ตอนที่ 61 : เมื่อความจริงปรากฏ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 เม.ย. 62

“อะไรแค่พิมพ์เอานมเบียดแค่นี้...จะไปห้องน้ำเลยเหรอพี่”

“...หมอบ้าอะไรคิดแต่เรื่องเดียว...ไปละปวดเยี่ยว”

พิมพิชญาแยกกับชายผู้ที่รีบเดินตรงไปยังห้องน้ำของบริษัท

“...ศิวะตอนบ่ายคุณพี่ราเชนนัดลูกไปพบที่บ้านใช่ไหม?”

พิสมัยเดินตรงเข้าไปหาลูกชายที่หน้าห้องน้ำ เพื่อถามเรื่องสำคัญ

“ใช่ครับแม่”

“เออ..แล้วหนูพิมพ์บอกเรื่องสถานะของลูกกับหนูพิมพ์หรือยัง.."

ศิวะทำหน้าฉงนเมื่อแม่ถามในสิ่งที่เขายังไม่ทราบ ก่อนตอบแล้วถามกลับ

"ยัง..ยัง..ครับ..แล้ว..แล้ว สถานะผมกับพิมพ์..คือยังไง?  พิมพ์ไม่เห็นบอกอะไรผมเลย.."

"แม่ ว่าแล้ว..เรื่องนี้หนูพิมพ์ต้องยังไม่บอกศิวะ.."

"แล้วมันคืออะไรครับ..บอกผมมาเร็วๆ..แม่"

เสียงร้อนใจในสิ่งที่อยากรู้ ทำให้ชายหนุ่มเร่งผู้เป็นแม่

"ก็เรื่องที่ลูกกับหนูพิมพ์ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆอย่างที่ลูกเข้าใจ..ไงละ?”

“หา...อะไรนะครับแม่?....”

“พูดแบบนี้แปลว่ายังไม่ได้บอกจริงๆ แม่ว่าแล้ว...หนูพิมพ์ขอไปบอกลูกเอง เธอคงอยากแกล้งลูก”

ใช่สิ...เมื่อคืนศิวะโดนพิมพิชญาข่มขื่นจนทำให้ชายหนุ่มต้องรู้สึกผิด...ก็เพราะมันเป็นเพราะยังงี้นี่เองที่ทำให้พิมพิชญากล้าทำในเรื่องผิดศีลธรรม

“แล้ว..แล้วเรื่องมันเป็น..ยัง...ไงครับแม่...”

ศิวะถามต่อด้วยความตื่นเต้น เมื่อเขากำลังจะรู้เหตุผลที่ทำให้เขาเกิดความสุขที่สุด

“ยังงี้นะศิวะ  เรื่องนี้เป็นเพราะลูกคือลูกของพี่ราเชนที่ติดท้องแม่ไป..ตอนที่แม่ไปอยู่กินกับพี่กำธรนั้นคือเรื่องจริง"

"แล้ว..แล้วทำไหม?พิมพ์จึงไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของผมละครับ?"

"ก็เพราะหนูพิมพ์ก็เป็นลูกติดท้องเมียเก่าของพี่ราเชนมาเหมือนกันนะสิ ที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นก็เพราะทั้งคู่ถูกผู้ใหญ่บังคับให้แต่งงานกัน มันจึงได้เกิดเรื่องแบบนี้...”

วิศวกรหนุ่มยิ้มจนแก้มแทบฉีก เมื่อทราบเรื่องราวที่ดีที่สุดในอดีต...เท่าที่ชายหนุ่มเคยได้ยินมาในชีวิต ก่อนพูดกับผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่มีบางสิ่งแอบแฝง

“แม่อย่าพึ่งบอกนะว่าเราเจอกัน...พิมพ์ทำผมเอาไว้แสบ ให้ผมเอาคืนก่อนผมจึงค่อยจะบอกเธอว่าผมรู้แล้ว”

“เอางั้นเหรอลูก...”

“เอางั้นสิแม่...”

“จัดไปศิวะ...”

