ตอนที่ 48 : ประสงค์พิริยะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    5 เม.ย. 62

ถึงแม้ไม่มีเสียงสะอื้นร้องไห้ แต่น้ำตาก็เต็มทั้งสองแก้มนวลหญิงสาวที่มีแต่สิ่งเลวร้ายเข้ามารุมเร่าจนอารมณ์ของอภิญาเลยความกลัวไปแล้วในขณะนี้

“น้องญา...พี่โทรมาเพราะอยากบอกว่า...เราควรจะคุยกัน...”

“ได้นัดมาเลย...”

………………………………………………………………

ประตูห้องประชุมบริษัทโมเดิร์นโฮมการ์เด้นจำกัดเปิดออก ก่อนพนักต้อนรับจะนำแขกของบริษัทก้าวเข้ามาในห้อง

“บริษัทโมเดิร์นโฮมการ์เด้นยินดีต้อนรับค่ะ คุณพิริยะ”

“สวัสดีครับ...”

ชายหนุ่มผู้มาเยือนไหว้พิศมัยผู้กล่าวต้อนรับ ก่อนพิมพิชญาฐานะตัวแทนประธานบริษัทจะรีบรับไหว้แขก  แต่อภิญาผู้อยู่ในห้องประชุมอีกคน...ไม่แม้แต่ชำเลื่องสายตาไปมอง

“ขอบคุณนะครับ...ที่ให้ผมมาพบในวันนี้...”

“แล้วเรามีทางอื่นหรือ?...เพราะถ้าไม่ให้มาเดียวก็หาเรื่องกลั่นแกล้งกันแบบไม่มีหยุดไม่มีหย่อนอีก...”

พิริยะยังไม่กล่าวจบดีแต่อภิญาก็พูดขัด

“น้องญาเราให้คุณพิริยะอธิบายก่อนสิว่านัดขอพบเราเรื่องอะไร?”

“คุณพิมพ์ครับอย่าไปว่าคุณญาเลยครับ ผมมันสมควรถูกน้องเขาว่าแล้ว เพราะสิ่งเลวๆที่ผมทำไว้ แค่นี้มันน้อยเกินไปซะด้วยซ้ำ”

“รู้ตัวก็ดีแล้ว”

จากคำพูดของผู้ที่มีเจตนาไม่ดีกับบริษัทโมเดิร์นโฮมการ์เด้นมาตลอด ทำให้พิศมัยรู้สึกว่าเขาคล้ายจะมาดีเธอจึงรีบสรุปถาม

“สรุปแล้วที่คุณพิริยะมาพบเราในครั้งนี้ประสงค์อะไรค่ะ...”

“เอาแบบไม่อ้อมค้อมนะครับ  ที่ผมมาครั้งนี้เพราะรู้สึกผิดที่ได้กระทำหลายสิ่ง หลายอย่างที่มีเจตนาไม่ดีกับบริษัทโมเดิร์นโฮมการ์เด้นเอาไว้  ผมจึงจะมาแก้ไขสิ่งเลวๆที่ผมกับพ่อได้ทำลงไป”

“คุณจะมาไม้ไหน?...ฉันไม่เชื่อคุณหรอก...”

“น้องญาฟังคุณพิริยะก่อนสิ...”

พิมพิชญาดึงแขนน้องสาวเอาไว้ขณะที่เธอลุกขึ้นยืนจ้องหน้าผู้มาเยือนตาเขม็งพร้อมกับกล่าวเสียงแข็งและกร้าว

“ผมเจตนาเช่นที่ผมพูดจริงๆครับ และผมขอมอบเอกสารนี้เพื่อยืนยันเจตนาของผม”

พิศมัยรับเอกสารจากมือพิริยะเอามาอ่าน

“นี่มัน...เอกสารขอยกเลิกคำร้อง ที่ขอให้ทางเขตตรวจสอบการขออนุญาติปลูกสร้างอาคารคอนโดของบริษัทเราว่าผิดระเบียบ...นี่ค่ะ”

“ใช่ครับ บริษัทผมเป็นผู้ยืนคำร้องให้ตรวจสอบเอง และตอนนี้ผมไปยกเลิกแล้ว และนี่ครับรายการยกเลิกสัญญาลูกค้าที่เคยจองคอนโดบริษัทโมเดิร์นโฮมแล้วยกเลิกไปซื้อ คอนโดของผม...”

