ตอนที่ 59 : กำลังคลี่คลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 เม.ย. 62

        ชายหนุ่มเสื้อผ้าขาดเป็นแนวอยู่หลายแห่ง กำลังผะวงกับเลือดที่แขนที่เขาฉีดเสื้อมาพันมัดแผลเอาไว้ เพราะเลือดมันเริ่มจะซึมออกมาใหม่...หลังจากที่มันหยุดไหลออกมาสักพักหนึ่ง

ภายในป่าทึบที่ชายหนุ่มใช้ซ่อนตัวสามารถมองเห็นถนนหลวงสายเมนหลักอยู่เบื้องหน้า และนั่นคือเป้าหมายที่เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่คนที่นัดไว้จะมาถึง...หลังจากเขาใช้โทรศัพท์ตู้สาธารณะของหมู่บ้านละแวกใกล้ๆโทร...เพื่อขอให้เธอมารับ

“อภิญา...”

รถเก๋งคันเล็กจอดตรงหลักกิโลเมตรที่หนึ่งร้อยสิบตามที่นัดหมายทำให้พิริยะกล่าวชื่อผู้ที่เขารอคอย...ก่อนจะออกมาจากที่ซ่อน

“พี่พิริยะ...”

อภิญายิ้มแก้มไม่หุบเพราะเธอมองเห็นชายที่คิดว่าเสียชีวิตไปแล้วกำลังเดินกุมแขนที่เต็มไปด้วยเลือดออกมาจากแนวป่า

“ขอบใจน้องญามากนะที่มารับพี่...”

“อย่าพึ่งพูดเลยค่ะ  เรารีบไปขึ้นรถกันก่อนเถอะค่ะ...ดูสิเลือดพี่ไหลใหญ่แล้ว”

อภิญาออกรถในทันที่ เพื่อรีบพาผู้บาดเจ็บไปรักษา ก่อนหญิงสาวจะส่งแซนวิทกับนมขวดไปให้ผู้ที่หนีการตามล่าในป่านานเกือบสามวัน

“พี่ค่ะ..ทานนี้ก่อน”

แซนวิทสามแพ็คกับนมขวดร่วมลิตรหมดไปในระยะเวลาไม่นาน...แสดงให้เห็นความหิวของชายหนุ่ม

“มันยิงแค่เฉียวแขนพี่ ตอนตัดสินใจหนี  และต้องขอบใจญาที่แก้มัดให้พี่ ไม่งั้นพี่คงตายไปแล้ว...”

อภิญาที่สามารถแก้มัดได้จากการเรียนรู้จากอินเตอรเน็ตยิ้ม ก่อนจะสังเกตเห็นเลือดที่แขนของพิริยะ

“แค่เฉี่ยวทำไมเลือดออกมากจังพี่...เราต้องรีบหาหมอเร็วๆ หรือไม่ก็รีบไปแจ้งความ....”

“น้องญาพี่จะไม่แจ้งความ เพราะพี่ตั้งใจจะให้เรื่องนี้ยุติ...พี่คิดดีแล้วว่าที่เตี่ยพี่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตพี่จะไม่จองล้างจองผลาญใครอีกต่อไป"

"พี่พิริยะ.."

 " ใช่ญาพี่ตั้งใจจะทำแบบนั้น และเรื่องที่เรากลั่นแกล้งบริษัทไหนเอาไว้พี่จะไปแก้ไขให้ถูกต้อง เราจะได้อยู่กันอย่างสงบสุขเสียที่”

“แล้วพี่พิริยะจะทำยังไงต่อไปค่ะ”

อภิญาถามขณะมองใบหน้าชายผู้ต้องการสงบศึก

“เมื่อเรื่องนี้ไม่มีตำรวจมายุ้งเกี่ยว พี่ก็จะขอเจรจากับกลุ่มบริษัทที่ลงขันกัน แต่ตอนนี้พวกเขายังระดมกำลังตามล่าพี่ เพราะเขารู้ว่าถ้าพี่ไม่ตาย และพี่สามารถไปแจ้งความกับตำรวจ มันจะต้องเกิดเรื่องยุ้งยากกับพวกเขา ดังนั้นพี่ต้องตายอย่างเดียวเท่านั้น พวกเขาจึงจะสบายใจ”

“พี่พิริยะจะให้ญาช่วยยังไง บอกมานะคะ...”