                 ………………………………………………………………

ศิวะก้าวผ่านประตูเข้าไปในห้องทำงานหรู่ที่พิมพิชญากำลังนั่งตรวจเอกสารพร้อมลงนามอยู่ ชายหนุ่มจึงค่อยๆเข้าไปหอมแก้มตัวแทนของประธานบริษัทที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว

“หือ...เหม็นจังคนไม่ได้อาบน้ำตอนเช้า แล้วยังกล้ามาทำงาน”

“บ้าสิ...ก็พิมพ์ยังไม่ได้กลับบ้านแต่เมื่อคืน ก็รู้ๆกันอยู่  แล้วยังจะมาว่า...”

เสียงเล็กกล่าวแบบไมมั่นใจ และออกแนวเขินนิดๆ

“แล้วงานใกล้เสร็จยังน้องสาว  พี่จะได้รีบพากลับบ้านไปอาบน้ำเพราะตอนนี้กลิ่นเน่ามันโชยออกมาแล้ว...”

“เน่าก็ต้องทน เพราะพิมพ์กำลังจะลงชื่ออนุมัติผู้จัดการโครงการก่อสร้างใจเสาะ ที่เขียนใบมาลาออกมาเสนออยู่นี่ไง”

ศิวะรู้ว่าเป็นใบลาออกของตัวเขาเองอย่างแน่นอน ชายหนุ่มจึงเดินอ้อมไปทางด้านหลังพิมพิชญาก่อนจะใช้มือโอบกอดรอบผนักเก้าอี้พร้อมร่างหญิงสาว

“สงสัยต้องเป็นไอ้วิศวกรศิวะแน่ๆ แต่ไม่ใช่ใจมันเสาะจะลาออกหรอก...แต่มันคิดการใหญ่อยากได้ค่าจ้างเป็นลูกสาวเจ้าของบริษัทมากกว่า”

“พี่ศิวะลืมแล้วเหรอว่า.เราเป็นพี่น้องกัน...และตอนนี้มากอดพิมพ์แบบนี้ มันก็ผิดศีลธรรมนะ”

“กอดน้องเพราะรักน้องไม่ผิดหรอก แต่จับนมแบบนี้น่าจะผิด...”

พิมพิชญาดวงตาขยายใหญ่เมื่อรู้ว่าศิวะใช้มือมากุมเต้าอวบของเธอ

“บ้าพี่ศิวะ แล้วมาจับนมพิมพ์ทำไม?นี่...เดียวคนก็เข้ามาเห็นหรอก”

“อ้าวนึกว่า...จะบอกว่าเราทำไม่ถูก  แท้จริงกลัวคนมาเห็นหรอกเหรอพิมพ์...”

“ก็พี่ทั้งหอมทั้งจับ...เดียวพิมพ์อยากขึ้นมาจริงๆ ก็อดใจข่มขื่นพี่ไม่ได้เหมือนเมื่อคืนอีก...แล้วพี่จะเอาไหม?”

ศิวะยิ้มอย่างใจเย็น เพราะเขายั่วหญิงสาวที่ไร..ความรื่นรมณ์ก็สร้างความสุขให้แก่ตัวเขาทุกครั้งไป...

“บ้าสิพิมพ์...คิดจะทำอะไรก็ดูตัวเองหน่อยสินมก็จับหลุด..จับหลุด...แถมน้ำท่าก็ยังไม่ได้อาบ..เน่าไปทั้งตัว...แบบนี้ ใครจะให้คนไร้ศีลธรรมอย่างพิมพ์ทำแบบนั้นอีก...ฮึ”

“ใช่สิพิมพ์ ไม่ได้นมมโหราณ ร่างกายหอมราวนางฟ้านางสวรรค์ อย่างคุณศรีแพรนี่...ไปเลยพี่ศิวะจะไปไหน?ก็ไป...ถ้าจะมาพูด แมวๆอย่างนี้”

“จะว่าหมาๆ...ก็ว่ามาเลย พิมพ์จ๋า”

“พี่พูดเองนะว่าหมาๆ พิมพ์ไม่ได้พูด”

ขณะนั้นโทรศัพท์ของศิวะมีสายเรียกเข้า...ชายหนุ่มจึงเอาขึ้นมากดรับ

“ครับ..ครับ ได้ครับ...ไปได้ครับ...”

ศิวะหันหน้าไปมองหน้าสวยที่บูดบึงก่อนชวน

“ถ้างานพิมพ์เสร็จแล้ว พาพี่ไปหาหมวดวรวิทย์หน่อยนะ แกบอกว่ามีความคืบหน้าเรื่องคดีการตายของพ่อ ที่มันไปโยงกับการตายของคุณไพโรจน์”

“ได้ค่ะ ไม่เกินยี่สิบนาที่คงเสร็จ”

“งั้นพี่จะรอ ยังไงก็เร่งมือนะ...คุณเน่า..”

