ตอนที่ 7 : รักษาโรค บ้าบอ..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 ก.พ. 62

“ก่อนหน้านี้คุณทำอะไรมาบ้าง”

“ผมนอนกับผู้หญิงมาสองคน...คนแรกอายุมากแล้วแต่นมใหญ่มาก  คนที่สองอายุน้อยกว่าคนแรกแต่ผิวเธอดำ แต่เธอเก่งเรื่องเซ็กส์มาก...เธอขึ้นบนตลอด เธอทำเป็นชั่วโมงแต่ผมก็ไม่เสร็จ...”

“พอๆหมอไม่ได้ถามเรื่องนั้น   หมอจะถามว่าคุณพยายามรักษาเบื้องต้นอย่างไรต่างหาก”

ปากบอกให้พอ แต่ปณิดากลับเห็นภาพหญิงผิวดำ ที่มีอวัยวะเพศแข็งโด่ดเบื้องหน้าเธอ...(CUT)..  ตามที่ชายหนุ่มเล่า  ทำให้นักศึกษาแพทษ์สาวปีสุดท้ายเริ่มที่จะหายใจขัด  และในขณะมือที่ใช้จับลูกอัณฑะเพื่อตรวจไข้ก็พาลลูบไปถูกท่อนเนื้อแข็งเหมือนตั้งใจ

“ผมใช้น้ำอุ่นประคบมันไว้ครับหมอ”

“นั่นเป็นวิธีที่ผิดนะ เพราะน้ำอุ่นจะทำให้โลหิตในองคชาตหมุนเวียนดี ยิ่งทำให้มันแข็งตัว”

“เออ...แล้วทำไม่ในช่องคลอดผู้หญิงอุ่นๆมันจึงทำให้องคชาตอ่อนตัวได้ละครับคุณหมอปณิดา”

“ทะลึงแล้วคุณ  นี่หมอนะ”

หมอสาวถลึงตาใส่คนไข้  แต่ไม่ใช่ความโกธร  แต่มันเป็นปฏิกิริยาแรกของความถูกต้อง  ระหว่างหมอกับคนไข้

“เอาเข้าไปเฉยๆมันไม่อ่อนหรอกคุณ มันต้องหลั่งอสุจิออกมาด้วย   เออ...ใช่สิที่คุณเล่าว่านอนกับผู้หญิงมาแล้วตั้งสองคนในวันนี้.. แล้วคุณหลั่งทั้งสองคนเลยไหม?”

“คนแรกถึงจะอายุมากไปหน่อยแต่เธอก็ขาว แต่ผมไม่ชอบคนนมใหญ่เพราะผมชอบเท่าๆของคุณหมอ...”

“ไม่ต้องอธิบายมาก.. และอย่าลามปามมาถึงหมอ  และหมอแค่ถามว่าคุณได้หลั่งอสุจิแล้วหรือยัง ก็เท่านั้น”

ปณิดาพยายามพูดในสิ่งที่ถูกต้อง  ทั้งๆเธอก็อยากฟัง

“ตอนนี้ลูกอัณฑะคุณหดจนหายเข้าไป นั่นแสดงว่าอวัยวะเพศของคุณที่กำลังแข็งตัวในตอนนี้ มันไม่ได้เกิดจากการถูกเร้าอารมณ์เพศ (sexual stimulation)ดังนั้นถ้าหมอรู้ว่าคุณสำเร็จความไคร่มาแล้วหรือยัง?  หมอก็จะรักษาได้ถูกวิธี”

“ก็ผมจะเล่าที่ไรหมอก็ห้ามผมไว้ทุกที่  แล้วจะให้ผมทำอย่างไรครับ...”

