ลวงรัก หลอนสวาท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 274 Views

  • 0 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    98

    Overall
    274

ตอนที่ 2 : คัมภีร์ กับ ศรสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 พ.ค. 62

“ค่า..พิธีเสร็จแล้ว และ ตอนนี้ยัง มีแขกรอพบอาจารย์เอกอยู่อีกนะ คะ “

ผู้ประสงค์จะทำพิธีให้ขลังกว่าเดิม ใบหน้าหงุดหงิด เพราะรู้ว่าวันนี้เธอคงจะไม่ได้ลงลึงค์หมอผีเอกอย่างแน่นอน

                …………………………………………………………………….

“ ขวัญแม่ไม่เห็นมีใคร มารอทำพิธีกับอาเอกสักหน่อย  แล้วทำไมไปแจ้งอาอย่างนั้น ล่ะลูก”

เมื่อแขกกลับไปแล้ว นิภาผู้เป็นแม่ก็เร่งมาคุยกับลูกสาวคนโตของเธอทันที  จากเื่องที่เธอไปเคาะประตูห้องทำพิธีศักดิ์สิทธิ์ ที่ไม่เป็นการสมควร  ทำให้เหตุผลของผู้เป็นลูกเกิดขึ้น

“ แม่ก็ ? ทำแบบนี้ เดียวเขาก็ว่าสำนักเรา หลอกลวงสาวแก่แม่หม้าย ให้มาทำเรื่องลามกหรอกค่ะ “

นิภาผู้เป็นแม่กำลังจะพูดแต่..

“ครับ ขวัญพูดนั่นก็ถูกนะครับ ผมก็บอกพี่ภาแล้วนี่ครับว่า เราจะไม่รับทำพิธีกมแบบนั้น.แต่พี่ก็ยังไปบอกแขกแบบนั้นอีก  “

เอกรัตน์เดินเข้ามาพูดในสิ่งที่เคยตกลงกันไว้กับพี่สะใภ้เรื่องที่เขาจะไม่ยอมทำพิธด้วยการร่วมรักกันจริงๆถึงแม้ว่ามันจะได้ผลสูงสุด

“ อาเอกไม่ต้องมาพูดดี แขกเขาขอทำพิธีต่อ  อาก็เงียบแทนที่จะบอกว่าไม่ทำ? ฮึ”

“ ขวัญ อาเอกบอกแม่ว่าจะไม่ทำตั้งแต่ต้นแล้ว แม่ก็เลยบอกให้แขกไปถามอาเอกเอาเอง เพราะว่าเราจะได้เงินเพิ่มกว่าสามเท่าเลยนะ ลูก "

ผู้เป็นแม่พูดมาถึงตรงนี้ก็ทำหน้าสงสัยก่อนจะตั้งคำถามกับลูกสาว

 "เออ แล้วขวัญรู้ยังไงว่าพิธีเสร็จแล้ว และแขกกำลังขออาเอกทำพิธี ต่อ?“

บุรุษหนุ่มมองหน้าขวัญมณีเพราะเขารู้ดีว่าเธอรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร

“ ก็ ๆ เสียงอาเอกท่องคาถาเงียบไป ใครๆก็รู้ว่า พิธีในห้องเสร็จแล้วสิแม่ “

ขวัญมณี รีบเดินกลับไปยังห้องของเธอ ก่อน ที่จะถูกชักมากไปกว่านี้  ในทันที่

“ สวัสดีค่ะ คุณน้าทั้งสอง “

ยังไม่ทันที่พี่สะใภ้กับน้องชายสามี จะแยกย้ายกัน ก็มีหญิงสาวกำลังพยุงเด็กหนุ่มเข้ามาในบ้านแล้วกล่าวทัก ด้วยใบหน้าเหมือนยกของหนัก

“ อ้าว..คัมภีร์   ไปเมามาอีกแล้ว.”

“ เมาอะไร แม่  ผมพึงชิมยังไม่ได้กินเลย.  ครับ .อึ...”

