ตอนที่ 67 : ยุติความแค้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    30 เม.ย. 62

“มึงบอกลาเมีย...ลาลูกมึงได้เลยไอ้ราเชน...”

หญิงสูงวัยผู้คิดว่าศูนย์เสียลูกและสามี...กดไกรปืนเพื่อจะลั่นกระสุนเพื่อสังหารคู่อริแบบไม่รีรอ..

“เดียวครับ...แม่”

เสียงร้องบอกที่คุ้นเคย ทำให้กิมลั้งยั้งปลายนิ้วที่กำลังใช้แรงกดไกรปืนเพียงเสี้ยววินาที่ ก่อนที่เธอจะหันหน้าไปที่มาของเสียง

“อาพิริยะ...”

ชายหนุ่มที่เร่งรีบเดินมาพร้อมกับอภิญารีบอธิบายสิ่งที่เขาตั้งใจ

“แม่กิมลั้ง...คุณราเชนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเตี่ยของเรา...นะครับ”

กิมลั้งไม่สนใจสิ่งที่พิริยะพูดเท่าไหร่ เพราะตอนนี้เธอรีบเข้าไปกอดลูกชายที่คิดว่าเสียชีวิตไปแล้ว...

“ลื้อ...ยังไม่ตาย ลื้อยังไม่ตาย...”

“แม่ครับเรายุติเรื่องนี้เถอะครับ...อย่าล้างแค้นกันอีกเลยนะครับ...แม่”

ชายหนุ่มพยายามกล่าวในสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ ในขณะที่อภิญาเข้าไปประครองราเชนผู้เป็นพ่อที่เกือบถูกกระสุนพรากชีวิตของเขาให้จากเธอเมื่อครู่

“พ่อเป็นอะไรไหม?ค่ะ”

“ไม่พ่อไม่เป็นไร...”

แต่ขณะนั้นเกิดมีเสียงปืนดังกังวานขึ้น...

 เปี้ยง...เปรี้ยง..

หนึ่งในสมุนของกิมลั้งถูกคมกระสุนปืนล้มลงเมื่อเขาขยับเพราะมองไปเห็นชายฉกรรจ์อาวุธครบมือกลุ่มใหญ่ตรงเข้ามาหา ก่อนกลุ่มคนที่มาใหม่ไม่น้อยกว่าหกถึงเจ็ดคน จะเข้าล็อคตัวลูกน้องของกิมลั้งที่เหลืออยู่อีกสามคนเอาไว้จนพวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้

“ทิ้งปืนครับ คุณกิมลั้ง...ไม่งั้นผมยิงคุณแน่”

ปืนที่มีอนุภาพสังหารไม่น้อยกว่าเจ็ดถึงแปดกระปอก ของทีมฆ่า..ตอนนี้มันเล็งไปยังร่างของกิมลั้ง ที่ยังอยู่ในอาการตกตะลึงในสถานการณ์ที่พลิกผัน

“ไอ้เกียงไกร...”

กิมลั้งที่เล็งปืนในมือไปยังหัวหน้าชุดรับจ้างสังหารสามีและลูกชายของเธอ เรียกชื่อคนปองร้ายเป็นเสียงตะว้าด

“ผมเองครับ..คุณกิมลั้ง  และวางปืนซะ..ไม่งั้นพวกผมยิงคุณกับลูกแน่”

“วันนี้ฉันยอมตาย…แกมาเลยไอ้เกียงไกร..”

“คุณกิมลั้งวางปืนเดียวนี้นะ...ไม่งั้นผมยิง...”

เกียงไกรยังรั้งรอด้วยการให้โอกาศกิมลั้ง เนื่องจากถ้าเขาสั่งให้สมุนเริ่มยิง..ทั้งราเชน พิสมัยและอภิญาที่อยู่ข้างๆตัวกิมลั้งต้องถูกลูกหลงในการระดมยิงในครั้งนี้...และที่สำคัญปืนในมือของกิมลั้งก็คงจะยิงมาใส่ตัวของเขาแบบไม่พลาดเป้า

“เอาสิ...ฉันตายแกก็ตาย...เกียงไกร”

“เดียวครับแม่...ถ้าแม่เป็นอะไรไปแล้วใครจะช่วยผมเลี้ยงหลานครับ..แม่”

ในสถานการณ์เคร่งเครียดมีเพียงพิริยะเท่านั้นที่รู้ว่าผู้เป็นแม่ใจเด็ดเดี่ยวแค่ไหน? และเธอจะยอมตายอย่างที่ได้ลั่นปากเอาไว้อย่างแน่นอน  ชายหนุ่มจึงพูดถึงสิ่งที่ผู้เป็นแม่พร่ำบอก  ว่าเธออยากให้ชายหนุ่มมีหลานให้เธอได้เชยชมเสมอมา

“หลานอะไร...อาพิริยะ...”