พิสมัย พิมพิชญา มองหน้าพิริยะเพราะถ้าเป็นอย่างที่เขาพูดจริงปัญหาหนักๆหลายอย่างของบริษัทโมเดิร์นโฮมการ์เด้นจำกัดคงคลี่คลาย…แต่อภิญาหันหน้าไปทางอื่นเช่นเดิม

“และผมบอกตรงๆว่าผมได้ไปขู่วุฒิวิศวกรไม่ให้รับรองแบบคอนโดของโมเดิร์นโฮมไว้ แต่ตอนนี้ผมไปขอโทษท่านเหล่านั้นแล้ว ต่อไปก็ให้ทางคุณพิศมัยไปติดต่อให้มาเซ็นรับรองแบบก่อสร้างยื่นเขตได้เลยครับ และเมื่อเขตรับรองใบอนุญาติปลูกสร้างครั้งนี้แล้ว เรื่องแบงค์กับร้านค้าวัสดุก็คงหมดปัญหาครับ”

“คุณพิริยะทำอย่างนี้เพื่ออะไร..ค่ะ”

พิมพิชญาอดถามคำถามนี้ไม่ได้ในสิ่งที่คู่แข่งทางการค้าทำ ก่อนพิริยะจะหันไปมองใบหน้าของอภิญาแว๊บหนึ่งแล้วตอบ

“เตี่ยกับผมทำเรื่องไม่ดีกับทุกๆบริษัทที่เป็นคู่แข่งทางการค้ามานาน และมากมาย ก็เพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง โดยไม่สนว่าคนอื่นจะเป็นอะไร เสียหายเท่าไหนมานานแล้ว  แต่วันหนึ่งผมได้คิด...และรู้สึกผิดในการกระทำแบบนั้น...”

“ยังไงเราก็ต้องขอบใจคุณนะที่ต้องการทำสิ่งที่ถูกต้อง เพราะทางเราถ้าแก้ปัญหานี้ไม่ได้บริษัทของเราถึงล้มละลายเลยนะ”

พิศมัยกล่าวเมื่อรู้สึกโล่งเพราะรู้ว่าปัญหาที่หนักหนาสาหัสของบริษัทกำลังจะคลี่คลาย

“และวันนี้ผมอยากจะขอโทษน้องอภิญา ที่เคยทำเลวๆด้วยการจับตัวน้องที่เกาะกะลา และ เรื่องที่เคยบังคับให้น้องบอกรายชื่อลูกค้าครั้งก่อน”

“เป็นตายยังไง.. ญาก็ไม่ยอมยกโทษให้คุณ”

พิมพิชญารู้ว่าเป็นเรื่องยากที่น้องสาวของเธอจะให้อภัยเรื่องนี้ แต่เมื่อพิริยะมาดี...เธอจึงรีบตัดประเด็น

“พิมพ์ก็ขอบคุณในเจตนาดีทั้งหมดของคุณพิริยะนะค่ะ และเราก็ร่วมรับทราบที่คุณมาขอโทษน้อยญาในครั้งนี้ และต่อไปหวังว่าเราจะเป็นมิตรที่ดีต่อกันนะค่ะ...”

“ครับขอบใจน้องพิมพิชญาที่เข้าใจพี่ วันนี้ผมหมดธุระแล้วขอตัวนะครับทุกคน”

การพูดคุยบรรลุเกินสิ่งที่คาด จนทำให้ผู้บริหารบริษัทโมเดิร์นโฮมการ์เด้นรู้สึกสบายใจ ยกเว้นอภิญาที่มองผู้มาเยือนที่กำลังเดินจากไป ด้วยสายตาที่ชิงชัง

..........................................................................

“ค่ะ คุณพิริยะกลับไปแล้วค่ะพี่ศิวะ”

พิมพิชญาโทรแจ้งข่าวดีให้วิศวกรประจำบริษัททราบทุกรายละเอียดหลังพิริยะกลับไปแล้ว

“เออ...อะไรนะทำให้แกกลับใจ...ได้ขนาดนี้...”

ปลายสายแสดงเสียงไม่เข้าใจก่อนพิมพิชญาจะเปลี่ยนเรื่อง

“เออ..แล้วพี่ศิวะจะกลับบ้านตอนไหน?...”

“ไม่รู้สิ  ลูกเมียก็ไม่มีรออยู่ที่บ้านจะกลับเร็วไปทำไม? เลิกงานแล้วไปดริ้งต่อดีกว่า...”

