ตอนที่ 49 : อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 เม.ย. 62

ชายหนุ่มไม่หยุด แต่ยังคงใช้นิ้วชี้ถูวนปลายหัวนมที่เริ่มแข็งกระด้างของหญิงสาวที่หายใจแรงขึ้น ขณะกล่าวต่อ...

“พิมพ์ต้องรีบเช็คแล้วมาบอกพี่นะ...เรื่องนี้ เราต้องรู้คนที่ปองร้ายพิมพ์ให้ได้ ก่อนที่เขาจะมาทำร้ายพิมพ์”

“ค่ะพี่ศิวะ..หือ.และพี่ก็หยุดได้แล้ว เดียวพิมพ์อยากอีก...นะ”

“บ้าสิพิมพ์จะอยากอะไรอีก...ก่อนนอนก็เอาแล้วนี่ เสื้อผ้าก็ยังไม่ได้ใส่กันเลย...”

พิมพิชญาจ้องตาเจ้าเล่ห์ของศิวะก่อนจะใช้มือทุบหน้าอกใหญ่

“นี่ๆๆๆๆ...ก็มาลูบๆคำๆยังงี้...ใครจะไหวที่จะทนละ..นี่ๆๆๆๆ”

มือเล็กทุบหน้าอกรั่ว ก่อนที่ชายหนุ่มจะดึงร่างเปลือยของหญิงสาวขึ้นนอนทับบนตัวของเขา...

“อุย...พี่ศิวะ...”

พิมพิชญาเมื่อขึ้นไปนอนค่อมอยู่บนร่างของศิวะ ทำให้หญิงสาวรู้ว่ามีท่อนแข็งไปดุนอยู่ตรงร่องเนื้อชื้นกลางระหว่างขาของเธอ

“ตอนนี้ตาพิมพ์ทำให้พี่บ้าง...”

“พิมพ์ไม่เคย...ทำแบบนี่พี่ศิวะ...”

“ทฤษฎีก็เรียนมาแล้ว ใช้ให้เป็นประโยชน์สิครับคุณหมอสูติ..”

ศิวะไม่พูดเปล่าเขาเอามือจับแก่นกายของเขาขยับไปตรงปากถ้ำที่ฉ่ำชื้น ก่อนสั่ง

“เอาค่อยๆกดลงไปครับคุณหมอ...”

พิมพิชญาทำตามที่ศิวะบอกเหมือนต้องมนต์สะกด ด้วยการกดช่องรักให้ท่อนรักไหลเข้าไปในร่าง

“อูย์...”

ท่าที่พิมพิชญาร่วมรักกับศิวะ เรียกว่า Woman on Top  เป็นท่าที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายควบคุมเกมกามา และยังสามารถ เร่ง หยุดหรือบดบี้ติ่งกระสันของหญิงสาวได้ตามใจ และท่านี้ทางฝ่ายหญิงทำแป๊บเดียวก็จะเสร็จสม เพราะผู้หญิงจะรู้จังหวะเร่ง จังวะผ่อน เพราะรู้ว่าแบบไหนจะให้ความรู้สึกกระสับ ซาบซ่านกว่ากัน 

แต่ท่านี้ถ้ายังไม่สนิทกันจริงๆผู้หญิงอาจจะเขินๆ..อายๆ แบบว่าไม่กล้าปล่อยอารมณ์ให้เต็มที่ และวิธีแก้ก็อาจจะปิดไฟให้มืดสนิท ตอนที่ฝ่ายหญิงขย่ม ส่วนฝ่ายชายก็ต้องช่วยเร้าอารมณ์ด้วยการร้องเสียงหลงออกมา เพราะสิ่งนั้นมันจะทำให้ฝ่ายหญิงรู้สึกภูมิใจ และจะเริ่มไม่อายฝ่ายหญิงก็จะปลดปล่อยอารมณ์ได้เต็มที่ 

และถ้าจะให้ดีฝ่ายชายควรจะลุกขึ้นสวมกอด แล้วจูบพันลิ้นในปากฝ่ยหญิง พร้อมกับเอามือลูบหน้าอกบีบเค้นไปด้วย แล้วนอนลงให้ร่างข้างบนขย่มต่อ แล้วพอเสียวก็ลุกขึ้นกอดจูบเหมือนเดิม แล้วก็ลงมานอนต่อเป็นจังหวะๆมันจะทำให้รสชาติท่านี้ดีขึ้นอีกโข...(CUT)...