“ก็ผมกับอภิญาตอนนี้เรากำลังจะมีลูกด้วยกันครับ...แม่”

“จริงเหรอ...อาพิริยะ...”

กิมลั้งตาลุกโพลงขณะมองไปยังอภิญาที่นั่งอยู่ที่พื้นกอดผู้เป็นพ่อเอาไว้ แล้วใช้ความคิด

“ครับแม่...ผมก็ยังไม่ตาย และผมก็หาลูกสะใภ้ให้แล้ว ต่อไปแม่ก็จะได้เลี้ยงหลาน อย่างที่แม่บอกผมมาตลอดไงครับ...แม่”

หญิงที่มีแต่เพียงความแค้น รู้สึกว่าได้ลูกชายกลับมาแล้ว และได้รับรู้เรื่องดีๆที่ลูกชายบอก ทำให้กิมลั้งเริ่มจะลังเล

                “ถ้าแม่ยอม...แต่พวกมันไม่ยอมปล่อยเราแน่ อาพิริยะ...”

            “เรื่องนี้ทางเราก็ศูนย์เสียไปเยอะ ทั้งคุณวิชัยและคุณวิทวัตร์ก็เป็นตายเท่ากันในห้องไอซียู...และทางญาติๆก็ลงความเห็นถ้าคุณกิมลั้งไม่ตายเราก็คงไม่สงบสุข...แต่..”

เกรียงไกรกล่าวอธิบายถึงภารกิจที่เขาถูกส่งมาสังหารกิมลั้งในครั้งนี้ เพื่อเป็นการถอนรากถอนโคนศัตรูคู่แค้นก่อนที่จะหยุดนิดหนึ่ง ทำให้พิริยะเร่งถาม...

“แต่...อะไรครับคุณเกรียงไกร”

“แต่ว่า...ถ้าทุกเรื่องเราตกลงกันได้ว่าจะยุติเรื่องราวทั้งหมดไว้แค่นี้ แล้ว...ต่างคนต่างทำธุรกิจไป...ไม่คิดจะปองร้ายเอาชีวิตกันอีก  ผมก็จะไปหารือกัน  และ...ผมคิดว่าคงจะไม่มีปัญหา เพราะพวกเราก็คือนักธุรกิจ  ไม่ใช่พวกที่ใช้อิธิพลในการค้าขายอยู่แล้ว”

พิริยะได้ฟังเกียงไกรอธิบายทำให้ตาของเขาเป็นประกาย ก่อนจะกล่าวโน้นน้าวผู้ที่จะจบเรื่องนี้

“แม่ครับ...วางปืนนะครับ เราจะได้ไปใช้ชีวิตที่ดีต่อไปครับ...แม่”

กิมลั้งคิดนิดหนึ่งก่อนจะลดปืนลง ทำให้พิริยะเข้าไปกอดผู้เป็นแม่เอาไว้...

                ..............................................................................................

ติด...ติด...ติด...

“พี่พิมพ์ค่ะ...ญามาเยี่ยมพี่นะ”

อภิญากล่าวกับร่างที่ไม่มีปติกิริยาตอบใดๆจากพี่สาว ในขณะที่พิริยะโอบร่างเล็กของเธอเอาไว้เพื่อเป็นการให้กำลังใจเมื่อเธอมาเห็นสภาพการป่วยของผู้เป็นพี่ ที่ยากจะรักษา...