ชายหนุ่มผมยาวใบหน้าคม กล่าวอย่างอารมณ์ดี ขณะมือข้างหนึ่งกอดคอหญิงสาวที่พยายามพยุงตัวเขาไว้ไม่ให้ล้ม

“เป็นไง..มาไงนี้เจี๊ยบ ภีร์ถึงเมาขนาดนี้ “

เอกรัตน์ถามนักศึกษาสาวรุ่นพี่ ในมหาวิทยาลัยของหลานชายคนเดียวของเขา ขณะเข้าไปพยุงช่วย..

“ภีร์ เขาก็เมายังงี้มาตลอดละคะตั้งแต่อกหักครั้งนั้น วันนี้เพื่อนเจี๊ยบโทรไปบอก ว่า..ภีร์เมาไม่รู้เรื่องอีกแล้ว เจี๊ยบเลยไปรับเขามานี้แหละค่ะ”

ผู้เป็นแม่ยืนมองลูกชายที่เธอรัก ที่ต้องทำตัวเหลวไหลเพราะความรักเป็นพิษหนก่อน ด้วยความห่วงใย

…………………………………………

“ แม่ฝากดูแลน้องหน่อยนะเจี๊ยบ..”

แม่ของคัมภีร์ขอให้ผู้มาส่งลูกชาย ขณะผู้เป็นอาวางหลานลงบนที่นอน  ในขณะที่หญิงสาวรีบเอาผ้าชุบน้ำที่เตรียมไว้  เช็ดตามหน้าของนักศึกษารุ่นน้อง ก่อนที่ทั้งแม่และอาจะเดินออกจากห้องไป เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่นักศึกษาสาวกับนิสิตหนุ่มรุ่นน้องจะอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องแห่งนี้

“ ภีร์ๆ ไปอาบน้ำก่อน  ถึงกลับมานอน เร็ว สิเร็ว  “

นักศึกษาสาวทั้งพูดทั้งเขย่าตัวนักศึกษาหนุ่มรุ่นน้อง  แต่ร่างนั้นกลับนอนหลับตานิ่งเฉย มันจึงทำให้ เธอตัดสินใจใช้ผ้าชุบน้ำพอมาดๆเช็ดไปตามหน้าตามแขนชายหนุ่ม  ก่อนมือเล็กจะเอื่อมไปปลดกระดุมเสื้อผู้นอนอยู่บนเตียงที่ละเม็ด จนเสื้อหลุดออกจากกัน  ทำให้ รอนกล้ามเนื้อกลางหน้าอกและหน้าท้องที่โชว์ลอนนูนเด่นต่อสายตาหญิงสาว      .......(CUT)........

                          ...........................................................

“ ลูกศร..ฉันยืมผ้าเช็ดหน้าแกหน่อยสิ..”

นักศึกษาปีสอง คิ้วขมวดขณะมองหน้าเพื่อนสาว ที่มาขอยืมผ้าเช็ดหน้าของเธอเสียงค่อย เพราะผู้ยืมกลัวอาจารย์สาวใหญ่ ที่กำลังอธิบายถึงเนื้อหาวิชาที่กำลังเล่าเรียน ภายในห้องที่เต็มไปด้วยเหล่าเพื่อนๆนักศึกษาชายหญิงของเธอจะได้ยิน

“ แล้วของแกอยู่ไหน? หลิน “

“ฉันเช็ดมูกเลอะหมด แล้วนะสิ “

“กริ๊งงงงงง”

ขณะนั้นเสียงสัญญาบ่งบอกว่าหมดคาบวิชาเรียนก็ดังขึ้น ทำให้หลินรีบใช้ขวดน้ำดื่มยี่ห้อดังของเธอ เทใส่ผ้าเช็ดหน้าที่ยืมมา  แต่ไม่นานดวงตาของหญิงสาวก็เหลือกโพลง

“ แกนะ..แก .นังหญิง “

ศรสวรรค์ขยับแว่นสายตาของเธอเพื่อมองไปสุดหลังห้อง ที่มีนักศึกษาหนุ่มนั่งหลับคอพับอยู่ ก่อนเธอจะเห็นเพื่อนนักศึกษาสาวในห้องของเธออีกคนเดินเข้าไปเขย่าจนชายหนุ่มตื่น แล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้  ก่อนนิสิตหนุ่มที่เพิ่งตื่นจะรับเอาผ้าผืนนั้นไปเช็ดตามใบหน้าที่รกไปด้วยเคราครึม

