ตอนที่ 58 : ผู้กลับมา...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    19 เม.ย. 62

“ก็คุณศรีแพรส่งมาให้นะสิ...และพี่ศิวะรู้ไหมว่า..พิมพ์เห็นแล้วมันเจ็บโว้ย...”

พิมพิชญาพูดจบก็เอาโทรศัพท์มือถือในมือเคาะหัวศิวะที่ถูกมัด..เพราะอารมณ์หึงที่ค้างคาในใจมานาน

“โอ้ย...พิมพ์”

“ไม่ต้องมาร้อง...พิมพ์นอนร้องไห้มากี่วันแล้ว  และวันนี้พี่รู้ไหม?ว่า.."

"รู้อะไร..พิมพ์"

หญิงสาวไม่พูด เพราะเธอถอดเสื้อที่เธอสวมออกก่อนจะตามด้วยเสื้อยกทรงลายฉลุสีเนื้อ จนมันทำให้เต้าอวบของหมอสาวหลุดออกจากอาภรณ์ที่ปิดห่อ ก่อนที่เธอจะหรี่ตาเล็กลงขณะพูด

“พี่ศิวะทำมันเดียวนี้...”

ปลายปทุมถันสีชมพูถูกขยับไปจ่อปากที่เม้นปิดสนิดของวิศวกรหนุ่ม

“อ้าปากออก...เดียวนี้พี่ศิวะ เห็นกรรไกรในมือพิมพ์ไหม? ไม่อ้าเดียวมีแทง...เร็ว”

“พิมพ์..พี่..อุย...”

ศิวะอ้าปากจะพูดแต่ก็ต้องหยุด เมื่อพิมพิชญาดันส่วนปลายของปทุมเข้าไปในปากของเขาซะก่อน

“อุย..อือ..หืม...”

“ทำมันเร็วพี่...เร็ว...”

มีดกรรไกรถูกเอามาจ่อที่คอของชายหนุ่ม พร้อมเสียงขู่ดังจากปากเล็ก 

"เร็วสิพี่..ทำยังกับไม่ว่าเคยทำ.."

"อืม..."

"พี่ศิวะอย่าให้พิมพ์โมโหนะ...เร็ว"

สิ้นเสียงขู่ทำให้ศิวะค่อยใช้ปากเม้นปลายติ่งเนื้อเท่าปลายนิ้วก้อยที่อยู่ในปากเบา

“...อื่อ..อูย์..ยังงั้นสิพี่...แรงกว่านี้อีก..พี่...เร็ว...”

เสียงครางผสมคำสั่ง แต่ศิวะยังคงเม้นปลายปทุมของพิมพิชญาเบาๆ..แถมหยุดทำเป็นช่วงๆ.มันจึงทำให้พิมพิชญาขู่เสียงดัง...

“แรงๆ..พี่ศิวะ...พิมพ์แทงจริงๆนะ....เร็ว”

ปลายกรรไกรถูกดันติดคางศิวะทำให้ครั้งนี้...ชายหนุ่มไม่ลีลา เพราะ เขาเพิ่มแรง โดยเน้นแรงสลับเบาบนเนื้อเล็กที่แปลกปลอมอยู่ในปาก..

“ยังงี้แหละ...ค่ะพี่ขา...อูยยยย์”

ชายร่างเปลือยที่ถูกมัดร่างจนไม่สามารถช่วยตัวเองได้ รู้ว่าแก่นกายของเขาพร้อมใช้งานเต็มที กำลังถูกมือเล็กจับลูบคลึง จนใจที่รักและพิศวาสต่อหมอสาว มันกำลังจะชนะจิตใจแห่งความถูกต้องตามศีลธรรมของความเป็นมนุษย์ของชายหนุ่มแล้ว

“พี่ศิวะ...พิมพ์รักพี่ อย่างหมางเมินพิมพ์อีก...เข้าใจไหม?”

