ตอนที่ 5 : โปรเจคไซท์..คนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    28 ม.ค. 62

ในขณะที่พิมพิชญาจะนั่งลงบนโซฟา ดวงตาของหญิงสาวก็ต้องลุกโชน

“คือว่า..บ้านเราจะมีสมาชิกใหม่มาอยู่ด้วยคนหนึ่ง...อ้าวเป็นอะไรไปรึหนูพิมพ์?”

แม่เลี้ยงของสองสาวต้องหยุดอธิบาย เพราะเห็นพิมพิชญายืนแข็งถือขณะจ้องไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินเข้ามายืนอยู่ด้านข้างแม่เลี้ยงของเธอ

“นะ..นายๆ...”

ตาจ้องและคำกล่าวค้างๆคาๆของหญิงสาวทำให้พิสมัยหันหาไปมองผู้ที่มาใหม่ก่อนจะกล่าวเสียงฉงน

“อ้าว..รู้จักกันแล้วหรอจ๊ะ”

“ครับเจอกันแล้ว...แต่ยังไม่ได้คุยกัน  เพราะน้องเขาปวดขี้อย่างแรงจนทนไม่ไหวจึงรีบวิ่งไปขี้ในห้องน้ำสำหรับคนใช้นะครับ”

“พูดอะไรน่าเกียดบอกว่าปวดท้องก็ได้ศิวะ”

พิมพิชญาไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร  แต่รู้ว่าตอนนี้เธอโกธรจัด  หน้าสวยจึงเริ่มแดงขณะใช้สายตาจ้องบุรุษหนุ่มที่ทำหน้ายี่ยวนเอาไว้เขม็ง  โดยมีคนรับใช้สองคน ที่พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนหนึ่งในสองจะพูดขึ้น

“ค่ะอีฉันไปตามเจอคุณหนูใหญ่ในห้องน้ำนั่นจริงๆค่ะ”

“เออๆชั่งเถอะ...เรามาว่าเรื่องของเรากันต่อดีกว่า”

“ว่ามาเลยค่ะคุณน้า”

อภิญาตอบแสดงความเห็นด้วย ในขณะผู้เป็นพี่สาว ยังจ้องไปยังชายปริศณานิ่ง

“งั้นน้าขอแนะนำเลย  วานี่คือ..ศิวะ  กำจรกิจ ลูกชายของน้ากับสามีเก่า ที่ทุกคนก็พอรู้ๆกันอยู่  และต่อไปนี้พี่เขาจะมาอยู่ที่นี่กับเราที่นี่”

“สวัสดีค่ะพี่ศิวะ”

อภิญากล่าวพร้อมยกมือไหว้ศิวะ

 “สวัสดีครับน้อง”

ศืวะพูดและไหว้ตอบอภิญา ก่อนจะหันไปพูดกับพิมพิชญาผู้เป็นพี่ต่อ

“...สวัสดีครับคุณขี้แตก”

“นาย..นาย..ถ้าฉันถือปืนอยู่นายตายแน่”

คนใช้ทั้งสองคนต่างพากันเอามืออุดปากเพราะกลัวเสียงหัวเราะของเธอจะดังเล็ดลอดออกมา  ในขณะพิศมัยหน้าเครียดเพราะเพียงวันแรกลูกชายของเธอ กับลูกเลี้ยงคนโต..ก็ดูเหมือนว่า จะไม่ลงรอยกันเสียแล้ว

“อ้าวศิวะ...ทำไหม?พูดจาน่าเกียดยังงั้นละ...ลูก”

“ก็ผมไม่รู้จักชื่อน้องๆเลยนี่ครับ”

“แม่ก็กำลังจะแนะนำอยู่ไง  เออนี่...ผู้น้องชื่ออภิญา และนั่นผู้พี่ชื่อพิมพิชญา”

อภิญายิ้มให้ศิวะขณะพิมพิชญาหน้าบูดบึง พร้อมคิดสับสนถึงความเป็นมาของศิวะที่มันกำลังเชอร์ไฟร์เธอ

“เรื่องที่ศิวะจะมาอยู่ที่นี้คุณพี่ราเชนเห็นชอบแล้วนะ  และตอนนี้ศิวะทำงานในตำแหน่งวิศวกรของบริษัทใหญ่อย่างชิโนทาม  แต่ตอนนี้ศิวะได้เขียนใบลาออกแล้ว  เพื่อจะออกมาช่วยงานที่บริษัทของเรา..ตอนที่พ่อของพวกเราไปพักรักษาตัวอยู่ที่ต่างประเทศ...”