“ดูสิลูกศร  นังหญิงมันตัดหน้าฉัน..ฉันไม่ยอม  “

นิสิตสาวสองคนเชิดหน้าใส่กันเมื่อหลินเดินไปถึงบริเวณหลังห้อง ก่อนผู้ไปถึงใหม่จะยื่นผ้าเช็ดหน้าที่เธอยืมมา ส่งให้นักศึกษาหนุ่มมาดเซ่ออีกผืน และภาพนั้นทำให้ศรสวรรค์ส่ายหน้าไปมากับเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้..

                   ..............................................................

“คัมภีร์ เมามากวันนี้  ลูกศรเราไปส่งภีร์กันไหม ? เย็นนี้”

“ ไม่ “

“ โธ่..เห็นว่ามีรถ เล่นตัวไปได้ “

“ เมามาเรียนก็แย่อยู่แล้ว ยังจะให้คนนั้น คนนี้ไปส่งอีก..ทุเรศ..เออว่าแต่ว่าผ้าเช็ดหน้าของฉันล่ะหลิน”

“ นั่นไง..สงสัยภีร์คิดว่าเป็นผ้าเช็ดหน้าของฉัน ก็เลยไม่คืน..นะ..อิ อิ “

“ถ้ารู้ว่าเธอจะเอาไปทำแบบนี้ฉันไม่มีทางให้เธอยืมหรอก “

ลูกศรมองไปทางนักศึกษาหนุ่มเพื่อนร่วมคณะ ที่ทั้งเซอ ทั้งขี้เกียจ แถมยังเมามาเรียนได้ทุกวี่ทุกวัน แต่ลูกศรก็ไม่รู้ว่าทำไมพวกเพื่อนผู้หญิงของเธอ จึงได้ หลงใหลได้ปลื้มกับชายคนนี้มากนัก ก็ไม่รู้

...............................................................

คาบวิชาเรียนสุดท้ายวันนี้สิ้นสุดลง ศรสวรรค์ก็เร่งเดินตรงไปยังห้องสมุด เหมือนดังเช่นที่เคยทำเป็นประจำ นับตั้งแต่เธอได้เข้ามาร่ำเรียนวิชาในมหาลัยดังแห่งนี้จากปีหนึ่ง จนเธอขึ้นปีสอง

“ ลูกศร ฉันกลับก่อนนะ “

“ จร้าหลิน แล้วพบกันพรุ่งนี้นะ “

นักศึกษาสาวใช้เวลาอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุดอยู่นาน ก่อนจะเพ่งผ่านแว่นสายตาไปมองนาฬิกาบนผนังห้องสมุด จึงได้พบว่าตอนนี้มันใกล้จะสามทุ่มแล้ว

ศรสวรรค์เดินช้าๆจนไปถึงลานจอดรถมหาลัย แล้วกดรีโมตจากกุญแจ ก่อนที่สายตาจะมองไปพบบางอย่างในมือของนิสิตหนุ่มคนหนึ่งที่นอนฟุบอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนของมหาวิทยาลัย เธอจึงเดินเข้าไปดึงเอาผ้าที่มือของเขา

“ปล่อย..สินาย  ปล่อย  “

มือของคัมภีร์กำผ้าเช็ดหน้าของศรสวรรค์ไว้แน่นตอนที่หญิงสาวดึงเพื่อหมายจะเอาผ้าเช็ดหน้าคืน และสิ่งนั้นเองทำให้นักศึกษาหนุ่มเริ่มจะรู้สึกตัว  มันจงทำให้เขาลุกขึ้นมามองหน้าหญิงสาวที่กำลังดึงผ้าที่มือของเขา

“โอ้ย “

คัมภีร์ปล่อยมือที่จับผ้าเช็ดหน้า ทำให้คนดึงมันเสียหลักเซล้มลงไปนั่งก้นกระแทกพื้น

“ สมแล้วคนขี้ขโมย  “

“ คนขี้ขโมยหรอ..นี่มันผ้าเช็ดหน้าฉันนะ “

“หรา  “

ใบหน้าที่ตอบแสดงความยี่ยวน ในขณะที่หญิงสาวใบหน้าบึงตึงรีบลุกขึ้น ก่อนจะเกิดเสียงโทรศัพท์เรียกเข้า ทำให้นักศึกษาหนุ่มยกมันขึ้นมารับ

