ตอนที่ 65 : ความเป็นความตาย..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    28 เม.ย. 62

“อืมม....”

ขณะนั้นร่างของพิมพิชญาขยับพร้อมเกิดเสียงจากลำคอ ทำให้หนึ่งในทีมกู้ชีพรีบนั่งลงใช้มือจับชีพจรของหญิงสาว

 “เธอยังมีชีพจร...เร็วพวกเรา...”

ทีมกู้ชีพ เมื่อทราบเช่นนั้นต่างพากันกรูเข้าช่วยเหลือพิมพิชญา ที่มีทั้งทีมเปลว..ทีมออกซิเจน...ทีมห้ามเลือดที่รุกเข้าไปช่วยพิมพิชญาแบบมืออาชีพ ในขณะที่วณิดารีบดึงศิวะให้ลุกขึ้น

"พิมพ์.."

ศิวะกล่าวเบาขณะมองดูการช่วยเหลือหญิงสาวผู้กลับมา...ด้วยใบหน้าที่เริ่มปิติ..

                .........................................................................................................

ราเชนลูบหัวพิมพิชญาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ ที่มีสายอะไรต่อมิอะไรระโยงรยางค์เต็มไปหมด ขณะที่มีเสียงของเครื่องเตือนสัญญาณชีพ ดังอยู่เป็นระยะ

...ตีด..ตีด...ตีด...

“ไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไรขนาดนี้ ลูกสาวคนเล็กก็หายตัวไป ลูกสาวคนโตก็มาถูกทำร้ายบาดเจ็บปางตาย...แม้แต่ตัวเองก็ยังถูกปองร้ายอีก”

“ใจเย็นคุณพี่ ทุกอย่างมันต้องมีทางออก..นะคะ...”

พิสมัยบีบมือผู้เป็นสามีที่กำลังคิดท้อกับโชคชะตา ในขณะที่ศิวะกุมมือพิมพิชญาที่นอนนิ่งบนเตียงด้วยความรู้สึกที่สับสน

“อย่างที่ทราบกันนะครับว่า คุณสาวิตรีเมื่อหลอกคุณพิมพิชญาไปพบที่ทำงานของเธอ แล้วใช้มีดทำร้ายเพื่อจะเอาชีวิตแล้วหนีไป แต่ท้ายที่สุด คุณสาวิตรีก็กลับไปที่บ้านแล้วกินยาฆ่าตัวตายที่นั่น...”

ร้อยตำรวจวรวิทย์ที่มาสรุปสำนวน ในห้องผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลดังขนาดใหญ่ ที่ใช้พักรักษาพิมพิชญา ได้กล่าวสรุปเพื่อจะปิดคดี...ก่อนที่พิศมัยตั้งคำถาม

“แล้วจดหมายลาตายของสาวิตรี ที่เขียนว่า..ฉันทำดีที่สุดแล้ว..มันหมายความว่าอะไรค่ะหมวด...”

“อ๋อ...นั่นเป็นจดหมายที่เอามาพิสูจน์ทางคดีไม่ได้ แต่สิ่งที่เราพบ คืออาวุธมีดที่ใช้ทำร้ายคุณพิมพ์ และอาวุธมีดที่ใช้ฆาตกรรมคุณไพโรจน์  รวมทั้งหลักฐานอื่นๆเช่นเสื้อที่ใส่ตอนลงมือฆาตกรรมครังก่อน ที่มีคราบเลือดของผู้เสียชีวิตติดอยู่ ในบ้านคุณสาวิตรี และ ผลสรุปถึงเหตุจูงใจในการลงมือทำ ผมก็คงต้องสรุปสำนวนเพราะหลักฐานต่างๆครบและชัดแจ้ง”

 “เออ...แล้วเหตุจูงใจอะไร ที่ทำให้?สาวิตรีต้องการทำร้ายลูกพิมพ์ ของผมครับผู้หมวด?”

ครั้งนี้ราเชนเป็นคนที่มีเรื่องค้างคา

“สรุปตามนี้นะครับ...สำหรับคุณไพโรจน์ที่ได้ข่มขื่นลูกสาวตัวเองจนตั้งท้อง นั้นก็คือแรงจูงใจ เพราะลูกสาวที่คุณไพโรจน์ข่มขื่นก็คือลูกของคุณไฟโรจน์กับคุณสาวิตรี ที่ชื่อศรีแพร..ทำให้เธอเจ็บแค้นจนลงมือสังหาร...”