“อุยดีจังเลยค่ะบริษัทเรายิ่งขาดวิศวกรเก่งๆอยู่  และยิ่งได้คนในครอบครัวมาช่วยทำในตำแหน่งนี้ เราคงไว้ใจได้มากๆเลย”

ด้านน้องสาวแสดงความดีใจแบบออกหน้าออกตา ในขณะพี่สาวกล่าวเชิงลึก

“เป็นวิศวกรจริงหรือเปล่า? เท่าที่รู้...นายไม่ได้ทำอาชีพนี้นี่”

“ผมทำงานหลายอาชีพ และถ้าเป็นอาชีพวิศวกรผม ก็ขอทดลองงานดูสักระยะ  แต่เป็นอาชีพเสริมผมว่านะจะผ่านแล้วนะ   เพราะน้องพิมพิชญา ตัวแทนประธานบริษัทได้ลงมือสัมภาษณ์เอง  ด้วยการปฏิบัติงานจริง  มาแล้วนี่ครับ...”

ศิวะพูดเสร็จก็ยกนิ้วกลางที่ยังคงเกรอะกังไปด้วยน้ำหวานของพิมพิชญาขึ้นมายั่ว

“บ้าๆ...นาย...บ้าๆ...”

พิสมัยไม่เข้าใจในสิ่งที่คนทั้งคู่สนทนา  แต่ถ้าให้ดีที่สุดก็ต้องให้ทุกคนแยกย้ายกันไปก่อน  เพราะกว่าศิวะจะยินยอม มาอยู่กับเธอ  มันก็ยากแสนเข็นพอแล้ว

“เอาล่ะเรื่องอื่นค่อยว่ากันก็แล้วกันนะ  วันนี้เหนื่อยกันมาทั้งวัน..ไปพักผ่อนกันดีกว่านะ  อ้าวป้าเดือนกับแววพาศิวะไปห้องพักที่เตรียมเอาไว้เร็ว”

                                ...................................................................................

“ผมขอแนะนำศิวะ  กำจรกิจ วิศวกรหนุ่มที่จะมาทำหน้าที่โปรเจคไซท์ (Project Engineer: Project Site)โครงการคอนโดมิเนียน และโครงการรีสอร์ทบนเกาะกะลาที่ใกล้จะเปิดโครงการภายในเร็วๆนี้ ของบริษัทโมเดร์นโฮมการ์เด้นของเรา และลูกสาวคนโตของผม นางสาวพิมพิชญา  ทิวานันท์ผู้จะมีสิทธิ์ลงนามแทนตัวผม  ตอนที่ผมเดินทางไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ”

ชายหนุ่มและหญิงสาวที่ถูกเอ่ยนามลุกขึ้นยืน ขณะ เสียงตบมือของหุ้นส่วนกรรมบริษัทร่วมสิบคนก็ดังรั่ว ภายในห้องประชุมของบริษัทโมเดร์นโฮมการ์เด้นจำกัด  หลังนายราเชนประธานกรรมการ  ได้แนะนำวิศวกรคนใหม่และตัวแทนของเขาเสร็จสิ้น

“และตอนไปนี้ผมขอให้ผู้จัดการพิสมัยกล่าวถึงความคืบหน้าของผลประกอบการให้ที่ประชุมได้รับทราบ”

“ค่ะความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรีสอร์ทที่เกาะกะลา  ตอนนี้เราได้รับใบอนุญาตก่อสร้างเรียบร้อยแล้วและตอนนี้ทีมก่อสร้างของเรา ก็กำลังวางแผนงานเพื่อดำเนินการก่อสร้างอยู่ และคงเปิดไซค์งานได้ไม่เกินต้นเดือนหน้า และโครงการคอนโดย่านฝังธน ก็ก่อสร้างไปได้กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว  และคงไม่นานก็คงส่งมอบให้ลูกค้าได้ และตอนนี้คอนโดของเราถูกจอง ไปกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว”

ผู้เข้าร่วมประชุมต่างยิ้มแย้มเมื่อรับทราบข้อมูลเชิงลึก  ก่อนหนึ่งในหุ้นส่วนกรรมการจะถาม

“ท่านประธานมีกำหนดการเดินทางวันไหนครับ”

“ผมจะไปวันนี้เลย..ยังไงก็ฝากให้ทุกท่านช่วยเป็นหูเป็นตาในกับทางบริษัทด้วยนะครับ”

                .................................................................................

