ตอนที่ 68 : บทสรุป..ทุกเรื่อง(จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 พ.ค. 62

เงาตะคุมของบุคคลลึกลับ เดินไปยืนอยู่ข้างเตียงพิมพิชญาที่นอนรักษาตัว  ก่อนมันจะใช้มือดึงปลั๊กเครื่องช่วยหายใจของหญิงสาวออก

ตีดดดดดดดดดดดดด...........

เครื่องเตือนสัญญาณชีพแจ้งว่าในตอนนี้มันไม่มีสัญญาณชีพแล้ว

“จะให้ฉันฆ่าเธอสักกี่ครั้ง...พิมพิชญา...”

ศรีแพรผู้ดึงปลั๊กเครื่องช่วยหายใจกล่าวเสียงเบา เมื่อมั่นใจว่าครั้งนี้เธอฆ่าพิมพิชญาได้สำเร็จ หลังจากก่อนหน้านี้เธอไปปิดระบบสัญญาณที่เชื่อมจากห้องนี้ไปยังห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล เพื่อไม่ใช้นางพยาบาลที่เข้าเวรได้รับทราบว่าสัญญาณชีพในห้องของพิมพิชญาเตือน

“ฉันแทงเธอไม่รู้กี่ครั้ง...เธอก็ยังไม่ตาย และถ้าวันไหน?เธอพื้นขึ้นมาเธอต้องบอกว่าฉันเป็นคนแทงเธอไม่ใช่แม่ แล้วพี่ศิวะจะรักฉันไหม?”

ศรีแพรเสียบปลั๊กเครื่องช่วยหายใจคืน เพื่อทำให้เหมือนว่า..การตายของพิมพิชญาไม่ได้เป็นการฆาตกรรม มันจึงทำให้เครื่องทำงานอีกครั้ง...

“เธอรู้ไหม?พ่อฉันเป็นช่างเชื่อมเหล็ก...เรื่องใช้แก๊สตัดเหล็กมันคือเรื่องขี้ประติ้วสำหรับฉัน  ใช่แล้ว...พ่อกำธรก็ฉันนี้แหละที่ตัดโครงเหล็กจนมันพังลงมาทับเขาจนตาย...นั่นก็เพราะตอนฉันเป็นเด็ก เขาไม่เคยเห็นฉันเป็นลูก"

ศรีแพรพูดมาถึงตรงนี้ดวงตาเธอก็ส่งประกายที่แสดงออกถึงความเกลียดชัง

 "เขา..ตีฉัน ด่าว่าฉัน..ไล่ฉันกับแม่ ให้หนีออกจากบ้านของเขาทุกวี่ทุกวัน จะมีก็แค่เพียงพี่ศิวะที่คอยปลอบโยนฉัน  และ เมื่อฉันโต ฉันไปหาพี่ศิวะที่บ้านของเขา เขาก็ยังกีดกันความรักของฉันกับพี่ศิวะอีก แล้วเธอว่านายกำธรมันสมควรตายไหม?ละ”

ศรีแพรยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อได้กล่าวถึงสิ่งที่เธอตั้งใจกระทำ

“พ่อสมศักดิ์ข่มขืนฉันเป็นปีๆ จนฉันท้อง แล้วเขายังไปเล่าให้โครงการวิจัยบ้าๆของเธอฟังอีก...แล้วต่อไปทุกๆคนก็ต้องรู้ว่าลูกต้น คือลูกของฉันกับพ่อของฉันเอง แล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?...ฉันแทงเขาในห้องทำงานของเธอก่อนที่เขาจะบอกว่าลูกที่เขานอนด้วยคือฉันไงละ...คุณหมอพิมพิชญา”

หญิงสาวผู้ทำการฆาตกรรมมาแล้วหลายครั้ง...หยุดนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ

 “แม่แค่หลอกว่ารู้ตัวฆาตกรแล้ว...และบอกว่าตอนนี้แม่กำลังตกอยู่ในอันตราย..ให้เธอรีบมาหา แล้วเธอก็รีบมาหาแม่.. แต่ แม่สิกับทนไม่ได้ที่แม่เป็นคนหลอกให้เธอมาให้ฉันฆ่า"