นายตำรวจหนุ่มหยุดนิดหนึ่งก่อนสรุปเรื่องต่อไป

“ และ..เหตุที่คุณสาวิตรีปองร้ายคุณพิมพิชญา เราได้สืบทราบมาว่า..เมื่อสักสี่ปีก่อน ตอนที่หมอพิมพ์กำลังเรียนแพทย์ปีหนึ่ง เธอได้ไปฝึกหัดหน้าที่ผู้ช่วยทำคลอดให้คุณศรีแพร..ลูกสาวของคุณสาวิตรีที่ท้องกับคุณไพโรจน์พ่อตัวเอง “

“มีเรื่องนี่ด้วยเหรอ...ค่ะหมวด”

พิสมัยกล่าวด้วยท่าทางตกใจ

“ใช่ครับ และครั้งนั้น คุณศรีแพรคลอดลูกออกมาเป็นฝาแฝด แต่เสียชีวิตไปหนึ่งคนในขณะทำคลอด และสาเหตุนี่กระมั่ง ที่ทำให้คุณสาวิตรี โกธรแค้น และโทษคุณพิมพิชญาที่ทำหน้าที่หมอฝึกหัดในครั้งนั้น...”

“เธอโกธรแค้น...ขนาดนั้นเลยเหรอค่ะ แต่ตอนนั้นต้องโทษหมอผู้ทำคลอดไม่ใช่เหรอค่ะ...”

“ใช่ครับ...พอดีหมอผู้ทำคลอดครั้งนั้นเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุไปแล้ว จึงเหลือแค่หมอฝึกหัดอย่างคุณหมอพิมพิชญา และ ที่เรารู้ว่าคุณสาวิตรีโกธรแค้นเรื่องนี้มากขนาดไหน? ก็ดูได้จากครั้งก่อนที่เธอฆ่าสุนัขที่กำลังท้องแก่ แล้วผ่าเอาลูกสองตัว ที่มีตัวหนึ่งตาย..แต่อีกตัวยังมีชีวิต เอาไปทิ้งไว้ในห้องทำงานหมอพิมพิชญา  เพื่อขู่และส่งข้อความบอกว่าเธอโกธรเรื่องนี้อยู่...แต่ตอนนั้นเราตีปริศนาไม่ออกกันเอง...ครับ”

ศิวะใบหน้านิ่งนั่งกุมมือหญิงที่เขารักที่นอนไม่ไหวติงอยู่บนเตียง โดยไม่ออกความคิดเห็นใดๆกับการสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้น...ของนายตำรวจหนุ่ม

“ครับ..ตอนนี้ผมก็สรุปเรื่องทั้งหมดแล้ว ยังไงก็ขออนุญาตทุกคนนะครับ เพราะผมต้องไปธุระราชการอีก แห่ง ยังไงผมขอตัวนะครับ”

นายตำรวจเจ้าของคดีก้าวออกจากห้องคนป่วยได้ไม่นาน  ศิวะก็หันหน้ามากล่าวกับราเชนผู้ที่ชายหนุ่มเพิ่งรู้ว่าเขาคือผู้ให้กำเนิด

“คุณราเชนครับ...”

“อะไรรึ...ศิวะ”

“คุณคือพ่อแท้ๆของผมจริงๆใช่ไหม?ครับ...”

นักธุรกิจใหญ่มองหน้าผู้ที่เพิ่งรู้ว่าเป็นลูก..ที่ตอนนี้มันมีเพียงความหม่นหมองบนใบหน้า

“ใช่...และฉันก็เพิ่งรู้จากพิสมัย...ว่าเธอคือลูกแท้ๆของฉัน”

“ถ้าคุณเป็นพ่อผม...ให้ผมแต่งงานกับพิมพ์ นะครับ”

“อะไรนะ..ศิวะ”

ราเชนแสดงสีหน้าที่ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะขอเรื่องนี้ในตอนนี้ ในขณะที่พิสมัยใช้มือปิดปากขณะเพ้อออกมา

“โธ่...ลูกศิวะ...”