“นี่แหละสัจจะธรรม ถึงแม้ว่าเรามีเงินล้นฟ้า แต่ก็ไม่สามารถซื้อความป่วยไข้ได้ครับ..คุณศิวะ”

พิริยะกล่าวกับศิวะที่ยืนอยู่ข้างศรีแพร ขณะที่ชายหนุ่มมองหน้าพิมพิชญาบนเตียงนิ่ง

“ขอบใจนะครับพี่พิริยะที่มาเยี่ยมพิมพ์  ไง..ครับ..เห็นว่าจะไปหาฤกษ์แต่งงานกับน้องญา”

“ไม่ค่ะญาจะยังไม่แต่ง...ถ้าพี่พิมพ์ยังป่วยอยู่แบบนี้”

อภิญากล่าวในสิ่งที่เธอประสงค์ เพราะถ้าพี่สาวของเธอยังเป็นแบบนี้ หญิงสาวคงไม่ต้องการมีงานรื่นเริงใดๆอย่างแน่นอน

“ครับ...ผมก็กำลังจะบอกน้องญาว่านานแค่ไหนก็ได้สำหรับงานแต่งของเรา แม้ว่ามันจะนานจนลูกของเราคลอดก็ต้องรอ...เพราะเราจะรอจนคุณพิมพ์อาการดีขึ้น”

อภิญายิ้มให้พิริยะที่เข้าใจเธอ

“คุณศิวะค่ะ...ป้าจะกลับไปบ้านเอาของจำเป็นก่อนนะคะ แอร์โรงพยาบาลเย็นเหลือเกิน...สงสัยต้องเอาผ้าห่มมาเพิ่มอีกคืนนี้”

“ได้สิครับป้า...ผมก็คงต้องรบกวนป้านอนเฝ้าพิมพ์อีกสักคืน”

ศิวะอนุญาตป้าเดือนผู้มานอนเฝ้าพิมพิชญา ให้กลับบ้านไปเอาข้าวของจำเป็นหลังจากที่เมื่อคืนเขาให้หญิงรับใช้ของบ้านมานอนเฝ้าผู้ป่วยสาวผู้ยังไร้สติ...

 “พี่ศิวะค่ะ แพรมาช่วยนอนเป็นเพื่อนป้าเดือนก็ได้นะคะ คืนนี้...”

“ไม่ต้องหรอกแพร พิมพ์นะนอนอย่างเดียวไม่ขยับตัว เราแทบไม่ต้องทำอะไร อีกอย่างพยาบาลก็เข้ามาเช็คอาการเป็นช่วงอยู่ตลอดเวลาแล้ว”

“น้องศิวะ...ไม่ได้มานอนเฝ้าน้องพิมพ์เหรอครับคืนนี้...”

พิริยะถามออกมาเพราะ ชายหนุ่มทำเหมือนไม่ใยดีหญิงสาวที่คบหาเป็นแฟน

“เมื่อคืนผมไปนอนไซค์งานครับ...งานกำลังเร่ง และถึงแม้หมอบอกว่าพิมพ์อาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่พิมพ์คงยังไม่พื้นในช่วงนี้หรอกครับตามที่หมอบอก...“

พิริยะมองศิวะด้วยสายเคลือง แต่นั่นมันก็น้อยกว่าอภิญา...

“พี่ศิวะต่อไปถ้าไม่ว่างก็ไม่ต้องมาก็ได้นะคะ เดียวญาจะมานอนเป็นเพื่อนพี่พิมพ์เอง..”

อภิญาพูดประชดเพราะรู้สึกไม่ดีกับคำกล่าวของชายหนุ่ม แต่คำที่ตอบกลับมาทำให้ผู้เป็นน้องต้องรู้สึกสงสารพี่สาวขึ้นมาจับใจ

“ยังงั้นก็ดีเลย...น้องญา พี่กำลังจะบอกอยู่เชี่ยวว่า หาคนมาสลับเปลี่ยนกันบ้าง พี่คนเดียวเบื่อจะเฝ้าแล้ว...ไปแพรเที่ยงแล้ว พี่จะพาไปกินสะเต็กร้านโปรดของแพร...”

ศิวะเอื้อมมือไปจูงมือศรีแพรต่อหน้าต่อตาอภิญา และเมื่อคนทั้งคู่เดินพ้นประตูไป หญิงสาวก็น้ำตาไหลเพราะรู้สึกว่าพี่สาวที่กำลังป่วยหนักถูกชายคนรักหักหลัง และ ไม่แยแสเธอในยามยากลำบากเช่นนี้

"โธ่...พี่พิมพ์.."

                ...............................................................................................

