ตอนที่ 52 : พิริยะ กับ อภิญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    9 เม.ย. 62

รัตน์ไม่รู้ความหมายว่าอะไร “คือพ่อตกลงแล้ว”...จะมีก็เพียงชายหนุ่มที่แอบอยู่ข้างตู้คอนเทนเนอร์ที่น้ำตาไหลอาบทั้งสองแก้ม  เพราะเขารู้ว่าพ่อของพิมพิชญาอนุญาติให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักแล้ว...แต่ศิวะก็ทำได้เพียงกล่าวเสียงเบาออกมาในสิ่งที่คิดว่าเขาได้ทำดีที่สุดแล้ว...

“พิมพ์...พี่ขอโทษ”

…………………………………………………………………..

พิสมัยเดินเข้ามาในห้องทำงานของอภิญาในช่วงเช้าตรู่ ก่อนจะกล่าวกับเจ้าของห้อง

“หนูญา...พวกเขาจะจัดการนายพิชัย กับพิริยะแล้วนะวันนี้”

“วันนี้เลยเหรอค่ะ...”

อภิญาหน้าตาตื่นเพราะสิ่งที่แม่เลี้ยงมาบอกคือการลอบสังหารคน  ที่แม้ว่าหญิงสาวแม้จะรู้เหตุผลแล้ว แต่เธอก็คิดว่ามันไม่ใช่และไม่ควรจะเป็นการกระทำของมนุษย์

“รู้ไม?ค่ะน้าว่าเขาจะลงมือที่ไหน”

“น้าไม่รู้หรอก รู้แค่ว่าต้องรอให้พวกเขาออกจากบ้าน แล้วไปยังสถานที่ที่พวกเขาสืบมาได้ ดังนั้นเรื่องนี้เราคงต้องรอฟังแต่ข่าวเท่านั้นแหละหนูญา”

แม่เลี้ยงออกจากห้องทำงานของอภิญาไปแล้ว แต่หญิงสาวยังคงคิดถึงเรื่องที่พูดคุยกันเมื่อครู่ว่าจะทำยังไงดี ก่อนที่หญิงสาวจะลูบท้องที่มันเริ่มโตขึ้นทุกวัน...

...........................................................................................

“แกทำอะไร ของแกวะพิริยะ ไปขอระงับคำร้องที่เขตเรื่องคอนโดของนายราเชน ยังไม่พอ? แถมแกยังสั่งวัสดุไปให้หน้างานมันใช้อีก ไหน?แกอธิบายเรื่องนี้มาสิ”

นายพิชัยพูดเสียงดุ กับลูกชายคนเดียว แล้วนั่งเพื่อรอคำตอบอยู่บนโซฟาหนังแท้ภายในบ้านราคาหลายสิบล้านของเขา

“ผมว่าวิธีทำการค้าของเรา มันไม่ถูกต้อง ผมคิดว่าคอนโดและ บ้านจัดสรรต่างๆของเรา..ค่อยๆทะยอยขายไปเรื่อยๆตามการค้าแบบตรงไปตรงมา...เราก็ไม่เดือดร้อนอะไร  โดยเราก็ไม่จำเป็นต้องไปทำลายคู่แข่งของเรา และถ้าพวกที่เราไปแกล้งเขาเอาไว้..โกธรแค้นขึ้นมามากๆ...มันจะยุ้งยากนะครับเตี่ย”

“ลื่อมันจะไปรู้อะไร...ที่อั้วมีเงินทุกวันนี้ก็เพราะใช้วิธีนี้  และพวกทำธุรกิจพวกนั้น มันจะมีใครกล้าหือ หรือกล้ามีเรื่องมีราวกับอั้ว...สุดท้ายแล้วพวกมันก็ต้องไปไม่รอด..แล้วต้องขายโครงการดีๆมาให้เรา...และตอนนี้ลื่อมันใจอ่อน และถ้าเตี่ยเดาไม่ผิดมันต้องเป็นเพราะลูกสาวคนเล็กของนายราเชนแน่ๆที่มันทำให้ลือเป็นไปได้ขนาดนี้”