“ตอนนี้ญาต้องพาพี่หลบพวกที่ตามล่าเราไปให้ได้ก่อน...แล้วพี่จะไปกบดานที่ๆพวกเขาหาพี่ไม่เจอสักพัก...แล้วเราค่อยแสดงเจตนาว่าเราจะขอสงบศึก ก่อนจะร้องขอให้ทุกฝ่ายไม่เอาเรื่องกันและกันอีกต่อไป...”

“แล้วเรื่องพ่อของพี่ที่เสียชีวิตละค่ะ”

“ถ้าเราต้องการอยู่อย่างสงบ...พี่ต้องทำใจเรื่องนี้และต้องพยายามบอกให้แม่ยุติความแค้นนี้...ครับน้องญา”

หญิงสาวรู้ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มประสงค์คือทางออกที่ดี...และถ้าพ่อที่เสียชีวิตจากการปองร้ายพิริยะไม่นำเอามาเป็นชนวนแค้น..ทุกอย่างคงมีทางจบ

“แล้วถ้าแม่พี่ไม่ยอมละคะ...”

พิริยะใบหน้าแสดงความกังวล เรื่องนี้ที่จะต้องไปพูดคุยกับผู้เป็นแม่ ก่อนเขาจะมองเห็นบางอย่างข้างหน้า

“เอ๊ะ...น้องญานั่นด่านตำรวจ...ชะลอรถก่อน”

อภิษาชะลอรถตามที่ถูกสั่ง ก่อนที่พิริยะจะสังเกตเห็นความผิดปกติ...ของด่านลอยตำรวจ

“น้องญาเลี้ยวรถเข้าถนนตรงนั้น ด่านนี้เป็นพวกมัน พี่จำหนึ่งในนั้นได้ว่ามันเป็นคนจับเราไป”

รถเก๋งของหญิงสาวเลี้ยวเข้าไปตามถนนสายรองก่อนจะเร่งความเร็วเพื่อไปจากบริเวณนั้นให้เร็วที่สุด

...........................................................................................

รถของอภิญาอยู่ในที่จอดหนึ่งของบ้านที่ถูกออกแบบมาให้เข้ากับบรรยากาศป่าเขาลำเนาไพร ที่สร้างเอาไว้หลายหลัง เพื่อดึงดูดลูกค้าที่จะมาเช่าพักค้างแรมที่รีสอร์ทแห่งนี้

“พี่แสบนิดหน่อยนะคะ”

“อูย...”

พิริยะพยายามอดกลั้นความเจ็บเอาไว้ ในขณะที่อภิญาใช้น้ำยาล้างแผลทาบริเวณแขนที่ชายหนุ่มถูกกระสุนเฉี่ยวจนเกิดแผลลึก อยู่ภายในห้องของรีสอร์ทที่ทั้งคู่เลือกพัก

“เสร็จแล้วค่ะ...”

หญิงสาวกล่าว เมื่อปิดเทปกาวยึดผ้าที่เธอใช้พันแผลบริเวณแขนของพิริยะเสร็จ ก่อนที่ชายหนุ่มจะกล่าวต่อ

“ตอนนี้โทรศัพท์ญาก็ไม่มีสัญญาณ...พี่อยากจะโทรไปหาแม่  จะได้บอกท่านว่าเราจะไม่จองล้างจองพลาญกันและกันอีก พี่คิดว่าแม่คงจะเห็นด้วย”

“ตอนใช้ตู้สาธารณะโทร..พี่ไม่ได้โทรหาแม่เหรอค่ะ...”

“โทร แต่ท่านปิดเครื่องคงจะยุ้งเรื่องงานศพเตี่ย และถ้าพี่โทรติด...พี่คงไม่ยอมให้ญามาลำบากอย่างนี้หรอก”

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้พิริยะจำต้องขอให้หญิงสาวที่กำลังท้องลูกของเขา  มาเสี่ยงครั้งนี้เนื่องจากไม่มีทางเลือก

“พี่ไม่รู้จะขอบใจญายังไงดีครั้งนี้  และพี่ก็ไม่ควรให้ญามาทำยังงี้เลย”

“ ญาท้องกับพี่ แค่รู้ว่าพี่ไม่เป็นไรตอนโทรมาหาญาก็ดีใจมากแล้ว  แต่ตอนที่บอกให้ญามารับพี่...รู้ไหม?ญาดีใจมากกว่าซะอีก...”