“ ครับ  อาเอก...ได้ครับ..ได้..เดียวผมจะรีบไป “

ศรสวรรค์ ลุกขึ้นปัดกระโปรงที่เปื้อน ขณะที่คัมภีร์ลุกเดินไปเก็บเอากุญแจรถและผ้าเช็ดหน้าที่นิสิตสาวทำหล่นไว้ตอนที่ล้มเมื่อครู่

“ เออ..สวรรคโลก..เธอ..”

“ฉันชื่อศรสวรรค์..”

“หรอ.. เอ่อยังงี้... นะ...ยายสวรรค์เบี่ยง เธอไปส่งฉันหน่อยสิ..”

คัมภีร์ไม่พูดเปล่า เขากดรีโมตกุญแจรถของศรสวรรค์ ทำให้ชายหน่มพบตำเหน่งที่รถของนิสิตสาวจอด

“เออ..อยากเรียกสวรรค์อะไร ก็เรียกไป  แต่ฉันไม่ไปส่งนาย “

ช้าไปสำหรับคำปฏิเสธ เพราะตอนนี้คัมภีร์เดินไปเปิดประตูรถของศรสวรรค์แล้วขึ้นไปนั่งในตำแหน่งคนขับ แล้วลดกระจกหน้าต่างรถลงเพื่อพูดกับเพื่อนร่วมห้อง

“ มาขึ้นรถสิ.."

"ไม่ฉันไม่ไปส่งเธอ.."

"ไม่ไป..เธอก็เดินกลับ..”

“เรื่องอะไร.. ลงมาเลยนะนั่นรถของฉัน  และ.ฉัน ฉันจะไม่ไปส่ง  นาย..”

“ เพื่อนกัน ไปส่งกัน..มันจะตายไหม ? ดูสินี่สามทุมแล้ว..เราจะมีรถเมล์กลับไหม ? เร็ว..ถ้าไม่ขึ้นรถ เธอได้เดินกลับแน่ๆ ”

ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า เขาสตาร์ทเครื่องรถ แล้วกล่าวขู่เสียงดัง

“ให้เร็ว “

สิ้นคำชายหนุ่มทำให้ลูกศรรีบวิ่งขึ้นไปนั่งข้างคนขับ ด้วยความกลัวว่าเพื่อนชายจะทิ้งเธอไว้คนเดียวแบบที่เขาขู่จริงๆ

“ ฉันจะแจ้งความ..ว่านายขโมย  รถฉัน “

“ลักพาตัว แล้วข่มขืนด้วยไหม? คดีจะได้หนักหน่อย เดียวเราจะจัดให้ “

คัมภีร์ออกรถแล้วพูด

"บ้าสิ..พูดบ้าๆ"

 คัมภีร์ขับรถไปเรื่อยๆ ก่อนหันมามองหน้าสวยที่เหมือนว่าเธอกำลังจะร้องไห้ 

"อย่าร้องนะ.."

"ฉันทำไมต้องร้อง..."

"ก็..เธอโง่ไง..เพราะ..รถตัวเองแท้ๆยังให้คนอื่นมาบังคับให้ไปส่ง"

ชายหนุ่มพูดจบ ศรสวรรค์ก็รีบถามเพื่อตัดประเด็นทุกอย่าง

“แล้วนายจะให้เราไปส่งที่ไหน ? “

“ ป่าช้า “

“ นายอย่าพูดเล่นสิ..เรากลัวนะ “

ชายหนุ่มไม่พูด แต่ขับรถออกไปทางชานเมือง แล้วเลี้ยวเข้าไปยังถนนสายรอง ก่อนจะขับลัดเลาะไปตามเส้นทางเปลี่ยวที่หญิงสาวไม่รู้จัก

“ป้ายบอกว่าเรากำลังตรงไปวัดนี้  นาย.. “

“อ้าวก็เราจะไปป่าช้า ก็ต้องไปวัดสิ “

“ภีร์ เรากลัวนะ..”