“พี่...ศิวะ...”

“อ้อ...เร่งมือนะครับ ท่านรองประธาน...”

……………………………………………………………………………………..

พิมพิชญาขับรถอกจากที่จอดได้ไม่นาน ศิวะก็แกล้งเอาโทศัพท์มือถือขึ้นมารับสายโทรเข้า ทั้งๆที่ไม่มีใครโทรมา

"ครับศรีแพร..ว่าไงครับ"

เสียงหวานที่พูดใส่โทรศัพท์ของชายหนุ่ม ทำให้หมอสาวหน้าบูดบึง

"โอ้..ทำอาหารเย็นไว้รอพี่แล้วเหรอ?..อะไรนะแกงส้มปลาช่อนของชอบของพี่...ได้ๆเย็นนี้จะกินข้าวสักสิบจานเลย.."

"เดียวก็พุงแตกตาย..."

เสียงดุกล่าวจากอารมณ์เสีย ของหญิงสาว ทำให้ศิวะยิ้มออกมาเมื่อแผนของเขาสำเร็จ

"ไม่..ไม่มี๊..เสียงใครพูด..พี่อยู่คนเดียว และก็กำลังนั่งคิดถึงแพรด้วย.."

ไม่มีเสียงจากหญิงสาวที่กำลังขับรถ

"ห้าๆๆ..จ๊ะ..จ๊ะ..เย็นนี้พบกัน  คิดถึงนะ.."

"พี่ศิวะ..พี่ถือโทรศัพท์กลับหัว.."

พิมพิชญากล่าวเสียงปกติแต่ใบหน้าของศิวะแสดงความอะลักอะเหลือกเมื่อสิ่งที่กำลังโกหกถูกจับได้ เพราะสิ่งที่พิมพิชญาพูด มันก็คือเขาได้เอาไมค์โทรศัพท์ไปไว้ที่หู และเอาหูฟังโทรศัพท์ไปไว้ตรงปาก

"ถึง..ว่า เสียงเบ่า..เบา..."

"ไม่ตอแหลต่อคงจะไม่ตาย แต่ยังพยายามทำต่อตายร้อยเปอร์เซ็นต์.."

หมอสาวไม่พูดเปล่าแต่เธอล้วงมือเข้าไปหยิบเอากรรไกรที่เธอใช้บังคับศิวะครั้งก่อนออกมาจากกระเป๋าถือ

"พิมพ์..พิมพ์..จะทำอะไรพี่...ก็..ก็เราเป็นพี่น้องกันแท้..แต่ๆ..ตอนนี้ศรีแพรไม่ใช่...พี่ก็..ก็.."

"ไม่ต้องมาก้อ..ไม่ต้องมาแก้..และเย็นนี้ก็ไม่ต้องไปไหน?..ไปนอนที่บ้าน..เข้าใจไหม?"

พิมพิชญาไม่พูดเปล่าแต่ยกกรรไกรในมือชี้ไปที่หน้าของศิวะ..

"แต่พี่..พี่..ต้อง..ต้อง..ไปสั่ง..งาน..ที่..ที่..ไซค์...จึงจำเป็น..ต้อง..ต้องนอนที่ไซค์..."

สิ้นคำกล่าวของศิวะ..พิมพิชญาก็เบรสรถจนหยุดนิ่งอยู่กลางถนน

".................."

หญิงสาวเงียบ..ไม่พูดอะไร จะมีก็เพียงมือเล็กที่ใช้กำกรรไกรชี้หน้าศิวะ

"พิมพ์รถข้างหลัง..เขา..เขา..จะด่าเอา..นะ..."

รถที่ใช้ถนนเลนท์เดียวกันกับรถของสองหนุ่มสาว ทางด้านหลังเริ่มติดยาว  แต่หญิงสาวยังนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา

"พิมพ์..ครับ..เย็นนี้เรากลับไปนอนบ้านกันนะ.."

"ตามนั้น..."

"ครับ..ครับ...ตามนั้น.."

กรรไกรถูกมือเล็กโยนไปยังเบาะหลัง ก่อนรถเก๋งคันเล็กจะออกตัวเต็มกำลัง

....บรื้นนน...