หมอสาวปล่อยให้ปากหนาสัมผัสปลายปทุมจนพอใจ ก่อนที่จะดึงให้มันหลุดออก แล้วขยับปากบางลงมาประกบจูบปากวิศวกรหนุ่มด้วยความเร่าร้อนในอารมณ์สาว

“จู๊...จ๊วบๆ”

บทจูบอันแสนร้อนแรง และร้อนเร่าดำเนินไปนาน ก่อนหญิงสาวจะพลักปากออกมาสูดอากาศหายใจ

“หืน...หือ...หืน...”

พิมพิชญาหายใจถี่ 

"รู้ไหม?พี่ศิวะ..พิมพ์ใจแทบขาดเมื่อกี๋..."

"พอเถอะนะ..พิมพ์..."

"ไม่..ถ้าตกนรกเพราะสิ่งนี้  พิมพ์ยอม"

พิมพิชญาพูดแล้วก็ลุกขึ้นยืนจ้องกล้ามมัดแข็งเป็นลอนของศิวะ ที่มันชวนให้หญิงสาวจะต้องมองเสมอถ้ามีโอกาศ 

"พี่ศิวะ..รู้ไหม?พิมพ์แค่มองพี่..พิมพ์ก็มีความสุข"

ร่างบางค่อยๆถอดกระโปรงพลีทออกจากร่างก่อนจะโยนมันไปกองที่พื้น

"มองพิมพ์สิ.."

ศิวะที่เสมองไปทางอื่น ค่อยๆหันไปมองหญิงเปลือยอก ที่เธอมีเพียงกางเกงชั้นในตัวจิ๋ว ที่ใช้ห่อหุ้มจุดซ่อนเร้นเบื้องล่าง

"พิมพ์..ไม่รู้สึกว่าผิดเหรอ..ครับ.."

หญิงสาวไม่ตอบ  แต่เธอถอดกางเกงชั้นในลายลูกไม้แล้วโยนให้พ้นตัว  ทำให้ชายหนุ่มนิ่งอึ่ง

“วันหนึ่งพี่จะรู้ว่าครั้งนี้หรือครั้งไหน? ที่เราทำ มันไม่ได้ผิดศีลธรรม...เพราะทุกครั้ง มันคือเรื่องของหนุ่มสาวที่มีความรักต่อกัน”

ชายที่อารมณ์รักเริ่มจะเหลือมากกว่าความถูกต้อง มันจึงทำให้เขาจ้องร่างที่ไร้อาภรณ์หุ้ม ค่อยๆเดินมานั่งคลุกเข่าลงข้างเตียง ก่อนปากเล็กจะถูกครอบแก่นความเป็นชายของเขา เอาไว้ในปาก

“อืมมม...พิมพ์...อย่าทำอย่างนั้น...”

ปฏิบัติการณ์ทำออรัลเซ็กซ์ (การทำให้เกิดความพึงพอใจทางเพศโดยใช้ปาก Oral sex)ของหมอสาวเต็มไปด้วยความนุ่มนวล อีกทั้งเธอยังทำแบบลงลึกทุกรายละเอียด ทั้งใช้มือเคล้าคลึงกระตุ้นอารมณ์ตรงบริเวณลูกอัณฑะ อีกทั้งยังใช้ลิ้นและใช้ปากด้วยลีลาที่เต็มไปด้วยความอ่อนพลิ้ว จนมันทำให้ชายผู้ถูกปฏิบัติ  รู้สึกถึงความรักของหญิงสาว ที่มีให้กับเขา...ว่ามันมากเพียงใด

“พิมพ์…ครับ...อืม...”

ใจหนึ่งเหมือนอยากบอกให้หญิงสาวหยุดเพื่อความถูกต้อง แต่ อีกใจก็ต้องการความให้รู้สึกดีๆนี้ดำเนินต่อไป...และในที่สุด  ความรู้สึกด้านดีก็พ่ายแพ้ต่อด้านมืดอีกครั้ง...