หญิงสาวกล่าวขณะรู้สึกเสียใจเพราะเธอทำให้ผู้เป็นแม่ต้องฆ่าตัวตาย

"ใช่แม่สาวิตรีช่วยฉันฆ่าเธอ แต่แม่ต้องกินยาฆ่าตัวตาย...เพราะแม่ไม่รู้ว่า?...ฉันต้องทนให้พ่อแท้ๆข่มขื่นมาเป็นปีๆมันเลวร้ายขนาดไหน? และ ฉันยังจะต้องทนเห็นผู้ชายคนเดียวในชีวิตที่ดีกับฉันมาตลอด กำลังจะถูกเธอแย่งไป...มันเป็นยังไง...”

ศรีแพรกล่าวมาถึงตรงนี้เธอระงับอารมณ์โกธรไม่ได้เธอจึงทุบลงไปยังบริเวณที่เธอคิดว่าเป็นร่างของพิมพิชญา

“ตุบ...”

หญิงสาวผู้รู้สึกโกธร แสดงใบหน้าสงสัยออกมา ก่อนที่เธอจะดึงเอาผ้าห่มบนเตียงคนไข้ออก

“อะไรกันนี่?...”

บนเตียงมันไม่ใช่ร่างของพิมพิชญาที่ศรีแพรเข้าใจแต่แรก  แต่มันเป็นเพียงหมอนข้างที่ถูกทำให้เป็นเหมือนคนนอนอยู่บนเตียง โดยส่วนหัวก็เป็นแค่ หัวหุ่นที่ใช้ตามร้านขายเสื้อผ้า ที่ถูกพรางไว้ด้วยหน้ากากให้อ๊อกซิเจน...เท่านั้น

“แพร...เราจบเรื่องนี้กันเถอะครับ...”

“พี่ศิวะ...”

หญิงสาวผู้ก่อคดีไว้มากมายตาเหลือกโพลงขณะมองเห็นศิวะค่อยๆเดินออกมาจากมุนมืดของห้อง

“พี่เอาพิมพ์ไปไว้อีกห้องแล้ว...แพร”

“อะไรนะคะ...”

“ใช่...พี่รู้ว่าน้องแพรต้องมา พี่ขอโทษนะ เพราะความจริง มันก็คือความจริง...”

“พี่ศิวะ ทำไม? คิดว่า..แพร..แพรจะมา...”

“เพราะพี่รู้ว่าเป็นแพร...เป็นคนที่ทำเรื่องทั้งหมดนะสิ...และถ้าพิมพ์พื้นเธอก็สามารถบอกว่า..ใครคือคนทำร้ายเธอ...ดังนั้นแพรจำต้องมากำจัดเธอ”

หญิงสาวผู้รู้ว่าสถานการณ์พลิกผัน ยังสงสัยในสิ่งที่เธอทำพลาด

“ไม่นะ...ก็วันที่แพรอยู่กับพี่ที่ไซค์งาน คนร้ายมันยังมายืนที่หน้าต่างเลยนี่ค่ะ แล้วพี่จะสงสัยแพรได้ยังไง?”

“ใช่ตอนนั้น พี่ก็เชื่อว่าไม่ใช่แพรจริงๆ...แต่...”

“แต่อะไรค่ะ...”

“แต่...วันที่พี่ไปหาผ้ามากดแผลให้น้าชมวันที่มีการลอบยิง พี่พบชุดเสื้อแขนยาวและมีดเหมือนกับที่คนร้ายใช้ อยู่ที่กระโพรงหลังรถของพิมพ์นะสิ...”

“แล้วมันทำไม?ค่ะ...”

หญิงสาวอยากรู้คำตอบจนแสดงอาการร้อนรน

“เพราะเสื้อและมีดไปอยู่ในท้ายรถของพิมพ์  ก็เพราะว่าวันนั้น พิมพ์เป็นคนใส่ชุดนั้นไปหลอกเราสองคนนะสิ...แพร”

ศรีแพรคิดตามศิวะที่อธิบาย

“เพราะว่าพิมพ์คงรู้มาตลอดว่า คนร้ายคือแพร แค่เธอยังไม่มั่นใจ และยังไม่มีหลักฐานเท่านั้น เธอจึงใส่ชุดแบบที่คนร้ายใส่ ไปแกล้งขู่แพรนะสิ...”

