ตอนที่ 66 : เรืองยังไม่จบ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    29 เม.ย. 62

“พ่อศิวะ...ครับ”

ศิวะตรงเข้าไปอุ้มต้น ขึ้นมากอดเมื่อเห็นเด็กน้อยวิ่งเข้ามาหา ในขณะที่ศรีแพรถือกระเซ้าเยี่ยมไข้เดินตามลูกชายเข้ามา ก่อนยกมือไหว้ธีรดลและวณิดา

“สวัสดีค่ะ พี่ธีรดลสวัสดีค่ะหมอดา...”

ทั้งคู่รับไหว้ศรีแพรก่อนที่เธอจะหันไปกล่าวกับศิวะที่อุ้มลูกของเธอ ด้วยหน้าเศร้าที่แสดงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

“พี่ศิวะค่ะ แพรละอายใจ และรู้สึกผิดในสิ่งที่แม่ทำ แพรไม่รู้จะทดแทนหมอพิมพ์ยังไงดีถึงจะหมด...”

“ไม่ต้องทดแทนอะไรหรอกแพร...เพราะเรื่องนี้พี่คิดว่าเป็นเรื่องของเวรกรรม...”

“ใช่ครับ...ผมว่าคุณศรีแพรอย่าไปคิดอะไรมากเลยนะครับ ที่แม่คุณแพรทำไปก็เพราะท่านรักคุณแพรนะครับ”

ธีรดลพูดปลอบหญิงสาวผู้อยู่ระหว่างกลางการกระทำที่ส่งผลทางร้ายแรง  ในขณะที่วณิดาพูดเสริม

“เรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว ก็ให้มันแล้วไปนะคะ ..เพราไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกค่ะ..คุณแพร”

ศรีแพรใบหน้าลดความเครียดลงเมื่อได้ยินทุกคนพูดเช่นนั้น ก่อนที่เธอจะยิ้มออกมาได้เมื่อเห็นศิวะหยอกล้อกับลูกชายวัยสี่ขวบของเธอ

“เป็นไงลูกต้น..ไม่พบกันไม่กี่วันหล่อขึ้นนะเรา...”

“แล้วหล่อเท่าพ่อศิวะ ยังครับ”

“หล่อกว่าแล้วคับ  อ้าว...อย่าไปดึงสายนั่นสิลูก เดียวปลั๊กหลุดแม่พิมพ์หายใจไม่ออก...นะคับ”

ชายหนุ่มเอามือต้นที่จับสายโยงไปทั่วออก...ก่อนเสียงใสซื่อจะถาม

“แม่พิมพ์หายใจไม่ออก  แม่พิมพ์ก็จะตายใช่ไหม?คับ...”

“หายใจไม่ออกก็ตายนะสิลูก...พอแม่พิมพ์ไม่อยู่แล้ว พ่อก็จะหาแม่ใหม่...มาให้ต้นอีกคนนะ...”

ธีรดลได้ยินศิวะพูดเช่นนั้น จึงพูดในสิ่งที่เขาต้องพูดด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ...

“ไอ้บ้า...มึงพูดแบบนั้นได้ไงวะ  หมอพิมพ์ป่วยอยู่..มึงควรพูดแบบนี้ไหม?ศิวะ...”

“ใช่พี่ศิวะก็...พูดแบบนี้ดาก็ไม่ชอบนะ นั่นมันเพื่อนดานะคะ...”

วณิดาอีกคนที่ไม่ไหวกับคำพูดศิวะ จนเธอหมดความเกรงใจ ..

“ก็พูดออกไปแล้วนี้ทำไงได้...ป๊ะต้น..พ่อพาไปกินไอศครีม ไปเถอะ..แพรเราไปกัน...”