“พ่อพิมพ์จะกลับไทยแล้ว ก็มาขอสิ...ถ้าอยากมีลูกมีเมียรอที่บ้าน”

“สินสอดสิบล้านนี่นะ...ตอนนี้ทั้งตัวพี่มีเจ็ดหมื่นสามพันห้าร้อยสิบหกบาทถ้วน”

“เออๆเดียวจะให้พ่อลดให้ แต่วันนี้กลับมากินข้าวเย็นที่บ้านนะ พิมพ์จะทำอาหารไว้รอ...”

“ทำอาหารตามพี่สั่งสิ...จะรีบกลับด่วน”

“อยากกินอะไรบอกมาเลยจร้า...เจ้านาย”

“อื่อ...เอาแกงเผ็ดจูบปาก  ผัดผักลูบไล้ และทอดไข่แลกลิ้น”

“แกง ผัด..กับทอด...บ้าบออะไรพี่ศิวะ”

“อ้าว ทำไม่เป็นเหรอ...”

“ทำไม่เป็นอะไร...แค่พิมพ์ได้ยินชื่อก็อยากกินจะตายแล้ว เร็วๆพี่ศิวะรีบกลับมาเลย...พิมพ์อยาก...”

พิมพิชญายืนอยู่หน้าเตากำลังปรุงแกงจืดอย่างขะมักเขม้น ก่อนหญิงสาวจะรู้ว่าถูกกอดจากทางด้านหลัง

“กินข้าวก่อนได้ไหม?ค่ะพี่ศิวะ  อย่างอื่นค่อยว่ากัน...”

“กินข้าวแล้วนอนเลยดีกว่า  อย่างอื่นไม่เอาแล้ว...คนไม่ได้อาบน้ำ...เหม็น”

“เออ...เหม็น  แล้วคืนนี้อย่าไปเคาะห้องพิมพ์ก็แล้วกัน...”

“พูดเล่น วันนี้พิมพ์หอมจะตาย...”

บนโต๊ะอาหารพิมพิชญามองดูศิวะกินข้าวแบบที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่าตะกะ แต่สิ่งนั้นทำให้หญิงสาวปลื้มเพราะอาการเช่นนี้อาหารบนโต๊ะที่เธอทำต้องอร่อยแน่ๆ คนกินจึงมีอาการเช่นนี้

“พิมพ์กับข้าวที่พิมพ์ทำ มีครบ ทั้งรสชาติหวาน มัน เค็ม แต่ขาดอยู่อย่างเดียว...”

“จะว่าขาดรสอร่อย...ก็ว่ามาพี่ศิวะไม่ต้องมาลีลา”

“ไม่ใช่มันขาดข้าวในจานพี่....นี่ไง”

“อุยข้าวพี่หมดตั้งแต่เมื่อไรนี้...”

พิมพิชญารีบลุกไปตักข้าวให้ชายหนุ่มทันที่โดยไม่เรียกให้ป้าเดือนไปตักให้เพราะความดีใจ ที่ชายคนรักกินอาหารฝีมือเธอแล้วชอบ

“พิมพ์มานี่กับพี่หน่อย...”

หลังกินข้าวเสร็จศิวะก็ชวนพิมพิชญา

“ไปไหน?พี่ศิวะ”

“เออน่า..ตามมา...”

ศิวะเดินนำหญิงสาวไปที่ห้องรับแขกที่ตอนนี้แม่ของศิวะกำลังนั่งอยู่

“อ้าวศิวะ...ว่าไงเห็นบอกว่าอยากคุยกับแม่...”

“ครับแม่...ผมจะบอกคุณราเชน...ว่า  ผมจะขอพิมพ์แต่งงาน”

“จริงเหรอศิวะ...”

พิมพิชญาแสดงออกทางสีหน้าที่ใครเห็นก็รู้ว่าเธอพอใจยิ่งกับคำถามของศิวะ แต่หญิงสาวก็รีบพูดแก้เขิน

“พี่ศิวะ...ถามพิมพ์ยัง?ค่ะ...”

“เออ...เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ไม่ถามน้องแล้วมาบอกแม่ทำไม?”

“อ้าวพิมพ์ ทำไมพูดแบบนี้...แล้วจะแต่งกับพี่ไหม? ไม่แต่งเตะนะ...”

“อ้าวทำไมพูดแบบนี้กับน้อง...ละศิวะ”

ศิวะไม่พูดเปล่าเพราะทำท่าเหมือนจะเตะพิมพิชญาจริงๆ ทำให้หญิงสาวรีบตอบ

“แต่ง...แต่งค่ะ...น้าพิศมัย”

ผู้เป็นทั้งแม่ และ แม่เลี้ยงส่ายหัวไปมากับการขอแต่งงานของลูกชายเธอกับลูกเลี้ยงสาว

“ได้ลูกเรื่องนี้แม่จะเป็นธุระ ไปคุยกับคุณราเชนให้นะ...”