“กลัวก็นั่งเฉยๆ..พูดมากเดียวทิ้งไว้ตรงนี้เลย “

ลูกศรนั่งนิ่งอีกครั้ง ในขณะที่รถวิ่งลัดเลาะไปตามถนนเปลี่ยวที่ไร้บ้านผู้คนอยู่นาน จนในที่สุด รถเก๋งคันเล็กของศรสวรรค์วิ่งเข้าไปจอดใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างกำแพงวัดที่แสนเก่าคร่ำคึก

“..ฉันลงตรงนี้แหละ”

“ เดียวๆ ภีร์ ..นายจะลงตรงนี้ จริงๆหรอ? “

“เออ..สิวะ..ไปๆรีบกลับบ้าน..ไปซะ”

คัมภีร์พูดจบก็ลงจากรถแล้วออกเดิน โดยไม่สนใจผู้ที่มาด้วยแม้เพียงนิด 

"นายคัมภีร์...นายบ้าๆๆๆ"

ชายหนุ่มไม่สนเสียงด่าตามหลัง เพราะเขาเดินไปเรื่อยๆแต่ก็เดินไปได้ไม่ไกลนัก คัมภีร์ก็รู้สึกว่ามีมือเล็กมาจับที่แขน

“ทำไมไม่กลับ แล้วเธอจะตามมาทำไม ? “

“ ก็เรากลัว..นี่..ใครละจะกล้าขับรถกลับคนเดียว ทางก็เปียวเปลี่ยว..น่ากลัวจะตาย.”

มันเป็นคืนเดือนแจ้ง ที่อากาศเย็นระเยือก โดยรอบๆอาณาบริเวณแห่งนี้มีเพียงต้นไม้น้อยใหญ่ ที่ขึ้นอยู่อย่างรกทึบ  และสิ่งนี้นี่เองที่ทำให้ความเย็นที่นี่มันเหน็บหนาวกว่าปกติ 

"ภีร์..เราอยู่ด้วยนะ..."

 นิสิตหนุ่มมองเห็นใบหน้าของหญิงสาวจากแสงจันทร์ที่ส่องมากระทบ ทำให้ชายหนุ่มมองเห็นเพียงความตื่นตระหนกบนใบหน้าสวยเท่านั้น

“อืก..อืก...อืก..”

เสียงนกกลางคืนร้องทำให้นิสิตสาวต้องรีบเข้าไปกอดแขนข้างหนึ่งของชายหนุ่มไว้แน่น

“ เออ..ถ้าจะอยู่ด้วยก็อย่าถาม..อย่าพูด และอย่าส่งเสียงเข้าใจไหม? “

“ จ๊ะ.ๆ “

คัมภีร์ไม่มีทางเลือกเขาจึงจำใจพาเพื่อนนักศึกษาสาวร่วมห้อง เดินลัดเลอะไปตามทางดินที่คนท้องถิ่นใช้สัญจร โดยบริเวณสองฝากทาง มันเต็มไปด้วยต้นไม้ ทั้งน้อยทั้งใหญ่ขึ้นอยู่อย่างรกทึบ

หนุ่มสาวในชุดนักศึกษา เดินผ่านป่าละเมาะในช่วงเกือบสี่ทุมอยู่นาน ก่อนทั้งคู่จะหลุดออกมาเจอทุ่งโล่ง  ก่อนฝ่ายชายจะพาฝ่ายหญิงเดินตัดทุ่งใหญ่ เพื่อมุ่งตรงไปยังกระต๊อบเล็กที่ถูกปลูกติดอยู่กับแนวป่าอีกด้าน

“ ภีร์  นี่มัน..มัน..ป่าช้านี่...ถีร์ “

แสงจันทร์ทำให้ศรสวรรค์ สังเกตเห็นไม้กางเขนที่คนพื้นถิ่นใช้ทำป้ายชื่อเหนือหลุมศพของผู้วายชน ที่ปักเรียงรายอยู่ ตลอดแนวของทุ่งโล่ง

“บอกว่าอย่าถาม..อย่าสงสัย?..”