“หือ...หือ.....”

เสียงเจ๊าะแจ๊ะที่เกิดจากปากเล็กขยับ..อยู่เนินนาน  จนตอนนี้วิศวกรหนุ่มใกล้จะถึงจุดสุขสมมากขึ้นเรื่อยๆ และเหมือนว่าพิมพิชญาจะรู้  เมื่อร่างเปลือยขยับขึ้นไปนั่งค่อมอยู่เหนือร่างใหญ่..ที่มันไม่สามารถขยับตัวหนีไปไหนได้

“พิมพ์คิดดีแล้วเหรอ...แต่ก่อนเราไม่รู้มันก็ไม่ผิด แต่ตอนนี้เรารู้แล้ว...พิมพ์ต้อง...”

“พี่หยุดพูดไปเลย...พิมพ์ไม่อยากฟัง มันจะถูก จะผิดยังไง?ก็ช่าง แต่วันนี้พิมพ์จะเอาพี่?เข้าใจหรือยัง...”

พิมพิชญาพูดเสร็จก็ขยับกลีบหวานดันไว้ตรงความเป็นชายของศิวะ  และด้วยจิตพิศวาทอย่างสุดซึ้งมันทำให้ร่างกายของหมอสาวขมิบน้ำหล่อลื่นออกมาเพื่อจะป้องกันความเสียหายของเนื้อนุ่มจนมากเป็นพิเศษในครั้งนี้

“..พี่ศิวะ...พิมพ์รักพี่นะ...จะว่าพิมพ์ร่านก็ว่ามา...ไม่ต้องมาจ้อง..อุย”

เสียงเล็กขู่ทำให้ศิวะหลบสายตาที่จ้องมา ก่อนแก่นกายจะถูกหญิงสาวกดให้กลีบเนื้อไหลเข้าไปในช่องสวรรค์อันแสนคับ  ก่อนที่ท่อนรักอันร้อนเร่าจะหายเข้าไปในตัวของหญิงสาวจนหมดสิ้น

มือเล็กขยุ้มกำผ้าปูที่นอนจนยับ ในขณะเสียงครางกระสันต์หลุดออกจากปากบางไม่ขาด

“อ่า.....”

ร่างเปลือยขยับสะโพก  .....(CUT).......


....................................................................................

“พิมพ์ พี่รู้สึกผิด.. ”

พิมพิชญาหันหน้ามามองหน้าชายที่เธอรักที่ยังคงถูกมัดนอนอยู่บนเตียง ในขณะที่หญิงสาวขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่หลังจากที่เธอสวมใส่มันเสร็จเมื่อครู่

“โธ่...ทำเหมือนชายบริสุทธิ์ถูกข่มขื่นเป็นครั้งแรกเลยนะพ่อวิศวกรหนุ่ม...”

หญิงสาวพูดไปก็ใช้กรรไกรตัดเชื่อกทีมันตรึงศิวะเอาไว้ และไม่นานชายหนุ่มก็เป็นอิสระ.ทำให้เขาลุกขึ้นนั่งช้าๆ ก่อนพูด

“พิมพ์ไม่แคร์จริงๆเหรอ เรื่องนี้...”

“ไม่ใช่ไม่แคร์ แต่พี่ก็ไม่ต้องมาพูดมาก ใส่ผ้าเช็ดตัวซะ...เดียวคนอื่นมาเห็นจะหาว่าพิมพ์คุญกับผีเปรตวัดสุทัศน์”

หมอสาวผู้อารมณ์ดี..ที่มันไม่เหมือนวันที่ผ่านๆมาพูดจบก็โยนผ้าเช็ดตัวไปให้เจ้าของห้องที่ยังคงเปลือยกายล่อนจ้อน

“รีบใส่เร็วๆ  เดียวพิมพ์อยากอีก...พ่อคนมีศีลธรรมจะทำใจไม่ได้อีก...”