ธีรดลผู้พึ่งมาถึงพร้อมวณิดา แสดงใบหน้าเดือดดาน ก่อนกล่าวเสียงดัง เมื่อทราบถึงคำพูดของศิวะที่อภิญาเล่าให้ฟัง

“อะไรนะน้องญา ไอ้ศิวะมันพูดอย่างนั้นจริงๆเหรอ...”

“ค่ะพี่ดล…พี่ศิวะบอกว่าอยากหาคนมาเปลี่ยนเพราะ พี่เขาเบื่อจะมาแล้ว...แถมยังพาคุณศรีแพรไปกินสะเต็กร้านโปรดอีก”

“น้องศิวะ...คงเครียดนะ  เลยพูดอะไรไม่เข้าท่าออกมา...”

พิริยะรีบพูดเพื่อให้เรื่องนี้ผ่านไปด้วยดี ในขณะที่หมอวณิดารีบดึงรั้งแขนธีรดลเอาไว้เพราะรู้ใจแฟนหนุ่มที่กำลังขยับว่าเขาคิดจะทำอะไร

“พี่ดลใจเย็นๆ...ไม่ต้องไปหรอก”

“ดาอยู่นี่ วันนี้พี่มีเคลีย์...และหมอดาคงรู้นะว่าห้ามพี่ไม่ได้”

หมอวณิดารู้ใจผู้กุมหัวใจของเธอ จึงปล่อยแขนชายหนุ่มให้เขาเดินออกจากห้องที่พิมพิชญานอนป่วยไปด้วยดวงตาที่หวั่นวิตก

                .......................................................................................

ร้านสเต็กหรู่ที่ผู้คนมาใช้บริการยามเที่ยงจนมองดูคึกคัก ขณะ ที่ธีรดลเดินตรงไปยังโต๊ะที่มีสองหนุ่นสาวนั่งอยู่...แต่ชายหนุ่มไม่คิดว่าจะมากินอะไร

“อ้าวไอ้ดล...มึงมากินสะเต็กเหมือนกันหรือวะเพื่อน...นั่งสิวะ”

ศิวะเห็นเพื่อนเดินตรงเข้ามาหา แสดงใบหน้าดีใจ ในขณะที่ศรีแพรยิ้มให้ธีรดลที่หยุดเดินแล้พูดกับเธอ

“พี่ขออนุญาตด่าเพื่อนพี่หน่อยนะศรีแพร...”

หญิงสาวทำหน้างงกับคำขอของธีรดล

“ไอ้ศิวะ ไอ้เพื่อนสันดานเลว...มากินสะเต็กก็มากินกับผู้หญิงไม่มีความคิด.แฟนเขาป่วยปางตายก็ยังกล้าหน้าด้าน..มากับมัน”

“อ้าวไอ้ดล...มึงทำไมพูดแบบนี้...วะ”

“มึงคิดว่ากูมาพูดเฉยๆเหรอวะ...กูมาต่อยปากมึงด้วยศิวะ...”

หมัดของธีรดลชกเข้าโหนกแก้มของศิวะจนผู้ถูกชกเซล้มลงจากเก้าอี้ ขณะศรีแพรลุกขึ้นเอามือปิดปากเอาไว้ ในขณะคนทั้งร้านตงพากันลุกขึ้นดูเหตุวิวาทที่มีเกิดขึ้นให้ดูกันบ่อยนัก

“หมัดนี้...กูจะบอกมึงว่าหมอพิมพ์ยังไม่ตาย และ “

ธีรดลหยุดกล่าวนิดหนึ่งแล้วหันหน้าไปทางศรีแพรก่อนพูด

“และอยากบอกแพรว่า แฟนของศิวะยังหายใจอยู่ ทำอะไรก็ให้คิดบ้าง...”

ชายหนุ่มพูดกับศรีแพรเสร็จจึงหันมาพูดกับศิวะอีกครั้ง

“และถ้ามึงจะตีตัวออกห่างหมอพิมพ์เพราะว่าเธอป่วยในสภาพนี้  มึงก็ไปได้เลย มึงไม่ต้องมาแกล้ง..มาดู..มาเฝ้า เพราะมันเป็นสิทธิ์ของมึงเพื่อน...ไม่มีใครทำอะไรมึงได้...หรอกเพื่อน...”