“ใช่วันนั้น มันทำให้แพรรู้สึกสับสนว่าเป็นใครกัน แต่ไม่คิดว่าเป็นคุณพิมพ์...แล้วทำไมเธอรู้ว่าแพรทำเรื่องทั้งหมด”

“เรื่องนี้...พิมพ์พยายามบอกพี่หลายครั้งว่าเป็นแพร แต่พี่ก็ไม่เคยเชื่อ และ มีครั้งหนึ่งพิมพ์เคยบอกพี่ว่า..แพรเคยพูดคำว่า..หึงย้อนหลังกับพิมพ์  เหมือนพิมพ์จะบอกพี่ว่าแพรเป็นผู้ที่เธอสงสัย”

“อือ...”

ศรีแพรเพ้อเสียงออกมา เพราะเธอรู้แล้วว่าทำไม?พิมพิชญาจึงสงสัยในตัวเธอก่อนกล่าวต่อ...

“คงเป็นวันที่แพรเอา ศพสุนัขไปทิ้งไว้ในห้องทำงานคุณพิมพ์นั่นเอง...”

“ใช่...วันนั้นพี่กับพิมพ์เดินสวนกับแพรที่หน้าลิฟท์...แล้วพิมพ์พูดคำนี้กับพี่และผู้ที่รู้ว่าเราพูดคำนี้กันก็คือคนร้าย”

“แพรไม่น่าพลาด แต่เพราะคำๆนี้ของคุณพิมพ์มันตรงใจแพรมาก จึงเผลอพูดกับคุณพิมพ์ เพราะ แพรรู้สึกหึงพี่ศิวะในทุกครั้งที่พี่อยู่ใกล้ผู้หญิงคนอื่น ทั้งในอดีต...ทั้งในปัจจุบัน...และนั่นมันก็เพราะว่า..แพรรักพี่นะคะ...พี่ศิวะ อื่อ..”

หญิงสาวผู้จนด้วยหลักฐานกล่าวจบเธอก็เริ่มร้องไห้

“แพร เราคุยกันหลายครั้งแล้วว่า...พี่รักแพรได้เหมือนน้องเท่านั้น...”

“อื่อๆ...แล้วหลายวันมานี้ ที่พี่ทำเหมือนว่ารักแพร อื่อ..ยอมผิดใจกับพี่ดล และ ทำให้ทุกคนคิดว่าพี่ไม่ได้แคร์คุณพิมพ์แล้ว...อื่อ...นั่นก็เพราะพี่จะทำไปเพื่อจะหลอกแพร...ให้มาในวันนี้ ใช่ไมค่ะ...พี่...ศิวะ..อื่อๆ...”

ศรีแพรผู้น่าสงสาร ร้องไห้ขณะกล่าวในสิ่งที่หญิงสาวต้องทรมานใจที่สุดในชีวิต เมื่อรู้ว่าชายที่เธอรัก...ทำดีกับเธอ ก็เพียงเพื่อจะจับเธอ

“ศรีแพรพี่ขอโทษ...ที่..พี่ทำแบบนี้...เพราะ..เพราะ..พี่...ไม่มีทาง...เลือก”

ศรีแพรในความรู้สึกของศิวะ  เธอคือน้องสาวผู้น่าสงสาร เพราะตั้งแต่เด็ก เธอก็มีเพียงตัวเขาเองที่คอยปลอบโยนในเวลาที่ ศรีแพรถูกพ่อต่อว่า หรือตบตี และยิ่งมารู้ว่าศรีแพรต้องมีลูกกับพ่อของตัวเอง มันยิ่งทำให้ศิวะรู้สึกรักและสงสารน้องสาวคนนี้มากเป็นทวีคูณ…

“พี่ศิวะไม่มีทางเลือก แต่ศรีแพรมีทางเลือกแล้วค่ะพี่...”

