ตอนที่ 50 : ห้ามไม่ให้รักกัน?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 เม.ย. 62

ดวงตาของศรีแพรเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อรู้ว่าแม่ของเธอมีเรื่องสำคัญจะคุยกับศิวะ ก่อนที่หญิงสาวจะใส่พงบางอย่างลงไปในถ้วยกาแฟที่ชงให้ศิวะ

“นี่ค่ะพี่ศิวะกาแฟ ไม่รู้ว่าแพรจะชงถูกปากเหมือนแต่ก่อนหรือเปล่า?”

“แพรเป็นคนเดียวที่..ชงกาแฟถูกใจพี่ที่สุด”

ศิวะพูดจบก็ยกกาแฟในถ้วยขึ้นดื่ม ในขณะสายตาของหญิงสาวมองดูด้วยสายตาที่ลุ้นระทึก

“แพรจ้องพี่ทำไหม?...นี่”

“อ๋อ...แพรพอจะคิดออกว่าเรื่องที่แม่อยากคุยกับพี่ศิวะนะคือเรื่องอะไร...นะค่ะ..”

“เออ...แล้วมันเรื่องอะไร เห็นน้าบอกว่ามันสำคัญมากๆ”

“คงเป็นเรื่องที่พี่ศิวะจะแต่งงานกับคุณพิมพิชญากระมัง...”

วิศวกรหนุ่มแสดงสีหน้าสงสัยเพราะเรื่องนี้เขาพึงคุยกับแม่พิศมัยของเขาเมื่อไม่กี่วันมานี่เอง และทำไหม?เรื่องนี้น้าสาวิตรีจึงทราบเรื่อง

“พี่ศิวะไม่ต้องสงสัยหรอกค่ะเพราะ ที่แม่รู้เรื่องนี้ก็เพราะว่าแม่ไปหาน้าพิศมัยเพื่อจะถามเรื่องที่พี่คบกับคุณพิมพิชญาที่บ้านของพี่  แต่น้าพิศมัยไม่อยู่ แต่แม่ก็ได้รู้เรื่องที่พี่จะแต่งงานจากป้าเดือนคนใช้ที่นั่นนะคะ”

ศรีแพรพูดจบทำให้ศิวะคิดถึงเรื่องที่สาวิตรีรู้ว่าเขาคบกับพิมพิชญาครั้งก่อน แล้วบอกว่าอยากจะคุยกับเขา และครั้งนี้เธอก็ไปหาแม่ของชายหนุ่ม...แล้วนี่มันคือเรื่องอะไรกันแน่ที่สาวิตรีอยากจะคุย แต่เมื่อศิวะคิดมาถึงตรงนี้เขาก็รู้สึกมึนหัวขึ้นมาแบบที่ไม่เคยเป็น

“แพรพี่รู้สึกมึนหัวจัง  มันคงเป็นเพราะวันนี้พี่ออกแดดตรวจงานที่ไซค์งานมาทั้งวันแน่ๆ “

“แบบนั้นพี่ศิวะคงเสียเหงื่อมากไป...ไปนอนพักสักครู่คงดีขึ้น ไปค่ะแพรจะพาไปนอนพัก...”

ศรีแพรรู้ว่าสิ่งที่เธอผสมไปในกาแฟ  มันเริ่มออกฤทธิ์แล้ว...

“ไม่เป็นไรพี่นั่งพักที่...โซฟาก็...ได้...”

ศิวะสะบัดหัวไปมาเพื่อต้องการให้สติกลับมา แต่ชายหนุ่มก็ไม่สามารถต้านความรู้สึกง่วงได้ และสติสัมปชัญญะก่อนที่มันจะดับวูบลง ชายหนุ่มรู้แค่ว่า เขาถูกศรีแพรประครองเดินจากโซฟาไปที่ไหนสักแห่ง?

ศิวะนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนอนนุ่นของศรีแพรแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว ในขณะผู้ที่เป็นเจ้าของห้องยืนมองดูชายหนุ่มด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย

“แพรรู้ว่าแพร..ไม่ดีพอสำหรับพี่ แต่วันนี้แพรต้องทำแบบนี้เพราะว่าแพรรักพี่...เข้าใจไหม?ค่ะพี่ศิวะ”

ศรีแพรพูดเสียงดุ แล้วเข้าไปค่อยๆกอดเสื้อของของชายหนุ่มออก ก่อนจะตามด้วยกางเกงนอกและ  กางเกงใน  ไม่นานร่างของวิศวกรหนุ่มก็เหลือเพียงร่างที่เปลือยเปล่า

“พี่ศิวะ ใจร้าย...พี่รู้ว่าแพรรักพี่ แต่พี่รังเกียดแพรที่มีลูกแล้ว...ใช่ไหม?ค่ะ”

มือเล็กถูกใช้ลูบสัมผัสไปตามเนื้อลอนสันบนตัวของหนุ่มผู้ไร้สติ ก่อนมือเล็กจะเลือนลงไปลูบสัดส่วนความเป็นชาย..ที่อ่อนและหดเล็ก เพราะหญิงสาวหวังว่ามันจะขยายตัวใหญ่ขึ้นจนใช้งานได้..

“อื่ม...ยังไงก็ช่าง..วันนี้พี่ต้องเป็นของแพร...”

หญิงสาวพูดในสิ่งที่เธอประสงค์ขณะใช้มือลูบคลึงอวัยวะสำคัญของชายหนุ่ม

“อุย....”

ศรีแพรตกใจจนต้องคลายมือออกจากสัดส่วนความเป็นชายของศิวะ..เมื่อร่างใหญ่ขยับ ยังผลให้หญิงสาวหยุดการกระทำทุกอย่าง เพื่อสังเกต ว่าร่างที่หลับอยู่จะไม่พื้นขึ้นเพราะฤทธิ์ยานอนหลับที่เธอแอบใส่ไว้ในกาแฟ

สุดท้ายก็ไม่มีที่ถ้าว่าศิวะจะตื่นขึ้นมา..เพราะชายหนุ่มยังคงนอนหายใจสงบนิ่ง มันจึงทำให้มือเล็กยื่นไปกำแก่นเนื้อที่อ่อนปลอกเปียกไว้ในมือ อย่างทะนุ.ถนอมอีกครั้ง ..(CUT)..

“อุย...แข็งแล้ว...”

ปากเล็กเพ้อ  เมื่อท่อนเนื้อเริ่มแข็งตัว..ยังผลให้แววตาหญิงสาว เป็นดังประกายเพลิง ในขณะที่เพ่งแท่งเนื้อที่ขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ...จนมือน้อยๆของเธอแทบจะกำมันไม่รอบ

“พี่ศิวะแพรรักพี่...นะ“

ศรีแพรพูดไปพร้อม แกะกระดุมเสื้อที่เธอสวมใส่ออกที่ละเม็ด ก่อนบนตัวของหญิงสาวจะไม่เหลืออาภรณ์สักชิ้นเดียว เมื่อเธอโยนกางเกงชั้นในตัวสุดท้ายลงไปกองอยู่บนพื้นห้องตามผ้าชิ้นอื่นๆก่อนหน้า... 

"เป็นของศรีแพรนะ...

หญิงสาวกล่าวตามประสงค์ของอารมณ์ที่กำลังเร่าร้อนและกระวนกระวายต่อเพลิงปรารถนาของหัวใจ

ร่างเปลือยขึ้นไปนอนทาบทับอยู่บนตัวชายที่เธอหลงรัก ในขณะลมหายใจหญิงสาวรุนแรงขึ้นจากอารมณ์ตันหาที่ไม่มีที่ท่าว่าจะดับมอดลงง่ายๆ..

“...พี่ศิวะ...แพร...อูย...”                 

ศรีแพรทราบดีว่า ปฏิบัติการครั้งนี้จะดำเนินการเยี่ยงไรนั้นอยู่ที่เธอ ดังนั้นการเริ่มใช้ปากประกบปากชายหนุ่มจึงถูกกระทำ  และแม้ว่าจะไม่มีการตอบโต้ใดๆจากร่างหนา แต่ความสุขล้นนั้นมันได้เกิดขึ้นกับหญิงสาวอย่างมากมาย

“...อูย..”