……………………………………………………………………..

“ลูกพี่ครับ รายการวัสดุที่สั่งไปเข้ามาส่งหน้างานแล้วครับ”

รัตน์เข้ามารายงานผู้จักการโครงการศิวะ ขณะที่วิศวกรหนุ่มกำลังนั่งตรวจเอกสารงานอยู่ในสำนักงานสนามคอนโดมิเนียมของบริษัทโมเดิร์นโฮมการ์เด้นฯ ทำให้เขาทำใบหน้าไม่เข้าใจ...

“เออ...แล้วของเข้ามาครบตามเราสั่งไปหรือเปล่าวะ...รัตน์”

“ครบทุกอย่าง...เลยครับลูกพี่...”

ผู้จัดการโครงการหนุ่ม  เมื่อทราบเช่นนั้นก็รีบต่อโทรศัพท์โทรออกทันที่

“มีอะไรค่ะ พี่ศิวะ”

“เออพี่ถามหน่อยอภิญา...เรื่องวัสดุที่โครงการคอนโดสั่งซื้อไป...เห็นว่าจะเข้าให้พี่ได้อีกหนึ่งอาทิตย์ไม่ใช่หรือ...เพราะว่าทางร้านค้ายังไม่ปล่อยเครดิต แต่ทำไมวัสดุจึงเข้ามาส่งหน้างานแล้วละ น้องญา”

“วัสดุเข้าหน้างานแล้วเหรอค่ะ...แต่เราต้องชำระเงินสดเขาก่อนนี้ค่ะ และเงินสดเราจะพร้อมก็อีกตั้งสี่ห้าวัน  ยังไงเดียวญาเช็คให้นะค่ะ...ว่าทำไมเขาจึงส่งวัสดุไปให้ทั้งๆที่เรายังไม่ชำระเงิน”

“ได้ครับน้องญา แต่เร็วหน่อยนะเพราะพี่จะใช้วัสดุแล้ว”

“ค่ะ”

ศิวะวางสายอภิญาได้ไม่นานก็มีสายเรียกเข้าอีกสาย

“สวัสดีครับน้าสาวิตรี...”

ชายหนุ่มฟังปลายสายพูดไม่นานก็สรุป

“ครับน้าสาวิตรี ถ้าเป็นเรื่องสำคัญเดียวผมไปหาที่บ้านครับ”

..........................................................................................

“คุณอภิญาค่ะ เราเช็คดูแล้วค่ะ บรัษัทของคุณพิริยะ เป็นคนสั่งวัสดุเข้าไปหน้างานคอนโดของเราค่ะ...”

“แล้วทำไมเขารู้ว่าเราจะสั่งวัสดุอะไรเข้าไปหน่วยงานของเราละค่ะพี่”

สิ้นคำถามของอภิญาฝ่ายจัดซื้อสาววัยกลางคนคิดนิดหนึ่ง ก่อนตอบหลังจากที่เธอให้ตรวจสอบวัสดุที่เข้าไปยังหน้างานโดยไม่ทราบสาเหตุ

“คุณพิริยะน่าจะ รู้จักร้านค้าที่เราออกใบสั่งซื้อไปนะค่ะ”

“งั้นขอบใจพี่นะค่ะ แค่นี้แหละค่ะ”

หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อออกจากห้องของอภิญาไปได้ไม่นาน ผู้บริหารสาวของบริษัทโมเดิร์นโฮมการ์เด้น ก็รีบโทรศัพท์ออกทันที่

“สวัสดีครับ...น้องอภิญา”

“ คุณสั่งวัสดุเข้างานคอนโดของเราทำไม?”