พิมพิชญายิ้มสดใสเมื่อเห็นศิวะรีบนุ่งผ้าเช็ดตัวเหมือนกลัวว่าจะถูกเธอข่มขื่นอีกครั้ง...

“โธ่เอ๋ย...หดเหี่ยวขนาดนี้...ใครจะอยากพี่ศิวะ”

ครั้งนี้มันเป็นที่ของพิมพิชญา ศิวะรู้ดีเขาจึงเปลี่ยนไปเรื่องที่เขาห่วง

“เออ...ช่วงนี้พิมพ์ต้องระวังตัวด้วยนะ"

"ทำไมค่ะ.."

 "ก็ตอนหัวค่ำ พี่เห็นคนที่จะทำร้ายพิมพ์เมื่อครั้งก่อน มาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้นะสิ...”

“อะไรนะ?...พี่เห็นเขาอยู่แถวนี้เหรอค่ะ...”

“ใช่...มันมายืนอยู่ตรงหน้าต่างบานนั้น  ตอนที่พี่อยู่กับ..เออ...เออ.”

“ตอนอยู่กับใคร?...บอกมานะ อย่าให้พิมพ์ไปถามรัตน์เองนะ...”

ศิวะพลั้งปากกล่าวถึงคนที่สาม จึงจำเป็นต้องตอบ...

“เออ...ตอนนั้นศรีแพรมาหาพี่ที่นี่นะ”

หมอสาวมองวิศวกรหนุ่มด้วยหางตา ก่อนกล่าว

“เออ...นี่นะจะเลิกกันก็ยังไม่เคลีย์กับพิมพ์เลย  แต่มีทั้งถ่ายรูปกับแฟนใหม่ตอนนอนด้วยกันมาให้ดู แถมยังมาหากันทุกๆสามเวลาอีก …”

“รูปถ่ายนั้นพี่ไม่รู้เลยว่าแพรถ่ายเอาไว้ตอนไหน?...พี่สาบาน”

ศิวะไม่รู้จริงๆ เพราะวันนั้นศรีแพรเอายานอนหลับใส่กาแฟให้ชายหนุ่มกิน

“ไม่รู้..ไม่รู้...ดูสินมคุณศรีแพรในรูป ใหญ่เท่าหัวพี่เลย...ยังบอกว่าไม่รู้...”

ศิวะยิ้มเพราะทั้งใบหน้าและคำพูดกระแนะกระแน่ของหญิงสาว แนวประชดเรื่องหน้าอกของเธอเล็กกว่าศรีแพร ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าทำไมเขาจึงรักหญิงสาวคนนี้มากมาย แต่สุดท้ายอารมณ์นั้น..มันก็มาติดอยู่ตรงเธอคือน้องสาวแท้ๆของเขาอีกครั้ง

“เรื่องศรีแพรก็คงไม่เป็นไรแล้วนี้..เพราะ ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเราเป็นพี่น้องกัน ไม่ใช่เหรอ?พิมพ์”

“อ้าวแล้วเมื่อกี้เราทำอะไร  มันไม่ใช่ทำแบบแฟนเอากันเหรอ? “

“บ้าสิเมื่อกี้พิมพ์ข่มขื่นพี่นะ ถ้าบาปพิมพ์บาปคนเดียว พี่ไม่เกี่ยว”

“ได้...แต่ถ้าเราไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆอย่างที่พี่ศิวะว่า...จะให้พิมพ์ทำยังไง?เรื่องคุณศรีแพรละ”

. เออ..ถ้าเราไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆพิมพ์ขออะไร..พี่ให้ได้หมด...”

พิมพิชญาดวงตาเป็นประกายฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมา..ก่อนจะพูดยิ้มๆ...

“..งั้น...ถ้าเราไม่ใช่พี่น้องกัน พิมพ์ขอมีสามีน้อยหนึ่งคน?...”

