ตอนที่ 56 : ความลับที่สุดลับ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    17 เม.ย. 62

ศิวะเริ่มใจหายกับเรื่องที่ทราบ เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถแต่งงานกับพิมพิชญาได้ เพราะว่าเธอคือน้องสาวแท้ๆของเขานั้นเอง

“แล้วผมจะทำยังไงดีครับ น้ามารตรี...”

“ก็อย่าแต่งงานกับหนูพิมพิชญา...”

คำตอบของมารตรีทำให้ศรีแพรที่นั่งฟังอยู่ตลอดเวลา ยิ้มออกมา...

“และอีกเรื่องเมื่อเธอไม่ใช่ลูกของพี่กำจร ศรีแพรก็ไม่ใช่น้องสาวทางสายเลือดของเธอนะ...ศิวะ”

มารตรีรู้ดีว่าศรีแพรลูกสาวของเธอ หลงรักศิวะมาตลอด เธอจึงเตื่อนชายหนุ่มเพื่อศรีแพรลูกของเธออาจสมหวัง...อย่างที่ผู้เป็นแม่ควรทำ

...............................................................................................

“เรื่องการตายของนายพิชัยและลูกชาย ถึงแม้ว่าเราไม่ได้ลงขันเพื่อจ้างมือปืน...แต่เราก็จะไปแจ้งความตำรวจเรื่องอภิญาถูกจับตัวไป..ไม่ได้ เพราะ เราได้ร่วมรับรู้การจัดจ้างมือปืน ร่วมกับกลุ่มจ้างวาน ที่เขาได้มาชวนเรา ดังนั้นเรื่องนี้เราต้องอยู่เฉยเอาไว้...ไม่บังงั้นเราจะเป็นพวกหักหลังพวกพ้อง”

พิสมัย อภิญาและพิมพิชญา นั่งฟังราเชนสรุปถึงเหตุผล บนชุดรับแขกโซฟาในห้องรับแขกของบ้านอย่างตั้งใจ

“แล้วเรื่องที่อภิญาท้องกับกับนายพิริยะละค่ะ...คุณ"

พิสมัยเปิดประเด็นถามขึ้น ก่อนชายสูงวัย เจ้าของบ้าน จะหันหน้าไปทางลูกสาวก่อนกล่าว

“ลูกในท้องอภิญา ยังไงเราก็ต้องเลี้ยง ต่อไปก็อยู่ที่ลูกอภิญาแล้วว่า จะเข้มแข็งกับเรื่องนี้แค่ไหน?”

อภิญาที่ท้องอ่อนๆจากการถูกพิริยะขืนใจ มองหน้าทุกคนที่มานั่งร่วมปรึกษา ก่อนจะพูดในสิ่งที่ตั้งใจไว้

“ลูกญา..ญาจะเลี้ยงเขาเอง พวกเราจะรักเขาใช่ไหม?ค่ะ...”

“ใช่จ๊ะพวกเราจะรักเขา เพราะเขาคือคนในครอบครัวของเราจ๊ะ..น้องพี่...”

พิมพิชญาพูดจบก็ดึงเอาน้องสาวมากอด เพราะหญิงสาวรู้ว่าไม่มีอะไรจะดีเท่าการแสดงความรักต่อกันในสถานการณ์เช่นนี้อีกแล้ว

“สรุปเรื่องลูกญาเราเอาตามนี้ นะ"

ทุกคนพยักหน้าเห็นฟ้องก่อนพิศมัยจะเริ่มเรื่องใหม่

 "แล้วเรื่องของลูกพิมพ์กับศิวะ...ละค่ะ”

ราเชนเริ่มรู้สึกฉุนเฉียวเมื่อพิสมัยเสนอเรื่องใหม่ และชายสูงวัยรู้ว่าศิวะยังมาไมถึง.

"แล้วศิวะมันไปไหน?..ทำไมยังไม่เห็นหน้าอีก..."

"พ่อค่ะ..พี่เขาไม่มาเราก็ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องนี้หรอกนะคะ"

พิมพิชญารีบพูดในสิ่งที่เธอเห็นว่ายิ่งพูดถึงเรื่องนี้เธอยิ่งไร้ค่ามากเท่านั้น..

“ฉันรู้ว่าศิวะคงไม่มาแล้ว  และสำหรับเรื่องนี้ฉันขอคุยกับคุณสองคนได้ไหม?ค่ะ...”