สิ้นเสียงเพ้อ น้ำตาพิสมัยก็เล็ดออกจากเบ้าตา  เมื่อเธอรู้ว่าลูกชายต้องการอะไร? เพราะว่าอาการของพิมพิชญาที่หมอได้อธิบายถึงตำแหน่งที่เธอโดนแทงทั้งห้าแผล โดยแต่ละแผลนั้นมันลึกและสาหัสมาก  แต่ที่สำคัญ ที่สุด มันมีแห่งหนึ่งที่มีดแทงเข้าไปโดนกระดูกไขสัน อันเป็นอวัยวะสำคัญ...จนมันทำให้หญิงสาวจะไม่สามารถขยับร่างกายช่วงครึ่งล่างได้ อย่างถาวร...

“ศิวะแน่ใจเหรอ?...เธอก็รู้นี่..ว่า..ว่า...ลูกพิมพ์ป่วยขนาดไหน...”

ราเชนกล่าวเพราะรู้ว่าพิมพิชญาจะกลายเป็นคนพิการที่เดินไม่ได้  ก่อนจะพบว่า...ดวงตาของศิวะวาวรื้นก่อนจะมีน้ำใสไหลลงอาบไปตามแก้มของบุรุษหนุ่ม

“คุณเป็นพ่อผม และเป็นพ่อเลี้ยงพิมพ์..กรุณาอนุญาติให้เราแต่งงานกันเถอะนะครับ...”

"ศิวะ.."

"ให้เราแต่งงานกันนะครับพ่อ..."

ศิวะพูดจบก็ตรงเข้าไปกอดราเชนผู้ที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว...และเขาไม่รู้ว่าเลยชายที่พึ่งรู้ว่าคือลูก จะเข้ามากกอดเขาไว้แล้วร้องไห้

“พ่อครับอนุญาติให้เราแต่งงานกัน..นะครับ..อือๆ.."

"เธอต้องการยังงั้น..จริงๆ เหรอ..ศิวะ.."

."ครับพ่อ...อื่อๆ...ถึงพิมพ์จะเป็นอะไร หรือจะเป็นยังไง..ผมก็จะแต่งงานกับเธอครับ...พ่อ”

และนั่นคือสิ่งที่ศิวะได้สัญญากับพิมพิชญาไว้...ว่า..ถึงแม้จะเกิดเรื่องอะไร?...จะหนักหนาสาหัสแค่ไหน? เขาก็จะบอกราเชนให้ได้ในวันนี้  ว่า...เขาและเธอจะแต่งงานกัน  และตอนนี้ศิวะได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับหญิงสาวที่เขารักแล้ว...

“..พ่อไม่เคยเลย...ที่จะคิดห้ามลูกทั้งสองไม่ให้รักกัน..เลยนะ”

“พ่อครับ...ผมรักพิมพ์...ผมรักเธอ...ครับพ่อ...อื่อๆ”

พิสมัยมองสองพ่อลูกกอดกัน ในขณะผู้เป็นลูกร้องไห้พร่ำถึงรักของเขาที่มีต่อพิมพิชญา...ที่เธอต้องกลายเป็นอัมพฤกษ์ จนร่างกายไม่สามารถขยับตั้งแต่คลึ่งล่างลงไป ด้วยน้ำใสที่คลอเต็มสองเบ้าตา

"โธ่..ศิวะลูกแม่..."

                ........................................................................................

อาจารย์หมอใช้มือลูบหัวของหมอพิมพิชญาที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง ขณะใช้สายตามองลูกศิษย์คนโปรดด้วยดวงตาเคร่งคิด

“หมอพิมพ์ ไม่ต้องห่วงนะ อาจารย์จะช่วยเธอทุกวิถีทางที่อาจารย์มี...”

ธีรดล หมอวณิดาและศิวะ ที่ยืนอยู่คนละฝังเตียง มองหมอผู้มีประสบการณ์สูงที่อยู่ในวงการแพษย์มายาวนาน เช่นอาจารย์หมอ กล่าวในสิ่งที่ที่เธอตั้งใจ

“ผมขอบใจอาจารย์หมอด้วยครับ ที่เมตตาพิมพ์...”

“หมอพิมพ์เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์...ยังไงศิวะก็ไม่ต้องห่วงนะเรื่องนี้ ฉันจะช่วยเต็มที่...”