“ศิวะเรื่องที่ผ่านมาเป็นเรื่องของชะตากรรมไม่ต้องไปคิดมาก ฉันรู้ว่านายลำบากมาเยอะ และที่นายตัดสินใจมาอยู่กับเรา ฉันดีใจมาก  เพราะฉันถือว่านายคือคนในครอบครัวของเรา”

ราเชนกล่าวกับศิวะด้วยความจริงใจ ในขณะชายหนุ่มพยักหน้า แต่ภายในจิตใจของชายหนุ่มนั้นยากจะหยั่งรู้

“พีศิวะค่ะแผนงานก่อสร้างคอนโด ที่พี่เข้ามาปรับแผน..ทางไซค์งานรับทราบแล้ว และญาก็นัดประชุมไซค์งานตามที่พี่สั่งไว้แล้วค่ะ”

“โครงการก่อสร้างหลายร้อยล้าน ไปสั่งเปลี่ยนนั้น เปลี่ยนนี้ เดียวก็ยุง...เหมือนคนสั่งหรอก”

พิมพิชญากล่าวขณะลอยหน้าลอยตา

“ไม่หรอกลูกพิมพ์ พ่อดูแผนงานก่อสร้างที่ศิวะปรับแล้ว มันโอเครเลยนะ รู้งี้น่าจะมาอยู่กับเราตั้งนานแล้ว”

“ได้ยินประธานพูดแล้วนะน้องพิมพิชญา เดียวพอท่านไปแล้วไม่เรื่องรู้ราวอะไรในบริษัท แล้วมาสั่งนูน สั่งนี่นั่นมั่ว..เดียวก็ยุ่งตายห่า”

ดวงตาที่ไม่คิดจะยอมของหมอสาวจ้องชายหนุ่มเขม็ง...แต่ปากเล็กก็ไม่มีอะไรจะตอบโต้ เพราะเรื่องในบริษัทเธอไม่รู้เรื่องอะไรสักนิด

“เออ...ทั้งคู่เหมือนกับว่ารู้จักกันมานานเลยนะ  ฮ่าๆๆๆ.. ไปศิวะไปส่งฉันสนามบิน”

“ครับ”

“จะไปทำไหม?ที่นั่งในรถยิ่งมีน้อยอยู่..ค่ะพ่อ”

พิมพิชญาอดที่จะพูดกระแนะกระเน่ไม่ได้

“น้องพิมพ์นั่งตักผมก็ได้ ชอบนั่งตักไม่ใช่เหรอ?เรานะ”

หญิงสาวรู้ว่าวันนี้ไม่ใช่วันของเธอจึงรีบเดินล่วงหน้าไปก่อน..พร้อมใบหน้าที่มีใครมาบอกให้ทำบุญ..เธอก็ไม่รับ

                .......................ตามต่อนะครับ.....................

    การเข้ามาทำงานในบริษัท ที่ศิวะรู้ว่ามันคือส่วนหนึ่งที่ทำให้พ่อและน้องชายของเขาต้องตาย..และคุณหมอสาวอย่างพิมพิชญา จะต้องทนรองรับอารมณ์ของศิวะไปได้นานแค่ไหน?..และแน่นอนครับความรักมันต้องก่อตัวขึ้นในไม่ช้าระหว่างคนทั้งคู่..และนั้นมันก็จะนำมาถึงความเจ็บปวด..เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย..ตามไรท์มานะครับว่า..เรื่องราวทั้งหมดมันจะทำให้รีดต้องสงสารคนทั้งคู่..มากมายขนาดไหน? (อย่าลืมกดกำลังใจให้ไรท์เตอร์ด้วยนะครับ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

6 ความคิดเห็น