“เอ้ย..อย่านะแพร...อย่า”

ศิวะดวงตาขยายโต เพราะความตกใจในสิ่งที่มองไปเห็น

“พี่ศิวะ...น้องสาวคนนี้...ขอลาก่อน”

มีดคมที่หญิงสาวนำมาด้วย ถูกมือเล็กกำด้ามทั้งสองมือ ก่อนเธอจะออกแรงกดปลายแหลมให้จมหายเข้าไป...ตรงบริเวณขั้วหัวใจ  ก่อนที่ศรีแพรจะหันหน้าไปยิ้มให้ชายที่เธอรักมาตลอดทั้งชีวิต...เป็นครั้งสุดท้าย...

"..พี่ศิวะ"

“ไม่นะ...ศรีแพร...”

ศิวะวิ่งเข้าไปกอดร่างเล็กที่ล้มลงเอาไว้ในอ้อมแขน ขณะน้ำตาของชายหนุ่มจะไหลออกมาจนเต็มสองแก้ม ด้วยความรักและสงสารน้องสาวคนนี้..ของเขา ก่อนที่เขาจะก้มลงกระซิบตรงข้างหูผู้ที่กำลังจะสิ้นใจ

“ศรีแพรถ้าชาติหน้ามีจริง...พี่จะรัก...ศรีแพร...เพียงคนเดียว...อือ...”

“จริงนะคะ..พี่.. ศิ..วะ...”

ใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังจะจากไป ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่า เธอคงจะเป็นสุขในวูบสุดท้ายแห่งชีวิต เพราะใบหน้าของศรีแพร...มันช่างเปี่ยมไปด้วยความสุข ที่มันได้บ่งบอกได้จากรอยยิ้มหวานที่ขยายอยู่เต็มใบหน้าสวย

"ไปดีนะครับศรีแพร...น้องของพี่..."

                ...........................................................................

           ควันไฟสีดำเข้ม พวยพุ่งออกจากปล่องเสาสูงเหนือเมรุอย่างต่อเนื่อง  ในขณะผู้คนที่ได้มาร่วมไว้อาลัยครั้งสุดท้ายให้แก่ผู้วายชนม์  ต่างพากันเดินทะยอยกลับ  เนื่องจากพิธีกรรมทางศาสนาได้เสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว

“น้องเอ็ง น้าเอ็งไปดีแล้วนะ...ศิวะ”

“ครับลุง”

ชายสูงวัยในชุดไว้อาลัยสีดำยื่นมือไปลูบหัวชายหนุ่ม ขณะที่เขาพนมมือไหว้แล้วก้มหัวลง เพื่อเป็นการขอบคุณและบอกลาญาติผู้ใหญ่  

“เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดถือว่าเป็นเวรเป็นกรรมที่สร้างร่วมกันมาแต่ป่างก่อนกับนังศรีแพรและน้าเอ็ง..นะ”

“ครับ”

 “เอาละสู้ต่อไปนะหลานชาย”

ผู้เป็นห่วงเดินจากไป ขณะบุรุษหนุ่มยังครุนคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา  และไม่นาแขกที่มาร่วมในงานฌาปนกิจมารตรีและศรีแพร  ต่างพากันทยอยมาบอกลาผู้เป็นเจ้าภาพงาน..อย่างศิวะเป็นระยะ

“ศิวะ...มึงเอาไงต่อวะ”

ชายหนุ่มมองหน้าเพื่อนรักที่มาช่วยงานศพทุกวัน  เปิดปากถามเมื่อแขกคนสุดท้ายเดินจากไป

“แล้วมึงว่ากูควรทำอะไรต่อไปดีวะดล “

ศิวะตอบเพื่อนแบบตั้งคำถามกลับ  ทั้งๆที่ตัวเขาเองรู้คำตอบดีแล้ว

“มึงก็มาขอโทษกูที่กูต่อยปากมึงสองที่นะสิ...วะไอ้ศิวะ”

“อะไรพี่ดล พี่ต่อยพี่ศิวะ ก็ต้องเป็นคนขอโทษพี่เขาสิ...บ้าไปแล้ว”

วณิดาทุบแขนธีดล...แฟนหนุ่มที่พูดไม่ถูกขณะพูด

“เออ...ดีจังหมอดาพี่กำลังคันตรงนั้นพอดีเลย...”