พิริยะไม่โต้เถียงเพราะในใจลึกๆของชายหนุ่ม มันเป็นดังเช่นผู้เป็นพ่อพูด

“ลื่อข่มขื่นอาอภิญา แล้วถ่ายหนังไว้ขู่อี...ลือคิดว่าอีจะรักลื่อเหรอ...พิริยะ  เงินเราก็มีเยอะแยะอยากได้ผู้หญิงคนไหน?ก็ได้ เตี่ยว่าลื่อพอได้แล้ว...สำหรับผู้หญิงคนนี้”

“เธอจะรักจะชอบผมหรือไม่ก็ตาม แต่ผมยืนยันว่า..ผมต้องการทำธุรกิจแบบตรงไปตรงมาครับเตี่ย”

“ลื่อพูดไม่รู้เรื่อง งั้นต่อไป  เตี่ยคงไม่ให้ลื่อบริหารงานอีกต่อไป..จนกว่าลื่อจะเชื่อฟังเตี่ย...”

ชายชาวจีนสูงวัยเปลี่ยนน้ำเสียง เพื่อสรุปสิ่งที่เขาจะแก้ไข  ในขณะนั้นแม่ของพิริยะก็เข้ามาบอกสิ่งที่ผู้เป็นสามีรอ

“รถพร้อมแล้วนะอาเฮีย...”

“เอาละอาพิริยะ เดียวเราต้องไปเซ็นเอกสารที่แบงค์กับเตี่ย...อีกไม่เกินสามสิบนาทีเจอกันที่แบงค์นะ”

“ได้เตี่ย”

“อาพิริยะมีอะไรก็เชื่อฟังเตี่ยเถอะนะ..”

“ก็ม่า..ครับ”

พิริยะกล่าวจบก็มีสายเรียกเข้ามือถือ เขาจึงมองไปยังจอโทรศัพท์ ก่อนที่ใบหน้าบุรุษหนุ่มจะแสดงความแปลกใจก่อนจะรีบรับสาย

“มีอะไรครับน้องอภิญา...”

“วันนี้คุณพิริยะกับพ่อ อย่าออกจากบ้านไปไหน?นะคะ...”

“เอ๊ะทำไมละครับน้องญา?”

ชายหนุ่มพูดขณะมองตามรถผู้เป็นพ่อวิ่งผ่านประตูรั้วบ้านออกไป...

“จะยังไงก็ชั่ง...ตอนนี้ขอให้เชื่อญาสักครั้งนะคะ”

“น้องญาต้องบอกก่อน ว่าทำไม?เพราะพี่ธุระจำเป็นต้องออกไปทำ...”

ปลายสายจากอภิญาเงียบไป...เพราะเธอคงจะบอกลึกกว่านี้ไปไม่ได้ ทำให้พิริยะได้ยินเสียงสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดสาย

………………………………………………………….

รถเสี่ยพิชัยวิ่งออกพ้นประตูรั้วบ้านไปได้ไม่นาน ชายนิรนามที่นั่งอยู่บนรถมอเตอร์ก็รีบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาโทร

“เป้าหมายแยกกันแล้ว...ให้เสือโคร่งดำเนินการตามแผนได้..”

ผู้สังเกตการณ์หนึ่งในทีมสังหารเมื่อรายงานเสร็จ ก็ใช้กล้องส่องทางไกลมองเข้าไปในบ้านหลังโตของเสี่ยพิชัยก่อนที่เขาจะเห็นพิริยะเดินตรงมาขึ้นรถเก๋งที่เขาใช้ประจำ

“เสือโคร่งเป้าสองกำลังจะออกมา ทีมสองเตรียมตัวได้”

......................................................................................

