนกันไว้เป็นชั้นดูรกตา ไม้ถูที่ผมต้องการอยู่ข้างบนลังสีน้ำตาลอันสูงอันนั้นเอง...


อ่า นั่นไง


ผมพยายามเขย่งและเอื้อมมือไปหยิบมันแต่ก็ยังสูงเกินไป คงต้องหาอะไรมาปีนแทนแล้วล่ะ พอคิดได้แบบนั้นผมก็หันไปเจอเก้าอี้ไม้ตัวนึงที่มุมห้อง ผมลากมันเข้ามาชิดตู้อย่างรีบๆเพราะเริ่มไม่ไหวจะอยู่ที่นี้ต่อแล้วแต่ไม่รู้ว่าเก้าอี้มันเปราะหรือก้าวผิดจังหวะหรือทั้งสองอย่างมันทำให้ก้าวที่สองของผมเกิดผิดพลาด


ผมลื่นตกจากเก้าอี้ก้นกระแทกพื้นทำให้ฝุ่นยิ่งฟุ้งเข้าไปใหญ่เป็นผลให้ผมเริ่มจามมากขึ้นจนน้ำตาไหลคงต้องรีบออกไปจากที่นี้แล้วจริงๆ ผมรีบดันตัวขึ้นแต่ก็ต้องชะงักลงเพราะขามันไม่ได้ขยับตามอย่างใจคิด ไม่นะ...ทำไมผมขยับขาซ้ายของตัวเองไม่ได้...


ช่วย...ด้ว---”


ผมพยายามลุกขึ้นอีกครั้งแต่มันก็ไม่เป็นผลแถมยังเริ่มเจ็บขึ้นมาแล้วด้วย ผมกัดฟันพยุงตัวเองขึ้นมาพิงตู้แต่ก็ต้องทรุดลงไปที่เดิมเพราะอาการเจ็บที่มีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ผมตะโกนเรียกให้คนช่วยแต่อาการแพ้มันก็ทำให้เจ็บคอจนส่งเสียงออกไปได้ลำบาก


ผมเริ่มคลานช้าๆไปที่ประตูแต่ขาข้างที่ขยับไม่ได้ก็ดันไปชนกับชั้นวางของจนล้มลงมาทับซ้ำอีก ผมร้องโอดโอยในลำคอ โถ่เอ้ย!! อีกนิดเดียวก็คว้าลูกบิดได้แล้วเชียว แค่อีกแค่นิดเดียวเอง ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ


ฮะ...ฮัดชิ้ววววว!!!!”


ยิ่งผมอยู่บนพื้นนานเท่าไรผมยิ่งสูดฝุ่นเข้าไปได้เยอะมากเท่านั้น อาการแพ้ก็ยิ่งมากขึ้นผมจามหนักจนหูอื้อไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้ว ทำไมวันนี้มันซวยได้ขนาดนี้นะ จะมีใครรู้มั้ยว่าผมอยู่ในนี้ จะมีใครหาผมเจอมั้ย ผมยังไม่อยากตายอยู่ในที่แบบนี้นะ ความคิดต่างๆนาๆเริ่มพุดขึ้นมาในหัวทีละนิด


คะ...ใครอยู่ขะ...ข้างนอก...ชะ...ช่วยเราที


แต่แล้วผมก็นึกได้ว่ามีคนหนึ่งที่น่าอยู่ใกล้ผมมากที่สุด นัมจุนผมพยายามล้วงหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงกดเข้าแชทล่าสุดที่เพิ่งใช้งานไป ถ้าคอลตอนนี้ก็คงไม่มีเสียงจะพูดแล้วคงทำได้แต่ภาวนาให้นัมจุนอ่านข้อความนี้ของผมให้ไวที่สุด


ชายจิน : นัมจุน ช่วยเราด้วย


ผมกดส่งข้อความแรกออกไปแต่ก่อนที่จะพิมพ์ต่อหน้าจอโทรศัพท์ในมือก็ดับลงตามพลังงานที่เพิ่งหมดไป แม่ง มาหมดอะไรตอนนี้ว่ะ!! ผมทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากรอ...รอ...แล้วก็รอ...


.


.


.



จิน!!”

.


.


.


ผมรู้สึกตัวอีกทีก็หายใจได้เต็มปอดและไม่รู้สึกคันจมูกแล้วจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมา ตอนนี้ผมนอนอยู่บนเตียงในห้องสีขาวห้องหนึ่งที่ไม่คุ้นเคย เมื่อกี้ฝันไปรึเปล่านะ? ผมยกมือขึ้นมาตบหน้าตัวเองเบาๆก่อนจะเริ่มขยับตัวแต่อาการเจ็บขาก็เริ่มกลับมา...มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ดีว่ามันคือเรื่องจริงทั้งหมด


ซอกจินเป็นยังไงบ้าง อาการดีขึ้นมั้ย?”


เสียงคุ้นเคยดังแววเข้ามา ผมหันมองตามเสียงเรียกที่แท้ก็เสียงพี่ประธานโต๊ะนี่เอง ผมพยักหน้ารับพร้อมยิ้มบางๆให้


นี่ดีนะที่นัมจุนไปเจอเข้า ตอนพี่รู้พี่แทบหัวใจวายตายแล้วรู้มั้ย


ผมหันมองรอบๆก็เห็นนัมจุนนั่งพิงเสาก้มหน้าเล่นมือถืออยู่...เอ่อ...ไม่ได้มีอาการสนใจอะไรผมเลยสักกะนิดเดียว...นัมจุนไปเจอเราจริงๆเหรอ?


ผมขาหักเหรอครับ ทำไมผมขยับขาไม่ได้


หลังจากออกมาจากห้องนั้นเสียงผมก็เริ่มกลับมาถึงจะไม่ได้เหมือนเดิมแต่ก็ยังพอสื่อสารได้บ้าง คงดูถูกโรคภูมิแพ้ไม่ได้แล้วล่ะ


กระดูกไม่ได้หักแต่เส้นเอ็นที่เข่ามันเคลื่อน จากนี้เราคงต้องใช้ไม้เท้าไปก่อนนะ เป็นไปได้พี่อยากให้เรานอนพักจนกว่าจะหายแล้วค่อยกลับไปเรียน


คือผม...


พักไปก่อนเถอะ ถือว่าพี่ขอล่ะ


อ่า...ก็ได้ครับ


อ้อใช่ จากนี้นัมจุนจะคอยดูแลเรานะ ไม่ว่าจะไปรับไปส่งหรือซื้อข้าวซื้อของอะไรก็ใช้นัมจุนได้เลย พี่คุยให้แล้ว ใช้ได้เต็มที่เลยนะ


อ่อ ได้ครับ...ห่ะ ว่าไงนะ?!”




#โต๊ะคิม




T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25 ความคิดเห็น

  1. #23 Reajinkim1 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 13:50

    โถ ซวยซ้ำซ้อน

    #23
    0
  2. #11 noby3745 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 21:20
    ว้าย ดูแลพี่จินให้ครบทุกซอกทุกมุมนะเคอะ หึๆๆๆๆๆๆๆ
    #11
    0