ศิวะยิ้มกับคู่รักเพื่อนสนิท ก่อนจะมองดูกลุ่มญาติ อีกกลุ่มที่กำลังเดินเข้ามาหา

“ศิวะ หมดเคราะห์หมดโศกกันเสียที่นะ...พ่อก็หวังว่าเรื่องต่างๆจะดีขึ้น โดยเฉพาะอาการของลูกพิมพ์”

ราเชนผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของครอบครัว เป็นคนกล่าวเมื่อทุกคนมายืนพร้อมหน้าพร้อมตากัน

“แม่ก็ดีใจนะที่เรื่องมันจบลงแล้ว และแม่เชื่อว่าคนดีๆอย่างหนูพิมพ์พระต้องคุ้มครองเธอนะ..”

พิสมัยพูดจบก็เดินเข้าไปมากอดลูกชาย ขณะพิริยะที่มีอภิญายืนเกาะแขนอยู่เอื้อมมือมาตบไหล่ของศิวะก่อนกล่าว

“ ยังไงน้องศิวะ...ก็รีบปลุกให้น้องพิมพิชญาให้ฟื้นขึ้นมาเร็วๆนะ เพราะพี่อยากจะแต่งงานแล้ว...เดียวถ้าน้องญาท้องป่องมากๆคนเขาจะหาว่าท้องก่อนแต่ง เหมือนดาราดังๆเขาชอบเป็นกันนะ...”

“บ้าสิพี่พิริยะ..นี่ๆๆ”

อภิญาหยิกแขนพิริยะบิดอย่างแรง...

“อุย...ขอบใจนะน้องญา...กำลังคันตรงนั้นพอดีเลย...”

ทุกคนอารมณ์ดีเมื่อเรื่องร้ายๆผ่านไป แต่จะคงเหลือเพียงศิวะที่ยังคงมีความกังวลเกิดขึ้นอยู่บนใบหน้า เพราะหญิงสาวที่เขารักยังนอนไม่ได้สติ แบบไม่รู้ชะตากรรม

                .........................................................................................

ติด...ติด...ติด....

“พิมพ์รู้ไหม?ว่าตอนนอนหลับพิมพ์สวยแค่ไหน?”

ศิวะนั่งข้างเตียง เฝ้าพิมพิชญานอนไร้สติทุกวันมาได้เกือบเดือนกล่าวเบา ขณะมือสองข้างของชายหนุ่มกุมมือน้อยของหญิงสาวเอาไว้อย่างทะนุทะนอมเอาไว้

“แล้วเมื่อไหร่แก..จะลุกขึ้นมาเถียงกับพี่จ๊ะ...น้องเน่า  รู้ไหม?พี่คันปากแล้วนะ...”

ศิวะคุยกับพิมพิชญาแบบนี้ ดังเช่นทุกวันมาร่วมเดือน และไม่มีวันไหนเลยที่ชายหนุ่มจะไม่ร้องไห้...

“ ...พิมพ์ไม่พื้น เดียวพี่จะไปมีเมียน้อยนะ...อื่อ...แล้ว...แล้ว...พิมพ์ จะมา...หึง..ย้อนหลัง..ไม่ได้นะ...อื่อๆ...”

เป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มต้องร้องไห้ออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องเก่าๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเขากับพิมพิชญา ที่มันได้สร้างความประทับใจ จนมันได้ตรึงตราอยู่ให้ห้วงของจิตใจชายหนุ่ม...จนยากที่จะลืมเลือนมัน

“เน่า...ยังจำได้ไหม? แกถามพี่ว่า พี่รักแกไหม?ที่ท่าน้ำ แล้วพี่บอกแกว่า ...เออกูรักมึงพิมพ์...แล้ววันนั้นแกก็ชวนพี่เข้าโรงแรม...แกมันแรดมากพิมพ์...”