ธีรดลกล่าวถึงตรงนี้เขาเริ่มรู้ว่าน้ำใสมาคลอที่เบ้าตา แต่เขาก็พูดต่อ

“มึงรู้ไหม?กูรักมึงเพื่อน... ยิ่งมึงยิ่งทำตัวน่ารังเกียดมากเท่าไหร่...กูก็เสียใจมากเท่านั้น...เพราะกูรักมึงไง...ไอ้ศิวะ”

พูดถึงตรงนี้น้ำตาลูกผู้ชายชื่อธีรดลก็ไหลออกมา ในขณะที่ศิวะลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเพื่อนรักของเขาอีกครั้ง

“ดล...กูเลวกูรู้...กูผิดต่อพิมพ์กูรู้  แต่ตอนนี้กูขอให้มึงต่อยกูอีกที่เพื่อน  และ...เมื่อมึงต่อยกูแล้ว...มึงกับกูขาดกัน...และต่อไปมึงไม่ต้องมายุ้งกับชีวิตกูอีก...ดลเพื่อนรัก”

ศิวะขณะที่กล่าวน้ำตาของเขาไหลรินออกมาไม่น้อยกว่าธีรดล...และธีรดลก็ได้รู้ว่า..เมื่อเขาต่อยศิวะอีกหมัดความเป็นเพื่อนของเขากับศิวะ...จะจบสิ้นลงในทันที่

“ได้เพื่อนรัก...”

หมัดของธีรดลส่งให้ศิวะล้มลงไปนอนบนพื้นอีกครั้ง ก่อนผู้ต่อยจะหันหลังเดินกลับไปด้วยหัวใจที่แตกสลาย

                .............................................................................................

                นาฬิกาติดฝาผนังห้องพิเศษบ่งบอกว่าอีกไม่นานก็จะเป็นเวลาตีหนึ่ง ในขณะที่ป้าเดือนผู้ทำหน้าที่มาอยู่เป็นเพื่อนพิมพิชญา นอนคลุมผ้าห่มหนาอยู่บนเตียงที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้

                ติด...ติด...ติด...

                เครื่องเตื่อนสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะภายในห้องผู้ป่วย ที่เปิดไว้เพียงไฟสลัวหัวเตียงจนไม่สามารถมองเห็นหน้ากันได้ ก่อนจะมีไฟสาดเข้ามาทางประตูเข้า และนั่นแสดงว่าตอนนี้มีคนเปิดมันออก ก่อนจะเงาผ่านประตูเข้ามา

“หือ..อะไร..กัน...อื่ม...”

  ป้าเดือนที่รู้สึกตัวขึ้นมา แต่ก็ถูกคนลึกลับเอาผ้าที่ชุบยาบางอย่าง นำไปอุดจมูกก่อนที่เธอจะแน่นิ่งไปอีกครั้ง

  เงาตะคุมของบุคคลลึกลับ ค่อยๆเดินไปยืนอยู่ข้างเตียงพิมพิชญาที่นอนรักษาตัว  ก่อนมันจะใช้มือดึงปลั๊กเครื่องช่วยหายใจของหญิงสาวออก

     ตีดดดดดดดดดดดดด...........

           เครื่องเตือนแจ้งว่าในตอนนี้มันไม่มีสัญญาณชีพแล้ว

                           ............ตามต่อนะครับ.................

               (เขียนผิด  ใช้ภาษาไม่ถูก  ใช้คำไม่สุภาพ ขออภัยด้วยนะครับ)

  ปมที่ยังค้างไว้    1 ศิวะเห็นอะไรหลังรถพิมพิชญาตอนไปหาผ้ามาห้ามเลือดชม

                               2 ปมคำว่า"หึงย้อนหลัง"ตอนที่พิมพิชญาออกจากลิฟท์พร้อมศิวะที่สถาบันวิจัย

                           3 การปรากฏตัวของฆาตกรที่ไซค์ งาน(ตอนที่ศิวะอยู่กับศรีแพร)

          ทั้ง 3 ปมจะเป็นการไขเรื่องราวให้สมบรูณ์ ในตอนหน้านะครับ....

                              ......กระซิบแผ่ว.....

           เรื่องราวใกล้สรุปแล้ว...และไรท์ได้อัพนิยายเรื่องใหม่ของไรท์ ชื่อเรื่อง"ลวงรักหลอนสวาท" แล้วนะครับ ยังไงไปอ่านให้กำลังใจกันหน่อยนครับ..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

6 ความคิดเห็น