“ใจเย็นๆนะครับ พี่แค่สั่งวัสดุให้หน้างานของน้องญา ได้เอาไปใช้ทำงานก่อน เพื่อรอให้แบงค์และร้านค้าทราบว่าโครงการคอนโดของบริษัทโมเดิร์นโฮมการ์เด้น ไม่ถูกระงับการก่อสร้าง แค่นั้นเองครับ”

“คุณทำเพื่ออะไร?”

“น้องญาครับ พี่อยากทำทุกอย่างเพื่อทดแทนเรื่องที่พี่ทำชั่วเอาไว้ และแม้ว่ามันจะลบล้างความผิดของพี่ที่ทำกับน้องญาไม่ได้ แต่ก็ขอแค่...ให้น้องญาทราบและเข้าใจเจตนาของพี่  พี่ก็พอใจแล้ว...”

“ไม่ค่ะ...เราไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ...”

เสียงห้าวตัดไมตรี ทำให้อีกฝ่ายหยุดคิดครู่ใหญ่ก่อนกล่าว

“น้องญาให้พี่ช่วยเถอะนะครับ และเรื่องนี้เมื่อครู่พี่ได้คุยกับคุณพิศมัยแล้ว..โดยทางบริษัทโมเดิร์นโฮมการ์เด้ก็ยินดีจะชำระเงินคืนให้พี่ในภายหลัง แต่คุณพิสมัยก็ให้มาถามญาก่อนว่าจะเอาไหม?..."

"ไม่.."

"น้องญาครับให้พี่ได้ช่วยนะ เพื่อความรู้สึกแย่ๆในใจพี่จะได้ดีขึ้นบ้าง”

“แล้วคุณรู้หรือเปล่า  ว่า...ที่คุณทำกับญามันเลวร้ายขนาดไหม?”

“พี่รู้ไม่เท่าญารู้เรื่องนั้น  และญาก็ไม่รู้ไม่เท่าพี่รู้ว่าพี่ตอนนี้พี่ต้องการทดแทนให้ญามากเพียงใด แต่พี่รู้แค่ว่าถ้าญาให้พี่ตาย  พี่ก็จะทำเพื่อญา...”

อภิญานิ่งอึ้งกับคำสุดท้ายของบุรุษหนุ่มที่เธอคิดว่าเกลียดชัง แต่ในตอนนี้ สิ่งที่เขาพูด ดอกไม้ที่เขาส่งมาให้ในทุกๆวัน รวมทั้งเจตนาที่แสดงความหวังดีของเขาครั้งนี้...มันทำให้ใจสาวเริ่มโอนอ่อน

“ไม่ต้องถึงขนาดต้องตายหรอกค่ะ เพราะญาคงไม่มีความหมายอะไรขนาดนั้น และครั้งนี้เรื่องวัสดุที่คุณสั่งให้...ญาจะยินดีให้ช่วยและญาจะชำระเงินคืนทุกบากทุกสตางค์ แต่ ครั้งต่อไปห้ามมีเด็ดขาด”

“ได้ครับ...ขอบใจน้องญามากๆนะ”

พิริยะแสดงน้ำเสียงดีใจจนอภิญารู้สึกแปลกๆว่าทำไมชายผู้ทำทุกอย่างเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตน ถึงดีใจถึงขนาดนี้ เพราะสิ่งที่เธอตัดสินใจ มันก็แค่เรื่องที่เธอยินดีให้เขาช่วยสังวัสดุก่อสร้างให้ โดยที่นายพิริยะไม่ได้รับผลอะไรตอบแทนเลย

“แค่นั้นนะค่ะ...”

อภิญาตัดสายไปแล้ว แต่หารู้ไม่ว่า...ปลายสายอีกข้าง เกิดความหวัง จากที่หญิงสาวยินยอมรับสิ่งที่เขาทำ  และนั่นมันเป็นเสมือนก้าวแรกที่หญิงสาวมีไมตรีที่ดี ให้แก่พิริยะนั่นเอง

.......................................................................................

วิศวกรหนุ่มจอดรถก่อนจะลงเดินตรงไปยังบ้านที่คุ้นเคย

“สวัสดีพี่ศิวะ...เข้าบ้านก่อนค่ะ”

“อ้าวแพร.. แล้วน้าสาวิตรีละ”

ใบหน้าสวยของศรีแพรแสดงอาการไม่ค่อยพอใจก่อนจะกล่าว

“มาถึงก็ถามถึงแม่ แล้วแพรละพี่ศิวะเคยอยากมาหาไหม?”