ศรีแพรไม่อดทนต่อเปลวไฟแห่งอารมณ์ที่กำลังเผาไหม้เธออีก   ดังนั้นร่างระหงจึงเริ่มโลมเลียร่างชายหนุ่มด้วยปากและลิ้น ด้วยการจูบ ดูด เลีย และโลมไล้ ไปตามสัดส่วนของชายหนุ่ม ต่ำลงไปเรื่อยๆ...   

เริ่มจากปาก..เลื่อนลงมาผ่านคาง..มาถึงลำคอ. ก่อนจะลงต่ำผ่านสะดือ.จนกระทั่งหน้าสวยเลือนไปหยุดอยู่ตรงความเป็นชายที่กำลังผงาดเต็มที่ 

..... (CUT)....


ใบหน้าสวยเย้เกบิดเบี้ยว.ก่อนโน้มตัวลงไปจูบปากชายที่ยังนอนไม่ไหวติง พร้อมกับขยับสะโพกผ่ายที่ร่างกายของศิวะยังเสียบคาอยู่ร่อนไปมาอย่างอ้อยอิ่ง...เมื่อศรีแพรได้สมประสงค์ในตัญหาของเธอ..

"อืม.."

..............................................................................................................

“พี่ศิวะค่ะจะสี่ทุมแล้วนะไม่กลับบ้านเหรอค่ะวันนี้”

คำถามเกิดขึ้นทันที่ เมื่อศรีแพรรับสายเรียกเขาจากโทรศัพท์ของศิวะ

“โทษค่ะ นี่แพรนะคะ พอดีพี่ศิวะนอนหลับอยู่ค่ะแพรไม่กล้าปลุก...เห็นโทรศัพท์พี่เขาดังหลายครั้งแพรเลยรับนะคะ”

พิมพิชญาผู้ที่โทรเข้าเครื่องของศิวะ หลายครั้ง เพราะหญิงสาวยังไม่เห็นชายหนุ่มกลับบ้าน แต่เมื่อได้รู้ว่าศิวะไปนอนหลับอยู่บ้านของศรีแพร หญิงสาวก็คิดในแง่ดีเพราะศิวะได้พิสูจน์แล้วว่าเขารักเธอเพียงใดหลายต่อหลายครั้ง

“เอ๊ะ...นั่นใช่หมอพิมพิชญาหรือเปล่าค่ะ ทำไมเงียบไป”

“ค่ะ...ค่ะพิมพ์เอง...พิมพ์ก็โทรมาถามเฉยๆนะคะว่าพี่แกอยู่ไหน ถ้ารู้ว่าอยู่ไหนแล้วก็ไม่เป็นไรแล้วค่ะ..ยังไงถ้าพี่แกตื่นก็รบกวนบอกให้พี่เขาโทรหาพิมพ์หน่อยนะคะ”

“ได้ค่ะ...คุณพิมพ์”

                   ...........................................

ศิวะในชุดที่ถูกแต่งตัวกลับคืนให้เรียบร้อย  รู้สึกตัวจากการนอนหลับ แต่ก็ยังรู้สึกมึนหัวอยู่ ทำให้ในตอนแรกตื่นชายหนุ่มคิดไม่ออกว่าทำไมเขาถึงได้มานอนอยู่ในห้องๆนี้ได้...ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปยังบริเวณที่กำลังมีคนคุยกัน

“อ้าวพี่ศิวะตื่นแล้วเหรอค่ะ...”

“ใช่พี่ตื่นแล้วแพร  สวัสดีครับน้าสาวิตรี”

ศิวะยกมือไหว้แม่เลี้ยงก่อนจะเข้าไปกอดต้นลูกบุญธรรมของเขาที่นอนกอดรถแบ๊คโครเด็กเล่นที่เขาพึงซื้อมาให้ในวันนี้อยู่บนโซฟาขณะที่แม่และยายของต้นกำลังนั่งคุยกันอยู่

“เอ้าๆ...ตื่นเสียที่ น้าละอยากจะคุยเรื่องที่ศิวะกับหนูพิมพ์จะแต่งงานกันใจจะขาดแล้ว”

ศิวะยิ้มเพราะเขาก็อยากรู้เรื่องนี้เช่นกัน...