พิริยะยังสับสนว่าทำไมอภิญาจึงโทรมาบอกให้เขาและพ่ออย่าออกจากบ้าน แต่เนื่องจากธุระที่ต้องไปเซ็นเอกสารสำคัญที่ธนาคารหลือเวลาอีกไม่มาก ชายหนุ่มจึงหยุดคิดก่อน แล้วจึงรีบขับรถออกจากบ้านเพื่อจะไปดำเนินการเรื่องที่จำเป็นต้องทำให้แล้วเสร็จ


ประตูรั้วขนาดใหญ่ที่ควบคุมด้วยรีโมตคอนโทน เปิดออกกว้างก่อนที่รถของพิริยะจะวิ่งออกไป แต่ขณะนั้นมีรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งมาหยุดกั้นรถของพิริยะเอาไว้ ทำให้ชายหนุ่มต้องเบรสจนรถจอดสนิท

“เอ้ย...อะไรกันวะ”

แต่เมื่อชายหนุ่มมองไปเห็นผู้ลงมาจากรถ

“อภิญา”

พิริยะเพ้อชื่อผู้ที่ลงจากรถเก๋งที่จอดขวางทางอยู่ ก่อนจะเห็นร่างบางเดินตรงเข้ามาหา มันจึงทำให้ชายหนุ่มเปิดประตูแล้วลงจากรถ

“อะไรครับ...น้องญา”

“ก็ญาบอกแล้วว่าอย่าออกไปไหนไงค่ะ กลับเข้าบ้านไป...”

เสียงเล็กแสดงถึงความเป็นห่วง ในขณะชายผู้ถูกปองร้ายยังไม่เข้าใจสิ่งที่หญิงสาวทำ แต่เขารู้ว่าเรื่องนี้มันต้องมีอะไรที่เกินกว่าที่เขาคาดเอาไว้อย่างแน่นอน...

“เอ้ย...พวกไหนนี้..”

แต่ทุกอย่างช้าไปแล้ว เมื่อมีรถกระบะสี่ประตูบรรทุกชายฉกรรจ์ที่มีอาวุธปืนครบมือห้าหกคนวิ่งเข้ามาจอดเทียบ  ก่อนคนจากกระบะหลังจะลงจากรถ แล้วกรู่เข้าไปล็อคตัวพิริยะและอภิญาเอาไว้...

“เสือโคร่ง...ตอนนี้มีผู้หญิงอยู่กับเป้าสอง เอายังไงดี...”

เสียงเสือโคร่งตอบสิ่งที่ถูกถาม ทำให้หัวหน้าชุดสังหารสองทวนคำสั่ง

“ได้...จับเอาไปทั้งสองคน...”

พิริยะถูกใช้เชือกจับมัดมือคนแรก ก่อนจะมัดมืออภิญาเป็นคนต่อไป แต่หญิงสาวเคยดูยูทูบที่สอนให้เกร็งมือเอาไว้ถ้าถูกจับมัด แล้วมันจะทำให้เชือกที่คนประสงค์ร้ายใช้มัดมือมันจะหลวมแล้วสามารถแก้ให้หลุดได้ในภายหลัง

“ปิดตามันเร็ว”

ทั้งคู่ถูกผ้าผูกตาเอาไว้เพื่อไม่ให้มองเห็น ก่อนที่พวกทีมอุ้มจะนำคนทั้งสองเข้าไปนั่งเบาะหลัง แล้วรถกระบะที่ใช้ปฏิบัติการครั้งนี้ก็รีบวิ่งออกจากบริเวณนั้นไป

“พวกแกปล่อยผู้หญิงไปเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร...”

“แกเงียบ...ไม่งั้นกูจะเอาปืนยิงกรอกปากมึงเดียวนี้...”

พิริยะเป็นห่วงหญิงสาวเป็นที่สุด เพราะถ้าให้เดาพวกที่มาจับตัวเขา  คงจะเป็นเพราะการสร้างศัตรูทางการค้าที่พ่อและตัวเขาเองได้สร้างเอาไว้ ..แต่เรื่องนั่นมันก็ไม่เกี่ยวข้องกับอภิญา

“น้องญา อย่ามองหน้าพวกมันนะ เดียวพี่จะให้มันปล่อยน้องญาไปให้ได้...”