ปณิดาทำหน้าเซ็งกับความรื่นไหลของชายเบื้องหน้า  เธอจึงตอบให้มันแล้วๆไป

“เอาๆ...มีอะไรก็เล่ามา”

“ได้ครับได้...คือยังงี้นะครับคุณหมอ ผมเป็นคนที่เสร็จยาก และ ในวันนี้ผู้หญิงคนแรก เธอก็เนียมอายมาก และตอนเราร่วมรักกันเธอก็ไม่ยอมส่งเสียง ผมมันประเภทถ้าไม่ได้ยินเสียงครางของผู้หญิงยิ่งไม่มีทางสำเร็จกิจ ดังนั้นผมจึงเปลี่ยนท่าให้เธอหันหลังแล้วผมสอดใส่จากด้านหลัง...”

ปณิดาฟังธีรดลเล่าทำให้หญิงสาวคิดเห็นภาพที่เคยเล่าเรียนมา และตามที่ผู้ป่วยเล่ามันคือท่าร่วมรักที่เรียกว่า ท่าหมาน้อย (Doggie-Style) ที่ฝ่ายหญิงจะคุกเข่าอยู่ในท่าคลานสี่ขา มือทั้งสองยันพื้นค้ำลำตัวไว้ หรือจะโก้งโค้งปล่อยช่วงบนลำตัวให้เป็นอิสระก็ได้  สำหรับผู้ชายจะคุกเข่าอยู่กลางระหว่างสองขาของผู้หญิง  โดยแขนทั้งสองข้างของฝ่ายชายจะโอบรัดเอวผู้หญิงไว้  แล้วสอดใส่อวัยวะเพศของเขามาจากทางด้านหลังเข้าไปในช่องคลอดของฝ่ายหญิง  โดยกูรูเซ็กซ์ต่างเห็นพ้องกันว่า ท่าเมกเลิฟที่ฝ่ายชายเข้าทางด้านนี้ท่อนรักชาย จะไปกระตุ้นจุด G-Spot  ( จุดกระสันอีกจุดหนึ่ง นอกเหนือจากปุ่ม Clitoris ของผู้หญิง) ของพวกเธอได้อย่างจัง  และการร่วมรักในท่าด็อกกี้ ควรให้แผ่นหลังของหญิงสาวแอ่นโค้ง และศีรษะเงยขึ้น  และฝ่ายชายอาจจับสะโพกฝ่ายหญิงยกขึ้น เพื่อช่วยให้น้องชาย..เข้าออกในมุมองศาแทงลง ซึ่งมันจะโดนจุด G-Spot พอดี

 “อือ... ฉันว่า..ว่า...”

 ปณิดาเป็นคนที่ชอบจินตนาการเรื่องเพศ ดังนั้นเธอจึงเริ่มหายใจขัด  เพราะทั้งอวัยวะ..(cut)..เบื้องหน้า  และบทสนทนาที่ได้เข้าไปปลุกเร้าอารมณ์ราคะในตัวของเธอเข้าแบบเต็มๆ  ดังนั้นความต้องการที่จะระบายกามรมย์ที่กำลังคลุกกลุ่น มันจึงสูงขึ้นเป็นลำดับแล้วในตอนนี้

  จากเสียงกล่าวติดขัดทำให้ธีรดลรู้ว่า ผู้กำลังวินิจฉัยโรค กำลังถูกอารมณ์ใดครอบหงำ เขาจึงรีบเล่าต่อ เพราะเขาต้องการยั่วเย้าอารมณ์ด้านมืดของคุณหมอแสนสวยให้เพิ่มขึ้น  เพื่อประสงค์แบบผู้ชายเห็นแก่ตัวทั่วไป จนเขาลืมความปวดหมึด  ตอนมาที่นี่ ไปอย่างปลิดทิ้ง

“ผมกระทำท่านี้อยู่นานกว่ายี่สิบนาที  จนเธอน่าจะเสร็จไปหลายครั้ง ผมก็ไม่มีที่ท่าว่าจะเสร็จตามเธอไปเสียที่ ผมจึงขยับไปนอนบนเตียงแล้วเปลี่ยนให้เธอขึ้นทับบนตัวผม...”