"ต่อไปห้ามพี่เอ๋ยคำว่า..ศรีแพร ต่อหน้าพิมพ์..."

"จ๊ะ...แม่"

............................................................

รถทั้งคู่วิ่งไปได้ร่วมยี่สิบนาทีศิวะก็มีคำถาม

“พิมพ์กว่าเราจะไปหาหมวดวรวิทย์ที่สอนอ. กว่าที่เราจะย้อยกลับไปพบกับคุณราเชน เราคงต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง"

"แล้ว..ทำไม?.."

เสียงตอบสั้น เหมือนหญิงสาวยังไม่หายโกธร

"ก็พี่เหนียวตัว  พี่เลยคิดว่าเราเข้าไปอาบน้ำอาบท่าที่โรงแรมของเรากันก่อนจะดีไหม?ะ...”

หมอสาวมองเห็นป้ายโรงแรมที่เธอกับศิวะเข้าไปหลบตำรวจเพราะกินเหล้าแล้วขับรถครั้งก่อน และครั้งนั้นทำให้ทั้งคู่เต็มใจร่วมรักกันเป็นครั้งแรก...แล้วยิ้มสวย

“อื่ม...แล้วพี่คิดอะไรกับน้องกับนุง...หรือเปล่า?”

“น้องนุงพี่ไม่คิด แต่น้องไม่นุงนี่ไม่แน่...”

“นั่นไง...คิดจะเอาน้องสาวตัวเอง  ไร้ศีลธรรมมากๆเลย...พี่”

“บ้าสิ...เธอนั่นแหละทำอะไรไว้ก็รู้อยู่แก่ใจบ้าง...ดูสิเมื่อคืนพี่ทำอะไรพิมพ์ไหม? นอนกอดพิมพ์เฉยๆจนเช้า ตอนนี้พี่อยากให้พิมพ์อาบน้ำก่อนไปหาหมวดวรวิทย์  เพราะกลัวว่าแกจะทนกลิ่นพิมพ์ไม่ไหว...”

พิมพิชญายิ่งถูกย้ำเรื่องกลิ่น ก็ยิ่งทำให้ไม่มั่นใจในตัวเอง ทำให้หญิงสาวเลี้ยวรถเข้าไปในโรงแรมม่านรูด  ตามแผนของวิศวกรหนุ่มเจ้าเล่ห์

"อาบน้ำเฉยๆนะ"

"จร้า...น้องสาว.."

พิมพิชญาหน้านิ่งจนศิวะไม่รู้ว่าเธอคิดอะไร เมื่อเข้าไปในห้องของโรงแรม

“พี่จ่ายตังค์ค่าห้อง  พิมพ์จะรีบอาบนำ้เราจะได้รีบไปกัน...”

หญิงสาวพูดจบก็รีบหยิบผ้าเช็ดตัวของโรงแรมพันร่างเมื่อเธอถอดอาภรณ์ที่สวมใส่ออกแล้ววางเอาไว้บนที่นอนด้วยความเร่งรีบ  โดยเธอไม่แคร์สายตาของชายในห้องที่ยืนกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก  

“ค่อยๆอาบ..ล้างให้เกลี้ยงๆ สะอาดๆ หอมๆนะน้องสาว...เวลาเราเหลืออีกเยอะ”

ศิวะพูดไปก็ถอดเสื้อผ้าบนร่างไป ในขณะที่หัวใจของชายหนุ่มเต้นระทึก เหมือนยังกับว่าเขาแต่งงานวันแรก..แล้วมันใกล้เวลาจะได้ขึ้นหอ..เพื่อนอนกับเจ้าสาว ยังไงยังงั้น

เสียงซูของน้ำไหลจากฝักบัวเงียบลง ทำให้วิศวกรหนุ่มรู้แล้วว่าเขาจะได้เชยชมหญิงที่เขารักตามแผน...หลังจากทนขมขื่นใจว่าเธอคือน้องสาวแท้ๆ จนมันทำให้ชายหนุ่มแทบบ้า..มานาน...

“อ้าวพี่ศิวะแก้ผ้าทำไม?...เราต้องรีบไปนะ”

หญิงสาวในชุดผ้าขนหนูพันรอบตัวก้าวเท้าพ้นออกจากห้องน้ำก่อนจะตกใจกับภาพที่เห็น

“อ้าวพี่ก็อยากอาบน้ำเหมือนกันนี่...”