“ขอบคุณครับอาจารย์...”

“เอาละวันนี้ขอตัวก่อนนะ อาจารย์มีประชุม และหมอดาก็รีบทำเรื่องตามที่สั่งไว้เลยนะ”

“ค่ะอาจารย์”

หมอวณิดาตอบรับ ขณะที่ธีรดลและศิวะยกมือไหว้ผู้เข้ามาเยี่ยมอาการของพิมพ์พิชญา ก่อนที่แขกคนสำคัญจะเดินออกจากห้องไป

“มึงไม่ต้องห่วงแล้วนะเพื่อน ถ้าอาจารย์หมอว่าแบบนี้ หมอพิมพ์หายแน่...”

“...ดลมึงไม่ต้องมาปลอบใจกู...ถึงพิมพ์จะเป็นยังไง...กู...ก็...”

“เออ...ไอ้เวรเป็นลูกผู้ชาย...ทำไม?ใจเสาะนักวะ...”

ธีรดลตบไหล่เพื่อนที่ทำท่าจะร้องไห้ออกมา ในขณะวณิดาพูดบ้าง

“ใจเย็นๆไว้ค่ะพี่ศิวะ...ตอนนี้อาจารย์หมอ  ได้เอาพิมพ์เข้ารักษาในโครงการพิเศษของสถาบันเราแล้ว ตอนนี้ดากำลังทำเรื่องตามที่อาจารย์สั่งอยู่ค่ะ และต่อไปการดูแลรักษาเราจะใช้แพทย์เฉพาะทางรักษา มันจะช่วยหมอพิมพ์ได้เยอะเลยค่ะพี่ศิวะ”

“ขอบใจหมอดาและอาจารย์หมอมากๆ ครับ”

ศิวะพอมีอะไรที่เป็นหนทาง ที่จะทำให้พิมพิชญาดีขึ้น ความรู้สึกสบายใจก็เกิดขึ้นเมื่อนั้น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความรู้สึกช่วงสั้นๆก็ตามที่...

“พ่อศิวะ...ครับ”

ศิวะตรงเข้าไปอุ้มต้น ขึ้นมากอดเมื่อเห็นเด็กน้อยวิ่งเข้ามาหา ในขณะที่ศรีแพรถือกระเซ้าเยี่ยมไข้เดินตามลูกชายเข้ามา ก่อนยกมือไหว้ธีรดลและวณิดา

“สวัสดีค่ะ พี่ธีรดล..สวัสดีค่ะหมอดา...”

ทั้งคู่รับไหว้ศรีแพรก่อนที่เธอจะหันไปกล่าวกับศิวะที่กำลังอุ้มลูกของเธอ 

“พี่ศิวะค่ะ แพรละอายใจ และรู้สึกผิดในสิ่งที่แม่ทำ จนแพรไม่รู้เลยว่า..จะทดแทนหมอพิมพ์ยังไงดีถึงจะหมดค่ะ.”

                                     ......................ตามต่อนะครับ.................................

            เรื่องทุกเรื่องกระจ่างแล้ว แต่พิมพิชญาไม่รู้จะรู้สึกตัวตอนไหน? .. แต่สิ่งที่เธอเป็นมันจะหายหรือเปล่า และ ความรักของศิวะและพิมพิชญาจะลงเอยยังไง...ตามต่อนะครับ

***และถ้าใครชอบสไตร์การเขียนนิยาย..ของไรท์ ก็ช่วยไปอ่านนิยายเรื่อง"ก็หัวใจมันรัก(โว้ย)"ที่อัพในเด็กดี จนจบไปแล้ว..ด้วยนะครับ

***และอย่าลืมติดตามอ่านนิยายเรื่องใหม่ของไรท์นะครับเรื่อง "ลวงรักหลอนสวาท" เป็นนิยายแนวภูตผีวิญญาณ..ที่เตือนเต้นระทึกใจ..ที่มีความรักหวานซึ้ง..ให้รีดได้ประทับใจแบมิรู้ลืม

โดยไรท์จะอัพลงต่อจาก "แพทย์หญิงผู้เย่อหยิ่งกับวิศวกรผู้จองหอง" ครับ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

6 ความคิดเห็น