“ค่ะพี่พิริยะ...แล้วพวกเขาจะเอาเราไปไหน?ค่ะ....”

“มันคงต้องการอะไรจากพี่สักอย่าง ไม่งั้นมันคงไม่จับพี่มาหรอก...”

ชายหน้าเหี้ยมที่นั่งข้างคนขับหันมาตะว้าด

“พวกมึงหยุด...คุยกันอยู่ได้รำคาน?”

ผู้ที่โดนจับตัวทั้งคู่นิ่งเงียบ ก่อนจะรู้ว่ารถพาเขาและเธอวิ่งไปไกลร่วมร้อยกิโลเมตรก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในถนนที่ขรุขระ และนั่นแสดงว่าจุดหมายปลายทางที่จะไป  มันต้องอยู่ห่างไกลจากถนนเมนหลักเข้าไปอย่างแน่นอน

“พี่พิริยะเชือกมัดมือญาหลุดแล้ว...”

อภิญากระซิบที่ข้างหูของพิริยะเมื่อเธอแก้เชือกจากการมัดสำเร็จ เพราะหญิงสาวเกร็งมือตอนถูกมัดและแก้ตามวิธีการที่เคยดูจากยูทูบมา ก่อนที่ชายหนุ่มจะกระซิบที่หูของหญิงสาวคืน...

“แกะเชือกให้พี่ แล้วเราแกล้งมัดคืนไว้...หลวมๆ”

อภิญาค่อยๆทำตามที่พิริยะบอกจนทุกอย่างเรียบร้อย

“เอาละถึงเสียที่...จอดแล้วเอามันสองคนเข้าไปในบ้านรอเจ้านาย...”

รถจอดสนิทก่อนผู้ที่ถูกจับตัวมา จะถูกพาตัวเข้าไปในกระท่อมกลางป่า แล้วให้นั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้

“ฉันขอเสนอว่า ให้ปล่อยผู้หญิงไปเพราะเธอไม่รู้เรื่องอะไร แล้วเอที่เอ็มของฉันที่นายเอาไป มีเงินในบัญชีหลายล้าน ฉันจะบอกรหัสให้เมื่อปล่อยอภิญาไป”

“มึงอย่ามาพูดดี...เดียวกูทรมานมึงแป๊บเดียวมึงก็บอกรหัสเอที่เอ็มมึงแล้ว...”

“ฉันรู้ว่าผู้ที่จ้างพวกแกมา ถ้าได้สิ่งที่เขาต้องการแล้วเขาต้องฆ่าฉันแน่...เพราะเขาไม่มีทางปล่อยให้ฉันกลับไปแก้แค้นพวกเขาอย่างแน่นอน และถ้าแกไม่ยอมปล่อยผู้หญิง ถึงฉันตาย ก็จะไม่ยอมบอกรหัสแก...”

“แกพูดมามีเหตุผล แต่ฉันขอปรึกษากันก่อนว่าจะทำไงดี...”

ตัวหัวหน้าทีมอุ้ม...เดินออกจากห้องไปก่อนที่อภิญาจะรีบถามชายหนุ่มในสิ่งที่เธอร้อนใจ

“พวกเขาจะฆ่าพี่จริงหรือค่ะ...”

“ใช่น้องญายังไงพวกเขาก็ต้องทำ...แต่น้องญาต้องปลอดภัยพี่สัญญา...”

“ไม่นะถ้าพี่พิริยะตาย...แล้วลูกในท้องของญาละ...ใครจะมาเป็นพ่อ...”

พิริยะถึงจะถูกปิดตาแต่หูของเขาก็ได้ยินชัด และจากความหมายที่อภิญาพูดเมื่อครู่ ว่าเธอกำลังท้อง และพ่อของเด็กในท้องของเธอก็คือเขานั่นเอง

“น้องญาจริงเหรอที่บอกว่าน้องมีท้องกับพี่...”

“จริงค่ะ...”