นักธุรกิจอย่างราเชนรู้ว่าทุกอย่างต้องมีเหตุผล และครั้งนี้พิสมัยคงมีสิ่งนั้นให้เขา

“ได้สิพิสมัย งั้นเอาไว้คุยกันเรื่องนี้อีกที เอาละวันนี้พอแค่นี้ ฉันขอตัวไปพักก่อนละ“

ราเชนแสดงอาการเหน็ดเหนื่อยจากการบินมาเกือบครึ่งโลก แล้วยังต้องมาแก้ไขปัญหาที่ยังหาบทสรุปไม่ได้ มันจึงทำให้เจ้าของธุรกิจใหญ่...อยากจะพักผ่อนเต็มที

“หนูพิมพ์เดียวน้าพาคุณพ่อไปพักผ่อน... แล้วน้าขอคุยอะไรด้วยหน่อยนะ...”

“ค่ะ...น้า”

……………………………………………………………………..

“มีอะไรค่ะน้าพิสมัย...”

พิมพิชญากล่าวถามเมื่อเธอเห็นพิสมัยมานั่งลงข้างๆ...

“หนูพิมพ์ฟังดีๆนะ...เพราะเรื่องนี้คือเรื่องที่ทำให้ศิวะเปลี่ยนไป...”

“หรือค่ะ...บอกมาเลยค่ะ หนูก็อยากรู้ว่าหนูผิดอะไร...”

หญิงสาวหัวใจเต้นเร็วขึ้น เพราะ ความระทึกที่จะรู้ความจริง ถึงเรื่องที่ทำให้ชายที่เธอรักเปลี่ยนไป

“ฟังนะ...ศิวะคือลูกแท้ๆของคุณราเชน ”

“อะไรนะคะ...น้า”

“ใช่และเรื่องนี้ทำให้ศิวะคิดว่า...เขาและหนูเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน และสาเหตุนี้แหละ ที่ศิวะพยายามจะทำให้หนูพิมพ์เกลียด เพื่อหวังว่าหนูจะตัดใจได้ เมื่อศิวะปฏิเสธการแต่งงานกับหนู...”

หญิงสาวตาลุกโพลงเพราะยังคงตื่นเต้นกับเรื่องที่พึ่งรู้ไม่ได้...

“หนูกับพี่ศิวะ เป็นพี่น้องกัน ทำให้...”

“ใช่...และนี่คือสาเหตุที่ทำให้ศิวะต้องทำไม่ดีกับหนู..."

"พี่ศิวะ..ไม่นะคะ...เรา..เรา..."

พิมพิชญาตาลุกกับเรื่องที่รู้..ก่อนพิสมัยจะมีเรื่องที่ยังไม่บอกหญิงสาว

"น้ายังมีอีกเรื่องที่จะบอกให้หนูรู้ และเรื่องนี้มันสำคัญกว่าเรื่องที่แล้วมากนัก?”

“เรื่องอะไรที่มันจะสำคัญกว่าเรื่องนี้อีกค่ะ...น้า..”

ครั้งนี้พิสมัยไม่พูดออกมา แต่เธอขยับเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของพิมพิชญา ก่อนตาที่ลุกโพลงอยู่ก่อนของหญิงสาวจะขยายใหญ่ขึ้นไปอีก เพราะหญิงสาวได้ทราบเรื่องลับสุดยอดที่ไม่น่าจะเป็นไปได้...จากปากของแม่เลี้ยง

“อะไรนะคะ...เรื่องนี้มันจริงหรอ...น้า...”

..........................................................................................................

ศิวะนั่งคิดงานที่ยังครั่งค้างอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกดัดแปลงมาเป็นห้องนอนสำหรับชายหนุ่ม ก่อนที่จะเห็นไฟหน้ารถวิ่งเข้ามาจอดหน้าตู้  มันจึงทำให้เจ้าของห้องมองดูนาฬิกา..จึงได้รู้ว่าตอนนี้ใกล้จะสามทุ่มแล้ว

ก๊อกๆๆ

ชายหนุ่มเปิดล็อคแล้วดันประตูให้เปิด..

“สวัสดีค่ะ...พี่ชาย...”

ศรีแพรนั่งลงบนเก้าอี้สนามที่ศิวะเอามาไว้สำหรับให้ผู้มาเยือนนั่ง ก่อนที่หญิงสาวจะกล่าวเสียงเง้างอน...

“บอกให้พี่ไปพักที่บ้านแพรก็ไม่ไป...จะมานอนลำบากอยู่ที่นี่ทำไม..ก็ไม่รู้...”