“แล้วทำไมมันโด่...ยังงั้นละ”

“นั่นก็เรื่องของมันสิไปสนทำไม..เราพี่น้องกันจะทำอะไรได้..เอาละ.พี่ไปอาบน้ำก่อน”

ผ้าเช็ดตัวที่ควรนุ่งศิวะก็เอามาพาดบ่า ทำให้พิมพิชญามองเห็นสัดส่วนความเป็นชายที่ผงาดขนานกับพื้น ในขณะที่เขาเดินเข้าห้องน้ำไปแบบไม่สนสายตาหญิงสาวคนเดียวในห้อง

และไม่นานนัก ศิวะก็ออกมาจากห้องน้ำ ในขณะที่พิมพิชญายืนอยู่ในชุดผ้าขนหนูพันตัวเหมือนเดิม โดยเธอจ้องไปยังใบหน้าชายหนุ่มแบบเขม็ง

“อ้าว...ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าละพิมพ์... พี่เป็นคนแยกแยะออกนะ และไม่ยอมเอาตัญหามาอยู่เหนือความถูกต้องหรอก..น้องพี่”

“เออ...พูดซะตัวเองดูดีเลยนะ พ่อวิศวกรเจ้าเล่ห์”

“อ้าวทำไมเหรอครับ...คุณหมอเน่า”

“ไม่ต้องมาพูดมาก...เสื้อผ้าพิมพ์อยู่ไหน? ไปเอามาเดียวนี้เลย”

ศิวะทำหน้าตาเหลอหลา...ก่อนพูด

“อุยตายพี่ลืมไปว่า...ให้แม่บ้านเอาไปซักอบรีดให้...ไม่เกินสามสิบนาที่จึงจะได้ใส่จร้า...”

“ทำอะไรปรึกษากันบ้างไหม?"

“เอ้างั้น  ปรึกษาเลย  ว่า...ในช่วงเวลาที่รอเสื้อผ้าพิมพ์  เรามาทำอะไรฆ่าเวลากันดีไหม?”

“จะชวนน้องสาวแท้ๆนอนด้วย...ว่างั้นเถอะ”

ศิวะพยักหน้าแสดงเจตนา

“ไหนว่า พิมพ์เน่าไง?”

“พิมพ์อาบน้ำแล้ว...หอมสดชื่น...”

“ไหนว่านมพิมพ์มันเล็ก จับแล้วหลุด จับแล้วหลุด...”

“พี่ชอบขนาดพิมพ์นี้แหละ...ใหญ่กว่านี้เทอะทะ ดูแล้วอึกอัด...”

“ไหนว่าเราเป็นพี่น้องกัน ถ้าทำแบบนี้แล้ว เราจะกลายเป็นคนไม่มีศีลธรรม?”

“เสร็จจากนี้พี่จะชวนพิมพ์ไปหาต้นงิ้งฝึกปีน...ตกนรกเมื่อไหร่เราสองคนปีนต้นงิ้งคล่องไม่ต้องห่วง”

พิมพิชญายิ้มในทุกคำตอบจากชายที่เธอรัก

“ตกลงจะเอาให้ได้...”

ครั้งนี้ศิวะไม่ตอบเพราะเขาใช้มือไปแกะปมผ้าขนหนู จนทำให้ผ้าพันร่างบางหลุดลงไปกองอยู่ที่พื้น...

“หือ...”

หญิงสาวที่รู้ว่าชายเบื้องหน้าไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของเธอเริ่มหายใจแรง ในขณะศิวะเริ่มใช้มือลูบเบาไปตามผิวเนื้อนวลช้าๆ

"พิมพ์.."

"ไม่ต้องพูด..พิมพ์ยอมจะทำอะไรก็ทำ.."

 ชายหนุ่มที่รู้แล้วว่าพิมพิชญาไม่ใช่น้องสาวแท้ๆเข้าไปกอดร่างเปลือยไว้ในอ้อมแขน พร้อมใช้ปากจูบไปตรงปากเล็กจนทำให้หมอสาวร่างสั่นสะเทิ้น

พิมพิชญาไม่ยอมอยู่เฉยเพราะเธอก็เริ่มรุกด้วยการกอดร่างหนาเอาไว้ ก่อนจะแลกลิ้นเมื่อศิวะล้วงลิ้นเข้ามาในปาก

“...หือ...หือ...”