“อะไรวะ?สามีน้อย...”

“อ้าวไม่หล่อแถมยังโง่อีก...ก็พวกผู้ชายเขามีเมียน้อยได้  พิมพ์ก็มีสามีน้อยได้เหมือนกันสิวะพี่...”

ศิวะรู้ว่าสิ่งที่พูดกันมันไม่มีทางเป็นไปได้  เขาจึงทำได้แต่ยิ้ม

“พี่ศิวะวันนี้พิมพ์ไม่กลับบ้านแล้ว ขอนอนด้วยนะ...”

“ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกพิมพ์...”

“ยังไงต่อไปเราก็ต้องเป็นพี่น้องกันแล้ว พิมพ์ขอนอนกอดพี่แท้ๆสักคืนก่อนไม่ได้เหรอ?..”

ศิวะหยุดคิด ด้วยอารมณ์สับสนก่อนพิมพิชญาจะเร่งสรุปเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มคิดเป็นอื่น

“ไปๆ  เรานอนกันได้แล้ว...พิมพ์ง่วง...”

หญิงสาวดันให้ชายหนุ่มนอนลงบนเตียงก่อนทีเธอจะรีบไปปิดไฟ แล้วขึ้นไปนอนข้างเจ้าของเตียงด้วยการเอาหัวซบลงบนอกชายที่เธอรักแล้วนิ่ง

“........................”

ทั้งคู่เงียบไม่มีใครพูด ขณะที่ชายหนุ่มใช้มือลูบผมของพิมพิชญาไปมา เพราะรู้ว่าเขายังรักผู้หญิงคนนี้อย่างสุดใจ และ...ชายหนุ่มยังไม่รู้เลยว่า เขาจะเปลี่ยนความรู้สึกให้เธอกลับมาเป็นน้องสาวจริงๆได้อย่างไร...

“พิมพ์พี่รู้ว่าหลายวันมานี้พี่ทำให้พิมพ์เสียใจ...พี่ขอโทษนะ...”

“ใช่พิมพ์เสียใจ...โกธรและเกียดพี่มากตอนแรก แต่พอรู้เหตุผลของพี่ พิมพ์ก็ไม่โกธรพี่แล้วละ... ”

ชายหนุ่มรู้สึกถึงน้ำอุ่นไหลลงมาสัมผัสหน้าอกผาย และไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันคือน้ำตาของพิมพิชญา

“พิมพ์...ยังมีบางเรื่องที่ยังไม่บอกพี่ เพราะพิมพ์มีเรื่องที่จะต้องรู้ความจริงให้ได้ก่อน...ว่าพิมพ์คิดถูก พี่ศิวะอย่าว่าพิมพ์นะคะ”

หญิงสาวพูดพร้อมกอดศิวะแน่นยิ่งขึ้น และเพราะอนุภาพแห่งความรัก มันทำให้จิตใจของหญิงสาวอบอุ่นและแสนสุขเมื่อเธอได้นอนกอดชายที่เธอรักไว้ในอ้อมแขน จนกระทั่งความปิติแห่งรัก มันได้สร้างน้ำตาแห่งความสุขสันต์ให้ไหลพรากออกมาแบบไม่ขาดสาย

“ได้สิพิมพ์...เพราะคงจะไม่มีเรื่องอะไรที่เลวร้ายเท่าเรื่องที่เราเป็นพี่น้องกันอีกแล้ว...สำหรับพี่”

“อีกเรื่อง...พิมพ์เห็นใบลาออกของพี่ พี่ไม่จำเป็นต้องลาออกหรอกค่ะ”

“มีเรื่องมีราวกันขนาดนั้น และคุณราเชนคงโกธรพี่มาก...แล้วพี่จะอยู่ให้อึดอัดกันไปทำไม?สู้ลาออกไม่ดีกว่าเหรอ”

“อย่าลืมสิค่ะว่า พ่อราเชนคือพ่อของเรา และ ท่านเป็นคนมีเหตุผล  และถ้าท่านรู้ว่าพี่ทำไปเพราะอะไร...ท่านคงไม่โกธรพี่หรอก และท่านจะยิ่งดีใจเสียอีก ที่ได้ลูกชายแท้ๆมาช่วยบริหารงาน...”