“ก็ๆ..เรากลัวที่ไร. เราๆก็..จะปวดฉี่..ทุกที่.นะ สิภีร์“     

“แปลว่า จะฉี่ “

ใบหน้าสวยพยัก ขณะ ชายหนุ่มส่ายหัวไปแบบเซ็งๆ ..ก่อนจะชี้นิ้วแล้วพูด

“ ไปทางนั้น..เดินเข้าไปในป่า นู๊น “

“ เรา..ไม่กล้า..ไปเป็นเพื่อนเรา..หน่อยสิ..”

“ อ้าว..ถ้าไปเป็นเพื่อนจะให้เราอยู่ห่าง เธอแค่ไหน ?..”

ลูกศรส่ายหัวไปมา แสดงว่าเธอไม่ยอมให้เพื่อนชายห่างตัวเธออย่างแน่นอนในเวลานี้

“งั้นอยู่ตรงนั้นกับอยู่ตรงนี้ก็ เหมือนกัน..งั้นฉี่มันตรงนี้ แหละ ศรสวรรค์“

“ คือ..อ..คือ..”

“คือๆ..อะไรล่ะ..เร็ว “

นิสิตสาวด้านหนึ่งก็อาย แต่อีกด้านก็ปวดปัสสาวะจนมันจะราดออกมาให้ได้ หญิงสาวจึงตัดสินใจใช้มือล้วงเข้าไปจับเอากางเกงชั้นในรูดลงมาตามขาเรียว ก่อนจะนั่งลงปลดปล่อยน้ำปัสสาวะที่เธออดกลั้นเอาไว้อย่างเต็มที่ ออกมา

“ฉี่......”

หญิงสาวยังปล่อยไม่สุดดี คัมภีร์ก็ส่งผ้าเช็ดหน้าของหญิงสาวที่ยังอยู่กับเขาไปให้

“ เช็ดซะ..เดียวเหม็นตายห่า..”

ศรสวรรค์รีบจับเอาผ้าผื่นเล็กของเธอไปเช็ดปัสสาวะในส่วนที่ควบคุมไม่ได้ ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนแล้วดึงกางเกงขั้นในตัวจิ๋วกลับเข้าที่

“ อย่า..ไม่ต้องพูด “

นักศึกษาสาวเห็นใบหน้าคม คล้ายว่ากำลังจะยิ้ม    เธอจึงรีบกล่าวดักไว้

“เรายังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ. เอ้า รีบไปกัน เสียเวลามามากแล้ว”.

ประตูกระท่อมน้อยกลางป่าช้า  ถูกเปิดแย้มออกทำให้แสงไฟจากหลอดยี่สิบแรงเทียนเล็ดลอดออกมาจากภายใน ก่อนร่างของนักศึกษาสองคนชายและหญิงจะก้าวเข้าไป

“ตายๆๆ  พิ. ภีร์ นั่น..นั่น..มันศพคนมีท้อง...นี่ ..ตายแล้วฉันต้องตาย.แน่ๆ.. “

“ อื่อ.รู้แล้ว...เงียบๆเอาไว้ “

คัมถีร์จูงมือศรสวรรค์ค่อยๆเดินผ่านศพผู้หญิงตายท้องกลม ที่นอนตัวเขียวซ้ำอยู่กลางพื้นกระท่อม  เพื่อจะไปหาของตรงมุนห้อง ก่อนที่เขาจะจับเอาสิ่งของที่มีคนเตรียมเอาไว้ เพื่อจะนำมาเรียงไว้บนพื้น

"อะไรนี่ภีร์.."

"เงียบ..."

 ศรสวรรค์เงียบตามที่เพื่อนชายบอก ก่อนที่เขาเริ่มเรียงสิ่งของอันประกอบด้วย ข้าวปั้น ไข่ต้ม หัวปลา หางปลา บุหรี่ อย่างละสามอัน พร้อมเหล้าขาวอีกหนึ่งขวด...ก่อนที่ชายหนุ่มจะจุดธูปหนึ่งดอกปักลงบนพื้น

“ลูกศรเธออยู่นิ่งๆนะ เรากำลังทำพิธี “ยายกะลาตากะลี" เพื่อขออนุญาตนายป่าช้าอยู่ อย่าทำเสียละ “

                               ..............ตามต่อนะครับ...........


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น