ร่างของหญิงสาวถูกดันเบาให้ถอยหลังไปจนถึงขอบเตียง ก่อนบุรุษหนุ่มจะกดร่างบางให้นอนลงบนฟูกนุ่ม

“พี่...ศิวะ..พิมพ์ว่ามันไม่ถูกนะ”

"ไม่ถูกยังไงเต็มมือพี่เลย"

"อุย...อือ..."

พิมพิชญาสะดุ้งครางเสียงกระเส่า  เมื่อมือใหญ่ของวิศวกรหนุ่มประกบลงตรงร่องชื้นระหว่างสองขาก่อนหญิงสาวจะเสียวจิ๊ด เมื่อเนื้อจิ๋วถูกเน้นสัมผัส

......CUT....


“อูยยย์พี่ศิวะ..แต่ว่า..เราเป็นพี่น้องกันนะ...”

พิมพิชญาพูดคำนี้ทำให้ศิวะออกแรงทะลวงลำแกร่งเข้าไปในโพรงรักจนสุดทางแล้วหยุดคาทิ้งไว้

“จริงเหรอ ที่ว่าเราเป็นพี่น้องกัน.."

"อือ..ทำไหม?ว่ยัง..งั้นค่ะ..อูย์.."

 "พิมพ์คิดดีๆยังมีอะไรที่ยัง...ไม่บอกกัน...ว่ามาสิ...”

หญิงสาวใต้ร่างหนาใช้มือเล็กขยุ้มกำผ้าปูที่นอน  พูดกระสันขณะร่างทั้งร่างเกร็งขมวด

“ไม่มีนี้ค่ะพี่...ไม่มี  ต่อเถอะค่ะ..อูยยย์”

แก่นกายอัดบดกลีบรักของพิมพิชญาที่ส่ายสะโพกให้หน่อเนื้อจิ๋วเหนือโพลงสวรรค์ได้ถูเสียดสีเพื่อทดแทนการขยับตัวของบุรุษหนุ่ม...ผู้ที่กำลังถามหาความจริงกับหญิงสาว

“จริงเหรอ...ที่ไม่รู้ว่า...พิมพ์กับพี่ไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ เหมือนที่แม่พิสมัยบอกพี่...”

ศิวะเผยสิ่งที่เขารู้ขณะที่พิมพิชญาถึงจุดสุดยอดในการร่วมรักพอดี...

“อูย์...โอ้ย....”

ลำรักเข้าไปในตัวของพิมพิชญารู้สึกได้ว่าโพลงสวาทตอดระรั่วจนมันบีบรัดท่อนร้อนรัก..จนรู้สึกได้...

พิมพิชญาหายใจถี่และนอนนิ่งหลังถึงจุดสุดยอดของกามารมณ์อยู่ไม่นาน..ก็เริ่มกล่าว

“น้าพิสมัยบอกพี่  พี่ก็รู้แล้วสิเรื่องนี้."

"ใช่พี่รู้แล้ว..."

"..แล้วทำไมไม่บอกพิมพ์ แกล้งหลอกกันนี่...”

พิมพิชญาได้รับการปลอดปล่อยอารมณ์แห่งราคะ จนทำให้จิตใจของหญิงสาวสบายไปแล้ว...กล่าวตำหนิเสียงขุ่น ขณะชายหนุ่มที่ร่างของเขายังเชื่อมอยู่ในตัวหญิงสาวกล่าวแย้ง

“พิมพ์นะสิหลอกพี่ก่อน...”

“เออ..ถ้าพี่รู้แล้วว่าเราไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ ก็อธิบายมาเรื่องรูปที่พี่กับศรีแพรนอนแก้ผ้ากอดกัน...ว่ามันคืออะไร...เพราะตอนนี้เรากลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิมแล้ว...พิมพ์ก็มีสิทธิ์ถาม”

เรื่องที่พิมพิชญาอยากถามมาตลอด..คือคำถามแรกทันที่เมื่อทุกอย่างเปิดเผย

"เรื่องนั้นค่อยอธิบาย..วันหลังได้ไหม?.."

"ไม่..พี่ต้องตอบเดียวนี้.."