อภิญากล่าวเช่นนี้ยิ่งทำให้พิริยะรู้สึกผิดต่อหญิงสาวในเรื่องที่เขาเคยทำไว้ในอดีต  มันจึงทำให้ชายใจกระด้างในเรื่องรัก...ได้กล่าวสิ่งที่ใจปรารถณามากที่สุดในตอนนี้

“ถ้าเรื่องนี้จบ  ญาแต่งงานกับพี่นะ”

“ญาไม่รู้... พ่อกลับจากต่างประเทศแล้ว...พี่ไปขอท่านเองสิ”

พูดจบหญิงสาวก็รีบเดินไปเข้าห้องน้ำด้วยอาการเขินอาย ในขณะที่พิริยะรู้แล้วว่า..หัวใจของหญิงสาวไม่ปฏิเสธความรักของเขา และเพียงแค่นั้นชายหนุ่มก็เป็นสุขแล้ว

รีสอร์ทเป็นห้องบริการเตียงคู่ อภิญาอาบน้ำเสร็จ ก็พบว่าพิริยะนอนหลับด้วยความอ่อนเพลียอยู่บนเตียงของเขาไปแล้ว ทำให้หญิงสาวเดินไปปิดไฟแล้วขึ้นไปนอนบนเตียงของเธอ

“กูร์...กูร์...กูร์...”

เสียงนกกลางคืนร้องออกมาจากแนวป่ายามค่ำคืน รวมกับเสียงหรีดเรไรที่ผสมกับความหนาวเหน็บของชนบท มันทำให้หญิงสาวรู้สึกหวาด...กับสิ่งที่ไม่เห็นตัวตามจิตนาการของเธอ

“ฮูก..ฮูก...ฮูก”

ลมพัดค่อนข้างแรงทำให้เหล่ากิ่งไม้นาๆพรรณนอกตัวบ้าน ขยับเสียดสีกัน เสียงดังกราวๆจนทำให้อภิญาต้องขยับลุกขึ้นนั่งเพราะจิตของหญิงสาวได้เชื่อมโยงสิ่งเหนือธรรมชาติที่ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้...แต่หญิงสาวก็กลัวเหมือนกับคนทั้งโลก

“หวีดดดด...วู๊บบบ”

อภิญาลงจากเตียงตรงไปหาพิริยะผู้หลับสนิท...

“พี่ๆ...ญาๆ....”

พิริยะลุกขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อมีคนมาเขย่าตัว...ก่อนจะรู้ว่าเป็นอภิญาหาใช่ศัตรูไม่?

“อะไรๆ...มีอะไรๆ...น้องญา”

“พี่ขา...ญากลัว...”

ชายหนุ่มยิ้มกับอาการที่บ่งบอกถึงความกลัวของนักธุรกิจหญิง

“ไม่มีอะไรหรอกครับ  เสียงลมนะญา...นอนเถอะนะ...”

“พี่ไปนอนข้างญานะ...ญานอนคนเดียวไม่ได้แน่ๆเลย”

แม้ว่าหญิงสาวจะตั้งท้องกับชายหนุ่ม แต่ทุกครั้งที่พิริยะนอนกับอภิญา มันเป็นการใช้กำลังขื่นใจทั้งสิ้น  ดังนั้นชายหนุ่มจึงตั้งมั่นว่าจะไม่ทำอะไรที่เป็นการหาญน้ำใจของอภิญาอีก...แต่ครั้งนี้หญิงสาวขอเพียงให้ไปนอนข้างเพื่อให้เธอนอนหลับ และครั้งนี้พิริยะตั้งใจจะทำตัวเยี่ยงสุภาพบุรุษให้หญิงสาวรับรู้ว่าเขารักเธอ...ไม่ใช่ต้องการเพียงความไคร่

“ได้...สิ  งั้นพี่ไปนอนเป็นเพื่อนนะ...”

“ค่ะ...”

อภิญานอนราบลงบนเตียงก่อนที่ พิริยะจะเอาผ้าหนาห่มหญิงสาวเอาไว้ ก่อนที่เขาจะขยับเข้าไปนอนใต้ผ้า ข้างหญิงสาวด้วยความแผ่วเบา

“พี่ให้ญาหลับก่อนพี่ถึงไปนอนที่นอนพี่นะ...”

“ครับ...นอนเถอะญา”

อภิญากอดแขนของชายหนุ่มเอาไว้ขณะหลับตาปี๋

“หวีดดดด....ซู...ซู...”

ลมพัดกิ่งไม้เสียดสีกัน ทำให้ร่างเล็กขยับเข้าหาร่างใหญ่ก่อนเธอจะกอดชายหนุ่มเอาไว้แน่น

“นอนเถอะเสียงลมนะ...”