สิ้นคำกล่าวของพิศมัยชายหนุ่มก็เอื้อมมือไปจับมือของหญิงสาวเอาไว้ ก่อนที่ทั้งคู่จะบีบมือของกันและกันไว้แน่น

.........................................................

ศิวะนอนไม่ได้สวมเสื้อผ้ามองหน้าสวยของร่างเปลือยใต้ผ้าห่มที่ใช้หัวนอนซบบนอกใหญ่ของเขาเหมือนถูกมนต์สะกด เพราะชายหนุ่มยิ่งมองดู ก็ยิ่งรู้ว่าเขารักพิมพิชญามากมายจนไม่รู้ว่าชาตินี้เขาจะขาดหญิงสาวคนนี้ไปได้หรือไม่

“พีศิวะยังไม่นอนเหรอ...นอนเถอะค่ะพรุ่งนี้ต้องทำงานนะ”

พิมพิชญาลืมตาขึ้นพบสายตาที่เพ่งดูเธออยู่ก่อนจึงเตือน

“พี่ไม่รู้เป็นอะไรนอนไม่หลับ คิดถึงแต่เรื่องที่พิมพ์กำลังถูกปองร้าย”

“พิมพ์ก็คิดไม่ออกว่า พิมพ์ไปทำให้ใครโกธรแค้นเอาไว้ เขาจึงอยากทำร้ายพิมพ์”

ศิวะกอดร่างบางที่ไร้อาภรณ์กระชับ แล้วใช้ปลายนิ้วเขี่ยเล่นเบาๆตรงปลายปทุมถันของพิมพิชญา ก่อนจะกล่าวสิ่งที่เขาวิเคราะห์

“ลูกสุนัขตายหนึ่งตัวจากสองตัว...พี่ว่าคนร้ายต้องใบ้ว่าพิมพ์เคยทำคลอดคนที่มีลูกแฝดแล้วลูกเขาตายหนึ่งรอดหนึ่งแล้วเขามาโทษว่าพิมพ์ทำลูกเขาตาย...หรือเปล่า?”

หญิงสาวตาลุกมองจ้องศิวะ จะจากเหตุผลของชายหนุ่มว่ามันมีส่วนที่เป็นไปได้ หรือนิ้วมือซนของเขากันแน่

“ใช่พี่ศิวะ พิมพ์เข้าไปเป็นผู้ช่วยทำคลอดตอนเรียน...หลายเคสเหมือนกัน แต่ต้องไปเช็คดูว่ามีใครที่คลอดลูกแฝดแล้วเสียชีวิตหนึ่งแล้วรอดหนึ่งคนบ้าง...เอ๊ะพี่ศิวะหยุดสิค่ะรู้ไหมว่ามัน...หืม...”

ชายหนุ่มไม่หยุด แต่ยังคงใช้นิ้วชี้ถูวนปลายปทุมที่เริ่มแข็งกระด้าง ในขณะที่หญิงสาวหายใจถี่และแรงขึ้น 

“พิมพ์ต้องรีบไปเช็คแล้วมาบอกพี่นะ...เรื่องนี้ เพราะเราต้องรู้คนที่ปองร้ายพิมพ์ให้ได้ ก่อนที่เขาจะมาทำร้ายพิมพ์”

“ค่ะพี่ศิวะ..หือ.และพี่ก็หยุดได้แล้ว เดียวพิมพ์ก็อยากอีก...หรอก”

“บ้าสิพิมพ์จะอยากอะไรอีก...ก่อนนอนก็เอาแล้วนี่ เสื้อผ้าก็ยังไม่ได้ใส่กันเลย...”

พิมพิชญาจ้องตาเจ้าเล่ห์ของศิวะก่อนจะใช้มือทุบหน้าอกใหญ่

“นี่ๆๆๆๆ...ก็มาลูบๆคำๆยังงี้...ใครไหวที่จะทนละ..นี่ๆๆๆๆ”

มือเล็กทุบหน้าอกรั่ว ก่อนที่ชายหนุ่มจะดึงร่างเปลือยของหญิงสาวขึ้นนอนทับบนตัวของเขา...

“อุย...พี่ศิวะ..."

                   .......................................................................

     เรื่องราวเหมือนจะไม่มีอะไรมากแล้วนะครับ...ก็อ่านกันสบายๆกันไปก่อนนะครับ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

6 ความคิดเห็น