ภาพร่วมรักโคบาลสาว  ที่ผู้หญิงอยู่บนชายหญิงหันหน้าเข้าหากัน (The Opposite )มันผุดขึ้นในหัวของอภิญาทั้งๆไม่พยายามจะไม่คิด  แต่ภาพผู้หญิงที่เป็นฝ่ายขึ้นคร่อมอยู่บนตัวฝ่ายชายที่นอนหงาย ในขณะที่ทั้งคู่หันหน้าเข้าหากัน  โดยอวัยวะเพศชายถูกสอดใส่ตัวฝ่ายหญิง  และท่านี้ผู้หญิงสามารถเป็นฝ่ายควบคุมจังหวะเข้าออก  และฝ่ายชายยังสามารถใช้มือและลุกขึ้นไปเพื่อใช้ปากละเลงเล่นกับ ปลายสองเต้าของฝ่ายหญิง  และสามารถจูบกันได้อีก  และท่านี้มันช่วยให้ฝ่ายชายเข้าถึง..(cut).. ของฝ่ายหญิงได้โดยง่าย จึงทำให้ผู้หญิงไปถึงสวรรค์โดยใช้จังหวะของเธอดันและถูเบียดจุดเสียวของเธอ ด้วยตัวของเธอเองได้อีกด้วย  

“เอาละๆ...หมอว่าพอเถอะ ยิ่งเล่าก็ยิ่งยาว...คือหมออยากรู้แค่ว่า...คุณหลั่งอสุจิหรือยังวันนี้...คุณตอบมาหลั่งแล้วหรือยังก็จบเข้าใจไหม?”

“อ้าว...คุณหมอต้องการแค่นั้นเองเหรอครับ”

หมอสาวพยักหน้าสวย  แต่คนไข้เจ้าเล่ห์แกล้งทำหน้างงก่อนกล่าว

“ยังงี้นะครับคุณหมอ..ผมมันมีจุดอ่อนคือ..ถ้าใช้ปากให้ผม  ผมจะเสร็จเร็วนะครับหมอ”

“แล้วๆ...คู่ขาของคุณ...ทำให้ไหม?”

“ผมเสร็จในปากเธอ..ครับ”

หมอสาวจิกเล็บลงบนโต๊ะ เมื่อคำตอบทำให้จิตนาการเห็น..(cut)..และในความคิดของหมอปณิดา ผู้หญิงคนนั้นก็คือเธอนั่นเอง...

“...แล้วๆ...คุณไปทำอีท่าไหน...อีก มันจึง...แข็งตัวอีก...”

เสียงถามขาดๆหายๆ เพราะอารมณ์ของผู้เป็นหมอ  ถึงจุดที่ยินยอมพร้อมกายให้กับทุกๆคน ถ้าอยากร่วมรักกับเธอ  แต่ด้วยจรรยาบันที่เธอแบกรับมันเอาไว้ มันยังหนักแน่นกว่าอารมณ์แห่งกิเลสตัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เพียงแค่นั้นเอง

“ผมขอบอกตรงๆนะครับว่าอาชีพผมก็คือ...”

“ฉันรู้เรื่องนั้น ตั้งแต่อาจารย์หมอฉันโทรมาบอกแล้ว  คุณเล่าต่อเถอะ”

“ถ้าหมอรู้แล้ว  ผมก็จะบอกว่าผมรับสองงาน  งานแรกจบไปแล้ว แต่งานที่สองผมไม่แข็งตัวผมจึงใช้ยาโด๊ปและตั้งแต่ตอนนั้นถึงตอนนี้มันก็แข็งโด่ไม่ยอมอ่อน จนมันปวดหมึบเหมือนมันจะขาดออกจากกัน  อย่างที่หมอเห็นนี่แหละครับ “

ผู้เป็นหมอรู้สาเหตุครบถ้วน  ขณะใช้มือที่สวมถุงมือยางกดท่อนเนื้อแข็งเบื้องหน้าเพื่อตรวจเช็คอีกครั้ง

“หือ...คุณใช้สารกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ทำให้อวัยวะเพศคุณแข็งตัว โดยไม่อาศัยขบวนการเร้าอารมณ์เพศ (sexual stimulation)มันจึงเป็นแบบนี้”

“หมอครับ หมอจับมันรูดทำไหม?”