ชายหนุ่มผู้ที่ถูกพ่อหล่อหลอมจนแนวคิดของเขาเดินทางผิดมาตลอด...รู้สึกทั้งดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน เพราะในเวลานี้หญิงสาวที่เขารักกำลังจะมีทาญาติให้เขาได้เชยชม แต่ในขณะเดียวกัน  ไม่นานเขาก็ต้องตายเพราะสิ่งที่เขาได้ทำไว้  จนมันฝากรอยแค้นทางธุรกิจให้คู่แข่งจนยากที่เขาจะรอด...แต่ตอนนี้ เพื่อลูกและหญิงสาวที่เขารัก ทำให้ชายหนุ่มคิดจะสู้ให้ถึงที่สุด...

“พี่พิริยะค่ะ..สามบริษัทใหญ่ลงขันให้ฆ่าพี่กับพ่อ...บริษัทญาก็ถูกติดต่อมา ทำให้ญารู้เรื่องนี้มาก่อน ดังนั้นพวกเขาคงไม่ทำอะไรญาหรอกค่ะ...”

พิริยะพยักหน้าเห็นด้วยว่าอภิญาคงจะไม่ถูกทำร้ายจากเหตุผลที่เธอกล่าวมา

“เรื่องนี้พี่คิดไว้แล้วว่ามันจะต้องมาถึงสักวัน...แต่พี่จะไม่ยอมตาย ถ้าญารับปากพี่ว่า  ถ้าพี่รอดไปได้ครั้งนี้ น้องญาจะให้โอกาสพี่ได้ดูแลน้องญากับลูก...”

อภิญาที่คิดว่าเธอเกียดผู้ชายคนนี้ที่ข่มแหงเธอมาตลอด จนกระทั้งหญิงสาวได้ทราบว่าเธอมีลูกกับชายที่เธอเกียด..ความรู้สึกลึกๆของหญิงสาวจึงได้บอกว่า...เธอไม่ได้รังเกียดเขาเลยสักนิด

“พี่ต้องรอดนะ...ญาจะรอ...”

อภิญาไม่ได้ตอบตรงๆแต่ความหมายของมันทำให้พิริยะทราบว่าหญิงสาวไม่ได้ปฏิเสธ...และสิ่งที่หญิงสาวพูดมันทำให้ชายหนุ่มคิดว่าเขาจะต้องมีชีวิตต่อไปให้ได้...

“เชิญครับ...เจ้านาย”

ตัวแทนกลุ่มผู้ลงขันเดินตามหัวหน้าทีมอุ้มเข้ามา  ก่อนที่เขาจะแสดงท่าตกใจ

“อ้าวคุณอภิญาเองหรือครับ...เรานึกว่าจับเด็กของนายพิริยะมาด้วย...เอ้ยพวกเราแก้มัดคุณอภิญาเร็วๆ...”

หญิงสาวถูกแก้มัดที่มือ ส่วนผ้าผูกตาพวกมันแกะออกทั้งสองคน ทำให้อภิญเห็นตัวแทนของกลุ่มผู้ลงขันฆ่า

“คุณเกียงไกร...เรื่องนี้มันจำเป็นต้องฆ่าแกงกันจริงๆหรือค่ะ...”

“ใช่ครับ...เราขึ้นหลังเสือแล้วเพราะตอนนี้เสี่ยพิชัยถูกทีมที่หนึ่งยิงเสียชีวิตไปแล้วที่หน้าแบงค์...ตอนนี้เราต้องให้คุณพิริยะเซ็นเอกสารบางอย่าง ที่พวกเขาได้กลั่นแกล้งพวกเราเอาไว้ จนทำให้บริษัทของพวกเราเกิดความเสียหายกันนะครับ”

“พ่อผมตายแล้วเหรอ...โธ่พ่อ...”

พิริยะรู้แล้วว่าพ่อถูกยิงตาย และไม่นานก็คงจะเป็นคิวของเขาชนิดหลีกเลี่ยงไมได้ ในขณะที่อภิญาพยายามขอไม่ให้ทีมฆ่าทำอะไรพ่อของเด็กในท้องของเธอ...