ศิวะรู้ว่าศรีแพร คือลูกของพ่อที่เกิดกับสาวิตรี และโดยศักดิ์เธอก็คือน้องสาวต่างแม่ของศิวะที่มีสายเลือดของพ่อเดียวกันกับเขา  และตลอดเวลาที่ผ่านมาศิวะรู้ว่าศรีแพรรักเขาแบบหญิงรักชาย แต่ชายหนุ่มรักเธอเช่นน้องสาวอย่างที่มันควรจะเป็นเสมอมา

“โธ่...พอดีพี่มีนัดคุยกับน้าสาวิตรีนะเลยถามหา...อ้าวนี่รถแบ็คโครเด็กเล่นพี่ซื้อมาฝากลูกต้น”

ศรีแพรเริ่มอารมณ์ดีเพราะรู้ว่าศิวะยังรักลูกชายของเธอเสมอ ก่อนที่หญิงสาวจะยิ้มจนแก้มแทบฉีกเมื่อชายหนุ่มล้วงสิ่งหนึ่งออกมา

“พี่ลืมแพรได้ไง..เอานี่ไอโฟนเจ็ดบวก เห็นว่ามือถือเครื่องเก่าแพรติดมั่งดับมั่ง พี่ซื้อมาฝาก”

“พี่ศิวะ...แพรขอบคุณพี่มาก”

ดวงตาของหญิงสาววาวรื้นเพราะสิ่งที่ศิวะทำ ก่อนเธอจะรีบหลุบตาลงต่ำเพราะกลัวชายหนุ่มจะเห็นน้ำตาแห่งความปิติขณะรับโทรศัพท์จากมือพี่ชายต่างมารดา

“พี่ศิวะเข้าบ้านเร็วเดียวแพรชงกาแฟมาให้...”

ศรีแพรชงกาแฟอยู่ในครัวในขณะที่ศิวะนั่งรออยู่ที่โซฟารับแขกของบ้าน

“แพรจะไปหาลูกค้าประกันของแพร วันนี้เลยให้แม่ไปรับลูกต้นแทนค่ะ”

“พี่ว่าแล้ว เห็นน้าสาวิตรีบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับพี่ให้มาด่วน มาแล้วแต่แกกลับไม่อยู่...”

“แม่ก็ยังงี้แหละ รอหน่อยนะคะเดียวก็คงจะมาแล้ว”

ดวงตาของศรีแพรเริ่มเปลี่ยนเมื่อรู้ว่าแม่ของเธอมีเรื่องสำคัญจะคุยกับศิวะ ก่อนที่หญิงสาวจะใส่พงอะไรบางอย่างลงไปในถ้วยกาแฟที่กำลังชงให้ศิวะ

“นี่ค่ะพี่ศิวะกาแฟ ไม่รู้ว่าแพรจะชงถูกปากเหมือนแต่ก่อนหรือเปล่า?”

“แพรเป็นคนเดียวที่..ชงกาแฟถูกใจพี่ที่สุด”

ศิวะพูดจบก็ยกกาแฟในถ้วยขึ้นดื่ม ในขณะสายตาหญิงสาวมองดูด้วยความระทึก

                                  .............................................................

                                (เขียนผิด  ใช้ภาษาไม่ถูก  ใช้คำไม่สุภาพ ขออภัยครับ)

พิริยะผู้ได้สำนึก..น้องอภิญาจะรู้ไหมน้าว่า...เขาหลงรักเธอมากๆๆ

การแต่งงานของศิวะกับพิมพิชญา..นายราเชนจะผ่านหรือเปล่านี้..

ศรีแพรใส่อะไรให้ศิวะกิน..นะ และสาวิตรีมีเรื่องอะไรจะคุยกับศิวะ

แต่ที่แน่ๆ ไรท์ใบ้ว่า...รอกินมาม่ากันนะ..ชามใหญ่สุดที่เคยกินกันเลยละ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

6 ความคิดเห็น