พูดจบศิวะก็เอามือไปจับที่จมูกของหญิงสาว แล้วยิ้ม  ก่อนจะพูดเสียงอารมณ์ดี

“นี่พี่ไปเยี่ยวมา ยังไม่ได้ล้างดมซะ...ห้าๆ...ครั้งก่อนแกไปเยี่ยวกลับมาแล้วเอามือไม่ได้ล้างของแกมาให้พี่ดมคืน...เพื่อล้างแค้น ครั้งนี้แกหมดสิทธิ์แล้วพิมพ์...”

ศิวะพูดไปยิ้มไปก่อนจะเอียงหัวลงหนุนบ่าไหล่หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง แล้วนิ่ง...

“.....................”

ศิวะหลับตายิ้มแบบนั้นอยู่นาน ก่อนจะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาโดนที่จมูก ทำให้ชายหนุ่มยกหัวขึ้น

“เอ้ย...”

พิมพิชญานั่นเองที่เอามือของเธอมาจับจมูกของศิวะ

“นี่...ดมคืน...ซะ...”

หญิงสาวพยายามพูดและยิ้ม ขณะที่เธอมองเห็นศิวะน้ำตาวาวรื้นเต็มสองตา

“พิมพ์...”

ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่ลืมตาขึ้นมาเป็นครั้งแรกในระยะเวลาเกือบเดือน..ในขณะใจของชายหนุ่มแทบจะขาด ขณะเพ้อกล่าว 

"แก..."

ศิวะอยากจะเข้าไปกอดพิมพิชญา..แต่มันติดที่บาดแผลหลายแห่งของหญิงสาวที่ยังไม่หายดี...ทำให้ชายหนุ่มค่อยๆขึ้นไปบนเตียงแล้วนอนลงข้างร่างบาง ก่อนจะกอดพร้อมหอมแก้มสาว 

"................"

 ศิวะจ้องดวงตาของพิมพิชญานิ่ง ก่อนเขาจะค่อยๆขยับเข้าไปกระซิบแผ่วบริเวณข้างหูผู้พึ่งกลับมา

“ไปไหมมา?...อย่าไปอีกนะ...”

“ทำไม?...ค่ะ”

พิมพิชญาตอบช้าใบหน้างง ทำให้ศิวะกลั่นสิ่งที่เขาอัดอั้น ออกมาเป็นคำพูด จากก้นบึงของจิตใจ

“ก็กูคิดถึงมึง และรักมึง...พิมพ์”

แม้มันจะเป็นคำที่เถื่อนและดิษ..แต่ความหมายของมันทำให้ผู้ที่พึ่งพื้นจากความตายรู้ว่าผู้พูดได้กล่าวออกจากจิตใต้สำนึกของผู้พูด...เธอจึงตอบกลับไปแบบนั้นเช่นกัน

“ฉันก็คิดถึงแก  และรักแก...พี่ศิวะ”

                                 ............จบแล้วนะครับ.................

                  (เขียนผิด  ใช้ภาษาไม่ถูก  ใช้คำไม่สุภาพ ขออภัยด้วยนะครับ)

เรื่องราวของแพทย์สาวเย่อหยิ่งกับวิศวกรผู้จองหอง ก็ได้จบลงไปแล้วนะครับ(แต่ยังมีเรื่องโรคร้ายของนางเอกที่ยังไม่ดีอยู่นะครับ)  ยังไงไรท์จะเขียนให้หายคิดถึง..ศิวะและพิมพิชญา เป็นตอนพิเศษ นะครับ

สำหรับนิยายเรื่องใหม่ของไรท์ลงให้อ่านในเด็กดีแล้วนะครับ ชื่อเรื่อง “ลวงรัก หลอนสวาท ”เป็นแนวภูตผีวิญญาณร้าย..รักซึ้งสะเทือนใจ ที่มีเนื้อหาแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร..ยังไงก็ไปอ่านเป็นกำลังใจกันด้วยนะครับ

 https://my.dek-d.com/MungTumDee/writer/view.php?id=1952534                                                        

     ....กระซิบแผ่ว....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

6 ความคิดเห็น