“พี่ว่าอยู่ที่นี่สะดวกดีออก...ตื่นเช้ามาก็ทำงานเลย"

"แล้วพี่คิดจะอยู่อย่างนี้อีกนานไหม?คะ"

 "ไม่หรอก เพราะพี่เขียนใบลาออกไว้แล้ว และเขาคงไม่รอให้ถึงเดือนหรอกเพราะบริษัทคงจะให้พี่ออกเลย...เรื่องอื่นเราจึงว่ากันนะแพร”

ศิวะรู้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเขาคงจะทำงานที่นี้ไม่ได้อีกต่อไป ชายหนุ่มจึงตัดสินใจลาออกเพื่อไม่ให้ทุกฝ่ายต้องอึดอัด

“ไม่ต้องว่าอะไรอีกแล้ว...พี่ศิวะออกจากนี้ต้องไปอยู่บ้านแพร...ลูกต้นจะได้ไม่ต้องถามหาพี่ทุกวันอีก?...”

ศรีแพรไม่พูดเปล่าเธอเดินเข้าไปยืนชิดศิวะที่กำลังพิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แล้วกอดร่างหนาจากทางด้านหลัง...ก่อนชายผู้ถูกกอดจะกล่าวเสียงปกติออกมา

“พี่คิดว่าแพรเป็นน้องมาตลอด...วันนี้พี่ก็ยืนยันคำเดิมนะ...”

“แม่สาวิตรีก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอค่ะ...ว่า เราไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ พี่ก็ให้โอกาสแพรบ้างไม่ได้เหรอค่ะพี่”

มือของหญิงสาวลูบไล้ไปบนตัวบุรุษหนุ่มขณะพูด ทำให้ชายหนุ่มหยุดพิมพ์งานก่อนจะลุกขึ้นยืน

“พอเถอะครับแพร...พี่ทำยังงี้ไม่ได้...เพราะพี่คิดว่าแพรเป็นน้องเสมอ ไม่ว่าฐานะของเราจะเปลี่ยนเป็นอะไรก็ช่าง...”

หญิงสาวที่หลงรักศิวะมาตลอด แสดงแววตาที่บ่งว่า..เธอผิดหวังที่ไม่สามารถครอบครองใจของชายหนุ่มเอาไว้ได้..แม้ว่าเขาจะไม่มีใคร...

“พี่ยังไม่ลืมคุณพิมพ์..ทั้งๆที่รู้ว่าเธอคือน้องสาวแท้ๆของพี่...”

“ไม่ใช่ยังงั้นหรอก  มันเกี่ยวกับความรู้สึกที่พี่มีต่อแพร ที่มันบอกพี่เสมอว่าแพรคือน้องสาว ไม่ใช่คนรัก...”

หญิงสาวที่หลงรักชายหนุ่มข้างเดียวเริ่มฉุนเฉียว...ก่อนจะรู้สึกผิดปกติบางอย่าง มันจึงทำให้ศรีแพรเพ่งมองไปยังที่ถูกทำเป็นช่องหน้าต่าง ก่อนที่มันจะทำให้หญิงสาวต้องสะดุ้งสุดตัว

“พี่ศิวะ...นั้นใคร...”

ศิวะมองไปที่หน้าต่างทันที่ มันจึงทำให้เขาเห็นคนใส่เสื้อยืดกันหนาวแขนยาว เอาหูดเสื้อคลุมหัว ส่วนใบหน้ามองยังไงก็ไม่มีทางรู้ว่าเป็นใคร  เพราะคนลึกลับใส่หน้ากากกันฝุ่น แต่สิ่งที่น่ากลัว และบ่งบอกว่าประสงค์ของเขาคืออะไร ก็ดูได้จากมือที่ถือมีดหั่นเนื้อยาวห้าถึงหกนิ้ว  ค่อยๆแทงกระจกหน้าต่างเป็นจังหวะห่างๆ แบบเบาๆ

กึก...กึก...กึก...

“เอ้ยแกเป็นใครวะ...”

เมื่อศิวะมองไปเห็นเช่นนั้น เขาก็รีบวิ่งไปยังประตูเพื่อหวังจะจับผู้ที่คล้ายว่าจะมาที่นี้เพื่อประสงค์ร้ายต่อพวกเขาในทันที่

“...มันไปไหนแล้ว..”

ไร้วี่แววผู้ที่ศิวะตามหา มันจึงทำให้ชายหนุ่มรีบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาโทร

.........................................................................................