“พี่กอดญาหน่อยสิ...”

เสียงกระซิบแผ่วที่หูทำให้พิริยะค่อยๆสอดแขนเข้าไปกอดรอบคอผู้ที่ขยับหัวขึ้นหนุ่นแขนที่สอดเข้าใต้ร่าง  จนทำให้แก้มของคนทั้งคู่แนบชิด

“น้องญา...”

“ค่ะ...”

“พี่รู้สึกดีมากๆ ที่ญาไว้ใจคนเลวๆอย่างพี่...ขอบใจนะ...”

พิริยะถึงมีเงินทองมากจนล้นกาย เคยเรียกใช้บรรดาหญิงสาวแล้วใช้เงินซื้อความไคร่มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยรู้สึกถึงความสุข...เท่ากับได้นอนกอดหญิงสาวที่เขารักเหมือนครั้งนี้เลย

“หืออ...”

พิริยะหอมแก้มอภิญาค้างไว้ด้วยอารมณ์รัญจวน ที่มันได้พุ่งพ้นอารมณ์แห่งตัญหาไปแล้ว และความรู้สึกสุขล้นในครั้งนี้ มันไม่จำต้องมีราคะมาเติมเสริม...แต่มันก็ทำให้ชายหนุ่นกับหญิงสาวมีความสุขมากเกินกว่าสิ่งใดๆแล้ว

..............................................................................

ศิวะนอนมองหน้าพิมพิชญาที่เขานอนกอดมาทั้งคืน  ด้วยความคิดที่แสนสับสนว่าทำไมโชคชะตามันถึงได้เล่นตลกร้าย กับเขาแบบนี้

“มองทำไม?...อยากจูบก็รีบจูบ จะเช้าแล้วเดียวอดนะ”

“จูบบ้าอะไร?พิมพ์...ลุกได้แล้วเดียวพนักงานมาเข้างาน...เห็นเราเข้ามันจะไม่งามนะ”

พิมพิชญาลุกขึ้นนั่งแล้วมองศิวะตาเขม็ง

“ไม่งามยังไงผัวนอนกับเมีย...”

“โอ้ย...เราเป็นพี่น้องกันนะ...พิมพ์”

หญิงสาวผู้กุมความลับบางอย่างยิ้มที่มุนปาก เพราะเธอชอบที่ศิวะเป็นตอนนี้ และยิ่งชายหนุ่มรู้สึกเสียใจเพียงใด?ก็เหมือนพิมพิชญาได้แก้เผ็ดเรื่องที่ศิวะ ทำให้เธอนอนร้องไห้ติดต่อกันมาหลายคืนมากเท่านั้น...

“เอาพี่อยากเป็นอะไรก็เป็น แต่เออ...พิมพ์บอกหรือยังว่าพ่อให้พี่ไปพบวันนี้พร้อมพิมพ์ตอนบ่าย”

“ยังเลยพิมพ์...แล้วเรื่องนี้เราจะเอาไงดี...”

“ก็ไปหาพ่อสิ...ท่านก็คงอยากคุยเรื่องที่อยู่ๆก็มีลูกชายเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนกะมัง”

“พิมพ์...ถ้าเราจะไปหาคุณราเชนด้วยกัน..พี่ขอถามหน่อย”

“..ว่า...”

“ก็พี่ไม่เห็นว่าพิมพ์จะเสียใจ หรืออึดอัดเรื่องที่เราเป็นพี่น้องกันจริงๆเลย...หรือว่าพิมพ์ไม่เคยรักพี่เลย...”

“อ้าว...ปากก็ว่าเราเป็นพี่น้องกัน  แล้วจะให้พิมพ์รักพี่อีกทำไม?"

"ก็..ก็..พี่นะใจแทบขาดกับเรื่องนี้ และพี่รู้สึกผิดจนอึดอัดไปหมดแล้วตอนนี้ แต่พิมพ์กลับเฉยๆ.."

ศิวะพยายามอธิบายสิ่งที่เขากำลังเป็นด้วยอาการที่ไม่เข้าใจ  ขณะหน้าสวยยิ้มอย่างมีชัย..

"มันก็สมแล้วนี่คะพี่..รู้ไหม?สองวันมานี้พิมพ์เป็นยังไง.."

"พี่ไม่อยากรู้หรอก แต่อยากรู้ว่าวันนี้ไม่เห็นพิมพ์เป็นอะไรเลย.."