“อุย...”

หมอคนสวยตกใจคำท้วง  เพราะเธอหลง....(cut)....ตอนไหน?ก็ไม่รู้...

“เออๆ...เอาละ เดียวหมอฉีดยาต้านสารกระตุ้นให้คุณ...และถ้าอยากให้มันอ่อนตัวเร็วๆคุณช่วยตัวเองเพื่อให้อสุจิเคลื่อนออกมานะ

“หมอจะให้ผมช่วยตัวเองที่ไหนครับ?”

“อ้าว  ก็กลับไปทำที่บ้านคุณสิ...ถามได้”

“โอ้ยจะให้ผมแข็งโด่กลับไปบ้าน อีก เหรอครับ...นี่”

ขณะที่คำตอบยังไม่ได้สรุป ก็มีเสียงเรียกเข้าโมรศัพทืมือถือของปณิดา ก่อนเธอจะรับ

“ค่ะอาจารย์.......เขาใช้ยาโด๊ปมาใช่ไหม?หมอดา.......ค่ะ.......เป็นยังไงกับการตรวจเพศชายที่แข็งตัวจริงๆ.........ก็ได้ประสบการณ์จริงค่ะ...........ไม่ใช่อาจารย์อยากรู้ว่าอารมณ์ทางเพศของหมอดาควบคุมได้ไหม?.........ก็ๆได้อยู่ค่ะ........ไม่ใช่อะไรหรอกงานวิจัยของเรามันคือเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ถูกไม่ควร เพราะเราเป็นแพทย์ที่มีจรรยาบันที่จะต้องไม่มีอะไรเลยเถิดกับคนไข้โดยเด็ดขาด  แต่ถ้าเราห้ามใจไม่ได้แล้วไปมีอะไรกับคนไข้  มันคือความรู้สึกที่อาจารย์อยากจะนำมาใช้วิจัย และ ถ้าหมอดาพร้อมก็มีเพศสัมพันธ์กับคนไข้รายนี้ ก็ทำได้เลยนะ?เราจะได้ข้อมูลเพื่อเอาไปใช้วิจัย เอาละแค่นี้นะหวังว่าหมอดาคงเข้าใจความหมายของอาจารย์นะ........ค่ะ ค่ะ...เข้าใจค่ะ......”  

ปลายสายของอาจารย์วางไปแล้ว แสดงว่าการพูดคุยสิ้นสุด   แต่สิ่งที่ถูกอาจารย์สั่งมาหมอสาวเพิ่งจะเริ่ม 

“แล้วจะให้หมอทำยังไงละ...ค่ะคุณ”

เสียงของหมอสาวเปลี่ยนไปทำให้ธีรดลใจหาย  เพราะเสียงเล็กของเธอมันหวานจนน่ากลัว

“ก็..ก็...ผมอยากให้มันอ่อนตัวตอนนี้นี่ครับหมอ”

“งั้นหมอจะไม่ฉีดยาต้าน แต่จะใช้วิธีเร้าอารมณ์ให้  ตกลงไหมค่ะ...”

                     ..........ตามต่อนะครับ.....

ฉบับดั้งเดิม..ก็มีฉาก 18+ อยู่พอสมควรนะครับ และไรท์พยายามสอดแทรกความรู้ทางเพศศึกษาไว้เพื่อเรียนรู้บ้างตามที่ค้นหาเจอนะครับ..แต่ สำหรับฉบับนี้ไรท์ก็ ตัดฉากดังกล่าวออก..และ ถ้ารีดเดอร์อ่านแล้วว่าไม่ครบเนื้อหา..ก็ขออภัยนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

6 ความคิดเห็น