“นี่ครับเอกสารที่คุณต้องเซ็น..เป็นสิบเรื่อง ที่มีทั้งคุณไปซื้อที่ดินขวางทางเข้าที่ดินกว่าร้อยไร่ของบริษัทพวกเราจนเราไม่มีทางเข้า...และนี้ก็ใบยื่นคัดค้านการโอนที่ดิน ว่ามีการครอบครองซ้อนแกล้งเรา..และนี่ก็อีกหลายเรื่องที่คุณกับพ่อทำไว้แสบมากๆ...จนพวกเราไม่มีทางเลือก…”

“พี่เขาเซ็นแล้วก็พอนะคะ...คุณเกรียงไกร พี่พิริยะรู้แล้วว่าเขาทำไม่ถูก และเสี่ยพิชัยพ่อเขาก็ตายไปแล้ว...พี่เขาเซ็นเอกสารแล้วเราก็อย่าทำอะไรพี่เขาเลยนะคะ...ญาขอร้อง...”

“โทษนะครับ ผมแค่คนรับคำสั่ง..เอ้ย...พวกเราพาคุณอภิญากลับไปส่งบ้านได้แล้ว...”

พิริยะมองหน้าสวยที่มีน้ำใสไหลจากดวงตาอาบลงไปตามแก้ม เพราะอภิญาต้องการช่วยชายชั่วอย่างเขา มันก็ยิ่งทำให้ชายผู้ที่เคยเห็นแก่ได้...รู้สึกผิดใน สิ่งเลวๆที่เคยทำกับหญิงสาวเอาไว้ ทำให้ชายหนุ่มเกิดความละอาย จนมันฝังลงลึกลงไปในก้นบึงของหัวใจชายชั่วอย่างเขาแล้วตอนนี้

“รหัสบัตรเอที่เอ็มคือพศ.เกิดของฉันสลับหน้ามาหลัง เอาบัตรฉันไปเบิกเงินมาแบ่งกัน แต่คุณผู้หญิงต้องปลอดภัยจนถึงบ้าน”

“เยี่ยมมากไอ้หนุ่ม...ถ้าเงินถึงยังงี้...มดตัวเดียวกูก็จะไม่ให้กัด...เมียมึงฮ่าๆๆๆๆ”

“ฉันไม่กลับนะ...ต้องปล่อยพี่พิริยะก่อน....”

อภิญาทำทุกวิธีเพื่อจะช่วยชายที่ชะตาขาด แต่มันก็ไม่เป็นผล เพราะผู้จะพาหญิงสาวไปส่งดึงลากร่างเล็กจนพ้นประตูออกไป

“ปล่อยฉันเถอะนะ...ให้ฉันได้คุยกับคุณเกียงไกรก่อน...”

หญิงสาวถูกทั้งดึงทั้งลากให้ขึ้นไปนั่งบนรถกระบะคันเดียวกันกับตอนเธอมา  แต่หญิงสาวก็พยายามแข็งขืนเอาไว้ เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปมันคือ  ความเป็นความตาย ของพ่อลูกในท้องของเธอ...

เปรี้ยง...เปรี้ยง...

“พี่พิริยะ...ไม่นะ”

อภิญาตะโกนขึ้นสุดเสียงเมื่อมีเสียงปืนดังมาจากภายในกระท่อม...ก่อนรถที่เธอนั่งจะวิ่งห่างออกจากกระท่อมกลางป่าแห่งนี้ไป


               ............ตามต่อนะครับ.................

               (เขียนผิด  ใช้ภาษาไม่ถูก  ใช้คำไม่สุภาพ ขออภัยด้วยนะครับ)

เปลี่ยนมาติดตามคู่ของพิริยะ กับ อภิญาอีกบรรยากาศหนึ่งนะครับรีด

และสำหรับเหตุผลที่ศิวะไม่ต้องการแต่งงานกับพิมพิชญาตอนหน้า...นะ

และ ไรท์จะเริ่มขุดปมตั้งแต่รุ่นพ่อแม่...จนทำให้รุ่นลูกต้องเสียใจ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

6 ความคิดเห็น