"อ้าว..นี่มันใกล้จะหกโมงเช้าแล้ว เร็วพี่ศิวะตอบมาว่าจะกลับบ้านพร้อมพิมพ์ ไปคุยกับพ่อหรือเปล่าบ่ายวันนี้...”

พิมพิชญาเลี่ยงคำตอบ แต่ศิวะคงจะเลี่ยงไม่ไปพบ..ผู้ที่ชายหนุ่มเพิ่งรู้ว่าเป็นพ่อแท้ๆไม่ได้แล้ว หน้าหล่อจึงพยักหน้าให้หญิงสาวที่ยืนยิ้มกระจ่างใสเพื่อรอคำตอบในทันที่...

“พี่ไปอยู่แล้วจะได้คุยกันทุกๆเรื่องซะที่ แต่พิมพ์ต้องพาพี่ไปหาน้าสาวิตรีก่อนนะ เพราะพี่นัดแกไว้ช่วงเช้านี้ว่าจะไปถามอะไรแกสักหน่อย”

“ได้อยู่แล้ว...

........................................................................................

“เอานั่งๆกันก่อนนะ เดียวน้าเอาน้ำเอาท่ามาให้ดื่ม”

ศิวะและพิมพิชญานั่งลงบนโซฟารับแขกประจำบ้านของมารตรีได้ไม่นาน เจ้าของบ้านก็กลับมาพร้อมแก้วน้ำเย็นเสริฟให้ทั้งคู่ ก่อนเธอจะนั่งลงบนโซฟาอีกคน

“คุณศรีแพรไปไหนค่ะ...”

“แพรไปส่งลูกต้นไปโรงเรียนแต่เช้า แล้วคงเลยไปหาลูกค้าต่อเลยนะจ๊ะหนูพิมพ์”

มารตรีตอบคำถามพิมพิชญาเสร็จก็มองดูผู้มาเยือนทั้งคู่ก่อนจะถามสิ่งที่เธอแปลกใจ

“น้าดีใจนะที่เห็นทั้งคู่มาพร้อมกัน...เพราะเรื่องที่เธอทั้งสองเป็นพี่น้องกันจริงๆนะแสดงว่าคงทำใจกันได้แล้วใช่ไหม?จ๊ะ”

“ค่ะกว่าจะทำใจได้ พี่ศิวะนอนร้องไห้ขี้หมูกโปร่งไปหลายวันเลยค่ะน้า...”

“ใครกันแน่...ที่ร้องไห้ขี้หมูกโปร่ง...พิมพ์”

“พี่ศิวะพูดมากเดียว...พิมพ์ต่อยปาก?”

สาวิตรีเห็นหนุ่มสาว ที่หยอกล้อกันเหมือนเด็กทำให้เธอรู้สึกว่าคนทั้งคู่ยอมรับฐานะใหม่กันแล้วแน่ๆ

“เออเอาละ...ไหน?ศิวะบอกว่ามีเรื่องอะไรจะมาถามน้า...ในวันนี้”

“อ๋อ...นี่ครับพอดีผมมีรูปคุณไพโรจน์ที่โดนฆาตกรรมบนอาคารวิจัยของพิมพ์ แต่ลายนิ้วมือของแกไปปรากฏอยู่โครงหลังคาที่ถล่มตอนผมยังเด็กนะครับ ผมเลยอยากมาถามน้าว่า...รู้จักเขาไหม?”

“เออ...ไหนเอามาให้น้าดูสิ”

ศิวะเอาภาพนายไพโรจน์ยื่นไปให้มารตรีดู...ก่อนดวงตาของผู้ถูกถามจะลุกโพลง...

“...พี่สมศักดิ์…พี่...พี่....ตายแล้วเหรอ?...”

..................ตามต่อนะครับ................

(เขียนผิด  ใช้ภาษาไม่ถูก  ใช้คำไม่สุภาพขออภัยนะครับ)

      เอา...คุยกันท้ายบทหน่อยนะครับ...

เรื่องพิริยะกับอภิญาก็ยังต้องฝ่าฟันอยู่นะ...ตอนหน้าเข้มแน่

สำหรับเรื่องราวในอดีตกำลังจะเผยสาเหตุฆาตกรรม่อศิวะออกมาแล้วนะ...

ศิวะกับพิมพิชญา เป็นพี่น้องกันจริงหรือ?...ถ้าคิดว่าไม่ใช่..ลองทายดูนะครับว่าเพราะอะไร?

และใครคือฆาตกรโหด...ทายดูสิครับรีด...ทายถูกโคตรเก่งเลยนะ..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

6 ความคิดเห็น