ไฟฉายหลายสิบดวงส่องไปทั่วตู้นอนของศิวะก่อนที่รัตน์จะเดินเข้ามารายงานกับวิศวกรหนุ่มที่มีศรีแพรยืนกอดแขนเอาไว้เพราะความกลัว

“ลูกพี่ครับ พบแต่รอยเท้ารองเท้าผ้าใบ และที่กระจกหน้าต่างก็มีรอยเอามีดแทงหลายรอย และผมว่าตอนนี้มันคงหนีไปไกลแล้วละครับ”

“ลักษณะการแต่งตัวของมัน...เหมือนคนที่พยายามจะทำร้ายพิมพ์ และฉันว่ามันคงต้องเป็นคนเดียวกันแน่ๆ”

“...ตามที่ลูกพี่ว่า...มันใส่เสื้อยืดกันหนาวเปิดหูดคลุมหัว..แล้วใส่หน้ากากปิดหน้า...ผมก็ว่าต้องเป็นคนเดียวกันกับคนที่จ้องทำร้านคุณพิมพิชญาที่ผมได้ยินมาแน่ๆครับ”

“มันจะมาทำร้ายพี่ศิวะเหรอค่ะ...”

ศรีแพรออกความเห็น ในขณะที่ศิวะก็คิดไม่ออกว่ามันจะมาทำร้ายเขาทำไม?

“ ไม่งั้น...หรือว่ามันต้องการจะทำร้ายคุณศรีแพร...ครับ”

“ตายแล้ว...คุณรัตน์ใครค่ะจะมาจ้องทำร้ายแพร...อย่าพูดยังงั้นสิค่ะแพรกลัวนะ...”

รัตน์พูดเช่นนั้นยิ่งทำให้ศรีแพรกอดศิวะไว้แน่น ทำให้ชายหนุ่มรีบสรุป...

“เอาละรัตน์ให้คนงานของเรากลับไปนอนเถอะ วันนี้คงไม่ได้เรื่องอะไรแล้ว เดียวฉันจะไปส่งศรีแพรกลับบ้าน...ดึกแล้วพรุ่งนี้จึงค่อยว่ากันใหม่”

“ครับลูกพี่...”

..............................................................................................

วิศวกรหนุ่มขับรถเข้ามาจอด หลังไปส่งศรีแพรที่บ้าน แล้วเดินมุ่งไปไขล็อคกุญประตูตู้คอนเทนเนอร์ที่ชายหนุ่มใช้นอน แต่เขาก็ต้องรู้สึกว่ามีคนมาทางด้านหลัง

“เอ้ยอะไรกันวะ...”

ช้าไปสำหรับการป้องกันตัว เพราะชายฉกรรจ์สามถึงสี่คนตรงเข้ารุมล็อคตัวศิวะตรึงเอาไว้ ก่อนหนึ่งในผู้ประสงค์ไม่ดี จะมัดมือของชายหนุ่มไขว้หลัง แล้วตามด้วยมัดเท้าทั้งสองข้างของเขาให้ติดกัน

“พวกแกต้องการอะไรวะ...ปล่อยสิวะ..อุบ”

ศิวะยังกล่าวไม่จบปากก็ถูกผ้ามัดเอาไว้เพื่อไม่ใช้เขาพูด

“อือ...อือ....”

ร่างของวิศวกรหนุ่มถูกหามเข้าไปในตู้นอนของเขา ก่อนที่ร่างใหญ่จะถูกนำไปนอนไว้บนเตียง

...................................................................................

“ลูกพี่รู้ว่า..เป็นผม ผมถูกไล่ออกแน่ๆ...”

หัวหน้าชุดอุ้มโหด..ถอดหมอกไอ้โม่งออกเมื่อออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์ของศิวะ เพื่อเข้าไปรายงานผู้จ้างวานที่ยืนรออยู่ และไม่นานลูกทีมอีกสี่คนก็ตามเขาออกมา

“ใครจะกล้าไล่นายออก...ฉันตัวแทนประธานนะ ถ้าเธอไม่ทำสิเตรียมหางานใหม่ได้เลยรัตน์”

“ครับคุณพิมพิชญา...ยังงั้นผมไม่โดนไล่ออกแน่ แต่โดนเต๊ะชัวร์...”

“ไม่ต้องพูดมากนี่เอาไปแบ่งกัน...และพากันกลับไปได้แล้ว”

รัตน์รีบรับเงินสินน้ำใจที่เขาเห็นแล้วตาโต...ก่อนจะเรียกลูกน้องคนงานก่อสร้างที่เขาเลือกมาเป็นทีมอุ้มโหดกลับ

“เอ้ย...ไปกันได้แล้วโว้ย...เดียวแบ่งตังค์ให้ และพรุ่งนี้ใครปากโป้งบอกลูกพี่...มึงเจอกูแน่...”

..............................................................................................

พิมพิชญากำลังจะทำอะไร...ตามต่อนะครับ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

6 ความคิดเห็น