“แล้วมันเป็นยังไงละครับเรื่องนี้”

“อ้อ..เรื่องนี่แม่พิสมัยของเธอนะรู้ดี ก็น่าจะบอกศิวะเอง และเรื่องนี้น้าเองก็ไปหาแล้วเพื่อว่า จะถามเรื่องนี้กับพิศมัยว่าทำไมไม่บอกศิวะ...แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้พบกัน..”

“แล้วแม่ผมน่าจะบอกอะไรกับผมเรื่องนี้ครับ”

ศิวะถามด้วยแววตาอยากรู้

“ก็บอกว่าเธอกับหนูพิมพิชญาแต่งงานกันไม่ได้...นะสิ”

“อะไรนะ?...ผมกับพิมพ์แต่งงานกันไม่ได้เหรอครับ”

...................................................................................

ศิวะขับรถเข้าจอดริมทางเท้าก่อนจะยกเบียร์กระป๋องในมือขึ้นดื่มจนหมด แล้วใช้มือกำคอขวดเหล้าที่ยังไม่ได้เปิดลงจากรถแล้วเดินไปกดกริ่งหน้าอาคารพาณิยช์

“มึงทำเชียร์อะไรอยู่วะดล...กูกดเรียกตั้งนานเพิ่งมาเปิด...ไอ้เวร”

“ผมขอโทษครับเจ้านาย...ว่าแต่ท่านเมาแล้วขับเดียวเขาก็อันเชิญท่านไปนอนในคุกหรอก ครับกะผม...”

ธีรดลพูดเสร็จก็เดินเข้าไปประครองร่างของเพื่อนรักที่แทบจะคุมการยืนเอาไว้ไม่ได้เพราะความเมาเข้าไปนั่งในร้านแต่งรถมอเตอร์ไซค์ที่ได้เปิดให้บริการแล้ว มันจึงทำให้บริเวณในร้านดูเรียบร้อยกว่าทุกครั้งที่ศิวะเคยมา

“นี่เหล้า..มึงไปจัดชุดใหญ่มาวันนี้กูจะกินเหล้ากับเพื่อนที่รู้ใจ กินพันจอกก็ไม่เมา...”

“มึงจะกินอะไรนักหนาว้าเพื่อน... ไหน?กูเห็นหมอดาบอกว่า มึงให้แม่ไปขอคุณราเชนแล้ว ว่ามึงกับหมอพิมพ์จะแต่งงานกัน...”

“ใช่วะ...แม่กูไปขอหมอพิมพ์ให้กูแล้ว...แต่กูไม่แต่งแล้ววะ...อยู่เป็นโสดแบบนี้ดีจะตาย..จะรักใครอีก จะจีบใครอีกก็ได้ ผู้หญิงมีเป็นร้อยเป็นพัน จะรีบแต่งไปทำไหม?วะเพื่อน ฮ่าๆๆๆ”

............ตามต่อนะครับ.................

(เขียนผิด  ใช้ภาษาไม่ถูก  ใช้คำไม่สุภาพ ขออภัยด้วยนะครับ)

แล้วทำไม?ศิวะ กับ พิมพิชญาจึงงงานกันไม่ได้...

แล้วพิริยะผู้กลับตัวเพราะมีความรักต่ออภิญาจะสมหวังหรือเปล่า..

แล้วใครฆ่านายไพโรจน์???

แล้วใครคิดร้ายพิมพิชญา???

แล้วใครฆ่าพ่อของศิวะ???  ฯลฯ

ทุกอย่างเริ่มจะคลี่คลายเรื่อยๆแล้วนะครับ

                  อย่าลืมตามไรท์มานะ....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

6 ความคิดเห็น