ครั้งก่อนเรื่องของศรีแพร พิมพิชญาได้ถามศิวะ  แต่ชายหนุ่มไม่ตอบเพราะว่าทั้งคู่อยู่ในฐานะพี่ชายกับน้องสาว แต่ในครั้งนี้หมอสาวมีสิทธิ์ถามเต็มที่..

“อื่อ...ภาพนั้นพี่ก็ไม่รู้ว่านะ...ว่ามันมาได้ยังไง...จริงๆนะพิมพ์”

“ถ้าตอบไม่ได้..ยังงั้นก็อด...”

พิมพิชญาพูดจบก็ดันร่างที่นอนทับจนทำให้เนื้อส่วนที่เชื่อมระหว่างคนทั้งคู่หลุดออกจากกัน...

“พิมพ์...พี่ยังไม่เสร็จเลย...อย่างเพิ่งสิมาทำต่อเร็ว...”

“อยากเสร็จก็ไปทำกับคุณศรีแพรนมใหญ่..ตัวหอมนู๊น...ไม่ต้องมายุ้งกับ อีเน่านมเล็กอย่างพิมพ์อีก..ไป๊”

พิมพิชญาพูดจบก็ลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ ทำให้ศิวะได้เรียนรู้ความหึงของผู้หญิงว่ามันมีมากหลากหลาย จนยากที่จะมีใครเรียนรู้ได้จบส้น...อีกครั้ง และครั้งนี้เขาต้องแลกกับอารมณ์พิศวาสที่ต้องค้างเติ้งเอาไว้ด้วยความทรมาน...

“พิมพ์เรากลับเข้าห้องไปทำต่อกันเถอะนะ..”

“ตอบเรื่องรูปพี่กับศรีแพรไม่ได้ไม่ต้องมาแตะตัวพิมพ์”

พิมพิชญาขับรถจากที่จอดของโรงแรมทันที่เมื่อพูดจบ..โดยมีชายหนุ่มหน้าตาบอกบุญก็ไม่รับนั่งอยู่ข้างๆ

“วันนี้ไปหาหมวดวรวิทย์แล้วไปหาพ่อราเชน แล้วถ้าพี่ศิวะไม่มีคำตอบเรื่องคุณศรีแพร...พิมพ์จะมีผัวน้อยตามข้อตกลง...”

“ข้อตกลง..ตอนไหน?พิมพ์”

“นี่ไง...ก็ตอนที่พี่บอกว่าถ้าเราไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆพี่ให้พิมพ์ขออะไรก็ได้...แล้วพิมพ์ก็บอกว่าพิมพ์จะขอผัวน้อย”

“ไม่ใช่พิมพ์บอกว่าจะเอาสามีน้อย...”

“มันก็คือกันนั่นแหละ...และพี่ต้องดีใจนะเพราะพิมพ์ ยกตำแหน่งผัวหลวงให้พี่...”

“เออ...ดีใจตายเลย...”

ศิวะนั่งหงุดหงิงเพราะ...พิมพิชญาทำท่าทางเหมือนจะเอาจริงเรื่องนี้

                                           ...................................................

                                                   .....ตามต่อนะ....


สำหรับนิยายเรื่องนี้  เดิมไรท์เขียนมีแนว 18+ ค่อนข้างมากและอธิบายละเอียด (และถ้าใครโลกสวยก็คงไม่อ่านกะมั่ง) โดยใน"เว็บเด็กดี" ไรท์ได้ตัดบทเหล่านั้นออก จะเหลือให้อ่านเฉพาะเนื้อหาของเรื่องราวในนิยาย ไรท์ก็ไม่รู้ว่าอ่านแล้วสนุกกันหรือเปล่า แต่ไรท์ก็ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่านกัน

(นิยายของไรท์เขียนแนวอิโรติกที่เขียนจบไปแล้ว 5 เรื่อง โดยไรท์อัพให้อ่านไว้ที่"เว็บธัญวลัย"..ยังไงถ้าสนใจก็ไปติดตามอ่านกันได้นะครับ)***เข้าไปเว็บธัญวลัย...ค้นหานามปากกา "กระซิบแผ่ว"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #6 ondara (@ondara) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 14:16
    เท่านี้ก็อ่านรู้เรื่องแล้วค่ะ ตรงไปตรงมา ดี ชอบ
    #6
    0