ศิวะพูดเสร็จก็อุ้มต้นเดินออกประตูห้องไป ในขณะที่ศรีแพรวางกระเซ้าเยี่ยมลงบนโต๊ะหัวเตียงแล้วค่อยๆเดินตามหลังชายหนุ่มไปแบบเงียบๆ

“...มึงจะเอายังไงวะ...ไอ้เพื่อนเลว” 

ธีรดลพูดออกมาจากความโมโหในการกระทำของศิวะ ขณะวณิดามองตามหลังชายหนุ่มไป..ด้วยสายตาที่ไม่พอใจอย่างแรง...

                …………………………………………………………………….

“นี่ค่ะคุณน้ำชาร้อนๆ...ดื่มหน่อยนะค่ะจะได้ผ่อนคลาย...”

พิสมัยเอาถ้วยน้ำชามาให้ราเชนในห้องรับแขกหรู่ภายในบ้าน เพื่อคลายความวิตกกังวล

"วันนี้..เราต้องไปแจ้งความเรื่องลูกญาหายตัวไป..แล้วนะพิสมัย .."

"ฉันก็ว่าแบบนั้นแหละค่ะ..โธ่..ไม่รู้ว่าตอนนี้หนูญาเป็นอะไรไปหรือเปล่า?"

ราเชนหน้าเคลียดขณะยกถ้วยน้ำชาขึ้นดื่ม


“กินซะ...ก่อน มึงจะไม่ได้กินอีกต่อไป..นายราเชน...”

“กิมลั้ง...”

ราเชนและพิสมัยพูดชื่อแขกที่ไม่ได้รับเชิญแทบจะพร้อมกัน เพราะ ตอนนี้เมียของเสี่ยพิชัยพร้อมชายฉกรรจ์อาวุธครบมืออีกสี่ห้าคน  บุกเข้ามาในบ้านที่คนทั้งคู่ใช้หลบการประสงค์ร้ายจากเธอ  แบบไม่ทันตั้งตัว...

“ไม่ต้องมองหาพวกที่มาคุ้มกันพวกแกหรอก...นู๊นฉันจับพวกมันมัดไว้นั่น”

ชุดคุ้มกันที่ทางตำรวจส่งมาสามคน ถูกจับมัดนอนอยู่บนพื้นหน้าบ้านพร้อม กับป้าเดือน และแววสองคนใช้ของบ้าน และนั่นก็แสดงว่าผู้อยู่ในบ้าน ที่ยังไม่ถูกจับมัดก็เหลือเพียง ราเชนกับพิสมัย...เท่านั้นเอง

“แก ไอ้ราเชน...แกฆ่าพี่พิชัย และพิริยะลูกฉัน...ถึงฉันตายฉันก็ไม่ไว้ชีวิตแก...”

“กิมลั้ง...เรื่องนี้เราไม่เกี่ยวนะ...”

“แกอย่ามาพูดพิสมัย...พวกแกกับไอ้เสี่ยวิชัยและไอ้เสี่ยวิทวัตร์ที่ฉันได้ส่งมันไปนรกแล้ว ลงขันกันฆ่าลูกกับผัวกู ตอนนี้มันก็เหลือแต่มึงสองคน ที่ต้องตายตามพวกมันไปในวันนี้...เอ้ย...พวกมึงจับมันก้มลง”

สิ้นคำสั่งของกิมลั้ง ลูกสมุนของเธอก็จับราเชนและพิสมัยกดหัวลงแทบติดพื้น ก่อนที่กิมลั้งเอาปืนไปจ่อเล่งที่หัวของราเชนก่อนเป็นคนแรก...

                “มึงบอกลาเมีย...ลาลูกมึงได้เลยไอ้ราเชน...”

หญิงสูงวัยผู้ศูนย์เสียลูกและสามี...เร่งกดไกรปืนเพื่อจะลั่นกระสุนสังหารคู่อริแบบไม่รีรอ..

                                   ............ตามต่อนะครับ.................

                  (เขียนผิด  ใช้ภาษาไม่ถูก  ใช้คำไม่สุภาพ ขออภัยด้วยนะครับ)


               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

6 ความคิดเห็น