ศิวะกอดร่างบางที่นอนใช้หน้าแนบที่อกของเขากระชับ เพราะรู้ว่าเหตุผลของเธอถูกต้อง และถ้าไม่รู้ว่าเธอคือน้องสาวชายหนุ่มคงจะดึงเธอขึ้นมาหอมแก้มนวล เพื่อให้มันคลายความรักที่อัดแน่นอยู่ทรวงของเขาอย่างแน่นอน

“อยากหอมแก้มพิมพ์ใช่ไหม?ละ ที่พูดถูกใจ..”

พิมพิชญาเดาแม่นเหมือนตาเห็น ทำให้ศิวะแก้เขินด้วยคำพูด

“บ้าใครจะอยากหอมแก้มทีมีแต่น้ำตา  เค็มจะตาย....”

“แก้มเค็มเหรอ..ก็ใครละที่ทำให้พิมพ์ร้องไห้ นี่ๆๆๆ”

พิมพิชญาใช้มือเล็กทุบหน้าอกชายหนุ่มเบาๆหลายครั้งก่อนหยุดเพราะชายหนุ่มขยับเข้าไปหอมแก้มของหญิงสาวค้างเอาไว้นาน...ก่อนจะถอนจมูกออก

“...เอาหอมแก้มน้องสาวแล้ว...นอนหลับฝันดีนะ...”

“จ๊ะพี่ชาย...”

ชายหนุ่มและหญิงสาวนอนสงบนิ่ง เพราะได้เวลานอนแล้ว แต่คนทั้งสอง ก็ยังคงตาลุกโพลง เพราะความรักอันบริสุทธิ์  มันกำลังตราตรึงอารมณ์ปิติแห่งรัก จนทำให้คนทั้งคู่ไม่ต้องการให้มันเสื่อมสลายลงไปในเวลานี้..หรือเวลาไหน? เพราะเขาและเธอต้องการให้มันคงอยู่อย่างนี้ไป..ชั่วนิรันดร..

...........................................................................

ชายหนุ่มเสื้อผ้าขาดเป็นแนวอยู่หลายแห่ง กำลังผะวงกับเลือดที่แขนที่เขาได้ฉีดเสื้อมาพันมัดเอาไว้ แต่ตอนนี้เลือดมันเริ่มซึมออกมาใหม่...หลังจากมันหยุดไหลได้สักพักหนึ่ง

ภายในป่าทึบที่ชายหนุ่มได้ใช้ซ่อนตัว มันสามารถมองเห็นถนนหลวงสายเมนหลักอยู่เบื้องหน้า และนั่นคือเป้าหมายที่เขาเฝ้ารอว่า..เมื่อไหร่คนที่นัดไว้จะมาถึง...หลังจากที่เขาใช้โทรศัพท์ตู้สาธารณะของหมู่บ้านของละแวกใกล้ๆนั้นโทร...เพื่อขอให้เธอมารับ

“อภิญา...”

รถเก๋งคันเล็กจอดตรงหลักกิโลเมตรที่หนึ่งร้อยสิบตามที่นัดหมายทำให้พิริยะกล่าวชื่อผู้ที่เขารอคอย...ก่อนจะรีบออกมาจากที่ซ่อน

                     ........................................................

                              ตามต่อนะครับ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #5 ondara (@ondara) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 18:09
    เฮ้อ ยังไม่ตาย

    . . . คุณพี่นี่ก็นะ

    . . .มาก
    #5
    0